News and Articles

มารู้จักเนยแข็งกัน (Get to know cheess making)

มารู้จักเนยแข็งกัน (Get to know cheess making)


หมวดหมู่: นมและผลิตภัณฑ์นม [วัตถุดิบ และ ส่วนผสมอาหาร]
วันที่: 16 มกราคม พ.ศ. 2555

บทความนี้ผู้เขียนตั้งใจจะอธิบายกรรรมวิธีการผลิตเนยแข็งและ จะพยายาม รวมรวมชนิดและกรรมวิธีการผลิตเนยแข็งชนิดต่างๆ กรรมวิธีการผลิตเนยแข็ง ค่อยๆทำไปยังไม่เสร็จนะคะ

เนยแข็งเป็นผลิตภัณฑ์นม (dairy product) ชนิดหนึ่งไม่ใช่เนย (butter) ที่แข็ง แต่ภาษาอังกฤษ เรียกว่า cheese คนไทยอาจเรียกทับศัทพ์ว่า ชีส เพราะว่าเนยแข็ง ไม่ใช่เนย จึงไม่ได้มีไขมัน สูง เหมือนเนย แต่ส่วนประกอบสำคัญของเนยแข็งคือ โปรตีน จะเรียกว่าเป็นโปรตีนเข้มข้นก็ไม่น่าจะผิด ซึ่งมีกรดอะมิโนที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งวัยเด็ก วัยรุ่น วัยชรา

จากวิดีโอ เราได้ดูกรรมวิธ๊การผลิตเนยแข็ง ดูแล้วคล้ายกับการผลิตเต้าหู้ในแถบเอเซีย แต่การผลิตเนยแข็ง มีวัตถุดิบหลัก คือนม นำมาตกตะกอนโปรตีนเคซีน (casein) ในนม ด้วยเอนไซม์ ที่เรียกว่า เรนนิน (rennin) และผ่านการแยก (separation) เอาส่วนที่เป็นของเหลว ด้วยการกรอง (filtration) ส่วนนำใส ที่เรียกว่า เวย์ (whey) แยกออก ได้เป็นลิ่มนม (curd) ผสมเกลือและบ่ม เพื่อให้ได้รสชาติที่ต้องการ

เนยแข็ง มีหลายชนิด ได้แก่

blue cheese มารู้จักเนยแข็งกัน (Get to know cheess making)
camembert cheese

มารู้จักเนยแข็งกัน (Get to know cheess making)

cream cheese

มารู้จักเนยแข็งกัน (Get to know cheess making)

cottage cheese

มารู้จักเนยแข็งกัน (Get to know cheess making)

gouda cheese

มารู้จักเนยแข็งกัน (Get to know cheess making)

parmesan cheese

มารู้จักเนยแข็งกัน (Get to know cheess making)

ricotta cheese

มารู้จักเนยแข็งกัน (Get to know cheess making)

swiss cheese

มารู้จักเนยแข็งกัน (Get to know cheess making)

mozzarella

มารู้จักเนยแข็งกัน (Get to know cheess making)

processed cheese

มารู้จักเนยแข็งกัน (Get to know cheess making)

Sainte-Maure de Touraine

มารู้จักเนยแข็งกัน (Get to know cheess making)



ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
เรื่องชีส โดย chef pop
chef pop เป็นเชฟไทย ที่ไปสร้างชื่อเสียงที่ดูไบ ได้กรุณาเรียบเรียงข้อมูลเรื่องชีส ไว้ในกระทู้ส่วนของ webboard ครูผู้น้อยเห็นว่ามีประโยชน์จึงนำได้คัดลอกมาไว้ในส่วนของบทความเพื่อจะได้เชื่อมโยงกับส่วนอื่นได้สะดวก และอ่านกันกว้างขวาง ใครอยากถามคำถามหรือพูดคุย กับ chef pop ก็เรียนเชิญที่ webboard ได้ค่ะ ท่านจะได้แวะเวียนมาพบกับเราบ่อยๆนะคะ หากต้องการ comment อะไรเพิ่มเติม เนยแข็ง หรือ ชีส (อังกฤษ: cheese) คือ ผลิตภัณฑ์จากนมซึ่งสามารถผลิตได้จากนมวัวหรือแพะ เป็นต้น ที่ผ่านกระบวนการคัดแยกโปรตีน แล้วนำโปรตีนของนมมาทำการผสมเชื้อรา หรือแบคทีเรีย หรือสารอื่นๆ แตกต่างกันไปตามแต่ละประเภทของเนยแข็ง ซึ่งแตกต่างจากเนยที่ทำมาจากไขมันนม ชนิดของเนยแข็ง เนยแข็งมีมากกว่า 3,000 ชนิดทั่วโลก ดังนั้นเกณฑ์การแบ่งประเภทและชนิดของเนยแข็งจึงมีความหลากหลาย เนยแข็งบางประเภทแม้จะมีลักษณะเหมือนกันทุกประเภทแต่ก็มีชื่อเรียกต่างกันตามแต่ละท้องถิ่น วิธีการจำแนกประเภทของเนยแข็งจึงทำได้โดยอาศัยหลักเกณฑ์บางอย่าง เช่น ชนิดของน้ำนมที่ใช้ ระยะเวลาในการบ่ม เชื้อราที่ใส่ลงไปเพื่อแยกไขมันออกจากน้ำนม อุณหภูมิที่ใช้ในการหมักบ่ม พื้นผิวและความราบเรียบของเนยแข็ง ดังนั้นเนยแข็งจึงสามารถแยกออกเป็นสี่ประเภทใหญ่ดังนี้ เนยแข็งประเภท Fresh Cheese เนยแข็งประเภท Fresh Cheese คือ เนยแข็งที่ไม่ต้องผ่านความร้อนและไม่ต้องหมักบ่ม มีกลิ่นและรสไม่จัด ออกรสเปรี้ยวอ่อนๆ เนื้อในนิ่มเป็นครีม มีความชื้นสูง เช่น Cream Cheese, Feta, Mozzarella cheese, Ricotta, Cottage Cheese, Mascarpone เนยแข็งประเภท Soft-White Cheeseเนยแข็งประเภท Soft-White Cheese คือ เนยแข็งที่ทำจากนมที่มีความเข้มข้นของครีมสูง เนื้อในจึงมีลักษณะเป็นครีมแข็ง ผิวนอกจะค่อนข้างบาง เมื่อทานแล้วจะค่อยๆละลายในปาก มีความชื้นน้อยกว่าเนยแข็งประเภท Fresh Cheese และจะต้องผ่านกระบวนการบ่มด้วยราสีขาวก่อนนำมาบริโภค เช่น Brie, Camembert cheese, Neufchatel เนยแข็งประเภท Natural-Rind Cheeseเนยแข็งประเภท Natural-Rind Cheese คือ เนยแข็งที่ทำจากนมแพะตามแบบฝรั่งเศส มีพัฒนาการมาจากเนยแข็งประเภท Fresh Cheese แต่จะต้องผ่านการขับน้ำทิ้งมากกว่าจึงมีความชื้นน้อยกว่า หลังจากการบ่มเนยแข็งประเภทนี้จะมีรอยย่นพื้นบนผิวรอบนอกมาก มีรสชาติที่เด่นขึ้นด้วย เนยแข็งประเภทนี้จะบ่มด้วยราสีฟ้าค่อนข้างเทา มีจุดสีน้ำเงินออกน้ำตาลที่ผิวเนยแข็ง และเมื่อมีอายุมากขึ้นก็จะมีกลิ่นแรงขึ้นด้วย เช่น Crottin de Chavignol, Sainte-Maure de Touraine เนยแข็งประเภท Wash-Rind Cheeseเนยแข็งประเภท Wash-Rind Cheese คือ เนยแข็งผิวนอกมีความเหนียวและมีสีน้ำตาลส้ม ซึ่งเกิดจากการล้างด้วยน้ำเกลือระหว่างการบ่ม มีตั้งแต่กลิ่นหอมจากเครื่องเทศไปจนถึงกลิ่นฉุน เช่น Herve, Limburger, Munster เนยแข็งประเภท Hard Cheeseเนยแข็งประเภท Hard Cheese คือ เนยแข็งที่เกิดจากการนำหางนมออกไปมากจนความชื้นในเนยแข็งเหลือเพียงเล็กน้อย เปลือกเนยแข็งจะหนา เนื้อแข็ง ใช้เวลาบ่มนาน เช่น Cheddar cheese, Emmemtal , Gouda cheese , Pecorino, Romano, Beaufort การแบ่งเนยแข็งออกเป็น 5 ประเภทที่ได้กล่าวไปนี้เป็นเพียงตัวอย่างของการแบ่งประเภทเนยแข็งเพียงคร่าวๆ ในความเป็นจริงแล้วเนยแข็งทั้ง 5 ประเภทยังสามารถแบ่งย่อยได้อีก เช่น แบ่งตามประเทศที่ผลิต แบ่งตามการกดอัดและการปรุงแต่ง แบ่งตามใยหุ้มเชื้อรา เป็นต้น เนยแข็ง ครีมสด โยเกิร์ต และผลิตภัณฑ์ได้จากน้ำนมต่างมีคุณค่าทางโภชนาการที่ใกล้เคียงกันมาก เนยแข็งจะให้สารอาหารจำพวก โปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส สังกะสี วิตามินบี 12 ที่สูงไม่แพ้นม แต่ข้อดีของเนยแข็งคือให้สารอาหารจำพวกน้ำตาลแลคโตส ในปริมาณที่ต่ำกว่าในน้ำนม ดังนั้นการรับประทานเนยแข็งจึงเป็นทางออกที่ดีสำหรับผู้ที่มีปัญหาในการดื่มนมสำหรับคนที่มีปัญหาในการดื่มนมเนื่องจากร่างกายขาดน้ำย่อยแลคโตสหรือมีน้ำย่อยชนิดนี้ในปริมาณที่น้อย เมื่อดื่มน้ำนมเข้าไปแล้วร่างกายไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตส (lactose) ในนมได้ ส่งผลให้เกิดการตกค้างของน้ำตาลแลคโตสในร่างกาย การหมักนมนี้จะทำให้เกิดแก๊สและกรดในที่สุด ส่งผลให้ผู้รับประทานมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อและท้องเสียในเวลาต่อมา ดังนั้นจึงควรเลือกรับประทานเนยแข็งแทนการดื่มนมนอกจากนี้เนยแข็งยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่เหมาะสำหรับเด็กวัยเจริญเติบโต เพราะเนยแข็งให้พลังงาน แคลเซียม และโปรตีนสูง โดยเฉพาะโปรตีนและแคลเซียมซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูก ช่วยเสริมสร้างให้กระดูกแข็งแรงและป้องกันโรคกระดูกพรุน อีกทั้งเนยแข็งยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพฟัน ช่วยป้องกันฟันผุ โดยโปรตีนในรูปของแคลเซียมและฟอสฟอรัสในเนยแข็งจะเป็นตัวช่วยป้องกันสารเคลือบฟัน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มฟองน้ำลายที่ช่วยล้างกรดและน้ำตาลในช่องปากอันเป็นสาเหตุของฟันผุ แม้ว่าเนยแข็งจะมีปริมาณไขมันมากกว่าน้ำนมแต่ก็เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักและคอเลสเตอรอล แต่ชื่นชอบการรับประทานเนยแข็งก็สามารถเลือกบริโภคเนยแข็งที่ทำจากนมไขมันต่ำหรือปราศจากไขมันได้ตามท้องตลาดทั่วไป โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะตามมาในภายหลังข้อมูลจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Cheese
วิธีการกำหนดปริมาณอาหารหนึ่งหน่วยบริโภค
หนึ่งหน่วยบริโภค หมายถึง ปริมาณอาหารหนึ่งหน่วยบริโภคที่ระบุในฉลากโภชนาการเป็นปริมาณอาหารที่ผู้ผลิตแนะนำให้ผู้บริโภครับประทานผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ในแต่ละครั้ง หรือเรียกว่า "กินครั้งละ" นั่นเอง ปริมาณอาหารหนึ่งหน่วยบริโภคนี้กำหนดได้จากปริมาณ "หนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิง" ซึ่งเป็นค่าปริมาณอาหารโดยน้ำหนักหรือปริมาตรของการรับประทานแต่ละครั้งที่ประมวลได้จากการสำรวจ พฤติกรรมการบริโภคและข้อมูลจากผู้ผลิตเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ปริมาณอาหารหนึ่งหน่วยบริโภคดังกล่าวอาจไม่ เท่ากับปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงก็ได้ แต่จะต้องเป็นค่าที่ใกล้เคียงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด อยู่ในหนึ่งหน่วยภาชนะบรรจุ กลุ่มของอาหาร ในการแสดง "หนึ่งหน่วยบริโภค" ในฉลากโภชนาการ จึงกำหนดปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงของ ผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ โดยจัดเป็น 7 กลุ่ม ตามลักษณะของผลิตภัณฑ์หรือลักษณะการบริโภคผลิตภัณฑ์ได้แก่ 1 กลุ่มนมและผลิตภัณฑ์ (Dairy product s) 2 กลุ่มเครื่องดื่ม (พร้อมดื่ม) (Beverages) 3 กลุ่มอาหารขบเคี้ยวและขนมหวาน (Snack food and desserts) 4 กลุ่มอาหารกึ่งสำเร็จรูป (Semi- processed foods) 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมอบ (Bakery products) 6 กลุ่มธัญพืชและผลิตภัณฑ์ (Cereal grain products) 7 กลุ่มอื่น ๆ (Miscellaneous 1 กลุ่มนม และผลิตภัณฑ์นม (milk and dairy product) 1. นมและผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่ม 200 มล. 2. นมข้นไม่หวาน (นมข้นจืด) (condensed, evaporated, undiluted) 15 มล. 3. นมข้นหวาน (sweetened condensed milk) 20 ก. 4. โยเกิร์ตชนิดครึ่งแข็งครึ่งเหลว 150 ก. 5. โยเกิร์ตชนิดพร้อมดื่ม 150 มล. 6. โยเกิร์ตแช่แข็ง 80 ก. 7. ครีมและครีมเทียม (เหลว) 15 มล. 8. ครีมและครีมเทียม (ผง) 3 ก. 9. ครีมเปรี้ยว 30 ก. 10. ครีมพร่องมันเนย (half & half) 30 มล. 11. ครีมชีสและชีสสเปรด 30 ก. 12. เนยแข็งชนิดคอตเตจ (cottage cheese) 110 ก 13. เนยแข็งชนิดริคอตตาและคอตเตจชนิดแห้ง 55 ก. 14. เนยแข็งชนิดพาร์มีซาน โรมาโน 5 ก. 15. เนยแข็งชนิดอื่น 30 ก. 2 กลุ่มเครื่องดื่ม (พร้อมดื่ม) (Beverage) 1 น้ำผลไม้ 200 มล. 2. เครื่องดื่มจากพืช ผัก และธัญพืช รวมทั้งนมถั่วเหลือง 200 มล. 3. เครื่องดื่มที่มีหรือไม่มีกาซผสมอยู่ (รวมทั้งน้ำบริโภคและน้ำแร่) 200 มล. 4. ชา กาแฟ และเครื่องดื่มอื่น ๆ 200 มล 3 กลุ่มอาหารขบเคี้ยวและขนมหวาน (Snack food and desserts) 1. ข้าวเกรียบ ข้าวโพดคั่ว มันฝรั่งทอด ขนมกรอบ กล้วยฉาบ และ extruded snack ต่าง ๆ 30 ก. 2. ถั่วและนัต (เช่น ถั่วอบเกลือ เมล็ดมะม่วงหิมพานต์อบเกลือ) 30 ก. 3. ช็อกโกแลตและขนมโกโก้ 40 ก. 4. คัสตาร์ด พุดดิ้ง 140 ก. 5. ขนมหวานไทย เช่น สังขยา วุ้น ฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด 80 ก. 6. วุ้นสำเร็จรูปและขนมเยลลี่ 20 ก. 7. ไอศกรีมนม ไอศกรีมดัดแปลง ไอศกรีมผสม รวมทั้งส่วนเคลือบและกรวย 80 ก. 8. ไอศกรีมหวานเย็น น้ำผลไม้แช่แข็ง 80 ก. 9. ไอศกรีมซันเดย์ 80 ก. 10. ลูกอม ลูกกวาด ทอฟฟี่ อมยิ้ม มาร์ชแมลโลว์ 6 ก. 11. หมากฝรั่ง 3 ก. 12. ขนมที่ทำจากธัญพืช ถั่ว นัต และน้ำตาลเป็นหลัก (Grain-based bars) ทั้งชนิดที่มีและไม่มีไส้หรือเคลือบ เช่น Granola bars, rice cereal bars กระยาสารท ถั่วตัด ข้าวพอง ข้าวแตน นางเล็ด 40 ก. 4 กลุ่มอาหารกึ่งสำเร็จรูป (Semi- processed foods) 1. อาหารเส้น กึ่งสำเร็จรูป 50 ก. ได้แก่ บะหมี่กึ่งสาเร็จรูป (instant noodle) เส้นหมี่ วุ้นเส้น ก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ 2. ข้าวต้ม โจ๊ก 50 ก. 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมอบ (Bakery products) 1. ขนมปัง (Bread) 50 ก. 2. บราวนี 30 ก. 3. คุกกี้ 30 ก. 4. เค้ก (cake) - ชนิดหนัก เช่น ชีสเค้ก (cheese cake) เค้กผลไม้ (fruit cake) ซึ่งมีส่วนผสมของผลไม้นัต ตั้งแต่ 35% ขึ้นไป 80 ก. - คัพเค้ก เอแคลร์ ครีมพัฟ ชิฟฟอน สปันจ์เค้กที่มีหรือไม่มีไอซิ่งหรือไส้ 55 ก. 5. เค้กกาแฟ โดนัต และมัฟฟิน 55 ก. 6. ขนมปังกรอบ แครกเกอร์ เวเฟอร์ บิสกิต 30 ก. 7. แครกเกอร์ที่เป็นกรวยไอศกรีม 15 ก. 8. แพนเค้ก 110 ก. 9. วอฟเฟิล 85 ก. 10. พาย เพสตรี้ ทั้งชนิดที่มีและไม่มีไส้ 55 ก. 6 กลุ่มธัญพืชและผลิตภัณฑ์ (Cereal grain products) 1. อาหารเช้าจากธัญพืช (Breakfast cereal) (พร้อมบริโภค) - ที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 20 กรัมต่อ 1 ถ้วย 15 ก. - ที่มีน้ำหนักระหว่าง 20 กรัมถึงน้อยกว่า 43 กรัมต่อ 1 ถ้วย 30 ก. - ที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 43 กรัมขึ้นไปต่อ 1 ถ้วย 55 ก. 2. รำข้าว (Bran) หรือจมูกข้าวสาลี (Wheat germ) 15 ก. 3. แป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว แป้งท้าวยายม่อม และ Cornmeal 30 ก. 4. แป้งข้าวโพด แป้งมันสำปะหลัง แป้งมันฝรั่ง 10 ก. 5. พาสต้า (มะกะโรนี สปาเกตตี และอื่น ๆ) 55 ก. (ดิบ) 140 ก. (ต้มสุก) 25 ก. (ทอดกรอบ) 6. ข้าวเจ้า ข้าวบาร์เล่ย์ 50 ก. (ดิบ) 130 ก. (สุก) 7 กลุ่มอื่น ๆ (Miscellaneous 1. อาหารที่บรรจุกระป๋อง ขวดแก้วที่ปิดสนิท ซองอลูมิเนียมฟอยล์ retort pouch - เนื้อสัตว์ ปลา หอย ในน้ำ น้ำมัน น้ำเกลือ (ไม่รวมของเหลว) 55 ก. - เนื้อสัตว์ ปลา หอย ในซอส เช่น ซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศ 85 ก. - เนื้อสัตว์ ปลา หอย ทอดแล้วบรรจุแบบแห้ง เช่น ปลาเกล็ดขาวทอดกรอบ 25 ก. - เนื้อสัตว์ ปลา หอย ทอดแล้วบรรจุกับของเหลว เช่น หอยลาย ผัดพริก ปลาดุกอุยสามรส 85 ก. - ปลาแอนโชวี 15 ก. - ผัก (ไม่รวมของเหลว) เช่น ถั่วฝักยาวในน้ำเกลือ ข้าวโพดอ่อนในน้ำเกลือ 130 ก. - ผักหรือถั่วในซอส 130 ก. - ผลไม้ (รวมของเหลว) 140 ก. - ซุปพร้อมบริโภคและแกงต่าง ๆ 200 ก. - ซุปสกัด 40 มล. - น้ำกะทิพร้อมบริโภค 80 มล. 2. เบคอน 15 ก. 3. ไส้กรอกที่มีอัตราส่วนความชื้น : โปรตีน น้อยกว่า 2 : 1 เช่น กุนเชียง เปปเปอโรนี รวมทั้งเนื้อสวรรค์ หมูสวรรค์ 40 ก. 4. ไส้กรอกชนิดอื่น ๆ และหมูยอ 55 ก. 5. เนื้อสัตว์แห้ง เช่น หมูหยอง เนื้อทุบ 20 ก. 6. เนื้อสัตว์ดอง รมควัน 55 ก. 7. ผักแช่อิ่มหรือดอง (ไม่รวมของเหลว) 20 ก. 8. ผลไม้แช่อิ่มหรือดอง (ไม่รวมของเหลว) 30 ก. 9. ผลไม้แห้งและผลไม้กวน 30 ก. 10. เนย มาการีน น้ำมัน และไขมันบริโภค 1 ชต. 11. มายองเนส แซนด์วิชสเปรด สังขยาทาขนมปัง เนยถั่ว น้ำพริกเผา 15 ก. 12. น้ำสลัดชนิดต่าง ๆ 30 ก. 13. ซอสสำหรับจิ้ม เช่น ซอสมัสตาร์ด 1 ชต. 14. ซอสที่ใช้กับอาหารเฉพาะอย่าง (entrée sauce) - ซอสสปาเกตตี 125 ก. - ซอสพิซซ่า 30 ก. - น้ำจิ้มสุกี้ 30 ก. - น้ำจิ้มไก่ น้ำจิ้มสะเต๊ะ หน้าตั้ง น้ำปลาหวาน 50 ก. 15. เครื่องปรุงรส - น้ำส้มสายชู น้ำปลา น้ำเกลือปรุงอาหาร 1 ชต. - ซอสมะเขือเทศ ซีอิ๊ว ซอสพริก ซอสมะละกอ ซอสแป้ง ซีอิ๊วหวาน เต้าเจี้ยว 1 ชต. - ซอสเปรี้ยว 1 ชช. - น้ำพริกคลุกข้าว เช่น น้ำพริกตาแดง น้ำพริกสวรรค์ 1 ชต. 16. น้ำผึ้ง แยม เยลลี่ 1 ชต. 17. น้ำเชื่อม เช่น เมเปิลไซรัปและผลิตภัณฑ์ราดหน้าขนมต่าง ๆ 30 มล. 18. น้ำตาล 4 ก. 19. เกลือ (รวมทั้งวัตถุทดแทนเกลือ เกลือปรุงรส) 1 ก. 4.1 วิธีการกำหนดปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภค (1) ใช้หน่วยวัดทั่วไป ได้แก่ ถ้วย แก้ว ชต. (ช้อนโต๊ะ) ชช. (ช้อนชา) ตามความเหมาะสม ของอาหาร แล้วกำกับด้วยน้ำหนักหรือปริมาตรในระบบเมตริกไว้ในวงเล็บด้วย เช่น "หนึ่งหน่วยบริโภค : 1 ขวด (250 มล.) " เว้นแต่ถ้าไม่สามารถใช้หน่วย ถ้วย แก้ว ชต. ชช. จึงจะใชห้ นว่ ย แผ่น ถาด ขวด ชิ้น ผล ลูก หัว หรืออื่น ๆ แล้วแต่กรณี หรือเศษส่วนแทนได้ เช่น ขนมปังชนิดแผ่นใช้ "หนึ่งหน่วยบริโภค : 2 แผ่น (46 กรัม) " อย่างไรก็ตามถ้าไม่สามารถระบุตามปริมาณดังกล่าวข้างต้นได้ หรือผลิตภัณฑ์ที่โดยธรรมชาติมี ขนาดแตกต่างกัน เช่น ปลาทั้งตัว ให้แจ้งน้ำหนักโดยการประมาณขนาดของผลิตภัณฑ์ให้ใกล้เคียงกับ ปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงที่สุด เช่น "หนึ่งหน่วยบริโภค : ประมาณ 1/2 ตัว (80 กรัมรวมซอส) " (2) ถ้าอาหารในภาชนะบรรจุนั้นสามารถบริโภคได้หมดใน 1 ครั้ง ให้ใช้ปริมาณทั้งหมด เช่น "หนึ่งหน่วยบริโภค : 1 กล่อง (200 กรัม) " (3) อาหารที่เป็นหน่วยใหญ่และจะต้องแบ่งรับประทานเป็นชิ้น ๆ (เช่น เค้กพิซซ่า นมเปรี้ยวขนาด 1,000 มล.) ปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคให้ระบุเป็นเศษส่วนของอาหาร โดยใช้ค่าเศษส่วนที่มี น้ำหนักหรือปริมาตรใกล้เคียงกับปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงที่สุด เศษส่วนที่อนุญาตให้ใช้ คือ 1/2 1/3 1/4 1/5 1/6 1/8 ตัวอย่างเช่น เค้ก "หนึ่งหน่วยบริโภค : 1/8 อัน (60 กรัม) " (4) อาหารที่แยกเป็นชิ้นแต่บรรจุรวมกันในภาชนะบรรจุใหญ่ เช่น ขนมปังแผ่นหรือลูกอม โดยแต่ละชิ้นจะมีภาชนะบรรจุแยกจากกันหรือไม่ก็ตาม ปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคที่แสดงบนฉลากของ ภาชนะบรรจุใหญ่ให้กำหนดดังนี้ - ถ้าผลิตภัณฑ์ 1 ชิ้น มีน้ำหนักน้อยกว่า 50% ของปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิง ให้ระบุจำนวนหน่วยที่รวมแล้วได้น้ำหนักใกล้เคียงกับปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงที่สุด - ถ้าผลิตภัณฑ์ 1 ชิ้น มีน้ำหนักมากกว่า 50% แต่น้อยกว่า 200% ของปริมาณ หนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงแต่สามารถรับประทานได้ใน 1 ครั้ง ให้ถือว่า 1 ชิ้นเป็น 1 หน่วยบริโภคได้ - ถ้าผลิตภัณฑ์ 1 ชิ้น มีน้ำหนักเท่ากับหรือมากกว่า 200% ของปริมาณหนึ่งหน่วย บริโภคอ้างอิง แต่สามารถรับประทานได้ใน 1 ครั้ง ให้ถือว่า 1 ชิ้นเป็น 1 หน่วยบริโภค หากไม่สามารถ รับประทานหมดใน 1 ครั้งให้ใช้เกณฑ์ตามข้อ 4.1 (3) แทน (5) อาหารที่มีลักษณะเป็นเนื้อเดียวกัน เช่น แป้ง น้ำตาล หน่วยวัดที่ใช้ต้องเหมาะสม เพื่อให้ปริมาณที่วัดได้ใกล้เคียงกับปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงมากที่สุด เช่น หนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิง ของน้ำตาลเปน็ 4 กรัม ควรวัดด้วยช้อนชาเพื่อให้ได้น้ำหนักใกล้เคียงกับ 4 กรัมมากที่สุด (6) อาหารที่บรรจุในน้ำ น้ำเกลือ น้ำมัน หรือของเหลวอื่นที่ปกติไม่ได้รับประทาน ปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคจะคิดจากส่วนที่เป็นเนื้ออาหาร (drained solid) เท่านั้น 4.2 การปัดเศษของหน่วยวัดทั่วไป เพื่อกำหนดปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภค ถ้วยตวง - ปรับส่วนที่เพิ่มเป็น 1/4 หรือ 1/3 ถ้วย ถ้าส่วนที่เพิ่มมากกว่าหรือเท่ากับ 2 ชต. แต่น้อยกว่า 1/4 ถ้วย ให้แจ้งส่วนที่เพิ่มเป็นจำนวน ชต. ตัวอย่างเช่น "หนึ่งหน่วยบริโภค : 1 ถ้วย 3 ชต. (255 กรัม) " ช้อนโต๊ะ - ถ้าส่วนที่เพิ่มมากกว่าหรือเท่ากับ 1 ชช. แต่น้อยกว่า 1 ชต. ให้แจ้งส่วนที่เพิ่ม เป็นจำนวน ชช. - ระหว่าง 1-2 ชต. สามารถแจ้งส่วนที่เพิ่มเป็น 1 1 1/3 1 1/2 2/3 2 ชต. ช้อนชา - ส่วนเพิ่มน้อยกว่า 1 ชช. ให้แจ้งเพิ่มครั้งละ 1/4 ชช. หมายเหตุ กรณีที่ตวงวัดได้ค่ากึ่งกลางพอดี เช่น 2.5 ชต. (อยู่กึ่งกลางระหว่าง 2 กับ 3 ชต.) สามารถ ปัดขึ้นเป็น 3 ชต. หรือปัดลงเป็น 2 ชต. ก็ได้ 1 ถ้วย = 14 ชต. (ของแข็ง) หรือ 16 ชต. (ของเหลว) 1 ชต. = 3 ชช. 4.3 วิธีกำหนดปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคในระบบเมตริก (1) อาหารเป็นของเหลวให้ใช้หน่วยเป็น มล. (มิลลิลิตร) หรือ ซม.3 (ลูกบาศก์เซนติเมตร) สำหรับอาหารที่มีลักษณะอื่นให้ใช้หน่วยน้ำหนักเป็นกรัม โดยการชั่ง ตวง วัด จริง (2) การปัดเศษปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคในระบบเมตริก - ค่ามากกว่า 5 - ให้ใช้เลขจำนวนเต็ม โดยการปัดเศษให้เป็นเลขจำนวนเต็มที่ใกล้เคียง เช่น น้อยกว่าหรือเท่ากับ 15.5 มล. ปัดเป็น 15 มล. มากกว่า 15.5 มล. ปัดเป็น 16 มล. - ค่าตั้งแต่ 2-5 - ให้ปัดเศษได้ครั้งละ 0.5 เช่น 2.3 กรัม ปัดเป็น 2.5 กรัม หรือ 2.1 กรัม ปัดเป็น 2 กรัม - ค่าน้อยกว่า 2 - ให้ปัดเศษได้ครั้งละ 0.1 (3) ถ้าผลิตภัณฑ์สามารถบริโภคได้หมดภายใน 1 ครั้ง ปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคใน ระบบเมตริก คือ น้ำหนักหรือปริมาตรสุทธิของผลิตภัณฑ์ที่ระบุในฉลากด้านหน้า 4.4 วิธีการกำหนดจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ โดยทั่วไปแล้วคำนวณจากการหาร ปริมาณส่วนที่รับประทานได้ทั้งหมดในภาชนะบรรจุนั้นด้วยปริมาณของหนึ่งหน่วยบริโภค ซึ่งกำหนดได้ตาม วิธีในข้อ 4.1 4.2 และ 4.3 ที่กล่าวแล้ว (1) วิธีการปัดเศษของจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ - กรณีค่าที่ได้อยู่ระหว่าง 2-5 ให้แจ้งจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ โดยปัด เศษทีละ 0.5 ที่ใกล้เคียง เช่น 2 2.5 3 ..... - กรณีค่าที่ได้มากกว่า 5 ให้ปัดเศษเป็นเลขจำนวนเต็ม เช่น 6 7 8 ..... หากค่าที่ได้ อยู่กึ่งกลางพอดี เช่น 7.5 ให้ปัดเป็น 7 เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภค ทั้งนี้หากมีการปัดเศษขึ้นหรือลงให้เพิ่มข้อความ "ประมาณ" กำกับ เช่น ปัดจาก 3.6 เป็น 3.5 ให้ใช้จำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุเป็น "ประมาณ 3.5" (2) ถ้าอาหารทั้งภาชนะบรรจุรวมแล้วมีน้ำหนักน้อยกว่า 50% ของปริมาณหนึ่งหน่วย บริโภคอ้างอิง ให้ระบุจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุเป็น 1 (3) ถ้าอาหารทั้งภาชนะบรรจุรวมแล้วมากกว่า 150% แต่น้อยกว่า 200% ของปริมาณ หนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิง โดยที่ปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงมีค่า 100 ก. (หรือ 100 มล.) หรือมากกว่า ผู้ผลิตสามารถระบุจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุเป็น 1 หรือ 2 ได้ เช่น โยเกิร์ตชนิดครึ่งแข็ง-ครึ่งเหลว กำหนดปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงเป็น 150 ก. ถ้าผลิตภัณฑ์บรรจุ 250 ก. ผลิตภัณฑ์นี้อาจระบุ จำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุเป็น 1 หรือ 2 ก็ได้ 4.5 รูปแบบการแสดงปริมาณอาหารหนึ่งหน่วยบริโภคและจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะ บรรจุ อาหารใดมีการกำหนดปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงไว้แล้วตามบัญชีข้างต้น หรือมิได้กำหนด ปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงไว้โดยตรง แต่มีลักษณะการบริโภคใกล้เคียงกับอาหารในบัญชีดังกล่าว ให้แสดงปริมาณอาหารหนึ่งหน่วยบริโภคโดยใช้หน่วยวัดทั่วไป แล้วกำกับด้วยปริมาณในระบบเมตริก ดังตัวอย่างต่อไปนี้ หนึ่งหน่วยบริโภค : 1 กล่อง (200 มล.) จำนวนหน่วยบริโภคต่อกล่อง : 1 สำหรับอาหารที่ไม่อยู่ในเกณฑ์ข้างตน้ ให้ยกเวน้ การแสดงปริมาณอาหารหนึ่งหนว่ ยบริโภค และจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ และให้แสดงข้อความ "คุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 ก." หรือ "คุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 มล." แทนข้อความ "คุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภค" 1. หนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงคือ 30 กรัม 2. ชั่งข้าวเกรียบให้ได้น้ำหนักใกล้เคียง 30 ก.แล้วนับจำนวนชิ้นได้ 64 ชิ้น 3. ดังนั้นหนึ่งหน่วยบริโภค : 64 ชิ้น (30 กรัม) 4. หาค่าจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ โดยหารน้ำหนักสุทธิ 75 กรัม ด้วยปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภค 30 กรัม ได้ดังนี้ 75 / 30 = 2.5 ดังนั้นจำนวนหน่วยบริโภคต่อถุงเป็น 2.5 5. แสดงข้อมูลบนฉลากดังนี้ หนึ่งหน่วยบริโภค : 64 ชิ้น (30 กรัม) จำนวนหน่วยบริโภคต่อถุง : 2.5 - อาหารนี้ไม่สามารถใช้หน่วยถ้วย แก้ว หรือ ชต. ชช. ได้ จึงใช้หน่วยชิ้นแทน 1. หนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงคือ 1 ชต. 2. ตวงซีอิ๊วขาว 1 ชต. ได้ปริมาตร 15 มล. 3. ดังนั้น หนึ่งหน่วยบริโภค : 1 ชต. (15 มล.) 4. หาค่าจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ โดยหาร ปริมาตรสุทธิ 700 มล. ด้วยปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภค 15 มล. ได้ดังนี้ 700 / 15 = 46.6 ดังนั้นจำนวนหน่วยบริโภคต่อขวดเป็น 47 5. แสดงข้อมูลบนฉลากดังนี้ หนึ่งหน่วยบริโภค : 1 ชต. (15 มล.) จำนวนหน่วยบริโภคต่อขวด : ประมาณ 47 - บัญชีหมายเลข 2 ข้อ 3.7 ลำดับที่ 15 - ค่าที่ได้มากกว่า 5 ให้ปัดเศษเป็นเลข จำนวนเต็ม โดยเพิ่มข้อความ "ประมาณ" กำกับด้วย (บัญชีหมายเลข 2 ข้อ 4.4 (1) ) ตัวอย่างที่ 2 ซีอิ๊วขาวบรรจุขวดแก้วปริมาตร 700 มิลลิลิตร 5. ตัวอย่างการกำหนดปริมาณอาหารหนึ่งหน่วยบริโภคและจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ ตัวอย่างที่ 1 ข้าวเกรียบกุ้งบรรจุถุงพลาสติก น้ำหนักสุทธิ 75 กรัม 4. วิธีการกำหนดปริมาณอาหารหนึ่งหน่วยบริโภคและจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ 3.1 กลุ่มนมและผลิตภัณฑ์ (Dairy products) ลำดับที่ ชนิดอาหาร หนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิง 3. ตารางปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงของผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ 2. จำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ หมายถึง จำนวนครั้งของการบริโภคอาหารนั้นที่มี วิธีการกำหนดปริมาณอาหารหนึ่งหน่วยบริโภคกับจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ 1. หนึ่งหน่วยบริโภค หมายถึง ปริมาณอาหารที่คนไทยปกติทั่วไปรับประทานได้หมดใน
การทดสอบผลิตภัณฑ์นมของคุณวัดได้หรือไม่ ทำไมการรับรองจึงมีความสำคัญ
Does your dairy test measure up? Why certifications matter As a food manufacturer in a rapid-turn environment, you are constantly looking for ways to maintain quality and safety while getting your food to the shelf faster than ever. The dairy industry has seen a lot of new technologies and techniques to detect pathogens and spoilage bacteria since the first Pasteurized Milk Ordinance was passed in 1924. Scientists continue to find new technologies and techniques to detect pathogens in food and beverages. Whether you process milk, butter, ice cream or dry ingredients, you want to know your products are safe. And you want to test quickly and easily without waste. But has your dairy test passed the test? The importance of third-party validations When you select methods to test your food and beverage products, you should ensure that those methods have data to back them up. Rigorous testing reviewed by a third-party agency – and certification from them – lets you know that those methods have been proven effective and accurate. AOAC® International is an independent, third-party association of international government agencies, industry organizations and research institutions. They were established in 1884 as the Association of Official Agricultural Chemists, but they have expanded their membership and mission since then. They develop standards for laboratory testing and provide multiple certifications and validations for food and beverages, baby formula, and more. 3M Food Safety works with AOAC International to validate methods and to reaffirm test kits have a consistently high level of performance. 3M™ Petrifilm™ Plates are used to test for yeasts and mold in dairy and other foods, coliform, and bacterial populations. These methods have all been tested and certified by the AOAC so food manufacturers have assurance that the tests have been approved by an unbiased agent. Read more about the importance of validations What are 3M Petrifilm Plates? For the past 35 years, 3M Petrifilm Plates have served as a potential replacement for traditional agar plates. One 3M Petrifilm Plate is used to replace one agar plate. They are a rehydratable, culture medium system that contains nutrients, a cold-water-soluble gelling agent and indicator dyes that facilitate colony enumeration. They test a wide range of microorganisms including E. coli, Listeria, yeasts, molds, and Staphylococcus aureus. 3M Petrifilm Plates are used for the enumeration of bacteria in environmental monitoring, in-process testing, and finished product testing in the food and beverage industries. Skip the agar: save time and space Who wants to spend time preparing culture-based tests using agar plates? Food safety lab technicians can spend hours preparing Petri dishes for microbial analysis. They can reduce the amount of time spent preparing tests by about 45%. A study of 292 U.S. food-processing plants showed that 3.7 hours of technicians’ time was saved per day by using 3M Petrifilm Plates*. They come ready-to-use and may give you faster results – often half the time that is needed with traditional agar methods. Technicians just follow three simple steps: inoculate – no prep needed, incubate using a compact incubator and interpret by counting colonies easily detected thanks to chromogenic indicators. Plus, 3M Petrifilm Plates are shelf-stable and paper-thin, so that means they last longer and allow for more open room on your countertops and in storage areas. Save water and energy and cut waste You have a commitment to meeting sustainability goals and reducing your environmental footprint. Using 3M Petrifilm Plates can help you meet those goals. Compared to traditional agar methods, a study conducted by the 3M Environmental Laboratory shows that you’ll use 76 percent less energy and 79 percent less water. The study also shows the 3M Petrifilm Plates result in 75 percent less greenhouse gas and produce 66 percent less waste than agar methods. That’s good news for everyone. Calculate your sustainability savings If you are using traditional agar plate testing, take a look at 3M Petrifilm Plates for dairy. They are easy to use – no time-consuming prep – and have a stable shelf-life. These paper-thin plates can also help you meet your sustainability goals by using less water and less energy and reducing greenhouse gas emissions. What are you waiting for? Learn more about 3M Petrifilm Plates. Learn more about environmental monitoring Learn more about the importance of environmental monitoring and the steps you can take to be more proactive about food safety inyour facility. Download the full handbook by visiting 3M Environmental Monitoring. Need more information on the total 3M Food Safety testing solution? Simply reach out and we’ll be happy to help you with any questions you have. Adherence to industry regulations and keeping your dairy facility free of spoilage or pathogenic microorganisms continue to remainimportant. 3M Food Safety has developed a total solution to help industry professionals along each stage of the food processing journey. REQUEST A DEMO Contact Detail: 3M Food Safety Department 3M Thailand Limited 159 Asokemontri Rd., Klongtoey Nue, Wattana, Bangkok 10110 | Thailand Tel: 0 2260 8577, M: 098-582 4428 Ms. Narisara Wanigorn E-Mail: nwanigorn@mmm.com Ms. Masinee Likhitrattanapaiboon E-Mail: maneelik@mmm.com Ms. Narunras (Kavisra) BhuyothinE-Mail: kbhuyothin@mmm.com คุณมั่นใจการทดสอบผลิตภัณฑ์นมหรือไม่? ทำไมการรับรองจึงมีความสำคัญ ในฐานะผู้ผลิตอาหารภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คุณกำลังมองหาวิธีที่จะรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งสามารถนำอาหารออกจำหน่ายได้เร็วกว่าเดิมหรือไม่ ตั้งแต่กฎหมายนมพาสเจอร์ไรส์ฉบับแรกผ่านในปี 1924 เราก็ได้เห็นเทคโนโลยีและเทคนิคใหม่ๆ มากมายในการตรวจหาเชื้อก่อโรคและแบคทีเรียที่ทำให้อาหารเน่าเสียในวงการอุตสาหกรรมนม นักวิทยาศาสตร์ยังคงคิดค้นเทคโนโลยี และเทคนิคใหม่ๆ ในการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารและเครื่องดื่ม ไม่ว่าคุณจะทำการแปรรูปนม เนย ไอศกรีม หรือส่วนผสมแห้ง คุณต้องรู้ว่าผลิตภัณฑ์ของคุณปลอดภัยหรือไม่ และคุณต้องการการทดสอบที่รวดเร็วและง่ายโดยไม่สิ้นเปลือง แต่ผลิตภัณฑ์นมของคุณผ่านการทดสอบหรือไม่ การตรวจสอบความถูกต้องโดยผู้ตรวจสอบอิสระจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เมื่อคุณเลือกวิธีการทดสอบผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มของคุณ คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าวิธีการเหล่านั้นมีข้อมูลสนับสนุนเพียงพอ การทดสอบอย่างเข้มงวดที่ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานอิสระ ช่วยให้คุณทราบว่าวิธีการทดสอบเหล่านั้นมีประสิทธิภาพและถูกต้อง AOAC® International คือองค์กรอิสระที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐบาลระหว่างประเทศ องค์กรอุตสาหกรรม และสถาบันการวิจัย ก่อตั้งขึ้นในปี 1884 ในฐานะสมาคมนักเคมีเกษตรอย่างเป็นทางการ และได้ขยายการเป็นสมาชิกและภารกิจตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จากนั้นได้พัฒนามาตรฐานสำหรับการทดสอบทางห้องปฏิบัติการ ให้การรับรองและการตรวจสอบที่หลากหลายสำหรับอาหารและเครื่องดื่ม อาหารสูตรสำหรับทารก และอื่นๆ อีกมากมาย ความปลอดภัยด้านอาหารของ 3เอ็ม ทำงานร่วมกับ AOAC International ในการตรวจสอบวิธีการทดสอบ และรับรองยืนยันชุดการทดสอบว่ามีประสิทธิภาพอยู่ในระดับสูงมาอย่างต่อเนื่อง แผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูป 3M™ Petrifilm™ Plates ใช้สำหรับทดสอบยีสต์และราในนมและอาหารอื่นๆ รวมถึงเชื้อโคลิฟอร์ม และจำนวนเชื้อแบคทีเรียทั่วไป วิธีการทดสอบเหล่านี้ได้รับการทดสอบและรับรองโดย AOAC เพื่อให้ผู้ผลิตอาหารมีความมั่นใจว่าการทดสอบได้รับการอนุมัติโดยองค์กรอิสระที่เป็นกลาง ข้อมูลเพิ่มเติมความสำคัญของการตรวจสอบความถูกต้อง แผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปของ 3เอ็ม คืออะไร ตลอดระยะเวลา 35 ปีที่ผ่านมา แผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปของ 3เอ็ม ได้ถูกนำมาใช้ทดแทนจานอาหารเลี้ยงเชื้อแบบดั้งเดิมแผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปของ 3เอ็ม หนึ่งแผ่นถูกใช้แทนจานอาหารเลี้ยงเชื้อ 1 จาน แผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อแห้งสำเร็จรูป มีอาหารเลี้ยงเชื้อที่อุดมไปด้วยสารอาหาร เจลที่ละลายได้ในน้ำเย็น และสารบ่งชี้ที่ทำให้เกิดสีซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการนับจำนวนโคโลนีของเชื้อ สามารถทดสอบจุลินทรีย์ได้หลากหลายชนิดรวมถึง เชื้ออีโคไล เชื้อลิสทีเรีย ยีสต์ รา และ เชื้อสแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส แผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปของ 3เอ็ม ใช้ในการนับจำนวนแบคทีเรียในการตรวจสอบเฝ้าระวังด้านสิ่งแวดล้อม การทดสอบระหว่างกระบวนการผลิต และการทดสอบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เปลี่ยนการใช้อาหารเลี้ยงเชื้อแบบเดิมๆ กันเถอะ ประหยัดเวลา และพื้นที่ ไม่มีใครอยากเสียเวลาในการเตรียมการทดสอบเชื้อจุลินทรีย์โดยการใช้จานอาหารเลี้ยงเชื้อ ผู้ทดสอบของห้องปฏิบัติการเพื่อความปลอดภัยด้านอาหาร ใช้เวลาวันละหลายชั่วโมงในการเตรียมอาหารเลี้ยงเชื้อเพื่อการวิเคราะห์จุลินทรีย์ พวกเขาสามารถลดระยะเวลาที่ใช้ในการเตรียมการทดสอบลงได้ประมาณ 45% การศึกษาในโรงงานอาหารแปรรูปจำนวน 292 แห่งในสหรัฐอเมริกาแสดงให้เห็นว่า ผู้ทดสอบประหยัดเวลาถึง 3.7 ชั่วโมงต่อวัน เมื่อใช้แผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปของ 3เอ็ม* แผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปจำหน่ายในรูปแบบพร้อมใช้งาน ให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ใช้เวลาเพียงครึ่งเดียวของการทดสอบด้วยวิธีการเลี้ยงเชื้อแบบดั้งเดิม ผู้ทดสอบเพียงทำตาม 3 ขั้นตอนง่ายๆหยดตัวอย่าง – โดยไม่จำเป็นต้องเตรียมการใดๆ แล้วนำไปบ่มในตู้บ่มเพาะเชื้อขนาดกะทัดรัด และอ่านผลได้อย่างง่ายดายโดยการนับจำนวนจุลินทรีย์ซึ่งมีสารบ่งชี้ที่ทำให้เกิดสี ยิ่งไปกว่านั้นแผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปของ 3เอ็ม มีอายุการเก็บรักษาได้นาน และมีขนาดบางเท่ากระดาษ ทำให้เก็บไว้ได้ยาวนาน แถมประหยัดพื้นที่การจัดเก็บ ทำให้ไม่กินพื้นที่บนโต๊ะทำงาน ประหยัดการใช้น้ำและพลังงาน รวมถึงลดปริมาณของเสีย หากคุณมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาอย่างยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การใช้แผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปของ 3เอ็ม สามารถช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น จากการศึกษาที่ดำเนินการโดยห้องปฏิบัติการสิ่งแวดล้อมของ 3เอ็ม พบว่าเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการเพาะเลี้ยงเชื้อแบบดั้งเดิม คุณจะใช้พลังงานน้อยลง 76% และใช้น้ำลดลง 79% การศึกษายังแสดงให้เห็นด้วยว่าแผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปของ 3เอ็ม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงถึง 75% และลดปริมาณขยะลง 66% เมื่อเทียบกับวิธีการเลี้ยงเชื้อแบบดั้งเดิม ซึ่งนับเป็นข้อดีมากๆ คำนวณว่า 3เอ็ม ช่วยคุณประหยัดการใช้ทรัพยากรได้อย่างไร หากคุณกำลังทดสอบผลิตภัณฑ์นมด้วยจานอาหารเลี้ยงเชื้อแบบดั้งเดิม ลองศึกษาแผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปของ 3เอ็ม ใช้งานง่าย ไม่ต้องเสียเวลาในการเตรียมการ และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน นอกจากนี้ แผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อขนาดบางเท่ากระดาษนี้ ยังช่วยคุณให้บรรลุเป้าหมายความยั่งยืนด้วยการประหยัดน้ำและพลังงาน อีกทั้งยังลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย ไม่ต้องลังเล เปลี่ยนมาใช้ 3เอ็มได้เลยตอนนี้ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปของ 3เอ็ม เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อม เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความสำคัญของการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อม และขั้นตอนเชิงรุกที่คุณสามารถดำเนินการได้มากขึ้นเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหารในโรงงานของคุณ ดาวน์โหลด คู่มือฉบับสมบูรณ์ได้ที่การตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมของ 3เอ็ม คุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัยด้านอาหารแบบครบวงจรของ 3เอ็ม หรือไม่ ง่ายๆ เพียงติดต่อเรา เรายินดีอย่างยิ่งที่จะช่วยเหลือคุณในทุกๆ คำถามที่คุณมี การปฏิบัติตามกฎระเบียบอุตสาหกรรม และการทำให้โรงงานผลิตนมของคุณปลอดจากการเน่าเสีย หรือเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคยังคงเป็นสิ่งสำคัญ ความปลอดภัยด้านอาหารของ 3เอ็ม ได้พัฒนานวัตกรรมที่ครบวงจรเพื่อช่วยอุตสาหกรรมอย่างผู้เชี่ยวชาญในทุกๆ ขั้นตอนตลอดเส้นทางการแปรรูปอาหาร สนใจทดลองผลิตภัณฑ์ รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ แผนกผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัยของอาหาร (Food Safety) บริษัท 3เอ็ม ประเทศไทย จำกัด ชั้น 12 อาคารเสริมมิตรทาวเวอร์ 159 ถนนอโศกมนตรี แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 โทรศัพท์: 0 2260 8577, 098-582 4428 คุณนริสรา วานิกร อีเมล์: nwanigorn@mmm.com คุณเมสิณี ลิขิตรัตนไพบูลย์ อีเมล์: maneelik@mmm.com คุณณรัณรัชต์ ภู่โยธิน อีเมล์: kbhuyothin@mmm.com
GMP ผู้ผลิตอาหารใดต้องปฏิบัติตาม
อาหารดังต่อไปนี้ เป็นอาหารที่กำหนดให้ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 193) พ.ศ.2543 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 239) พ.ศ.2544 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประกาศ กระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 193) พ.ศ.2543 อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็ก อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก นมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก น้ำแข็ง น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท นมโค นมเปรี้ยว ไอศกรีม นมปรุงแต่ง ผลิตภัณฑ์ของนม วัตถุเจือปนอาหาร สีผสมอาหาร วัตถุที่ใช้ปรุงแต่งรสอาหาร โซเดียมซัยคลาเมตและอาหารที่มีโซเดียมซัยคลาเมต อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ชา กาแฟ น้ำปลา น้ำแร่ธรรมชาติ น้ำส้มสายชู น้ำมันและไขมัน น้ำมันถั่วลิสง ครีม น้ำมันเนย เนย เนยแข็ง กี เนยเทียมอาหารกึ่งสำเร็จรูป ซอสบางชนิด น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว เครื่องดื่มเกลือแร่ น้ำนมถั่วเหลืองในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท (ยกเว้นที่มีสถานที่ผลิตที่ไม่เข้าลักษณะเป็นโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน) ช็อกโกแลต แยม เยลลี มาร์มาเลด ในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท อาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ ไข่เยี่ยวม้า รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี ผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ได้จากการย่อยโปรตีนของถั่วเหลือง น้ำผึ้ง (ยกเว้นที่มีสถานที่ผลิตที่ไม่เข้าลักษณะเป็นโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน) ข้าวเติมวิตามิน แป้งข้าวกล้อง น้ำเกลือปรุงอาหาร ซอสในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ขนมปัง หมากฝรั่งและลูกอม วุ้นสำเร็จรูปและขนมเยลลี ผลิตภัณฑ์กระเทียม ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ วัตถุแต่งกลิ่นรส อาหารแช่เยือกแข็งที่ได้ผ่านการเตรียม (prepared) และหรือการแปรรูป (processed)
สมัครสมาชิก

สนับสนุนโดย / Supported By

  • บริษ้ท มาเรล ฟู้ดส์ ซิสเท็ม จำกัด จัดจำหน่ายเครื่องจักรและอุปกรณ์การแปรรูปอาหาร เช่น ระบบการชั่งน้ำหนัก, การคัดขนาด, การแบ่ง, การตรวจสอบกระดูก และการประยุกต์ใช้ร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ พร้อมกับบริการ ออกแบบ ติดตั้ง กรรมวิธีการแปรรูปทั้งกระบวนการ สำหรับ ผลิตภัณฑ์ ปลา เนื้อ และ สัตว์ปีก โดยมีวิศวกรบริการและ สำนักงานตั้งอยู่ที่กรุงเทพ มาเรล เป็นผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกของอุปกรณ์การแปรรูปอาหารที่ทันสมัย​​ครบวงจรทั้งระบบ สำหรับอุตสาหกรรม ปลา กุ้ง เนื้อ และสัตว์ปีก ต่างๆ เครื่องแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก Stork และ Townsend จาก Marel อยู่ในกลุ่มเครื่องที่เป็นที่ยอมรับมากที่สุดในอุตสาหกรรม พร้อมกันนี้ สามารถบริการครบวงจรตั้งแต่ต้นสายการผลิตจนเสร็จเป็นสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยสำนักงานและบริษัทสาขามากกว่า 30 ประเทศ และ 100 เครือข่ายตัวแทนและผู้จัดจำหน่ายทั่วโลก ที่พร้อมทำงานเคียงข้างลูกค้าเพื่อขยายขอบเขตผลการแปรรูปอาหาร Marel Food Systems Limited. We are supply weighing, grading, portioning, bone detection and software applications as well as complete turn-key processing solutions for fish, meat and poultry. We have service engineer and office in Bangkok. Marel is the leading global provider of advanced food processing equipment, systems and services to the fish, meat, and poultry industries. Our brands - Marel, Stork Poultry Processing and Townsend Further Processing - are among the most respected in the industry. Together, we offer the convenience of a single source to meet our customers' every need. With offices and subsidiaries in over 30 countries and a global network of 100 agents and distributors, we work side-by-side with our customers to extend the boundaries of food processing performance.
  • We are well known for reliable, easy-to-use coding and marking solutions which have a low total cost of ownership, as well as for our strong customer service ethos. Developing new products and a continuous programme of improving existing coding and marking solutions also remain central to Linx's strategy. Coding and marking machines from Linx Printing Technologies Ltd provide a comprehensive solution for date and batch coding of products and packaging across manufacturing industries via a global network of distributors. In the industrial inkjet printer arena, our reputation is second to none. Our continuous ink jet printers, laser coders, outer case coders and thermal transfer overprinters are used on production lines in many manufacturing sectors, including the food, beverage, pharmaceutical, cosmetics, automotive and electronic industries, where product identification codes, batch numbers, use by dates and barcodes are needed. PTasia, THAILAND With more than 3,700 coding, marking, barcode, label applicator, filling, packing and sealing systems installed in THAILAND market. Our range is includes systems across a wide range of technologies. To select the most appropriate technology to suit our customers. An excellent customer service reputation, together with a reputation for reliability that sets standards in the industry, rounds off the PTAsia offering and provides customers with efficient and economical solutions of the high quality. Satisfyingcustomers inTHAILAND for 10 years Our 1,313 customers benefit from our many years of experience in the field, with our successful business model of continuous improvement. Our technical and service associates specialise in providing individual advice and finding the most efficient and practical solution to every requirment. PTAsia extends its expertise to customers in the food, beverage, chemical, personal care, pharmaceutical, medical device, electronics, aerospace, military, automotive, and other industrial markets.
  • วิสัยทัศน์ของบริษัท คือ การอยู่ในระดับแนวหน้า "ฟอร์ฟร้อนท์" ของเทคโนโลยีประเภทต่างๆ และนำเทคโนโลยีนั้นๆ มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมและกระบวนการผลิตในประเทศไทย เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้า บริษัท ฟอร์ฟร้อนท์ ฟู้ดเทค จำกัด เชื่อมั่นและยึดมั่นในอุดมการณ์การดำเนินธุรกิจ กล่าวคือ จำหน่าย สินค้าและให้บริการที่มีคุณภาพสูง ซึ่งเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า ด้วยความซื่อสัตย์และความตรงต่อเวลา เพื่อการทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จร่วมกันระยะยาว Our vision is to be in the "forefront" of technology in its field and suitably apply the technology to industries and production in Thailand for customers' utmost benefits. Forefront Foodtech Co., Ltd. strongly believes in and is committed to our own business philosophy which is to supply high quality products and service appropriately to each customer's requirements with honesty and punctuality in order to maintain long term win-win business relationship. Forefront Foodtech Co., Ltd. is the agent company that supplies machinery and system, install and provide after sales service as well as spare parts. Our products are: Heinrich Frey Maschinenbau Gmbh, Germany: manufacturer of vacuum stuffers and machinery for convenient food Kronen GmbH, Germany: manufacturer of machinery for vegetable and fruits from washing to packing Nock Fleischerei Maschinenbau GmbH, Germany: manufacturer of skinning machines, membrane skinning machine, slicers and scale ice makers K + G Wetter GmbH, Germany: manufacturer of grinders and bowl cutters Ness & Co. GmbH, Germany: manufacturer of smoke chambers, both stand alone and continuous units Dorit DFT GmbH, Germany: manufacturer of tumblers and injectors Maschinenfabrik Leonhardt GmbH, Germany: manufacturer of dosing and filling equipment