News and Articles

อาหารเป็นพิษ ภัยเงียบใกล้ตัว ที่เราป้องกันได้

อาหารเป็นพิษ ภัยเงียบใกล้ตัว ที่เราป้องกันได้


หมวดหมู่: มาตรฐานอาหาร [คุณภาพและ มาตรฐานอาหาร]
วันที่: 14 มิถุนายน พ.ศ. 2554

โลกทั้งโลกตะลึงกับ ข่าวการระบาดของเชื้อแบคทีเรีย Escherichia coliที่ทำให้คนเยอรมัน เสียชีวิตขณะนี้ ถึง20กว่าคนแล้ว และยังมีผู้ป่วยอีกมากว่า 2000 คน ข่าวนี้ อาจสะกิดหัวใจคนไทยหลายคนว่า เพราะเหตุใดประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างเยอรมันนีประเทศที่ทั่วโลกต่าง ก็ยกย่องถึงความเจริญในด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดสะอ้านของบ้านเมืองจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อาหารเป็นพิษ จากแตงกวา และผักสด ที่เรากินกันทุกวันทำให้ผู้คนล้มตายจำนวนมากแล้วยังข่าวจากประเทศจีน นมปนเปื้อนไนเตรท ไข่ปลอม เนื้อหมูปลอม ตามด้วย.... แตงโมบึ้ม แล้วอะไรจะตามมาก็คาดไม่ถูก

แล้วก็ต้องมาตกใจกับข่าวโรงชำแหระไก่เถื่อนที่โคราช

เราฐานะคนไทย ที่ประกาศตัวว่าเป็นครัวของโลก เป็นแหล่งผลิตอาหารสำคัญ ส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก มีสถาบันการศึกษามากมายที่เปิดสอนด้านอาหาร เราคงย้อนกลับมามองอาหารที่คนไทยเรากินกันทุกวัน เริ่มต้นจากอาหารในโรงอาหารของสถานศึกษา อาหารในตลาด อาหารข้างถนน จากร้านค้าปลีก ซุปเปอร์มาเกต มีอะไรบ้างที่เป็นอันตรายในอาหาร (food hazard)

ชะตากรรมของคนไทยและ เยาวชน ลูกหลานเรา อยู่ที่ไหน เราฝากชีวิตไว้ในมือใคร

นักศึกษาที่กำลังศึกษาด้านอาหาร ทั้งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการอาหาร วิศวกรรมอาหาร คหกรรมศาตร์ การจัดการอาหาร เชฟ และสาขาที่เกี่ยวข้อง ต้องเป็นกำลังหลัก เป็นความหวังของประเทศไทย ที่คนไทยฝากชะตาชีวิตไว้ เราค่อยๆ เรียนรู้กับไปอย่างมีสติ ไม่ต้องตื่นตระหนก เราค่อยๆ ปรับกันไปจากเรื่องใกล้ตัวช่วยกันในสิ่งที่เราช่วยได้ เริ่มต้นเพียงแค่สนใจสังเกตุสิ่งที่เรากินเข้าไป หาความรู้รวบรวมความรู้ แล้วแสดงความคิดเห็น ใช้เครื่องมือสื่อสาร ที่เรามีให้เป็นประโยชน์ชี้นำให้สังคม

อย่าทำเป็น ...

ไม่รู้ ไม่ชี้... แต่เราต้องหาความรู้ให้ตัวเรา

รู้ ก่อนถึง ชี้ ได้

พราะถ้า เรา รู้ แล้ว ไม่ชี้ นิ่งดูดาย

เราก็จะได้รับอันตรายก่อนใคร

ถ้า " ไม่รู้ .... แล้วชี้ " อาจทำให้ตื่นตระหนก เกินเหตุ แบบนี้ ไง ฮาดี แต่ตกเป็นเหยื่อโฆษณาได้ง่าย

สุดท้ายแล้วเราก็จะมีคำตอบว่าเราฝากชีวิตไว้กับตัวเราเอง และคนอื่นๆ ก็ฝากชีวิตไว้กับเราด้วย เพราะ เมื่อใดก็ตาม ที่คนไทยมีความรู้ เรื่องอาหารมากขึ้นผู้บริโภค จะส่วนร่วมสำคัญ ในการกำหนดมาตรการเรื่องความปลอดภัยในอาหาร (food safety)

You are, what you eat. อาหารคือกำลังของชีวิตผู้มีส่วนร่วมรณรงค์ให้อาหารสะอาดและ อาหารปลอดภัย (food safety) จะมีอานิสงฆ์ให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง มีกำลังกายเข้มแข็ง นะคะ และที่สำคัญ ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก (ของใครก็ไม่รู้...... หากันเองนะคะ)

บทความที่เกี่ยวข้อง



ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
นมปนเปื้อน ไข่ปลอม หมูปลอม ตามด้วย.... แตงโมบึ้ม
นมปนเปื้อนไนเตรท แฟ้มภาพเมื่อปี 2551 เจ้าหน้าที่ทางการจีนกำลังเตรียมทำลายผลิตภัณฑ์นมปนเปื้อนสารเมลามีน ทั้งนี้ สำนักข่าวซินหวา รายงาน (8เม.ย.) ว่า พบผู้เสียชีวิต และมีอาการป่วย จากการดื่มนมปนเปื้อนไนเตรต รวม 38 คน (ภาพรอยเตอร์) ที่มา http://www.manager.co.th/china/ViewNews.aspx?NewsID=9540000044211 เอเยนซี - สำนักข่าวซินหวา รายงาน (8 เม.ย.2554 ) ว่า พบผู้เสียชีวิต และมีอาการป่วยจากการดื่มนมปนเปื้อนไนเตรต (nitrate) รวม 38 คน นับเป็นเหตุอื้อฉาวล่าสุดที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์นมของจีนสำนักข่าวซินหวาอ้างคำกล่าวของสำนักงานสาธารณสุขและรัฐบาลท้องถิ่น ว่า ผู้เสียชีวิตจากการดื่มนมปนเปื้อนดังกล่าว เป็นเด็ก 3 คน ขณะที่ผู้ที่มีอาการป่วยอีกจำนวน 35 คน เกือบทั้งหมดเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี ซึ่งขณะนี้ได้รับการนำตัวส่งโรงพยาบาลเมืองผิงเลี่ยง มณฑลกานซู่ เป็นที่เรียบร้อยการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้ป่วยได้ดื่มนมที่มาจากฟาร์มโคนมท้องถิ่น 2 แห่ง ซึ่งมีส่วนผสมของไนเตรต (nitrate) ซึ่งเป็นวัตถุเจือปนอาหาร (food additive) ที่ใช้ เพื่อการถนอมอาหารประเภทเนื้อสัตว์เช่น แหนม ไส้กรอก เบคอนสำนักข่าวซินหวา รายงานว่า ขณะนี้ฟาร์มโคนม 2 แห่งดังกล่าวถูกสั่งปิดและกำลังถูกสอบสวนเพื่อดำเนินคดีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานประเมินคุณภาพ ตรวจจับและกักกันของจีนฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพของบริษัทผู้ผลิตสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์นม โดยสั่งระงับการผลิตและริบใบอนุญาตคืนจากบริษัทผู้ผลิตสินค้าดังกล่าวนับร้อยแห่ง หลังจากพบว่า บรรดาบริษัทฯดังกล่าวไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินคุณภาพแม้ว่ารัฐบาลได้เร่งตรวจสอบและลุยจับกุมผู้ต้องสงสัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์นมปนเปื้อน พร้อมกับให้คำมั่นว่าจะกวาดล้างผลิตภัณฑ์ดังกล่าว แต่ทว่าผลิตภัณฑ์นมปนเปื้อนเมลามีน ก็ยังคงปรากฏอยู่ตามท้องตลาดจากข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ ระบุ การบริโภคไนเตรตจะทำให้มีอาการคลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ หายใจติดขัด และชัก จีนผวาสารเคมีค้างผลไม้หลังแตงโมบึ้ม ปักกิ่ง- ปริศนาแตงโมปริแตกหลายร้อยไร่ ตอกย้ำจีนแก้ไม่ตกปัญหาความไม่ปลอดภัยด้านอาหาร (food safety) ผู้บริโภคเริ่มสงสัยกรรมวิธิผลิตผลไม้ลูกโต ที่มา http://news.sanook.com/1023649-พบแตงโมระเบิดในจีน-เสียหายหลายร้อยไร่.html สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันพุธ (18 พ.ค.) ว่าปรากฏการณ์ประหลาดในไร่แตงโมประมาณ 280 ไร่ ในเมืองตันหยาง มณฑลเจียงซู ทางตะวันออกของจีน เสียหายย่อยยับ เมื่อผลแตงโมเกิด ปริแตก หลังจากเกษตรกรผู้ปลูก ฉีดพ่นฟอร์คลอเฟนูรอน ซึ่งเป็นสารเร่งขนาดผลไม้นั้น ถูกมองว่าเป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่ชี้ว่าภาคเกษตรกรรมของจีน เสพติดการใช้สารเคมี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังคงล้มเหลวในการกำกับดูแล รัฐบาลจีนรับปากดำเนินมาตรการเด็ดขาด หลังกรณีอื้อฉาวนมผงเด็กมีการปนเปื้อนสารเมลามีน ทำให้เด็กทารกเสียชีวิต 6 คนและล้มป่วยอีก 3 แสนคน ในปี 2551แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้ ยังมีรายงานเป็นระยะที่เกี่ยวข้องกับอาหารอันตราย (food hazard) โดยเฉพาะอย่างยิ่งอันตรายทางเคมี (chemical hazard) เช่น เนื้อหมูปนเปื้อน นมเป็นพิษ ถั่วงอกเปื้อนสารไนเตรทก่อโรคมะเร็ง หมั่นโถวย้อมสีเอามาเวียนขายหรือผสมยากันบูด (preservative) ต้องห้ามและข้าวสารเปื้อนโลหะหนัก รัฐบาลจีนรับปากดำเนินมาตรการเด็ดขาด หลังกรณีอื้อฉาวนมผงเด็กมีการปนเปื้อนสารเมลามีน ทำให้เด็กทารกเสียชีวิต 6 คนและล้มป่วยอีก 3 แสนคน ในปี 2551แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้ ยังมีรายงานเป็นระยะที่เกี่ยวข้องกับอาหารอันตราย (food hazard) โดยเฉพาะอย่างยิ่งอันตรายทางเคมี (chemical hazard) เช่น เนื้อหมูปนเปื้อน นมเป็นพิษ ถั่วงอกเปื้อนสารไนเตรทก่อโรคมะเร็ง หมั่นโถวย้อมสีเอามาเวียนขายหรือผสมยากันบูด (preservative) ต้องห้ามและข้าวสารเปื้อนโลหะหนัก ทั้งนี้ ฟอร์คลอเฟนูรอน เป็นวัตถุอันตรายทางการเกษตร (pesticide) ซึ่งไม่ใช่สารต้องห้ามในจีน ส่วนในสหรัฐอนุญาตให้ใช้ในการปลูกองุ่น และกีวี ผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรในจีน กล่าวว่า ตามปกติ ผลแตงโมจะแตกประมาณร้อยละ 10 ในครั้งนี้ อาจเป็นเพราะฝนที่จูๆ ก็ตกลงมาอย่างหนัก กับการใช้เมื่อผลแตงโมเริ่มมีขนาดใหญ่แล้ว ทำให้แตกโมปริแตกเกือบหมดไร่ กระนั้น เกษตรกรบางคนยืนยันว่าไม่ได้ฉีดสารเคมีแต่ก็เผชิญปัญหาเช่นกัน หลิว หมิงกัว เปิดเผยกับซีซีทีวีว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ค. เขานับแตงโมระเบิดได้ 80 ผล แต่ต่อมาในช่วงบ่ายมีแตงโมระเบิดเสียหายมากถึง 100 ผล โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น 1 วันหลังจากเขาพ่นสารเคมีในไร่แตงโม และหลังเกิดเหตุ 2 วัน เขาก็ไม่ได้นับจำนวนแตงโมแตกอีกเลย แต่ประเมินว่าแตงโมกว่า 2 ใน 3 ของผลผลิตทั้งหมดได้รับความเสียหายจากปรากฎการณ์นี้ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ผลไม้เปื้อนฟอร์คลอเฟนูรอน ปลอดภัยสำหรับการรับประทาน แต่ผู้บริโภคอดกังวลใจไม่ได้ เช่น ชาวเมืองนานกิงคนหนึ่งใกล้เมืองตันหยางกล่าวว่า วิตกว่าผลไม้สวยๆ หน้าตาน่ารับประทานบางชนิด มีสารเคมีตกค้างอยู่และไม่ปลอดภัย ส่วนชาวเมืองอีกคน เริ่มสงสัยเช่นกันว่า ผลไม้ลูกโตๆ ที่พบเห็นทั่วไปตามตลาดจีน เช่น สตรอเบอร์รี่ขนาดเท่ากับลูกปิงปอง หรือองุ่นลูกเท่าไข่ไก่นั้น มีที่มาอย่างไร เนื้อหมูปลอม ไปเมืองจีน..ระวัง..อันตราย..ร้านอาหารในจีน ใช้สารเปลี่ยนเนื้อหมูให้เป็นเนื้อวัว VDO การทำเนื้อหมู VDO การทำไข่ปลอม
เด็ก 4 ขวบ ขุดมันสำปะหลังมาทอดกินตาย
ด.ญ.4 ขวบราชบุรีขุดมันสำปะหลังมาทอดกินตาย ที่มา คมชัดลึก เรื่องราวที่ เกี่ยวข้องกับอันตรายทางเคมี (chemical hazard) คือสารไซยาไนด์ ที่มีอยู่ตามธรรมชาติในมันสำปะหลัง เป็นอันตรายในอาหาร (food hazard) เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และความยากจน เด็กน้อยเอามาทอดกิน เพราะการทอดไม่สุก สารพิษไม่ถูกทำลาย ทำให้เด็กหญิงน้อย อายุเพียว 4 ขวบต้องเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจ นี่หรือชีวิต ความจนเป็นทุกข์ในโลก เฮ้อ imageที่มา คมชัดลึก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 4 ม.ค.55 ร.ต.ท.จรินทร์ เที่ยงธรรม ร้อยเวร สภ.จอมบึง จ.ราชบุรีได้รับแจ้งเหตุมีเด็กหญิง อายุ 4 ปี เสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 95 บ้านรางดอกอาว หมู่ 3 ต.รางบัว อ.จอมบึง ที่เกิดเหตุเป็นโรงเรือนไม้ชั้นเดียว อยู่กลางไร่มันสำปะหลัง ภายในบ้านใช้ผ้าตาข่ายสีเขียวกันเป็นห้องนอนเล็ก ๆ หลายห้อง กางเต็นท์นอนจำนวน 6 หลัง และที่ด้านข้างบ้านซึ่งมีที่นอนสำหรับเด็ก พบศพเด็กหญิงสุทธิดา แซ่อิ๋ว อายุ 4 ปี สภาพศพนอนหนุนหมอนข้างใบเล็ก และมีผ้าขนหนูผืนเล็ก ๆ ห่มอยู่กับพื้น จากการตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลใด ๆ นายวรวิทย์ คลี่สุนทร อายุ 23 ปี ซึ่งอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว เปิดเผยว่า บ้านหลังนี้มีแต่เด็กๆ อยู่รวมทั้งตนเองด้วย 5 คน เป็นเด็กหญิง 3 คน ชาย 2 คน ทุกคนล้วนเป็นลูกของคนยากคนจน ถูกนำมาฝากเลี้ยงที่นี่ ส่วนผู้ใหญ่ที่ดูแลอยู่นั้นชื่อ นางกนกอร เจริญทรัพย์ ขณะนี้เดินทางไปทำธุระที่ต่างจังหวัดยังไม่กลับ ตนกับน้องทั้ง 4 คน จึงอยู่ตามลำพัง และเมื่อช่วงเย็นวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา เด็กหญิงทั้ง 3 คน ได้เข้าไปขุดมันสำปะหลังในไร่ นำมาทอดกิน จากนั้น ช่วงกลางคืนเริ่มมีอาการอาเจียน ซึ่ง ด.ญ.สุทธิดา นั้นมีอาการอาเจียนมากที่สุด แต่ตนคิดว่าไม่เป็นอะไรมาก กระทั่งช่วงเช้าจึงพบว่าเสียชีวิตแล้ว ทั้งนี้ตำรวจได้ส่งตัวเด็กที่เหลือทั้งหมดไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจอมบึง เนื่องจากในมันสำปะหลังนั้น มีสารไฮโดรไซยานิค ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย ถ้าหากได้รับเข้าไปมาก ก็จะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ เบื้องต้นสำหรับเด็กหญิงที่เสียชีวิตนั้น คาดว่าอาจจะทานมันสำปะหลังทอดที่มีสารดังกล่าวอยู่มากเกินไป จึงทำให้เสียชีวิต แพทย์สรุปมันสำปะหลังมีสารไซยาไนด์แพทย์หญิงผกาพันธุ์ เปี่ยมคล้า ผุ้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจอมบึง จ.ราชบุรีได้กล่าวว่า ในมันสำปะหลังมีสารไซยาไนด์ (Cyanide) ที่มีผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดทำให้ความดันโลหิตตก มีผลต่อศูนย์ควบคุมการหายใจทำให้หยุดหายใจ เด็กหญิงที่เสียชีวิตกินเข้าไปมากกว่าคนอื่น สำหรับมันสำปะหลังถ้านำไปล้างให้สะอาดและปรุงให้สุกก็สามารถรับประทานได้ แต่กรณีที่เกิดขึ้นเป็นเพราะกินมันสำปะหลังที่ผ่านการทอดไม่สุก เมื่อกินเข้าไปในปริมาณที่มากก็จะเป็นโทษต่อร่างกายด้านเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ราชบุรีได้เข้าไปรับตัวเด็กหญิง 2 คน มาอยู่ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ราชบุรี เนื่องจากเข้าตรวจสอบที่บ้านของเด็กทั้งหมดแล้วพบว่า เด็กที่มาอยู่นั้นมาอยู่กับเพื่อนของแม่ และเป็นแค่คนรู้จักไม่ได้เกี่ยวพันเป็นญาติ และในช่วงที่เกิดเหตุเด็กๆไปขุดมันสำปะหลังในไร่มาทอดกินนั้นก็เกิดจากความหิวโหยเพราะผู้ปกครองที่อยู่ด้วยเดินทางไปต่างจังหวัดหลายวัน ปล่อยให้เด็กๆอยู่กันตามลำพัง เกรงว่าจะเกิดอันตราย จึงต้องรับตัวไปดูแลเพื่อความปลอดภัย
ขอเชิญร่วมฟังการ บรรยายทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับ ขบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร
บริษัท GEA Process Engineering จำกัด ขอเชิญร่วมฟังการ บรรยายทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับ ขบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร ในงาน Thailand Food Conference 2011, The 1st ASEAN's Advanced International Food Conference ในวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2554 Hall 7-8, อาคาร Impact เมืองทองธานี หัวข้อที่ผู้เชี่ยวชาญของบริษัท จะบรรยาย มีดังนี้ 1. Non-dairy coffee cream and drying technology behind โดย Mr. Claus Siegaard 2. Freeze drying technology in Food and Beverage industries โดย Mr. Kim Knudsen 3. Trends in application of high pressure homogenizing technology in food processing โดย Mr. I.Y. Sarma 4. Plate Heat Exchanger - technology and application in food industry โดย Mr. Lars Klinkebail สำหรับท่านที่สนใจเข้าร่วมฟังการบรรยายทางวิชาการดังกล่าวสามารถติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่ บริษัท Food Industry Network จำกัด รายละเอียด เพิ่มเติมใน Food Seminars "Thailand Food Conference 2011" สำหรับท่านที่สนใจเข้าร่วมฟังการบรรยายทางวิชาการดังกล่าวสามารถติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่ บริษัท Food Industry Network จำกัด ตามรายละเอียดที่แนบมาhttp://www.foodnetworksolution.com/uploads/content/19be703d6e51aa371e85e7ae89e0b5d8.pdfและดูรายละเอียดการสัมนาได้ที่ http://www.foodnetworksolution.com/seminar/link/10
ระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหารตามมาตรฐาน ISO 22000 : 2005
โดย กัลยาณี ดีประเสริฐวงศ์ หัวหน้ากลุ่มควบคุม สนับสนุน และพัฒนาสถานที่ผลิตอาหาร กองควบคุมอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ความสำคัญของระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหารตามมาตรฐาน ISO 22000 : 2005 ปัจจุบันธุรกิจต่างๆมีการแข่งขันสูง การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการของลูกค้าและมีความปลอดภัยที่จะบริโภคกลายเป็นข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับผู้ผลิต ดังนั้น การนำระบบการบริหาร คุณภาพที่มีประสิทธิภาพเข้ามาช่วยในการประกอบธุรกิจก็จะทำให้องค์กรมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น ซึ่งในอนาคตระบบ GMP/HACCP ไม่ใช่เป็นระบบพื้นฐานแล้วอาจกลายเป็น ISO 22000 ที่เป็นพื้นฐานการจัดการด้านคุณภาพ และความปลอดภัยของอุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องในห่วงโซ่อาหาร ระบบนี้เข้ามาในประเทศไทยหลายปีแล้วแต่ผู้ประกอบการอาหารเริ่มตื่นตัวขอการรับรองระบบ เนื่องจากประเทศคู่ค้าให้ความสำคัญในการต้องการสินค้าที่มาจากประเทศที่มีโรงงานที่มีระบบ Food Safety ประกันความปลอดภัยของสินค้าตลอดระบบห่วงโซ่อาหารมากขึ้น ขณะนี้ประเทศไทยมีโรงงานที่ได้การรับรองระบบ ISO 22000 : 2005 จากหน่วยรับรอง (Certification body : CB) ซึ่งจากเอกชนประมาณ 20 ราย แต่ยังไม่พบข้อมูลจากภาครัฐ ISO 22000 เป็นระบบคุณภาพที่ต่อยอดในเรื่อง ความปลอดภัยอาหาร เป็นการรวมเอาระบบ GMP ซึ่งเป็นระบบพื้นฐานของอุตสาหกรรมอาหารกับระบบ HACCP ซึ่งเป็นระบบวิเคราะห์จุดอันตรายแต่ละขั้นตอนการผลิตและมีการผนวก ISO 9001 เข้าไปเสริมในเรื่องการจัดการและระบบเอกสารทำให้ระบบนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมอาหาร ทั้งนี้เพื่อให้อาหารที่ผลิตมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ข้อกำหนดของระบบมาตรฐานนี้ใช้สำหรับระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหารสำหรับองค์กรต่างๆ ในห่วงโซ่อาหาร ซึ่งต้อง จัดให้มีกลไกสามารถควบคุมอันตรายที่เกิดขึ้น เพื่อให้อาหารมีความปลอดภัยต่อการบริโภค ข้อกำหนดนี้สามารถประยุกต์ใช้กับทุกองค์กร โดยไม่จำกัดขนาด ซึ่งองค์กรนั้นจะเกี่ยวข้องในห่วงโซ่อาหาร และการนำไปใช้เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย เช่น โรงงานที่ผลิตภาชนะบรรจุ สารเคมี ผู้ขนส่ง ผู้ให้บริการจัดเก็บและการกระจายสินค้าที่มีความเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมกับห่วงโซ่อาหารก็สามารถนำระบบนี้ไปใช้ได้อย่างเหมาะสม ข้อกำหนดการจัดการความปลอดภัยของอาหาร ISO 22000 ข้อกำหนดทั้งหมดในระบบ ISO 22000 มี 8 หัวข้อ แต่หลักการสำคัญของมาตรฐานระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหาร ISO 22000 ประกอบด้วย 4 หลักการสำคัญคือ โปรแกรมขั้นพื้นฐาน หลักการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม ระบบการจัดการ และการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะนี้ระบบ ISO 22000 ถูกกำหนดเป็นประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมฉบับที่ 3441 (พ.ศ.2548) เรื่อง กำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหาร-ข้อกำหนดสำหรับองค์กรในห่วงโซ่อาหารมาตรฐานเลขที่ มอก 22000-2548 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2548 และทางสำนักมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม : สมอ. กำลังจะจัดทำเป็นคู่มือฉบับภาษาไทยให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ในทางปฏิบัติให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องข้อกำหนด 8 ข้อ กำหนดในระบบ ISO 22000 : 2005 ได้แก่ ขอบข่าย เอกสารอ้างอิง บทนิยามระบบการจัดการความปลอดภัยในอาหาร ความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร การจัดการทรัพยากร การวางแผนและการจัดทำผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัย และการรับรองผลการตรวจสอบและการปรับปรุงระบบ ทั้ง 8ข้อกำหนด จะมี 5 หัวข้อสำคัญ ซึ่งจะขอสรุปประเด็นที่จะเป็นประโยชน์ในการนำไปประยุกต์ใช้แก่ผู้ประกอบการ และผู้ตรวจประเมิน ดังต่อไปนี้ 1. ระบบการจัดการความปลอดภัยในอาหาร (Food Safety management System) (ข้อกำหนดที่ 4) องค์กรต้องจัดทำเอกสาร (Document) ซึ่งประกอบด้วยเอกสารนโยบายและวัตถุประสงค์ ด้านความปลอดภัยอาหาร เอกสารขั้นตอนการดำเนินการ (Procedure) และบันทึกคุณภาพตามที่มาตรฐานนี้กำหนด (Record) และเอกสารอื่นๆที่จำเป็น เอกสารดังกล่าวต้องมี Procedure ควบคุม ซึ่งสอดคล้องกับ ISO 9001 : 2000 สรุป ข้อกำหนดนี้เน้นการจัดทำเอกสารและการควบคุมเอกสาร 2. ความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร (Management Responsibility) (ข้อกำหนดที่ 5) ผู้บริหารขององค์กรมีความมุ่งมั่นให้การสนับสนุนด้านความปลอดภัยอาหาร ผู้บริหารต้องกำหนดนโยบายเป็นเอกสาร (ตามข้อ 1) และสื่อสารภายในองค์กรให้รับทราบทั่วถึง ซึ่งนโยบายนี้ต้องเหมาะสมกับบทบาทขององค์กรในห่วงโซ่อาหาร ต้องสอดคล้องกับกฎหมาย หรือข้อบังคับและข้อตกลงด้านความปลอดภัยอาหารของลูกค้า ผู้บริหารต้องมีการวางแผนเพื่อบรรลุตามที่กำหนดไว้ในข้อ (1) พนักงานทุกคนต้องได้รับมอบหมายความรับผิดชอบให้รายงานปัญหาเกี่ยวกับระบบ ความปลอดภัยอาหารไปยังบุคคลากรที่องค์กรแต่งตั้ง ซึ่งต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจและรับผิดชอบการจัดการและบันทึกรายละเอียดของปัญหา องค์กรมีการแต่งตั้งบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมความปลอดภัยอาหาร (Food SafetyTeam Leader) โดยมีหน้าที่บริหารทีมจัดระเบียบงาน ดูแลการอบรมและการให้ความรู้แก่สมาชิกในทีมจัดทำระบบความปลอดภัยอาหาร รายงานประสิทธิผลของระบบ รวมทั้งประสานกับหน่วยงานภายนอก องค์กรต้องมีการสื่อสารภายนอกตลอดห่วงโซ่อาหารให้กับลูกค้า ผู้บริโภค หน่วยงานควบคุมกฎหมาย และหน่วยงานใดๆที่มีผลกระทบจากประสิทธิภาพและการปรับเปลี่ยนระบบความปลอดภัยอาหารองค์กรต้องมีการสื่อสารภายในกับบุคคลในองค์กร เกี่ยวกับประเด็นที่มีผลกระทบกับความปลอดภัยอาหาร โดยเฉพาะทีม Food Safety ต้องได้รับข้อมูลที่ทันเวลากับการเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบกับการผลิต องค์กรต้องจัดทำ ถือปฏิบัติ และธำรงรักษา เอกสารว่าด้วยเรื่องการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินและอุบัติภัยที่ส่งผลต่อความปลอดภัยอาหาร และที่เกี่ยวข้องกับบทบาทขององค์กรในห่วงโซ่อาหาร ฝ่ายบริหารสูงสุดต้องทบทวนระบบความปลอดภัยอาหาร ตามช่วงเวลาที่วางแผนเพื่อให้มั่นใจถึงความเหมาะสม ความพอเพียง และประสิทธิภาพของระบบอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการประเมินโอกาสในการปรับปรุงและความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงระบบและนโยบาย และต้องมีการบันทึกการทบทวนทุกครั้ง สรุป ข้อกำหนดนี้เน้นองค์กรและผู้บริหารต้องให้ความสำคัญกับการจัดทำระบบการวางแผน การทบทวน รวมทั้งเน้นเรื่องการสื่อสาร และการจัดการกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยอาหาร 3. การจัดการทรัพยากร (Resource management) (ข้อกำหนดที่ 6) องค์กรต้องมอบหมายทรัพยากรในการจัดทำ ถือปฏิบัติ ธำรงรักษา และปรับระบบการ จัดการความปลอดภัยอาหารให้ทันสมัยอย่างเพียงพอ ทีม Food Safety และบุคคลใดๆที่ดำเนินกิจกรรมที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยอาหาร ต้องมีความสามารถ ผ่านการให้ความรู้ อบรม มีทักษะและประสบการณ์ องค์กรต้องมอบหมายทรัพยากรเพื่อสนับสนุน การสร้าง การจัดการ และธำรงรักษาสภาพแวดล้อมที่จำเป็น เพื่อการประยุกต์ใช้ข้อกำหนดในมาตรฐาน สรุป องค์กรต้องมีทรัพยากรทั้งด้านวัสดุ สิ่งก่อสร้าง สิ่งแวดล้อมที่ดี รวมทั้งบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้การดำเนินการทางด้านความปลอดภัยอาหารเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐาน 4. การวางแผนและการจัดทำผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัย (Planning and realization of safe products) (ข้อกำหนดที่ 7) องค์กรต้องมีโปรแกรมพื้นฐานด้านสุขลักษณะ (Pre-requisite programs) (PRPs) ซึ่งอาจจะเป็น GAP (Good Agricultural Practice) , GHP (Good Hygienic Practice) , GVP (Good Veterinarian Practice) , GDP (Good Distribution Practice) , GPP ( Good Production Practice) , GTP ( Good Trading Practice) และ GMP (Good Manufacturing Practice) ขึ้นอยู่กับประเภทผู้ประกอบการในห่วงโซ่อาหาร และต้องจัดทำเป็นเอกสาร องค์กรต้องมีระบบ HACCP (Hazard Analysis Critical Control Point) โดย มี Food Safety Team มีการระบุคุณลักษณะผลิตภัณฑ์ (Product characteristics) มีการกำหนดการนำไปใช้งาน (Interned use) มีการจัดทำแผนภูมิกระบวนการผลิต (Flow diagrams) และต้องอธิบายมาตรการควบคุมหรือวิธีการปฏิบัติที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยอาหาร เพื่อนำไปวิเคราะห์อันตรายในขั้นตอนต่อไป การวิเคราะห์อันตราย (Hazard analysis) ทีม Food Safety ต้องประเมินอันตรายเพื่อกำหนดชนิดอันตรายที่จำเป็น ต้องควบคุมให้อยู่ในระดับที่กำหนดเพื่อสร้างความมั่นใจถึงความปลอดภัยอาหาร รวมถึงมาตรการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ การประเมินอันตราย (Hazard assessment) อันตรายแต่ละชนิดต้องถูกนำมาประเมินเพื่อพิจารณาความจำเป็นในการกำจัดหรือลดลงสู่ระดับที่ยอมรับได้ เพื่อให้สามารถผลิตอาหารปลอดภัยโดยอาจใช้การพิจารณาความรุนแรง (severity) และโอกาสในการเกิดอันตราย (likelihood of occurrence) การสร้าง HACCP plan ซึ่งต้องถูกจัดทำเป็นเอกสาร โดยแต่ละจุดวิกฤตที่กำหนด ต้องประกอบด้วย อันตรายที่ถูกควบคุม มาตรการควบคุม ขอบเขตวิกฤต วิธีการเฝ้าระวัง การแก้ไขและมาตรการแก้ไข องค์กรต้องมีการวางแผนการตรวจสอบ (Verification planning) โดยกำหนดวัตถุประสงค์ วิธีการ ความถี่ และผู้รับผิดชอบ และผลการทวนสอบต้องมีการบันทึกและสื่อสารไปยัง Food Safety ทีม องค์กรต้องมีระบบการสอบกลับ (Tracibility system) โดยระบุรุ่นสินค้า และเชื่อมโยงไปยังวัตถุดิบ กระบวนการผลิต รวมทั้งการส่งมอบที่เกี่ยวข้อง และมีการจดบันทึก องค์กรต้องมีมาตรการการควบคุมความไม่สอดคล้อง (Control of nonconformity) โดยมีการแก้ไข (Corrections) เมื่อขอบเขตวิกฤตของจุด CCP (Critical Control Point) เกิดการเบี่ยงเบน และต้องมีมาตรการแก้ไข (Corrective Action) และจัดการกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปลอดภัย (Handing of potentially unsafe products) เพื่อป้องกันสินค้าเหล่านั้นเข้าไปสู่ห่วงโซ่อาหาร และควรมีการประเมินเพื่อปล่อยสินค้า (Evaluation for release) เมื่อมีหลักฐานที่แสดงว่ามาตรการควบคุมมีประสิทธิภาพ หรือผลการสุ่มตัวอย่างการวิเคราะห์ แสดงว่ารุ่นที่ได้รับผลกระทบ มีความสอดคล้องกับระดับการยอมรับค่าความปลอดภัย แต่หากพบว่าผลิตภัณฑ์นั้นไม่สามารถปล่อยได้ต้องมีการกำจัด (Disposition of nonconforming products) ซึ่งอาจจะนำไปแปรรูปใหม่ หรือนำไปผ่านกระบวนการเพิ่มเติมภายในหรือภายนอกองค์กร เพื่อลดอันตรายลงถึงระดับที่ยอมรับได้ หรือทำลายทิ้ง หรือกำจัดเป็นของเสีย องค์กรต้องมีการเรียกคืนสินค้า (withdrawals) เพื่อช่วยให้การเรียกคืนสินค้าที่ไม่ปลอดภัยเป็นไปอย่างสมบูรณ์และทันต่อเวลา องค์กรต้องแต่งตั้งบุคลากรที่มีอำนาจในการเรียกคืน ต้องมีขั้นตอนการปฏิบัติและแจ้งหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ทั้งราชการ ลูกค้า และผู้บริโภค สินค้าที่ถูกเรียกคืนต้องเก็บกักไว้จนกว่าจะถูกนำมาทำลาย หรือถูกนำไปใช้เพื่อเจตนาอื่น หลังผ่านการประเมินว่าปลอดภัย องค์กรต้องมีการตรวจสอบวิธีการเรียกคืน เทคนิคที่เหมาะสม เช่น Mock Recall หรือการซ้อม สรุป ข้อกำหนดนี้เป็นข้อหลักการที่เน้นจุดสำคัญของการควบคุมความปลอดภัย ของอาหาร คือ GMP/HACCP รวมถึงระบบการจัดการสินค้าเมื่อไม่สอดคล้องกับมาตรฐาน การสอบกลับสินค้า และการเรียกคืนสินค้า 5. การรับรองผล การทวนสอบ และการปรับปรุงระบบความปลอดภัยอาหาร (Validation Verification and Improvement of FSMS) (ข้อกำหนดที่ 8) ก่อนการประยุกต์ใช้มาตรการควบคุมใน PRPs และแผน HACCP หรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ องค์กรต้องทำการรับรอง (Validate) เพื่อให้แสดงว่า มาตรการนั้นๆสามารถให้ผลค่าที่ตั้งไว้ในการควบคุมอันตราย มีประสิทธิภาพ และมีความสามารถเพื่อให้ผลิตภัณฑ์บรรลุตามที่กำหนด หากไม่เป็นไปตามที่คาดหมาย ต้องได้รับการปรับเปลี่ยนและประเมินใหม่ องค์กรต้องแสดงหลักฐานเพื่อยืนยันว่าวิธีการเฝ้าระวัง การตรวจวัด และอุปกรณ์มีความเหมาะสมที่สามารถให้ผลการตรวจสอบที่น่าเชื่อถือ เครื่องมืออุปกรณ์ต้องมีการสอบเทียบ มีการจัดเก็บและรักษาบันทึกผลการสอบเทียบและทวนสอบ องค์กรต้องมีการทวนสอบระบบการจัดการด้านความปลอดภัยอาหาร เช่น ตรวจประเมินภายใน (Internal audit) หากพบว่าการทวนสอบให้ผลไม่สอดคล้องตามแผน ต้องลงมือดำเนินการแก้ไขและต้องมีการวิเคราะห์ผลลัพธ์จากกิจกรรมการทวนสอบ และรายงานผู้บริหารเพื่อนำเข้าสู่การประชุมทบทวนฝ่ายบริหาร และใช้เป็นข้อมูลปรับระบบให้ทันสมัย ผู้บริหารระดับสูงต้องมั่นใจว่าระบบมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ทันสมัย กิจกรรมเพื่อการปรับระบบให้ทันสมัยต้องได้รับการบันทึกในรูปแบบที่เหมาะสม และนำเข้ารายงานเพื่อพิจารณาในการประชุมทบทวนฝ่ายบริหาร เนื่องจากระบบ ISO 22000 : 2005 เป็นระบบที่ประสานรวมกันระหว่างระบบ ISO 9001 และระบบ HACCP ซึ่งผู้เขียนได้จัดทำเป็นตารางเปรียบเทียบระหว่าง 3 ข้อมาตรฐาน ตามภาคผนวกในเอกสารแนบท้าย เพื่อให้ผู้อ่านมีความเข้าใจในเรื่องระบบการบริหารคุณภาพและความสอดคล้องหรือความเชื่อมโยงกันในแต่ละระบบได้ชัดเจนยิ่งขึ้นดังนั้น องค์กรหรือหน่วยงานที่มีระบบคุณภาพอย่างหนึ่งอย่างใดแล้ว การที่จะพัฒนาโดยนำระบบ ISO 22000 มาดำเนินการ จะสามารถประยุกต์ใช้ได้ง่ายขึ้นและหากมีการทวนสอบรวมทั้งปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการผลิตสินค้าเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้บริโภคอย่างยั่งยืนต่อไป สรุป องค์กรต้องมีการยืนยันค่าตัวเลขต่างๆที่ใช้ หรือมาตรฐานที่นำมาอ้างอิงว่าเหมาะสมกับองค์กร สามารถลดขจัดอันตราย มีการทวนสอบอุปกรณ์ เครื่องมือที่สำคัญๆ โดยการสอบเทียบ และมีการทวนสอบระบบ เช่น การตรวจประเมินภายใน เป็นต้น เอกสารอ้างอิง 1. Food safety management systemRequirements for any organizations in the food chain :International standard ISO 22000 : First edition 2005 2. Codex Alimentarius Food Hygiene, Third edition, 2003
สมัครสมาชิก

สนับสนุนโดย / Supported By

  • บริษ้ท มาเรล ฟู้ดส์ ซิสเท็ม จำกัด จัดจำหน่ายเครื่องจักรและอุปกรณ์การแปรรูปอาหาร เช่น ระบบการชั่งน้ำหนัก, การคัดขนาด, การแบ่ง, การตรวจสอบกระดูก และการประยุกต์ใช้ร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ พร้อมกับบริการ ออกแบบ ติดตั้ง กรรมวิธีการแปรรูปทั้งกระบวนการ สำหรับ ผลิตภัณฑ์ ปลา เนื้อ และ สัตว์ปีก โดยมีวิศวกรบริการและ สำนักงานตั้งอยู่ที่กรุงเทพ มาเรล เป็นผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกของอุปกรณ์การแปรรูปอาหารที่ทันสมัย​​ครบวงจรทั้งระบบ สำหรับอุตสาหกรรม ปลา กุ้ง เนื้อ และสัตว์ปีก ต่างๆ เครื่องแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก Stork และ Townsend จาก Marel อยู่ในกลุ่มเครื่องที่เป็นที่ยอมรับมากที่สุดในอุตสาหกรรม พร้อมกันนี้ สามารถบริการครบวงจรตั้งแต่ต้นสายการผลิตจนเสร็จเป็นสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยสำนักงานและบริษัทสาขามากกว่า 30 ประเทศ และ 100 เครือข่ายตัวแทนและผู้จัดจำหน่ายทั่วโลก ที่พร้อมทำงานเคียงข้างลูกค้าเพื่อขยายขอบเขตผลการแปรรูปอาหาร Marel Food Systems Limited. We are supply weighing, grading, portioning, bone detection and software applications as well as complete turn-key processing solutions for fish, meat and poultry. We have service engineer and office in Bangkok. Marel is the leading global provider of advanced food processing equipment, systems and services to the fish, meat, and poultry industries. Our brands - Marel, Stork Poultry Processing and Townsend Further Processing - are among the most respected in the industry. Together, we offer the convenience of a single source to meet our customers' every need. With offices and subsidiaries in over 30 countries and a global network of 100 agents and distributors, we work side-by-side with our customers to extend the boundaries of food processing performance.
  • วิสัยทัศน์ของบริษัท คือ การอยู่ในระดับแนวหน้า "ฟอร์ฟร้อนท์" ของเทคโนโลยีประเภทต่างๆ และนำเทคโนโลยีนั้นๆ มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมและกระบวนการผลิตในประเทศไทย เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้า บริษัท ฟอร์ฟร้อนท์ ฟู้ดเทค จำกัด เชื่อมั่นและยึดมั่นในอุดมการณ์การดำเนินธุรกิจ กล่าวคือ จำหน่าย สินค้าและให้บริการที่มีคุณภาพสูง ซึ่งเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า ด้วยความซื่อสัตย์และความตรงต่อเวลา เพื่อการทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จร่วมกันระยะยาว Our vision is to be in the "forefront" of technology in its field and suitably apply the technology to industries and production in Thailand for customers' utmost benefits. Forefront Foodtech Co., Ltd. strongly believes in and is committed to our own business philosophy which is to supply high quality products and service appropriately to each customer's requirements with honesty and punctuality in order to maintain long term win-win business relationship. Forefront Foodtech Co., Ltd. is the agent company that supplies machinery and system, install and provide after sales service as well as spare parts. Our products are: Heinrich Frey Maschinenbau Gmbh, Germany: manufacturer of vacuum stuffers and machinery for convenient food Kronen GmbH, Germany: manufacturer of machinery for vegetable and fruits from washing to packing Nock Fleischerei Maschinenbau GmbH, Germany: manufacturer of skinning machines, membrane skinning machine, slicers and scale ice makers K + G Wetter GmbH, Germany: manufacturer of grinders and bowl cutters Ness & Co. GmbH, Germany: manufacturer of smoke chambers, both stand alone and continuous units Dorit DFT GmbH, Germany: manufacturer of tumblers and injectors Maschinenfabrik Leonhardt GmbH, Germany: manufacturer of dosing and filling equipment
  • We are well known for reliable, easy-to-use coding and marking solutions which have a low total cost of ownership, as well as for our strong customer service ethos. Developing new products and a continuous programme of improving existing coding and marking solutions also remain central to Linx's strategy. Coding and marking machines from Linx Printing Technologies Ltd provide a comprehensive solution for date and batch coding of products and packaging across manufacturing industries via a global network of distributors. In the industrial inkjet printer arena, our reputation is second to none. Our continuous ink jet printers, laser coders, outer case coders and thermal transfer overprinters are used on production lines in many manufacturing sectors, including the food, beverage, pharmaceutical, cosmetics, automotive and electronic industries, where product identification codes, batch numbers, use by dates and barcodes are needed. PTasia, THAILAND With more than 3,700 coding, marking, barcode, label applicator, filling, packing and sealing systems installed in THAILAND market. Our range is includes systems across a wide range of technologies. To select the most appropriate technology to suit our customers. An excellent customer service reputation, together with a reputation for reliability that sets standards in the industry, rounds off the PTAsia offering and provides customers with efficient and economical solutions of the high quality. Satisfyingcustomers inTHAILAND for 10 years Our 1,313 customers benefit from our many years of experience in the field, with our successful business model of continuous improvement. Our technical and service associates specialise in providing individual advice and finding the most efficient and practical solution to every requirment. PTAsia extends its expertise to customers in the food, beverage, chemical, personal care, pharmaceutical, medical device, electronics, aerospace, military, automotive, and other industrial markets.