News and Articles

เด็ก 4 ขวบ ขุดมันสำปะหลังมาทอดกินตาย

เด็ก 4 ขวบ ขุดมันสำปะหลังมาทอดกินตาย


หมวดหมู่: คุณภาพทางเคมี [คุณภาพและ มาตรฐานอาหาร]
วันที่: 6 มกราคม พ.ศ. 2555
ด.ญ.4 ขวบราชบุรีขุดมันสำปะหลังมาทอดกินตาย ที่มา คมชัดลึก เรื่องราวที่ เกี่ยวข้องกับอันตรายทางเคมี (chemical hazard) คือสารไซยาไนด์ ที่มีอยู่ตามธรรมชาติในมันสำปะหลัง เป็นอันตรายในอาหาร (food hazard) เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และความยากจน เด็กน้อยเอามาทอดกิน เพราะการทอดไม่สุก สารพิษไม่ถูกทำลาย ทำให้เด็กหญิงน้อย อายุเพียว 4 ขวบต้องเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจ นี่หรือชีวิต ความจนเป็นทุกข์ในโลก เฮ้อ

เด็ก 4 ขวบ ขุดมันสำปะหลังมาทอดกินตาย

imageที่มา คมชัดลึก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 4 ม.ค.55 ร.ต.ท.จรินทร์ เที่ยงธรรม ร้อยเวร สภ.จอมบึง จ.ราชบุรีได้รับแจ้งเหตุมีเด็กหญิง อายุ 4 ปี เสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 95 บ้านรางดอกอาว หมู่ 3 ต.รางบัว อ.จอมบึง ที่เกิดเหตุเป็นโรงเรือนไม้ชั้นเดียว อยู่กลางไร่มันสำปะหลัง ภายในบ้านใช้ผ้าตาข่ายสีเขียวกันเป็นห้องนอนเล็ก ๆ หลายห้อง กางเต็นท์นอนจำนวน 6 หลัง และที่ด้านข้างบ้านซึ่งมีที่นอนสำหรับเด็ก พบศพเด็กหญิงสุทธิดา แซ่อิ๋ว อายุ 4 ปี สภาพศพนอนหนุนหมอนข้างใบเล็ก และมีผ้าขนหนูผืนเล็ก ๆ ห่มอยู่กับพื้น จากการตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลใด ๆ

นายวรวิทย์ คลี่สุนทร อายุ 23 ปี ซึ่งอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว เปิดเผยว่า บ้านหลังนี้มีแต่เด็กๆ อยู่รวมทั้งตนเองด้วย 5 คน เป็นเด็กหญิง 3 คน ชาย 2 คน ทุกคนล้วนเป็นลูกของคนยากคนจน ถูกนำมาฝากเลี้ยงที่นี่ ส่วนผู้ใหญ่ที่ดูแลอยู่นั้นชื่อ นางกนกอร เจริญทรัพย์ ขณะนี้เดินทางไปทำธุระที่ต่างจังหวัดยังไม่กลับ ตนกับน้องทั้ง 4 คน จึงอยู่ตามลำพัง และเมื่อช่วงเย็นวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา เด็กหญิงทั้ง 3 คน ได้เข้าไปขุดมันสำปะหลังในไร่ นำมาทอดกิน จากนั้น ช่วงกลางคืนเริ่มมีอาการอาเจียน ซึ่ง ด.ญ.สุทธิดา นั้นมีอาการอาเจียนมากที่สุด แต่ตนคิดว่าไม่เป็นอะไรมาก กระทั่งช่วงเช้าจึงพบว่าเสียชีวิตแล้ว

ทั้งนี้ตำรวจได้ส่งตัวเด็กที่เหลือทั้งหมดไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจอมบึง เนื่องจากในมันสำปะหลังนั้น มีสารไฮโดรไซยานิค ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย ถ้าหากได้รับเข้าไปมาก ก็จะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ เบื้องต้นสำหรับเด็กหญิงที่เสียชีวิตนั้น คาดว่าอาจจะทานมันสำปะหลังทอดที่มีสารดังกล่าวอยู่มากเกินไป จึงทำให้เสียชีวิต

แพทย์สรุปมันสำปะหลังมีสารไซยาไนด์แพทย์หญิงผกาพันธุ์ เปี่ยมคล้า ผุ้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจอมบึง จ.ราชบุรีได้กล่าวว่า ในมันสำปะหลังมีสารไซยาไนด์ (Cyanide) ที่มีผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดทำให้ความดันโลหิตตก มีผลต่อศูนย์ควบคุมการหายใจทำให้หยุดหายใจ เด็กหญิงที่เสียชีวิตกินเข้าไปมากกว่าคนอื่น สำหรับมันสำปะหลังถ้านำไปล้างให้สะอาดและปรุงให้สุกก็สามารถรับประทานได้ แต่กรณีที่เกิดขึ้นเป็นเพราะกินมันสำปะหลังที่ผ่านการทอดไม่สุก เมื่อกินเข้าไปในปริมาณที่มากก็จะเป็นโทษต่อร่างกายด้านเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ราชบุรีได้เข้าไปรับตัวเด็กหญิง 2 คน มาอยู่ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ราชบุรี เนื่องจากเข้าตรวจสอบที่บ้านของเด็กทั้งหมดแล้วพบว่า เด็กที่มาอยู่นั้นมาอยู่กับเพื่อนของแม่ และเป็นแค่คนรู้จักไม่ได้เกี่ยวพันเป็นญาติ และในช่วงที่เกิดเหตุเด็กๆไปขุดมันสำปะหลังในไร่มาทอดกินนั้นก็เกิดจากความหิวโหยเพราะผู้ปกครองที่อยู่ด้วยเดินทางไปต่างจังหวัดหลายวัน ปล่อยให้เด็กๆอยู่กันตามลำพัง เกรงว่าจะเกิดอันตราย จึงต้องรับตัวไปดูแลเพื่อความปลอดภัย



ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
อาหารเป็นพิษ ภัยเงียบใกล้ตัว ที่เราป้องกันได้
โลกทั้งโลกตะลึงกับ ข่าวการระบาดของเชื้อแบคทีเรีย Escherichia coliที่ทำให้คนเยอรมัน เสียชีวิตขณะนี้ ถึง20กว่าคนแล้ว และยังมีผู้ป่วยอีกมากว่า 2000 คน ข่าวนี้ อาจสะกิดหัวใจคนไทยหลายคนว่า เพราะเหตุใดประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างเยอรมันนีประเทศที่ทั่วโลกต่าง ก็ยกย่องถึงความเจริญในด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดสะอ้านของบ้านเมืองจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อาหารเป็นพิษ จากแตงกวา และผักสด ที่เรากินกันทุกวันทำให้ผู้คนล้มตายจำนวนมากแล้วยังข่าวจากประเทศจีน นมปนเปื้อนไนเตรท ไข่ปลอม เนื้อหมูปลอม ตามด้วย.... แตงโมบึ้ม แล้วอะไรจะตามมาก็คาดไม่ถูก แล้วก็ต้องมาตกใจกับข่าวโรงชำแหระไก่เถื่อนที่โคราช เราฐานะคนไทย ที่ประกาศตัวว่าเป็นครัวของโลก เป็นแหล่งผลิตอาหารสำคัญ ส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก มีสถาบันการศึกษามากมายที่เปิดสอนด้านอาหาร เราคงย้อนกลับมามองอาหารที่คนไทยเรากินกันทุกวัน เริ่มต้นจากอาหารในโรงอาหารของสถานศึกษา อาหารในตลาด อาหารข้างถนน จากร้านค้าปลีก ซุปเปอร์มาเกต มีอะไรบ้างที่เป็นอันตรายในอาหาร (food hazard) ชะตากรรมของคนไทยและ เยาวชน ลูกหลานเรา อยู่ที่ไหน เราฝากชีวิตไว้ในมือใคร นักศึกษาที่กำลังศึกษาด้านอาหาร ทั้งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการอาหาร วิศวกรรมอาหาร คหกรรมศาตร์ การจัดการอาหาร เชฟ และสาขาที่เกี่ยวข้อง ต้องเป็นกำลังหลัก เป็นความหวังของประเทศไทย ที่คนไทยฝากชะตาชีวิตไว้ เราค่อยๆ เรียนรู้กับไปอย่างมีสติ ไม่ต้องตื่นตระหนก เราค่อยๆ ปรับกันไปจากเรื่องใกล้ตัวช่วยกันในสิ่งที่เราช่วยได้ เริ่มต้นเพียงแค่สนใจสังเกตุสิ่งที่เรากินเข้าไป หาความรู้รวบรวมความรู้ แล้วแสดงความคิดเห็น ใช้เครื่องมือสื่อสาร ที่เรามีให้เป็นประโยชน์ชี้นำให้สังคม อย่าทำเป็น ... ไม่รู้ ไม่ชี้... แต่เราต้องหาความรู้ให้ตัวเรา รู้ ก่อนถึง ชี้ ได้ เพราะถ้า เรา รู้ แล้ว ไม่ชี้ นิ่งดูดาย เราก็จะได้รับอันตรายก่อนใคร ถ้า " ไม่รู้ .... แล้วชี้ " อาจทำให้ตื่นตระหนก เกินเหตุ แบบนี้ ไง ฮาดี แต่ตกเป็นเหยื่อโฆษณาได้ง่าย สุดท้ายแล้วเราก็จะมีคำตอบว่าเราฝากชีวิตไว้กับตัวเราเอง และคนอื่นๆ ก็ฝากชีวิตไว้กับเราด้วย เพราะ เมื่อใดก็ตาม ที่คนไทยมีความรู้ เรื่องอาหารมากขึ้นผู้บริโภค จะส่วนร่วมสำคัญ ในการกำหนดมาตรการเรื่องความปลอดภัยในอาหาร (food safety) You are, what you eat. อาหารคือกำลังของชีวิตผู้มีส่วนร่วมรณรงค์ให้อาหารสะอาดและ อาหารปลอดภัย (food safety) จะมีอานิสงฆ์ให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง มีกำลังกายเข้มแข็ง นะคะ และที่สำคัญ ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก (ของใครก็ไม่รู้...... หากันเองนะคะ) บทความที่เกี่ยวข้อง อันตรายในอาหาร (food hazard) อันตรายทางเคมี (chemical hazard) อันตรายทางชีวภาพ (biological hazard) นมปนเปื้อน ไข่ปลอม หมูปลอม ตามด้วย.... แตงโมบึ้ม http://www.foodnetworksolution.com/knowledge/content/148
นมปนเปื้อน ไข่ปลอม หมูปลอม ตามด้วย.... แตงโมบึ้ม
นมปนเปื้อนไนเตรท แฟ้มภาพเมื่อปี 2551 เจ้าหน้าที่ทางการจีนกำลังเตรียมทำลายผลิตภัณฑ์นมปนเปื้อนสารเมลามีน ทั้งนี้ สำนักข่าวซินหวา รายงาน (8เม.ย.) ว่า พบผู้เสียชีวิต และมีอาการป่วย จากการดื่มนมปนเปื้อนไนเตรต รวม 38 คน (ภาพรอยเตอร์) ที่มา http://www.manager.co.th/china/ViewNews.aspx?NewsID=9540000044211 เอเยนซี - สำนักข่าวซินหวา รายงาน (8 เม.ย.2554 ) ว่า พบผู้เสียชีวิต และมีอาการป่วยจากการดื่มนมปนเปื้อนไนเตรต (nitrate) รวม 38 คน นับเป็นเหตุอื้อฉาวล่าสุดที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์นมของจีนสำนักข่าวซินหวาอ้างคำกล่าวของสำนักงานสาธารณสุขและรัฐบาลท้องถิ่น ว่า ผู้เสียชีวิตจากการดื่มนมปนเปื้อนดังกล่าว เป็นเด็ก 3 คน ขณะที่ผู้ที่มีอาการป่วยอีกจำนวน 35 คน เกือบทั้งหมดเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี ซึ่งขณะนี้ได้รับการนำตัวส่งโรงพยาบาลเมืองผิงเลี่ยง มณฑลกานซู่ เป็นที่เรียบร้อยการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้ป่วยได้ดื่มนมที่มาจากฟาร์มโคนมท้องถิ่น 2 แห่ง ซึ่งมีส่วนผสมของไนเตรต (nitrate) ซึ่งเป็นวัตถุเจือปนอาหาร (food additive) ที่ใช้ เพื่อการถนอมอาหารประเภทเนื้อสัตว์เช่น แหนม ไส้กรอก เบคอนสำนักข่าวซินหวา รายงานว่า ขณะนี้ฟาร์มโคนม 2 แห่งดังกล่าวถูกสั่งปิดและกำลังถูกสอบสวนเพื่อดำเนินคดีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานประเมินคุณภาพ ตรวจจับและกักกันของจีนฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพของบริษัทผู้ผลิตสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์นม โดยสั่งระงับการผลิตและริบใบอนุญาตคืนจากบริษัทผู้ผลิตสินค้าดังกล่าวนับร้อยแห่ง หลังจากพบว่า บรรดาบริษัทฯดังกล่าวไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินคุณภาพแม้ว่ารัฐบาลได้เร่งตรวจสอบและลุยจับกุมผู้ต้องสงสัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์นมปนเปื้อน พร้อมกับให้คำมั่นว่าจะกวาดล้างผลิตภัณฑ์ดังกล่าว แต่ทว่าผลิตภัณฑ์นมปนเปื้อนเมลามีน ก็ยังคงปรากฏอยู่ตามท้องตลาดจากข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ ระบุ การบริโภคไนเตรตจะทำให้มีอาการคลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ หายใจติดขัด และชัก จีนผวาสารเคมีค้างผลไม้หลังแตงโมบึ้ม ปักกิ่ง- ปริศนาแตงโมปริแตกหลายร้อยไร่ ตอกย้ำจีนแก้ไม่ตกปัญหาความไม่ปลอดภัยด้านอาหาร (food safety) ผู้บริโภคเริ่มสงสัยกรรมวิธิผลิตผลไม้ลูกโต ที่มา http://news.sanook.com/1023649-พบแตงโมระเบิดในจีน-เสียหายหลายร้อยไร่.html สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันพุธ (18 พ.ค.) ว่าปรากฏการณ์ประหลาดในไร่แตงโมประมาณ 280 ไร่ ในเมืองตันหยาง มณฑลเจียงซู ทางตะวันออกของจีน เสียหายย่อยยับ เมื่อผลแตงโมเกิด ปริแตก หลังจากเกษตรกรผู้ปลูก ฉีดพ่นฟอร์คลอเฟนูรอน ซึ่งเป็นสารเร่งขนาดผลไม้นั้น ถูกมองว่าเป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่ชี้ว่าภาคเกษตรกรรมของจีน เสพติดการใช้สารเคมี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังคงล้มเหลวในการกำกับดูแล รัฐบาลจีนรับปากดำเนินมาตรการเด็ดขาด หลังกรณีอื้อฉาวนมผงเด็กมีการปนเปื้อนสารเมลามีน ทำให้เด็กทารกเสียชีวิต 6 คนและล้มป่วยอีก 3 แสนคน ในปี 2551แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้ ยังมีรายงานเป็นระยะที่เกี่ยวข้องกับอาหารอันตราย (food hazard) โดยเฉพาะอย่างยิ่งอันตรายทางเคมี (chemical hazard) เช่น เนื้อหมูปนเปื้อน นมเป็นพิษ ถั่วงอกเปื้อนสารไนเตรทก่อโรคมะเร็ง หมั่นโถวย้อมสีเอามาเวียนขายหรือผสมยากันบูด (preservative) ต้องห้ามและข้าวสารเปื้อนโลหะหนัก รัฐบาลจีนรับปากดำเนินมาตรการเด็ดขาด หลังกรณีอื้อฉาวนมผงเด็กมีการปนเปื้อนสารเมลามีน ทำให้เด็กทารกเสียชีวิต 6 คนและล้มป่วยอีก 3 แสนคน ในปี 2551แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้ ยังมีรายงานเป็นระยะที่เกี่ยวข้องกับอาหารอันตราย (food hazard) โดยเฉพาะอย่างยิ่งอันตรายทางเคมี (chemical hazard) เช่น เนื้อหมูปนเปื้อน นมเป็นพิษ ถั่วงอกเปื้อนสารไนเตรทก่อโรคมะเร็ง หมั่นโถวย้อมสีเอามาเวียนขายหรือผสมยากันบูด (preservative) ต้องห้ามและข้าวสารเปื้อนโลหะหนัก ทั้งนี้ ฟอร์คลอเฟนูรอน เป็นวัตถุอันตรายทางการเกษตร (pesticide) ซึ่งไม่ใช่สารต้องห้ามในจีน ส่วนในสหรัฐอนุญาตให้ใช้ในการปลูกองุ่น และกีวี ผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรในจีน กล่าวว่า ตามปกติ ผลแตงโมจะแตกประมาณร้อยละ 10 ในครั้งนี้ อาจเป็นเพราะฝนที่จูๆ ก็ตกลงมาอย่างหนัก กับการใช้เมื่อผลแตงโมเริ่มมีขนาดใหญ่แล้ว ทำให้แตกโมปริแตกเกือบหมดไร่ กระนั้น เกษตรกรบางคนยืนยันว่าไม่ได้ฉีดสารเคมีแต่ก็เผชิญปัญหาเช่นกัน หลิว หมิงกัว เปิดเผยกับซีซีทีวีว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ค. เขานับแตงโมระเบิดได้ 80 ผล แต่ต่อมาในช่วงบ่ายมีแตงโมระเบิดเสียหายมากถึง 100 ผล โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น 1 วันหลังจากเขาพ่นสารเคมีในไร่แตงโม และหลังเกิดเหตุ 2 วัน เขาก็ไม่ได้นับจำนวนแตงโมแตกอีกเลย แต่ประเมินว่าแตงโมกว่า 2 ใน 3 ของผลผลิตทั้งหมดได้รับความเสียหายจากปรากฎการณ์นี้ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ผลไม้เปื้อนฟอร์คลอเฟนูรอน ปลอดภัยสำหรับการรับประทาน แต่ผู้บริโภคอดกังวลใจไม่ได้ เช่น ชาวเมืองนานกิงคนหนึ่งใกล้เมืองตันหยางกล่าวว่า วิตกว่าผลไม้สวยๆ หน้าตาน่ารับประทานบางชนิด มีสารเคมีตกค้างอยู่และไม่ปลอดภัย ส่วนชาวเมืองอีกคน เริ่มสงสัยเช่นกันว่า ผลไม้ลูกโตๆ ที่พบเห็นทั่วไปตามตลาดจีน เช่น สตรอเบอร์รี่ขนาดเท่ากับลูกปิงปอง หรือองุ่นลูกเท่าไข่ไก่นั้น มีที่มาอย่างไร เนื้อหมูปลอม ไปเมืองจีน..ระวัง..อันตราย..ร้านอาหารในจีน ใช้สารเปลี่ยนเนื้อหมูให้เป็นเนื้อวัว VDO การทำเนื้อหมู VDO การทำไข่ปลอม
กินอาหารเช้าป้องกันโรค และไม่อ้วน
อาหารเช้าป้องกัน "โรค+อ้วน" มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด เพราะไม่เพียงเติมพลังงานให้ร่างกายและสมองให้พร้อมที่จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพตลอดวัน อาหารเช้ายังป้องกันโรคเบาหวาน หัวใจและโรคอ้วนได้อีก อาหารเช้าลดน้ำหนัก ใครที่ลดน้ำหนักอยู่ และคิดว่าการงดอาหารเช้าจะช่วยให้ผอมได้ คุณกำลังทำสิ่งที่ตรงกันข้าม การงดอาหารเช้าทำให้ร่างกายลดระบบเผาผลาญลง สมองจะหลั่งสารเคมีที่ชื่อว่า นิวโรเพปไทด์ วาย (neuropeptide Y) ซึ่งจะส่งสัญญาณให้คุณกินโดยไม่รู้ตัว มีภาวะที่เรียกว่า " อาการกินกลางคืน " (night eating syndrome) คือเมื่อเริ่มกินมื้อกลางวันแล้ว คุณจะหยุดไม่ได้จนกระทั่งเข้านอน คนที่งดอาหารเช้ามักกินจุบจิบและเลือกอาหารที่กินสะดวก ซึ่งอาจมีไขมัน น้ำตาลและแคลอรีสูง นักวิจัยจากโรงเรียนแพทย์ฮาร์วาร์ดยืนยันว่า ไม่ว่าหญิงหรือชายที่กินอาหารเช้าทุกวันจะอ้วนยากกว่าคนที่งดอาหารเช้า นอกจากนี้ นักวิจัยจากโรงเรียนแพทย์แมทสาชูเสทยังพบว่า คนที่งดอาหารเช้าบ่อยๆ มีแนวโน้มจะอ้วนได้มากกว่าคนที่กินอาหารเช้าเป็นประจำถึง 450% ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ กลุ่มผู้หญิงที่กินอาหารเช้าที่มีแคลอรีมากกว่ามื้ออื่นๆ จะลดน้ำหนักลงได้ดีกว่า และ 78% ของคนที่ลดความอ้วนแล้วสามารถประคับประคองน้ำหนักให้คงที่ได้ เป็นพวกที่กินอาหารเช้าทุกวัน ทำไมการกินอาหารเช้าทำให้น้ำหนักลดได้ ยังไม่มีคำตอบชัดเจน รู้แต่เพียงว่า อาหารเช้าช่วยให้หิวน้อยตลอดวัน อย่างไรก็ตามคุณภาพและปริมาณอาหารเช้ามีความสำคัญ ควรจัดให้มีความสมดุลของสารอาหาร และเพื่อลดน้ำหนักจะต้องไม่กินมากเกินไป อาหารเช้าลดโรค การกินอาหารเช้าช่วยป้องกันโรคหัวใจ และน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งเป็นอาการเตือนของโรคเบาหวาน นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการอ่อนเพลียได้อีกด้วย จากผลการวิจัยคนที่กินธัญพืช (cereal grain) ไม่ขัดสีทุกวันเป็นอาหารเช้ามานานกว่า 5 ปี จะมีอายุยืนขึ้น เพราะเมล็ดธัญพืชไม่ขัดสีมีสารแอนติออกซิแดนท์ (antioxidant) ใยอาหาร (dietary fiber) และปัจจัยอื่นช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยลดคอเลสเทอรอลในเลือดและความดันโลหิต ส่งเสริมให้ร่างกายใช้น้ำตาลกลูโคสและฮอร์โมนอินซูลินได้ดีขึ้น ธัญพืชที่มีโปรตีนถั่วเหลืองผสมจะให้ประโยชน์ต่อร่างกายเพิ่มขึ้น เพราะโปรตีนถั่วเหลืองช่วยลดระดับคอเลสเทอรอลในเลือดได้ ส่วนอาหารที่มีองค์ประกอบของกรดโฟลิค (folic acid) วิตามินบี 6 และวิตามินบี 12 จะช่วยลดสารโฮโมซิสเตอีนในเลือดซึ่งเป็นอันตรายต่อหลอดเลือด อาหารเช้าเพิ่มพลังสมอง ระหว่างที่นอนหลับร่างกายเรายังคงใช้พลังงานตามปกติ พลังงานเหล่านั้นมาจากกลูโคสที่ร่างกายเก็บสะสมไว้ กว่าจะถึงเช้ากลูโคสมากกว่าครึ่งจะถูกใช้ไป ร่างกายจึงต้องการเติมพลังงาน ซึ่งอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตจะเป็นตัวเริ่มขับเคลื่อนพลังงานให้กับร่างกายได้ดีที่สุด สมองของคนเราก็ใช้น้ำตาลกลูโคสเป็นพลังงานด้วยเช่นกัน แต่สมองไม่สามารถเก็บสะสมกลูโคสส่วนที่เหลือได้เหมือนกับการที่ร่างกายสะสมพลังงาน ฉะนั้นอาหารเช้าจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยให้สมองเราทำงานได้เฉียบไว หากงดอาหารเช้า คุณอาจไม่รู้สึกอะไร เพราะมีพลังงานสำรองจากการพักผ่อน แต่พอใช้หมดไปร่างกายจะเข้าสู่ภาวะเครียด และแม้ว่าจะกินชดเชยในมื้อเที่ยง ก็สายเกินไป เพราะเวลาที่ร่างกายต้องการพลังงานส่วนนั้นได้ผ่านไปแล้ว กินอะไรดีที่สุดสำหรับสมอง นักวิจัยได้ลองให้ชาย - หญิง 22 คน อายุ 60-70 ปี ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาร์โบไฮเดรตล้วนๆ โปรตีนล้วน ไขมันล้วน เครื่องดื่มทั้ง 3 ชนิดให้พลังงานช่วยให้การทำข้อสอบเกี่ยวกับความจำระยะสั้นดีขึ้น แต่ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มคาร์โบไฮเดรตทำได้ดีที่สุด ในการทบทวนความจำหลังจากดื่มไป 1 ชั่วโมง ชี้ให้เห็นว่าคาร์โบไฮเดรตมีความสำคัญต่อการทำงานของสมอง เมื่องดอาหารเช้า เราจะไม่ได้สารอาหารสำคัญที่ช่วยความจำตลอดวัน แม้แต่การขาดสารอาหารเพียงเล็กน้อย ประเภทกรดโฟลิค วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 ก็จะลดความจำลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออายุมากขึ้น คนสูงอายุจะดูดซึมวิตามินบี 12 ได้น้อยลง เป็นเหตุผลหนึ่งที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้คนที่อายุ 50 ปีขึ้นไปเสริมกรดโฟลิค ซึ่งมีมากในธัญพืชไม่ขัดสี ผักใบเขียวจัด ถั่วเมล็ดแห้ง น้ำส้ม อาหารเช้าที่ควรใส่ใจ ถ้าต้องการให้ร่างกายได้ประโยชน์จากอาหารเช้ามากขึ้น ควรพิจารณาเลือกชนิดอาหารที่มีองค์ประกอบดังนี้ คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ดีที่สุดสำหรับอาหารเช้า เพราะจะค่อยๆ ปลดปล่อยกลูโคสให้กับสมองโดยใช้เวลานานขึ้นในการย่อยและดูดซึม แนะนำให้เลือกธัญพืชไม่ขัดสีและผลไม้ โปรตีน อาหารทะเลให้กรดอะมิโน เพื่อผลิตสารสื่อข่าวสมอง ไข่อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามินบีและโคลีนช่วยการทำงานเกี่ยวกับความจำ แม้ไข่มีคอเลสเทอรอลสูง แต่ไข่วันละฟองในมื้ออาหารที่สมดุลนั้น ข้อมูลการวิจัยเปิดเผยว่าไม่เป็นผลเสีย อาหารแคลเซียมสูง เช่น นม โยเกิร์ต นมถั่วเหลือง หรือธัญพืชเสริมแคลเซียม น้ำส้มเสริมแคลเซียม ช่วยในการเผาผลาญไขมันและลดการสะสมไขมันในร่างกาย ที่มา : http://www.healthandcuisine.com
เยี่ยมชมสุดยอดโรงงานก๋วยเตี๋ยวต้นแบบ ปลอดภัยได้มาตรฐาน GMP. 1 ใน 6 แห่งทั่วประเทศ
ที่มา: http://www.oknation.net/blog/chantaburi/2009/08/02/entry-1 นายแพทย์อุทัย ตันสุวรรณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า ตาม ที่มีข่าวการตรวจพบสารกันเสีย (กรดเบนโซอิก) เกินมาตรฐานในผลิตภัณฑ์เส้นก๋วยเตี๋ยว ทั้งนี้การผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยวยังเติมสารวัตถุกันเสียหลายชนิด เพื่อให้เส้นก๋วยเตี๋ยว เหนียว นุ่ม อยู่ได้นานตามความต้องการของผู้บริโภค หรือพ่อค้า แม่ค้า แต่ในความเป็นจริงเส้นก๋วยเตี๋ยวหากไม่ใส่วัตถุกันเสีย โดยเฉพาะเส้นใหญ่ที่มีสารวัตถุกันเสียมากปนเปื้อนมากกว่าเส้นเล็ก เส้นบะหมี่ หรือเส้นหมี่ เพราะเป็นเส้นที่เสียเร็วที่สุด เก็บไว้ได้เพียง 2-3 วันเท่านั้น ดังนั้น เส้นก๋วยเตี๋ยวที่โรงงานผลิตเพื่อจัดจำหน่ายอยู่ในขณะนี้เก็บได้ถึง 7 วัน แสดงว่าใช้วัตถุกันเสียเยอะมาก ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ร่วมกับสถาบันอาหาร จัดทำโครงการวิจัยและพัฒนาความปลอดภัยในการบริโภคเส้นก๋วยเตี๋ยว ในปีงบประมาณ 2551 ให้นำหลักเกณฑ์ GMP เข้า มาใช้ในการผลิต โดยกำหนดให้สถานที่ผลิตใดก็ตามที่จะมีการผลิต/จำหน่าย ต้องขออนุญาตสถานที่ผลิตกับ อย. หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และในอนาคตจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยว (GMP) ตาม ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 193 ) พ.ศ. 2543 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร สำหรับมาตรฐานด้านผลิตภัณฑ์ แม้ขณะนี้ก๋วยเตี๋ยวยังไม่มีมาตรฐานบังคับอย่างชัดเจน แต่ผู้ผลิตต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวกับคุณภาพและ มาตรฐานของวัตถุดิบและการแสดงฉลากของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งภาชนะบรรจุอาหารด้วย นอกจากนี้ทาง อย. ได้พัฒนาโรงงานผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยวต้นแบบขึ้นโดยใช้หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร (GMP) เพื่อ เป็นต้นแบบสำหรับให้เจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการโรงงานผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยว ทั่วประเทศได้ศึกษาดูงาน ปัจจุบันได้มาตรฐานแล้ว 6 โรงงาน ครอบคลุมทุกภาคในประเทศไทยได้แก่ 1. บริษัท ไทยวัฒนาไรซ์โพรดัคท์ จำกัด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม2. โรงงานก๋วยเตี๋ยวเจริญชัย อำเภอเมือง จังหวัดตรัง3. บริษัท จ.เจริญ ฟู้ดส์โปรดักส์ จำกัด อำเภอมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร4. โรงงานก๋วยเตี๋ยว ป.รุ่งเรือง อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ5. โรงงานอึ้งฮะเซ้ง อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี และ6. ห้างหุ้นส่วนจำกัด อิสริยะผล อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่ง โรงงานอึ้งฮะเซ้ง อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี จะเป็นต้นแบบของโรงงานก๋วยเตี๋ยวต่อไปในอนาคต และเป็นที่ศึกษาดูงานการพัฒนาโรงงานผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยว เพื่อให้มีสถานที่ผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ได้มาตรฐาน GMP ต่อไป ซึ่ง โรงงานอึ้งฮะเซ้ง อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี จะเป็นต้นแบบของโรงงานก๋วยเตี๋ยวต่อไปในอนาคต และเป็นที่ศึกษาดูงานการพัฒนาโรงงานผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยว เพื่อให้มีสถานที่ผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ได้มาตรฐาน GMP ต่อไป
สมัครสมาชิก

สนับสนุนโดย / Supported By

  • บริษ้ท มาเรล ฟู้ดส์ ซิสเท็ม จำกัด จัดจำหน่ายเครื่องจักรและอุปกรณ์การแปรรูปอาหาร เช่น ระบบการชั่งน้ำหนัก, การคัดขนาด, การแบ่ง, การตรวจสอบกระดูก และการประยุกต์ใช้ร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ พร้อมกับบริการ ออกแบบ ติดตั้ง กรรมวิธีการแปรรูปทั้งกระบวนการ สำหรับ ผลิตภัณฑ์ ปลา เนื้อ และ สัตว์ปีก โดยมีวิศวกรบริการและ สำนักงานตั้งอยู่ที่กรุงเทพ มาเรล เป็นผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกของอุปกรณ์การแปรรูปอาหารที่ทันสมัย​​ครบวงจรทั้งระบบ สำหรับอุตสาหกรรม ปลา กุ้ง เนื้อ และสัตว์ปีก ต่างๆ เครื่องแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก Stork และ Townsend จาก Marel อยู่ในกลุ่มเครื่องที่เป็นที่ยอมรับมากที่สุดในอุตสาหกรรม พร้อมกันนี้ สามารถบริการครบวงจรตั้งแต่ต้นสายการผลิตจนเสร็จเป็นสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยสำนักงานและบริษัทสาขามากกว่า 30 ประเทศ และ 100 เครือข่ายตัวแทนและผู้จัดจำหน่ายทั่วโลก ที่พร้อมทำงานเคียงข้างลูกค้าเพื่อขยายขอบเขตผลการแปรรูปอาหาร Marel Food Systems Limited. We are supply weighing, grading, portioning, bone detection and software applications as well as complete turn-key processing solutions for fish, meat and poultry. We have service engineer and office in Bangkok. Marel is the leading global provider of advanced food processing equipment, systems and services to the fish, meat, and poultry industries. Our brands - Marel, Stork Poultry Processing and Townsend Further Processing - are among the most respected in the industry. Together, we offer the convenience of a single source to meet our customers' every need. With offices and subsidiaries in over 30 countries and a global network of 100 agents and distributors, we work side-by-side with our customers to extend the boundaries of food processing performance.
  • We are well known for reliable, easy-to-use coding and marking solutions which have a low total cost of ownership, as well as for our strong customer service ethos. Developing new products and a continuous programme of improving existing coding and marking solutions also remain central to Linx's strategy. Coding and marking machines from Linx Printing Technologies Ltd provide a comprehensive solution for date and batch coding of products and packaging across manufacturing industries via a global network of distributors. In the industrial inkjet printer arena, our reputation is second to none. Our continuous ink jet printers, laser coders, outer case coders and thermal transfer overprinters are used on production lines in many manufacturing sectors, including the food, beverage, pharmaceutical, cosmetics, automotive and electronic industries, where product identification codes, batch numbers, use by dates and barcodes are needed. PTasia, THAILAND With more than 3,700 coding, marking, barcode, label applicator, filling, packing and sealing systems installed in THAILAND market. Our range is includes systems across a wide range of technologies. To select the most appropriate technology to suit our customers. An excellent customer service reputation, together with a reputation for reliability that sets standards in the industry, rounds off the PTAsia offering and provides customers with efficient and economical solutions of the high quality. Satisfyingcustomers inTHAILAND for 10 years Our 1,313 customers benefit from our many years of experience in the field, with our successful business model of continuous improvement. Our technical and service associates specialise in providing individual advice and finding the most efficient and practical solution to every requirment. PTAsia extends its expertise to customers in the food, beverage, chemical, personal care, pharmaceutical, medical device, electronics, aerospace, military, automotive, and other industrial markets.
  • วิสัยทัศน์ของบริษัท คือ การอยู่ในระดับแนวหน้า "ฟอร์ฟร้อนท์" ของเทคโนโลยีประเภทต่างๆ และนำเทคโนโลยีนั้นๆ มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมและกระบวนการผลิตในประเทศไทย เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้า บริษัท ฟอร์ฟร้อนท์ ฟู้ดเทค จำกัด เชื่อมั่นและยึดมั่นในอุดมการณ์การดำเนินธุรกิจ กล่าวคือ จำหน่าย สินค้าและให้บริการที่มีคุณภาพสูง ซึ่งเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า ด้วยความซื่อสัตย์และความตรงต่อเวลา เพื่อการทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จร่วมกันระยะยาว Our vision is to be in the "forefront" of technology in its field and suitably apply the technology to industries and production in Thailand for customers' utmost benefits. Forefront Foodtech Co., Ltd. strongly believes in and is committed to our own business philosophy which is to supply high quality products and service appropriately to each customer's requirements with honesty and punctuality in order to maintain long term win-win business relationship. Forefront Foodtech Co., Ltd. is the agent company that supplies machinery and system, install and provide after sales service as well as spare parts. Our products are: Heinrich Frey Maschinenbau Gmbh, Germany: manufacturer of vacuum stuffers and machinery for convenient food Kronen GmbH, Germany: manufacturer of machinery for vegetable and fruits from washing to packing Nock Fleischerei Maschinenbau GmbH, Germany: manufacturer of skinning machines, membrane skinning machine, slicers and scale ice makers K + G Wetter GmbH, Germany: manufacturer of grinders and bowl cutters Ness & Co. GmbH, Germany: manufacturer of smoke chambers, both stand alone and continuous units Dorit DFT GmbH, Germany: manufacturer of tumblers and injectors Maschinenfabrik Leonhardt GmbH, Germany: manufacturer of dosing and filling equipment