News and Articles

พาไป..เยี่ยมชมโรงงาน CPF มีนบุรี

พาไป..เยี่ยมชมโรงงาน CPF มีนบุรี


หมวดหมู่: เยี่ยมชมโรงงานอาหาร [แผนการสอนและกิจกรรม]
วันที่: 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ 2555 ครูผู้น้อยได้มีโอกาส พานักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิศวกรรมอาหาร คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่กำลังเรียนวิชา การแปรรูปอาหาร ไปเยี่ยมชมโรงงาน CPF ครั้งนี้เป็นการทัศนศึกษา ครั้งที่ 3 ที่มาเขียน เล่าสู่กันฟัง หลังจากที่ครั้งแรกเขียนเล่าเรื่อง เยี่ยมชมโรงงานผลิตขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ และครั้งที่ 2 ไปเยี่ยมชมโรงงานวันไทยอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อดูการผลิตบะหมีกึ่งสำเร็จรูปยำยำซึ่งทั้งสองแห่งตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมบางชัน

พาไป..เยี่ยมชมโรงงาน CPF มีนบุรี

ครั้งนี้ พวกเราออกเดินจากคณะวิศวกรรมศาสตร์กันแต่เช้า เหมือนเช่นเคย พวกเราทุกคนรักษาเวลากันดีมาก พาไป..เยี่ยมชมโรงงาน CPF มีนบุรีมีต้องเก็บตกข้างถนน อยู่ไม่กี่คน ที่หมายของเรามุ่งสู่ ถนนสุรินทวงศ์ มีนบุรี ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง รถบัสคณะ ก็มาถึงหน้าโรงงาน อ้อมเข้าไปด้านหลังสุดที่อาคารรับรอง ก็พบกับพี่ๆพนักงานยืนยิ้มแย้มรอเราอยู่ตั้งแต่หัวบันได

พาไป..เยี่ยมชมโรงงาน CPF มีนบุรี

เราขึ้นไปบนห้องรับรอง ซึ่งเตรียม พร้อมต้อนรับเราด้วยน้ำหวานเย็นเจี๊ยบในแก้วทรงหรู บนโต๊ะมีแผ่นพับอธิบายกิจการของบริษัท และที่จอหน้าห้องประชุม ก็มีข้อความกล่าวต้อนรับคณะของพวกเรา ... นี่ยังไม่ได้เยี่ยมชม ก็เอาหัวใจไปเกือบหมดดวงซะแล้ว

พาไป..เยี่ยมชมโรงงาน CPF มีนบุรี พาไป..เยี่ยมชมโรงงาน CPF มีนบุรี

แผ่นพับสีน้ำตาลเข้ม ที่วางอยู่บนโต๊ะ มีรูปอาหารน่าทานและข้อความหน้าปกที่สะดุดตา ว่า Kitchen of The World สื่อให้เห็นความยิ่งใหญ่ของธุรกิจที่เรากำลังจะได้เยี่ยมชมกัน คณะของพวกเราได้รับเกียรติ จาก คุณอาร์ม วรพล ผู้จัดการฝ่ายผลิต หนุ่มหล่อไฟแรง คุณเกวลี คนานุรักษ์ ผู้บริหารด้านลูกค้าสัมพันธ์รวมทั้ง น้องจู กับน้อง จ๊อบสาวสวย รวยขำ ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และเป็นกันเอง

พาไป..เยี่ยมชมโรงงาน CPF มีนบุรี

หลังจากที่คุณเกวลี กล่าวต้อนรับเราด้วยหน้าตาแจ่มใส เริ่มต้นน้องจ๊อบ และ น้องจู คู่หู คู่ฮาเปิดรายการ ก่อนด้วยการแจ้งให้เราทราบอย่างภาคภูมิใจ ว่าตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ปีนี้ ทาง CPF ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนแล้ว และ พี่จู ให้เรานับว่าธุรกิน โทษค่ะ ธุรกิจ (เห็นแต่ของกิน) ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ มีกี่อย่าง ในวิดีโอแนะนำที่จะเปิดให้เราดู พร้อมปล่อยมุกเด็ดว่า ใครตอบถูกแจก note book ..เล่นแบบนี้ก็ต้องลุ้นกันหน่อยละ

เรารู้จัก CPF เพิ่มขึ้นมากจากการชมวิดีโอ ว่าเป็นธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตร และการแปรรูปอาหารครบวงจร จริงๆ เริ่มจากกลุ่มวัตถุดิบจากพืช​การผลิตเมล็ดพันธ์ ผักการผลิตผักผลไม้สดปลอดสารพิษ ผลิต ข้าวและเครื่องจักรอุปกรณ์แปรรูปข้าวสาร ผลิตและพัฒนาสายพันธุ์ ข้าวโพดเพื่อเป็นวัตถุดิบสำหรับอาหารสัตว์เศรษฐกิจ ซึ่งเลี้ยงเพื่อป้อนอุตสาหกรรม

ไปถึงการเลี้ยงสัตว์ แปรรูปเป็นเนื้อสัตว์เช่น เนื้อหมู ไก่ เป็ด ไข่ไก่สด รวมทั้งสัตว์น้ำ เข่น กุ้งขาว กุ้งกุลาดำ กุ้งก้ามกราม และปลาทับทิม นอกจากนี้ยังมีการแปรรูปอาหาร จากวัตถุดิบต่างๆ มากมาย ประโยคที่ได้ยินซ้ำไปซ้ำมา คือ คำว่า สด สะอาด และความปลอดภัยทางอาหาร ซึ่งเป็นจุดเน้นของธุรกิจ รวมทั้งมาตรฐานคุณภาพมากมายเป็นหลักประกัน ได้แก่ GMP, HACCP, BRCรวมถึง มาตรฐานด้านที่เกี่ยวกับการรักษา สิ่งแวดล้อมคือISO 14001 นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์จากโรงงานนี้ ยังได้รับรอง Halal ซึ่งมุสลิมทานได้อย่างสบายใจ 100 เปอร์เซ็นต์

พาไป..เยี่ยมชมโรงงาน CPF มีนบุรี

ที่มา : http://www.cpfworldwide.com/

คุณอาร์ม เล่าให้พวกเราฟังว่าโรงงานที่มีนบุรี แห่งนี้สร้างตั้งแต่ปี 1978 ซึ่งเริ่มแรก ไม่ใช่โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ เป็นโรงงาน bakery กัน Dim Sum หลังจากนั้นในปี 1990 ได้ปรับปรุง และเปลี่ยนเป็นโรงงานแปรรูปเนื้อไก่และเป็ด เป็นหลัก เราได้ดูเฉพาะส่วนผลิตภัณฑ์แปรรูปจากไก่ (processed chicken) มีทั้งชิ้นส่วนไก่ ชำแหระ สด แช่เย็น และการแช่เยือกแข็งผลิตภัณฑ์ที่ทำให้สุก (cooking) ด้วยการนึ่ง (steaming) การอบ (roasting) การทอด (frying) มากกว่า 1000 รายการ คิดเป็นน้ำหนักผลิตภัณฑ์อาหารมากกว่า 1500 ตันต่อปี มีพนักงานมากว่า 1500 คน ทำงาน กัน 2 กะ กะละ 8 ชั่วโมง เหลืออีก8 ชั่วโมง ไว้สำหรับการทำความสะอาด และการฆ่าเชื้อระหว่างกะ ครั้งละ 4 ชั่วโมง

เราได้ดู แผนผังแสดงการผลิต ของโรงงานก่อนเดินเข้าไปดูสายการผลิตจริง ซึ่งคุณอาร์มเน้นว่า เพื่อความปลอดภัยทางอาหารผังโรงงานได้แบ่งโซน (zoning) การผลิตออกเป็น 2 ส่วนแยกออกจากกันโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้าม (cross contamination) เรียกว่า ส่วน High risk area และ Low risk area

พาไป..เยี่ยมชมโรงงาน CPF มีนบุรี

เราเข้าเยี่ยมชม ซึ่งออกแบบให้เป็นไปตามหลัก GMP ที่ได้เรียนกันมา สถานที่ตั้งตัวอาคารและบริเวณโดยรอบสะอาด ถังขยะมีฝาปิดมิชิด ไม่ปล่อยให้มีการสะสมสิ่งที่ไม่ใช้แล้ว หรือสิ่งปฏิกูลอันอาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์และแมลง บริเวณพื้นที่ตั้งตัวอาคารไม่มีน้ำขังแฉะและสกปรก รอบบริเวณโรงงาน และทางเข้า มีกรรมวิธี ป้องกันและกำจัดสัตว์รบกวน (pest) และสัตว์นำโรค ตลอดจนฝุ่นผงและสาเหตุของการปนเปื้อน และการปนเปื้อนข้าม (cross contamination)

พาไป..เยี่ยมชมโรงงาน CPF มีนบุรี พาไป..เยี่ยมชมโรงงาน CPF มีนบุรี

อาคารผลิตออกแบบและก่อสร้างในลักษณะที่ง่ายแก่การทะนุบำรุงสภาพ รักษาความสะอาด

พาไป..เยี่ยมชมโรงงาน CPF มีนบุรี พาไป..เยี่ยมชมโรงงาน CPF มีนบุรี

บริเวณผลิต วางผังเป็นเส้นตรง มีสองสายการผลิตขนานกัน ปลายสุดด้านหนึ่งเป็นด้านรับวัตถุดิบ และไปสิ้นสุดเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปอีกปลายด้านหนึ่ง เราเข้าไปในอาคาร ผลิตโดยเดินภายอาคารบริเวณแนวเดินกลาง มองผ่านห้องกระจกเห็นได้ทั้งสองด้าน เริ่มจากด้านที่บรรจุเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ไปสู่ด้านการรับวัตถุดิบและ การเตรียมวัตถุดิบ

พี่อาร์มอธิบายว่า บริเวณที่ แปรรูปเนื้อสัตว์หลังจากที่ปรุงสุกแล้วก่อนเข้าสู่การแช่เยือกแข็ง และบริเวณ ห้องบรรจุหลังจากผลิตภัณฑ์ผ่านการแช่เยือกแข็งมาแล้ว เป็น บริเวณ High risk area หมายถึง บริเวณที่มีความเสี่ยงสูง ที่จะเกิดการปนเปื้อน และนำอันตราย (food hazard) ไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งบริเวณดังกล่าวจะต้องเป็นห้องแยกออกจากส่วนผลิตอื่น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องควบคุมอย่างเคร่งครัดทุกด้าน ตั้งแต่การออกแบบอาคาร ฝ้า เพดาน หลอดไฟเรื่อยมาจนถึงพื้น รางระบายน้ำ เครื่องจักรและอุปกรณ์แปรรูปอาหารจะต้องถูกออกแบบอย่างถูกสุขลักษณะ (hygienic designed equipment)

เรื่องการออกแบบเครื่องจักร กระบวนการผลิต และ สถานที่ผลิต อย่างถูกสุขลักษณะนี่ พวกเราวิศวกรรมอาหารที่พระจอมเกล้า ลาดกระบัง จะได้เรียนเรื่องนี้กันอย่างเข้มข้น แต่ไม่เคร่งเครีดดด กว่าจะจบเป็นบัณฑิต ออกไป เราก็จะเป็นวิศวกรอาหารเต็มตัวก็พร้อมใช้งานเพราะหลักสูตรเรา มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตวิศวกร สำหรับอุตสาหกรรมอาหารโดยตรงค่ะ

พี่อาร์มบอกว่า อุณหภูมิในห้องบรรจุ จะควบคุมไม่ให้เกิน 12 ซ เพื่อป้องกันการเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์ก่อโรค (pathogen) และจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารเสื่อมเสีย (microbial spoilage) เราสังเกตุเห็น พนักงานที่อยู่ในโซนนี้ แต่งกายมิดชิด ถูกสุขลักษณะ (personal hygiene) เปิดให้เห็นแต่ลูกกะตาหวานๆ ที่เหลือบมามองทางเรา และแอบยิ้มผ่านกระจก ได้เท่านั้นพนักงานบรรจุก็ทำกันไป แยกเด็ดขาดกับพนักงานสุขศาสตร์ที่ตั้งหน้าตั้งตาทำความสะอาดเท่านั้น ห้ามหยิบจับ อาหารพวกควบคุมคุณภาพ ก็จะอยู่ในห้องนี้ด้วย สังเกตุดูว่าแต่ละหน้าที่จะมี สีที่คาดหมวกต่างกัน เดี๋ยวเห็นอีกคนหนึ่งเดิน มาเอาลูกกลิ้งมาถูไปมา บนเสื้อพนักงานบรรจุ คุณอาร์มบอกว่าทำความสะอาดป้องกันผม หรือขน หล่น ไปในอาหาร จะมาทุกครึ่งชั่วโมง มุมห้องก็จะมีอ่างล้างมือ อยู่ในห้อง คงเอาไว้ให้ล้างมือ ไม่ต้องเดินเข้าๆออกๆ แหม ครูผู้น้อย ลืมถามว่าแล้วถ้าไปเข้าห้องน้ำทำยังไง ความสะอาดของอากาศในห้อง ก็ต้องควบคุม ให้เป็น positive pressure เพื่อให้อากาศไหลจากส่วนนี้ออกไปส่วนอื่น

เดินดูไปได้พักหนึ่ง สาวๆ เริ่มเบนความสนใจจากห้องบรรจุไก่ มาสนใจว่า พี่อาร์มผู้จัดการหนุ่มสุดหล่อ อายุเท่าไหร่ มีแฟนหรือยัง ครูผู้อยถามให้เรียบร้อยแล้วค่ะ อายุ 32 แต่งงานแล้ว เสียใจด้วยนะจ๊ะสาวๆ แซวกันมาก คุณอาร์ม แก้เขินด้วยการเล่าต่อว่า ระบบการแช่เยือกแข็งของอาหาร เป็นแบบ IQF ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการแช่เยือกแข็งแบบนี้จะแยกกันเป็นอิสระเป็นชิ้นๆ เครื่องแช่เยือกแข็งเป็นแบบสายพานวน (spiral freezer) ระยะเวลาการแช่เยือกแข็งของแต่ละผลิตภัณฑ์จะถูกกำหนดมาจากฝ่ายวิจัยและพัฒนา ขึ้นอยู่กับชนิด ขนาด ของผลิตภัณฑ์ ซึ่งปรับระยะเวลาในการแช่เยือกแข็งได้โดยการปรับความเร็วของสายพานลำเลียงผลิตภัณฑ์ จะแช่แข็งกระทั่งอุณหภูมิใจกลางของผลิตภัณฑ์วัดได้ -18 ซ คุณอาร์มบอกว่า ไก่ที่ผ่านการแช่เยือกแข็งแข็งโป๊ก จนปาหัวแตก เหมือนจะเตือน ว่า หยุดแซวได้แล้ว ถ้าแซวอีกหัวแตกแน่

พาไป..เยี่ยมชมโรงงาน CPF มีนบุรี
ที่มา http://www.foodnetworksolution.com/site/company/79/product/356

คุณอาร์มชี้ให้เราดู สายการผลิตอาหารที่มีวัตถุดิบซึ่งก่อให้เกิดภูมิแพ้ (food allergen) ซึ่ง แยกกันคนละส่วนกับอาหารปกติ มี วิธีการ และขั้นตอน การทำความสะอาด เครื่องจักรและอุปกรณ์แปรรูปอาหาร ที่แตกต่างกัน รวมทั้งพนักงานที่ทำงานก็แยกกันคนละชุด

ฝ่ายผลิต จึงมีหน้าที่สำคัญคือ วางแผนการผลิตในแต่ละวัน แต่ละเดือนกำหนดชนิดปริมาณของวัตถุดิบเครื่องปรุงรส แป้ง และยังต้องกำหนดชนิดของเครื่องจักร จำนวนพนักงาน ให้สอดคล้องความต้องการการผลิตภายใต้เงื่อนไขมากมายซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมีหลากหลายนับไม่ถ้วนกล่าวมาถึงตรงนี้หลายคนเริ่มสนใจว่าเป็นงานที่ สนุก และท้าทายความสามารถ

เราปิดท้ายด้วยการชมส่วน low risk area ซึ่งเป็นส่วนของการเตรียมวัตถุดิบเช่น การหั่น การปรุง การหมัก เนื้อไก่ ด้วยเครื่องปรุงรส ส่วนผสมตามสูตรรวมทั้งส่วนของ การให้ความร้อนด้วยวิธี การอบ การนึ่ง การทอดซึ่งมีตั้งแต่ขั้นตอนการคลุกแป้งแห้ง (pre-dusting) การชุบน้ำแป้ง การชุบเกร็ด เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ

ถึงแม้ว่าส่วน low risk area จะมีความเสี่ยงต่ำกว่าส่วน high risk areaแต่ก็ยังคงความเข้มงวดเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยอุณหภูมิและเวลา ที่ใช้ นอกจากทำให้อาหารสุก อร่อยแล้วยังต้องให้มั่นใจว่าทำลายจุลินทรีย์ก่อโรค (pathogen) เช่น salmonella, Listeria monocytogenes ที่อาจพบในเนื้อไก่ที่เป็นวัตถุดิบหลัก เนื้อไก่หลังให้ความร้อนมีอุณหภูมิสูงกว่า 82 ซ สำหรับไก่ติดกระดูกต้องทำให้เนื้อส่วนที่ติดกระดูกมีอุณหภูมิสูงกว่า 85 ซ เพื่อให้มั่นใจยิ่งขึ้น สะอาดปลอดภัยดีจังมิน่า ผลิตภัณฑ์ถึงได้ขายดิบขายดี มีลูกค้าทั่วโลก ต้องจับต้องจองกันล่วงหน้าเป็นปี ถึงจะซื้อของเค้าได้

เสร็จการชมสายการผลิตเราก็กลับขึ้นมาที่ห้องเดิม ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ไก่ทอด ร้อนๆ พร้อมเครื่องดื่มเย็นเจี๊ยบ ไว้คอย ท่า กำลังหิวเลยค่ะ อร่อยจริงๆ

พาไป..เยี่ยมชมโรงงาน CPF มีนบุรี

หลังอิ่มอร่อย ก็เปิดโอกาสให้พวกเราถามคำถาม ใครถาม น้องจู น้องแจ๊บ ก็จะแจก note book ซึ่งเพิ่งจะรู้ว่าคือ สมุดบันทึก โถนึกว่าแจก ipad ...

แต่ความอยากได้สมุดโน๊ตสีสวย ไม่ปราณีพวกเรา กลบเกลื่อนความอายจนสนิท แย่งกันถามจนตอบแทบไม่ทัน มีทั้งคำถามที่มีสาระมาก เน้นเทคนิค เทคโนชนิดจัดเต็ม เรื่อง การฆ่าไก่ การฆ่าหมู น้ำมันทอดอาหาร เครื่องจักรแปรรูปอาหาร และสาระน้อย เน้นความสนุกสนาน เช่น ไก่ที่เลี้ยงตัวผู้ หรือตัวเมีย มาจนถึงคำถามสุดท้ายจาก 6 หนุ่ม ด้านหลังครูผู้น้อย ซึ่งหัวเราะกันครึกครื้น ว่า

" พี่ครับ ทำไมไก่ไม่มีกระดูก"

พี่จู ถึงกับจิ๊ดดด

" มาเลย ออกมาทั้ง 6 คน เลย จัดเต็ม เต้นไก่ย่างถูกเผา หน้าห้อง"

หนุ่มๆ ทำท่าคล้าย เขินอายเล็กน้อย แล้วก็เต้นกันแบบ ลิงสลบ เรียกเสียงฮาลั่นห้อง ถ้ามีปุ่มกด likeจะกดให้คนละทีอยู่ด้วยกันเป็นปีเพิ่ง รู้ว่าเต้นเก่งกันขนาดนี้ ครูผู้น้อยจะเรียกให้เต้นให้ดูนานแล้ว เดี๋ยวกลับไปซ้อมกันให้ดีนะคะ ว่างๆ จะพาไปกันแสดงเก็บตังเราเรียนกันสนุกสนานแต่ก็สาระครบค่ะ

พาไป..เยี่ยมชมโรงงาน CPF มีนบุรี

พวกเราทุกคุณได้รับความรู้ ความบันเทิงกันทั่วหน้า ขอขอบพระคุณบริษัท CPF เป็นอย่างสูง พี่ๆทุกท่าน ที่ให้การต้อนรับอย่างดียิ่ง ก่อนกลับเรามีตัวแทนซึ่งหน้าตาดีที่สุดในสาขาวิศวกรรมอาหาร มากล่าวแสดงความซาบซึ้งประทับใจพร้อมมอบของที่ระลึกจากทางสถาบันเพื่อขอบพระคุณ แถมท้ายครูผู้น้อยก็ได้โอกาสแนะนำหลักสูตรสาขาวิศวกรรมอาหาร และ ฝากฝังศิษย์รักสาขาวิศวกรรมอาหาร ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจ ของ CPF ถ้าเงินเดือนดี สวัสดิการงามวิศวกรอาหาร จากพระจอมเกล้า ลาดกระบังเก่งและ ดี แม้จะยังไม่มีประสพการณ์ แต่ความสามารถเกินคาด และที่สำคัญไม่มีเกี่ยงงานหนักค่ะ

อาหารเป็นพลังงานของชีวิต วิศวกรอาหารก็เป็นพลังสำตัญพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร นะคะ

พาไป..เยี่ยมชมโรงงาน CPF มีนบุรี

แล้วเราก็ถ่ายรูปร่วมกันและเดินทางกลับอย่างสวัสดภาพ พาไป..เยี่ยมชมโรงงาน CPF มีนบุรีแล้วจะมาเยี่ยมใหม่นะคะ

พาไป..เยี่ยมชมโรงงาน CPF มีนบุรี

สุดท้าย นำค่านิยม 6 ประการของบริษัท ซีพีเอฟ ผลิตภัณฑ์อาหรจำกัด มาฝากก่อนจบ

พาไป..เยี่ยมชมโรงงาน CPF มีนบุรี



comments powered by Disqus
ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
เยี่ยมชมโรงงานวันไทยอุตสาหกรรมการอาหาร
วันนี้ครูผู้น้อย และคณะนักศีกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิศวกรรมอาหาร ไปเยี่ยมชมโรงงานวันไทยอุตสาหกรรมการอาหาร จำกัด เมื่อเอ่ยชื่อ วันไทยอุตสหกรรมการอาหาร หลายคนอาจฟังไม่คุ้น แต่ถ้าบอกชื่อว่า "ยำ ยำ" ล่ะก็ คนไทยทุกคนต้องร้อง อ๋อ เพราะเป็นชื่อที่เรียกกันจนติดปาก ของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่รู้จักกันทั่วประเทศ ครูผู้น้อยเองเคยกินมาตั้งแต่เด็กๆ ตั้งแต่ ยำ ยำ ช้างน้อย และก็ยังติดตามกันอยู่ถึงทุกวันนี้ จนคนกินจะเป็นช้างใหญ่อยู่แล้ว แปร๊น แปร๊น โรงงานวันไทยอุตสาหกรรมการอาหาร ตั้งอยู่ ที่นิคมอุตสาหกรรมบางชัน ติดถนนใหญ่ใกล้ๆ ลาดกระบังเรานี่เอง เยื้องกับโรงงานขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ ที่เราไปกันเมื่อเทอมที่แล้วเราเดินทางกันด้วยรถบัส ปรับอากาศ คันโตของคณะพวกเรานัดกัน ว่า 8 โมงเช้า ล้อรถจะหมุน ออกจากคณะ แต่รอกันไปรอกันมากว่า 10 นาที ครูผู้น้อยก็บอกลุงคนขับให้ออกรถไม่รอคนมาสายเพราะต้องการฝึกนิสัย เรื่องวินัยและความตรงต่อเวลาบางคนมาสาย ต้องนั่งมอเตอร์ไซต์ มาปาดหน้ารถบัส บางคนก็นั่งรถ หรือขับรถตามกันมา แต่ในที่สุดพวกเราทุกคนก็มาพร้อมกันที่ห้องประชุมของโรงงานทันเวลา 9.00น. บนโต๊ะในห้องประชุมมียำยำช้างน้อยวางอยู่ โต๊ะละ 4 ห่อ เห็นแล้วคิดถึงตอนเป็นเด็ก เราได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่งจากท่านผู้บริหารและ พนักงานมากมายหลายท่าน เท่าที่ครูผู้น้อยสอบถามมาได้ก็มี คุณ มนัส ตุลธนกาญจน์ ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล คุณรุ่งทิวา วิเศษหอม (HR supervisor) กล่าวต้อนรับพวกเรา และแนะนำให้เราได้รู้จักกับ ท่านกรรมการบริหารและผู้จัดการทั่วไป คือ คุณเสรี วิไลวรรณ ครูผู้น้อยซาบซึ้งและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่าน ได้สละเวลามาทักทายและมากล่าวแนะนำบริษัท ท่านได้เล่าให้พวกเราฟังว่า โรงงาน วันไทยอุตสหกรรมการอาหาร เป็นบริษัทที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน โรงงานเปิดผลิตครั้งแรกก็เดือน พฤษภาคม 2515 ก่อตั้งมา ปีนี้เป็นปีที่ 40 ปี (แหม เป็นน้องครูผู้น้อยไม่กี่ปีเลย) ปัจจุบันเป็นบริษัทผลิต บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่จำหน่ายทั่วประเทศ รู้จักกันดีคือ ยำ ยำจัมโบ้ รสต่างๆ และยังส่งออกไปทั่วโลก โดยเฉพาะทางยุโรป ออสเตเรีย นิวซีแลนด์ และในแถบเอเซีย คุณเสรี ท่านกล่าวว่า นโยบายของบริษัทวันไทยอุตสาหกรรมอาหาร เน้นหลักการ 3 อย่างคือ 1SAFTY ว่าด้วยเรื่องของความปลอดภัย ท่านว่าพนักงานเข้ามา มีอวัยวะ 32 ก็ต้องกลับ ออกไป จากโรงงานก็ต้องครบ 32 ห้ามขาด ห้ามเกิน เน้นให้พนักงานมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ทำงานอย่างปลอดภัยไม่มีอุบัติเหตุระหว่างการทำงาน ท่านบอกว่า ต้อง zero accident เชียวล่ะค่ะ โรงงานได้รับการรับรอง OHSAS 180001:2007 2 QUALITY ท่านกล่าวว่า เราผลิตอาหาร ดังนั้น เรื่องคุณภาพ ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ โรงงานได้รับการรับรองมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร มากมาย ตั้งแต่ Good Manufacturing Practice (GMP) Harzard Analysis Critical Control Point (HACCP) ,BRC,IFS,ISO 22000,HALALเรียกได้ว่ามีมาตรฐานอะไรออกมาก็ตาม ยำ ยำ จะทำให้ได้ทุกมาตรฐานเลยทีเดียว แหม ก็ของเค้าขายทั่วโลกนี่นา และ ท่านยังบอกพวกเราว่าโรงงานได้รับรางวัลด้านคุณภาพอีกมากมาย เช่นFDAquality awardจาก สำนักงานอาหารและยา 3 Environmentโรงงานจะเน้นเรื่องการจัดการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม โรงงานมีระบบบำบัดน้ำเสีย การบำบัดอากาศ การกำจัดฝุ่น การกำจัดขยะ โดยได้รับการรับรอง ISO 14001 ท่านกำชับพวกเราว่า เราในฐานะคนที่เรียนเกี่ยวกับอาหาร ต้องหาความรู้ให้มาก ทั้งเรื่องอาหาร เรื่องเครื่องจักรและอุปกรณ์แปรรูปอาหารอีกทั้ง ยังต้องรู้ เรื่องมาตรฐานคุณภาพต่างๆ มากมาย ซึ่งท่านช่วยกระตุ้น ทำให้นักศึกษาชั้นปีที่ 2เริ่มกระต่ือรือร้นมากนับว่าช่วยครูผู้น้อยได้มากเลยค่ะ ก่อนท่านจะกลับยัง เน้นว่าทางโรงงาน ยินดีให้ความรู้กับพวกเราเต็มที่ ขอให้ถาม ยินดีตอบทุกเรื่อง จากนั้นเราก็ได้ดูวิดีโอ แนะนำบริษัทและกรรมวิธีการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และ รับฟังการบรรยายจาก คุณ มานะฉันท์ ขันบุญ ท่านเป็นผู้ช่วย ผู้จัดการฝ่ายผลิต ครูผู้น้อยได้เรียบเรียงไว้ให้อ่านกันนะคะ คุณมานะฉันท์ท่านเล่าว่า โรงงานวันไทยอุตสาหกรรมการอาหาร มีโรงงานผลิต 2 โรงงาน มีพนักงานรวมทั้งสิ้นกว่า 1000คนโรงงานที่เราเข้่ามาเยี่ยมชม เป็นโรงงานวันไทย 1 มีสายการผลิตบะหมี่ 8 สายการผลิตโรงงานวันไทย 2 อยู่ ติดกับ โรงงานขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ กรรมวิธีการผลิต กรรมวิธีการผลิต บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยำ ยำ ส่วนใหญ่การผลิตจะทำงานด้วยเครื่องจักรที่ควบคุมด้วย ระบบอัตโนมัติ หรือระบบกึ่งอัตโนมัติ สถานที่ผลิต เป็นการผลิตในห้องผลิตที่เป็นห้องปิด เพื่อให้ถูกต้องตามหลัก Good Manufacturing Practiceพวกเราเข้าไปเยี่ยมชม โดยดูผ่านทางห้องกระจกโดยมีคุณ มานะฉันท์ ขันบุญ และ เจ้าหน้าที่อีก หลายท่านเช่น คุณ กิตติภาส เหรียญทอง supervisor safty ร่วมให้คำอธิบาย และบรรยายขณะเยี่ยมชม ซึ่งทำให้พวกเราได้รับความรู้ และได้ดูการผลิตจริงๆ ไปพร้อมๆกันค่ะ วัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตบะหมี่สำเร็จรูปคือแป้งสาลี (wheat flour) ซึ่งเป็นแป้งสาลีที่มีปริมาณโปรตีนสูง มีปริมาณโปรตีน ประมาณ 11 % ซึ่งทางโรงงาน จะเก็บแป้งสาลีไว้ในไซโล (silo) มีระบบการร่อนผ่านตะแกรงร่อน (seive) และผ่านเครื่องตรวจจับโลหะ เพื่อกำจัดสิ่งปนเปื้อนทางกายภาพแป้งสาลี จะถูกลำเลียงเข้ามาสู่สายการผลิตด้วยอุปกรณ์ลำเลียงด้วยลม (pneumatic conveyor) การผสม แป้งสาลี และส่วนผสมต่างๆ ตามสูตร นวดแป้ง (kneding) กับ สารละลายด่าง (lye water ,ภาษาญี่ปุ่่นเรียกว่า คันซุย) เพื่อทำให้โปรตีนในแป้งสาลี ซึ่งเรียกว่า กลูเตน (gluten) รวมตัว เกิดโด (dough) เหนียว นุ่มและยืดหยุ่น รีดโด ให้เป็นแผ่นบาง ด้วยลูกกลิ้ง (roller) หลายชุดต่อเนื่องกัน ให้ได้แผ่นแป้งที่บาง (ความหนาหลังการรีด ประมาณ 1 มิลลิเมตร) ตัดเป็นเส้น และพับเส้น ทำให้เป็นคลื่น (wave) ด้วยการให้เส้นเคลื่อนที่บนสายพาน (belt conveyor) ที่มีความเร็วไม่เท่ากัน การนึ่งด้วยไอน้ำ (steaming) ที่อุณหภูมิ 100ซ เพื่อให้เส้นสุก ประมาณ 80 % แป้ง เกิดการเจลลาติไนซ์ (gelatinization) และ คงรูปร่างอยู่ได้ ราดด้วยน้ำซุปเพื่อปรุงรส ตัดให้เป็นท่อน แล้ว การจัดเรียงในพิมพ์ (molding) โดยบะหมี่แต่ละก้อนจะจัดใส่บล็อคสี่เหลี่ยมหากเป็นบะหมี่แบบซอง หรือ ใส่ในพิมพ์รูปถ้วยสำหรับบะหมี่แบบถ้วย การทอด (frying) เป็นการทอดแบบน้ำมันท่วม (deep frying) ในเครื่องทอดแบบต่อเนื่อง (fryer) น้ำมันที่นิยมใช้ทอดคือ น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ (Refined Palm Oil) อุณหภูมิที่ใช้ทอดประมาณ 160-165°C ใช้เวลาประมาณ 2 นาทีการทอดเป็นการทำให้บะหมี่สุก และเป็นการลดความชื้นของเส้นบะหมี่ ทำให้บะหมี่แห้ง และกรอบ บะหมี่ที่ทอดเสร็จแล้ว และดูดซับน้ำมันไปประมาณ 18% การทอดเป็นจุดวิกฤติ ที่ต้องควบคุม (critical control point,CCP) ของกระบวนการผลิตคุณภาพของน้ำมันที่ใช้ทอด และน้ำมัน ระหว่างการทอด จะตรวจสอบ เพื่อวัดค่า Acid Value และ Peroxide Value ทุกช่วงการผลิต เพื่อตรวจสอบการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของลิพิด (lipid oxidation) รวมทั้งมีการกรองเศษบะหมี่ที่อาจตกค้างในกระทะทอดออก และเปลี่ยนน้ำมันที่ใช้ทอดใหม่เมื่อครบระยะการใช้งาน การทำเย็น (cooling) หลังการทอด เส้นบะหมี่จะผ่านเครื่องเป่าลม (blower) เพื่อลดอุณหภูมิของเส้นบะหมี่ให้ต่ำกว่า 50 ซ เส้นบะหมี่หลังการทำเย็นแล้วจะผ่านเข้าสู่บริเวณ high care area เพื่อ ตรวจจับโลหะ ด้วยเครื่องตรวจจับโลหะ ตรวจสอบน้ำหนัก และบรรจุเส้นบะหมี ใส่ซอง พร้อมซองเครื่องปรุง ปิดผนึกซอง แล้วบรรจุลงกล่องเพื่อพร้อมส่งจำหน่าย เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร สายการผลิต แบ่งเป็นโซน (zoning) 3โซน เพื่อการควบคุมเรื่องความสะอาด และสุขลักษณะการผลิต โดยHigh risk areaเป็นโซนสะอาดมากต้องการการดูแลมาก เป็นโซนที่บะหมี่ผ่านการทอดแล้ว ช่วงการบรรจุ ใส่ซองเครื่องปรุง และ การผนึกซอง จะอยู่ในห้องกระจกปิด และกั้นแยกออกจากส่วนอื่น อุปกรณ์การผลิต บริเวณผลิต รวมทั้ง พนักงาน จะแต่งกายมิดชิด โซนสะอาดปานกลาง เรียกว่า medium care areaก็ได้แก่โซนการเตรียมวัตถุดิบ และบริเวณการผลิตก่อนการทอด รวมถึงการทอด นอกนั้นก็เป็น โซนทั่วไป พวกเราได้ความรู้ ความบันเทิง ความประทับใจมากมาย และขากลับยังได้ ของที่ระลึกติดมือกลับมาด้วย ครูผู้น้อยต้องกราบขอบพระคุณอย่างสูง ไว้ณ.โอกาสนี้ค่ะ
กทม. เดินสายตรวจ E.coli ในตลาดสด เตือนคนไทยอย่าตระหนก พร้อมข้อแนะนำเบื้องต้น
‎เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.54 นางมาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมเจ้าหน้าที่กองสุขาภิบาลอาหารและกองควบคุมโรคติดต่อ ตรวจป้องกันการแพร่ระบาดเชื้ออีโคไล ซึ่งกำลังเป็นข่าว การระบาดหนักในยุโรปขณะนี้ณ ตลาดบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย เชื้ออีโคไล (Escherichia coliซึ่งเรียกย่อๆ ว่าE.coli) ซึ่งเป็นแบคทีเรีย ชนิดแบคทีเรียแกรมลบ (gram negative bacteria) มีรูปร่างเป็นท่อน เป็นเชื้อที่อยู่ในลำไส้ของมนุษย์ อยู่ในกลุ่ม coliform ซึ่งใช้เป็นดัชนีชี้ สุขาภิบาลอาหาร พบในลำใส้ของสัตว์เลือดอุ่นเจริญได้ดีที่อุณภูมิห้อง (mesophilic bacteria) เจริญได้ทั้งสภาวะที่มีออกซิเจน และไม่มีออกซิเจน (facultative anaerobe) ไม่ทนร้อน ไม่สร้างสปอร์ (non spore forming bacteria) ซึ่งพบได้ในอาหารหลายชนิด เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ นม สายพันธุ์ อี.โคไลที่ก่อโรค (pathogen) ในชาวยุโรป เริ่มจากที่ประเทศเยอรมัน และระบาดไปยังประเทศต่างๆ เป็นการติดเชื้อจากการปนเปื้อนมากับอาหาร เป็น เชื้อ อี.โคไล ที่กลายพันธุ์ จากสายพันธุ์ เดิม กลายเป็นสายพันธุ์ใหม่ ที่ไม่เคยพบมาก่อน สายพันธุ์นี้ สามารถ ผลิตสารพิษ เรียกว่า เอสทีอีซี (STEC-Shiga toxin-producing Escherichia coli) หรือ E.coli O 104 เป็นเชื้อก่อโรคที่มีความรุนแรงกว่าเดิม โดยเชื้อดังกล่าวจะไปสร้างสารพิษทำลายลำไส้ ทำให้ลำไส้มีเลือดออก และอุจจาระเป็นเลือด ขณะเดียวกันยังส่งผลให้เม็ดเลือดแดงแตกในกระแสเลือด อาจลุกลามไปทำลายไต ก่อให้เกิดไตวาย และหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง จะเสียชีวิตในที่สุด วัตถุประสงค์การตรวจของกทม. เพื่อ เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้ออีโคไล สร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค โดยกทม.ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างเข้มงวด พร้อมแนะวิธีป้องกัน และให้ความรู้เรื่องเชื้ออีโคไลแก่ประชาชน เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก จากการสอบทราบว่ายังไม่พบการแพร่ระบาดของเชื้อ แต่ทางกทม.จะได้ตรวจติดตามเชื้อนี้ในทุกเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครค่ะ เบาใจได้ ข้อแนะนำเบื้องต้น เพื่อการป้องกันอันตรายจากเชื้อ Escherichia coli ารจะป้องกันก็คงต้องทราบสภาวะที่ อีโคไลเจริญได้ pH ที่เจริญได้อยู่ในช่วง 4-9 อุณหภูมิที่พบการเจริญเติบโตอยู่ระหว่าง 6.5-50 องศาเซียลเซียส ปริมาณเกลือแกง (โซเดียมคลอไรด์) มากกว่า 6.5 % สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตได้ ค่าวอเตอร์แอคทิวิตี้ (water activity) ต่ำสุดที่สามารถเจริญได้คือ 0.95 วิธีการป้องกันเบื้องต้นคือ - เก็บอาหารสดที่อุณหภูมิต่ำ (cold storage) หลีกเลี่ยงการเก็บอาหารช่วงอุณหภูมิที่เป็นอันตราย คือ 4-55 ซ - หุง ต้ม ผัด อาหาร ให้ร้อนจัด อุ่นให้เดือด และเก็บอาหารที่ทำให้สุกแล้วที่อุณหภูมิต่ำ - การแปรรูปอาหารด้วยความร้อน (thermal processing) ระดับพาสเจอรไรซ์ (pasteurization) ทำลายเชื้อนี้ได้ - ควบคุมให้พนักงาน หรือบุคคล ที่สัมผัสกับอาหาร มีสุขอนามัยที่ดี (personal hygiene) - ป้องกันการเกิดปนเปื้อนข้าม (cross contamination) โดยเฉพาะอาหารที่ปรุงสุก อาหารพร้อมรับประทาน กับอาหารดิบ - ผลิตอาหารให้ถูกสุขลักษณะ ตามหลัก GMP (Good Manufacturing Practice) ,HACCP ติดตามข้อมูลได้ที่ face book HealthDepartment Bma
E.coli ระบาดหนักในเยอรมันนี ตายแล้ว 16 คน เจ็บ 1200
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวใหญ่ หลายสำนัก เช่น CNN สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงาน พบการระบาดของเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Escherichia coliหรือที่เรียกกันว่าE.coli ในประเทศเยอรมนี มีผู้เสียชีวิต 16 คน และมีผู้ป่วยด้วยโรคอาหารเป็นพิษ (food poisoning) อีก มากกว่า 1200 คน จากการติดเชื้อดังกล่าว การระบาดเริ่มต้นที่ ภาคเหนือของประเทศเยอรมนี และตอนนี้ การระบาดของโรค ตอนนี้กระจายไปทุก ภูมิภาค ขณะนี้พบผู้เสียชีวิต อย่างน้อยสองคนในภาคตะวันตกของประเทศเยอรมัน และ หนึ่งใน 16 ผู้เสียชีวิต เป็น หญิงชาวสวีเดน ที่เสียชีวิตหลัง เดินทางกลับจาก ประเทศเยอรมนี รายงานข่าวท้องถิ่นรายงานว่าการเสียชีวิตและการป่วย เกี่ยวข้องกับการ ได้รับเชื้อแบคทีเรีย E. coli ในแตงกวาออร์กานิค ที่นำเข้ามาจากสเปน แล้วมาแบ่งบรรจุ ในประเทศเยอรมนีและ ส่งไปจำหน่ายทั่วประเทศ และ ส่งออกไปยังประเทศออสเตรีย, สาธารณรัฐเช็ก , เดนมาร์ก, เยอรมัน, ลักเซมเบิร์ก, ฮังการี ขณะที่สเปนออกมาปฏิเสธว่าแตงกวาเสปน ไม่เกี่ยวข้องกับการระบาดนี้ Escherichia coliเป็นแบคทีเรียแกรมลบ (gram negative bacteria) รูปร่างเป็นแท่ง (rod shape) ไม่สร้างสปอร์เป็นfacultative anaerobeเจริญได้ทั้งที่มีออกซิเจนและไม่มีออกซิเจน อยู่ในวงศ์Enterobacteriaceae และเป็นแบคทีเรียที่จัดอยู่ในกลุ่มโคลิฟอร์ม (coliform) ประเภท fecal colilormซึ่งเป็นโคลิฟอร์มที่พบในอุจจาระของมนุษย์และสัตว์เลือดอุ่น จึงใช้เป็นดัชนีชี้สุขลักษณะของอาหาร และน้ำ เชื้อ แบคทีเรียEscherichiaส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นแบคทีเรียก่อโรค (pathogen) สายพันธ์ที่ระบาดขณะนี้เป็นShiga toxin-producing E. coli (STEC) ซึ่งเป็นสายพันธ์ในกลุ่ม enterohemorrhagic หรือ EHEC สายพันธ์ใหม่ เป็นสาเหตุของภาวะเลือดออกในลำไส้ (hemolytic uremic syndrome ,HUS) ซึ่งทำให้เกิดไตวายเฉียบพลัน อาการเบื้องต้นคืออุจจาระมีมูกปนเลือด หากพบอาการดังกล่าวให้รีบไปพบแพทย์ อย่าซื้อยาปฏิชีวนะทานเอง การป้องกัน รับประทานอาหารปรุงสุก เชื้อนี้จะ ที่ติดต่อผ่านทางอาหาร แต่เป็นเชื้อที่ไม่ทนร้อน ความร้อนในการหุงต้ม การพาสเจอรไรซ์ (pasteurization) จะทำลายเชื้อได้ ผู้ปรุงอาหาร ควรต้องระวังสุขลักษณะส่วนบุคคล (personal hygiene) ล้างมือให้สะอาด หากมีอาการท้องเสียไม่ควรปรุงอาหาร ระวังการปนเปื้อนข้าม (cross contamination) ระหว่างอาหารที่ปรุงสุก กับอาหารดิบ โรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ปฏิบัติตามหลักมาตรฐานอาหาร เช่น GMPHACCP จากการระบาดอย่างกว้างขวางและมีผลกระทบอย่างรุนแรงของเชื้อนี้ มีผลทำให้ประเทศเยอรมันออกประกาศห้ามประชาชนบริโภคผักสด ทำให้การส่งออกแตงกวาและผักสดของสเปนต้องหยุดชะงัก เกษตรกรในสเปนขาดทุนรวมกันแล้วกว่า 9,300 ล้านบาท สำหรับคนไทย ตอนนี้เท่าที่ระวังได้คือ กินร้อน ช้อนกลาง และล้างมือ Reference Outbreak of Shiga toxin-producing E. coli in Germany (2 June 2011, 11:00) http://www.cnn.com/2011/WORLD/europe/06/02/europe.e.coli/index.html
การใช้ความดันสูงเพื่อการถนอมอาหาร
การแปรรูปอาหารโดยใช้ความดันสูง High PressureFood Processing บทนำ กระบวนการใช้ความดันสูงเป็นวิธีการถนอมอาหารที่เริ่มมีการประยุกต์ใช้เพื่อการแปรรูปอาหาร เชิงการค้า เป็นการแปรรูปอาหารโดยไม่ใช้ความร้อน (non thermal processing) แต่เป็นการใช้ความดันสูงกว่าความดันบรรยากาศมาก เพื่อทำลายจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของการเสื่อมเสียของอาหาร (microbial spoilage) จุลินทรีย์ก่อโรค (pathogen) นอกจากนี้ความดันสูงยังทำลาย เอนไซม์ ที่เป็นสาเหตุให้เกิดการเสื่อมเสียของอาหาร ทำให้อาหารมีอายุการเก็บรักษานานขี้น มีผลเทียบเคียงกับการแปรรูปอาหารด้วยความร้อน (thermal processing) ระดับการพาสเจอร์ไรซ์ (pasteurization) แต่เนื่องจากอุณหภูมิของอาหาร เพิ่มขึ้นน้อยมาก ทำให้ลดการสูญเสียคุณภาพอาหาร เนื่องจากความร้อนทำให้อาหารปลอดภัย โดยรักษาสี กลิ่น และเนื้อสัมผัสของอาหารได้ดี เมื่อเทียบกับการใช้ความร้อน ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์อาหารที่ผลิตและแปรรูปโดยใช้กระบวนการนี้และประสบผลสำเร็จทางการค้าได้แก่ อาหารพร้อมรับประทาน (ready to eat) อาหารประเภทที่เป็นกรด (acid foods) เช่น แยม โยเกิร์ตและ เครื่องดื่ม เช่น น้ำผลไม้ อาหารทะเล เช่น หอยนางลม (oyster) โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศเริ่มแรกและทำให้เกิดการกระตุ้นและเกิดการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารโดยการใช้ความดันสูงเพื่อการถนอมอาหารเพิ่มมากขึ้นและแพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ หลายประเทศเช่น ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศในแถบยุโรป ได้แก่ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เยอรมันนีและสวีเดน ซึ่งได้มีการรวมกลุ่มเพื่อวิจัยและศึกษากระบวนการใช้ความดันสูงในการแปรรูปและถนอมอาหาร กระบวนการใช้ความดันสูงในการแปรรูปและถนอมอาหารในเชิงการค้าระดับอุตสาหกรรม จะต้องศาสตร์หลายแขนงมาประกอบกัน ทั้งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร เช่น จุลชีววิทยาอาหาร เคมีอาหาร และความรู้ด้านวิศวกรรม เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์อาหาร ที่มีคุณภาพดี ปลอภัย มีประสิทธิภาพและปลอดภัยในการผลิต การใช้ความดันสูงนั้นจะต้องใช้งบประมาณตั้งต้นในการลงทุนค่อนข้างสูงแต่พบว่าจะให้ผลตอบแทนดีในระยะยาวเนื่องจากเทคโนโลยีนี้เป็นเทคโนโลยีสะอาด ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการนี้มีความสดและใกล้เคียงกับธรรมชาติ ประวัติการใช้ความดันสูงในการแปรรูปและถนอมรักษาอาหาร เทคโนโลยีการใช้ความดันสูงนั้น เริ่มต้นมาจากการใช้ความดันสูงในอุตสาหกรรมการผลิตเซรามิก (ceramics) เหล็กและซุบเปอร์อัลลอยด์ (superalloys) และเริ่มนำมาใช้กับอุตสาหกรรมอาหารในภายหลัง โดยมีการศึกษาผลของความดันสูงต่อจุลินทรีย์ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 ในการใช้ความดันเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาน้ำนมและหลังจากนั้น 15 ปี มีการวิจัยศึกษาในประเทศฝรั่งเศสเรื่องผลของความดันสูงต่อแบคทีเรีย และพบว่าการใช้ความดันสูง 600 MPa สามารถทำลายเซลล์จุลินทรีย์ (vegetative cells) ได้ อย่างไรก็ตามงานวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีการใช้ความดันสูงยังไม่เป็นที่น่าสนใจมากนักจนกระทั่งในช่วงปี คศ. 1980 จึงเริ่มมีการวิจัยการใช้เทคโนโลยีนี้อีกครั้งหนึ่ง โดยในประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และประเทศในยุโรป จากนั้นได้มีการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการแปรรูปโดยกระบวนการใช้ความดันเป็น ครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นในปี คศ.1990 หลักการของกระบวนการใช้ความดันสูงในการแปรรูปและถนอมรักษาอาหาร ผลของความดันสูงต่อจุลินทรีย์ ผลของความดันการทำลายเซลจุลินทรีย์ แบคทีเรียส่วนใหญ่สามารถเจริญได้ที่ความดันระหว่าง 200 - 300 atm ส่วนจุลินทรีย์ที่สามารถเจริญได้ที่ความดันที่สูงกว่า 400 - 500 atm เรียกว่า barophiles ความดันสูงระดับ ปานกลาง (ระหว่าง 300 - 600 MPa) สามารถทำลายเซล (vegetative cells) ของ จุลินทรีย์ได้ โดยความดันสูงทำลายผนังเซลล์ (cell wall) และเซลล์เมมเบรน (cell membrane) ทำให้แวคคิวโอล (vacuoles) ภายในเซลล์แตก ผลของความดันสูงต่อการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของจุลินทรีย์ได้แก่ การหยุดการเคลื่อนที่ (cessation of motility) แบคทีเรียที่เคลื่อนที่ได้โดยส่วนใหญ่จะหยุดการเคลื่อนที่เมื่อให้ความดันต่อเนื่องที่ 200 - 400 atm ตัวอย่างเช่น ที่ความดัน 100 atm พบว่า E. coli, Vibrio และ Pseudomonas จะยังคงมี แฟลกเจลลา (flagella) แต่เมื่อเพิ่มความดันเป็น 400 atm พบว่าเชื้อเหล่านี้จะสูญเสียอวัยวะ และในแบคทีเรียบางชนิดพบว่าจะสามารถกลับมาเคลื่อนที่ได้อีกครั้ง แบคทีเรียที่อยู่ในระยะ log phase จะทนต่อความดันสูงได้น้อยกว่าทำลายได้ง่ายกว่า เซลล์ที่อยู่ในระยะ stationaryphaseระยะ death phase และ สปอร์ของแบคทีเรีย (bacterial spore) ความดันสูงระดับ ปานกลางมีผลทำให้อัตราการเจริญและการขยายพันธุ์ของจุลินทรีย์ลดลง ส่วนความดันที่สูงมากจะทำลายจุลินทรีย์ได้ ขนาดของความดันสูงที่สามารถยับยั้งการขยายพันธุ์และการเจริญจะมีค่าที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดและสปีซีส์ (species) ของจุลินทรีย์ การทำลายสปอร์ของแบคทีเรีย สปอร์ของแบคทีเรีย (bacterial spore) ที่มีการปนเปื้อนอยู่ในอาหารสามารถทำได้โดยการใช้ความร้อน (thermal processing) แต่จะมีผลเสียคือทำให้คุณภาพอาหาร ด้านต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ลดลง ในทางกลับกันพบว่าที่อุณหภูมิต่ำ อัตราการทำลายสปอร์จะเพิ่มขึ้นเมื่อความดันสูงที่ใช้เพิ่มขึ้น การใช้ความดันสูงในการทำลายสปอร์นั้นพบว่าอุณหภูมิมีบทบาทที่สำคัญมาก ส่วนปัจจัยอื่นๆที่มีผลรองลงมาได้แก่ค่า pH และวอเตอร์แอคติวิตี้ (water activity) โดยอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มงอกของสปอร์จะมีความแตกต่างกันไปตามระดับของความดันสูงและการยับยั้งการงอกของสปอร์จะมีประสิทธิภาพดีที่สุดเมื่อ pH มีค่าปานกลางและมีประสิทธิภาพต่ำสุดเมื่อค่า pH สูงหรือต่ำเกินไป สำหรับตัวถูกละลายที่ไม่แตกตัวเป็นอิออนที่มีค่าวอเตอร์แอคติวิตี้ต่ำมีผลเล็กน้อยในการยับยั้งสปอร์ด้วยความดันสูง ผลของความดันสูงต่อปฏิกิริยาของเอนไซม์ การสูญเสียกิจกรรมเอนไซม์เนื่องจากความดันสูงนั้นมีสาเหตุมาจากความดันสูงทำให้โครงสร้างภายในโมเลกุล (intramolecular structures) เกิดการเปลี่ยนแปลง การใช้ความดันสูงระหว่าง 1,000 - 3,000 atm ในการยับยั้งพบว่าเอนไซม์บางชนิดอาจคืนกิจกรรม (reversible) ได้ เช่น lactate dehydrogenase ใน Bacillus stearothermophilus ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโมเลกุลเอนไซม์และถ้าใช้ความดันสูงเกินกว่า 3,000 atm การคืนกิจกรรมระหว่างการเก็บรักษาหรือในขณะลำเลียงขนส่งจะมีโอกาสเกิดน้อยลง ผลของความดันสูงต่อปฏิกิริยาชีวเคมี ผลของการใช้ความดันสูงต่อระบบทางชีวภาพ ได้แก่ การทำให้โปรตีนสูญเสียสภาพธรรมชาติ (protein denaturation) การสูญเสียสภาพธรรมชาติของโปรตีนเนื่องจากความดันสูง ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ได้แก่ โครงสร้างของโปรตีน ขนาดของความดันสูงที่ใช้ อุณหภูมิ ค่า pH และองค์ประกอบของตัวทำละลายปฏิกิริยาการสูญเสียสภาพธรรมชาติของโปรตีนเนื่องจากความดันสูงนั้นบางครั้งอาจผันกลับได้ (reversible) แต่การกลับคืนสภาวะเดิม (renaturation) หลังจากหยุดให้ความดันสูงอาจกินเวลานานการทำให้ไขมันแข็งตัวและทำให้เมมเบรนแตกสลายซึ่งเป็นผลทำให้สามารถทำลายจุลินทรีย์ได้ ความดันสูงมีผลในการยับยั้งปฏิกิริยาในกระบวนการหมัก (fermentation) โดยพบว่าผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการหมักที่สภาวะความดันสูงแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการหมักที่ความดันปกติ การใช้ความดันสูงระหว่าง 2,000 - 3,000 atm เป็นเวลา 10 นาที ที่อุณหภูมิ 10 องศาเซลเซียสแก่โยเกิร์ตสามารถป้องกันไม่ให้เกิดกรดแลกติกในปริมาณที่สูงเกินไปในระหว่างการหมักโยเกิร์ตแบบต่อเนื่อง โดยที่ความดันสูงสามารถยับยั้งการเจริญและคงปริมาณของแบคทีเรียแลคติก (lactic acid bacteria) ไว้ที่ระดับเริ่มต้นได้ รูปที่1 กระบวนการใช้ความดันสูง ที่มา : http://www.avure.com/food/applications/ กระบวนการใช้ความดันสูงในการแปรรูปอาหารจัดเป็นกระบวนการแปรรูปที่ไม่ใช้ความร้อน (non thermal processing ) หรืออาจทำให้เกิดความร้อนขึ้นน้อยมาก งานที่เกิดจากการกดอัดในระหว่างการให้ความดัน (pressurization) หรือที่เรียกว่า adiabatic heat นั้นจะทำให้อุณหภูมิของอาหารเพิ่มขึ้น (ประมาณ 3 องศาเซลเซียสต่อ 100 MPa) และขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของอาหาร แต่ความร้อนที่เกิดขึ้นนี้จะหายไปทันทีที่ลดความดันจนถึงระดับความดันบรรยากาศปกติ ข้อดีของกระบวนการนี้ในแง่ของการไม่ทำให้เกิดความร้อนเป็นผลให้คุณภาพอาหารเกิดการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยและยังเป็นกระบวนการที่สามารถทำลายหรือยับยั้ง จุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค (pathogen) และที่ทำให้อาหารเกิดการเสื่อมเสีย (microbial spoilage) ได้ รวมทั้งยับยั้งเอนไซม์และใช้ผลิตอาหารที่มีคุณภาพสูงได้ กระบวนการนี้จึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ในปัจจุบันได้มีการวิจัยและศึกษาการใช้ความดันสูงในการแปรรูปอาหาร และพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารประเภทต่างๆ รวมทั้งการใช้ความดันสูงร่วมกับกระบวนการแปรรูปหรือเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาอาหารและปรับปรุงคุณภาพอาหารทางด้านต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น การประยุกต์ใช้ความดันสูงในกระบวนการแปรรูปอาหาร ความดันสูงสามารถยืดอายุการเก็บรักษาอาหารรวมทั้งเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติบางประการ เช่น เนื้อสัมผัสและคุณภาพทางประสาทสัมผัสได้ การศึกษาและการประยุกต์ใช้ความดันสูงในการแปรรูปและถนอมอาหารในปัจจุบันมีเพิ่มขึ้นและมีผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การใช้ความดันสูงกับหอยนางลมสด (oyster) ตารางที่1 ตัวอย่างของผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากการใช้ความดันสูง ผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิต ภาชนะและขนาดบรรจุ แยม ท็อปปิ้ผลไม้ โยเกิร์ตและเจลลี่ Meiji-ya ถ้วยพลาสติก (100 - 125 กรัม) น้ำองุ่น Pokka Corp ขวดแก้ว (200 - 800 กรัม) Mikan Juice Takanashi Milk กล่องกระดาษ (1,000 กรัม) ไอศกรีม (ผสมผลไม้สด) Nisshin Oil Mills ถ้วยกระดาษ (130 กรัม) เนื้อสัตว์ที่มีความนุ่ม Fuji Chika & Mutterham - หอยนางลม Goose Point Oysters การลดปริมาณจุลินทรีย์ในอาหาร ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการใช้ความดันสูงในปัจจุบันที่มีจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ แยม (jams) และซอสผลไม้เช่น ซอสสตรอเบอรี่และมามาเลด (mamalade) ผลิตภัณฑ์แยมที่ผ่านการให้ความดันสูงพบว่าจะยังคงรสชาติและสีของผลไม้สดซึ่งแตกต่างจากแยมที่ผลิตโดยผ่านกระบวนการให้ความร้อนแบบดั้งเดิม การละลายน้ำแข็ง (thawing) ของอาหารที่ผ่านการแช่เยือกแข็ง (freezing) การใช้ความดันสูงในระดับที่เหมาะสมมีผลในการยืดอายุการเก็บรักษาอาหารโดยการทำลายหรือยับยั้งจุลินทรีย์ สปอร์และเอนไซม์ที่ไม่ต้องการในอาหาร และสามารถใช้ความดันสูงในการละลายน้ำแข็งอาหารแช่เยือกแข็งโดยทำให้เกิดขึ้นในอัตราเร็วที่สม่ำเสมอและจะเกิดได้รวดเร็วยิ่งขึ้นเมื่ออาหารนั้นมีของแข็งที่ละลายได้เช่น น้ำตาลหรือเกลือในปริมาณที่สูง การใช้ความดันสูงช่วยลดเวลาในการละลายน้ำแข็งของอาหารแช่เยือกแข็งได้รวดเร็วกว่า โดยเนื้อสัตว์แช่เยือกแข็งที่นำมาละลายน้ำแข็งโดยใช้ความดันสูง มีรสชาติและความชุ่มฉ่ำไม่แตกต่างจากเนื้อสัตว์ที่ละลายน้ำแข็งโดยการตั้งทิ้งไว้ที่ความชื้นต่ำและอุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียสแต่สีของเนื้อสัตว์จะซีดลงเล็กน้อย การบ่มเนื้อ (meat aging) การใช้ความดันสูงช่วยลดเวลาทำให้เนื้อนุ่มในกระบวนการ tenderization จากวิธีปกติที่ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ที่อุณหภูมิแช่เย็น เหลือเพียง 10 นาทีโดยใช้ความดันสูง นอกจากจะมีผลต่อโครงสร้างกายภาพภายในชิ้นเนื้อแล้วยังเร่งปฏิกิริยาเอนไซม์ที่ย่อยสลายโปรตีนในชิ้นเนื้อเป็นผลให้เนื้อเกิดความนุ่มเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นการให้ความดันสูงแก่ข้าวมีผลทำให้โครงสร้างของสตาร์ช (starch) และโปรตีนเกิดการเปลี่ยนแปลงทำให้สามารถนำไปหุงสุกได้ภายในระยะเวลาสั้น และการให้ความดันสูงแก่น้ำผลไม้จำพวกส้มจะทำให้น้ำผลไม้ดังกล่าวมีรสชาติที่ใกล้เคียงกับของสดและไม่เกิดการสูญเสียวิตามินซีรวมทั้งสามารถยืดอายุการเก็บรักษาได้ การเกิดเจลของโปรตีน เจลของไข่ขาวที่เกิดจากการให้ความดันสูงพบว่ามีกลิ่นรสธรรมชาติ ไม่เกิดการสูญเสียวิตามินและกรดอะมิโนและย่อยได้ง่ายกว่าเจลของไข่ขาวที่เกิดจากความร้อน นอกจากนั้นเจลไข่ขาวและไข่แดงจะยังคงสีดั้งเดิมและมีความนุ่ม เป็นประกาย และมีความยืดหยุ่นดีกว่าเจลที่เกิดจากความร้อนโดยในขณะที่ความแข็งแรงของเจลเพิ่มขึ้นพบว่าความเหนียวของเจลจะลดลงเมื่อเพิ่มระดับของความดันสูง การยับยั้งเอนไซม์ในผัก และผลไม้ ความดันสูงสามารถยับยั้งเอนไซม์ในผัก ผลไม้ ได้ โดยมีข้อดีกว่าการลวก (blanching) ด้วยความร้อนคือไม่สูญเสียคุณค่าทางโภชนาการและช่วยรักษาสภาพแวดล้อมโดยไม่ทำให้เกิดน้ำเสียจากน้ำที่ใช้ในการลวก Knorr (1993) รายงานว่าการใช้น้ำร้อนในการลวกมันฝรั่งจะสามารถลดปริมาณจุลินทรีย์ได้ 3 log cycle ในขณะที่การใช้ความดันสูงจะสามารถลดได้ถึง 4 log cycle และระหว่างการลวกมันฝรั่งโดยใช้น้ำร้อนพบว่าเกิดการสูญเสียโปตัสเซียมจากการชะ (leaching) ในขณะที่การใช้ความดันสูงไม่ทำให้เกิดการสูญเสียธาตุอาหารดังกล่าว 10. สรุป การใช้เทคโนโลยีความดันสูงเป็นวิธีการหนึ่งที่ไม่ใช้ความร้อนในการถนอมอาหาร นอกจากนั้นยังช่วยในการปรับปรุงคุณสมบัติเชิงหน้าที่ (functional properties) ของอาหาร สิ่งที่มีความสำคัญในการใช้ความดันสูงคือสามารถนำมาใช้ในการยับยั้งปฏิกิริยาของเอนไซม์ในขณะที่ยังคงรักษาคุณค่าทางโภชนาการและรสชาติของอาหารไว้ได้ ทำให้อาหารมีรสชาติที่ยังคงสดใหม่รวมทั้งคงคุณภาพทางเนื้อสัมผัส อย่างไรก็ตามการใช้ความดันสูงในปัจจุบันมีข้อจำกัดการใช้ในระดับอุตสาหกรรมอยู่ที่เครื่องมือหรืออุปกรณ์ ซึ่งจะต้องออกแบบให้ทนต่อแรงดันที่สูงมากและยังต้องมีการพัฒนาและปรับปรุงต่อไป เอกสารอ้างอิง DA Ledward, DE Johnston, RG Earnshaw and APM Hasting High pressure processing of food, Nothinghamuniversity press. Leicestershire. G.W. Gould. Hydrostatic pressure of food. New method of food preservation, p.135-158 The ohio state university. High pressure processing. Roman Buckow. Food preservation by high pressure. Okamoto, M., Y. Kawamura, and R. Hayashi. 1990 Application of high pressure to food processing : texturalcomparison of pressure and heat induced gels of food proteins. Agric. Biol. Chem. 54 (1) : 183 - 189.
สมัครสมาชิก

คุณประโยชน์สาหร่ายแดง
  • ช่วยให้ผิวขาว
  • ช่วยให้หน้าใส
  • ได้รับอาหารผิวที่ควรได้รับ
  • สนับสนุนโดย / Supported By

    • บริษ้ท มาเรล ฟู้ดส์ ซิสเท็ม จำกัด จัดจำหน่ายเครื่องจักรและอุปกรณ์การแปรรูปอาหาร เช่น ระบบการชั่งน้ำหนัก, การคัดขนาด, การแบ่ง, การตรวจสอบกระดูก และการประยุกต์ใช้ร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ พร้อมกับบริการ ออกแบบ ติดตั้ง กรรมวิธีการแปรรูปทั้งกระบวนการ สำหรับ ผลิตภัณฑ์ ปลา เนื้อ และ สัตว์ปีก โดยมีวิศวกรบริการและ สำนักงานตั้งอยู่ที่กรุงเทพ มาเรล เป็นผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกของอุปกรณ์การแปรรูปอาหารที่ทันสมัย​​ครบวงจรทั้งระบบ สำหรับอุตสาหกรรม ปลา กุ้ง เนื้อ และสัตว์ปีก ต่างๆ เครื่องแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก Stork และ Townsend จาก Marel อยู่ในกลุ่มเครื่องที่เป็นที่ยอมรับมากที่สุดในอุตสาหกรรม พร้อมกันนี้ สามารถบริการครบวงจรตั้งแต่ต้นสายการผลิตจนเสร็จเป็นสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยสำนักงานและบริษัทสาขามากกว่า 30 ประเทศ และ 100 เครือข่ายตัวแทนและผู้จัดจำหน่ายทั่วโลก ที่พร้อมทำงานเคียงข้างลูกค้าเพื่อขยายขอบเขตผลการแปรรูปอาหาร Marel Food Systems Limited. We are supply weighing, grading, portioning, bone detection and software applications as well as complete turn-key processing solutions for fish, meat and poultry. We have service engineer and office in Bangkok. Marel is the leading global provider of advanced food processing equipment, systems and services to the fish, meat, and poultry industries. Our brands - Marel, Stork Poultry Processing and Townsend Further Processing - are among the most respected in the industry. Together, we offer the convenience of a single source to meet our customers' every need. With offices and subsidiaries in over 30 countries and a global network of 100 agents and distributors, we work side-by-side with our customers to extend the boundaries of food processing performance.
    • วิสัยทัศน์ของบริษัท คือ การอยู่ในระดับแนวหน้า "ฟอร์ฟร้อนท์" ของเทคโนโลยีประเภทต่างๆ และนำเทคโนโลยีนั้นๆ มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมและกระบวนการผลิตในประเทศไทย เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้า บริษัท ฟอร์ฟร้อนท์ ฟู้ดเทค จำกัด เชื่อมั่นและยึดมั่นในอุดมการณ์การดำเนินธุรกิจ กล่าวคือ จำหน่าย สินค้าและให้บริการที่มีคุณภาพสูง ซึ่งเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า ด้วยความซื่อสัตย์และความตรงต่อเวลา เพื่อการทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จร่วมกันระยะยาว Our vision is to be in the "forefront" of technology in its field and suitably apply the technology to industries and production in Thailand for customers' utmost benefits. Forefront Foodtech Co., Ltd. strongly believes in and is committed to our own business philosophy which is to supply high quality products and service appropriately to each customer's requirements with honesty and punctuality in order to maintain long term win-win business relationship. Forefront Foodtech Co., Ltd. is the agent company that supplies machinery and system, install and provide after sales service as well as spare parts. Our products are: Heinrich Frey Maschinenbau Gmbh, Germany: manufacturer of vacuum stuffers and machinery for convenient food Kronen GmbH, Germany: manufacturer of machinery for vegetable and fruits from washing to packing Nock Fleischerei Maschinenbau GmbH, Germany: manufacturer of skinning machines, membrane skinning machine, slicers and scale ice makers K + G Wetter GmbH, Germany: manufacturer of grinders and bowl cutters Ness & Co. GmbH, Germany: manufacturer of smoke chambers, both stand alone and continuous units Dorit DFT GmbH, Germany: manufacturer of tumblers and injectors Maschinenfabrik Leonhardt GmbH, Germany: manufacturer of dosing and filling equipment
    • We are well known for reliable, easy-to-use coding and marking solutions which have a low total cost of ownership, as well as for our strong customer service ethos. Developing new products and a continuous programme of improving existing coding and marking solutions also remain central to Linx's strategy. Coding and marking machines from Linx Printing Technologies Ltd provide a comprehensive solution for date and batch coding of products and packaging across manufacturing industries via a global network of distributors. In the industrial inkjet printer arena, our reputation is second to none. Our continuous ink jet printers, laser coders, outer case coders and thermal transfer overprinters are used on production lines in many manufacturing sectors, including the food, beverage, pharmaceutical, cosmetics, automotive and electronic industries, where product identification codes, batch numbers, use by dates and barcodes are needed. PTasia, THAILAND With more than 3,700 coding, marking, barcode, label applicator, filling, packing and sealing systems installed in THAILAND market. Our range is includes systems across a wide range of technologies. To select the most appropriate technology to suit our customers. An excellent customer service reputation, together with a reputation for reliability that sets standards in the industry, rounds off the PTAsia offering and provides customers with efficient and economical solutions of the high quality. Satisfyingcustomers inTHAILAND for 10 years Our 1,313 customers benefit from our many years of experience in the field, with our successful business model of continuous improvement. Our technical and service associates specialise in providing individual advice and finding the most efficient and practical solution to every requirment. PTAsia extends its expertise to customers in the food, beverage, chemical, personal care, pharmaceutical, medical device, electronics, aerospace, military, automotive, and other industrial markets.