News and Articles

กฎหมาย FDA Food Safety Modernization Act

กฎหมาย FDA Food Safety Modernization Act


หมวดหมู่: []
วันที่: 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

กฎหมาย FDA Food Safety Modernization Act

ความเป็นมา

FDA Food Safety Modernization Act มีชื่อเรียกสั้นๆว่า Food Safety Bill ถูกจัดทำขึ้นเพื่อเป็นการ แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย Federal Food, Drug, and Cosmetic Act ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของ

กฎหมาย FDA Food Safety Modernization Act

อุปทานอาหารของสหรัฐฯ ร่างกฎหมาย Food Safety Bill ได้รับการพิจารณาอย่างรวดเร็วมาก โดยถูกเสนอเพื่อพิจารณาเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2009 และสภาสูงของสหรัฐฯลงมติยอมรับร่างกฎหมายนี้เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2010 คาดว่าประธานาธิบดีโอบามาได้ลงนามในร่างกฎหมายเพื่อให้กลายเป็นกฎหมายสมบูรณ์เมื่อวันที่ 4มกราคม ปี 2011 มีประมาณการณ์ว่าการดำเนินงานตามกฎหมายฉบับนี้จะต้องใช้เงินงบประมาณไม่ต่ำกว่า 1.4 พันล้าน เหรียญฯในระยะเวลาห้าปีข้างหน้า (ในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา FDA ได้รับงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กฎระเบียบเรื่องอาหารเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจนถึงประมาณว่าเกินกว่า 800 ล้านเหรียญฯในปัจจุบัน) การใช้ จ่ายเงินส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในปี 2014 และ 2015 หลังจากระยะเวลาที่กฎหมายนี้ได้ถูกทะยอยบังคับใช้อย่างเต็มที่

กฎหมาย FDA Food Safety Modernization Act

กฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจ FDA ในการจ้างผู้ตรวจ (inspector) เพิ่มขึ้นอีก 2,000 คน และเป็นครั้งแรกที่กฎหมาย ให้อำนาจ FDA ในการเรียกเก็บ (recall) ผลิตภัณฑ์สินค้าภายใต้การดูแลของ FDA ในปัจจุบันการเรียกเก็บสินค้า ออกจากตลาดถือเป็นการกระทำตามความสมัครใจของเจ้าของสินค้า

นื้อหาโดยสรุปของ Food Safety Bill ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการค้าสินค้าอาหาร

อำนาจหน้าที่ใหม่ที่สำคัญของ FDA วันที่ที่จะต้องบังคับใช้ตามที่กฎหมายกำหนดไว้อยู่ในเครื่องหมายวงเล็บ: การป้องกัน

เป็นครั้งแรกที่ FDA มีอำนาจตามกฎหมายที่จะกำหนดการควบคุมเชิงป้องกันได้อย่างสมบูรณ์แบบทั่วทั้งอุปทานอาหาร อำนาจนี้รวมถึง:

การควบคุมเชิงป้องกันต่อสถานที่ผลิตอาหาร: สถานที่ผลิตอาหารจะต้องมีแผนการควบคุมเชิงป้องกันที่เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งหมายความว่า:

(1) มีการประเมินอันตรายที่อาจส่งผลกระทบความปลอดภัยของอาหารได้

(2) ระบุขั้นตอนการป้องกัน หรือการควบคุม ที่จะเตรียมไว้เพื่อลดหรือป้องกันอันตรายให้เหลือน้อยที่สุด

(3) ระบุว่าจะติดตามดูแลการควบคุมเหล่านี้อย่างไร เพื่อรับประกันว่า ใช้งานได้

(4) จัดทำบันทึกการติดตามดูแลเป็นปกติวิสัย และ

(5) ระบุว่าสถานที่ผลิตอาหารจะดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร (จะต้องมีกฎฉบับที่สุดออกมา 18 เดือนหลังการออกกฎหมาย)

มาตรฐานความปลอดภัยสำหรับผลิตผล: FDA จะต้องกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำสุดที่ใช้วิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐานเพื่อการผลิตที่ปลอดภัย และการเก็บเกี่ยวผลไม้และผัก มาตรฐานเหล่านั้นจะต้องพิจารณาอันตรายที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ รวมทั้งที่อาจตั้งใจหรือไม่ตั้งใจทำให้เกิดขึ้น จะต้องจัดการเรื่องการปรับเปลี่ยนดิน (การเพิ่มสารในดิน เช่นการทำปุ๋ยหมัก) สุขภาพอนามัย บรรจุภัณฑ์ การควบคุมอุณหภูมิ สัตว์ในบริเวณเพาะปลูก และน้ำ (จะต้องมีข้อบังคับฉบับที่สุดออกมา 2 ปีหลังการออกกฎหมาย)

การป้องกันการเจือปนโดยเจตนา: FDA จะต้องออกกฎข้อบังคับเพื่อปกป้องการเจือปนอาหารโดยเจตนา รวมทั้งการกำหนดกลยุทธในการบรรเทาปัญหาที่ใช้วิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐาน เพื่อเตรียมการและป้องกันอุปทานโซ่อาหารในที่ที่เป็นจุดอ่อนโดยเฉพาะ (จะต้องมีกฎฉบับที่สุดออกมา 18 เดือนหลังการออกกฎหมาย)

การตรวจสอบและการปฏิบัติตาม

  • กฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงความปลอดภัยทางด้านอาหารให้ทันสมัย (FSMA) ตระหนักดีว่า มาตรฐานการควบคุมเชิงป้องกัน ปรับปรุงความปลอดภัยของอาหารให้ดีขึ้นได้เท่าที่ผู้ผลิตและผู้แปรรูปอาหารจะปฏิบัติตามเท่านั้น ดังนั้น FDA จึงจำเป็นจะต้องจัดการควบคุมดูแล ทำให้แน่ใจว่ามีการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ และตอบสนองอย่างได้ผลเมื่อเกิดปัญหา FSMA ให้เครื่องมือสำคัญใหม่ๆแก่ FDA สำหรับการตรวจสอบและการปฏิบัติตาม รวมทั้ง:ความถี่ในการตรวจสอบ: FSMA กำหนดความถี่ในการตรวจสอบสถานที่ผลิตอาหาร โดยอาศัยความเสี่ยงเป็นพื้นฐาน และให้เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบในทันที จะต้องตรวจสถานที่ผลิตอาหารความเสี่ยงสูงทั้งหมดในประเทศ ภายในเวลาห้าปีหลังการออกกฎหมาย และไม่ต่ำกว่าทุกๆสามปีต่อจากนั้น ภายในเวลาหนึ่งปีหลังการออกกฎหมาย กฎหมายมีคำสั่งให้ FDA ตรวจสอบสถานที่ผลิตอาหารต่างประเทศอย่างน้อย 600 แห่ง และเพิ่มการตรวจสอบเป็นสองเท่าทุกปี เป็นเวลาห้าปีต่อจากนั้น
  • การเข้าถึงบันทึกเอกสาร: FDA จะสามารถเข้าถึงบันทึกเอกสาร รวมทั้งแผนความปลอดภัยทางอาหารของอุตสาหกรรม และบันทึกเอกสารที่บริษัทถูกสั่งให้เก็บบันทึกไว้ ซึ่งชี้แจงการนำแผนของตนมาใช้
  • การทดสอบโดยห้องปฏิบัติการทดลองที่ได้รับการยอมรับ: FSMA กำหนดว่าห้องปฏิบัติการทดลองที่เป็นที่ยอมรับ จะเป็นผู้ทดสอบอาหารบางประเภท และสั่งให้ FDA จัดตั้งโครงการสำหรับการให้การรับรองห้องปฏิบัติการทดลอง เพื่อรับประกันว่า ห้องปฏิบัติการทดลองที่ทดสอบอาหารในสหรัฐมีมาตรฐานคุณภาพสูง (การจัดตั้งโครงการให้การรับรองต้องแล้วเสร็จในเวลา 2 ปีหลังการออกกฎหมาย)

การตอบสนอง

FSMA ตระหนักว่า FDA จะต้องมีเครื่องมือที่ตอบสนองอย่างได้ผลเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น แม้จะมีการควบคุมเชิงป้องกันก็ตาม อำนาจใหม่ๆนี้ รวมถึง:

  • การเรียกกลับ: FSMA ให้อำนาจ FDA ที่จะออกคำสั่งเรียกกลับ เมื่อทางบริษัทไม่ยอมเรียกอาหารที่ไม่ปลอดภัยกลับเอง หลังจากที่ FDA ขอให้ทำเช่นนั้น
  • เพิ่มอำนาจในการกักกัน: FSMA ให้มาตรฐานที่ยืดหยุ่นมากขึ้นแก่ FDA สำหรับการกักกันผลิตภัณฑ์ที่อาจละเมิดกฎหมาย (การใช้อำนาจสั่งให้กักกันอาหารเป็นกระบวนการที่ FDA ใช้เพื่อไม่ให้เคลื่อนย้ายอาหารที่ต้องสงสัยว่าไม่ปลอดภัย)
  • การระงับใบทะเบียนชั่วคราว: FDA สามารถระงับใบทะเบียนของสถานที่ผลิตได้ ถ้าตัดสินว่าอาหารนั้นมีความเป็นไปได้พอสมควรที่จะก่อให้เกิดผลกระทบอย่างหนักต่อสุขภาพอนามัยหรือถึงแก่ชีวิตได้ ห้ามมิให้สถานที่ผลิตอาหารที่ถูกระงับใบทะเบียนจัดจำหน่วยอาหาร (มีผลบังคับใช้ 6 เดือนหลังการออกกฎหมาย)
  • เสริมสมรรถนะในการสืบหาร่องรอยผลิตภัณฑ์: FDA ได้รับคำสั่งให้จัดตั้งระบบที่จะเสริมสมรรถนะในการสืบหาร่องรอยอาหาร ทั้งที่ผลิตภายในประเทศและที่นำเข้า นอกจากนี้ FDA จะต้องจัดทำโครงการนำร่องเพื่อเสาะหาและประเมินวิธีที่จะระบุตัวผู้รับอาหาร เพื่อป้องกันหรือควบคุมการระบาดของโรคที่มากับอาหารอย่างรวดเร็วและได้ผล (ให้นำโครงการนำร่องออกใช้ 9 เดือนหลังการออกกฎหมาย)
  • การเก็บบันทึกประวัติเพิ่มเติมสำหรับอาหารที่มีความเสี่ยงสูง: FDA ได้รับคำสั่งให้เสนอการออกกฎข้อบังคับสำหรับการทำบันทึกประวัติสำหรับสถานที่ผลิต แปรรูป บรรจุ หรือเก็บอาหารที่รัฐมนตรีกำหนดให้เป็นอาหารที่มีความเสี่ยงสูง (มีผลบังคับใช้ 2 ปีหลังการออกกฎหมาย)

การนำเข้า

FSMA ให้อำนาจ FDA ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน เพื่อทำให้แน่ใจได้ดีขึ้นว่า ผลิตภัณฑ์นำเข้าได้มาตรฐานของสหรัฐ และปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคในสหรัฐ อำนาจใหม่นี้ รวมถึง:

  • ความรับผิดชอบของผู้นำเข้า: นับเป็นครั้งแรกที่ผู้นำเข้ามีความรับผิดชอบอย่างชัดเจนที่จะต้องยืนยันว่าผู้จัดหาต่างประเทศของตน มีการควบคุมเชิงป้องกันเพียงพอ พร้อมที่จะรับประกันว่าอาหารที่ตนผลิตนั้นปลอดภัย (ให้ออกกฎข้อบังคับและคำแนะแนวฉบับที่สุดออกมา 1 ปีหลังการออกกฎหมาย)
  • การรับรองของบุคคลที่สาม: FSMA กำหนดโครงการซึ่งให้บุคคลที่สามที่มีคุณสมบัติเหมาะสม สามารถให้การรับรองยืนยันว่าสถานที่ผลิตอาหารต่างประเทศปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านอาหารของสหรัฐ อาจใช้การรับรองนี้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการนำเข้าได้ (ให้จัดตั้งระบบสำหรับการที่ FDA จะยอมรับหน่วยงานที่จะเป็นผู้ให้การรับรองในเวลา 2 ปีหลังการออกกฎหมาย)
  • การรับรองสำหรับอาหารความเสี่ยงสูง: FDA มีอำนาจที่จะกำหนดเงื่อนไขสำหรับการนำเข้าสหรัฐว่า อาหารความเสี่ยงสูงจะต้องมีการรับรองของบุคคลที่สามกำกับมา หรือมีการรับประกันอื่นๆว่าได้ปฏิบัติตามข้อบังคับ
  • โครงการอาสาสำหรับผู้นำเข้าที่มีคุณสมบัติเหมาะสม: FDA ต้องจัดตั้งโครงการอาสาสำหรับผู้นำเข้า ซึ่งจะให้การพิจารณาและให้นำอาหารเข้าได้อย่างรวดเร็วสำหรับผู้นำเข้าที่อยู่ในโครงการ ผู้นำเข้าที่มีคุณสมบัติจะเข้าโครงการนี้ได้ นอกจากข้อกำหนดอื่นๆแล้ว จะต้องเป็นผู้นำเข้าอาหารจากสถานที่ผลิตที่ได้รับการรับรอง (ให้นำมาใช้ 18 เดือนหลังการออกกฎหมาย)
  • อำนาจที่จะปฏิเสธการนำเข้า: FDA สามารถปฏิเสธมิให้อาหารจากสถานที่ผลิตต่างประเทศเข้ามาในสหรัฐได้ ถ้า FDA ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปที่สถานที่ผลิตหรือเข้าในประเทศที่สถานที่ผลิตนั้นตั้งอยู่

การส่งเสริมการร่วมมือทำงาน

FSMA จัดทำระบบอย่างเป็นทางการสำหรับการร่วมงานกับหน่วยงานรัฐบาลอื่นๆ ทั้งภายในประเทศและในต่างประเทศ ในการทำเช่นนั้น กฎหมายยอมรับอย่างชัดเจนว่า หน่วยงานทางด้านความปลอดภัยของอาหารทั้งหมด จำเป็นต้องร่วมกันทำงานในลักษณะที่รวมเข้าด้วยกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางด้านสาธารณสุขของเรา ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของความร่วมมือที่ได้รับการส่งเสริม:

  • การสร้างขีดความสามารถให้กับรัฐและท้องที่: FDA ต้องพัฒนากลยุทธและนำมาใช้เพื่อเพิ่มและส่งเสริมความปลอดภัยของอาหาร และขีดความสามารถของรัฐและท้องที่ในการป้องกัน กฎหมายฉบับนี้กำหนดกระบวนการใหม่ที่ได้รับเงินสนับสนุนมากกว่าหนึ่งปีขึ้นไปแก่ FDA ใช้ลงทุนในการสร้างขีดความสามารถให้กับรัฐ ในการทำงานให้ได้ตามเป้าหมายความปลอดภัยทางด้านอาหารแห่งชาติ อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • การสร้างขีดความสามารถในต่างประเทศ: กฎหมายสั่งให้ FDA พัฒนาแผนที่กว้างขวางสมบูรณ์แบบ เพื่อขยายขีดความสามารถของรัฐบาลต่างประเทศและอุตสาหกรรมของเขา ส่วนประกอบส่วนหนึ่งของแผน คือการพิจารณาการฝึกอบรมรัฐบาลต่างประเทศและผู้ผลิตอาหารในเรื่องกฎข้อบังคับความปลอดภัยทางด้านอาหารของสหรัฐ
  • การไว้วางใจในการตรวจสอบโดยหน่วยงานอื่นๆ: FDA ได้รับมอบอำนาจอย่างชัดแจ้งให้พี่งพาอาศัยการตรวจสอบโดยหน่วยงานอื่นๆของรัฐบาลกลาง ของรัฐและท้องที่ เพื่อทำงานการตรวจสอบสถานที่ผลิตอาหารในประเทศที่เพิ่มขึ้นให้ได้ตามสั่ง กฎหมายฉบับนี้ยังเปิดโอกาสให้ FDA ทำข้อตกลงระหว่างหน่วยงานในเรื่องการใช้ทรัพยากร สำหรับการตรวจสถานที่ผลิตอาหารทะเล ทั้งในประเทศและในต่างประเทศ รวมทั้งอาหารทะเลนำเข้าด้วย

จะต้องมีผู้ร่วมมือทำงานเพิ่มขึ้นอีก เพื่อพัฒนายุทธวิธีในเรื่องการเกษตรและการป้องกันอาหารแห่งชาติ และนำมาใช้เพื่อจัดตั้งข่ายงานของกลุ่มห้องปฏิบัติการทดสองที่รวมตัวเข้าด้วยกัน และเพื่อปรับปรุงการสอดส่องดูแลโรคที่มากับอาหารด้วย

References

http://www.fda.gov/Food/FoodSafety/FSMA/ucm243704.htm



ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
การประกันคุณภาพด้านความปลอดภัยของอาหาร: กลุ่มผลิตภัณฑ์
Quality assurance in food safety: meet the team Quality assurance is important in all industries, but when it comes to food safety it’s important on several levels.As Henry Ford famously said, “Quality means doing it right when no one is looking.” We suspect he’d probably agree that doing it right is important when the whole world is looking, too. As food safety becomes more prominent in the news and on social media, the role of quality assurance has increasingly come under the spotlight. That’s why quality assurance teams in the lab and using the right products are so important. April Schumacher and Aubrey Poling work in quality assurance for 3M’s food safety products, including 3M™ Petrifilm™ Plates both familiar with the attention that goes into ensuring the quality of products at every stage, meeting safety and regulatory requirements, to ensure their customers’ quality assurance departments have what they need to do their jobs. April and Aubrey know that food manufacturers are looking for the most productive solutions. Quality assurance departments also feel the need to show their value by preventing problems to ensure the food products are safe and feature the quality consumers expect. That’s why they love bringing solutions that save time and are easy to use for everyone in the labs. Journey to food safety and quality assurance “I like finding a solution to a problem – using data and science to find the answer and make the right choice,” says Aubrey, a quality engineer in 3M’s Food Safety Department. Aubrey was pursuing a degree in genetics at the University of Wisconsin – Madison when she realized how much she enjoyed her microbiology classes and wanted to pursue that area for her career. She started her career working in a lab that tests food from manufacturers, specifically for qualities including fats and carbohydrates. She later moved to Minnesota for a job testing food samples for pathogens. “That’s how I got to know 3M products – as a customer,” she says. When Aubrey heard that 3M Food Safety had a job opening in the quality department, she was excited to make the move because she was familiar with the quality of the 3M product line. April works with Aubrey on the 3M Food Safety Quality Assurance team. She has always been interested indisease and human health, so she studied bacteriology at the University of Wisconsin – Madison and got her Ph.D. in molecular biology from the University of Minnesota Twin Cities. “I was looking for ways to have a positive impact on human health,” April says. After some time doing academic post-doctoral work, she was ready for a change. “I was looking to have a more direct impact,” she says. “I like 3M’s culture and mission of science improving lives and knowing that the products I’m working on can have a positive impact right away.” April works on ensuring the quality of the products manufactured by 3M and making sure that standards are met. If there are any updates to regulations, AOAC, or ISO standards, she helps update processes to ensure customers receive the product that they expect. Helping to reduce the margin of error One of Aubrey and April’s top tips for quality assurance labs in food processing? Look for methods that decrease the opportunity for mistakes. That’s what they love about 3M™ Petrifilm™ Plates, which are easier to use than traditional agar methods. Additionally, the plates are stable and consistent from lot to lot which lessens the need to investigate variability in test results. The plates test a wide range of microorganisms such as E. coli, Listeria, yeasts, molds, and Staphylococcus. They also save time – a study of 274 U.S. food-processing plants found that 3.6 hours of time was saved per day by technicians when they used 3M™ Petrifilm™ Plates instead of agar. And the plates give faster results – technicians can get answers in about half the time. There are fewer steps than agar methods, so rather than preparing petri dishes and agar, the ready-to-use plates just require technicians toinoculate, incubate and interpret results. The results are also easy to understand because they use indicator dyes to facilitate colony counting. “Knowing that our products are clear makes the lab employee’s job easier,” says Aubrey. “I want to help them make the right decision. I don’t want them to have to second guess.” April points out that working in quality can be hard. “But it’s important you want to have solid data to make your case.” “Each customer has their own needs,” she says. “We have a lot of products for a lot of needs. Understanding those needs and picking the right products is almost as critical as the test itself.” She points out that 3M has a lot of solutions to help food manufacturers test products quickly. REQUEST A DEMO Contact Detail: 3M Food Safety Department 3M Thailand Limited 159 Asokemontri Rd., Klongtoey Nue, Wattana, Bangkok 10110 | Thailand Tel: 0 2260 8577, M: 098-582 4428 Ms. Narisara Wanigorn E-Mail: nwanigorn@mmm.com Ms. Masinee Likhitrattanapaiboon E-Mail: maneelik@mmm.com Ms. Narunras (Kavisra) BhuyothinE-Mail: kbhuyothin@mmm.com การประกันคุณภาพด้านความปลอดภัยของอาหาร: พบกับทีม การประกันคุณภาพมีความสำคัญในทุกอุตสาหกรรม แต่เมื่อกล่าวถึงความปลอดภัยของอาหาร ความสำคัญมีหลายระดับ ดังที่ Henry Ford กล่าวประโยคอันโด่งดัง “คุณภาพหมายถึงการทำให้ถูกต้องแม้ไม่มีใครมอง” เราคิดว่า เขาคงเห็นด้วยว่าการทำให้ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญแม้คนทั้งโลกกำลัง มองมาเช่นกัน เมื่อความปลอดภัยของอาหารมีความโดดเด่นมากขึ้นทั้งในข่าวและในสื่อโซเชียล บทบาทของการประกันคุณภาพจึงมีมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเป็นเหตุผลที่มีทีมประกันคุณภาพในห้องปฏิบัติการ และการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ เหมาะสมมีความสำคัญมาก April Schumacher และ Aubrey Poling ทำงานด้านประกันคุณภาพของผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัยด้านอาหารของ 3เอ็ม รวมถึงแผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูป 3M™ Petrifilm™ Plates ทั้งคู่คุ้นเคยและมีความตั้งใจที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพในทุกๆ ขั้นตอน ตรงตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและข้อบังคับทางด้านกฏหมาย ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าของแผนกประกันคุณภาพ April และ Aubrey ตระหนักว่าผู้ผลิตอาหารกำลังมองหานวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด แผนกประกันคุณภาพก็รู้สึกว่าจำเป็นที่จะต้องแสดงคุณค่าของพวกเขาโดยการป้องกันการเกิดปัญหา เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์อาหารมีความปลอดภัย และมีคุณภาพตามที่ผู้บริโภคคาดหวัง นั่นเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมพวกเขาถึงชอบนำเสนอนวัตกรรมที่ประหยัดเวลา และใช้งานง่ายสำหรับทุกคนในห้องปฏิบัติการ หนทางสู่ความปลอดภัยของอาหารและการประกันคุณภาพ “ฉันชอบค้นหาวิธีแก้ปัญหา โดยใช้ข้อมูลและวิทยาศาสตร์เพื่อค้นหาคำตอบ และเลือกสิ่งที่ถูกต้อง”Aubrey, วิศวกรด้านคุณภาพ ฝ่ายความปลอดภัยด้านอาหารของ 3เอ็ม กล่าว ในขณะที่ Aubrey กำลังศึกษาด้านพันธุศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน เมืองแมดิสัน เธอรู้ว่าเธอสนุกกับวิชาจุลชีววิทยา และต้องการที่จะประกอบอาชีพในสาขาวิชานั้นมากแค่ไหน เธอเริ่มต้นอาชีพการทำงานในห้องปฏิบัติการซึ่งทำการทดสอบอาหารจากผู้ผลิตในด้านคุณภาพโดยเฉพาะ รวมถึงไขมันและคาร์โบไฮเดรต หลังจากนั้นเธอย้ายไปมินเนโซตาเพื่อทำงานด้านการทดสอบเชื้อก่อโรคในตัวอย่างอาหาร “ฉันรู้จักผลิตภัณฑ์ 3เอ็ม ด้วยเหตุผลนั้น คือรู้จักในฐานะลูกค้า” เธอกล่าว เมื่อ Aubreyได้ยินว่าความปลอดภัยด้านอาหารของ 3เอ็ม เปิดรับสมัครบุคคลเข้าทำงานในฝ่ายคุณภาพ เธอรู้สึกตื่นเต้นที่จะย้ายงานเพราะเธอคุ้นเคยกับคุณภาพของกลุ่มผลิตภัณฑ์ 3เอ็ม อยู่แล้ว April ทำงานร่วมกับ Aubreyในทีมการประกันคุณภาพความปลอดภัยด้านอาหารของ 3เอ็ม เธอมีความสนใจเรื่องโรคและสุขภาพของมนุษย์มาโดยตลอด ดังนั้นเธอจึงศึกษาวิชาแบคทีเรียวิทยาที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน เมืองแมดิสัน และจบปริญญาเอกด้านชีววิทยาโมเลกุลจากมหาวิทยาลัยมินเนโซตา ทวินซิตีส์ “ฉันกำลังมองหาวิธีที่จะมีผลกระทบเชิงบวกต่อสุขภาพของมนุษย์” April กล่าว หลังจากใช้เวลาในการทำงานด้านวิชาการหลังจบการศึกษาปริญญาเอก เธอก็พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลง “ฉันกำลังมองสิ่งที่จะมีผลกระทบโดยตรงมากขึ้น” เธอกล่าว “ฉันชอบวัฒนธรรมองค์กรและพันธกิจด้านวิทยาศาสตร์ของ 3เอ็ม ที่ช่วยปรับปรุงพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ นอกจากนี้ฉันยังรู้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ฉันกำลังทำอยู่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกได้ในทันที” April ทำงานเพื่อรับรองคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดย 3เอ็ม และตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นไปตามมาตรฐาน หากมีการปรับปรุงใดๆ เกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับ มาตรฐาน AOAC หรือ ISO เธอจะช่วยปรับปรุงกระบวนการเพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าได้รับผลิตภัณฑ์ตามที่คาดหวังช่วยลดขอบข่ายของข้อผิดพลาด หนึ่งในเคล็ดลับยอดนิยมของ Aubrey และ April สำหรับห้องปฏิบัติการประกันคุณภาพในกระบวนการแปรรูปอาหารคืออะไร ค้นหาวิธีการที่ช่วยลดโอกาสในการเกิดข้อผิดพลาด ซึ่งนั่นคือสิ่งที่พวกเขาชื่นชอบเกี่ยวกับแผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูป 3M™ Petrifilm™ Plates ซึ่งใช้ง่ายกว่าวิธีการทดสอบด้วยวิธีแบบดั้งเดิมยิ่งไปกว่านั้นแผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปยังมีเสถียรภาพและมีความสม่ำเสมอในการผลิตจากล็อตสู่ล็อต ซึ่งจะช่วยลดความจำเป็นในการตรวจสอบความแปรปรวนของผลการทดสอบ แผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปสามารถทดสอบจุลินทรีย์ได้หลากหลายชนิด เช่น เชื้ออี โคไล เชื้อลิสทีเรีย ยีสต์ รา และเชื้อสแตปฟิโลคอคคัส แผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปช่วยประหยัดเวลา จากการศึกษาในโรงงานอาหารแปรรูปจำนวน 274 แห่งในสหรัฐอเมริกาพบว่า ผู้ทดสอบประหยัดเวลาถึง 3.6 ชั่วโมงต่อวัน เมื่อใช้ แผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูป 3M™ Petrifilm™ Plates แทนวิธีแบบดั้งเดิม และแผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วกว่า ผู้ทดสอบสามารถทราบผลภายในเวลาเพียงครึ่งหนึ่งของการทดสอบแบบดั้งเดิม มีขั้นตอนที่น้อยกว่าวิธีแบบดั้งเดิม แทนที่จะต้องเตรียมจานอาหารเพาะเชื้อและอาหารเลี้ยงเชื้อ ผู้ทดสอบเพียงแค่ หยดตัวอย่าง บ่มเพาะเชื้อ และ อ่านผล จากแผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปพร้อมใช้งานเท่านั้น ผลการทดสอบยังเข้าใจได้ง่าย เพราะใช้สีของสารบ่งชี้มาช่วยในการนับปริมาณจุลินทรีย์ “การรู้ว่าผลิตภัณฑ์ของเรามีความชัดเจน ช่วยให้งานของพนักงานห้องปฏิบัติการง่ายขึ้น” Aubrey กล่าว “ฉันอยากช่วยให้พวกเขาตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง ฉันไม่อยากให้พวกเขาต้องสงสัยในการตัดสินใจของตัวเอง” April ชี้ให้เห็นว่าการทำงานด้านคุณภาพนั้นอาจมีความยาก “สิ่งสำคัญคือคุณต้องมีข้อมูลที่เชื่อถือได้ประกอบการตัดสินใจของคุณ” “ลูกค้าแต่ละคนมีความต้องการของตัวเอง" เธอกล่าว “เรามีผลิตภัณฑ์จำนวนมากสำหรับทุกความต้องการ การทำความเข้าใจความต้องการเหล่านั้นและการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมมีความสำคัญเช่นเดียวกับการทดสอบ เธอชี้ให้เห็นว่า 3เอ็ม มีวิธีการมากมายที่จะช่วยให้ผู้ผลิตอาหารทำการทดสอบผลิตภัณฑ์ได้อย่างรวดเร็ว ติดต่อเราเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมว่านวัตกรรมความปลอดภัยด้านอาหารของ 3เอ็ม ช่วยคุณได้อย่างไร สนใจทดลองผลิตภัณฑ์ รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ แผนกผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัยของอาหาร (Food Safety) บริษัท 3เอ็ม ประเทศไทย จำกัด ชั้น 12 อาคารเสริมมิตรทาวเวอร์ 159 ถนนอโศกมนตรี แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 โทรศัพท์: 0 2260 8577, 098-582 4428 คุณนริสรา วานิกร อีเมล์: nwanigorn@mmm.com คุณเมสิณี ลิขิตรัตนไพบูลย์ อีเมล์: maneelik@mmm.com คุณณรัณรัชต์ ภู่โยธิน อีเมล์: kbhuyothin@mmm.com
จาก PCR ถึง LAMP: วิวัฒนาการของการทดสอบความปลอดภัยของอาหารที่รวดเร็ว
From PCR to LAMP: The evolution of rapid-testing in food safety Want your work tasks to be simpler and faster? The answer for most of us is, yes! Food manufacturers want to move food from the plant to the shelf as quickly as possible. When testing for pathogens, getting an answer quickly can help get your products to the shelf faster. Culture-based tests or rapid methods are the two most common testing methods. Culture-based tests, the historic gold standard in testing, look for growth of pathogens in a specific media. However, they are labor intensive and require from three days to a week for results. In contrast, rapid methods have evolved in recent years, and results are now typically available by the next day. Raj Rajagopal, Ph.D., is a senior global technical service expert in 3M’s Food Safety Lab. He explains that two types of rapid pathogen detection exist – either immuno-based assays or DNA-based assays. DNA-based rapid-method tests are generally considered to be the most accurate. “They look for the specific and unique DNA sequence of the targeted bacteria,” says Raj. “They can detect the gene codes for pathogens like Salmonella or Listeria in the sample.” DNA-based methods: How does PCR differ from LAMP? Among the several kinds of DNA-based rapid methods, polymerase chain reaction (PCR) has been used for pathogen detection for more than 30 years. It can detect foodborne pathogens like Salmonella, Listeria, Listeria monocytogenes and Cronobacter. PCR uses heating and cooling cycles to cause DNA melting and replication. Here’s how PCR works: The process uses heat to separate the two strands of DNA, and then temperatures are cooled, allowing primers to bind to the DNA followed by replication by a polymerase enzyme. Repeated cycles of heating and cooling, amplify the DNA for detection of pathogens. In contrast, loop-mediated isothermal amplification (LAMP) is a technology that also uses DNA-based testing. LAMP technology is used in the 3M™ Molecular Detection System, which combines isothermal DNA amplification and bioluminescence detection. Using methods similar to PCR, LAMP technology uses primers that search for the DNA of Salmonella, Campylobacter or other specific pathogens. If the DNA is present in the sample, the primer will bind and begin the replication process. By amplifying the target DNA in combination with some unique chemistry, light is generated in the reaction and is detectable by the instrument. However, LAMP differs from PCR in several ways. It uses four to six primers to recognize six distinct regions of DNA or RNA, while PCR uses two primers to recognize two regions. The polymerase used in LAMP cause DNA strand displacement and the primer design causes the end of the DNA strand to form a loop. This structure is the basis for amplification and allows for the exponential accumulation of additional double-stranded DNA. PCR testing requires numerous cycles of heating and cooling to amplify the target – and that calls for more complex equipment. LAMP uses isothermal amplification, meaning it only needs to be heated up to one temperature – 60 to 65 degrees Celsius. That means fewer steps for the technician and smaller, simpler equipment. LAMP also uses bioluminescence to detect the pathogen, so the equipment can detect amplification of the target during the reaction in as little as 15 minutes. LAMP and PCR comparison Why switch to LAMP? LAMP technology is creating a buzz in the research community, and more than 8,000 peer-reviewed publications about the topic have been published since it was introduced. Lisa Monteroso, Senior Regulatory Affairs Associate in 3M Food Safety, emphasizes the importance of an independent lab evaluation: “It’s important for our methods to perform as expected in the hands of wide variety of users, and independent testing ensures just that. We’re dealing with food safety – foodborne pathogens can cause serious illness or even death – and accuracy of results is critical. The rigorous testing that’s conducted in these certification programs reaffirms our products’ high level of performance and provides our customers with additional data to support method implementation.” Raj sees many advantages for technicians: “With PCR, there are multiple steps. You add the enzyme, you heat it and cool it and there are multiple transfers,” he says. “With LAMP there are only two transfers and only one temperature, and only one detection system needed.” He adds that there are indicators to show when it is heated it turns to yellow, and when it cools, it goes back to pink, so you know that is has reached the correct temperature. “There are a lot of process controls to make sure everything is working.” REQUEST A DEMO Contact Detail: 3M Food Safety Department 3M Thailand Limited 159 Asokemontri Rd., Klongtoey Nue, Wattana, Bangkok 10110 | Thailand Tel: 0 2260 8577, M: 098-582 4428 Ms. Narisara Wanigorn E-Mail: nwanigorn@mmm.com Ms. Masinee Likhitrattanapaiboon E-Mail: maneelik@mmm.com Ms. Narunras (Kavisra) Bhuyothin E-Mail: kbhuyothin@mmm.com จาก PCR ถึง LAMP: วิวัฒนาการของการทดสอบความปลอดภัยของอาหารที่รวดเร็ว ต้องการให้งานของคุณง่ายและเร็วขึ้นไหม? คำตอบส่วนใหญ่ คือ "ใช่" ผู้ผลิตอาหารต้องการส่งอาหารออกจากโรงงานไปจำหน่ายโดยเร็วที่สุด เมื่อการทดสอบหาเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ผลิตภัณฑ์ก็จะนำไปจำหน่ายได้เร็วยิ่งขึ้น โดยทั่วไป 2 วิธีที่ใช้ในการทดสอบเชื้อจุลินทรีย์คือวิธีการเพาะเลี้ยงเชื้อ[1]และวิธีที่รวดเร็ว การเพาะเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์บนอาหารเลี้ยงเชื้อเป็นวิธีการมาตรฐานที่มีมายาวนาน ใช้ในการทดสอบเพื่อตรวจหา การเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคในอาหารเลี้ยงเชื้อที่จำเพาะ อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้จะต้องใช้แรงงานจำนวนมาก และต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 วัน ถึง 1 สัปดาห์ในการออกผล ในทางตรงกันข้ามวิธีที่รวดเร็วมีการพัฒนาอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และได้ผลการทดสอบในวันถัดไป Dr.Raj Rajagopal เป็นผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคระดับอาวุโสที่ห้องทดลองความปลอดภัยด้านอาหารของ 3เอ็ม เขาอธิบายว่ามีการตรวจหาเชื้อก่อโรคอย่างรวดเร็วสองแบบ กล่าวคือการตรวจสอบทางอิมมูโน และการตรวจสอบด้วยดีเอ็นเอ การทดสอบอย่างรวดเร็วด้วยวิธีการตรวจสอบทางดีเอ็นเอ โดยทั่วไปถือว่าเป็นวิธีที่มีความถูกต้องมากที่สุด "การทดสอบทำโดยการหาลำดับดีเอ็นเอที่จำเพาะเจาะจงและเป็นเอกลักษณ์ของแบคทีเรียเป้าหมาย” Dr.Raj กล่าว "ชุดทดสอบสามารถตรวจจับรหัสยีนของเชื้อก่อโรค เช่น เชื้อซาลโมเนลล่า หรือ เชื้อลิสทีเรีย ในตัวอย่าง" วิธีการตรวจสอบด้วยดีเอ็นเอ: PCR ต่างจาก LAMP อย่างไร ในบรรดาวิธีการทดสอบอย่างรวดเร็วด้วยวิธีการตรวจสอบทางดีเอ็นเอหลายๆ ชนิด ปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส (PCR) ถูกนำมาใช้ในการตรวจหาเชื้อก่อโรคมายาวนานกว่า 30 ปี วิธี PCR สามารถตรวจจับเชื้อก่อโรคในอาหาร เช่นเชื้อซาลโมเนลล่า, เชื้อลิสทีเรีย, เชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจิเนส และเชื้อครอโนแบคเตอร์ วิธี PCR ใช้การให้ความร้อนและความเย็นสลับเป็นวงจรเพื่อทำให้ดีเอ็นเอแยกสายและจำลองตัวเอง PCR ทำงานอย่างไร: กระบวนการนี้ใช้ความร้อนเพื่อแยกสายดีเอ็นเอสองเส้นออกกัน จากนั้นอุณหภูมิจะถูกทำให้เย็นลงและไพรเมอร์ ก็จะเข้าจับกับดีเอ็นเอ การให้ความร้อนและความเย็นเป็นวงจรซ้ำๆ พร้อมกับการเพิ่มไพรเมอร์ในแต่ละขั้น จะช่วยเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอเพื่อใช้ในการตรวจหาเชื้อก่อโรค ในทางกลับกันเทคนิคการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอแบบวนลูปโดยใช้อุณหภูมิเดียว (LAMP) ก็เป็นเทคโนโลยีที่ใช้การทดสอบด้วยดีเอ็นเอเช่นกัน หากแต่เทคโนโลยี LAMP ที่ใช้ใน ชุดทดสอบเชื้อก่อโรค 3M™ Molecular Detection System จะใช้เทคนิควิธีการเพิ่มจำนวนดีเอ็นเอที่อุณหภูมิเดียว (Isothermal DNA Amplification) ร่วมกับการวิเคราะห์ปริมาณดีเอ็นเอ โดยการวัดค่าการเรืองแสง (Bioluminescence) ด้วยเทคนิควิธีที่คล้ายกับ PCR นักเทคนิคจะปิเปตตัวอย่างลงในไพรเมอร์ที่ใช้ในการหาดีเอ็นเอของเชื้อซาลโมเนลลา เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ หรือเชื้อก่อโรคจำเพาะอื่นๆหากมีดีเอ็นเออยู่ในตัวอย่าง ไพรเมอร์จะทำสำเนาและเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอนั้นๆโดย[1]การเพิ่มจำนวนของดีเอ็นเอเป้าหมายเพื่อให้สร้างสัญญาณในรูปของแสงที่มีขนาดมากเพียงพอที่เครื่องมือจะสามารถตรวจจับได้ อย่างไรก็ตาม LAMP ก็มีความแตกต่างจาก PCR ในหลายๆ แง่มุม LAMP ใช้ไพรเมอร์ 4-6 เส้นในการเข้าจับกับดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอเป้าหมาย 4-6 ตำแหน่ง ในขณะที่ PCR จะใช้ไพรเมอร์ 2 เส้นในการเข้าจับกับดีเอ็นเอเป้าหมาย 2 ตำแหน่งเท่านั้น ไพรเมอร์ใน LAMP จะทำการแยกดีเอ็นเอสายคู่ ให้เป็นสายเดี่ยว ทำให้ที่ปลายสายดีเอ็นเอเกิดเป็นวง (loop) ซึ่งโครงสร้างนี้เป็นพื้นฐานในการเพิ่มจำนวน และทำการเพิ่มจำนวนเป็นทวีคูณมากขึ้นอย่างต่อเนื่องของ ดีเอ็นเอสายคู่ ในขณะที่การทดสอบ PCR จะใช้วงจรความร้อนและความเย็นต่อเนื่องเพื่อเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอเป้าหมาย ซึ่งหมายถึงจะต้องใช้อุปกรณ์ที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น LAMP เป็นวิธีการเพิ่มจำนวนที่อุณหภูมิความร้อนอุณหภูมิเดียว หมายความว่าต้องได้รับความร้อนสูงถึง อุณหภูมิเดียวที่ 60-65 องศาเซลเซียส จึงมีขั้นตอนที่น้อยกว่าสำหรับนักเทคนิค และอุปกรณ์ที่ใช้ก็มีขนาดเล็กและเรียบง่ายกว่า นอกจากนี้ LAMP ยังใช้การตรวจสอบการเรืองแสงเพื่อตรวจหาเชื้อก่อโรค ดังนั้นอุปกรณ์จะสามารถตรวจจับการเพิ่มจำนวนของดีเอ็นเอเป้าหมายในระหว่างการทำปฏิกิริยาในเวลาเพียงแค่ 15 นาที การเปรียบเทียบ LAMP และ PCR เพราะเหตุใดจึงควรเปลี่ยนไปใช้ LAMP เทคโนโลยี LAMP สร้างความตื่นเต้นในแวดวงการวิจัยอย่างมาก อีกทั้งยังมีสิ่งพิมพ์ วารสารวิชาการเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้ที่ได้รับการตรวจสอบ ทบทวนโดยคณะผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการกว่า 8,000 บทความเผยแพร่ออกมานับตั้งแต่ LAMP ได้รับการเปิดตัว คุณลิซ่า มอนเทอโรโซ รองหัวหน้าหน่วยงานกำกับดูแลกิจการอาวุโสความปลอดภัยด้านอาหารของ 3เอ็ม เน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินห้องปฏิบัติการอิสระ “สำคัญอย่างยิ่งที่วิธีการของเราจะต้องดำเนินการตามความคาดหวังของผู้ใช้ที่หลากหลาย และการตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบอิสระช่วยเพิ่มความมั่นใจในเรื่องนี้มากยิ่งขึ้นเรากำลังเผชิญกับความปลอดภัยของอาหารซึ่งเชื้อโรคในอาหารสามารถทำให้เกิดการเจ็บป่วยที่รุนแรงหรือกระทั่งเสียชีวิต ความแม่นยำของผลลัพธ์จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การทดสอบอย่างเข้มงวดที่ดำเนินการโดยโปรแกรมการรับรองเหล่านี้ ช่วยยืนยันถึงประสิทธิภาพ ระดับสูงของผลิตภัณฑ์ของเรา และให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่ลูกค้าของเราเพื่อสนับสนุนการใช้วิธีทดสอบเหล่านี้” Dr. Raj เล็งเห็นประโยชน์มากมายต่อนักเทคนิค: "การใช้ PCR จะต้องมีหลายขั้นตอนหลังจากเติมเอนไซม์ เราต้องให้ความร้อน แล้วทำให้เย็นลงและมีการดูดจ่ายสารละลายอีกหลายครั้ง" เขากล่าว "การใช้ LAMP มีการถ่ายตัวอย่างเพียงสองครั้งที่อุณหภูมิเดียว และใช้ระบบการตรวจจับเชื้อเพียงระบบเดียวเท่านั้น” เขายังเสริมอีกว่ามีตัวบ่งชี้ที่จะแสดงตัวเมื่อถูกทำให้ร้อน โดยจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง และเมื่อเย็นลง จะกลับไปเป็นสีชมพู ดังนั้นคุณจึงรู้ว่าอุณหภูมินั้นถูกต้องแล้ว “ต้องมีการควบคุมกระบวนการจำนวนมากเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างทำงานได้ดี” ติดต่อเราเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมว่านวัตกรรมความปลอดภัยด้านอาหารของ 3เอ็ม ช่วยคุณได้อย่างไร สนใจทดลองผลิตภัณฑ์ รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ แผนกผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัยของอาหาร (Food Safety) บริษัท 3เอ็ม ประเทศไทย จำกัด ชั้น 12 อาคารเสริมมิตรทาวเวอร์ 159 ถนนอโศกมนตรี แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 โทรศัพท์: 0 2260 8577, 098-582 4428 คุณนริสรา วานิกร อีเมล์: nwanigorn@mmm.com คุณเมสิณี ลิขิตรัตนไพบูลย์ อีเมล์: maneelik@mmm.com คุณณรัณรัชต์ ภู่โยธิน อีเมล์: kbhuyothin@mmm.com
การทดสอบผลิตภัณฑ์นมของคุณวัดได้หรือไม่ ทำไมการรับรองจึงมีความสำคัญ
Does your dairy test measure up? Why certifications matter As a food manufacturer in a rapid-turn environment, you are constantly looking for ways to maintain quality and safety while getting your food to the shelf faster than ever. The dairy industry has seen a lot of new technologies and techniques to detect pathogens and spoilage bacteria since the first Pasteurized Milk Ordinance was passed in 1924. Scientists continue to find new technologies and techniques to detect pathogens in food and beverages. Whether you process milk, butter, ice cream or dry ingredients, you want to know your products are safe. And you want to test quickly and easily without waste. But has your dairy test passed the test? The importance of third-party validations When you select methods to test your food and beverage products, you should ensure that those methods have data to back them up. Rigorous testing reviewed by a third-party agency – and certification from them – lets you know that those methods have been proven effective and accurate. AOAC® International is an independent, third-party association of international government agencies, industry organizations and research institutions. They were established in 1884 as the Association of Official Agricultural Chemists, but they have expanded their membership and mission since then. They develop standards for laboratory testing and provide multiple certifications and validations for food and beverages, baby formula, and more. 3M Food Safety works with AOAC International to validate methods and to reaffirm test kits have a consistently high level of performance. 3M™ Petrifilm™ Plates are used to test for yeasts and mold in dairy and other foods, coliform, and bacterial populations. These methods have all been tested and certified by the AOAC so food manufacturers have assurance that the tests have been approved by an unbiased agent. Read more about the importance of validations What are 3M Petrifilm Plates? For the past 35 years, 3M Petrifilm Plates have served as a potential replacement for traditional agar plates. One 3M Petrifilm Plate is used to replace one agar plate. They are a rehydratable, culture medium system that contains nutrients, a cold-water-soluble gelling agent and indicator dyes that facilitate colony enumeration. They test a wide range of microorganisms including E. coli, Listeria, yeasts, molds, and Staphylococcus aureus. 3M Petrifilm Plates are used for the enumeration of bacteria in environmental monitoring, in-process testing, and finished product testing in the food and beverage industries. Skip the agar: save time and space Who wants to spend time preparing culture-based tests using agar plates? Food safety lab technicians can spend hours preparing Petri dishes for microbial analysis. They can reduce the amount of time spent preparing tests by about 45%. A study of 292 U.S. food-processing plants showed that 3.7 hours of technicians’ time was saved per day by using 3M Petrifilm Plates*. They come ready-to-use and may give you faster results – often half the time that is needed with traditional agar methods. Technicians just follow three simple steps: inoculate – no prep needed, incubate using a compact incubator and interpret by counting colonies easily detected thanks to chromogenic indicators. Plus, 3M Petrifilm Plates are shelf-stable and paper-thin, so that means they last longer and allow for more open room on your countertops and in storage areas. Save water and energy and cut waste You have a commitment to meeting sustainability goals and reducing your environmental footprint. Using 3M Petrifilm Plates can help you meet those goals. Compared to traditional agar methods, a study conducted by the 3M Environmental Laboratory shows that you’ll use 76 percent less energy and 79 percent less water. The study also shows the 3M Petrifilm Plates result in 75 percent less greenhouse gas and produce 66 percent less waste than agar methods. That’s good news for everyone. Calculate your sustainability savings If you are using traditional agar plate testing, take a look at 3M Petrifilm Plates for dairy. They are easy to use – no time-consuming prep – and have a stable shelf-life. These paper-thin plates can also help you meet your sustainability goals by using less water and less energy and reducing greenhouse gas emissions. What are you waiting for? Learn more about 3M Petrifilm Plates. Learn more about environmental monitoring Learn more about the importance of environmental monitoring and the steps you can take to be more proactive about food safety inyour facility. Download the full handbook by visiting 3M Environmental Monitoring. Need more information on the total 3M Food Safety testing solution? Simply reach out and we’ll be happy to help you with any questions you have. Adherence to industry regulations and keeping your dairy facility free of spoilage or pathogenic microorganisms continue to remainimportant. 3M Food Safety has developed a total solution to help industry professionals along each stage of the food processing journey. REQUEST A DEMO Contact Detail: 3M Food Safety Department 3M Thailand Limited 159 Asokemontri Rd., Klongtoey Nue, Wattana, Bangkok 10110 | Thailand Tel: 0 2260 8577, M: 098-582 4428 Ms. Narisara Wanigorn E-Mail: nwanigorn@mmm.com Ms. Masinee Likhitrattanapaiboon E-Mail: maneelik@mmm.com Ms. Narunras (Kavisra) BhuyothinE-Mail: kbhuyothin@mmm.com คุณมั่นใจการทดสอบผลิตภัณฑ์นมหรือไม่? ทำไมการรับรองจึงมีความสำคัญ ในฐานะผู้ผลิตอาหารภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คุณกำลังมองหาวิธีที่จะรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งสามารถนำอาหารออกจำหน่ายได้เร็วกว่าเดิมหรือไม่ ตั้งแต่กฎหมายนมพาสเจอร์ไรส์ฉบับแรกผ่านในปี 1924 เราก็ได้เห็นเทคโนโลยีและเทคนิคใหม่ๆ มากมายในการตรวจหาเชื้อก่อโรคและแบคทีเรียที่ทำให้อาหารเน่าเสียในวงการอุตสาหกรรมนม นักวิทยาศาสตร์ยังคงคิดค้นเทคโนโลยี และเทคนิคใหม่ๆ ในการตรวจหาเชื้อก่อโรคในอาหารและเครื่องดื่ม ไม่ว่าคุณจะทำการแปรรูปนม เนย ไอศกรีม หรือส่วนผสมแห้ง คุณต้องรู้ว่าผลิตภัณฑ์ของคุณปลอดภัยหรือไม่ และคุณต้องการการทดสอบที่รวดเร็วและง่ายโดยไม่สิ้นเปลือง แต่ผลิตภัณฑ์นมของคุณผ่านการทดสอบหรือไม่ การตรวจสอบความถูกต้องโดยผู้ตรวจสอบอิสระจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เมื่อคุณเลือกวิธีการทดสอบผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มของคุณ คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าวิธีการเหล่านั้นมีข้อมูลสนับสนุนเพียงพอ การทดสอบอย่างเข้มงวดที่ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานอิสระ ช่วยให้คุณทราบว่าวิธีการทดสอบเหล่านั้นมีประสิทธิภาพและถูกต้อง AOAC® International คือองค์กรอิสระที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐบาลระหว่างประเทศ องค์กรอุตสาหกรรม และสถาบันการวิจัย ก่อตั้งขึ้นในปี 1884 ในฐานะสมาคมนักเคมีเกษตรอย่างเป็นทางการ และได้ขยายการเป็นสมาชิกและภารกิจตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จากนั้นได้พัฒนามาตรฐานสำหรับการทดสอบทางห้องปฏิบัติการ ให้การรับรองและการตรวจสอบที่หลากหลายสำหรับอาหารและเครื่องดื่ม อาหารสูตรสำหรับทารก และอื่นๆ อีกมากมาย ความปลอดภัยด้านอาหารของ 3เอ็ม ทำงานร่วมกับ AOAC International ในการตรวจสอบวิธีการทดสอบ และรับรองยืนยันชุดการทดสอบว่ามีประสิทธิภาพอยู่ในระดับสูงมาอย่างต่อเนื่อง แผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูป 3M™ Petrifilm™ Plates ใช้สำหรับทดสอบยีสต์และราในนมและอาหารอื่นๆ รวมถึงเชื้อโคลิฟอร์ม และจำนวนเชื้อแบคทีเรียทั่วไป วิธีการทดสอบเหล่านี้ได้รับการทดสอบและรับรองโดย AOAC เพื่อให้ผู้ผลิตอาหารมีความมั่นใจว่าการทดสอบได้รับการอนุมัติโดยองค์กรอิสระที่เป็นกลาง ข้อมูลเพิ่มเติมความสำคัญของการตรวจสอบความถูกต้อง แผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปของ 3เอ็ม คืออะไร ตลอดระยะเวลา 35 ปีที่ผ่านมา แผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปของ 3เอ็ม ได้ถูกนำมาใช้ทดแทนจานอาหารเลี้ยงเชื้อแบบดั้งเดิมแผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปของ 3เอ็ม หนึ่งแผ่นถูกใช้แทนจานอาหารเลี้ยงเชื้อ 1 จาน แผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อแห้งสำเร็จรูป มีอาหารเลี้ยงเชื้อที่อุดมไปด้วยสารอาหาร เจลที่ละลายได้ในน้ำเย็น และสารบ่งชี้ที่ทำให้เกิดสีซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการนับจำนวนโคโลนีของเชื้อ สามารถทดสอบจุลินทรีย์ได้หลากหลายชนิดรวมถึง เชื้ออีโคไล เชื้อลิสทีเรีย ยีสต์ รา และ เชื้อสแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส แผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปของ 3เอ็ม ใช้ในการนับจำนวนแบคทีเรียในการตรวจสอบเฝ้าระวังด้านสิ่งแวดล้อม การทดสอบระหว่างกระบวนการผลิต และการทดสอบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เปลี่ยนการใช้อาหารเลี้ยงเชื้อแบบเดิมๆ กันเถอะ ประหยัดเวลา และพื้นที่ ไม่มีใครอยากเสียเวลาในการเตรียมการทดสอบเชื้อจุลินทรีย์โดยการใช้จานอาหารเลี้ยงเชื้อ ผู้ทดสอบของห้องปฏิบัติการเพื่อความปลอดภัยด้านอาหาร ใช้เวลาวันละหลายชั่วโมงในการเตรียมอาหารเลี้ยงเชื้อเพื่อการวิเคราะห์จุลินทรีย์ พวกเขาสามารถลดระยะเวลาที่ใช้ในการเตรียมการทดสอบลงได้ประมาณ 45% การศึกษาในโรงงานอาหารแปรรูปจำนวน 292 แห่งในสหรัฐอเมริกาแสดงให้เห็นว่า ผู้ทดสอบประหยัดเวลาถึง 3.7 ชั่วโมงต่อวัน เมื่อใช้แผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปของ 3เอ็ม* แผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปจำหน่ายในรูปแบบพร้อมใช้งาน ให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ใช้เวลาเพียงครึ่งเดียวของการทดสอบด้วยวิธีการเลี้ยงเชื้อแบบดั้งเดิม ผู้ทดสอบเพียงทำตาม 3 ขั้นตอนง่ายๆหยดตัวอย่าง – โดยไม่จำเป็นต้องเตรียมการใดๆ แล้วนำไปบ่มในตู้บ่มเพาะเชื้อขนาดกะทัดรัด และอ่านผลได้อย่างง่ายดายโดยการนับจำนวนจุลินทรีย์ซึ่งมีสารบ่งชี้ที่ทำให้เกิดสี ยิ่งไปกว่านั้นแผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปของ 3เอ็ม มีอายุการเก็บรักษาได้นาน และมีขนาดบางเท่ากระดาษ ทำให้เก็บไว้ได้ยาวนาน แถมประหยัดพื้นที่การจัดเก็บ ทำให้ไม่กินพื้นที่บนโต๊ะทำงาน ประหยัดการใช้น้ำและพลังงาน รวมถึงลดปริมาณของเสีย หากคุณมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาอย่างยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การใช้แผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปของ 3เอ็ม สามารถช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น จากการศึกษาที่ดำเนินการโดยห้องปฏิบัติการสิ่งแวดล้อมของ 3เอ็ม พบว่าเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการเพาะเลี้ยงเชื้อแบบดั้งเดิม คุณจะใช้พลังงานน้อยลง 76% และใช้น้ำลดลง 79% การศึกษายังแสดงให้เห็นด้วยว่าแผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปของ 3เอ็ม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงถึง 75% และลดปริมาณขยะลง 66% เมื่อเทียบกับวิธีการเลี้ยงเชื้อแบบดั้งเดิม ซึ่งนับเป็นข้อดีมากๆ คำนวณว่า 3เอ็ม ช่วยคุณประหยัดการใช้ทรัพยากรได้อย่างไร หากคุณกำลังทดสอบผลิตภัณฑ์นมด้วยจานอาหารเลี้ยงเชื้อแบบดั้งเดิม ลองศึกษาแผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปของ 3เอ็ม ใช้งานง่าย ไม่ต้องเสียเวลาในการเตรียมการ และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน นอกจากนี้ แผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อขนาดบางเท่ากระดาษนี้ ยังช่วยคุณให้บรรลุเป้าหมายความยั่งยืนด้วยการประหยัดน้ำและพลังงาน อีกทั้งยังลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย ไม่ต้องลังเล เปลี่ยนมาใช้ 3เอ็มได้เลยตอนนี้ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูปของ 3เอ็ม เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อม เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความสำคัญของการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อม และขั้นตอนเชิงรุกที่คุณสามารถดำเนินการได้มากขึ้นเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหารในโรงงานของคุณ ดาวน์โหลด คู่มือฉบับสมบูรณ์ได้ที่การตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมของ 3เอ็ม คุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัยด้านอาหารแบบครบวงจรของ 3เอ็ม หรือไม่ ง่ายๆ เพียงติดต่อเรา เรายินดีอย่างยิ่งที่จะช่วยเหลือคุณในทุกๆ คำถามที่คุณมี การปฏิบัติตามกฎระเบียบอุตสาหกรรม และการทำให้โรงงานผลิตนมของคุณปลอดจากการเน่าเสีย หรือเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคยังคงเป็นสิ่งสำคัญ ความปลอดภัยด้านอาหารของ 3เอ็ม ได้พัฒนานวัตกรรมที่ครบวงจรเพื่อช่วยอุตสาหกรรมอย่างผู้เชี่ยวชาญในทุกๆ ขั้นตอนตลอดเส้นทางการแปรรูปอาหาร สนใจทดลองผลิตภัณฑ์ รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ แผนกผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัยของอาหาร (Food Safety) บริษัท 3เอ็ม ประเทศไทย จำกัด ชั้น 12 อาคารเสริมมิตรทาวเวอร์ 159 ถนนอโศกมนตรี แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 โทรศัพท์: 0 2260 8577, 098-582 4428 คุณนริสรา วานิกร อีเมล์: nwanigorn@mmm.com คุณเมสิณี ลิขิตรัตนไพบูลย์ อีเมล์: maneelik@mmm.com คุณณรัณรัชต์ ภู่โยธิน อีเมล์: kbhuyothin@mmm.com
กระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐอเมริกา หน่วยบริการด้านความปลอดภัยและตรวจสอบคุณภาพอาหาร (USDA FSIS) เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ 3เอ็ม
USDA FSIS Chooses 3M USDA Food Safety and Inspection Service Chooses 3M for Salmonella and Listeria monocytogenes Testing. 3M Food Safety is honored to announce that following rigorous performance evaluations against other commercially available rapid methods, the United States Department of Agriculture’s Food Safety and Inspection Service (USDA FSIS) has chosen 3M™ Molecular Detection System as the primary method to be used for the detection of Salmonella and Listeria monocytogenes: two major pathogenic organisms continually threatening food production and processing. Read the updated USDA FSIS Microbiology Laboratory Guidebook (MLG) methods for pathogen detectionRead MLG 4.10 |Read MLG 8.11 |Find the entire MLG For over 150 years, the United States Department of Agriculture has worked to improve the lives of Americans through many facets, including transportation and production of food. The U.S. Department of Agriculture’s Food Safety and Inspection Service (USDA FSIS) is devoted to their mission statement: “Protecting the public’s health by ensuring the safety of meat, poultry, and processed egg products,” and 3M Food Safety is proud to diligently work with them on this. “Protecting food, consumers and businesses with innovative and reliable technologies has been at the core of everything we do, so the USDA FSIS’ selection of 3M as a partner is validation of the science and the spirit of our work,” said Polly Foss, 3M Food Safety Global Vice President. “The 3M™ Molecular Detection System has proven to be a highly accurate and efficient tool for many food producers globally.” Pathogen Testing for Salmonella Salmonella can infect the digestive tracts of humans, warm and cold-blooded animals (this includes your beloved pets), and the environment. Salmonella is known to be a significant problem in the poultry industry throughout the world and is tightly regulated.Poultryand meat-associatedproducts are recognized as a recurrent vehicle for Salmonella outbreaks.According to the U.S. Centers for Disease Control and Prevention (CDC),every year Salmonellosis results in around 19,000 Salmonella-induced hospitalizations. 3M Food Safety is assisting the food and beverage industries to detect this dangerous pathogen through the use of the 3M™ Molecular Detection Assay 2 – Salmonella and the 3M™ Petrifilm™ Salmonella Express System. Pathogen Testing forListeria Listeria is a ubiquitous and hardy bacterium. It can survive acidic, higher salt, or refrigerated conditions. Because of this, it poses a unique challenge to the food industry. But, not all species are pathogenic to humans and animals. L. monocytogenes, one of the species considered a pathogen may result in Listeriosis if ingested. In the United States, the CDC estimates that 1600 people are infected with Listeriosis annually. L. monocytogenes has a higher mortality rate (20%) when compared to Salmonella (1%). Unlike Salmonella the population at greatest risk for Listeriosis are pregnant women and their fetuses, newborns, elderly, and the immune-compromised. Demand for increased preventions and controls are being placed in the food industry; making it crucial to have a detection method that you can trust. The 3M™ Molecular Detection Assay 2 – Listeria and the 3M™ Molecular Detection Assay 2 – Listeria monocytogenes help you detect this harmful pathogen. Advanced Technology, Enhanced Reliability Regardless of the pathogen being tested, a reliable testing method is vital. Our complete portfolio of pathogen testing products feature the instruments, assays, and accessories you need to quickly and reliably testfor major pathogens. The3M™ Molecular Detection Systemcombines novel technologies – isothermal DNA amplification and bioluminescence detection – resulting in a fast, accurate, easy-to-use application that overcomes certain limitations of PCR (Polymerase Chain Reaction) pathogen testing methods. It simultaneously accommodates individual, pathogen-specific assays, enabling users in meat, poultry and other food and beverage categories to run up to 96 different tests concurrently for a range of organisms and across various food and environmental samples. The next generation 3M™ Molecular Detection Assays have been consistently validated by leading scientific validation organizations throughout the world (AOAC® INTERNATIONAL, AFNOR, Health Canada, MAPA) for a comprehensive variety of sample types. REQUEST A DEMO Contact Detail: 3M Food Safety Department 3M Thailand Limited 159 Asokemontri Rd., Klongtoey Nue, Wattana, Bangkok 10110 | Thailand Tel: 0 2260 8577, M: 098-582 4428 Ms. Narisara Wanigorn E-Mail: nwanigorn@mmm.com Ms. Masinee Likhitrattanapaiboon E-Mail: maneelik@mmm.com Ms. Narunras (Kavisra) BhuyothinE-Mail: kbhuyothin@mmm.com กระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐอเมริกา หน่วยบริการด้านความปลอดภัยและตรวจสอบคุณภาพอาหาร (USDA FSIS) เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ 3เอ็ม หน่วยบริการด้านความปลอดภัยและตรวจสอบคุณภาพอาหารของ USDA (USDA FSIS) เลือกวิธีของ 3เอ็ม ในการทดสอบ เชื้อซาลโมเนลล่า และเชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจิเนส 3เอ็ม รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการรับรองในการประเมินประสิทธิภาพของ 3M™ Molecular Detection System กับวิธีการที่รวดเร็วอื่นๆ ที่มีจำหน่ายในท้องตลาด โดยหน่วยบริการความปลอดภัยและตรวจสอบอาหารของกระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐอเมริกา (USDA FSIS) ซึ่งได้เลือกชุดทดสอบเชื้อก่อโรคระดับโมเลกุล 3M™ Molecular Detection System เป็นวิธีหลักในการตรวจหาเชื้อซาลโมเนลล่าและเชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจิเนส ซึ่งเป็นสองเชื้อก่อโรคสำคัญที่คุกคามการผลิตและการแปรรูปอาหารมาอย่างต่อเนื่อง อ่านคู่มือวิธีปฏิบัติการด้านจุลชีววิทยาของ USDA FSIS ฉบับปรับปรุง (MLG) สำหรับวิธีการตรวจหาเชื้อก่อโรค อ่าน MLG 4.10 | อ่าน MLG 8.11 | ค้นหา MLG ทั้งหมด กว่า 150 ปีที่กระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐอเมริกาได้พัฒนาความเป็นอยู่ของชาวอเมริกันในหลากหลายด้าน ซึ่งรวมถึงการขนส่งและการผลิตอาหาร หน่วยบริการความปลอดภัยและตรวจสอบอาหารของกระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐอเมริกา (USDA FSIS) อุทิศตนให้กับพันธกิจของพวกเขา: “การปกป้องสุขภาพของประชาชนด้วยการรับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เนื้อ, ผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากไข่” ซึ่งแผนกผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัยด้านอาหารของ 3เอ็ม มีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำงานร่วมกับพวกเขาในเรื่องนี้ “การปกป้องอาหาร ผู้บริโภค และธุรกิจด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และน่าเชื่อถือเป็นหัวใจหลักของทุกสิ่งที่เราทำ ดังนั้นการที่ USDA FSIS เลือก 3เอ็ม ในฐานะพันธมิตร เป็นการตอกย้ำคุณค่าของวิทยาศาสตร์ และจิตวิญญาณในการทำงานของพวกเรา” Polly Foss, รองประธานฝ่ายความปลอดภัยด้านอาหารของ 3เอ็ม กล่าว "ชุดทดสอบเชื้อก่อโรคระดับโมเลกุล 3M™ Molecular Detection System ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นเครื่องมือที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพสูงเหมาะสำหรับผู้ผลิตอาหารในทั่วทุกมุมโลก” การทดสอบเชื้อก่อโรคสำหรับ เชื้อซาลโมเนลล่า เชื้อซาลโมเนลล่า สามารถติดเชื้อได้ทั้งในทางเดินอาหารของมนุษย์ สัตว์เลือดอุ่นและสัตว์เลือดเย็น (รวมถึงสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รักของคุณ) และในสิ่งแวดล้อม เป็นที่รู้กันดีว่า เชื้อซาลโมเนลล่า เป็นปัญหาสำคัญในอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์ปีกทั่วโลกและถูกควบคุมอย่างเข้มงวด สัตว์ปีก และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ถือเป็นแหล่งที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนชั้นดีที่ทำให้เกิดการระบาดของ เชื้อซาลโมเนลล่า ซ้ำแล้วซ้ำอีก จากรายงานของศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) พบว่าในทุกๆ ปีจะมีผู้ป่วยติดเชื้อที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่มีสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อซาลโมเนลล่าประมาณ 19,000 ราย ความปลอดภัยด้านอาหารของ 3เอ็ม กำลังช่วยเหลืออุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในการตรวจสอบเชื้อก่อโรคที่เป็นอันตรายนี้ โดยผ่านชุดทดสอบเชื้อก่อโรคสำหรับ เชื้อซาลโมเนลล่า 3M™ Molecular Detection Assay 2 –Salmonella และชุดทดสอบ เชื้อซาลโมเนลล่า แบบรวดเร็ว 3M™ Petrifilm™ Salmonella Express System การทดสอบเชื้อก่อโรคสำหรับ เชื้อลิสทีเรีย เชื้อลิสทีเรีย เป็นแบคทีเรียที่พบโดยทั่วไป และมีความทนต่อสภาวะแวดล้อมเป็นอย่างมาก สามารถอาศัยอยู่ได้ทั้งในสภาวะกรด ความเค็มสูง หรืออุณหภูมิต่ำเช่น ในตู้เย็น ด้วยเหตุนี้ถือเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับวงการอุตสาหกรรมอาหาร แต่ไม่ใช่ทุกสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดโรคกับมนุษย์และสัตว์ เชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจิเนส หนึ่งในสายพันธุ์ที่ถือว่าเป็นเชื้อก่อโรค ซึ่งหากรับประทานเข้าไปอาจทำให้เกิดโรคติดเชื้อลิสทีเรีย CDC ประมาณการว่าทุกๆ ปีจะมีผู้ป่วยโรคติดเชื้อลิสทีเรียถึง 1,600 คนในประเทศสหรัฐอเมริกา เชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจิเนส ก่อให้เกิดอัตราการตายที่สูงกว่า (20%) เมื่อเปรียบเทียบกับ เชื้อซาลโมเนลล่า(1%) ประชากรที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในการเกิดโรคติดเชื้อลิสทีเรีย คือหญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ ทารกแรกเกิด ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ซึ่งแตกต่างจาก เชื้อซาลโมเนลล่า ความต้องการในการป้องกันและการควบคุมที่เพิ่มขึ้นเป็นที่ต้องการในวงการอุตสาหกรรมอาหาร ทำให้จำเป็นต้องมีวิธีการตรวจจับที่คุณสามารถเชื่อถือได้ ชุดทดสอบเชื้อก่อโรคสำหรับเชื้อลิสทีเรีย 3M™ Molecular Detection Assay 2 – Listeria และชุดทดสอบเชื้อก่อโรคสำหรับเชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจิเนส 3M™ Molecular Detection Assay 2 – Listeria monocytogenes จะช่วยคุณในการตรวจจับเชื้อก่อโรคที่เป็นอันตรายนี้ เทคโนโลยีขั้นสูง เพิ่มความน่าเชื่อถือ วิธีการทดสอบที่เชื่อถือได้นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะคำนึงถึงเชื้อก่อโรคที่จะทำการทดสอบหรือไม่ก็ตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ทดสอบเชื้อก่อโรคทั้งหมดของเรามีเครื่องมือ ชุดตรวจ และอุปกรณ์เสริมที่คุณต้องการ เพื่อทดสอบเชื้อก่อโรคที่สำคัญอย่างรวดเร็วและเชื่อถือได้ ชุดทดสอบเชื้อก่อโรค 3M™ Molecular Detection System รวบรวมเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอแบบวนลูปโดยใช้อุณหภูมิเดียว และการตรวจสอบการเรืองแสง ทำให้ได้ผลการทดสอบที่รวดเร็ว ถูกต้อง และง่ายต่อการใช้งาน ซึ่งสามารถเอาชนะข้อจำกัดบางอย่างของวิธีการทดสอบเชื้อก่อโรค วิธี PCR หรือเทคนิคปฏิกิริยาลูกโซ่พอลิเมอเรส (Polymerase Chain Reaction) ซึ่งสามารถรองรับการใช้งานได้หลายงานพร้อมกัน การตรวจสอบเชื้อก่อโรคที่เฉพาะเจาะจงทำให้ผู้ใช้งานในหมวดเนื้อสัตว์ สัตว์ปีก และอาหารอื่นๆ รวมทั้งเครื่องดื่ม สามารถทำการทดสอบที่แตกต่างกันได้ถึง 96 แบบพร้อมกัน ทั้งนี้สามารถใช้ทดสอบสิ่งมีชีวิตได้หลากหลาย รวมถึงตัวอย่างอาหารและตัวอย่างจากสิ่งแวดล้อมต่างๆ ชุดทดสอบเชื้อก่อโรค 3M™ Molecular Detection System รุ่น 2 นี้ ได้รับการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องโดยองค์กรตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ชั้นนำทั่วโลก (AOAC® INTERNATIONAL, AFNOR, Health Canada, MAPA) เพื่อให้ครอบคลุมตัวอย่างหลากหลายประเภทมากยิ่งขึ้น ติดต่อเราเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมว่านวัตกรรมความปลอดภัยด้านอาหารของ 3เอ็ม ช่วยคุณได้อย่างไร สนใจทดลองผลิตภัณฑ์ รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ แผนกผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัยของอาหาร (Food Safety) บริษัท 3เอ็ม ประเทศไทย จำกัด ชั้น 12 อาคารเสริมมิตรทาวเวอร์ 159 ถนนอโศกมนตรี แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 โทรศัพท์: 0 2260 8577, 098-582 4428 คุณนริสรา วานิกร อีเมล์: nwanigorn@mmm.com คุณเมสิณี ลิขิตรัตนไพบูลย์ อีเมล์: maneelik@mmm.com คุณณรัณรัชต์ ภู่โยธิน อีเมล์: kbhuyothin@mmm.com
สมัครสมาชิก

สนับสนุนโดย / Supported By

  • บริษ้ท มาเรล ฟู้ดส์ ซิสเท็ม จำกัด จัดจำหน่ายเครื่องจักรและอุปกรณ์การแปรรูปอาหาร เช่น ระบบการชั่งน้ำหนัก, การคัดขนาด, การแบ่ง, การตรวจสอบกระดูก และการประยุกต์ใช้ร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ พร้อมกับบริการ ออกแบบ ติดตั้ง กรรมวิธีการแปรรูปทั้งกระบวนการ สำหรับ ผลิตภัณฑ์ ปลา เนื้อ และ สัตว์ปีก โดยมีวิศวกรบริการและ สำนักงานตั้งอยู่ที่กรุงเทพ มาเรล เป็นผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกของอุปกรณ์การแปรรูปอาหารที่ทันสมัย​​ครบวงจรทั้งระบบ สำหรับอุตสาหกรรม ปลา กุ้ง เนื้อ และสัตว์ปีก ต่างๆ เครื่องแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก Stork และ Townsend จาก Marel อยู่ในกลุ่มเครื่องที่เป็นที่ยอมรับมากที่สุดในอุตสาหกรรม พร้อมกันนี้ สามารถบริการครบวงจรตั้งแต่ต้นสายการผลิตจนเสร็จเป็นสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยสำนักงานและบริษัทสาขามากกว่า 30 ประเทศ และ 100 เครือข่ายตัวแทนและผู้จัดจำหน่ายทั่วโลก ที่พร้อมทำงานเคียงข้างลูกค้าเพื่อขยายขอบเขตผลการแปรรูปอาหาร Marel Food Systems Limited. We are supply weighing, grading, portioning, bone detection and software applications as well as complete turn-key processing solutions for fish, meat and poultry. We have service engineer and office in Bangkok. Marel is the leading global provider of advanced food processing equipment, systems and services to the fish, meat, and poultry industries. Our brands - Marel, Stork Poultry Processing and Townsend Further Processing - are among the most respected in the industry. Together, we offer the convenience of a single source to meet our customers' every need. With offices and subsidiaries in over 30 countries and a global network of 100 agents and distributors, we work side-by-side with our customers to extend the boundaries of food processing performance.
  • We are well known for reliable, easy-to-use coding and marking solutions which have a low total cost of ownership, as well as for our strong customer service ethos. Developing new products and a continuous programme of improving existing coding and marking solutions also remain central to Linx's strategy. Coding and marking machines from Linx Printing Technologies Ltd provide a comprehensive solution for date and batch coding of products and packaging across manufacturing industries via a global network of distributors. In the industrial inkjet printer arena, our reputation is second to none. Our continuous ink jet printers, laser coders, outer case coders and thermal transfer overprinters are used on production lines in many manufacturing sectors, including the food, beverage, pharmaceutical, cosmetics, automotive and electronic industries, where product identification codes, batch numbers, use by dates and barcodes are needed. PTasia, THAILAND With more than 3,700 coding, marking, barcode, label applicator, filling, packing and sealing systems installed in THAILAND market. Our range is includes systems across a wide range of technologies. To select the most appropriate technology to suit our customers. An excellent customer service reputation, together with a reputation for reliability that sets standards in the industry, rounds off the PTAsia offering and provides customers with efficient and economical solutions of the high quality. Satisfyingcustomers inTHAILAND for 10 years Our 1,313 customers benefit from our many years of experience in the field, with our successful business model of continuous improvement. Our technical and service associates specialise in providing individual advice and finding the most efficient and practical solution to every requirment. PTAsia extends its expertise to customers in the food, beverage, chemical, personal care, pharmaceutical, medical device, electronics, aerospace, military, automotive, and other industrial markets.
  • วิสัยทัศน์ของบริษัท คือ การอยู่ในระดับแนวหน้า "ฟอร์ฟร้อนท์" ของเทคโนโลยีประเภทต่างๆ และนำเทคโนโลยีนั้นๆ มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมและกระบวนการผลิตในประเทศไทย เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้า บริษัท ฟอร์ฟร้อนท์ ฟู้ดเทค จำกัด เชื่อมั่นและยึดมั่นในอุดมการณ์การดำเนินธุรกิจ กล่าวคือ จำหน่าย สินค้าและให้บริการที่มีคุณภาพสูง ซึ่งเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า ด้วยความซื่อสัตย์และความตรงต่อเวลา เพื่อการทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จร่วมกันระยะยาว Our vision is to be in the "forefront" of technology in its field and suitably apply the technology to industries and production in Thailand for customers' utmost benefits. Forefront Foodtech Co., Ltd. strongly believes in and is committed to our own business philosophy which is to supply high quality products and service appropriately to each customer's requirements with honesty and punctuality in order to maintain long term win-win business relationship. Forefront Foodtech Co., Ltd. is the agent company that supplies machinery and system, install and provide after sales service as well as spare parts. Our products are: Heinrich Frey Maschinenbau Gmbh, Germany: manufacturer of vacuum stuffers and machinery for convenient food Kronen GmbH, Germany: manufacturer of machinery for vegetable and fruits from washing to packing Nock Fleischerei Maschinenbau GmbH, Germany: manufacturer of skinning machines, membrane skinning machine, slicers and scale ice makers K + G Wetter GmbH, Germany: manufacturer of grinders and bowl cutters Ness & Co. GmbH, Germany: manufacturer of smoke chambers, both stand alone and continuous units Dorit DFT GmbH, Germany: manufacturer of tumblers and injectors Maschinenfabrik Leonhardt GmbH, Germany: manufacturer of dosing and filling equipment