News and Articles

เทคโนโลยีเนียร์อินฟราเรดสเปกโทรสโกปีสำหรับผลผลิตเกษตรและอาหาร (ตอนที่ 2)

เทคโนโลยีเนียร์อินฟราเรดสเปกโทรสโกปีสำหรับผลผลิตเกษตรและอาหาร (ตอนที่ 2)


หมวดหมู่: การผลิตอาหาร [เทคโนโลยีการอาหาร]
วันที่: 28 มกราคม พ.ศ. 2556

เทคโนโลยีเนียร์อินฟราเรดสเปกโทรสโกปีสำหรับผลผลิตเกษตรและอาหาร

รศ.ดร.ปานมนัส ศิริสมบูรณ์(www.nirsresearch.com)

สเปกตรัมของตัวอย่างที่วัดได้ด้วยเครื่องเนียร์อินฟราเรดสเปกโตรมิเตอร์ สามารถนำมาใช้เลยหรืออาจมีการจัดการทางคณิตศาสตร์ต่อสเปกตรัม (Spectrum pretreatment) ก่อน ซึ่งมีหลายวิธีด้วยวัตถุประสงค์ต่างๆกัน เช่น ทำสเปกตรัมที่มีสัญญาณรบกวนให้เรียบขึ้น โดยใช้วิธีหาค่าเฉลี่ยของช่วงคลื่นสั้นๆต่อเนื่องกัน การปรับค่าศูนย์กลางข้อมูล (Mean centering, MC) การทำอนุพันธ์ลำดับที่หนึ่ง (1st derivative, D1) เพื่อแก้ปัญหาการเลื่อนขึ้นของเส้นสเปกตรัม (Baseline shift) การทำอนุพันธ์ลำดับที่สอง (2nd derivative, D2) เพื่อแก้ปัญหาการเลื่อนขึ้นและการที่มีพีคซ้อนทับกัน(Overlapping peaks) การปรับเป็นค่ามาตรฐาน (Normalization) ทำเพื่อกำจัดความแปรปรวนจากปัจจัยที่ไม่ต้องการ การปรับแก้การกระเจิงแบบผลคูณ (Multiplicative scatter correction, MSC) เพื่อแก้ปัญหาการกระเจิงแสงที่ไม่สม่ำเสมอกันเนื่องจากปัจจัยต่างๆ เช่น ขนาดอนุภาคหรือผลที่ไม่เท่ากัน การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของแหล่งแสง เป็นต้น การปรับความแปรปรวนให้เป็นมาตรฐาน (Standard normal variate, SNV) และการปรับแนวโน้ม (Detrending) ซึ่งแก้ปัญหาเช่นเดียวกับ MSC

รูปที่ 8 สเปกตรัมการดูดซับคลื่นของสาลี่ญี่ปุ่นที่อายุการเก็บเกี่ยวต่างๆกัน ในช่วง 1100-2500 nm

รูปที่ 9 สเปกตรัมการดูดซับคลื่นของมะเขือเทศที่ความสุกแก่ต่างๆกัน ในช่วง 1100-2300 nm

รูปที่ 10 สเปกตรัมการดูดซับคลื่นของส้มโอที่สแกนโดยการสะท้อน (Reflectance)

ในช่วง 600-1100 nmโดยส้มโอมีอายุการเก็บรักษาต่างๆกัน

รูปที่ 11 สเปกตรัมการดูดซับคลื่นของส้มโอที่สแกนโดยการส่องผ่าน (Transmittance)

ในช่วง 600-960 nm โดยส้มโอมีอายุการเก็บรักษาต่างๆกัน

รูปที่ 12 สเปกตรัมการดูดซับคลื่นของถั่วเหลืองฝักสด ในช่วง 600-1100 nm

เทคนิคเนียร์อินฟราเรดสเปกโทรสโกปีเป็นเทคนิคการตรวจสอบโดยไม่ทำลาย ใช้ง่าย รวดเร็ว แม่นยำ เชื่อถือได้ สามารถตรวจสอบได้ในสายการผลิต ไม่ต้องการใช้สารเคมีหรือใช้น้อย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เทคนิคนี้ช่วยให้สามารถวัดองค์ประกอบหรือสมบัติต่างๆของผลผลิตเกษตรและอาหารในเชิงปริมาณได้ง่ายขึ้นและเป็นวิธีไม่ทำลายตัวอย่าง สามารถจำแนกกลุ่มเนื้อสัมผัสของตัวอย่างได้อย่างรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องใช้คณะผู้ชิมที่ต้องการการฝึกฝนให้มีความชำนาญในการชิม แต่เทคนิคนี้ต้องอาศัยการสร้างแบบจำลองดังกล่าวมาแล้วด้วยวิธีการทางเคโมเมตริกแบบต่างๆในการวิเคราะห์เชิงปริมาณ โดยทั่วไปใช้วิธีการใช้วิธีการถดถอยเชิงเส้นพหุคูณ (Multiple linear regression, MLR) การถดถอยโดยใช้องค์ประกอบหลัก (Principle component regression, PCR) การถดถอยกำลังสองน้อยที่สุดบางส่วน (Partial least square regression, PLSR) ในการจำแนกกลุ่มเชิงคุณภาพนิยมใช้วิธีการวิเคราะห์องค์ประกอบหลัก (Principle component analysis, PCA) การวิเคราะห์การจำแนกกลุ่มเชิงเส้น (Linear discriminant analysis, LDA) การวิเคราะห์การจำแนกกลุ่มด้วยวิธี PLS (Partial least square discriminant analysis, PLS-DA) การจำแนกกลุ่มด้วยวิธี SIMCA (Soft independent modeling of class analogy) การใช้โครงข่ายใยประสาทเทียม (Artificial neural network, ANN) เป็นต้น



ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
กระบวนการพัฒนา เปลี่ยนแปลง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค(From Trend to Opportunity)
โดย : คุณสรยุทธ อุจจภูรีSale & Service Directorsorayut.ujjaphuree@marel.comwww.marel.com นวัตกรรมเครื่องจักรแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก : ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ปัจจุบันผู้คนต่างมีเวลาในการเตรียมอาหารในแต่ละมื้อน้อยลง ส่งผลให้ตลาดอาหารพร้อมปรุงหรืออาหารสะดวกซื้อเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยอาหารพร้อมปรุงได้ออกมาในรูปแบบต่างๆ เช่น หั่นเตรียมสำเร็จ ปรุงเครื่องเทศสำเร็จ หรือเครื่องแกงสำเร็จรูป ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคมีความต้องการที่หลากหลายและมองหาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์พร้อมปรุงหรืออาหารพร้อมรับประทานที่มีรูปร่างหน้าตาและรสชาติเหมือนกับต้นตำรับ การเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางนี้ทำให้ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกต้องตอบสนองกับความต้องการต่อผู้บริโภค ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีของเครื่องจักรเพื่อการแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกแบบครบวงจรที่มีความหลากหลาย อาทิเช่น เครื่องตัดกระดูกหรือเนื้อไก่ ให้มีความสามารถในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการตัดเป็นรูปแบบต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพความเที่ยงตรงแม่นยำ ทั้งน้ำหนักที่เที่ยงตรง ความยาวหรือรูปร่างตามที่กำหนดไว้ ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปซึ่งส่วนมากจะถูกเคลือบด้วยเครื่องปรุงรสต่างๆ หรือตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า หรือที่รู้จักกันในชื่อของ "Kakugiri" หรือแม้การตัดแต่งให้ได้รูปร่างและน้ำหนักตามที่กำหนดไว้เป็นแผ่นบางๆ มีดังนี้เครื่องสไลด์วัตถุดิบแนวนอน สามารถสไลด์วัตถุดิบให้ได้ขนาดและความสูงตามที่ต้องการ โดยเครื่องสไลด์จะสไลด์วัตถุดิบในแนวนอน มีหลักการทำงานโดยมีใบมีดตัดเนื้อเป็นแนวนอนอย่างต่อเนื่อง และสามารถปรับความสูงของการตัดได้ตามระยะที่ต้องการ รูปที่ 1เครื่องสไลด์วัตถุดิบในแนวนอน เครื่องตัด สามารรองรับความต้องการตัดวัตถุดิบตามน้ำหนักและความยาวที่กำหนดเพื่อให้เหลือส่วนเกินให้น้อยที่สุด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับวัตถุดิบในกลุ่มสัตว์ปีก โดยเครื่องตัดทำงานโดยอาศัยระบบกล้องและเลเซอร์คำนวณปริมาตรและน้ำหนักของสินค้า หลังจากนั้นคอมพิวเตอร์จะสั่งใบมีดตัดเนื้อให้ได้น้ำหนักและขนาดตามที่ต้องการ (a.) (b.) รูปที่ 2 เครื่องตัด (a.I-cut 36, b. I-cut 32) ส่วนวัตถุดิบที่มีขนาดเล็ก ต้องอาศัยเครื่องตัดวัตถุดิบขนาดความเร็วสูง ที่ทำงานโดยมีใบมีดแบบวงกลมวางเรียงกันตามแนวยาว สามารถตั้งระยะความกว้างในการตัดได้ และได้ปริมาณการตัดสูง เหมาะกับสินค้าที่มีกระดูกและไม่มีกระดูก รูปที่ 3 เครื่องตัดวัตถุดิบขนาดเล็กความเร็วสูง (Strip Cutter) หรือหากต้องการตัดวัตถุดิบให้ได้รูปร่างตามที่กำหนดไว้ เครื่องตัดขึ้นรูปวัตถุดิบสามารถตัดได้โดยมีแม่พิมพ์เป็นตัวกำหนดรูปร่างและน้ำหนักสินค้า เครื่องนี้จึงตัดสินค้าออกมาเป็นแบบสามมิติ รูปที่4เครื่องตัดขึ้นรูปวัตถุดิบ (Template Slicing Machine) หากต้องการคลุกผสมวัตถุดิบ เครื่องคลุกผสมวัตถุดิบสามารถรองรับวัตถุดิบได้ทั้งแบบเปียกและแห้ง ทั้งผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ทั้งแบบมีกระดูกหรือไร้กระดูก จึงช่วยให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมปรุงออกสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยหลักการทำงานแบบต่อเนื่องสำหรับการผสมและคลุกเคล้าเครื่องปรุงให้เข้าเนื้อวัตถุดิบได้อย่างดี รูปที่ 5เครื่องคลุกผสมวัตถุดิบ (Value drum)
3.3 ผลและวิจารณ์ผล
ผลการวิเคราะห์ปริมาณเกลือ การเก็บตัวอย่างเนื้อปลาแบบ 1 จุด ต่อปลา1ตัวอย่าง โดยการเก็บตัวอย่างก่อนละลายใช้ท่อสแตส เลสทรงกระบอกเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 .0 เซนติเมตร หลังละลายใช้มีดตัดตัวอย่างเนื้อปลาเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 4×5 ตาราเซนติเมตร รูปที่ แสดงปริมาณเกลือก่อนละลาย หลังละลายของสภาวะน้ำนึ่งและน้ำวน จากการวิเคราะห์ปริมาณเกลือก่อนละลาย หลังละลาย ที่สภาวะน้ำนิ่งและน้ำวน พบว่าที่สภาวะน้ำนึ่งปลามีปริมาณเกลือหลังละลายสูงกว่าปริมาณเกลือหลังละลายที่สภาวะน้ำวน รูปที่ แสดงปริมาณเกลือก่อนละลาย หลังละลายของสภาวะน้ำนิ่ง การวิเคราะห์ปริมาณเกลือก่อนละลาย หลังละลาย ที่สภาวะน้ำนิ่ง พบว่าปริมาณเกลือหลังละลายของปลาขนาดเล็กและขนาดกลางมีปริมาณเพิ่มขึ้นจากก่อนละลายและปลาขนาดใหญ่มีปริมาณเกลือลดลง รูปที่ แสดงปริมาณเกลือก่อนละลาย หลังละลายของสภาวะวน การวิเคราะห์ปริมาณเกลือก่อนละลาย หลังละลาย ที่สภาวะน้ำวน พบว่าปริมาณเกลือหลังละลายของปลาขนาดเล็ก ขนาดกลางและขนาดใหญ่มีปริมาณเพิ่มขึ้นจากก่อนละลาย สรุปผลการทดลอง จากการศึกษาปริมาณเกลือในเนื้อปลาทูน่าละลายที่สภาวะน้ำนิ่งและน้ำวน พบว่าการเก็บตัวอย่างเนื้อปลาแบบ 1 จุด ต่อปลา 1ตัวมีปริมาณเกลือหลังละลายเพิ่มขึ้นจากปริมาณเกลือก่อนละลาย ซึ่งเกิดจากลักษณะการเก็บตัวอย่างที่ไม่คำนึงถึงพื้นที่ผิวของเนื้อตัวอย่าง การเก็บตัวอย่างก่อนละลายมีพื้นที่ในการเก็บตัวอย่าง 3.14 ตารางเซนติเมตร ส่วนการเก็บตัวอย่างหลังละลายมีพื้นที่ในการเก็บตัวอย่าง 20 ตารางเซนติเมตร
แนะนำหนังสือใหม่ : เทคโนโลยีเนื้อสัมผัสของผลผลิตเกษตรและอาหาร
หนังสือใหม่เอี่ยมสำหรับคนในวงการอาหาร เพิ่งจะเปิดตัวปลายปีนี้อย่างไม่เป็นทางการ www.foodnetworksolution.com นำข่าวดีมาบอกมิตรรักแฟนเพลงก่อนใคร ชื่อหนังสือว่า เทคโนโลยีเนื้อสัมผัสของผลผลิตเกษตรและอาหาร เขียนโดย รศ.ดร. ปานมนัส ศิริสมบูรณ์ ปรมจารย์ด้านเนื้อสัมผัส อาจารย์มีผลงานเขียนตำรา งานวิจัย มาช่ำชอง เยี่ยมยุทธใน เวทีวิชาการ ทั้งในประเทศ และนานาชาติ ที่ครูผู้น้อยเองก็ฝากตัวเป็นลูกศิษย์มาเป็นเวลานาน หนังสือหน้าปกสีชมพูสดใส หวานแหวว สมวัย 50 ต้นๆ ของผู้เขียน ตั้งใจทุ่มเท กลั่นกรองออกมา จากความรู้ ประสพการณ์ และความวิริยะ อุตสาหะของท่านอาจารย์ เรียบเรียง ถ่ายทอด เทคโนโลยีด้านเนื้อสัมผัสของผลิตผลทางการเกษตรและอาหาร ว่าตั้งแต่ เรื่อง พื้นฐานปรับพื้นฐานให้เราเข้าใจหลักการของ เนื้อสัมผัสและคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตรและอาหาร แบบจำลองเชิงกล การวิเคราะห์เนื้อสัมผัส ด้วยเครื่องมือเช่น Texture Profile Analysis, Compression Test, Tensile Testตลอดจนการทดสอบด้วยประสามสัมผัส หนังสือเล่มนี้ มีตัวอย่างการวิจัยของท่านอาจารย์ปานมนัส ที่ทำวิจัยเชิงลึกด้านเนื้อสัมผัสมาเป็นเวลานานนนน (เน้นว่านานนนน) ทั้งกับวัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์อาหารหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ปลา เช่น มะม่วง ส้มโอ สาลี่ญี่ปุ่น มะเขือเทศ ถั่วเหลืองฝักสด สบู่ดำ ปลาทูน่ากระป๋อง เนื้อหมูหมัก รวมทั้งเรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อเนื้อสัมผัสของอาหาร และการปรับปรุงเนื้อสัมผัส สุดยอดของหนังสือเล่มนี้น่าจะเป็น บทสุดท้ายที่ครูผู้น้อยชอบมาก คือการประยุกต์ใช้สมบัติทางเนื้อสัมผัสในโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ที่ครูผู้น้อยแอบเห็นท่านอาจารย์ สัมภาษณ์สดทางโทรศัพท์กับโรงงานอาหารมากมาย อาทิเช่น ซูริมิ เต้าหู้หลอด ข้าว ไส้กรอก ไข่ เพื่อให้ทราบว่าอาหารแต่ละกลุ่มมีวิธีและหลักการวัดเนื้อสัมผัสกันอย่างไร พร้อมสภาวะที่ใช้วัด จะทำให้เราเห็นภาพรวมของการวัดเนื้อสัมผัส โรงงานไหนที่อาจารย์สัมภาษณ์ไปก็มารีบหาไปอ่านโดยเร็ว หนังสือนี้จัดพิมพ์เพียง 200 เล่มเท่านั้น ตอนนี้นักศึกษาก็ซื้อไปหลายเล่มแล้ว รีบๆ ติดต่อเป็นเจ้าของโดยด่วนที่ http://www.foodnetworksolution.com/books พร้อมส่วนลดพิเศษ ซึ่งไม่มีที่อื่นแน่นอน เพราะงานนี้อาจารย์จัดให้เองค่ะ
การทำแห้งชาสมุนไพรด้วยลมร้อนร่วมกับการใช้สารดูดซับความชื้น
โครงการพัฒนาการผลิตชาสมุนไพรคุณภาพสูงระดับ SME การทดลองการทำแห้งสมุนไพรด้วยเครื่องอบลมร้อนแบบถาดร่วมกับการใช้สารดูดความชื้น บทนำ การทำแห้งสมุนแห้งสมุนไพร ด้วยเครื่องอบลมร้อนแบบถาดร่วมกับการใช้สารดูดความชื้น เป็นวิธีการทำแห้งแบบ 2 ขั้นตอนที่ประยุกต์ขึ้นมาเพื่อใช้ในการทดลองศึกษาผลการทำแห้งของสมุนไพร 2 ชนิด ได้แก่ ตะไคร้และใบเตย โดยวัตถุประสงค์หลักเพื่อสามารถทำแห้งสมุนไพรได้เป็นอย่างดี และให้สมุนไพรนั้นคงคุณค่าทางโภชนาการ วัตถุประสงค์ศึกษาการทำแห้งตะไคร้ และใบเตย ด้วยเครื่องอบลมร้อนแบบถาด ร่วมกับการใช้สารดูดความชื้นในตู้ดูดความชื้น (desiccator) วิธีการทดลอง การทดลองการทำแห้งสมุนไพรด้วยเครื่องอบลมร้อนแบบถาดร่วมกับการใช้สารดูดความชื้น โดยนำสมุนไพรออกจากเครื่องอบลมร้อนแบบถาดเมื่อครบเวลาการทำแห้งด้วยลมร้อน ตะไคร้นำออกเมื่อครบเวลา 240 นาที และใบเตยเมื่อครบเวลา 90 นาที ให้นำตะแกรงวัตถุดิบใส่ในตู้ Desiccator Cabinet (ยี่ห้อ Northman, ประเทศไทย) โดยวางถาดบนชั้นวาง จากนั้นนำถาดวัตถุดิบ ออกมาชั่งน้ำหนักด้วยเครื่องชั่ง 2 ตำแหน่งโดยตะไคร้ชั่งทุกๆ 60 นาที และใบเตยชั่งทุกๆ 30 นาที จนกว่าน้ำหนักจะคงที่ การวิเคราะห์เพื่อเลือกเวลาที่จะนำถาดวัตถุดิบสมุนไพรมาใส่ตู้ดูดความชื้นนั้น ใช้หลักการวิเคราะห์ร่วมกับกราฟ Adsorption isotherm โดยพิจารณาเลือกค่าวอเตอร์แอกติวิตี้ (aw) ที่ 0.7 ลากไปตัดเส้นกราฟจะได้ค่าความชื้นฐานแห้งออกมา จากนั้นนำค่าความชื้นนี้ไปวิเคราะห์ในกราฟความชื้นฐานแห้งกับเวลาของสมุนไพรชนิดนั้นก็จะได้เวลาในการทำแห้งที่จะทำให้มีค่า aw ของพืชสมุนไพรชนิดนั้นๆ อยู่ที่ 0.7 รูปที่ 1 Desorption isotherm ของตะไคร้รูปที่ 2 กราฟความชื้นกับเวลาของตะไคร้ (60℃) รูปที่ 3 Desorption isotherm ของใบเตย รูปที่ 4 กราฟความชื้นกับเวลาของใบเตย (60℃) วิเคราะห์กราฟ Adsorption isotherm กับกราฟความชื้นกับเวลาของสมุนไพร เพื่อเลือกเวลาที่จะนำถาดวัตถุดิบสมุนไพรออกจากการทำแห้งด้วยลมร้อน แล้วมาใส่ตู้ดูดความชื้นโดยใช้พิจารณาเลือกค่าวอเตอร์แอกติวิตี้ (aw) ที่ 0.7 ลากไปตัดเส้นกราฟจะได้ค่าความชื้นฐานแห้งออกมา จากนั้นนำค่าความชื้นนี้ไปวิเคราะห์ในกราฟความชื้นฐานแห้งกับเวลาของสมุนไพรชนิดนั้นก็จะได้เวลาในการทำแห้งด้วยลมร้อน ผลและวิจารณ์ผลการทดลอง รูปที่ 5 กราฟความชื้นฐานแห้งกับเวลาของตะไคร้ในการทำแห้งแบบลมร้อนร่วมกับสารดูดความชื้น รูปที่ 6 กราฟความชื้นฐานแห้งกับเวลาของใบเตยในการทำแห้งแบบลมร้อนร่วมกับสารดูดความชื้น ผลการทดลองจากรูปที่ 6 และ 7 ช่วงแรกเป็นการทำแห้งด้วยลมร้อน ตะไคร้ใช้เวลาในการทำแห้งช่วงนี้นาน 240 นาที ใบเตยใช้เวลา 90 นาที จากนั้นเป็นการทำแห้งในช่วงที่ 2 โดยนำสมุนไพรที่ออกจากเครื่องอบลมร้อนแบบถาดไปใส่ในตู้ดูดความชื้นที่มีซิลิกาเจล ในการทำแห้งช่วงที่ 2 ตะไคร้และใบเตยใช้เวลา 480 90 นาที ตามลำดับ รวมทั้งสิ้นตะไคร้ใช้เวลาในการทำแห้ง 720 นาที ได้ความชื้น 9.3817 g water/g dry matter (8.5770 %wb) ใบเตย 180 นาที ได้ความชื้น 5.4599 g water/g dry matter (5.1772 %wb) จะเห็นว่าการทำแห้งด้วยลมร้อนแบบถาดร่วมกับการใช้สารดูดความชื้นนี้ใช้เวลานานกว่าการทำแห้งด้วยลมร้อนเพียงอย่างเดียว สรุปผลการทดลอง การทำแห้งด้วยลมร้อนแบบถาดร่วมกับการใช้สารดูดความชื้น ตะไคร้ใช้เวลาในการทำแห้ง 720 นาที ได้ความชื้น 9.3817 g water/g dry matter (8.5770 %wb) ใบเตยใช้เวลา 180 นาที ได้ความชื้น 5.4599 g water/g dry matter (5.1772 %wb) ซึ่งจะเห็นว่าการทำแห้งแบบ 2 วิธีร่วมกันนี้ใช้เวลานานกว่าการทำแห้งด้วยลมร้อน
สมัครสมาชิก

สนับสนุนโดย / Supported By

  • บริษ้ท มาเรล ฟู้ดส์ ซิสเท็ม จำกัด จัดจำหน่ายเครื่องจักรและอุปกรณ์การแปรรูปอาหาร เช่น ระบบการชั่งน้ำหนัก, การคัดขนาด, การแบ่ง, การตรวจสอบกระดูก และการประยุกต์ใช้ร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ พร้อมกับบริการ ออกแบบ ติดตั้ง กรรมวิธีการแปรรูปทั้งกระบวนการ สำหรับ ผลิตภัณฑ์ ปลา เนื้อ และ สัตว์ปีก โดยมีวิศวกรบริการและ สำนักงานตั้งอยู่ที่กรุงเทพ มาเรล เป็นผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกของอุปกรณ์การแปรรูปอาหารที่ทันสมัย​​ครบวงจรทั้งระบบ สำหรับอุตสาหกรรม ปลา กุ้ง เนื้อ และสัตว์ปีก ต่างๆ เครื่องแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก Stork และ Townsend จาก Marel อยู่ในกลุ่มเครื่องที่เป็นที่ยอมรับมากที่สุดในอุตสาหกรรม พร้อมกันนี้ สามารถบริการครบวงจรตั้งแต่ต้นสายการผลิตจนเสร็จเป็นสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยสำนักงานและบริษัทสาขามากกว่า 30 ประเทศ และ 100 เครือข่ายตัวแทนและผู้จัดจำหน่ายทั่วโลก ที่พร้อมทำงานเคียงข้างลูกค้าเพื่อขยายขอบเขตผลการแปรรูปอาหาร Marel Food Systems Limited. We are supply weighing, grading, portioning, bone detection and software applications as well as complete turn-key processing solutions for fish, meat and poultry. We have service engineer and office in Bangkok. Marel is the leading global provider of advanced food processing equipment, systems and services to the fish, meat, and poultry industries. Our brands - Marel, Stork Poultry Processing and Townsend Further Processing - are among the most respected in the industry. Together, we offer the convenience of a single source to meet our customers' every need. With offices and subsidiaries in over 30 countries and a global network of 100 agents and distributors, we work side-by-side with our customers to extend the boundaries of food processing performance.
  • We are well known for reliable, easy-to-use coding and marking solutions which have a low total cost of ownership, as well as for our strong customer service ethos. Developing new products and a continuous programme of improving existing coding and marking solutions also remain central to Linx's strategy. Coding and marking machines from Linx Printing Technologies Ltd provide a comprehensive solution for date and batch coding of products and packaging across manufacturing industries via a global network of distributors. In the industrial inkjet printer arena, our reputation is second to none. Our continuous ink jet printers, laser coders, outer case coders and thermal transfer overprinters are used on production lines in many manufacturing sectors, including the food, beverage, pharmaceutical, cosmetics, automotive and electronic industries, where product identification codes, batch numbers, use by dates and barcodes are needed. PTasia, THAILAND With more than 3,700 coding, marking, barcode, label applicator, filling, packing and sealing systems installed in THAILAND market. Our range is includes systems across a wide range of technologies. To select the most appropriate technology to suit our customers. An excellent customer service reputation, together with a reputation for reliability that sets standards in the industry, rounds off the PTAsia offering and provides customers with efficient and economical solutions of the high quality. Satisfyingcustomers inTHAILAND for 10 years Our 1,313 customers benefit from our many years of experience in the field, with our successful business model of continuous improvement. Our technical and service associates specialise in providing individual advice and finding the most efficient and practical solution to every requirment. PTAsia extends its expertise to customers in the food, beverage, chemical, personal care, pharmaceutical, medical device, electronics, aerospace, military, automotive, and other industrial markets.
  • วิสัยทัศน์ของบริษัท คือ การอยู่ในระดับแนวหน้า "ฟอร์ฟร้อนท์" ของเทคโนโลยีประเภทต่างๆ และนำเทคโนโลยีนั้นๆ มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมและกระบวนการผลิตในประเทศไทย เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้า บริษัท ฟอร์ฟร้อนท์ ฟู้ดเทค จำกัด เชื่อมั่นและยึดมั่นในอุดมการณ์การดำเนินธุรกิจ กล่าวคือ จำหน่าย สินค้าและให้บริการที่มีคุณภาพสูง ซึ่งเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า ด้วยความซื่อสัตย์และความตรงต่อเวลา เพื่อการทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จร่วมกันระยะยาว Our vision is to be in the "forefront" of technology in its field and suitably apply the technology to industries and production in Thailand for customers' utmost benefits. Forefront Foodtech Co., Ltd. strongly believes in and is committed to our own business philosophy which is to supply high quality products and service appropriately to each customer's requirements with honesty and punctuality in order to maintain long term win-win business relationship. Forefront Foodtech Co., Ltd. is the agent company that supplies machinery and system, install and provide after sales service as well as spare parts. Our products are: Heinrich Frey Maschinenbau Gmbh, Germany: manufacturer of vacuum stuffers and machinery for convenient food Kronen GmbH, Germany: manufacturer of machinery for vegetable and fruits from washing to packing Nock Fleischerei Maschinenbau GmbH, Germany: manufacturer of skinning machines, membrane skinning machine, slicers and scale ice makers K + G Wetter GmbH, Germany: manufacturer of grinders and bowl cutters Ness & Co. GmbH, Germany: manufacturer of smoke chambers, both stand alone and continuous units Dorit DFT GmbH, Germany: manufacturer of tumblers and injectors Maschinenfabrik Leonhardt GmbH, Germany: manufacturer of dosing and filling equipment