News and Articles

อาหารขยะ (Junk Food) และอันตรายต่อสุขภาพเด็ก

อาหารขยะ (Junk Food) และอันตรายต่อสุขภาพเด็ก


หมวดหมู่: ข่าวการตลาด [ข่าวในวงการอาหาร]
วันที่: 15 กันยายน พ.ศ. 2558

Photo source: Anna Lee, https://www.flickr.com/photos/annamatic3000/

อาหารขยะ (Junk Food) และอันตรายต่อสุขภาพเด็ก

 

ในสภาพสังคมปัจจุบันที่เร่งรีบ คุณพ่อคุณแม่อาจจะไม่มีเวลามากนักในการจัดเตรียมอาหารสำหรับลูกน้อยทุกวัน จึงจำเป็นต้องพึ่งพาการซื้ออาหารหรือการรับประทานอาหารนอกบ้านบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในสังคมเมืองใหญ่ ที่สามารถพบร้านขายอาหารขยะหรือ Junk Food (เบอร์เกอร์ พิซซ่า มันฝรั่งทอด น้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบ) ได้ง่าย และโดยส่วนมาก เด็กๆ ก็มักจะชอบทานอาหารเหล่านี้ เนื่องจาก ทานง่าย มีรูปลักษณะภายนอกดูน่าทาน และยังมีรสชาติจัด (โดยมากจะหวานจัดหรือเค็มจัด) เมื่อเทียบกับผัก ผลไม้และอาหารจำพวกอื่นๆ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ แต่มักจะมีรสชาติไม่ถูกใจเด็กๆ  

 

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความสะดวกของคุณพ่อคุณแม่ในการซื้อหา และความอร่อยถูกใจสำหรับลูกน้อยแล้ว อาหารขยะนั้นแฝงไปด้วยอันตรายต่อสุขภาพเด็กมากมายที่คุณอาจจะนึกไม่ถึงมาก่อน โดยเมื่อคุณพ่อคุณแม่ได้ทราบถึงอันตรายของอาหารขยะตามด้านล่างนี้แล้ว ก็คงจะมาสามารถเลือกหาอาหารเด็กที่เหมาะสมและปลอดภัยให้กับลูกน้อยได้ นอกจากนี้ คุณพ่อแม่ยังสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหารและโภชนาการที่ดี่สำหรับเด็กได้ ที่นี่ 

 

อันตรายของอาหารขยะต่อสุขภาพเด็ก 

 

1. โรคอ้วน  โรคอ้วนในเด็กนั้นเป็นปัญหาที่มักจะถูกละเลย เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่มักจะคิดว่าลูกอยู่ในวัยเจริญเติบโต น้ำหนักตัวส่วนเกินจะลดลงไปเองเมื่อลูกโตขึ้น แท้จริงแล้ว การที่ลูกน้อยมีน้ำหนักเกินเกณฑ์อย่างผิดปกติอย่างต่อเนื่องเป็นปัญหาสำคัญที่จะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด สาเหตุของโรคอ้วนในเด็กมักจะมาจากการรับประทานอาหารไม่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ โดยเฉพาะการรับประทานอาหารขยะที่มักจะประกอบไปด้วยคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลใน ปริมาณมาก มีแคลอรีสูง ให้พลังงานมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ จึงเหลือเก็บในรูปของแป้งและน้ำตาลในร่างกาย ก่อให้เกิดโรคอ้วนในเด็ก  

 

2. ปัญหาผิวหนังและสุขภาพฟัน  อาหารขยะมักจะเป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการปรุงและดัดแปลงมามาก อาจจะมีการใส่สารเคมีต่างๆ ในขั้นตอนการผลิต เป็นเหตุให้เกิดอาการแพ้ในเด็ก ซึ่งอาจจะแสดงออกในรูปผื่นแพ้ผิวหนัง รวมทั้งการเกิดสิวได้ นอกจากนี้ น้ำตาลในอาหารที่ตกค้างอยู่ในช่องปากของเด็กหลังการรับประทานอาหารขยะทำให้ เกิดกรดในช่องปาก ที่จะไปทำลายสารเคลือบฟัน นำไปสู่สาเหตุของฟันผุอีกด้วย ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรใส่ใจเรื่องการแปรงฟันของลูกน้อยเป็นพิเศษหลัง การรับประทานอาหาร 

 

3. อาการเหนื่อยล้าง่วงซึม  แป้งและน้ำตาลที่มากเกินพอดีในอาหารขยะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน อันเป็นสาเหตุให้เด็กมีอารมณ์ไม่คงที่ หงุดหงิดง่าย รวมทั้งยังก่อให้เกิดอาการเหนื่อยล้า ง่วงซึม ส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็กในวัยเรียนอย่างมาก นอกจากนี้ คาเฟอีนในน้ำอัดลมบางชนิดยังเป็นสาเหตุให้เด็กนอนไม่หลับในตอนกลางคืน จึงพักผ่อนไม่เพียงพอและไม่พร้อมสำหรับการเรียนในวันรุ่งขึ้น 

 

4. เสริมสร้างลักษณะนิสัยที่ไม่ดีในการรับประทานอาหาร  การกินอาหารขยะเป็นประจำทำให้ลูกน้อยเกิดความเคยชินและไม่อยากกินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่างๆ โดยเฉพาะ ผักและผลไม้ เพราะรสชาติไม่อร่อยถูกใจ ซึ่งในระยะยาว เด็กอาจขาดสารอาหารบางชนิดที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและสติปัญญา นอกจากนี้ ปัญหาสุขภาพต่างๆ ดังที่กล่าวข้างต้น เช่นโรคอ้วน ฟันผุ อาการแพ้ต่าง สิว ฯลฯ ยังทำให้เด็กขาดความมั่นใจในตนเองและเป็นสาเหตุของโรคร้ายอื่นๆ ที่จะตามมาในภายหลัง 

 

5. ผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว  การรับประทานคาร์โบไฮเดรตปริมาณมากทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน ไขมันจากอาหารขยะโดยมากมักจะเป็นไขมันที่ไม่ดีต่อร่างกาย (LDL) ทั้งยังมีส่วนช่วยลดปริมาณไขมันดี (HDL) ที่จำเป็นต่อร่างกายอีกด้วย ภาวะคอเลสเตอโรลสูงนั้นและเบาหวานสามารถเกิดขึ้นได้ในเด็กเช่นเดียวกัน และเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่โรคต่างๆ เช่นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน โรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง เป็นต้น  

 

บทความ โดย บรีส ประเทศไทย   

breeze.co.th

15/9/2558



ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
SMEs ของดีทั่วไทย กับ นวัตกรรมและเทคโนโลยีไทยเพื่อ SMEs
รัฐบาลได้นำ SMEs มาจัดในโครงการตลาดข้างทำเนียบ แบ่งเป็น SMEs ของดีทั่วไทย กับนวัตกรรมและเทคโนโลยีไทยเพื่อ SMEs ระยะเวลา วันที่ 3 - 25 ตุลาคม 2558 ( รวม 23 วัน ) โดยท่านนายกฯ ร่วมเปิดงานวันที่ 5 ต.ค. 2558 ที่ผ่านมา ทาง บริษัท ยูโร เบสท์ เทคโนโลยี จำกัด เปิดบูธในส่วน นวัตกรรม และเทคโนโลยีไทย เพื่อ SMEs โซนเครื่องปรับอากาศ บูธ B39 ซึ่งจัดแสดงเทคโนโลยีเครื่องจักรแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์หญ้าหวาน จึงขอเรียนเชิญท่าน เข้าร่วมงาน
อย. ร่วมกับ เทสโก้ โลตัส เปิดตัวโครงการ “กินฉลาด ต้องอ่านฉลาก หวาน มัน เค็ม”
อย. ร่วมกับ เทสโก้ โลตัส เปิดตัวโครงการ “กินฉลาด ต้องอ่านฉลาก หวาน มัน เค็ม” ติวเข้มวิธีอ่านฉลากอาหาร ให้ผู้บริโภค อย. จับมือ เทสโก้ โลตัส จัดโครงการ “กินฉลาด ต้องอ่านฉลาก หวาน มัน เค็ม” เดินหน้าให้ความรู้แก่ผู้บริโภค ในการอ่านฉลากหวาน มัน เค็ม (ฉลากโภชนาการแบบ จีดีเอ) ตั้งเป้าให้ผู้บริโภค 6 ล้านคน รู้ เข้าใจ นำไปใช้เป็นเครื่องมือเลือกซื้อ เลือกบริโภคอาหารได้อย่างเหมาะสมใน 3 เดือน ดีเดย์ วันนี้ (9 ก.พ. 2555) ยกขบวนคาราวานติดอาวุธทางปัญญาให้ผู้บริโภค ในเขตกรุงเทพ ฯ ปริมณฑล ก่อนเดินสายทั่วประเทศเร็ว ๆ นี้ นพ. พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมด้วย คุณพรเพ็ญ นาถพิริยรัตน์ รองประธาน กรรมการแผนกกฎหมายการค้าและเทคนิค เทสโก้ โลตัส ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดย นพ. พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการ ฯ อย. กล่าวว่า จากการที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาภาวะโภชนาการในประเทศไทย โดยออกกฎหมายกำหนดให้แสดงค่าพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียมในรูปแบบฉลากหวาน มัน เค็ม หรือ จีดีเอ กับขนมขบเคี้ยว 5 ชนิด ได้แก่ มันฝรั่งทอด (potato chip) หรืออบกรอบ ข้าวโพดคั่วทอดหรืออบกรอบ ข้าวเกรียบหรืออาหารขบเคี้ยวชนิดอบพอง ขนมปังกรอบหรือแครกเกอร์ หรือบิสกิต และเวเฟอร์สอดไส้ ซึ่งประกาศ ฯ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 24 สิงหาคม 2554 นั้น ขณะนี้มีขนมขบเคี้ยวที่มีฉลากหวาน มัน เค็ม หรือ จีดีเอ มากกว่า 200 รายการ จัดจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าและร้าน สะดวกซื้อ ซึ่งผู้ผลิต/ผู้นำเข้าอาหารกลุ่มดังกล่าวที่มีอยู่ก่อนวันที่ประกาศ ฯ ใช้บังคับ ต้องปฏิบัติตามประกาศตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555 และให้ใช้ฉลากเดิมที่เหลืออยู่ได้ไม่เกินวันที่ 24 สิงหาคม 2555 ดังนั้น อาหารดังกล่าวที่มีการจำหน่าย หลังวันที่ 24 สิงหาคม 2555 จะต้องมีฉลากอาหารที่ถูกต้องทุกกรณีตามประกาศฯ กำหนดไว้ และเพื่อเป็นการเตรียมความ พร้อมให้ผู้บริโภค อย. ได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยล่าสุดได้ร่วมมือกับห้างเทสโก้ โลตัส จัดโครงการ “กินฉลาด ต้องอ่านฉลาก หวาน มัน เค็ม” ซึ่งมีกิจกรรมให้ผู้บริโภคที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าภายในห้าง และนักเรียน ในโรงเรียนได้มีส่วนร่วม และได้รับความรู้เกี่ยวกับการอ่านฉลากหวาน มัน เค็ม หรือฉลากจีดีเอ รวมถึงทราบวิธีคิด คำนวณหาค่าสารอาหารที่แสดงบนฉลาก ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการเลือกซื้อเลือกบริโภค อาหารที่เหมาะสมกับสุขภาพได้ โดยกิจกรรมดังกล่าวจะจัด ณ ห้างเทสโก้ โลตัส และโรงเรียนในเขตกรุงเทพ ฯ และปริมณฑล จำนวน 50 แห่ง และจะเดินสายให้ความรู้กับผู้บริโภคในส่วนภูมิภาคต่อไป ทั้งนี้ อย. ตั้งเป้าหมายให้ผู้บริโภค 6 ล้านคน มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมใน 3 เดือน ทางด้าน คุณพรเพ็ญ นาถพิริยรัตน์ รองประธานกรรมการแผนกกฎหมายการค้าและเทคนิค เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้ เทสโก้ โลตัส มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการสนับสนุนกิจกรรมของทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและ ยา โดยจัดสรรพื้นที่ในการจัดกิจกรรมโรดโชว์ไปตามสาขาของเราจำนวน 32 สาขา เริ่มตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ - 18 มีนาคม 2555 นอกจากนี้ อย. ยังให้เกียรติเข้าร่วมโครงการ “สุขภาพดี ชีวิตดี กับเทสโก้ โลตัส” ซึ่งเป็นโครงการที่เทสโก้ โลตัส ได้จัด ขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ด้วยนโยบายที่ชัดเจนในการส่งเสริมให้คนไทยได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น โครงการดังกล่าวมี เป้าหมายในการเชิญชวนให้ลูกค้าและผู้บริโภค 6 ล้านคนเข้าร่วมกิจกรรม โดยมีแผนในการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ เคลื่อนที่ทั่วประเทศเป็นเวลา 3 เดือน ทั้งนี้ กิจกรรมจะสามารถเข้าถึงชุมชนและสถานที่ออกกำลังกายกว่า 300 ชุมชน ทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการร่วมมือระหว่างภาครัฐฯ และเอกชนอย่าง อย. และเทสโก้ โลตัส ในการสร้างความ ตระหนัก และความเข้าใจถึงความสำคัญของฉลากหวาน มัน เค็ม หรือ จีดีเอ ในกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้น
GMP ความหมายและความสำคัญ
ความหมายและความสำคัญของ GMP ที่มา http://intranet.dip.go.th/boc/download/Data-Support/Other/GMP.doc GMP (Good Manufacturing Practice) หรือ หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีสำหรับการผลิต เป็นการจัดการสภาวะแวดล้อมขั้นพื้นฐานของกระบวนการผลิต เช่น การควบคุมสุขลักษณะส่วนบุคคล การควบคุมแมลงและสัตว์นำโรค การออกแบบโครงสร้างอาคารผลิต รวมถึงเครื่องจักรอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต เป็นต้น ซึ่งเน้นการป้องกันมากกว่าการแก้ไข เป็นระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหารขั้นพื้นฐาน (Food Safety Management System) คือ การจัดการเพื่อไม่ให้อาหารก่อผลกระทบทางลบต่อผู้บริโภค เมื่ออาหารนั้นถูกเตรียมหรือบริโภค ระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหารจะสมบูรณ์ เมื่อจัดทำระบบ HACCP (Hazard Analysis and Critical Control Point) ซึ่งเป็นการจัดการด้านการควบคุมกระบวนการผลิต โดยจะทำการวิเคราะห์และประเมินอันตรายในขั้นตอนการผลิตทั้งหมด ตั้งแต่ตรวจรับวัตถุดิบ จนกระทั่งเป็นผลิตภัณฑ์สู่ผู้บริโภค ว่าจุดใด หรือ ขั้นตอนใดมีความเสี่ยง ต้องควบคุม ถ้าปราศจากการควบคุมที่จุดนั้นจะทำให้ ผลิตภัณฑ์อาหารไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค เรียกจุด หรือขั้นตอน นั้น ๆ ว่า จุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (Critical Control Point; CCP) จากนั้นหามาตรการควบคุมจุดวิกฤต เพื่อให้อาหารปลอดภัยต่อผู้บริโภค กล่าวได้ว่าGMP เป็นพื้นฐานที่สำคัญของ HACCPใครควรทำ GMP & HACCP ในอุตสาหกรรมอาหาร ห่วงโซ่อาหารเริ่มต้นจากเกษตรกรรม ทั้งเลี้ยงสัตว์ และเพาะปลูกพืช จากนั้นจะได้เป็นผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งต้องมีการจัดเตรียมเพื่อเป็นวัตถุดิบ ป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในโรงงานอาหาร หลังจากนั้นผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้ ก็จะถูกขนส่งไปที่ร้านค้า ก่อนจะถึงมือ ผู้บริโภค จะสังเกตได้ว่าในห่วงโซ่อาหารมีขั้นตอนหลายขั้นตอนกว่าที่อาหารจะถึงมือผู้บริโภค จึงมีโอกาสทำให้อาหารไม่ปลอดภัยได้ 1. เกษตรกรรม 1.1 การเลี้ยงสัตว์ (ฟาร์ม) สัตว์ที่จะกลายมาเป็นอาหารมนุษย์ มีโอกาสเกิดอันตรายได้จากอาหารที่สัตว์กิน ยา วัคซีน วิธีการจัดการในฟาร์ม เป็นต้น ดังเห็นได้จาก ข่าวปัจจุบันเช่นพบสาร แอนตี้ไบโอติก (antibiotic) ในกุ้ง ซึ่งปนเปื้อนมาจากยาที่ใช้ในฟาร์มเลี้ยงกุ้ง การจัดการฟาร์มที่ไม่ดี หรือสารไดออกซินในผลิตภัณฑ์นม หรือ สารอะฟลาท็อกซิน (aflatoxin) ในนม ล้วนมีสาเหตุมาจากอาหารสัตว์ ซึ่งสารเหล่านี้สามารถ ตกค้างจนกระทั่งสัตว์เหล่านั้นเป็นอาหาร จึงควรมีการจัดการด้านความปลอดภัยสำหรับอาหารสัตว์ (Feed Safety) คือ อาหารสัตว์ ต้องไม่ก่อให้เกิดผลกระทบทางลบต่อสุขภาพของสัตว์เป้าหมาย เมื่อสัตว์เหล่านั้นถูกเตรียมเพื่อบริโภค มนุษย์ต้องไม่ได้รับอันตรายจากผลิตภัณฑ์เหล่านั้น นอกจากนี้ยังต้องมีการจัดการฟาร์มให้เป็นไปตามหลัก GAP (Good Agricultural Practice) ซึ่งใช้หลักการเดียวกับ GMP 1.2 การเพาะปลูก ผลผลิตที่เป็นพืช ต้องควบคุมให้ได้ผลผลิตมากที่สุด เสียหายน้อยที่สุด เกษตรกรจึงสรรหาวิธีการ มาจัดการซึ่งบางครั้งเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง เช่นการใช้ ยาฆ่าแมลง จึงควรนำหลัก GMP หรือ GAP มาจัดการ ซึ่งจะทำให้ผลผลิตสูง โดยไม่ต้องใช้หรือลดปริมาณการใช้ สารเคมี ยาฆ่าแมลง ที่เป็นอันตราย และสามารถเลือกใช้โดยไม่ทำให้ พืช ผัก ผลไม้เหล่านั้นเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค 2. ผู้ส่งมอบวัตถุดิบ คือผู้ที่ทำการเตรียมผลผลิตทางการเกษตรเป็นวัตถุดิบก่อนจะส่งเข้ากระบวนการผลิตในโรงงานอาหาร เช่น โรงเชือดไก่ โรงฆ่าหมู โรงชำแหละเนื้อหมู สะพานปลา ผู้เก็บเกี่ยวและดูแลพืชผัก เนื่องจาก ผลผลิตทางเกษตร เป็นวัตถุที่สามารถเสื่อมสภาพ และเน่าเสียได้ ถ้าไม่มีการจัดการที่ดี ผู้ส่งมอบวัตถุดิบบางราย จึงใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้อง เพื่อให้วัตถุดิบเหล่านั้นคงสภาพได้ เช่น ใช้ฟอร์มาลินแช่เพื่อคงสภาพ ดังนั้นผู้ส่งมอบวัตถุดิบเหล่านี้ควรทำ GMP เพื่อให้มีวิธีการจัดการที่ดีอย่างถูกต้องและได้วัตถุดิบที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ผู้ส่งมอบวัตถุดิบยังหมายรวมถึง ผู้ส่งมอบบรรจุภัณฑ์ที่ใช้สัมผัสอาหารโดยตรงด้วย 3. โรงงานผลิตอาหาร เป็นผู้ทำหน้าที่แปรรูปอาหารให้ผู้บริโภค ซึ่งกระบวนการผลิตมีหลายขั้นตอน และทุก ขั้นตอนสามารถทำให้อาหารเกิดความไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคได้ เช่น กระบวนการให้ความร้อนที่ไม่มีหลักเกณฑ์ และวิธีการควบคุมที่ถูกต้อง ก็จะทำให้ผู้บริโภคเกิดอาหารเป็นพิษได้ 4. การกระจายสินค้า ผลิตภัณฑ์อาหารมีหลายประเภท แต่ละประเภทมีสภาวะการจัดเก็บ และขนส่งที่แตกต่างกัน เช่นการขนส่งที่อุณหภูมิห้อง อุณหภูมิแช่เย็น อุณหภูมิแช่แข็ง และบรรจุภัณฑ์ที่เป็นภาชนะบรรจุของผลิตภัณฑ์อาหารหลายชนิด ก็มีโอกาสเสียหายได้ง่าย ถ้าไม่มีการจัดการที่ดีก็จะทำให้อาหารนั้นไม่ปลอดภัยได้ เช่น อาหารประเภทที่ต้องแช่เย็น แต่รถขนส่งหรือห้องจัดเก็บ มีอุณหภูมิห้อง จะทำให้เชื้อจุลินทรีย์เจริญเติบโต เกิดอาหารเป็นพิษต่อ ผู้บริโภคได้ หรือ ระหว่างขนส่ง ภาชนะบรรจุรั่วโดยไม่เห็น ทำให้เชื้อจุลินทรีย์มีโอกาสปนเปื้อนได้ 5. สถานที่จำหน่ายหรือเตรียมผลิตภัณฑ์อาหาร ได้แก่ ซุปเปอร์มาเก็ต ร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม เป็นต้น ผู้ให้บริการในสถานที่เหล่านี้ ควรจะมีการจัดการ GMP ในเรื่องความสะอาด อุณหภูมิสภาวะการจัดเก็บ วิธีการเตรียมผลิตภัณฑ์เพื่อบริโภคอย่างถูกสุขลักษณะ กล่าวโดยสรุปคือ ในห่วงโซ่อาหารทุกขั้นตอนควรทำ GMP ความสำคัญของ GMP และ HACCP GMP เริ่มต้นมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งได้กำหนดเป็น กฎหมายหลักเกณฑ์ว่าด้วย สุขลักษณะทั่วไปในการผลิตอาหารทุกประเภท จากนั้นก็มีกฎหมาย GMP สำหรับการผลิตอาหารประเภทต่างๆ ตามมา ในปี ค.ศ. 1971 (พ.ศ. 2514) ได้ประกาศกฎหมาย GMP สำหรับการผลิตอาหารกระป๋องที่มีความเป็นกรดต่ำ (Low Acid Canned Foods; LACF) เนื่องจากอาหารประเภทนี้มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของสารพิษที่สร้างโดยเชื้อ Clostridium botulinum หากวิธีการผลิตไม่เหมาะสม แนวคิดการประกันคุณภาพด้านความปลอดภัยของอาหารโดยใช้ GMP ได้มีการผลักดันเข้าสู่โครงการมาตรฐานอาหารของ FAO/WHO ซึ่งรับผิดชอบการจัดทำมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ ที่เรียกว่า Codex Alimentarius ซึ่งเป็นภาษาละติน แปลว่า "Food Code" หรือ "Food Law" Codex ได้ อ้างอิง GMP ว่าด้วยสุขลักษณะทั่วไปของสหรัฐอเมริกา และรวบรวมข้อคิดเห็นจากประเทศสมาชิก จัดทำเป็นข้อแนะนำระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับหลักการทั่วไปว่าด้วยสุขลักษณะอาหาร (Recommended International Code of Practice: General Principles of Food Hygiene) และยังได้กำหนดวิธีปฏิบัติด้านสุขลักษณะ (Code of Hygienic Practice) เฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารประเภทต่างไว้ด้วย นอกจากนี้ Codex ยังได้จัดทำข้อแนะนำ การใช้ ระบบการวิเคราะห์อันตรายและ จุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (Hazard Analysis and Critical Control Point; HACCP) เป็นภาคผนวก หรือ Annex ใน General Principles of Food Hygiene และผ่านการรับรองจากคณะกรรมาธิการของ Codex (CAC) เมื่อเดือนมิถุนายน 1997 (พ.ศ. 2540) Codex ได้แนะนำไว้อย่างชัดเจนว่า การจัดทำระบบ HACCP ให้ได้ผลดี จำเป็นต้องมีการควบคุมสุขลักษณะที่ดี และมีประสิทธิภาพ และขอให้ใช้ข้อแนะนำการใช้ระบบ HACCP ควบคู่กับหลักการทั่วไปว่าด้วยสุขลักษณะอาหารของ Codex ด้วย องค์การการค้าโลก (World Trade Organization; WTO) ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อ เมษายน 1994 (พ.ศ. 2537) ได้มีการประชุมเกี่ยวการค้าเสรีของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรกับประเทศสมาชิก คณะกรรมการ Codex ได้มีข้อเสนอความตกลงว่าด้วยการประยุกต์ใช้ มาตรการสุขอนามัยและ สุขอนามัยพืช (Agreement on the Application of Sanitary and Phytosanitary Measures; SPS) และความตกลงว่าด้วยอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (Agreement on the Technical Barriers to Trade; TBT) ข้อตกลง SPS มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความคุ้มครองแก่ชีวิต และสุขภาพของมนุษย์ สัตว์ และพืช และป้องกันไม่ให้มีการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ ที่ไม่เป็นธรรม ส่วนข้อตกลง TBT มี วัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการนำข้อกำหนดทางเทคนิคระดับชาติ หรือระดับภูมิภาค หรือมาตรฐานทั่วไปมาเป็นข้อกีดกันทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งข้อตกลง TBT นี้ครอบคลุมมาตรฐานทุกชนิดรวมทั้งข้อกำหนดทางด้านสุขอนามัยของอาหาร จากข้อตกลง SPS และ TBT ทำให้มาตรฐาน Codex ถูกอ้างอิง และใช้เป็นเกณฑ์ในด้านความปลอดภัยของอาหารต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค และสามารถใช้อ้างอิงกรณีเกิดข้อขัดแย้งทางการค้าระหว่างประเทศ ทำให้มาตรฐาน Codex มีความสำคัญต่อการค้า ผลิตผลทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์อาหาร การจัดการด้านความปลอดภัยของอาหารโดยดำเนินการตาม หลักการทั่วไปว่าด้วยสุขลักษณะอาหาร และข้อแนะนำการใช้ระบบ HACCP ของ Codex จึงมีความสำคัญต่อการค้าระหว่างประเทศเป็นอย่างยิ่ง ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นประเทศแรกที่ประกาศให้ HACCP เป็นกฎหมายบังคับ โดยให้นำระบบ HACCP ไปใช้ในการควบคุมการผลิต สัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ (Fish and Fishery Products) มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1997 (พ.ศ. 2540) ในขณะที่กระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา (US Department of Agriculture; USDA) โดย Food Safety and Inspection Service; FSIS ได้ประกาศให้กฎหมาย Pathogen Reduction ; HACCP เมื่อ 27 มกราคม ค.ศ. 1997 (พ.ศ. 2540) ให้โรงงานผลิต ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ เนื้อสัตว์ปีก และผลิตภัณฑ์ไข่ ไม่ว่าจะเป็น โรงงานขนาดเล็กหรือใหญ่ ต้องมีการจัดทำขั้นตอนการปฏิบัติงานทางด้านสุขาภิบาล (Sanitation Standard Operating Procedures ; SSOPs) เป็นเอกสารและนำไปปฏิบัติ และกำหนดให้โรงฆ่าสัตว์ทุกโรงต้องตรวจเช็คเชื้อ Escherichia coli สำหรับการบังคับใช้ ระบบ HACCP จะมีช่วงเวลาที่แตกต่างกันตามขนาดของโรงงาน เล็ก กลาง และ ใหญ่ ระยะสุดท้ายคือสำหรับโรงงาน ขนาดเล็ก มีผลบังคับ 25 มกราคม 2000 โดยต้องมีมาตรฐาน การปฏิบัติงานเพื่อลดปัญหาจากเชื้อ Salmonella ล่าสุด USFDA (องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา) ประกาศให้ใช้ HACCP ในการควบคุมการผลิตน้ำผัก และน้ำผลไม้ มีผลบังคับใช้ วันที่ 22 มกราคม ค.ศ. 2002 (พ.ศ. 2545) โดยขณะนี้มีข้อกำหนดบังคับกับน้ำผักและผลไม้ที่ไม่ผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรซ์หรือกระบวนการที่ใกล้เคียงกันต้องระบุคำเตือนอย่างชัดเจนที่ฉลากว่า " เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรซ์ ดังนั้นอาจมีเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค (pathogen) แก่เด็ก คนชราและผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ" คณะกรรมาธิการประชาคมยุโรป หรือ EU ได้ระบุให้มีการใช้ระบบ HACCP ในหัวข้อเรื่อง Hygiene on Food Stuff ใน Council Directive เมื่อ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2539 กำหนดให้ผู้ผลิตอาหารทุกชนิดในทุกระดับของตลาด ตั้งแต่ฟาร์มจนถึงระดับขายปลีก ในสหภาพยุโรปต้องนำระบบ HACCP ไปประยุกต์ใช้ในการควบคุมการผลิตอาหาร ดังนั้น ผลิตภัณฑ์อาหารที่ผลิตภายใน และนำเข้าสู่ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป จำเป็นต้องผลิตภายใต้การควบคุมด้วยระบบ HACCP สำหรับผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าสู่ประเทศสมาชิก จะให้เป็นความรับผิดชอบของผู้นำเข้าที่จะต้องดูแลสินค้าที่นำเข้าให้มีความปลอดภัยต่อการบริโภค อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มสหภาพยุโรป ก็ยังเกิดปัญหาต่างๆ เช่น โรคปากและเท้าเปื่อย โรควัวบ้า หรือพบสารไดออกซินในผลิตภัณฑ์นม ทำให้ EU ประชุมร่วมกันและกำหนดนโยบายสมุดปกขาว (White Paper) ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยของผลิตผลทางการเกษตรและ ผลิตภัณฑ์อาหาร โดยแนะนำให้นำระบบ HACCP ไปใช้ควบคุมการผลิตตั้งแต่ ที่ฟาร์มจนถึงโต๊ะอาหารของ ผู้บริโภค (From Farm to Table) ภายใน ปี 2545 แต่ก่อนที่จะได้มีประกาศใช้อย่างสมบูรณ์ สหภาพ ยุโรปได้เริ่มประกาศจากอาหารสัตว์ โดยกำหนดให้มันสำปะหลังอัดเม็ดที่นำเข้า ต้องมีการทำ GMP ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2544 เนื่องจากมันสำปะหลังอัดเม็ด เป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของห่วงโซ่อาหาร และประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกมันสำปะหลังอัดเม็ดไปยังประเทศ นิวซีแลนด์รายใหญ่แห่งหนึ่งของโลก ประเทศญี่ปุ่น ประกาศใช้ระบบ HACCP เพื่อควบคุมการผลิต นม และผลิตภัณฑ์นม เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์ซูริมิ โดยเป็นมาตรการสมัครใจในบทแก้ไขของ Food Sanitation Law สำหรับประเทศเกาหลีใต้ และสิงคโปร์ ก็ได้ประกาศให้มีการใช้ระบบ HACCP เป็นมาตรการบังคับในการควบคุมการผลิต ไส้กรอก แฮม และเนื้อสัตว์ที่นำเข้า สำหรับประเทศไทย โดยคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขกำลังจะประกาศให้ GMP ว่าด้วยสุขลักษณะทั่วไปเป็นกฎหมายบังคับ ภายในเดือน กรกฎาคม 2544 โดยบังคับใช้กับอาหาร 57 ประเภท และกำลังจะมี GMP เฉพาะผลิตภัณฑ์ ออกมาเรื่อยๆ เช่น GMP น้ำดื่ม เป็นต้น การประกาศเป็นกฎหมายมีผลให้สถานประกอบการรายใหม่ ต้องปฏิบัติตามทันที สำหรับผู้ประกอบการรายเก่า ต้องปรับปรุงมาตรฐานให้เป็นไปตามกฎหมายภายใน 2 ปี และ อย. ยังได้แนะนำให้สถานประกอบการนำระบบ HACCP ไปใช้ในการควบคุมการผลิต นอกจากนี้ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้กำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก. 7000-2540) เรื่องระบบการวิเคราะห์อันตราย และจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมใน การผลิตอาหารและคำแนะนำในการนำไปใช้ โดยรับเอกสาร Codex Alimentarius Supplement to Volume 1B_1997; Annex to CAC/RCP-1 (1969) , Rev. 3 (1997) Hazard Analysis and Critical Control Point (HACCP) System And Guidelines For Its Application มาใช้ในระดับเหมือนกันทุกประการ บทบาทของผู้บริหารอุตสาหกรรมอาหารไทยต่อการจัดทำระบบ GMP และ HACCP เนื่องจากอุตสาหกรรมอาหารในประเทศไทย มักเริ่มต้นมาจาก การผลิตขนาดเล็ก บางรายก็ขยายกิจการขึ้นมาจนเป็นโรงงาน ดังนั้นจึงอาจจะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง กระบวนการ ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ ของ GMP และ HACCP ผู้บริหารจึงมีหน้าที่พิจารณาตัดสินใจ การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงที่จำเป็น รวมถึงงบประมาณที่จำเป็นต้องใช้ นอกจากนี้ยังต้องให้การสนับสนุนการจัดทำระบบ HACCP ของทีมงาน เช่นส่งเสริมการฝึกอบรม ร่วมพิจารณาแก้ไข้ปัญหา และในฐานะผู้นำ องค์กร ควรผลักดันให้พนักงานทุกคน ตระหนักถึงความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ต่อผู้บริโภค ผู้บริหารจึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารให้มีศักยภาพแข่งขันกับตลาดโลกได้ และถึงแม้จะไม่ได้ส่งออก ก็เป็นการยกระดับมาตรฐานการผลิตเพื่อลดการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ โดยสรุปแล้ว GMP เป็นการจัดการด้านสุขลักษณะขั้นพื้นฐานที่สำคัญในการจัดทำระบบ HACCP องค์กรจึงควรมีการจัดทำ GMP ก่อน โดยอาจจะจัดทำเอกสารมาตรฐานขั้นตอนการปฏิบัติงานตามความเหมาะสมของแต่ละองค์กร ในเรื่องต่างๆ ดังนี้ 1. การควบคุมสุขลักษณะส่วนบุคคล (personal hygiene) 2. การควบคุมแมลงและสัตว์นำโรค (pest control) 3. การควบคุมระบบน้ำใช้ น้ำแข็ง และไอน้ำ 4. การควบคุมความสะอาด ของอุปกรณ์และสถานที่การผลิต 5. การควบคุมแก้วและพลาสติกแข็ง 6. การควบคุมสารเคมี 7. การชี้บ่งและสอบกลับผลิตภัณฑ์ 8. การกักและปล่อยผลิตภัณฑ์ 9. การเรียกผลิตภัณฑ์คืน 10. การสอบเทียบอุปกรณ์และเครื่องมือวัด 11. การควบคุมการขนส่ง 12. การบำรุงรักษา เครื่องจักร และอุปกรณ์ 13. การกำจัดขยะ 14. การจัดเก็บบันทึก เป็นต้น
อ ย. ยันไม่มีการนำเข้านมผง ปนเปื้อนเชื้อทำทารกเสียชีวิต
อย. ยืนยัน ไม่มีการนำเข้านมผงเอนฟามิลชนิดที่เป็นข่าวว่าอาจปนเปื้อนเชื้อทำทารกสหรัฐเสียชีวิต คลายกังวล พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ผลิตภัณฑ์นมผงสำหรับทารกสูตร Enfamil Premium Newborn Infant Formula รุ่น ZP1K7G ที่มีรายงานข่าวว่าเป็นนมที่ใช้เลี้ยงทารกในสหรัฐอเมริกาและอาจปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์เอ็นเทอร์โรแบคเตอร์ ซากาซากิ (Enterobacter sakazakii) จนเป็นเหตุให้ทารก 1 ราย เสียชีวิต อย. ตรวจสอบแล้วไม่ได้มีการนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ที่นำเข้ามาจากประเทศสหรัฐอเมริกา มีเพียง 3 ชนิด ได้แก่ อาหารสำหรับเสริม นมแม่ของทารกคลอดก่อนกำหนด (อาหารทางการแพทย์) นมดัดแปลงสำหรับทารกเสริมธาตุเหล็กชนิดน้ำ และนมดัดแปลงสำหรับทารกชนิดน้ำ ในปี 2554 อย. ได้เก็บตัวอย่าง 50 ตัวอย่าง ผลการตรวจวิเคราะห์ไม่พบการปนเปื้อนจุลินทรีย์เอ็นเทอร์โรแบคเตอร์ ซากาซากิซึ่งเป็นแบคทีเรียในสกุลEnterobacterอยู่ในกลุ่มโคลิฟอร์ม (coliform) เป็นจุลินทรีย์ก่อโรค (pathogen) ซึ่งเป็นอันตรายในอาหาร ประเภทอันตรายทางชีวภาพ (biological hazard) ภญ.ศรีนวล กรกชกร รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า กรณีทางการรัฐมิสซูรี ประเทศสหรัฐอเมริกา พบเด็กแรกเกิดจำนวน 2 ราย เข้ารับการรักษาด้วยอาการติดเชื้อเอ็นเทอร์โรแบคเตอร์ ซากาซากิ (Enterobacter Sakazakii หรือ Cronobacter Sakazakii) ซึ่งเชื้อดังกล่าวทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองหรือไขสันหลังอักเสบติดเชื้อในกระแสโลหิต ลำไส้ติดเชื้อชนิดเนื้อตาย จุลินทรีย์นี้ยังทำให้เกิดความเจ็บป่วยในคนทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะทารกอายุน้อยกว่า 28 วัน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากกระเพาะอาหารของทารกมีปริมาณกรดต่ำกว่าผู้ใหญ่ จึงเป็นปัจจัยสำคัญทำให้เชื้ออยู่รอดและเกิดการติดเชื้อได้ ซึ่งต่อมาทารก 1 รายได้เสียชีวิต โดยทารกทั้ง 2 ราย ได้รับการเลี้ยงดูด้วยอาหารดัดแปลงสำหรับทารก Enfamil Premium Newborn Infant Formula รุ่น ZP1K7G ซึ่งผลิตโดยบริษัท Mead Johnson Nutrition รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เมื่อได้ทราบข่าว จึงได้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี๊ด จอห์นสัน นิวทรีชัน (ประเทศไทย) จำกัด พบว่า ผลิตภัณฑ์นมผง Enfamil Premium Newborn Infant Formula รุ่น ZP1K7G ไม่ได้มีการนำเข้ามาจำหน่ายโดยผลิตภัณฑ์นมผงสำหรับทารกของบริษัทฯ ที่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ที่สำหรับทารกสูตรในประเทศไทยผลิตขึ้นในประเทศ โดยการนำเข้าวัตถุดิบมาจากประเทศออสเตรเลีย และมาเลเซีย ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ที่นำเข้ามา จากประเทศสหรัฐอเมริกามีเพียง 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ อาหารสำหรับเสริมนมแม่ของทารกคลอดก่อนกำหนด (อาหารทางการแพทย์) เลขสารบบอาหาร 10-3-13344-1-0036 นมดัดแปลงสำหรับทารกเสริมธาตุเหล็กชนิดน้ำ เลขสารบบอาหาร 11-3-02723-1-0083 และนมดัดแปลงสำหรับทารกชนิดน้ำ เลขสารบบอาหาร 11-3-02723- 1-0090 นอกจากนี้ อย. ได้กำหนดให้เชื้อเอ็นเทอร์โรแบคเตอร์ ซากาซากิ เป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคที่จะต้องตรวจสอบเฝ้าระวังหากตรวจพบการปนเปื้อนของเชื้อนี้เข้าลักษณะเป็นอาหารผิดมาตรฐาน ซึ่งผู้ผลิต นำเข้าเพื่อจำหน่าย หรือจำหน่าย มีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท รวมทั้งยังกำหนดให้มีการตรวจสอบเฝ้าระวังให้มีความครอบคลุมโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์นมผงดัดแปลงสำหรับทารก (สำหรับช่วงอายุ 0-12 เดือน) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มเสี่ยง รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า อย. ได้เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์อาหารประเภทนมดัดแปลงสำหรับทารกฯ ตามแผนเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ปี พ.ศ. 2554 จำนวน 50 ตัวอย่าง ผลการตรวจวิเคราะห์ ไม่พบการปนเปื้อนจุลินทรีย์ เอ็นเทอร์โรแบคเตอร์ ซากาซากิ ทั้งนี้ อย. แนะพ่อ แม่ ผู้ปกครอง ควรเลือก ซื้อผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ ได้รับเครื่องหมาย อย. มีวัน เดือน ปีที่หมดอายุ สะอาด มีการจัดเก็บอย่างเหมาะสม และระมัดระวังความสะอาดในการชงนม โดยให้ชงเฉพาะปริมาณที่พอดีสำหรับทารกดื่มในแต่ละครั้ง เพราะนมที่ผสมแล้วจะเสียได้ง่ายหรือหากใช้อุปกรณ์และน้ำที่ไม่สะอาดในการชงนมก็อาจมีการปนเปื้อนของเชื้อ เมื่อตั้งทิ้งไว้เชื้อที่มีการปนเปื้อนจะเจริญและเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค วันที่ 23 ธันวาคม 2554 ข่าวแจก 25 / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2555
สมัครสมาชิก

สนับสนุนโดย / Supported By

  • บริษ้ท มาเรล ฟู้ดส์ ซิสเท็ม จำกัด จัดจำหน่ายเครื่องจักรและอุปกรณ์การแปรรูปอาหาร เช่น ระบบการชั่งน้ำหนัก, การคัดขนาด, การแบ่ง, การตรวจสอบกระดูก และการประยุกต์ใช้ร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ พร้อมกับบริการ ออกแบบ ติดตั้ง กรรมวิธีการแปรรูปทั้งกระบวนการ สำหรับ ผลิตภัณฑ์ ปลา เนื้อ และ สัตว์ปีก โดยมีวิศวกรบริการและ สำนักงานตั้งอยู่ที่กรุงเทพ มาเรล เป็นผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกของอุปกรณ์การแปรรูปอาหารที่ทันสมัย​​ครบวงจรทั้งระบบ สำหรับอุตสาหกรรม ปลา กุ้ง เนื้อ และสัตว์ปีก ต่างๆ เครื่องแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก Stork และ Townsend จาก Marel อยู่ในกลุ่มเครื่องที่เป็นที่ยอมรับมากที่สุดในอุตสาหกรรม พร้อมกันนี้ สามารถบริการครบวงจรตั้งแต่ต้นสายการผลิตจนเสร็จเป็นสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยสำนักงานและบริษัทสาขามากกว่า 30 ประเทศ และ 100 เครือข่ายตัวแทนและผู้จัดจำหน่ายทั่วโลก ที่พร้อมทำงานเคียงข้างลูกค้าเพื่อขยายขอบเขตผลการแปรรูปอาหาร Marel Food Systems Limited. We are supply weighing, grading, portioning, bone detection and software applications as well as complete turn-key processing solutions for fish, meat and poultry. We have service engineer and office in Bangkok. Marel is the leading global provider of advanced food processing equipment, systems and services to the fish, meat, and poultry industries. Our brands - Marel, Stork Poultry Processing and Townsend Further Processing - are among the most respected in the industry. Together, we offer the convenience of a single source to meet our customers' every need. With offices and subsidiaries in over 30 countries and a global network of 100 agents and distributors, we work side-by-side with our customers to extend the boundaries of food processing performance.
  • We are well known for reliable, easy-to-use coding and marking solutions which have a low total cost of ownership, as well as for our strong customer service ethos. Developing new products and a continuous programme of improving existing coding and marking solutions also remain central to Linx's strategy. Coding and marking machines from Linx Printing Technologies Ltd provide a comprehensive solution for date and batch coding of products and packaging across manufacturing industries via a global network of distributors. In the industrial inkjet printer arena, our reputation is second to none. Our continuous ink jet printers, laser coders, outer case coders and thermal transfer overprinters are used on production lines in many manufacturing sectors, including the food, beverage, pharmaceutical, cosmetics, automotive and electronic industries, where product identification codes, batch numbers, use by dates and barcodes are needed. PTasia, THAILAND With more than 3,700 coding, marking, barcode, label applicator, filling, packing and sealing systems installed in THAILAND market. Our range is includes systems across a wide range of technologies. To select the most appropriate technology to suit our customers. An excellent customer service reputation, together with a reputation for reliability that sets standards in the industry, rounds off the PTAsia offering and provides customers with efficient and economical solutions of the high quality. Satisfyingcustomers inTHAILAND for 10 years Our 1,313 customers benefit from our many years of experience in the field, with our successful business model of continuous improvement. Our technical and service associates specialise in providing individual advice and finding the most efficient and practical solution to every requirment. PTAsia extends its expertise to customers in the food, beverage, chemical, personal care, pharmaceutical, medical device, electronics, aerospace, military, automotive, and other industrial markets.
  • วิสัยทัศน์ของบริษัท คือ การอยู่ในระดับแนวหน้า "ฟอร์ฟร้อนท์" ของเทคโนโลยีประเภทต่างๆ และนำเทคโนโลยีนั้นๆ มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมและกระบวนการผลิตในประเทศไทย เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้า บริษัท ฟอร์ฟร้อนท์ ฟู้ดเทค จำกัด เชื่อมั่นและยึดมั่นในอุดมการณ์การดำเนินธุรกิจ กล่าวคือ จำหน่าย สินค้าและให้บริการที่มีคุณภาพสูง ซึ่งเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า ด้วยความซื่อสัตย์และความตรงต่อเวลา เพื่อการทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จร่วมกันระยะยาว Our vision is to be in the "forefront" of technology in its field and suitably apply the technology to industries and production in Thailand for customers' utmost benefits. Forefront Foodtech Co., Ltd. strongly believes in and is committed to our own business philosophy which is to supply high quality products and service appropriately to each customer's requirements with honesty and punctuality in order to maintain long term win-win business relationship. Forefront Foodtech Co., Ltd. is the agent company that supplies machinery and system, install and provide after sales service as well as spare parts. Our products are: Heinrich Frey Maschinenbau Gmbh, Germany: manufacturer of vacuum stuffers and machinery for convenient food Kronen GmbH, Germany: manufacturer of machinery for vegetable and fruits from washing to packing Nock Fleischerei Maschinenbau GmbH, Germany: manufacturer of skinning machines, membrane skinning machine, slicers and scale ice makers K + G Wetter GmbH, Germany: manufacturer of grinders and bowl cutters Ness & Co. GmbH, Germany: manufacturer of smoke chambers, both stand alone and continuous units Dorit DFT GmbH, Germany: manufacturer of tumblers and injectors Maschinenfabrik Leonhardt GmbH, Germany: manufacturer of dosing and filling equipment