News and Articles

นมข้าวกล้องหอมนิล

นมข้าวกล้องหอมนิล


หมวดหมู่: ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค 9 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม [โครงการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป]
วันที่: 21 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ห้างหุ้นส่วนจำกัด อร่อย สระบุรี

ที่ตั้งโรงงาน : 244-246-248 ถนนพหลโยธิน ตำบลปากเพรียว อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี

ผู้ติดต่อ : คุณผ่านฟ้า จันทร์ทำมา

โทรศัพท์มือถือ : 089-773-6650


แนวคิดผลิตภัณฑ์ :

FIRST DRINK นมข้าวกล้องหอมนิล คัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน ผ่านกรรมวิธีแปรรูปที่สามารถเก็บรักษารสชาติ กลิ่นหอม และคุณค่าทางอาหารจากธรรมชาติอย่างครบถ้วน เป็นน้ำนมทางเลือกเพื่อทดแทนนมวัวได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก ผู้แพ้นมวัว และผู้รักสุขภาพ

นวัตกรรมการผลิต / ลักษณะเด่นของผลิตภัณฑ์ :

นมข้าวกล้องหอมนิล แปรรูปด้วยความร้อนระดับพาสเจอร์ไรซ์เพื่อลดปริมาณจุลินทรีย์ก่อโรคลดลง 6 logcycle ไม่แต่งกลิ่น สี และรสชาติ เก็บแช่เย็นอายุการเก็บประมาณ 2 สัปดาห์

 

 



ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
บทที่ 1 ความสำคัญและที่มาของโครงการ
ความสำคัญและที่มาของโครงการ กล้วยทอดเป็นอาหารว่างที่มีการผลิตเพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคอยู่ทั่วไป ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ทั้งนี้ เนื่องจากความอร่อย ราคาไม่แพง และหาซื้อได้ง่าย จึงเป็นที่นิยมในการบริโภคกล้วยทอดของคนไทยมาช้านาน แต่พบว่า กล้วยทอดที่ผลิตและจำหน่ายโดยทั่วไปนั้น ความอร่อยยังไม่ได้มาตรฐานเดียวกัน รวมไปถึงความสะอาดและถูกหลักอนามัยค่อนข้างจะได้รับความเชื่อถือน้อย ดังนั้น การศึกษาการพัฒนากรรมวิธีการผลิตกล้วยทอดแช่แข็งกึ่งสำเร็จรูป เพื่อพัฒนากล้วยทอดสำเร็จรูปให้ได้สูตรที่เหมาะสม สะอาด และสะดวกในการรับประทานเองโดยการทอดตามวิธีที่แนะนำ จะได้เป็นกล้วยทอดที่มีความอร่อย สะอาด และถูกหลักอนามัยเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปของผู้บริโภค ซึ่งจะเป็นอีกแนวทางที่จะสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารว่างกึ่งสำเร็จรูปสำหรับผู้บริโภคภายในประเทศและส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้อีกด้วย วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาและพัฒนากรรมวิธีการผลิตกล้วยทอดแช่แข็งให้ได้สูตรที่เหมาะสม อร่อย สะอาด ถูกสุขอนามัย และสะดวกต่อผู้บริโภค ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ทราบถึงกรรมวิธีการผลิตกล้วยทอดแช่แข็ง ที่สะอาดและสะดวกต่อผู้บริโภค
บทที่ 2 การล้างและการเตรียมวัตถุดิบก่อนการแปรรูป
โครงการพัฒนาการผลิตชาสมุนไพรคุณภาพสูงระดับ SME บทที่ 2 การล้างและการเตรียมวัตถุดิบก่อนการแปรรูป บทนำ สมุนไพร เป็นวัตถุดิบจากพืช ที่ได้จากส่วนต่างๆของ เช่น ราก ลำต้น ดอก ใบ สมุนไพร ที่ใช้เพื่อการแปรรูป มีการปนเปื้อนจากจุลินทรีย์หลายช่องทาง เช่น ระหว่างการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การขนส่งสมุนไพร ปริมาณจุลินทรีย์ในวัตถุดิบสมุนไพรเริ่มต้นและมีผลต่อคุณภาพและอายุการเก็บของผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสมุนไพร ปริมาณจุลินทรีย์ในวัตถุดิบ บ่งชี้ คุณภาพของวัตถุดิบ สุขอนามัยในการผลิต สุขลักษณะส่วนบุคคลความสะอาดบริเวณสถานที่ประกอบการ ส่งผลกระทบต่อ คุณภาพผลิตภัณฑ์อาหาร อายุการเก็บรักษาและที่สำคัญคือความเสี่ยงต่อการพบจุลินทรีย์ก่อโรค ซึ่งหากร่างกายได้รับเข้าไปก็จะเป็นอันตรายทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษเช่น ท้องเดิน ปวดท้อง อาเจียร และบางชนิด อาจเป็นอันตรายขั้นร้ายแรงถึงชีวิตได้ การล้าง เป็นขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบที่สำคัญก่อนเข้าสู่กระบวนการแปรรูปอาหาร มีวัตถุประสงค์ เพื่อกำจัดสิ่งสกปรก สิ่งแปลกปลอม และลดอันตรายในอาหาร (food hazard) โดยเฉพาะอันตรายจากจุลินทรีย์ ซึ่ง จากการสำรวจพบเชื้อจุลินทรีย์ที่ใช้บ่งชีสุขลักษะการผลิต ได้แก่ แบคทีเรียในกลุ่มโคลิฟอร์ม และ แบคทีเรียก่อโรคที่มักปนเปื้อนในผักในประเทศไทย ได้แก่ Escherichia coli , Listeria spp.,Salmonella ,Shigella (ปรีชา, 2553) เพื่อความปลอดภัยและเหมาะสมแก่การบริโภค (Codex Alimentarius Commission ,2003) การล้างที่ดีต้องสามารถลดการปนเปื้อนที่พื้นผิวของวัตถุดิบได้ แต่อย่างไรก็ตามการล้างวัตถุดิบด้วยน้ำเปล่า หรือน้ำประปา สามารถกำจัดเเชื้อจุลินทรีย์ได้ไม่มากนัก ส่วนใหญ่สามารถกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ได้เพียง 1 logCFU/g (Singh et.al.,,2002) เมื่อเทียบกับการใช้สารฆ่าเชื้อ เนื่องจากวัตถุดิบอาจเกิดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ค่อนข้างสูงและอาจมีการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคหรือการล้างไม่สะอาจและน้ำล้างที่ใช้ไม่สะอาด อาจเกิดโรคอาหารเป็นพิษได้ การล้างด้วยน้ำธรรมดาไม่สามารถลดการปนเปื้อนเหล่านี้ได้ จึงมีการใช้ สารฆ่าเชื้อ (sanitizer) ซึ่งเป็นสารเคมีที่ใช้ผสมในน้ำล้าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลดปริมาณจุลินทรีย์ สารฆ่าเชื้อที่ นิยมใช้ ในการล้างวัตถุดิบ ได้แก่ สารประกอบคลอรีนโอโซน ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์quat เป็นต้น คลอรีนเป็นสาร ที่นิยมใช้กว้างขวางเพื่อการล้างผักผลไม้ สารประกอบคลอรีนเช่น โซเดียมไฮโปคลอไรท์ แคลเซียมไฮโปคลอไรท์ คลอรีนไดออกไซด์ โดยความเข้มข้นที่ใช้ อยู่ในช่วง 50-200 ppm. ของคลอรีนออกฤทธิ์ (active chlorine) คลอรีนมีประสิทธิภาพสูงในการทำลายแบคทีเรียก่อโรค ตัวอย่างเช่น ผักสด พบว่าการล้างด้วย สารไฮโปคลอไรท์ สามารถลดปริมาณจุลินทรีย์มาให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของกระทรวงสารธารณสุข ซึ่งสามารถลดลงได้ 3-4 log cycle และนอกจากนี้ยังพบว่าไม่มีผลต่อการเปลี่ยนสีและรูปร่างของผัก ไม่พบการบวมหรือการเหี่ยวของผักสด (กฤติยา,2546) คลอรีนอาจใช้คลอรีนร่วมกับโอโซน พบว่ามีประโยชน์ต่ออายุการเก็บรักษาและคุณภาพของผักรวมถึงคุณภาพน้ำที่ใช้สำหรับที่ใช้สำหรับล้าง ( A.GARCIA et.al.,2003) แคลเซียมไฮโปคลอไรท์ เป็นรูปแบบหนึ่ง ของสารประกอบคลอรีน มีลักษณะเป็นผง หรืออัดเป็นเม็ด ซึ่งนิยมใช้กันอย่างกว้างขวางในโรงงานอุตสาหกรรมอาหารขนาดกลางและขนาดย่อม เพราะราคาถูก หาซื้อและจัดเตรียมได้ง่าย โดยใช้เพื่อฆ่าเชื้อวัตถุดิบ ฆ่าเชื้อน้ำที่ใช้ในกระบวนการ เช่น น้ำหล่อเย็น น้ำละลายวัตถุดิบที่ผ่านการแช่เยือกแข็ง (thawing) นอกจากการใช้เพื่อการฆ่าเชื้อแล้วการใช้ แคลเซียมไฮโปคลอไรท์ในน้ำล้างผัก ผลไม้ ยังให้ผลดีต่อเนื้อสัมผัสของหลังการล้างเนื่องจาก เกลือแคลเซียมสามารถรวมตัวกับเพคติน (pectin) ในผนังเซลของผัก ผลไม้ ทำให้ผนังเซลล์แข็งแรงขึ้น และสามารถต้านทานโรคต่างๆได้ดี ส่งผลให้ผัก ผลไม้ ไม่เกิดการช้ำหรือเสียหายได้ง่ายเนื่องจากการล้าง Behrsing et.al. (2000) ได้ศึกษาประสิทธิภาพแคลเซียมไฮโปคลอไรท์ต่อการล้างผัก พบว่าหลังจากการจุ่มน้ำสามารถลดเชื้อ E. coli ในผักกาดหอมและบล็อกโคลี่ได้ประมาณ 1.5-1.8 log10CFU/g จากปริมาณ E.coli เริ่มต้น 6.8 log10CFU/g เมื่อแช่ผักในสารละลายแคลเซียมไฮโปคลอไรท์50 mg/Lเวลา 30 วินาที สามารถลดปริมาณ E.Coliของผักกาดหอมได้ 1.9-2.8 log10CFU/gและบล็อกโคลี่ได้1.7-2.5 log10CFU/ gและเมื่อแช่ผักในสารละลายแคลเซียมไฮโปคลอไรท์ 100 mg/L ที่อุณหภูมิ 2 องศาเซลเซียส และ 25 องศาเซลเซสตามลำดับพบว่า สามารถลดปริมาณ E.Coli ได้ประมาณ 2.4 log10CFU/g ซึ่งพบว่าอุณภูมิไม่มีผลต่อความสามารถในการลดปริมาณ E.Coli Francis G.A.et.al. (2002) ได้ศึกษาการเจริญเติบโต ของเชื้อ listeria innocua และ E.Coli กับสารต้านจุลินทรีย์ ( สารละลายคลอรีน 100 ppm นาน 5 นาที, สารละลายกรดซิตริก 1% นาน 5 นาที, วิตามินซี 1% นาน 5 นาที) ในผัก เก็บไว้ 14 วัน ที่อุณหภูมิ 8 องศาเซลเซียส พบว่า ปริมาณ L.innocua และ E.Coli ที่ไม่ผ่านการจุ่มสารต้านจุลินทรีย์ ในผักกาดหอม มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 1-1.5 logcycle ในขณะที่กะหล่ำปลี มีแนวโน้มลดลง 1-1.5 logcycle ส่วนปริมาณ L.innocua และ E.Coli ที่ผ่านการจุ่มสารต้านจุลินทรีย์ก่อนเก็นรักษา สามารถลดปริมาณจุลินทรีย์ด้ 1-1.5 logcycle ดังนั้นสรุปได้ว่าประสิทธิภาพของสารต้านจุลินทรีย์ จะมีประสิทธิภาพในการลดปริมาณจุลินทรีย์มากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับปริมาณจุลินทรีย์เริ่มต้นของผัก วัตถุประสงค์ ศึกษาผลของการล้าง ด้วยสารละลายแคลเซียมไฮโปคลอไรท์ (Ca (OCl) 2) ที่ความเข้มข้นต่างๆ ต่อปริมาณจุลินทรีย์ทั้งหมด (Aerobic plate count) ปริมาณโคลิฟอร์มทั้งหมด (Total coliform) และ Escherichia coliที่พบในพืชสมุนไพร 3 ชนิดได้แก่ขมิ้นใบเตย และ ดอกอัญชัน วิธีการทดลอง 1. การเตรียมสมุนไพรสมุนไพรที่ใช้ในการทดลองได้แก่ ขมิ้นเลือกเฉพาะหัวที่สมบูรณ์ ไม่เน่าเสียใบเตย จะใช้ตัดส่วนโคนใบทิ้งประมาณ 2 เซนติเมตร แล้วตัดแบ่งออกเป็น 3 ท่อนเท่า ๆ กัน ส่วน ดอกอัญชันเด็ดฐานรองดอกออกด้วยมือ ใช้เฉพาะกลีบดอกดังรูปที่ 1 รูปที่ 1 การเตรียมสมุนไพรก่อนการล้าง 2. การล้าง การทดลองใช้ขมิ้น 500 กรัม ใบเตย 200 กรัม และ ดอกอัญชัน 100 กรัม ต่อ 1 การทดลอง ทำการล้าง 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรก จะล้างในน้ำเปล่าในถังที่บรรจุน้ำ 10 ลิตร เป็นเวลา 30 วินาที แล้วนำสมุนไพรขึ้นสะเด็ดน้ำ 1นาทีขั้นตอนที่สอง เป็นการล้างด้วยสารละลายแคลเซียมไฮโปคลอไรท์ ที่ความเข้มข้น 50,100,150 ppm อีก 1 นาที จึงนำสมุนไพรขึ้นสะเด็ดน้ำ โดยเตรียมสารละลาย ครั้งละ 10 ลิตร จะต้องใช้แคลเซียมไฮโปคลอไรท์ผง 0.5 กรัม , 1 กรัม และ 1.5 กรัมตามลำดับ ดังแสดงในรูปที่ 2 รูปที่ 2 ขั้นตอนการทดลองล้างสมุนไพร 3 การตรวจสอบปริมาณจุลินทรีย์หลังการล้าง 3.1 การเตรียมตัวอย่าง สุ่มวัตถุดิบสมุนไพร (ขมิ้น ใบเตย และดอกอัญชัน) ที่ผ่านการล้าง มาวิธีละ 25 กรัม ใสในถุงพลาสติก ตัดวัตถุดิบตัวอย่าง ใส่ลงในถุงที่มีสารละลายบัฟเฟอร์ แล้วไปตีบดให้ละเอียด เป็นเวลา 2 นาที ดูดตัวอย่างที่ความเจือจาง 1:10 ปริมาตร 1 มิลลิลิตรผสมกับบัฟเฟอร์ 9 มิลลิลิตรจะได้ตัวอย่างที่มีความเจือจาง 1:100 ทำการเจือจางต่อไป โดยจำนวนการเจือจางขึ้นอยู่กับความเหมาะสมจนกว่าจะถึงความเข้มข้นที่ต้องการ 3.2 การวิเคราะห์จำนวนจุลินทรีย์ทั้งหมด (Aerobic plate count) หยดตัวอย่างเจือจาง ปริมาตร 1มิลลิลิตร ลงบนแผ่นตรวจเชื้อ แล้วบ่มเชื้อในตู้บ่ม ที่อุณหภูมิ 35±1˚cอ่านผลหลังการบ่ม 48±4 ชั่วโมง โดยนับที่โคโลนีมีสีแดงทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่ 20 ตารางเซนติเมตร ช่วงที่เหมาะสมในการนับโคโลนี 30 - 300 โคโลนีต่อแผ่น ดังรูป (ดูรายละเอียดหลักการและวิธีการตรวจปริมาณจุลินทรีย์ด้วย วิธี Rapid Method) 3.3 การวิเคราะห์จุลินทรีย์ที่ใช้บ่งชีสุขลักษะการผลิต ปริมาณโคลิฟอร์มทั้งหมด หยดตัวอย่างเจือจาง 1 มิลลิลิตร ลงปริมาณการปนเปื้อนของจุลินทรีย์เริ่มต้นบ่งชี้ถึงความสะอาดของวัตถุดิบ ซึ่งมีผลต่อคุณภาพ ความปลอดภัย และอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปริมาณจุลินทรีย์เริ่มต้นในวัตถุดิบพบว่าก่อนการล้าง ขมิ้น ใบเตย และดอกอัญชันมีปริมาณจุลินทรีย์ทั้งหมด 6.45, 7.41 และ 5.84 log10CFU/gตามลำดับ พบว่าดอกที่อยู่เหนือดิน โอกาสปนเปื้อนน้อยกว่าใบเตยและขมิ้นปริมาณจุลินทรีย์เริ่มต้นของขมิ้นและอัญชัน น้อยกว่างานวิจัยที่พบในผักชนิดอื่นBehrsing et.al. (2000) และส่วนใบเตยมีปริมาณมากกว่า รูปที่1 ผลของการล้างและความเข้มข้นของแคลเซียมไฮโปคลอไรด์ (Ca (OCl) 2) ต่อปริมาณจุลินทรีย์ทั้งหมด คือลดลง 97.93% 97.45% 91.01% จากปริมาณจุลินทรีย์เริ่มตามงานวิจัยของ Singh et.al. (2002) และ Behrsing et.al. (2000)
Clean Room
Clean Room คือ บริเวณที่มีการควบคุมสิ่งแวดล้อม ความเข้มข้นของอนุภาคแขวนลอยในอากาศ และถูกสร้างขึ้นและใช้งานในลักษณะที่ทำให้มีการนำเข้ามา การทำให้เกิด และการกักเก็บอนุภาคทั้งหลาย ไว้ให้น้อยที่สุด และมีการควบคุม ปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น อุณหภูมิ ความชื้นและความดัน ตามความจำเป็น มีความชำนาญและประสบการณ์ ในด้านการวางแผน การบริหารและการจัดการ มีทีมวิศวกรที่มีความสามารถในงานด้านออกแบบ พร้อมติดตั้งและมีทีมบริการตรง เกี่ยวกับงานด้านระบบห้องคลีนรูม และอุปกรณ์ CLEANROOM TURNKEY PROJECT) ตามมาตรฐาน FEDERAL STD.109-1144 CLEANROOM CLASS (10 - 100000) และมาตรฐาน ISO.STD. CLEANROOM (CLASS 2 - 9) ในงานอุตสาหกรรม ประเภทต่างๆ เช่น• อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม FOOD & DRINK INDUSTRIAL• อุตสาหกรรมเภสัชกรรมและการแพทย์ PHARMACEUTICAL & HOSPITAL & LAB, ROOM• อุตสาหกรรมอิเลคทรอนิคส์และคอมพิวเตอร์ PCB & ELECTRONIC & COMPUTER INDUSTRIAL• อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ PACKAGING INDUSTRIAL Clean Room หรือ “ ห้องสะอาด ” หมายถึง ห้องที่มีการปิดมิดชิด มีการควบคุมมลสารในอากาศให้น้อยที่สุด เพื่อให้มีความสะอาดเป็นไปตามระดับมาตรฐานความสะอาด และมีการควบคุมสภาวะแวดล้อม เช่น อุณหภูมิ ความชื้น และความแตกต่างของความดันตามที่ต้องการ เว็บไซต์อ้างอิง:http://decogroup.co.th/pedia_th.html
สูตร อาหารไทย ส่งต่อไปถึงลูกหลาน
รัฐบาลทุกยุคทุกสมัย อยากให้อาหารไทยไปไกลทั่วโลก เราอยากเป็นครัวของโลก เพราะรู้ว่า คนไทยทำอาหารเก่งกว่าฝรั่ง และชาติใดๆในโลก เรามีอาหารมากมาย มีประโยชน์ที่ทุกคนตระหนักดีทำอย่างไรสูตรอาหารดีๆ ของไทย จะตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น ถึงลูกหลาน คนไทยมักจะมีปัญหาเรื่องสูตรอาหาร และ วิธีการถ่ายทอดประสพการณ์ คนไทยทำอาหารมักไม่ค่อยได้ใส่ใจ การ ชั่ง ตวง วัด มักจะใช้กะกะ เอา ประสบการณ์การทำอาหารไทยอร่อยๆ ดีๆ จากรุ่นหนึ่งเลยสูญหายไปมากมาย เพราะขาดการวัด และเครื่องมือวัดที่ดี ป้าแดงทำกับข้าวอร่อย เพราะป้าแดงเก่ง มีประสบการณ์ และมีพรสวรรค์ โดยที่ ป้าแดงไม่ต้อง รู้ว่า ปลาช่อน 1 ตัว ขนาด 2-3 กิโลกรัม นึ่งเสร็จแล้ว ขูดหนัง เอาก้างเอาหัวออก จะเหลือเนื้อปลาซักกี่กิโล.... กะทิ 1 กิโล คั้นแล้วจะได้น้ำกะทิ ปริมาตรเท่าไหร่..... ก็ทำอร่อยทุกครั้ง พริกตระไคร้ หอมขมิ้น หนักอย่างละเท่าไหร่ไม่ต้องรู้ กะเอา แค่นี้พอ สุดท้ายก็จบลงว่า ป้าแดงทำอร่อยเพราะมีเคล็ดลับ เราไม่มีเคล็ดลับเลยทำไม่อร่อย ท้ายที่สุด สูตรอาหารดีๆ อยู่กับผู้ผลิตรายใหญ่ ไม่กี่รายที่รู้จักการชั่ง ตวง วัด และการจัดการคุณภาพอาหารอยากเห็นคนไทย รุ่นใหม่ มีความรู้หลักการถนอมอาหารรู้ว่าอะไรเป็นอันตรายในอาหาร (food hazard) ผลิตอาหารปลอดภัย ใส่ใจผู้บริโภคเป็นผู้ประกอบการรายย่อยๆ ในชุมชน ที่มีอาหารพิเศษ ที่มีเอกลักษณ์ ใช้ส่วนผสมที่เด่นๆ ในท้องถิ้น คนไทยไม่ต้องพึ่งแต่ร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยทุกอย่าง เรามีอาหารประจำถิ่นใครไปที่ไหนก็ต้องไปซื้อเป็นของขวัญของฝาก ไม่ต้องเก็บกันนานข้ามปีข้ามชาติ กินกันสดๆ ใหม่ๆ สะอาด ปลอดภัย ได้คุณค่า ไม่ต้องส่งไปขายทั่วโลกก็ได้ แค่พาคนทั่วโลกมากินกันในประเทศไทยก็พอ ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องกิน ปล่อยให้อดมั่ง จะได้อยาก ขายราคายุติธรรม ไม่ต้องถูกมาก ไม่ต้องแพงมาก แค่ลูกค้าเข้าคิวซื้อก็พอ ไม่ต้องขายมัน 24 ชั่วโมง ไปหลับไปนอนกันบ้าง วันพระก็ไปวัด วันหยุดก็ไปเที่ยว เมืองไทยจะเหมือนอเมริกาขึ้นทุกวัน ไปที่ไหนก็เจอะแต่ walmart Mcdonals ไม่ว่าจะไปรัฐไหนก็มีเหมือนกัน ไส้กรอก ซาลาเปา รสชาติ เหมือนกันทั่วประเทศ มันก็ดี สะดวก แบบ น่าเบื่อ อร่อย แบบ ไม่เร้าใจ อิ่ม แบบ ไม่อบอุ่น เหมือนผู้หญิงคนนี้ไง สวยไปทั่วโลก ยิ้ม แบบ ไม่แย้ม เย็น แบบ ชาชา
สมัครสมาชิก

สนับสนุนโดย / Supported By

  • บริษ้ท มาเรล ฟู้ดส์ ซิสเท็ม จำกัด จัดจำหน่ายเครื่องจักรและอุปกรณ์การแปรรูปอาหาร เช่น ระบบการชั่งน้ำหนัก, การคัดขนาด, การแบ่ง, การตรวจสอบกระดูก และการประยุกต์ใช้ร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ พร้อมกับบริการ ออกแบบ ติดตั้ง กรรมวิธีการแปรรูปทั้งกระบวนการ สำหรับ ผลิตภัณฑ์ ปลา เนื้อ และ สัตว์ปีก โดยมีวิศวกรบริการและ สำนักงานตั้งอยู่ที่กรุงเทพ มาเรล เป็นผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกของอุปกรณ์การแปรรูปอาหารที่ทันสมัย​​ครบวงจรทั้งระบบ สำหรับอุตสาหกรรม ปลา กุ้ง เนื้อ และสัตว์ปีก ต่างๆ เครื่องแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก Stork และ Townsend จาก Marel อยู่ในกลุ่มเครื่องที่เป็นที่ยอมรับมากที่สุดในอุตสาหกรรม พร้อมกันนี้ สามารถบริการครบวงจรตั้งแต่ต้นสายการผลิตจนเสร็จเป็นสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยสำนักงานและบริษัทสาขามากกว่า 30 ประเทศ และ 100 เครือข่ายตัวแทนและผู้จัดจำหน่ายทั่วโลก ที่พร้อมทำงานเคียงข้างลูกค้าเพื่อขยายขอบเขตผลการแปรรูปอาหาร Marel Food Systems Limited. We are supply weighing, grading, portioning, bone detection and software applications as well as complete turn-key processing solutions for fish, meat and poultry. We have service engineer and office in Bangkok. Marel is the leading global provider of advanced food processing equipment, systems and services to the fish, meat, and poultry industries. Our brands - Marel, Stork Poultry Processing and Townsend Further Processing - are among the most respected in the industry. Together, we offer the convenience of a single source to meet our customers' every need. With offices and subsidiaries in over 30 countries and a global network of 100 agents and distributors, we work side-by-side with our customers to extend the boundaries of food processing performance.
  • วิสัยทัศน์ของบริษัท คือ การอยู่ในระดับแนวหน้า "ฟอร์ฟร้อนท์" ของเทคโนโลยีประเภทต่างๆ และนำเทคโนโลยีนั้นๆ มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมและกระบวนการผลิตในประเทศไทย เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้า บริษัท ฟอร์ฟร้อนท์ ฟู้ดเทค จำกัด เชื่อมั่นและยึดมั่นในอุดมการณ์การดำเนินธุรกิจ กล่าวคือ จำหน่าย สินค้าและให้บริการที่มีคุณภาพสูง ซึ่งเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า ด้วยความซื่อสัตย์และความตรงต่อเวลา เพื่อการทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จร่วมกันระยะยาว Our vision is to be in the "forefront" of technology in its field and suitably apply the technology to industries and production in Thailand for customers' utmost benefits. Forefront Foodtech Co., Ltd. strongly believes in and is committed to our own business philosophy which is to supply high quality products and service appropriately to each customer's requirements with honesty and punctuality in order to maintain long term win-win business relationship. Forefront Foodtech Co., Ltd. is the agent company that supplies machinery and system, install and provide after sales service as well as spare parts. Our products are: Heinrich Frey Maschinenbau Gmbh, Germany: manufacturer of vacuum stuffers and machinery for convenient food Kronen GmbH, Germany: manufacturer of machinery for vegetable and fruits from washing to packing Nock Fleischerei Maschinenbau GmbH, Germany: manufacturer of skinning machines, membrane skinning machine, slicers and scale ice makers K + G Wetter GmbH, Germany: manufacturer of grinders and bowl cutters Ness & Co. GmbH, Germany: manufacturer of smoke chambers, both stand alone and continuous units Dorit DFT GmbH, Germany: manufacturer of tumblers and injectors Maschinenfabrik Leonhardt GmbH, Germany: manufacturer of dosing and filling equipment
  • We are well known for reliable, easy-to-use coding and marking solutions which have a low total cost of ownership, as well as for our strong customer service ethos. Developing new products and a continuous programme of improving existing coding and marking solutions also remain central to Linx's strategy. Coding and marking machines from Linx Printing Technologies Ltd provide a comprehensive solution for date and batch coding of products and packaging across manufacturing industries via a global network of distributors. In the industrial inkjet printer arena, our reputation is second to none. Our continuous ink jet printers, laser coders, outer case coders and thermal transfer overprinters are used on production lines in many manufacturing sectors, including the food, beverage, pharmaceutical, cosmetics, automotive and electronic industries, where product identification codes, batch numbers, use by dates and barcodes are needed. PTasia, THAILAND With more than 3,700 coding, marking, barcode, label applicator, filling, packing and sealing systems installed in THAILAND market. Our range is includes systems across a wide range of technologies. To select the most appropriate technology to suit our customers. An excellent customer service reputation, together with a reputation for reliability that sets standards in the industry, rounds off the PTAsia offering and provides customers with efficient and economical solutions of the high quality. Satisfyingcustomers inTHAILAND for 10 years Our 1,313 customers benefit from our many years of experience in the field, with our successful business model of continuous improvement. Our technical and service associates specialise in providing individual advice and finding the most efficient and practical solution to every requirment. PTAsia extends its expertise to customers in the food, beverage, chemical, personal care, pharmaceutical, medical device, electronics, aerospace, military, automotive, and other industrial markets.