News and Articles

อาหารไขมันต่ำแต่ให้พลังงานสูง

อาหารไขมันต่ำแต่ให้พลังงานสูง


หมวดหมู่: อาหารต้านโรค [อาหารและสุขภาพ]
วันที่: 24 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Photo source: zsoolt,  https://www.flickr.com/photos/zsoolt/

อาหารไขมันต่ำแต่ให้พลังงานสูง

 

การไดเอทที่ถูกต้องนั้นไม่ใช้การลดปริมาณอาหารหรือการอดอาหารทั้งหมด แต่เป็นการเลือกรับประทานอาหารที่มีปริมาณไขมันต่ำที่ไม่เข้าไปสะสมกลายเป็นไขมันตกค้างอยู่ในร่างกาย แต่ในเวลาเดียวกันร่างกายของเราก็ควรได้รับพลังงานจากสารอาหารที่เพียงพอ ดังนั้นคุณควรเลือกรับประทานอาหารไขมันต่ำที่ให้พลังงานสูง เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานที่เพียงพอและทำให้คุณอิ่มทองจนไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารจุบจิบระหว่างวันที่ทำให้คุณอ้วนได้

 

สำหรับเด็กแล้ว นอกจากคุณพ่อคุณแม่ควรดูแลอาหารเพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารครบถ้วน อย่าลืมพัฒนาทักษะอื่นๆ ทั้งการออกกำลังกายหรือทำงานศิลปะเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อส่วนต่างๆ เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตและมีสุขภาพแข็งแรง คลิกที่นี่ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับกิจกรรมสนุกๆ เช่น การทำเปเปอร์มาเช่ เป็นต้น

 

รอบรู้เกี่ยวกับไขมันในอาหาร

ไขมันเป็นอาหารพลังงานสูง เพราะไขมันเพียง 1 กรัมให้พลังงานมากถึง 9 แคลอรี่เลยทีเดียว ไขมันยังมีคุณสมบัติในการให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย แต่การมีไขมันสะสมมากเกินไปจะทำให้คุณอ้วน และส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน หรือโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้ โดยไขมันที่พบมากที่สุดในอาหารคือไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides)  ซึ่งมาจากเนื้อสัตว์ ผัก รวมไปถึงอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล ไขมันประเภทคอเรสตอรอลพบมากในเนื้อสัตว์ และไขมันฟอสโฟโรปิดที่พบในถั่วชนิดต่างๆ และไข่

 

อาหารไขมันต่ำพร้อมให้พลังงาน

  • เนื้อสัตว์ที่มีไขมันต่ำ เช่น เนื้อไก่ไม่ติดหนัง เนื้อปลา อุดมด้วยโปรตีน อิ่มท้อง แต่มีไขมันน้อย คุณควรหลีกเลี่ยงการปรุงอาหารที่ต้องใช้น้ำมันมากอย่างการทอด แต่คุณควรปรุงด้วยวิธีนึ่ง ต้ม หรือย่างจะดีกว่า แต่หากคุณจำเป็นต้องใช้น้ำมัน เลือกใช้น้ำมันที่มีไขมันต่ำอย่าง น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน และหลีกเลี่ยงน้ำมันที่ไขมันสูงอย่าง น้ำมันหมู เนย หรือมาการีน
  • ไข่ไก่ เป็นอาหารไขมันที่มีประโยชน์ แถมยังให้แคลอรี่สูงและอุดมด้วยสารอาหารสำคัญมากมายทั้งโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต จึงมีคุณสมบัติในการซ่อมแซมเซลล์และระบบประสาทต่างๆ แต่ควรมีวิธีการทำโดยหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมัน
  • ถั่วชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอัลมอนด์ ถั่วดำ อุดมด้วยไขมันไม่อิ่มตัว แถมยังให้พลังงานสูง จึงให้ความรู้สึกอิ่มนาน
  • ขนมปังโฮลวีต เป็นคาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อร่างกาย เพราะถึงแม้อาหารประเภทแป้งจะทำให้อ้วนได้ แต่ร่างกายก็ไม่สามารถขาดคาร์โบไฮเดรตแบบสิ้นเชิงได้เช่นกัน หากคุณอยากรับประทานข้าว ลองเปลี่ยนมาเป็นข้าวกล้องแทน เพราะข้าวกล้องเป็นธัญพืชที่ไขมันต่ำแต่ให้แคลอรี่สูง
  • ผักผลไม้เป็นอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ แต่ให้คุณค่าทางสารอาหารมากมาย อย่างไรก็ตามหลีกเลี่ยงผักผลไม้ที่มีแป้งมาก เช่น มะม่วง หรือทุเรียน เป็นต้น

การลดน้ำหนักไม่จำเป็นต้องเป็นการอดอาหารอีกต่อไป เพราะการรับประทานอาหารได้ไม่เพียงพอ อาจทำให้คุณเจ็บป่วยได้ ลองเปลี่ยนมารับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำแต่ให้พลังงานสูง และช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มท้องและไม่ต้องรับประทานอาหารบ่อยๆ บวกกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แค่นี้คุณก็มีสุขภาพดีและหุ่นผอมเพรียวได้แล้ว

 

บทความ โดย บรีส ประเทศไทย   

breeze.co.th

22/12/2558



ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
Check bin Grader แก้ปัญหาบรรจุ น้ำหนักเกิน เพิ่มกำไร
โดย : คุณสรยุทธ อุจจภูรี Sale & Service Director sorayut.ujjaphuree@marel.com เรียบเรียงโดย : คุณนัชฌา เชื่อมสุข H.R. & Admins. Executive www.marel.com การแก้ปัญหาบรรจุ น้ำหนักเกิน เพื่อเพิ่มผลกำไร การบรรจุสินค้าที่จำหน่ายเป็นชิ้น เช่น อาหารสด ประเภทเนื้อสัตว์เช่น เนื้อปลาทะเล ไก่ เนื้อหมู หรืออาหารแช่เยือกแข็งให้ มีจำนวนเท่าๆกันให้ได้ทั้ง น้ำหนัก และ ได้จำนวนชิ้นที่ถูกต้องนั้น เป็นความท้าทายของผู้ผลิตเพราะ ผู้ผลิตมักจะประสบกับปัญหาคือเมื่อ บรรจุได้น้ำหนักตามที่ต้องการ มัก ไม่ได้จำนวนชิ้น หรือได้จำนวนชิ้นตามที่ต้องการ แต่น้ำหนักบรรจุก็จะเกินกว่ามาตรฐานที่ตั้งไว้ ปัญหาเหล่านี้ทำให้ผู้ผลิตจำเป็นต้องยอมเสียน้ำหนักส่วนที่เกินไป ซึ่งอาจดูเหมือนไม่มากนัก หากคิดเป็นต่อหนึ่งถุง แต่ถ้าคิดรวมในส่วนของน้ำหนักที่เกินไปในการผลิตต่อวัน หรือต่อหนึ่งเดือน หรือต่อปี จะหมายถึงรายได้ ที่ต้องสูญเสียไปไม่น้อยเลยทีเดียว Marel Food Systems ได้ออกแบบระบบการบรรจุสินค้า เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้โดยเฉพาะ การทำงานของระบบนี้จะเป็นการชั่งน้ำหนักสินค้าแบบสายพานบนส่วนชั่ง (Dynamic load cell) เป็นรายชิ้น ซึ่งสามารถตรวจเช็คน้ำหนักต่อชิ้นก่อนจะหาผลรวมด้วยซอฟท์แวร์พิเศษ ซึ่งสามารถหาผลรวมน้ำหนักที่ถูกต้องและจำนวนชิ้นที่แม่นยำได้ในเวลาเดียวกัน ระบบการบรรจุสินค้าดังกล่าว ออกแบบให้มีถาดชั่งน้ำหนัก (Weighing bins) เพิ่มขึ้นมา จึงสามารถส่งค่าน้ำหนักที่ชั่งได้ไปยืนยันหรือแก้ไขที่ระบบประมวลผล และกำหนดจำนวนสินค้าในแต่ละกลุ่ม เช่น การหาผลรวมน้ำหนักสุทธิ 1 กิโลกรัม โดยกำหนดให้มีจำนวนสินค้า 20 ชิ้น เป็นต้น Checkbin Grader ถูกพัฒนามาจากเครื่องคัดขนาด โดยเพิ่มซอฟท์แวร์ในการหาผลรวมของน้ำหนัก และนับจำนวนชิ้น นอกจากนี้ระบบซอฟท์แวร์ MPS ยังสามารถต่อเชื่อมกับเครื่อง เพื่อส่งข้อมูลจำนวนสินค้าทุกอย่างไปที่คอมพิวเตอร์ และรายงานผลอย่างละเอียดในแต่ละวัน มีถังชั่งน้ำหนักซึ่งสามารถเปิดหรือเคลื่อนย้ายเพื่อการทำความสะอาดได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษใดๆ ตัวเครื่องผลิตจากสเตนเลสสตีล (stainless steel) ออกแบบอย่างถูกสุขลักษณะ (Hygienic designed equipment) และมีระบบกันน้ำระดับ IP67 ซึ่งมีความทนทาน เหมาะกับผลิตภัณฑ์ประเภทเนื้อสัตว์ เนื้อปลา เนื้อไก่ หรืออาหารแช่แข็ง และอื่นๆ ตามความเหมาะสม ระบบชั่งน้ำหนักสินค้าแบบสายพานบนส่วนชั่งสามารถหาผลรวมน้ำหนักสุทธิ นับจำนวนชิ้นและคัดขนาดสินค้าที่ความเร็วสูงในระดับ 200 ชิ้นต่อนาที ได้ ซึ่งสามารถลดแรงงานในสายการผลิต และเก็บผลกำไรคืนจากน้ำหนักที่เกินไปจากการชั่งด้วยแรงงานคน ระบบหาผลรวมน้ำหนักมีระบบตรวจเช็คน้ำหนักย้อนกลับที่มีความแม่นยำสูง เพื่อลดน้ำหนักสุทธิซึ่งเกินจากค่าที่ตั้งไว้เพียง 1-2 กรัม และป้องกันการขาดหายของจำนวนสินค้า อีกทั้งสามารถหาค่าผลรวมน้ำหนักที่ต่างกันได้ในเวลาเดียวกัน เช่น กำหนดค่าน้ำหนักที่ 1 กิโลกรัม และ 500 กรัม สำหรับระบบชั่งหาผลรวมโดยทั่วไป เช่น ระบบเครื่องชั่งแบบหลายหัวจ่าย (Multihead weigher) ก็เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่สามารถหาน้ำหนักรวมสุทธิได้แม่นยำ แต่อาจมีข้อจำกัดตรงที่ไม่สามารถจะกำหนดจำนวนชิ้นได้ แม้น้ำหนักของสินค้าจะมีความใกล้เคียงกันมากก็ตาม ดังเช่น ลูกอมที่ผลิตออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน เมื่อหาน้ำหนักสุทธิรวมออกมาแต่ละครั้ง จะยังคงมีจำนวนชิ้นไม่เท่ากัน แม้ว่าหนักรวมสุทธิจะออกมาเท่ากันก็ตาม นอกจากนี้การใช้ประโยชน์จากระบบซอฟท์แวร์ ยังช่วยให้สามารถส่งข้อมูลจำนวนสินค้าทุกอย่างไปที่คอมพิวเตอร์เพื่อรายงานผลอย่างละเอียดในแต่ละวัน ซึ่งสามารถเก็บเป็นข้อมูลพื้นฐาน และเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลการบรรจุในอนาคต
ฉลากโภชนาการ (nutrition label)
อาหารประเภทใดบ้างที่ต้องแสดงฉลากโภชนาการ ข้อมูลบังคับ ปริมาณพลังงานทั้งหมด ปริมาณพลังงานที่ได้จากไขมัน คาร์โบไฮเดรท ไขมัน โปรตีน (protein) วิตามินเอ (vitamin A) บี1 (vitamin B1) บี2 แคลเซียม เหล็ก โคเลสเตอรอล (cholesterol) โซเดียม ไขมันอิ่มตัวและน้ำตาล (ไม่มากเกิน) ใยอาหาร สารอาหารที่มีการเติมลงในอาหาร สารอาหารที่กล่าวอ้าง ข้อมูลที่ไม่บังคับ นอกจากที่กำหนดในข้อมูลบังคับก็สามารถใส่ในฉลากได้ เช่น วิตามิน เกลือแร่ แต่ต้องระบุต่อท้ายจากเหล็ก และเรียงจากมากไปหาน้อย 1. "หนึ่งหน่วยบริโภค" หมายถึง ปริมาณอาหารที่ผู้ผลิต แนะนำให้ผู้บริโภครับประทานต่อครั้ง หรือ หมายถึง กินครั้งละเท่าไรนั่นเอง ซึ่งได้มาจากค่าเฉลี่ยที่รับประทานของคนไทย เมื่อรับประทานในปริมาณเท่านี้แล้ว จะได้รับสารอาหารตามที่ระบุไว้บนฉลาก หนึ่งหน่วยบริโภค จะแสดงให้เห็นทั้งปริมาณที่เป็นหน่วยครัวเรือน เช่น กระป๋อง ชิ้น ถ้วย แก้ว เป็นต้น ตามด้วยน้ำหนัก ...กรัม หรือปริมาตร...มิลลิลิตร ในระบบเมตริก ตัวอย่างเช่น อาหารที่มีการกล่าวอ้างหรือใช้คุณค่าทางโภชนาการเพื่อส่งเสริมการขายต้องแสดงฉลากโภชนาการ ดังต่อไปนี้ 1. อาหารที่มีการแสดงข้อมูลชนิดสารอาหาร ปริมาณสารอาหาร หน้าที่ของสารอาหาร เช่น มีไขมัน 0% มีแคลเซียมสูงเป็นต้น 2. อาหารที่มีการใช้คุณค่าทางอาหารหรือทางโภชนาการในการส่งเสริมการขาย เช่น เป็นผลิตภัณฑ์ เพื่อบำรุงสุขภาพ สดใส แข็งแรง แต่ห้ามแสดงสรรพคุณในลักษณะป้องกันหรือรักษาโรค เช่น ลดความอ้วน ป้องกันมะเร็ง เป็นต้น 3. อาหารที่มุ่งจะใช้ในกลุ่มผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มเพื่อการส่งเสริมการขาย เช่น กลุ่มวัยเรียน กลุ่มผู้บริหาร กลุ่มผู้สูงอายุ เป็นต้น 4. อาหารที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประกาศกำหนดให้ต้องแสดงฉลาก โภชนาการ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่าเป็นอาหารที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในด้านคุณค่า คุณประโยชน์ทางโภชนาการอย่างแพร่หลาย ดังนั้น อาหารในท้องตลาดที่ไม่มีการกล่าวอ้างหรือส่งเสริมการขายในลักษณะดังกล่าว ไม่ต้องแสดงฉลากโภชนาการ ลิ้นจี่ในน้ำเชื่อมเข้มข้น บรรจุกระป๋อง จะต้องระบุปริมาณ ที่เห็นง่าย และน้ำหนัก หรือปริมาตร ดังนี้ "หนึ่งหน่วยบริโภค : 4 ลูก (140 กรัม รวมน้ำเชื่อม) " เครื่องดื่มอัดลม จะต้องระบุปริมาณที่เห็นง่าย และ น้ำหนัก หรือปริมาตร ดังนี้ "หนึ่งหน่วยบริโภค : 1 กระป๋อง (325 มิลลิลิตร) " ประโยชน์ของฉลากโภชนาการ 1. เลือกซื้ออาหารและเลือกบริโภคให้เหมาะสมกับความต้องการ หรือภาวะทางโภชนาการของตนได้ เช่น ผู้ที่มีโคเลสเตอรอลสูง ก็เลือกอาหาร ที่ระบุว่ามีโคเลสเตอรอลต่ำ หรือ ผู้ที่เป็นโรคไตก็เลือกอาหารมีโซเดียมต่ำ 2. เปรียบเทียบเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารชนิดเดียวกัน โดยเลือก ที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีกว่าได้ 3. ในอนาคต เมื่อผู้บริโภคสนใจข้อมูลโภชนาการของอาหาร ผู้ผลิตก็จะแข่งขันกันผลิตอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่า แทนการแข่งขัน กันในเรื่องหีบห่อ สี หรือสิ่งจูงใจภายนอกอื่น ๆ ฉลากโภชนาการ มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ทำให้สามารถเลือกบริโภคอาหารสำเร็จรูป/กึ่งสำเร็จรูปที่มีปริมาณคุณค่าสารอาหารตรงตามความต้องการของร่างกายได้อย่างเหมาะสม ดังนั้น ผู้บริโภคจึงไม่ควรละเลยหรือมองข้ามฉลากโภชนาการ การอ่านข้อมูลโภชนาการบนฉลากผลิตภัณฑ์อาหาร ก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อ จะทำให้ซื้อผลิตภัณฑ์อาหารตามที่ต้องการได้
พัฒนาการของบรรจุภัณฑ์ ตอนที่ 2
1.3 หน้าที่ของบรรจุภัณฑ์ หน้าที่ของบรรจุภัณฑ์อาหารแปรรูปมีความสอดคล้องกับวิทยาการ 2 ด้าน คือ ด้านเทคนิคและด้านการตลาด จำแนกได้ดังนี้ ด้านเทคนิค ด้านการตลาด การบรรจุใส่ การส่งเสริมการขาย การปกป้องคุ้มครอง การแสดงข้อมูลอาหาร การรักษาคุณภาพอาหาร การตั้งราคาขายได้สูงขึ้น การขนส่ง การเพิ่มปริมาณขาย การวางจำหน่าย ให้ความถูกต้องรวดเร็ว การรักษาสิ่งแวดล้อม การรณรงค์ หน้าที่ของบรรจุภัณฑ์สามารถให้คำอธิบายเพิ่มเติมได้ดังนี้ - การทำหน้าที่บรรจุใส่ ได้แก่ ใส่-ห่อสินค้า ด้วยการชั่ง ตวง วัด นับ - การทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครอง ได้แก่ ป้องกันไม่ให้สินค้าเสียรูป แตกหัก ไหลซึม - การทำหน้าที่รักษาคุณภาพอาหาร ได้แก่ การใช้วัสดุที่ป้องกันอากาศซึมผ่าน ป้องกันแสง ป้องกันก๊าซเฉื่อยที่ฉีดเข้าไปชะลอปฏิกิริยาชีวภาพ ป้องกันความชื้นจากภายนอก - การทำหน้าที่ขนส่ง ได้แก่ กล่องลูกฟูก ลังพลาสติก ซึ่งบรรจุสินค้าหลายห่อหรือหน่วย เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายและขนส่งสินค้าไปยังแหล่งผลิตหรือแหล่งขาย - การวางจำหน่าย คือ การนำบรรจุภัณฑ์ที่มีสินค้าอาหารแปรรูปอยู่ภายในวางจำหน่ายได้โดยไม่จำเป็นต้องเห็นสินค้าเลย สามารถวางนอนหรือวางตั้งได้โดยสินค้าไม่ได้รับความเสียหาย ซึ่งควรคำนึงถึงขนาดที่เหมาะสมกับชั้นวางสินค้าด้วย - การรักษาสิ่งแวดล้อม ได้แก่ 1. ใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ให้ปริมาณขยะน้อย เป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้ง่าย ในกระบวนการผลิตจะไม่ใช้สารที่ทำลายชั้นบรรยากาศ เป็นต้น 2. นำบรรจุภัณฑ์เวียนใช้ใหม่หรือใช้ประโยชน์อื่นได้ เช่น ขวดเหล้า แก้วใส่แยม เป็นต้น 3. หมุนเวียนนำกลับมาผลิตใหม่ คือ นำบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วไปหลอมหรือย่อยสลายเป็นวัตถุดิบสำหรับใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์หรือสินค้าอื่นได้ - ทำหน้าที่ส่งเสริมการขายเพราะบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบสวยงามสามารถใช้เป็นสื่อโฆษณาได้ด้วยตัวเอง รวมถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อใช้เฉพาะกาล เช่น มีการแนบของแถมไปกับบรรจุภัณฑ์ การนำรูปภาพดารา เครื่องหมายกีฬาที่ได้รับความนิยมมาพิมพ์บนบรรจุภัณฑ์ จะเป็นแนวทางหนึ่งในการเรียกความนิยมของสินค้า - ทำหน้าที่เป็นฉลากแสดงข้อมูลของอาหารแปรรูป ได้แก่ ข้อมูลทางด้านโภชนาการ ส่วนประกอบของอาหาร วันที่ผลิต วันที่หมดอายุ คำแนะนำ และเครื่องหมายเลขทะเบียนหรือเลขอนุญาตจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) - ทำให้ตั้งราคาขายได้สูงขึ้นเนื่องจากบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า สร้างความนิยมในสินค้า จากตราและเครื่องหมายการค้าทำให้เกิดความภักดี (Loyalty) ในตัวสินค้าส่งผลให้ขายราคาที่สูงขึ้นได้ หรือ ที่เรียกว่าสินค้าแบรนด์เนม (Brandname) - การเพิ่มปริมาณขาย ด้วยการรวมหน่วยขายปลีกในบรรจุภัณฑ์อีกชั้นหนึ่ง เช่น นมกล่อง 1 โหลในกล่องกระดาษลูกฟูกที่มีหูหิ้ว หรือการขายขวดน้ำยาทำความสะอาดพร้อมกับซองน้ำยาทำความสะอาดเพื่อใช้เติมใส่ในขวดเมื่อใช้น้ำยาในขวดหมดแล้ว เป็นต้น - ให้ความถูกต้องรวดเร็วในการขาย โดยการพิมพ์บาร์โค้ดบนบรรจุภัณฑ์ทำให้คนคิดเงินไม่จำเป็นต้องอ่านป้ายราคาบนบรรจุภัณฑ์แล้วกดเงินที่ต้องจ่าย แต่ให้เครื่องอ่านบาร์โค้ดทำหน้าที่แทน ทำให้รวดเร็วขึ้นและถูกต้อง - ร่วมมีบทบาทในการรณรงค์เรื่องต่างๆ เช่น สัญลักษณ์รีไซเคิล ฉลากเขียว กีฬา ท่องเที่ยว กินของไทยใช้ของไทย เป็นต้น 1.4 ประเภทของบรรจุภัณฑ์ ตามนิยามที่กล่าวมาแล้ว บรรจุภัณฑ์ทำหน้าที่เป็นพาหะนำผลผลิตจากกระบวนการผลิตผ่านการขนย้าย เก็บในคลังสินค้า ระบบการขนส่ง ระบบการจัดจำหน่าย เปิดโอกาสให้เลือกซื้อ เอื้ออำนวยความสะดวกในการบริโภคพร้อมทั้งกำจัดซากบรรจุภัณฑ์ได้ง่าย จากขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้ การแยกประเภทของบรรจุภัณฑ์อาจแยกได้หลายลักษณะแล้วแต่จุดมุ่งหมายการแยกประเภท ดังแสดงในตารางที่ 1.2 ตารางที่ 1.2 : การแยกประเภทของบรรจุภัณฑ์ วิธีการ จุดมุ่งหมาย ประเภทของบรรจุภัณฑ์ 1 การออกแบบ 1.1 บรรจุภัณฑ์ชั้นในหรือปฐมภูมิ (Primary Packaging) 1.2 บรรจุภัณฑ์ชั้นที่สองหรือทุติยภูมิ (Secondary Packaging) 1.3 บรรจุภัณฑ์ชั้นที่สามหรือตติยภูมิ (Tertiary Packaging) 2 วัสดุที่ใช้ผลิต 2.1 เยื่อและกระดาษ 2.2 พลาสติก 2.3 แก้ว 2.4 โลหะ 1.4.1 บรรจุภัณฑ์แบ่งตามการออกแบบ ด้วยหลักการในการออกแบบ สามารถจำแนกประเภทของบรรจุภัณฑ์ได้ 3 จำพวก คือ (1) บรรจุภัณฑ์ชั้นในหรือปฐมภูมิ (Primary Packaging) เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ผู้ซื้อจะได้สัมผัสเวลาที่จะบริโภค บรรจุภัณฑ์นี้จะได้รับการโยนทิ้งเมื่อมีการเปิดและบริโภคสินค้าภายในจนหมด เช่น ซองบรรจุน้ำตาล เป็นต้น บรรจุภัณฑ์นี้เป็นบรรจุภัณฑ์ที่อยู่ชั้นในสุดติดกับตัวสินค้า ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ชั้นในมีปัจจัยที่ต้องพิจารณา 2 ประการคือ อันดับแรกจะต้องมีการทดสอบจนมั่นใจว่าอาหารที่ผลิตและบรรจุภัณฑ์ที่เลือกใช้จำต้องเข้ากันได้ (Compatibility) หมายความว่าตัวอาหารจะไม่ทำปฏิกิริยาต่อผลิตภัณฑ์ ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นนี้อาจจะเกิดจากการแยกตัวของเนื้อวัสดุบรรจุภัณฑ์เข้าสู่อาหาร (Migration) หรือการทำให้บรรจุภัณฑ์เปลี่ยนแปลงรูปทรงไปเช่นในกรณีการบรรจุอาหารใส่เข้าไปในบรรจุภัณฑ์ขณะที่อาหารยังร้อนอยู่ (Hot Filling) เมื่อเย็นตัวลงในสภาวะบรรยากาศห้อง จะทำให้รูปทรงของบรรจุภัณฑ์บูดเบี้ยวได้ เหตุการณ์นี้จะพบบ่อยมากในขวดพลาสติกทรงกระบอก ซึ่งแก้ไขได้โดยการเพิ่มร่องบนผิวทรงกระบอกหรือเปลี่ยนรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมมุมมน CPET บรรจุภัณฑ์ชั้นในสำหรับ บรรจุอาหารแช่เยือกแข็ง (freezing) และเข้าไมโครเวฟได้ นอกเหนือจากความเข้ากันได้ของอาหารและบรรจุภัณฑ์แล้ว ปัจจัยอันดับต่อมาที่ต้องพิจารณา คือ บรรจุภัณฑ์ชั้นในจะเป็นบรรจุภัณฑ์ที่วางขายบนหิ้งหรือไม่ ในกรณีที่บรรจุภัณฑ์ชั้นในจำต้องวางขายแสดงตัวบนหิ้ง การออกแบบความสวยงาม การสื่อความหมายและภาพพจน์จะเริ่มเข้ามามีบทบาทในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ชั้นในที่ทำหน้าที่วางขายบนหิ้ง (2) บรรจุภัณฑ์ชั้นที่สองหรือทุติยภูมิ (Secondary Packaging) เป็นบรรจุภัณฑ์ที่รวบรวมบรรจุภัณฑ์ชั้นแรกเข้าด้วยกัน เพื่อเหตุผลในการป้องกันหรือจัดจำหน่ายสินค้าได้มากขึ้น หรือด้วยเหตุผลในการขนส่ง บรรจุภัณฑ์ชั้นที่สองที่เห็นได้ทั่วไป เช่น กล่องกระดาษแข็งของหลอดยาสีฟัน ถุงพลาสติกใส่ซองน้ำตาล 50 ซอง เป็นต้น ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ชั้นที่สองนี้มักจะเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ต้องวางแสดงบนหิ้ง ณ จุดขาย ดังนั้น การเน้นความสวยงามและภาพพจน์ของบรรจุภัณฑ์ชั้นที่สองจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ตัวอย่างเช่น กล่องยาสีฟัน การออกแบบของหลอดยาสีฟันที่อยู่ภายในก็ไม่จำเป็นต้องออกแบบให้สอดสีหลายสี ในทางกลับกันถ้าบรรจุภัณฑ์ชั้นในได้รับการออกแบบอย่างสวยงาม ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ชั้นที่สองนี้อาจจะทำการเปิดเป็นหน้าต่างเพื่อให้เห็นถึงความสวยงามของบรรจุภัณฑ์ชั้นในที่ออกแบบมาอย่างดีแล้ว ในกรณีของตัวอย่างถุงพลาสติกใส่ซองน้ำตาล 50 ซองนั้น ถุงพลาสติกที่เลือกใช้ไม่จำเป็นต้องช่วยรักษาคุณภาพของน้ำตาลมากเท่าซองชั้นใน เนื่องจากทำหน้าที่รวมซองน้ำตาล 50 ซองเข้าด้วยกันเพื่อการจัดจำหน่ายแต่ตัวถุงเองต้องพิมพ์สอดสีอย่างสวยงามเพราะเป็นถุงที่วางขายบนหิ้ง ณ จุดขาย บรรจุภัณฑ์ชั้นในหรือปฐมภูมิ (Primary Packaging) และบรรจุภัณฑ์ชั้นที่สองหรือทุติยภูมิ (Secondary Packaging) มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า บรรจุภัณฑ์เพื่อการจำหน่ายปลีก (Commercial Packaging) (3) บรรจุภัณฑ์ชั้นที่สามหรือตติยภูมิ (Tertiary Packaging) หน้าที่หลักของบรรจุภัณฑ์นี้คือการป้องกันระหว่างการขนส่ง บรรจุภัณฑ์ขนส่งนี้ อาจแบ่งย่อยเป็น 3 ประเภท คือ - บรรจุภัณฑ์ที่ใช้จากแหล่งผลิตถึงแหล่งขายปลีกเมื่อสินค้าได้รับการจัดเรียงวางบนหิ้งหรือคลังสินค้าของแหล่งขายปลีกแล้ว บรรจุภัณฑ์ขนส่งก็หมดหน้าที่การใช้งาน บรรจุภัณฑ์เหล่านี้เช่น แคร่และกะบะ (Pallet) เป็นต้น - บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ระหว่างโรงงาน เป็นบรรจุภัณฑ์ที่จัดส่งสินค้าระหว่างโรงงาน ตัวอย่างเช่น ลังใส่ซองพริกป่น ถุงน้ำจิ้ม เป็นผลผลิตจากโรงงานหนึ่งส่งไปยังโรงงานอาหารสำเร็จรูปเพื่อทำการบรรจุไปพร้อมกับอาหารหลัก เป็นต้น - บรรจุภัณฑ์ที่ใช้จากแหล่งขายปลีกไปยังมือผู้อุปโภคบริโภค เช่น ถุงต่างๆ ที่ร้านค้าใส่สินค้าให้ผู้ซื้อ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ชั้นที่สามนี้ จึงต้องคำนึงถึงความสามารถในการป้องกันสินค้าระหว่างการขนส่ง ส่วนข้อมูลรายละเอียดบนบรรจุภัณฑ์ขนส่งจะช่วยในการจัดส่งเป็นไปอย่างสะดวกและถูกต้อง บรรจุภัณฑ์ชั้นที่สามนี้จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง (Distribution Packaging) <<ย้อนกลับ พัฒนาการของบรรจุภัณฑ์ ตอนที่1อ่านต่อ พัฒนาการของบรรจุภัณฑ์ ตอนที่3 >> <<กลับสู่หน้าหลัก
แนะนำอาจาย์ปุ่น คงเจริญเกียรติ
แนะนำผู้เขียน บทความเรื่องบรรจุภัณฑ์น้ำผลไม้ นี้ คัดลอกจากหนังสือต้นฉบับ "รวมบทความบรรจุภัณฑ์" ของท่านอาจารย์ ปุ่น คงเจริญเกียรติ ซึ่งไม่ได้จัดพิมพ์อีกแล้ว (น่าเสียดายมาก) ในหนังสือนี้มีบทความดีมาก ทั้ง หมด9 บทความ ที่ เกี่ยวข้อง บรรจุภัณฑ์อาหารนอกจากบทความนี้ เช่น บรรจุภัณฑ์สำหรับผักผลไม้สดเพื่อการส่งออก บรรจุภัณฑ์อาหารไมโครเวฟ บรรจุภัณฑ์สุราพื้นบ้าน การออกแบบฉลากเพื่อเพิ่มมูลค่า เป็นต้น ครูผู้น้อย ได้มีโอกาสได้พบท่านอาจารย์ปุ่น คงเจริญเกียรติ เป็นปรมาจารย์ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น จอมยุทธ์ด้านบรรจุภัณฑ์ ระดับเทพเรียกพี่ และ รับเกียรติ รับประทานข้าวร่วมกันกับท่าน (เสียดาย ลืมขอลายเซ็นต์มาอวด) นั่งทานอาหารอร่อย พูดคุย ฟังท่านเล่าประสพการณ์ อย่างคนอารมณ์ดี ใจดีมากกก (หล่อด้วย) ท่านยังแข็งแรงและมีสุขภาพดีมาก (ลูกศิษย์ลูกหาจะได้ดีใจ) ท่านได้มอบหนังสือเล่มนี้ให้ครูผู้น้อย และอนุญาติให้ www.foodnetworksolution.com นำมาเผยแพร่เป็นวิทยาทานได้ ท่านอาจารย์ปุ่น คงเจริญเกียรติ ท่านสำเร็จ การศึกษาวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทสาขา Packaging จากสหรัฐอเมริกา เป็นผู้บุกเบิการศึกษาสาขาบรรจุภัณฑ์อาหารในประเทศไทยได้เป็นอาจารย์พิเศษตามมหาวิทยาลัย เป็นวิทยากรบรรยาย ทั่วถิ่นแดนสยาม เป็นเจ้าของบริษัทแพคเมทส์ แต่ที่ครูผู้น้อยยกย่องท่านมากคือฐานะที่ ท่านเป็นนักเขียน ท่านได้เขียนหนังสือดีๆ มากมาย หลายต่อหลายเล่ม เพื่อถ่ายทอดความรู้และประสพการณ์ ท่านได้เมตตากล่าวระหว่างการสนทนาว่า ....ผมเดินทางเป็นวิทยากรบรรยายทั่วประเทศมีคนฟังมากมายก็จริง แต่ก็ไม่เท่าการเขียนหนังสือเผยแพร่ เพราะมีประโยชน์กับคนอ่านได้ไม่จำกัดจำนวน..... เพราะความคิดดีอย่างนี้นี่แหละ ท่านจึงเป็นผู้มีปัญญาบารมีมาก เป็นต้นแบบที่ดีของนักวิชาการไทย ครูผู้น้อยขอเทิดทูนด้วยความจริงใจมาณ.โอกาสนี้ ถ้าใครอ่านแล้วเกิดประโยชน์เพิ่มพูนท่านก็จะดีใจ แต่ถ้าคัดลอกไปใช้ก็ขอความกรุณาอ้างอิงให้ถูกต้องด้วยตามมารยาทที่ดี ผลงานหนังสือของท่าน ที่ใช้กันอย่างกว้างขวางในวงการจอมยุทธไทย คือ หนังสือบรรจุภัณฑ์อาหารซึ่งปัจจุบันหมดแล้ว และยังไม่มีกำหนดพิมพ์ใหม่ผลงานเขียนของท่าน เป็นคุณูปการอย่างใหญ่หลวง กับแวดวง บรรจุภัณฑ์ และ อุตสาหกรรมอาหารไทย ผลงานหนังสือ เล่มล่าสุดของท่านคือหนังสือ บรรจุภัณฑ์โลหะ (metal packaging) ซึ่งท่านเขียนร่วมกับท่านอาจารย์สมพร เป็น หนังสือปกแข็งอาบมัน สวยงามมาก กระดาษอาร์ตมันทั้งเล่ม หนา 700 กว่า หน้า แค่เอามาวางไว้ ประดับโต๊ะหรือชั้นหนังสือยังไม่ต้องอ่านก็จะช่วยส่งเสริมให้ท่าน ดูเป็นผู้มีภูมิรู้ ภูมิธรรม อย่างคาดไม่ถึง เป็นการปรับฮวงจุ๊ยบนโต๊ะทำงาน ด้านปัญญา ได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ยิ่งเปิดเข้าไปอ่านยิ่งรู้ว่า ภายในอัดแน่นไปด้วยสาระ ความรู้ เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์โลหะ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร (click! ด่วนดูรายละเอียด) เช่น อาหารกระป๋อง ถังโลหะ ปี๊บ ฝาปิด การปิดตะเข็บ แล้วยังสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับประสพการณ์ บรรยายไม่หมด เลยล่ะค่ะ ท่านก็อนุญาติให้เผยแพร่ได้ ใน Foodnetworksolution.com เช่นกัน จะค่อยๆทะยอยจัดให้ แต่ถ้าจะให้ทันใจ ซื้อไปเป็นของตัวเองดีกว่า เล่มละ 500 บาท เท่านั้น ที่ถูกอย่างนี้ เพราะหนังสือนี้ ได้รับพิจารณาแล้วว่า ดีมากและจะเป็น ประโยชน์อย่างกว้างขวาง จึงได้รับ การสนับสนุนการพิมพ์จาก ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และสนับสนุนกระดาษพิมพ์จากบริษัทผลิตภัณฑ์กระดาษไทย ทำให้พวกเราได้ซื้อหนังสือดีมากในราคาอนุเคระห์ สบายกระเป๋า ถ้าเป็น text book เล่มขนาดนี้เนื้อหาขนาดนี้บอกได้เลยว่าไม่ต่ำกว่า หมื่น แต่มูลค่าขอเนื้อหาและความทุ่มเทที่ท่านทำให้กับพวกเราๆนั้นเกินค่าจะประเมินค่าเป็นราคา (ถ้าหมดแล้วใครไม่มีเป็นเจ้าของ,,,,คงต้องได้ประมูลกันล่ะ) ครูผู้น้อย ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ท่านด้วยความเคารพอย่างสูง ขอขอบคุณ คุณอรุณี หรือน้องอ้อย ที่ได้ช่วยพิมพ์และตรวจทานต้นฉบับให้ และคงจะช่วยหารูปสวยๆมาใส่ให้สดใส ทันสมัยตอนนี้คุณอรุณีไปเที่ยวรับน้อง อาทิตย์หน้าคงจะกลับมา upload ให้ได้อ่านกันทั่วๆ และจะทะยอยมา up บทความของอาจารย์ปุ่นให้เรื่อยๆ ต่อเนื่อง คอยพบกันให้ได้นะคะ อ่านแล้วสนใจ หรือมีปัญหาอยากถามอาจารย์ปุ่น ก็ เข้ามาที่ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ครูผู้น้อยจะเป็นสื่อกลาง ถามท่านให้ค่ะ ท่านบอกมาแล้วว่าท่านยินดีตอบค่ะ
สมัครสมาชิก

สนับสนุนโดย / Supported By

  • บริษ้ท มาเรล ฟู้ดส์ ซิสเท็ม จำกัด จัดจำหน่ายเครื่องจักรและอุปกรณ์การแปรรูปอาหาร เช่น ระบบการชั่งน้ำหนัก, การคัดขนาด, การแบ่ง, การตรวจสอบกระดูก และการประยุกต์ใช้ร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ พร้อมกับบริการ ออกแบบ ติดตั้ง กรรมวิธีการแปรรูปทั้งกระบวนการ สำหรับ ผลิตภัณฑ์ ปลา เนื้อ และ สัตว์ปีก โดยมีวิศวกรบริการและ สำนักงานตั้งอยู่ที่กรุงเทพ มาเรล เป็นผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกของอุปกรณ์การแปรรูปอาหารที่ทันสมัย​​ครบวงจรทั้งระบบ สำหรับอุตสาหกรรม ปลา กุ้ง เนื้อ และสัตว์ปีก ต่างๆ เครื่องแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก Stork และ Townsend จาก Marel อยู่ในกลุ่มเครื่องที่เป็นที่ยอมรับมากที่สุดในอุตสาหกรรม พร้อมกันนี้ สามารถบริการครบวงจรตั้งแต่ต้นสายการผลิตจนเสร็จเป็นสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยสำนักงานและบริษัทสาขามากกว่า 30 ประเทศ และ 100 เครือข่ายตัวแทนและผู้จัดจำหน่ายทั่วโลก ที่พร้อมทำงานเคียงข้างลูกค้าเพื่อขยายขอบเขตผลการแปรรูปอาหาร Marel Food Systems Limited. We are supply weighing, grading, portioning, bone detection and software applications as well as complete turn-key processing solutions for fish, meat and poultry. We have service engineer and office in Bangkok. Marel is the leading global provider of advanced food processing equipment, systems and services to the fish, meat, and poultry industries. Our brands - Marel, Stork Poultry Processing and Townsend Further Processing - are among the most respected in the industry. Together, we offer the convenience of a single source to meet our customers' every need. With offices and subsidiaries in over 30 countries and a global network of 100 agents and distributors, we work side-by-side with our customers to extend the boundaries of food processing performance.
  • วิสัยทัศน์ของบริษัท คือ การอยู่ในระดับแนวหน้า "ฟอร์ฟร้อนท์" ของเทคโนโลยีประเภทต่างๆ และนำเทคโนโลยีนั้นๆ มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมและกระบวนการผลิตในประเทศไทย เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้า บริษัท ฟอร์ฟร้อนท์ ฟู้ดเทค จำกัด เชื่อมั่นและยึดมั่นในอุดมการณ์การดำเนินธุรกิจ กล่าวคือ จำหน่าย สินค้าและให้บริการที่มีคุณภาพสูง ซึ่งเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า ด้วยความซื่อสัตย์และความตรงต่อเวลา เพื่อการทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จร่วมกันระยะยาว Our vision is to be in the "forefront" of technology in its field and suitably apply the technology to industries and production in Thailand for customers' utmost benefits. Forefront Foodtech Co., Ltd. strongly believes in and is committed to our own business philosophy which is to supply high quality products and service appropriately to each customer's requirements with honesty and punctuality in order to maintain long term win-win business relationship. Forefront Foodtech Co., Ltd. is the agent company that supplies machinery and system, install and provide after sales service as well as spare parts. Our products are: Heinrich Frey Maschinenbau Gmbh, Germany: manufacturer of vacuum stuffers and machinery for convenient food Kronen GmbH, Germany: manufacturer of machinery for vegetable and fruits from washing to packing Nock Fleischerei Maschinenbau GmbH, Germany: manufacturer of skinning machines, membrane skinning machine, slicers and scale ice makers K + G Wetter GmbH, Germany: manufacturer of grinders and bowl cutters Ness & Co. GmbH, Germany: manufacturer of smoke chambers, both stand alone and continuous units Dorit DFT GmbH, Germany: manufacturer of tumblers and injectors Maschinenfabrik Leonhardt GmbH, Germany: manufacturer of dosing and filling equipment
  • We are well known for reliable, easy-to-use coding and marking solutions which have a low total cost of ownership, as well as for our strong customer service ethos. Developing new products and a continuous programme of improving existing coding and marking solutions also remain central to Linx's strategy. Coding and marking machines from Linx Printing Technologies Ltd provide a comprehensive solution for date and batch coding of products and packaging across manufacturing industries via a global network of distributors. In the industrial inkjet printer arena, our reputation is second to none. Our continuous ink jet printers, laser coders, outer case coders and thermal transfer overprinters are used on production lines in many manufacturing sectors, including the food, beverage, pharmaceutical, cosmetics, automotive and electronic industries, where product identification codes, batch numbers, use by dates and barcodes are needed. PTasia, THAILAND With more than 3,700 coding, marking, barcode, label applicator, filling, packing and sealing systems installed in THAILAND market. Our range is includes systems across a wide range of technologies. To select the most appropriate technology to suit our customers. An excellent customer service reputation, together with a reputation for reliability that sets standards in the industry, rounds off the PTAsia offering and provides customers with efficient and economical solutions of the high quality. Satisfyingcustomers inTHAILAND for 10 years Our 1,313 customers benefit from our many years of experience in the field, with our successful business model of continuous improvement. Our technical and service associates specialise in providing individual advice and finding the most efficient and practical solution to every requirment. PTAsia extends its expertise to customers in the food, beverage, chemical, personal care, pharmaceutical, medical device, electronics, aerospace, military, automotive, and other industrial markets.