News and Articles

มอก. เครื่องล้างผัก

มอก. เครื่องล้างผัก


หมวดหมู่: มาตรฐานอุตสาหกรรมเครื่องจักรและอุปกรณ์แปรรูปอาหาร 2556 [มาตรฐานอุตสาหกรรมเครื่องจักรและอุปกรณ์แปรรูปอาหาร]
วันที่: 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เนื่องจากปัจจุบันมีการใช้เครื่องล้างผักในอุตสาหกรรมอาหาร ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมและยกระดับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมประเภทนี้ จึงกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเครื่องล้างผักขึ้นมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้ กำหนดขึ้นโดยอาศัยข้อมูลจากผู้ทำ และเอกสารต่อไปนี้เป็นแนวทาง

มอก. 513 - 2553 การจัดระดับชั้นการป้องกันของเปลือกหุ้มบริภัณฑ์ไฟฟ้า

มอก. 866 - 2550 มอเตอร์เหนี่ยวนำ


มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเครื่องล้างผัก


1. ขอบข่าย

เป็นเชื้อเพลิงให้ความร้อนเครื่องมีแรงดันไฟฟ้ามอเตอร์ต้นกำลังสำหรับหมุนใบกวนผสมที่กำหนดไม่เกิน 250 โวลต์ สำหรับเครื่องกวนผสมเฟสเดียว และไม่เกิน 480 โวลต์สำหรับเครื่องกวนผสมแบบให้ความร้อนอื่น1.1 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้ครอบคลุมเฉพาะเครื่องล้างผักชนิดใบที่มีลักษณะการทำงานแบบทำงานเป็นรอบ (batch type)หรือแบบทำงานต่อเนื่อง(continuous type)

2. บทนิยาม

ความหมายของคำที่ใช้ในมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้ มีดังต่อไปนี้

2.1 เครื่องล้างผัก หมายถึง เครื่องจักรในอุตสาหกรรมอาหารที่ใช้สำหรับล้างสิ่งสกปรกออกจากผักชนิดใบ โดยผักที่ล้างจะแช่อยู่ในน้ำที่มีการเคลื่อนที่ด้วยอากาศ หรือการฉีดน้ำ ผักที่ผ่านกระบวนการล้างแล้วจะถูกนำออกจากเครื่องด้วยมือสำหรับเครื่องล้างผักแบบทำงานเป็นรอบ หรือถูกลำเลียงออกจากเครื่องโดยอัตโนมัติสำหรับเครื่องล้างผักแบบทำงานต่อเนื่อง

2.2 สิ่งสกปรก หมายถึง สิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ที่ไม่ใช่ผักที่นำมาล้าง เช่น เศษวัสดุ ฝุ่น ดิน หรือทราย

3. แบบ

เครื่องล้างผักแบ่งตามลักษณะการทำงานเป็น2แบบคือ

3.1 แบบทำงานเป็นรอบ

3.2 แบบทำงานต่อเนื่อง

4. ส่วนประกอบและการทำ

4.1 ส่วนประกอบ

เครื่องล้างผัก อย่างน้อยต้องมีส่วนประกอบหลัก ดังแสดงตามรูปที่ 1

ก)ตัวอย่างส่วนประกอบหลักของเครื่องล้างผักแบบทำงานเป็นรอบ

ข) ตัวอย่างส่วนประกอบหลักของเครื่องล้างผักแบบทำงานต่อเนื่อง

รูปที่ 1 ตัวอย่างส่วนประกอบหลักของเครื่องล้างผักแบบให้ความร้อน (ข้อ 4.1)

 

มือหมุนหรือไฮดรอลิกสำหรับหมุนถัง 4.2 3.1.1 ระบบการกวนผสม ทำหน้าที่ผสมวัตถุดิบให้ผสมคลุกเคล้ากันและมีการกระจายความร้อนได้ทั่วถึง 

3.1.2 ถังกวนผสมหรือกระทะกวนผสม ทำหน้าที่บรรจุวัตถุดิบสำหรับผสม

3.1.3 อุปกรณ์ควบคุมสำหรับปรับรอบใบกวน ทำหน้าที่ปรับตั้งความเร็วรอบใบกวน

3.1.4 ใบกวนผสม ทำหน้าที่กวนผสมให้วัตถุดิบผสมเข้ากันและความร้อนกระจายตัวในวัตถุดิบทั่วถึง ใบกวนสามารถถอดเปลี่ยนได้เพื่อเลือกชนิดใบกวนให้เหมาะสมกับวัตถุดิบ

3.1.5 หัวแก๊สให้ความร้อน ทำหน้าที่ให้ความร้อนวัตถุดิบที่ด้านล่างถัง

3.1.6 ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ ต้องเป็นดังนี้

3.1.6.1 โครงถังผสม

ต้องเป็นเหล็กกล้าไร้สนิมชั้นคุณภาพเทียบเท่ากับ AISI series 300 โดยต้องมีคุณลักษณะตามมาตรฐาน AISI หรือวัสดุชนิดอื่นที่มีคุณภาพเทียบเท่าหรือสูงกว่าที่กำหนดในมาตรฐานนี้ 

ผู้ทำต้องพิสูจน์หรือแสดงเอกสารรับรองคุณภาพหรือผลการวิเคราะห์คุณลักษณะของวัสดุว่าสามารถสัมผัสกับอาหารได้จากสถาบันหรือหน่วยงานที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยอมรับจากสถาบันหรือหน่วยงานที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยอมรับ

3.1.6.2 ใบกวนผสม

ต้องเป็นเหล็กกล้าไร้สนิมชั้นคุณภาพเทียบเท่ากับ AISI series 300โดยต้องมีคุณลักษณะตามมาตรฐาน AISI หรือวัสดุชนิดอื่นที่มีคุณภาพเทียบเท่าหรือสูงกว่าที่กำหนดในมาตรฐานนี้ 

ผู้ทำต้องพิสูจน์หรือแสดงเอกสารรับรองคุณภาพหรือผลการวิเคราะห์คุณลักษณะของวัสดุว่าสามารถสัมผัสกับอาหารได้จากสถาบันหรือหน่วยงานที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยอมรับ

3.1.6.3 มอเตอร์เกียร์ไฟฟ้า

ต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเลขที่มอก.866และต้องเป็นไปตามการทดสอบข้อ 7.2

3.1.6.4 ตู้ควบคุมไฟฟ้า(อุปกรณ์ควบคุมสำหรับปรับรอบใบกวน)

มีระดับชั้นการป้องกันน้ำอย่างน้อยเป็นชนิดป้องกันน้ำสาด(IPX4)(หมายเหตุ:ระดับชั้นการป้องกันน้ำ ให้ดู มอก. 513)

4.2 การทำ

4.2.1 ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ ต้องเป็นดังนี้

4.2.1.1 โครงเครื่อง

ทำด้วยเหล็กกล้าไร้สนิม อย่างน้อยชั้นคุณภาพ 304มีโครงสร้างแข็งแรง คงรูป ผิวเรียบ และสามารถทำความสะอาดได้ง่าย 

การทดสอบให้ทำโดยการตรวจสอบใบรับรองและตรวจพินิจ

4.2.1.2 อ่างล้างผัก

ทำด้วยเหล็กกล้าไร้สนิม อย่างน้อยชั้นคุณภาพ 304มีโครงสร้างแข็งแรง คงรูป ผิวเรียบ และสามารถทำความสะอาดได้ง่ายไม่มีส่วนที่อาจเสี่ยงต่อการสะสมของจุลินทรีย์

การทดสอบให้ทำโดยการตรวจสอบใบรับรองและตรวจพินิจ

4.2.1.3 เครื่องสูบน้ำ

อยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยต่อการทำงาน ไม่เป็นที่สะสมของฝุ่น

การทดสอบให้ทำโดยการตรวจพินิจ

4.2.1.4 หัวฉีด

ทำด้วยวัสดุชั้นคุณภาพใช้กับอาหาร (food grade)

การทดสอบให้ทำโดยการตรวจสอบใบรับรอง

4.2.1.5 ตะแกรงดักสิ่งสกปรก

ทำด้วยวัสดุชั้นคุณภาพใช้กับอาหาร

การทดสอบให้ทำโดยการตรวจสอบใบรับรอง

4.2.1.6 แผงอุปกรณ์ควบคุมการทำงาน (ถ้ามี)

มีระดับชั้นการป้องกันอย่างน้อย IPX4 (ชนิดป้องกันน้ำสาด) ตาม มอก. 513 และอยู่ในตำแหน่งที่ควบคุมการทำงานได้สะดวก

การทดสอบให้ทำโดยการตรวจพินิจ

4.2.1.7 อุปกรณ์ลำเลียง (กรณีเครื่องล้างผักแบบทำงานต่อเนื่อง)

ทำจากวัสดุชั้นคุณภาพใช้กับอาหารสามารถปรับความเร็วการลำเลียงได้

การทดสอบให้ทำโดยการตรวจสอบใบรับรองและตรวจพินิจ

4.2.1.8 มอเตอร์เหนี่ยวนำ (กรณีเครื่องล้างผักแบบทำงานต่อเนื่อง)

ควรเป็นไปตามมอก. 866และติดตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยต่อการทำงาน ไม่เป็นที่สะสมของฝุ่นหรือสัมผัสโดนน้ำ

การทดสอบให้ทำโดยการตรวจพินิจ

4.2.2 ส่วนที่เป็นจุดหมุนหรือส่วนที่มีการเสียดสีระหว่างโลหะ ของเครื่องล้างผักแบบทำงานต่อเนื่อง มีส่วนที่สามารถให้สารหล่อลื่นได้โดยสะดวก

การทดสอบให้ทำโดยการตรวจพินิจ

4.2.3 ส่วนหรือบริเวณที่ต้องทำความสะอาดหรือบำรุงรักษาอยู่เสมอ อยู่ในตำแหน่งที่สามารถทำความสะอาดและบำรุงรักษาได้สะดวก

การทดสอบให้ทำโดยการตรวจพินิจ

4.2.4 มีอุปกรณ์ที่สามารถปรับความดันน้ำหรืออัตราการไหล เพื่อให้น้ำเกิดการหมุนเวียน

การทดสอบให้ทำโดยการตรวจพินิจ

 

5. คุณลักษณะที่ต้องการ

5.1 ลักษณะทั่วไป

5.1.1 เครื่องล้างผักต้องสามารถปรับปริมาณลมสำหรับการล้างผักที่แช่อยู่ในน้ำที่มีการเคลื่อนที่ด้วยอากาศ หรือปรับอัตราการไหลของน้ำสำหรับการล้างผักที่แช่อยู่ในน้ำที่มีการเคลื่อนที่ด้วยการฉีดน้ำ

5.1.2 เมื่อทดสอบตามข้อ 7.1 แล้วต้องเป็นดังนี้เครื่องล้างผักต้องไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ เช่น

5.1.2.1 ชิ้นส่วนต่าง ๆ ต้องไม่มีขอบคม หรือปลายแหลม

5.1.1.2 การป้องกันการเข้าถึงส่วนที่มีไฟฟ้า

เครื่องล้างผักต้องสร้างและหุ้มเพื่อให้มีการป้องกันอย่างเพียงพอต่อการสัมผัสโดยบังเอิญกับส่วนที่มีไฟฟ้า

การทดสอบให้ทำโดยการตรวจพินิจ

5.2 สมรรถนะ

เมื่อทดสอบตามข้อ 8.1แล้วต้องเป็นดังนี้

5.2.1 ไม่เกิดเสียงผิดปกติไม่หยุดชะงักหรือติดขัดในการทำงาน

5.2.2 ไม่มีชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ใดชำรุดเสียหายและชิ้นส่วนที่ยึดให้ติดกันต้องไม่ร้าว หรือแยกออกจากกัน

5.2.3 ปริมาณสิ่งสกปรกที่ตกค้างไม่เกิน 1000mg/L

5.2.4 อัตราการทำงานของเครื่องล้างผัก ไม่น้อยกว่า 95% ของค่าที่ผู้ทำระบุ 4.1.4 ตลับลูกปืนต้องไม่ร้อนผิดปกติ เช่น เนื่องจากแกนเพลาไม่ได้แนว4.2 คุณลักษณะที่ต้องการทางไฟฟ้า

 

6. เครื่องหมายและฉลาก

6.1 ที่เครื่องล้างผักทุกเครื่อง อย่างน้อยต้องมีเลข อักษร หรือเครื่องหมายแจ้งรายละเอียดต่อไปนี้ให้เห็นได้ง่ายชัดเจน และถาวร

(1) คำว่า "เครื่องล้างผัก"

(2) หมายเลขลำดับเครื่อง

(3) มิติของเครื่อง ความกว้างxความยาวxความสูง เป็นมิลลิเมตรxมิลลิเมตรxมิลลิเมตร

(4) พิกัดของมอเตอร์เหนี่ยวนำ(กรณีเครื่องล้างผักแบบทำงานต่อเนื่อง)

(5) อัตราการทำงานที่สัมพันธ์กับชนิดของผัก เป็น กิโลกรัมผักต่อ 1 รอบทำงานสำหรับเครื่องล้างผักแบบทำงานเป็นรอบหรือเป็น กิโลกรัมผักต่อชั่วโมงสำหรับเครื่องล้างผักแบบทำงานต่อเนื่อง

(6) ข้อควรระวัง

(7) เดือนปีที่ทำ หรือรหัสรุ่นที่ทำ

(8) ชื่อผู้ทำหรือโรงงานที่ทำ หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน

6.2 เครื่องล้างผักทุกเครื่องต้องมีคู่มือแนะนำการใช้ซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

(1) คำว่า "เครื่องล้างผัก"

(2) หมายเลขลำดับเครื่อง

(3) มิติของเครื่อง ความกว้างxความยาวxความสูง เป็นมิลลิเมตรxมิลลิเมตรxมิลลิเมตร

(4) พิกัดของมอเตอร์เหนี่ยวนำ(กรณีเครื่องล้างผักแบบทำงานต่อเนื่อง)

(5) อัตราการทำงานที่สัมพันธ์กับชนิดของผัก เป็น กิโลกรัมผักต่อรอบทำงานสำหรับเครื่องล้างผักแบบทำงานเป็นรอบ หรือเป็น กิโลกรัมผักต่อชั่วโมงสำหรับเครื่องล้างผักแบบทำงานต่อเนื่อง

(6) ความดันน้ำ เป็น เมกะพาสคาล(กรณีน้ำมีการเคลื่อนที่ด้วยการฉีด)

(7) เวลาสำหรับการล้างผักที่สัมพันธ์กับชนิดของผัก เป็น นาที(กรณีเครื่องล้างผักแบบทำงานเป็นรอบ)

(8) รายชื่อและรูปแสดงส่วนประกอบ การประกอบ และการติดตั้ง 

(9) คำแนะนำการใช้งาน

(9.1) คำแนะนำ เช่น ควรเปลี่ยนน้ำล้างผักเมื่อไม่สามารถล้างผักให้สะอาดได้ตามที่ต้องการ 

(9.2) คำเตือนและข้อควรระวังที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้งาน และ/หรือ ความเสียหายต่อเครื่องล้างผัก เช่น ห้ามยื่นอวัยวะเข้าไปในตัวเครื่องล้างผักขณะที่เครื่องกำลังทำงาน

(9.3) การดูแลรักษา เช่น วิธีทำความสะอาด ข้อปฏิบัติหลังทำความสะอาดข้อควรระวังเกี่ยวกับการใช้งาน

(10) เดือนปีที่ทำ หรือรหัสรุ่นที่ทำ

(11) ชื่อผู้ทำหรือโรงงานที่ทำ หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน

7. การชักตัวอย่างและเกณฑ์ตัดสิน

7.1 รุ่นในที่นี้ หมายถึง เครื่องล้างผักแบบเดียวกันที่ทำหรือส่งมอบหรือซื้อขายในระยะเวลาเดียวกัน

7.2 การชักตัวอย่างและการตัดสิน ให้เป็นไปตามแผนการชักตัวอย่างที่กำหนดต่อไปนี้ หรืออาจใช้แผนการชักตัวอย่างอื่นที่เทียบเท่ากันทางวิชาการกับแผนที่กำหนดไว้

7.2.1 การชักตัวอย่าง

ให้ชักตัวอย่างโดยวิธีสุ่มจากรุ่นเดียวกันจำนวน 1 เครื่อง

7.2.2 เกณฑ์ตัดสิน

ตัวอย่างเครื่องล้างผักต้องเป็นไปตามข้อ 4.ข้อ 5.และข้อ 6.ทุกรายการจึงจะถือว่าเครื่องล้างผักรุ่นนั้นเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้

8. การทดสอบ

8.1 สมรรถนะ

8.1.1 ทั่วไป

8.1.1.1 ข้อกำหนดทั่วไปในการหาค่าต่าง ๆ และอุปกรณ์วัดในการทดสอบให้เป็นดังนี้

(1) เวลา

ใช้นาฬิกาจับเวลาที่มีความละเอียด 1 s

(2) มวล

(2.1) ใช้เครื่องชั่งที่ชั่งมวลได้ละเอียดถึง 100 g สำหรับชั่งมวลสิ่งสกปรกทดสอบ (ข้อ 8.1.2.2)และผักทดสอบ (ข้อ 8.1.2.3)

(2.2) ใช้เครื่องชั่งที่ชั่งมวลได้ละเอียดถึง 0.001 g สำหรับชั่งมวลสิ่งสกปรกตกค้าง (ข้อ 8.1.3.4และข้อ 8.1.3.6) และชั่งมวลกระดาษกรอง (ข้อ 8.1.3.5)

(2.3) ความยาวของผัก

ใช้เครื่องวัดที่มีความละเอียดถึง 1mm

8.1.2 การเตรียมการทดสอบ

8.1.2.1 การเตรียมเครื่องล้างผักทดสอบ

(1) ติดตั้งเครื่องเครื่องล้างผักทดสอบบนพื้นแข็งที่ได้ระดับ

(2) ปรับแต่งชิ้นส่วนและอุปกรณ์ต่าง ๆ ตามที่ผู้ทำระบุ

8.1.2.2 การเตรียมสิ่งสกปรกทดสอบ

(1) นำทรายแห้งเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 4.75 mm (ขนาดทรายซึ่งร่อนผ่านตะแกรง 4 mesh) มีมวลที่เพียงพอที่จะผสมกับผักทดสอบในอัตราส่วน มวลผักทดสอบต่อมวลทรายแห้งเท่ากับ 10:1มร่อนด้วยตะแกรง 8 mesh (เส้นผ่านศูนย์กลางของสิ่งสกปรก 2.38 - 4.75 mm)และ 50 mesh (เส้นผ่านศูนย์กลางของสิ่งสกปรก 0.30 - 2.37 mm)

(2) ผสมทรายแห้งที่ร่อนผ่านตะแกรง 8meshและ 50 mesh เข้าด้วยกันในสัดส่วนโดยมวล ดังนี้

ทรายแห้งที่ไม่ผ่านตะแกรง 8 mesh 30% ทรายแห้งที่ไม่ผ่านตะแกรง 50 mesh40% และทรายแห้งที่ผ่านตะแกรง 50 mesh30%

(3) เตรียมดินโคลนทดสอบซึ่งได้จากผสมดินเหนียวกับน้ำในอัตราส่วน 1:1 เพื่อให้เกิดการยึดเกาะกันของสิ่งสกปรก

(4) ผสมทรายแห้งกับดินโคลนทดสอบในอัตราส่วน 5:1 เป็นสิ่งสกปรกทดสอบ

8.1.2.3 การเตรียมผักทดสอบ

(1) ผักที่ใช้ทดสอบต้องมีลักษณะทางกายภาพที่ดี ไม่ช้ำ ผ่านการล้างทำความสะอาดและสะเด็ดน้ำชนิดผักทดสอบ ได้แก่ผักชี (รวมราก) ความยาว (ไม่รวมราก)15cmถึง 25 cm สำหรับทดสอบเครื่องล้างผักแบบทำงานเป็นรอบ มวลที่เพียงพอกับการทดสอบตามอัตราการทำงานที่ผู้ทำระบุนำไปชั่งเป็นมวลผักทดสอบ (MVB)เป็น กิโลกรัม

(1.2) ผักกาดขาวแกะใบ สำหรับทดสอบเครื่องล้างผักแบบทำงานต่อเนื่องมวลที่เพียงพอกับการทดสอบที่อัตราการทำงานตามที่ผู้ทำระบุ เป็นเวลา 15 minนำไปชั่งเป็นมวลผักทดสอบ (MVC) เป็นกิโลกรัม

(2) คลุกเคล้าผักทดสอบกับสิ่งสกปรกทดสอบในอัตราส่วนมวลผักทดสอบต่อมวลสิ่งสกปรกทดสอบเท่ากับ 10:1 โดยคลุกเคล้าให้สิ่งสกปรกทดสอบกระจายให้ทั่วผักทดสอบ

8.1.3 วิธีทดสอบ

8.1.3.1 ให้เครื่องล้างผักล้างทำความสะอาดผักทดสอบเป็นเวลาตามที่ผู้ทำระบุสำหรับเครื่องล้างผักแบบทำงานเป็นรอบ หรือเป็นเวลา15 minสำหรับเครื่องล้างผักแบบทำงานต่อเนื่อง

หมายเหตุเวลาตามที่ผู้ทำระบุสำหรับเครื่องล้างผักแบบทำงานเป็นรอบ นับจากการเริ่มเดินเครื่องเมื่อใส่ผักทดสอบเรียบร้อยแล้ว จนหยุดการเดินเครื่อง เป็น นาที

8.1.3.2 สุ่มตัวอย่างผักทดสอบมวล 1000 g มาล้างทำความสะอาดด้วยน้ำปริมาตร 15 L

8.1.3.3 เก็บตัวอย่างน้ำล้างปริมาตร 200 ml นำไปกรองด้วยตะแกรง200 meshที่ทราบมวล (MS) เป็น มิลลิกรัมเพื่อแยกสิ่งสกปรกที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 0.075 mm

8.1.3.4 นำตะแกรงไปอบที่อุณหภูมิ 105 oC± 2 oCเป็นเวลา 3 h นำออกมาชั่งมวลตะแกรงกับมวลสิ่งสกปรกตกค้างที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 0.075 mm (MSP)เป็นมิลลิกรัม

8.1.3.5 กรองน้ำที่ผ่านตะแกรง 200 mesh ด้วยกระดาษกรอง ที่ทราบมวล (MF)เป็น มิลลิกรัมเพื่อแยกสิ่งสกปรกที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 0.011 mm

8.1.3.6 นำกระดาษกรองไปอบที่อุณหภูมิ 105 oC± 2 oCเป็นเวลา 3 h นำออกมาชั่งมวลกระดาษกรองกับมวลสิ่งสกปรกตกค้างที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง0.011 mm ถึง 0.075 mm (MFP)เป็น มิลลิกรัม

8.1.3.7 คำนวณปริมาณสิ่งสกปรกที่ตกค้าง(R)เป็น มิลลิกรัมต่อลิตร จากสูตร

R= A+B

เมื่อ A คือ ปริมาณสิ่งสกปรกตกค้างที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 0.075 mm 

มีค่าเท่ากับ 5(MSP- MS)เป็น มิลลิกรัมต่อลิตร

B คือ ปริมาณสิ่งสกปรกตกค้างที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง0.011mmถึง 0.075 mm 

มีค่าเท่ากับ 5(MFP- MF) เป็น มิลลิกรัมต่อลิตร

8.1.3.8 คำนวณอัตราการทำงาน 

(1) เครื่องล้างผักแบบทำงานเป็นรอบ

อัตราการทำงาน = MVB/เวลาที่ใช้ในการล้าง 1 รอบการทำงาน

(2) เครื่องล้างผักแบบทำงานต่อเนื่อง

อัตราการทำงาน = 4MVC




ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
นวัตกรรม Coenzyme Q10 จากประเทศญี่ปุ่น (Coenzyme Q10 innovation from Japan)
Coenzyme Q10 PureSorb เป็นนวัตกรรม Coenzyme Q10 จากประเทศญี่ปุ่น Coenzyme Q10 หรือสาร Ubiquinone เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่พบได้ในทุกเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ความสำคัญ: มีความสำคัญอย่างมากต่อการสร้างพลังงาน และพบ Coenzyme Q10 ปริมาณสูง ในอวัยวะที่ต้องใช้พลังงานมาก เช่น ตับ ไต หัวใจ ปกติแล้ว ร่างกายจะสามารถสร้างสาร Coenzyme Q10 ขึ้นมาเองได้ แต่เมื่ออายุมากขึ้น Coenzyme Q10 ในร่างกายจะลดลง ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน จึงจำเป็นจะต้องรับประทานเพิ่ม เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งานในร่างกาย PureSorb ดีกว่า Coenzyme Q10 ทั่วไป อย่างไร 1. PureSorb มีขนาดเล็ก อนุภาคเพียง 0.2 ไมครอน ที่ประกอบไปด้วย Coenzyme Q10 ด้านใน และ สารที่ช่วยให้ละลายน้ำได้ด้านนอก 2. โดยปกติ Coenzyme Q10 ทั่วไป มีขนาดใหญ่ 3. Coenzyme Q10 ทั่วไป ไม่สามารถผ่านเข้าเยื่อหุ้มเซลได้ จึงจำเป็นจะต้องมีการย่อยก่อนดูดซึม 4. PureSorb มีอนุภาคขนาดเล็ก จึงสามารถดูดซึมผ่านเยื่อหุ้มเซลได้ ไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการย่อยในร่างกาย จุดเด่น ของ PureSorb: 1. ดูดซึมได้ดีกว่าตัวทั่วไป 3-4 เท่า 2. ดูดซึมได้เร็วกว่าตัวทั่วไป 2 เท่า 3. ใช้งานได้หลากหลาย กระจายตัวในน้ำได้ดี จึงสามารถผสมในผลิตภัณฑ์ชงดื่มได้ 4. ไม่เกาะกันเป็นจุดสีแดง เมื่อนำไปอัดเม็ด 5. ทนความร้อนได้ 180°C เป็นเวลา 12 นาที จึงสามารถใช้กับผลิตภัณฑ์ ขนมอบ และ ช็อกโกแลต ประโยชน์ ของ PureSorb: 1. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี 2. ช่วยลดความเมื่อยล้า จากการ ออกกำลังกาย 3. ช่วยคุมน้ำหนัก 4. ช่วยลดการเกิดริ้วรอย 5. ปกป้อง และ กระตุ้นการผลิต คอลลาเจน (Collagen) 6. รับประทาน PureSorb ปริมาณ 75 มิลลิกรัม เทียบเท่ากับการรับประทานปลาซาร์ดีนถึง 6 ตัว บริษัท พรีโม เทรดดิ้ง จำกัด เอ็มดี ทาวเวอร์ เลขที่ 1 ชั้นที่ 17, 18 ซอยบางนา-ตราด 25 ถนนบางนา–ตราด แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260 Tel: (662) 749-6417 เว็บไซต์: https://www.primotrading.co.th/ ติดต่อ: คุณเอิน M: 089-969-2890 E-mail: mk03@primotrading.co.th คุณมิ้น M: 098-993-5571 E-mail: mk03@primotrading.co.th
การตรวจวัดปริมาณจุลินทรีย์ในสมุนไพรด้วยวิธี Rapid Method : การอ่านผล
โครงการพัฒนาการผลิตชาสมุนไพรคุณภาพสูงระดับ SME หลักการเลือก plate เพื่อคำนวณผลที่อ่านได้1. พิจารณา plate ปริมาณแอโรบิคแบคทีเรีย (Aerobic Bacteria Count) จะพิจารณาเฉพาะ แผ่น ที่สามารถนับได้ มีจำนวนอยู่ระหว่าง 30 - 300โคโลนีปริมาณโคลิฟอร์ม (Total Coliform) และอีโคไล (E.coli) พิจารณาเฉพาะ แผ่นที่สามารถนับได้ มีจำนวนอยู่ระหว่าง 15 - 150โคโลนี หมายเหตุ ให้เลือกนับเฉพาะโคโลนีในช่องที่ไม่ถูกกระทบ เนื่องจากจุลินทรีย์บางชนิดสามารถย่อยเนื้อเจลในแผ่นได้ และรูปร่างที่ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากอาจเป็นเศษอาหารปะปนอยู่ในแผ่น2. ถ้าแผ่นใดมีจำนวนแอโรบิคแบคทีเรีย มากกว่า 300โคโลนี จำนวนโคลิฟอร์มและอีโคไล จำนวนมากกว่า 150โคโลนี - ถ้าสามารถนับจำนวนได้ใน dilution นั้น ก็ให้ค่าที่นับได้นั้น หรือ ถ้าหากไม่สามารถนับได้ ก็ให้นับค่าเฉลี่ยโดยเลือกนับโดโลนีจากช่องใดช่องหนึ่งที่มีการกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ (1 ซม.2) แล้วคูณด้วย 20 จะได้จำนวนโคโลนีทั้งหมดโดยประมาณ แล้วรายงานเป็น TNTC (Estimated count) Est. CFU/ml (โดยที่ Est. หมายถึง estimated) 3. ถ้าแผ่นใดมีจำนวนแอโรบิคแบคทีเรีย จำนวนน้อยกว่า 30โคโลนี จำนวนโคลิฟอร์มและอีโคไลจำนวนน้อยกว่า 15 โคโลนี- ถ้าสามารถนับจำนวนได้ใน dilution นั้น ก็ให้ค่าที่นับได้นั้น - ถ้าไม่พบโคโลนีใดเลย ให้คำนวณ Est. CFU/ml เป็น < 1 DF (dilution factor) หรือ count = 0 ตัวอย่าง การคำนวณ Aerobic Bacteria Count ตัวอย่าง การคำนวณ Total Coliform , E.coli การอ่านผลจากการทดลอง ล้างขมิ้น การอ่านผลจากการทดลอง ล้างใบเตย การอ่านผลจากการทดลอง ล้างอัญชัน
การพาสเจอร์ไรซ์อาหารเหลว (liquid food pasteurization) ตอนที่ 1
การพาสเจอร์ไรซ์เป็นการแปรรูปอาหารด้วยความร้อน (thermal processing) วิธีหนึง ซึ่งใช้กันมานานตั้งแต่สมัยของหลุยส์พาสเตอร์ และสืบต่อมาถึงปัจจุบัน เทคโนโลยีการพาสเตอร์ไรซ์อาหาร รุดหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง บทความนี้จะกล่าวถึงการพาสเจอไรซ์อาหารเหลว เช่น นม น้ำผลไม้ เบียร์ เครื่องดื่มต่างๆ โดยตอนแรกจะเป็นพื้นฐานก่อนนะคะ ประวัติการพาสเจอร์ไรซ์ วัตถุประสงค์ของการพาสเจอร์ไรซ์ การทำลายจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค (pathogen) ทุกชนิด และเอนไซม์ (enzyme) ที่เป็นสาเหตุให้อาหารเสื่อมเสีย เป็นวิธีการถนอมอาหาร (food preservation) เพื่อยืดอายุการเก็บอาหาร ทำให้อาหารปลอดภัย การพาสเจอร์ไรซ์อาหารสามารถทำลายเซล (vegetative cell) ยีสต์ (yeast) รา (mold) และแบคทีเรีย (bacteria) ที่ไม่ทนร้อนแต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำลายแบคทีเรียที่ทนความร้อนสูง (thermophillic bacteria) และสปอร์ของแบคทีเรีย (bacterial spore) จึงต้องเก็บรักษาอาหารที่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์แล้ว ที่อุณหภูมิต่ำหรือการแช่แข็ง (freezing) หรืออาจใช้ร่วมกับการถนอมอาหารอื่น เช่น การลดวอเตอร์แอคทิวิตี้ (water activity) การปรับให้เป็นกรด (acidification) เพื่อให้อาหารที่ผ่านการพาสเจอไรซ์เก็บได้โดยไม่ต้องแช่เย็น กรรมวิธีการพาสเจอรไรซ์ การพาสเจอร์ไรซ์อาหารที่ใช้โดยทั่วไปใช้ความร้อน จึงจัดเป็นการแปรรูปด้วยความร้อน (thermal processing) วิธีหนึ่ง ซึ่งปกติจะใช้ความร้อนที่อุณหภูมิต่ำกว่า 100 C แต่อาจจะใช้กระบวนการอื่นเพื่อการพาสเจอไรซ์ได้ เช่น รังสี (irradiation) ความดันสูง (High pressure) การให้ความร้อนวิธีโอมห์มิก (ohmic heating) เป็นต้น ประเภทของการพาสเจอร์ไรซ์ การพาสเจอรไรซ์อาหารสามารถแบ่งตามวิธีการผลิตได้ดังนี้ 1 การพาสเจอร์ไรซ์อาหารในอาหารปิดผนึกสนิท (In-container pasteurization) โดยบรรจุอาหารที่ต้องการพาสเจอร์ไรซ์ ในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดผนึกสนิท (hermectically sealed container) เช่น กระป๋อง (can) ขวดแก้ว (glass jar) หรือบรรจุภัณฑ์ที่ทนร้อนเช่น ถุง ถ้วยพลาสติก แล้วฆ่าเชื้อในเครื่องฆ่าเชื้อ (cooker) หรือในอ่างน้ำเดือด ความร้อนจะผ่านจากผิวด้านนอกของอาหาร เข้าสู่ภายใน โดยให้อุณหภูมิและเวลาที่จุดร้อนช้าที่สุด (cold point) ของอาหาร ได้รับความร้อนเพียงพอสำหรับการพาสเจอไรซ์ การพาสเจอรไรซ์วิธี ความร้อนจะถ่ายเทอย่างช้า เป็น Low Temperature LongTime (LTLT) proecessใช้ได้กับอาหารได้หลายชนิด ทั้งที่เป็นของแข็ง ของเหลว มีชิ้นเนื้อ เช่น ไส้กรอก แฮม นมข้นหวาน 2 การพาสเจอร์ไรซ์ก่อนการบรรจุ ใช้พาสเจอร์ไรซ์ ผลิตภัณฑอาหารเหลวได้แก่ เช่น นม (milk) เบียร์ (beer) ไอศกรีมมิกซ์ (ice creammixed) น้ำผลไม้ การพาสเจอร์ไรซ์แบบเป็นกะ (batch pasteurization) การต้มในหม้อต้ม (batch pasteurizer) ที่มา : http://www.tpub.com/content/armymedical/md0715/md07150020.htm การพาสเจอร์ไรซ์แบบต่อเนื่อง (continuous pasteurization) โดยใช้อุปกรณ์ แลกเปลี่ยนความร้อน (heat exchanger) เช่น เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบแผ่น (plate heat exchanger) เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบท่อ (tubular heat exchanger) หลังจากพาสเจอร์ไรซ์แล้วจึงบรรจุ (filling) ในบรรจุภัณฑ์ ซึ่งนิยมใช้ระบบการบรรจุแบบปลอดเชื้อ (aseptic packaging system) ระบบพาสเจอร์ไรซ์แบบต่อเนื่อง (continuous pasteurization) ที่มา : http://www.foodnetworksolution.com/site/company/11/product/39 การตรวจสอบความสมบูรณ์ของการพาสเจอรไรซ์ด้วยความร้อน การตรวจสอบว่าความร้อนที่ใช้เพื่อการพาสเจอร์ไรซ์เพียงพอที่จะทำลายจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค ตามที่กำหนดไว้หรือไม่ มักใช้การทดสอบเอนไซม์ที่เหลืออยู่แทนการทดสอบหาจุลินทรีย์ เนื่องจากความร้อน ทำลายเอนไซม์ ซึ่งเป็นโปรตีน ให้สูญเสียสภาพธรรมชาติ (protein denaturation) เช่นเดียวกับจุลินทรีย์ แต่การทดสอบหาเอนไซม์ใช้เวลารวดเร็วกว่า โดยเลือกตรวจหาเอนไซม์ที่พบในอาหารนั้น และมีความต้านทานความร้อน (D value) ใกล้เคียงกับจุลินทรีย์ที่เป็นเป้าหมายที่ต้องการทำลาย เช่น น้ำนม จะตรวจสอบหากิจกรรมของเอนไซม์ อัลลาไลน์ฟอสฟาเทส (alkaline phosphatase) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่พบในนมดิบมักเรียกว่าphosphatase testเอนไซม์นี้ทำลายด้วยความร้อนได้ค่า D (D value) ใกล้เคียงกับจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค ส่วนการพาสเจอร์ไรซ์ ไข่ จะตรวจสอบหากิจกรรมของเอนไซม์อมัยเลส (amylase) เพราะมีค่า D (D value) ใกล้เคียงกับเชื้อ Salmonellaspp.
E.coli ระบาดหนักในเยอรมันนี ตายแล้ว 16 คน เจ็บ 1200
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวใหญ่ หลายสำนัก เช่น CNN สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงาน พบการระบาดของเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Escherichia coliหรือที่เรียกกันว่าE.coli ในประเทศเยอรมนี มีผู้เสียชีวิต 16 คน และมีผู้ป่วยด้วยโรคอาหารเป็นพิษ (food poisoning) อีก มากกว่า 1200 คน จากการติดเชื้อดังกล่าว การระบาดเริ่มต้นที่ ภาคเหนือของประเทศเยอรมนี และตอนนี้ การระบาดของโรค ตอนนี้กระจายไปทุก ภูมิภาค ขณะนี้พบผู้เสียชีวิต อย่างน้อยสองคนในภาคตะวันตกของประเทศเยอรมัน และ หนึ่งใน 16 ผู้เสียชีวิต เป็น หญิงชาวสวีเดน ที่เสียชีวิตหลัง เดินทางกลับจาก ประเทศเยอรมนี รายงานข่าวท้องถิ่นรายงานว่าการเสียชีวิตและการป่วย เกี่ยวข้องกับการ ได้รับเชื้อแบคทีเรีย E. coli ในแตงกวาออร์กานิค ที่นำเข้ามาจากสเปน แล้วมาแบ่งบรรจุ ในประเทศเยอรมนีและ ส่งไปจำหน่ายทั่วประเทศ และ ส่งออกไปยังประเทศออสเตรีย, สาธารณรัฐเช็ก , เดนมาร์ก, เยอรมัน, ลักเซมเบิร์ก, ฮังการี ขณะที่สเปนออกมาปฏิเสธว่าแตงกวาเสปน ไม่เกี่ยวข้องกับการระบาดนี้ Escherichia coliเป็นแบคทีเรียแกรมลบ (gram negative bacteria) รูปร่างเป็นแท่ง (rod shape) ไม่สร้างสปอร์เป็นfacultative anaerobeเจริญได้ทั้งที่มีออกซิเจนและไม่มีออกซิเจน อยู่ในวงศ์Enterobacteriaceae และเป็นแบคทีเรียที่จัดอยู่ในกลุ่มโคลิฟอร์ม (coliform) ประเภท fecal colilormซึ่งเป็นโคลิฟอร์มที่พบในอุจจาระของมนุษย์และสัตว์เลือดอุ่น จึงใช้เป็นดัชนีชี้สุขลักษณะของอาหาร และน้ำ เชื้อ แบคทีเรียEscherichiaส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นแบคทีเรียก่อโรค (pathogen) สายพันธ์ที่ระบาดขณะนี้เป็นShiga toxin-producing E. coli (STEC) ซึ่งเป็นสายพันธ์ในกลุ่ม enterohemorrhagic หรือ EHEC สายพันธ์ใหม่ เป็นสาเหตุของภาวะเลือดออกในลำไส้ (hemolytic uremic syndrome ,HUS) ซึ่งทำให้เกิดไตวายเฉียบพลัน อาการเบื้องต้นคืออุจจาระมีมูกปนเลือด หากพบอาการดังกล่าวให้รีบไปพบแพทย์ อย่าซื้อยาปฏิชีวนะทานเอง การป้องกัน รับประทานอาหารปรุงสุก เชื้อนี้จะ ที่ติดต่อผ่านทางอาหาร แต่เป็นเชื้อที่ไม่ทนร้อน ความร้อนในการหุงต้ม การพาสเจอรไรซ์ (pasteurization) จะทำลายเชื้อได้ ผู้ปรุงอาหาร ควรต้องระวังสุขลักษณะส่วนบุคคล (personal hygiene) ล้างมือให้สะอาด หากมีอาการท้องเสียไม่ควรปรุงอาหาร ระวังการปนเปื้อนข้าม (cross contamination) ระหว่างอาหารที่ปรุงสุก กับอาหารดิบ โรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ปฏิบัติตามหลักมาตรฐานอาหาร เช่น GMPHACCP จากการระบาดอย่างกว้างขวางและมีผลกระทบอย่างรุนแรงของเชื้อนี้ มีผลทำให้ประเทศเยอรมันออกประกาศห้ามประชาชนบริโภคผักสด ทำให้การส่งออกแตงกวาและผักสดของสเปนต้องหยุดชะงัก เกษตรกรในสเปนขาดทุนรวมกันแล้วกว่า 9,300 ล้านบาท สำหรับคนไทย ตอนนี้เท่าที่ระวังได้คือ กินร้อน ช้อนกลาง และล้างมือ Reference Outbreak of Shiga toxin-producing E. coli in Germany (2 June 2011, 11:00) http://www.cnn.com/2011/WORLD/europe/06/02/europe.e.coli/index.html
สมัครสมาชิก

สนับสนุนโดย / Supported By

  • บริษ้ท มาเรล ฟู้ดส์ ซิสเท็ม จำกัด จัดจำหน่ายเครื่องจักรและอุปกรณ์การแปรรูปอาหาร เช่น ระบบการชั่งน้ำหนัก, การคัดขนาด, การแบ่ง, การตรวจสอบกระดูก และการประยุกต์ใช้ร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ พร้อมกับบริการ ออกแบบ ติดตั้ง กรรมวิธีการแปรรูปทั้งกระบวนการ สำหรับ ผลิตภัณฑ์ ปลา เนื้อ และ สัตว์ปีก โดยมีวิศวกรบริการและ สำนักงานตั้งอยู่ที่กรุงเทพ มาเรล เป็นผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกของอุปกรณ์การแปรรูปอาหารที่ทันสมัย​​ครบวงจรทั้งระบบ สำหรับอุตสาหกรรม ปลา กุ้ง เนื้อ และสัตว์ปีก ต่างๆ เครื่องแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก Stork และ Townsend จาก Marel อยู่ในกลุ่มเครื่องที่เป็นที่ยอมรับมากที่สุดในอุตสาหกรรม พร้อมกันนี้ สามารถบริการครบวงจรตั้งแต่ต้นสายการผลิตจนเสร็จเป็นสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยสำนักงานและบริษัทสาขามากกว่า 30 ประเทศ และ 100 เครือข่ายตัวแทนและผู้จัดจำหน่ายทั่วโลก ที่พร้อมทำงานเคียงข้างลูกค้าเพื่อขยายขอบเขตผลการแปรรูปอาหาร Marel Food Systems Limited. We are supply weighing, grading, portioning, bone detection and software applications as well as complete turn-key processing solutions for fish, meat and poultry. We have service engineer and office in Bangkok. Marel is the leading global provider of advanced food processing equipment, systems and services to the fish, meat, and poultry industries. Our brands - Marel, Stork Poultry Processing and Townsend Further Processing - are among the most respected in the industry. Together, we offer the convenience of a single source to meet our customers' every need. With offices and subsidiaries in over 30 countries and a global network of 100 agents and distributors, we work side-by-side with our customers to extend the boundaries of food processing performance.
  • วิสัยทัศน์ของบริษัท คือ การอยู่ในระดับแนวหน้า "ฟอร์ฟร้อนท์" ของเทคโนโลยีประเภทต่างๆ และนำเทคโนโลยีนั้นๆ มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมและกระบวนการผลิตในประเทศไทย เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้า บริษัท ฟอร์ฟร้อนท์ ฟู้ดเทค จำกัด เชื่อมั่นและยึดมั่นในอุดมการณ์การดำเนินธุรกิจ กล่าวคือ จำหน่าย สินค้าและให้บริการที่มีคุณภาพสูง ซึ่งเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า ด้วยความซื่อสัตย์และความตรงต่อเวลา เพื่อการทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จร่วมกันระยะยาว Our vision is to be in the "forefront" of technology in its field and suitably apply the technology to industries and production in Thailand for customers' utmost benefits. Forefront Foodtech Co., Ltd. strongly believes in and is committed to our own business philosophy which is to supply high quality products and service appropriately to each customer's requirements with honesty and punctuality in order to maintain long term win-win business relationship. Forefront Foodtech Co., Ltd. is the agent company that supplies machinery and system, install and provide after sales service as well as spare parts. Our products are: Nock, made in Germany: manufacturer of skinning machines, membrane skinning machine, slicers and scale ice makers. Frey, made in Germany: manufacturer of vacuum stuffers and chain linking system. Kronen, made in Germany: manufacturer of washing, centrifuges and cutting machinery for vegetable and fruits. Bandall, made in Netherlands: manufacturer of banding machine. Emerson, made in Romania: smoke chamber. G.Mondini, made in Italy: manufacturer of top seal, skin pack, paper seal, slimfresh and slicefresh for ready meal, meat, petfood and etc. Dorit, made in Germany: manufacturer of tumblers and injectors. Cliptechnik, made in Germany: manufacturer of single and double clippers for table top use and standalone clipping machines. Firex, made in Italy: manufacturer of food-processing equipment for kitchen and commercial equipment. Orved, made in Italy: manufacturer of vacuum packing machine. Carsoe, made in Denmark: designs and produces products for the seafood and food processing industry Gernal, made in Belgium: manufacturer of food-processing equipment for industrial Mado, made in Germany: manufacturer of meat-processing industry
  • We are well known for reliable, easy-to-use coding and marking solutions which have a low total cost of ownership, as well as for our strong customer service ethos. Developing new products and a continuous programme of improving existing coding and marking solutions also remain central to Linx's strategy. Coding and marking machines from Linx Printing Technologies Ltd provide a comprehensive solution for date and batch coding of products and packaging across manufacturing industries via a global network of distributors. In the industrial inkjet printer arena, our reputation is second to none. Our continuous ink jet printers, laser coders, outer case coders and thermal transfer overprinters are used on production lines in many manufacturing sectors, including the food, beverage, pharmaceutical, cosmetics, automotive and electronic industries, where product identification codes, batch numbers, use by dates and barcodes are needed. PTasia, THAILAND With more than 3,700 coding, marking, barcode, label applicator, filling, packing and sealing systems installed in THAILAND market. Our range is includes systems across a wide range of technologies. To select the most appropriate technology to suit our customers. An excellent customer service reputation, together with a reputation for reliability that sets standards in the industry, rounds off the PTAsia offering and provides customers with efficient and economical solutions of the high quality. Satisfyingcustomers inTHAILAND for 10 years Our 1,313 customers benefit from our many years of experience in the field, with our successful business model of continuous improvement. Our technical and service associates specialise in providing individual advice and finding the most efficient and practical solution to every requirment. PTAsia extends its expertise to customers in the food, beverage, chemical, personal care, pharmaceutical, medical device, electronics, aerospace, military, automotive, and other industrial markets.