News and Articles

มอก. เครื่องสลัดน้ำออกจากผัก

มอก. เครื่องสลัดน้ำออกจากผัก


หมวดหมู่: มาตรฐานอุตสาหกรรมเครื่องจักรและอุปกรณ์แปรรูปอาหาร 2556 [มาตรฐานอุตสาหกรรมเครื่องจักรและอุปกรณ์แปรรูปอาหาร]
วันที่: 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
เครื่องสลัดน้ำออกจากผักกวนผสมแบบให้ความร้อน
1. ขอบข่าย
1.1 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้ครอบคลุมเฉพาะเครื่องสลัดน้ำออกจากผักชนิดใบ ซึ่งผักผ่านกระบวนการล้างทำความสะอาดแล้ว มีความสามารถในการทำงานไม่เกิน 20 กิโลกรัมผักต่อรอบการล้าง 1 ครั้ง ทำงานโดยใช้มอเตอร์เหนี่ยวนำเป็นต้นกำลัง
เป็นเชื้อเพลิงให้ความร้อนเครื่องมีแรงดันไฟฟ้ามอเตอร์ต้นกำลังสำหรับหมุนใบกวนผสมที่กำหนดไม่เกิน 250 โวลต์ สำหรับเครื่องกวนผสมเฟสเดียว และไม่เกิน 480 โวลต์สำหรับเครื่องกวนผสมแบบให้ความร้อนอื่น
2. บทนิยาม
ความหมายของคำที่ใช้ในมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้ มีดังต่อไปนี้
2.1 เครื่องสลัดน้ำออกจากผัก ซึ่งต่อไปในมาตรฐานนี้จะเรียกกว่า "เครื่องสลัดน้ำผัก"หมายถึงเครื่องจักรในอุตสาหกรรมอาหารที่ใช้สำหรับลดปริมาณน้ำที่ติดอยู่กับผักชนิดใบ โดยน้ำที่ติดอยู่กับผักจะถูกสลัดออกโดยอาศัยหลักแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง
2.2 อัตราการทำงาน หมายถึง มวลของผักที่สัมพันธ์กับชนิดของผักที่บรรจุในเครื่องสลัดน้ำผัก เป็น กิโลกรัมผักต่อ1 รอบการทำงาน

3. ส่วนประกอบและการทำ
3.1 ส่วนประกอบ
เครื่องสลัดน้ำผัก อย่างน้อยต้องมีส่วนประกอบหลัก ดังแสดงตามรูปที่ 1

 


โครงเครื่อง
ถังสลัดน้ำชั้นนอกและฝาปิด

ถังสลัดน้ำชั้นใน
มอเตอร์เหนี่ยวนำ

แผงอุปกรณ์ควบคุมการทำงาน

ก) ตัวอย่างส่วนประกอบหลักของเครื่องสลัดน้ำผักชนิดโครงเครื่องแยกจากถังสลัดน้ำชั้นนอก

(ข้อ 3.1)

ถังสลัดน้ำชั้นนอกและฝาปิด
ถังสลัดน้ำชั้นใน

มอเตอร์เหนี่ยวนำ
แผงอุปกรณ์ควบคุมการทำงาน

ข) อย่างส่วนประกอบหลักของเครื่องสลัดน้ำผักชนิดไม่มีโครงเครื่อง

รูปที่ 1ขตัวอย่างส่วนประกอบหลักของเครื่องสลัดน้ำผักแบบให้ความร้อน
(ข้อ 3.1)
ให้ความร้อน
3.1.1 ระบบการกวนผสม ทำหน้าที่ผสมวัตถุดิบให้ผสมคลุกเคล้ากันและมีการกระจายความร้อนได้ทั่วถึง
3.1.2ถังกวนผสมหรือกระทะกวนผสม ทำหน้าที่บรรจุวัตถุดิบสำหรับผสม
3.1.3 อุปกรณ์ควบคุมสำหรับปรับรอบใบกวน ทำหน้าที่ปรับตั้งความเร็วรอบใบกวน
3.1.4 ใบกวนผสม ทำหน้าที่กวนผสมให้วัตถุดิบผสมเข้ากันและความร้อนกระจายตัวในวัตถุดิบทั่วถึง ใบกวนสามารถถอดเปลี่ยนได้เพื่อเลือกชนิดใบกวนให้เหมาะสมกับวัตถุดิบ
3.1.5หัวแก๊สให้ความร้อน ทำหน้าที่ให้ความร้อนวัตถุดิบที่ด้านล่างถัง
3.1.6ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ ต้องเป็นดังนี้
3.1.6.1โครงถังผสม
ต้องเป็นเหล็กกล้าไร้สนิมชั้นคุณภาพเทียบเท่ากับ AISI series 300 โดยต้องมีคุณลักษณะตามมาตรฐาน AISI หรือวัสดุชนิดอื่นที่มีคุณภาพเทียบเท่าหรือสูงกว่าที่กำหนดในมาตรฐานนี้
ผู้ทำต้องพิสูจน์หรือแสดงเอกสารรับรองคุณภาพหรือผลการวิเคราะห์คุณลักษณะของวัสดุว่าสามารถสัมผัสกับอาหารได้จากสถาบันหรือหน่วยงานที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยอมรับจากสถาบันหรือหน่วยงานที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยอมรับ
3.1.6.2ใบกวนผสม
ต้องเป็นเหล็กกล้าไร้สนิมชั้นคุณภาพเทียบเท่ากับ AISI series 300โดยต้องมีคุณลักษณะตามมาตรฐาน AISI หรือวัสดุชนิดอื่นที่มีคุณภาพเทียบเท่าหรือสูงกว่าที่กำหนดในมาตรฐานนี้
ผู้ทำต้องพิสูจน์หรือแสดงเอกสารรับรองคุณภาพหรือผลการวิเคราะห์คุณลักษณะของวัสดุว่าสามารถสัมผัสกับอาหารได้จากสถาบันหรือหน่วยงานที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยอมรับ
3.1.6.3มอเตอร์เกียร์ไฟฟ้า
ต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเลขที่มอก.866และต้องเป็นไปตามการทดสอบข้อ 7.2
3.1.6.4ตู้ควบคุมไฟฟ้า(อุปกรณ์ควบคุมสำหรับปรับรอบใบกวน)
มีระดับชั้นการป้องกันน้ำอย่างน้อยเป็นชนิดป้องกันน้ำสาด(IPX4)(หมายเหตุ:ระดับชั้นการป้องกันน้ำ ให้ดู มอก. 513)
การทำ
3.2.1 ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ ต้องเป็นดังนี้

3.2.1.1 โครงเครื่อง
มีโครงสร้างแข็งแรง คงรูป ผิวเรียบ และสามารถทำความสะอาดได้ง่ายส่วนที่เป็นโลหะทั้งหมด ยกเว้นเหล็กกล้าไร้สนิม ต้องทาสีหรือเคลือบผิวเพื่อป้องกันสนิมมีโครงสร้างแข็งแรง คงรูป ผิวเรียบ และสามารถทำความสะอาดได้ง่าย
การทดสอบให้ทำโดยการตรวจสอบใบรับรองและตรวจพินิจ

3.2.1.2 ถังสลัดน้ำชั้นนอกและฝาปิด
ต้องทำด้วยเหล็กกล้าไร้สนิม อย่างน้อยชั้นคุณภาพ 304 ฝาปิดอาจทำจากวัสดุชั้นคุณภาพใช้กับอาหาร(food grade) มีโครงสร้างแข็งแรง คงรูป ผิวเรียบ และสามารถทำความสะอาดได้ง่าย
การทดสอบให้ทำโดยการตรวจสอบใบรับรองและตรวจพินิจ
3.2.1.3 ถังสลัดน้ำชั้นใน
(1) กรณีเครื่องสลัดน้ำผักที่มีความสามารถในการทำงานไม่เกิน 5 กิโลกรัมผักต่อรอบการสลัดน้ำ1 ครั้ง
ต้องทำด้วยเหล็กกล้าไร้สนิม อย่างน้อยชั้นคุณภาพ 304มีโครงสร้างแข็งแรง คงรูป ผิวเรียบมีรูระบายน้ำโดยรอบสามารถทำความสะอาดได้ง่ายและไม่มีส่วนที่อาจเสี่ยงต่อการสะสมของจุลินทรีย์และสามารถปรับความเร็วรอบได้
การทดสอบให้ทำโดยการตรวจสอบใบรับรองและตรวจพินิจ
(2) กรณีเครื่องสลัดน้ำผักที่มีความสามารถในการทำงานมากกว่า 5 กิโลกรัมผักต่อรอบการสลัดน้ำ1 ครั้ง
ถังชั้นในชั้นที่ 1ต้องทำด้วยเหล็กกล้าไร้สนิม ชั้นคุณภาพอย่างน้อย 304มีโครงสร้างแข็งแรง คงรูป ผิวเรียบมีรูระบายน้ำโดยรอบสามารถทำความสะอาดได้ง่ายและไม่มีส่วนที่อาจเสี่ยงต่อการสะสมของจุลินทรีย์และสามารถปรับความเร็วรอบได้
ถังชั้นในชั้นที่ 2(ถังใส่ผัก)ต้องทำจากวัสดุชั้นคุณภาพใช้กับอาหาร เป็นถังที่มีช่องระบายน้ำโดยรอบ ยึดติดกับถังชั้นในชั้นที่ 1ขณะทำงาน สามารถถอดออกได้สามารถทำความสะอาดได้ง่ายและไม่มีส่วนที่อาจเสี่ยงต่อการสะสมของจุลินทรีย์
การทดสอบให้ทำโดยการตรวจสอบใบรับรองและตรวจพินิจ
3.2.1.4 มอเตอร์เหนี่ยวนำ
ควรเป็นไปตามมอก.866ติดตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ หรืออาจมีฝาครอบซึ่งถอดออกได้โดยใช้เครื่องมือเท่านั้นและไม่เป็นอุปสรรคต่อการปรับแต่ง ซ่อม และเปลี่ยนชิ้นส่วนอื่น ๆ
3.2.1.5 แผงอุปกรณ์ควบคุมการทำงาน (ถ้ามี)
ต้องมีระดับชั้นการป้องกันอย่างน้อย IPX4 (การป้องกันน้ำสาด) ตามมอก. 513
3.2.2 ส่วนที่เป็นจุดหมุนหรือส่วนที่มีการเสียดสีระหว่างโลหะของเครื่องสลัดน้ำผัก ต้องมีส่วนที่สามารถให้สารหล่อลื่นได้โดยสะดวก
การทดสอบให้ทำโดยการตรวจพินิจ
3.2.3 ส่วนหรือบริเวณที่ต้องทำความสะอาดและบำรุงรักษาอยู่เสมอ ต้องอยู่ในตำแหน่งที่สามารถทำความสะอาดและบำรุงรักษาได้สะดวก
การทดสอบให้ทำโดยการตรวจพินิจ
3.2.2 ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องปรับแต่งได้ดังนี้
3.2.2.1 ถังชั้นในชั้นที่ 1 ต้องสามารถปรับความเร็วรอบได้
การทดสอบให้ทำโดยการตรวจพินิจ

3.2.1 ส่วนต่าง ๆ ต้องเป็นดังนี้
3.2.1.1 วัสดุโครงสร้างของเครื่องกวนผสมส่วนที่สัมผัสอาหารต้องมีสมบัติที่เฉื่อยต่อผลิตภัณฑ์ สารทำความสะอาดและสารฆ่าเชื้อภายใต้สภาวะการใช้งาน ต้องมีสมบัติทนต่อการกัดกร่อน ไม่เป็นพิษ มีเสถียรภาพทางกล ผิวเรียบ ทำความสะอาดได้ง่าย วัสดุโครงสร้างส่วนที่ไม่สัมผัสอาหารต้องมีเสถียรภาพทางกล ผิวเรียบและทำความสะอาดได้ผู้ทำต้องพิสูจน์หรือแสดงเอกสารรับรองคุณภาพหรือผลการวิเคราะห์คุณลักษณะของวัสดุว่าสามารถสัมผัสกับอาหารได้จากสถาบันหรือหน่วยงานที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยอมรับ
3.2.1.2 เครื่องต้นกำลังต้องอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยต่อการทำงาน ควบคุมง่าย ไม่เป็นที่สะสมของฝุ่นหรือเศษผักเหลือจากการทำงานของเครื่องสลัดน้ำผัก
การทดสอบให้ทำโดยการตรวจพินิจ
3.2.1.3 ส่วนที่เป็นจุดหมุนหรือส่วนที่มีการเสียดสีระหว่างโลหะ ต้องมีส่วนที่สามารถให้สารหล่อลื่นได้โดยสะดวก
การทดสอบให้ทำโดยการตรวจพินิจ
3.2.1.4 ส่วนหรือบริเวณที่ต้องทำความสะอาดและบำรุงรักษาอยู่เสมอ ต้องอยู่ในตำแหน่งที่สามารถทำความสะอาดและบำรุงรักษาได้สะดวก
การทดสอบให้ทำโดยการตรวจพินิจ
3.2.1.5 เครื่องกวนผสมต้องทำงานที่ภาระสูงสุดตามที่ระบุโดยไม่เกิดความเสียหายทางกล
การทดสอบตามข้อ 7.2
เครื่องกวนผสม ต้องไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ เช่น
ชิ้นส่วนต่าง ๆ ต้องไม่มีปลายหรือแหลมคม
3.2.2.2 ระบบส่งกำลังที่อยู่ในตำแหน่งที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ ต้องมีฝาครอบซึ่งจะถอดออกได้โดยใช้เครื่องมือเท่านั้นและไม่เป็นอุปสรรคต่อการปรับแต่ง ซ่อม และเปลี่ยนชิ้นส่วนอื่น ๆ
การทดสอบให้ทำโดยการตรวจพินิจ
3.2.3 ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องปรับแต่งได้ดังนี้
3.2.3.1 ใบกวนผสม
1)ต้องสามารถปรับเปลี่ยนชนิดใบกวนให้เหมาะสมกับวัตถุดิบได้
2)ต้องสามารถปรับเปลี่ยนความเร็วรอบการหมุนได้การทดสอบให้ทำโดยการตรวจวัดด้วยเครื่องมือวัดความเร็วรอบ
3.2.3.2หัวแก๊สให้ความร้อน
ต้องสามารถปรับเปลี่ยนปริมาณแก๊สเพื่อให้ได้อุณหภูมิความร้อนในถังผสมตามที่ต้องการ

4. คุณลักษณะที่ต้องการ
4.1 ลักษณะทั่วไป
4.1.1 เครื่องสลัดน้ำผัก ต้องไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ เช่น
4.1.1 .1 ชิ้นส่วนต่าง ๆ ต้องไม่มีขอบคม หรือปลายแหลม
4.1.2 1.2 การป้องกันการเข้าถึงส่วนที่มีไฟฟ้า
เครื่องล้างสลัดน้ำผักต้องสร้างและหุ้มเพื่อให้มีการป้องกันอย่างเพียงพอต่อการสัมผัสโดยบังเอิญกับส่วนที่มีไฟฟ้า
การทดสอบให้ทำโดยการตรวจพินิจ
4.1.1 ไม่หยุดชะงักหรือติดขัดในการทำงาน4.2 สมรรถนะ
เมื่อทดสอบตามข้อ 7.1 แล้วต้องเป็นดังนี้
4.2.1 สมรรถนะที่ภาวะไม่มีโหลด
4.2.1.1 ไม่หยุดชะงักหรือติดขัดในการทำงาน
4.2.1.2 ชิ้นส่วนที่ทำหน้าที่หมุน ทำงานได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่เกิดเสียงผิดปรกติเนื่องจากการเสียดสีหรือความไม่สมดุล
4.2.1.3 ถังสลัดน้ำชั้นในชั้นที่ 1ต้องหมุนได้อย่างสมดุล ไม่เหวี่ยงกระแทกกับถังสลัดน้ำชั้นนอก
4.2.2 สมรรถนะที่ภาวะมีโหลด
4.2.2.1 ประสิทธิภาพการสลัดน้ำเฉลี่ย ไม่น้อยกว่าร้อยละ75%ของค่าที่ผู้ทำระบุ
4.2.2.2 ลักษณะการทำงานของเครื่องสลัดน้ำผักยังคงต้องเป็นไปตามข้อ 4.2.14.1.3 ไม่มีชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ใดชำรุดเสียหาย และชิ้นส่วนที่ยึดให้ติดกันด้วยการเชื่อม สลักเกลียวหรือหมุดย้ำต้องไม่ร้าว คลาย หรือแยกออกจากกัน

 

 

4.1.4 ตลับลูกปืนต้องไม่ร้อนผิดปกติ เช่น เนื่องจากแกนเพลาไม่ได้แนว

5. เครื่องหมายและฉลาก
5.1 ที่เครื่องสลัดน้ำผักทุกเครื่อง อย่างน้อยต้องมีเลข อักษร หรือเครื่องหมายแจ้งรายละเอียดต่อไปนี้ให้เห็นได้ง่ายชัดเจน และถาวร
(1) คำว่า "เครื่องสลัดน้ำออกจากผัก"
(2) หมายเลขลำดับเครื่อง
(4) มิติของเครื่อง ความกว้างxความยาวxความสูง เป็น มิลลิเมตรxมิลลิเมตรxมิลลิเมตร
(3) ความจุของถังสลัดน้ำชั้นในถังสลัดน้ำเป็น ลิตรLmmXmmXmm
(5) พิกัดของมอเตอร์เหนี่ยวนำ
(6) ประสิทธิภาพการสลัดน้ำเฉลี่ยมวลของผักที่สัมพันธ์กับชนิดของผักบรรจุในเครื่องสลัดน้ำผัก เป็น กิโลกรัมผักต่อรอบการทำงาน
(7) ข้อควรระวัง
(8) เดือนปีที่ทำ หรือรหัสรุ่นที่ทำ
(9) ชื่อผู้ทำหรือโรงงานที่ทำ หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน
5.2 เครื่องสลัดน้ำผักทุกเครื่องต้องมีคู่มือแนะนำการใช้ซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
(1) คำว่า "เครื่องสลัดน้ำออกจากผัก"
(2) หมายเลขลำดับเครื่อง
(3) ความจุของถังสลัดน้ำ เป็นL
(3) มิติของเครื่อง ความกว้างxความยาวxความสูง เป็น มิลลิเมตรxมิลลิเมตรxมิลลิเมตร
(4) ความจุของถังสลัดน้ำ เป็น ลิตรmmXmmXmm
(5) พิกัดของมอเตอร์เหนี่ยวนำ
(6) ประสิทธิภาพการสลัดน้ำเฉลี่ยมวลของผักที่สัมพันธ์กับชนิดของผักบรรจุในเครื่องสลัดน้ำผัก เป็น กิโลกรัมผักต่อรอบการทำงาน (7) เดือนปีที่ทำ หรือรหัสรุ่นที่ทำ
(7) รายชื่อและรูปแสดงส่วนประกอบ การประกอบ และการติดตั้ง
(8) คำแนะนำการใช้งาน
(8.1) คำแนะนำ เช่น เครื่องสลัดน้ำออกจากผักนี้ไม่เหมาะสำหรับผักที่ช้ำง่ายหรือควรสลัดน้ำที่ความเร็วรอบต่ำ
(8.2) คำเตือนและหรือข้อพึควรงระวังที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้งาน และ/หรือ ความ
เสียหายต่อเครื่องสลัดน้ำผัก เช่น ปิดฝาเครื่องสลัดน้ำก่อนเริ่มต้นทำงาน
(8.3) และการดูแลรักษา เช่น วิธีทำความสะอาด ข้อปฏิบัติหลังทำความสะอาดข้อควรระวังเกี่ยวกับการใช้งาน
(9) เดือนปีที่ทำ หรือรหัสรุ่นที่ทำ
เช่น เครื่องสลัดน้ำออกจากผักนี้ไม่เหมาะสำหรับผักที่ช้ำง่ายหรือควรสลัดน้ำที่ความเร็วรอบต่ำ
(10) ชื่อผู้ทำหรือโรงงานที่ทำ หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน
5.3 ในกรณีที่ใช้ภาษาต่างประเทศ ต้องมีความหมายตรงกับภาษาไทยที่กำหนดไว้ข้างต้น5.4 ผู้ทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เป็นไปตามมาตรฐานนี้ จะแสดงเครื่องหมายมาตรฐานกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนั้นได้ ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแล้ว


6. การชักตัวอย่างและเกณฑ์ตัดสิน
6.1 รุ่นในที่นี้ หมายถึง เครื่องสลัดน้ำผักแบบรุ่น (mModel) เดียวกันที่ทำ หรือส่งมอบ หรือซื้อขายในระยะเวลาเดียวกัน
6.2 การชักตัวอย่างและการตัดสิน ให้เป็นไปตามแผนการชักตัวอย่างที่กำหนดต่อไปนี้ หรืออาจใช้แผนการชักตัวอย่างอื่นที่เทียบเท่ากันทางวิชาการกับแผนที่กำหนดไว้
6.2.1 การชักตัวอย่าง
ให้ชักตัวอย่างโดยวิธีสุ่มจากรุ่นเดียวกันจำนวน 1 เครื่อง
6.2.2 เกณฑ์ตัดสิน
ตัวอย่างเครื่องสลัดน้ำผักต้องเป็นไปตามข้อ 3. และ ข้อ 4.และข้อ 5. ทุกรายการจึงจะถือว่าเครื่องสลัดน้ำผักรุ่นนั้นเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้

7. การทดสอบ
7.1 สมรรถนะ
7.1.1 ทั่วไป
7.1 ลักษณะทั่วไป
7.1.1.1 ข้อกำหนดทั่วไปในการหาค่าต่าง ๆ และอุปกรณ์วัดในการทดสอบให้เป็นดังนี้
(7.1.1.1) มวลน้ำหนัก
ใช้เครื่องชั่งที่ชั่งมวลได้ละเอียดถึง 100g
(7.1.1.2) ความกว้างของผักที่ซอย
ใช้เครื่องวัดที่มีความละเอียดถึง 1 mm
7.1.2 การเตรียมการทดสอบ
7.1.2.1 การเตรียมเครื่องสลัดน้ำผักทดสอบ
(1) ติดตั้งเครื่องเครื่องสลัดน้ำผักทดสอบบนพื้นแข็งที่ได้ระดับ
(2) ปรับแต่งชิ้นส่วนและอุปกรณ์ต่าง ๆ ตามที่ผู้ทำระบุ
7.1.2.2 การเตรียมผักทดสอบ
(1) ผักที่ใช้ทดสอบให้ใช้ผักกะหล่ำปลีขาว มวลที่เพียงพอกับการทดสอบที่ปริมาตร 80 % ของความจุถังสลัดน้ำถังที่ผู้ทำระบุ
(2) นำไปแยกใบช้ำ หรือใบเน่าเสียออก แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด
(3) ตัดแบ่งออกเป็น 4ส่วนเท่า ๆ กัน โดยตัดแกนกลางทิ้ง
(4) ซอยให้มีความกว้าง2±1 1mm ถึง 3mm
(5) นำผักไปชั่งมวล บันทึกผลเป็นมวลผักก่อนแช่น้ำ (Mv)
(6) แช่ผักในน้ำสะอาด เป็นเวลา 5 min
(7) สะเด็ดน้ำผักโดยการนำไปใส่ไว้ในตะกร้า เป็นเวลา 3 min
(8) นำไปชั่งมวล บันทึกผลเป็นมวลผักก่อนสลัดน้ำ (Mi)
7.1.32 วิธีการทดสอบ
7.1.3.7.2.1 สมรรถนะที่ภาวะไม่มีโหลด
ให้เครื่องสลัดน้ำผักทำงานที่ภาวะไม่มีโหลด เป็นเวลา 5minตรวจพินิจเครื่องสลัดน้ำผักระหว่างการทำงานและภายหลังการทำงาน
7.1.3.7.2.2 สมรรถนะที่ภาวะมีโหลด
7.2.2.(1) ให้ใช้เครื่องสลัดน้ำผักที่ผ่านการทดสอบในข้อ 7.2.1
(2)7.1.2.2 ใส่ผักทดสอบลงในถังสลัดน้ำชั้นในชั้นที่ 1
(3)7.2.2.3 ให้เครื่องสลัดน้ำผักทำงานที่อัตราการทำงานตามที่ผู้ทำระบุ
(4) 7.2.2.4 นำผักทดสอบออกมาชั่งมวล บันทึกผลเป็นมวลผักหลังสลัดน้ำ (Mf)
(5)7.2.2.5 ทดสอบซ้ำตั้งแต่ข้อ 7.2.2.1ถึง ข้อ 7.2.2.4 โดยใช้ผักทดสอบชุดใหม่ จำนวน 4 ครั้ง
(6)7.2.2.6 คำนวณหาค่าประสิทธิภาพการสลัดน้ำเฉลี่ย(%)จากสูตร
ประสิทธิภาพการสลัดน้ำเฉลี่ย =(∑_(j=1)^5▒[(M_i-M_f)/(M_i 〖-M〗_v )]_j )/5=∑▒〖[(M_i-M_f)/M_i 〗]/5×x100

 

 



ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
การตรวจวัดปริมาณจุลินทรีย์ในสมุนไพรด้วยวิธี Rapid Method : การอ่านผล
โครงการพัฒนาการผลิตชาสมุนไพรคุณภาพสูงระดับ SME หลักการเลือก plate เพื่อคำนวณผลที่อ่านได้1. พิจารณา plate ปริมาณแอโรบิคแบคทีเรีย (Aerobic Bacteria Count) จะพิจารณาเฉพาะ แผ่น ที่สามารถนับได้ มีจำนวนอยู่ระหว่าง 30 - 300โคโลนีปริมาณโคลิฟอร์ม (Total Coliform) และอีโคไล (E.coli) พิจารณาเฉพาะ แผ่นที่สามารถนับได้ มีจำนวนอยู่ระหว่าง 15 - 150โคโลนี หมายเหตุ ให้เลือกนับเฉพาะโคโลนีในช่องที่ไม่ถูกกระทบ เนื่องจากจุลินทรีย์บางชนิดสามารถย่อยเนื้อเจลในแผ่นได้ และรูปร่างที่ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากอาจเป็นเศษอาหารปะปนอยู่ในแผ่น2. ถ้าแผ่นใดมีจำนวนแอโรบิคแบคทีเรีย มากกว่า 300โคโลนี จำนวนโคลิฟอร์มและอีโคไล จำนวนมากกว่า 150โคโลนี - ถ้าสามารถนับจำนวนได้ใน dilution นั้น ก็ให้ค่าที่นับได้นั้น หรือ ถ้าหากไม่สามารถนับได้ ก็ให้นับค่าเฉลี่ยโดยเลือกนับโดโลนีจากช่องใดช่องหนึ่งที่มีการกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ (1 ซม.2) แล้วคูณด้วย 20 จะได้จำนวนโคโลนีทั้งหมดโดยประมาณ แล้วรายงานเป็น TNTC (Estimated count) Est. CFU/ml (โดยที่ Est. หมายถึง estimated) 3. ถ้าแผ่นใดมีจำนวนแอโรบิคแบคทีเรีย จำนวนน้อยกว่า 30โคโลนี จำนวนโคลิฟอร์มและอีโคไลจำนวนน้อยกว่า 15 โคโลนี- ถ้าสามารถนับจำนวนได้ใน dilution นั้น ก็ให้ค่าที่นับได้นั้น - ถ้าไม่พบโคโลนีใดเลย ให้คำนวณ Est. CFU/ml เป็น < 1 DF (dilution factor) หรือ count = 0 ตัวอย่าง การคำนวณ Aerobic Bacteria Count ตัวอย่าง การคำนวณ Total Coliform , E.coli การอ่านผลจากการทดลอง ล้างขมิ้น การอ่านผลจากการทดลอง ล้างใบเตย การอ่านผลจากการทดลอง ล้างอัญชัน
E.coli ระบาดหนักในเยอรมันนี ตายแล้ว 16 คน เจ็บ 1200
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวใหญ่ หลายสำนัก เช่น CNN สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงาน พบการระบาดของเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Escherichia coliหรือที่เรียกกันว่าE.coli ในประเทศเยอรมนี มีผู้เสียชีวิต 16 คน และมีผู้ป่วยด้วยโรคอาหารเป็นพิษ (food poisoning) อีก มากกว่า 1200 คน จากการติดเชื้อดังกล่าว การระบาดเริ่มต้นที่ ภาคเหนือของประเทศเยอรมนี และตอนนี้ การระบาดของโรค ตอนนี้กระจายไปทุก ภูมิภาค ขณะนี้พบผู้เสียชีวิต อย่างน้อยสองคนในภาคตะวันตกของประเทศเยอรมัน และ หนึ่งใน 16 ผู้เสียชีวิต เป็น หญิงชาวสวีเดน ที่เสียชีวิตหลัง เดินทางกลับจาก ประเทศเยอรมนี รายงานข่าวท้องถิ่นรายงานว่าการเสียชีวิตและการป่วย เกี่ยวข้องกับการ ได้รับเชื้อแบคทีเรีย E. coli ในแตงกวาออร์กานิค ที่นำเข้ามาจากสเปน แล้วมาแบ่งบรรจุ ในประเทศเยอรมนีและ ส่งไปจำหน่ายทั่วประเทศ และ ส่งออกไปยังประเทศออสเตรีย, สาธารณรัฐเช็ก , เดนมาร์ก, เยอรมัน, ลักเซมเบิร์ก, ฮังการี ขณะที่สเปนออกมาปฏิเสธว่าแตงกวาเสปน ไม่เกี่ยวข้องกับการระบาดนี้ Escherichia coliเป็นแบคทีเรียแกรมลบ (gram negative bacteria) รูปร่างเป็นแท่ง (rod shape) ไม่สร้างสปอร์เป็นfacultative anaerobeเจริญได้ทั้งที่มีออกซิเจนและไม่มีออกซิเจน อยู่ในวงศ์Enterobacteriaceae และเป็นแบคทีเรียที่จัดอยู่ในกลุ่มโคลิฟอร์ม (coliform) ประเภท fecal colilormซึ่งเป็นโคลิฟอร์มที่พบในอุจจาระของมนุษย์และสัตว์เลือดอุ่น จึงใช้เป็นดัชนีชี้สุขลักษณะของอาหาร และน้ำ เชื้อ แบคทีเรียEscherichiaส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นแบคทีเรียก่อโรค (pathogen) สายพันธ์ที่ระบาดขณะนี้เป็นShiga toxin-producing E. coli (STEC) ซึ่งเป็นสายพันธ์ในกลุ่ม enterohemorrhagic หรือ EHEC สายพันธ์ใหม่ เป็นสาเหตุของภาวะเลือดออกในลำไส้ (hemolytic uremic syndrome ,HUS) ซึ่งทำให้เกิดไตวายเฉียบพลัน อาการเบื้องต้นคืออุจจาระมีมูกปนเลือด หากพบอาการดังกล่าวให้รีบไปพบแพทย์ อย่าซื้อยาปฏิชีวนะทานเอง การป้องกัน รับประทานอาหารปรุงสุก เชื้อนี้จะ ที่ติดต่อผ่านทางอาหาร แต่เป็นเชื้อที่ไม่ทนร้อน ความร้อนในการหุงต้ม การพาสเจอรไรซ์ (pasteurization) จะทำลายเชื้อได้ ผู้ปรุงอาหาร ควรต้องระวังสุขลักษณะส่วนบุคคล (personal hygiene) ล้างมือให้สะอาด หากมีอาการท้องเสียไม่ควรปรุงอาหาร ระวังการปนเปื้อนข้าม (cross contamination) ระหว่างอาหารที่ปรุงสุก กับอาหารดิบ โรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ปฏิบัติตามหลักมาตรฐานอาหาร เช่น GMPHACCP จากการระบาดอย่างกว้างขวางและมีผลกระทบอย่างรุนแรงของเชื้อนี้ มีผลทำให้ประเทศเยอรมันออกประกาศห้ามประชาชนบริโภคผักสด ทำให้การส่งออกแตงกวาและผักสดของสเปนต้องหยุดชะงัก เกษตรกรในสเปนขาดทุนรวมกันแล้วกว่า 9,300 ล้านบาท สำหรับคนไทย ตอนนี้เท่าที่ระวังได้คือ กินร้อน ช้อนกลาง และล้างมือ Reference Outbreak of Shiga toxin-producing E. coli in Germany (2 June 2011, 11:00) http://www.cnn.com/2011/WORLD/europe/06/02/europe.e.coli/index.html
วิธีการกำหนดปริมาณอาหารหนึ่งหน่วยบริโภค
หนึ่งหน่วยบริโภค หมายถึง ปริมาณอาหารหนึ่งหน่วยบริโภคที่ระบุในฉลากโภชนาการเป็นปริมาณอาหารที่ผู้ผลิตแนะนำให้ผู้บริโภครับประทานผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ในแต่ละครั้ง หรือเรียกว่า "กินครั้งละ" นั่นเอง ปริมาณอาหารหนึ่งหน่วยบริโภคนี้กำหนดได้จากปริมาณ "หนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิง" ซึ่งเป็นค่าปริมาณอาหารโดยน้ำหนักหรือปริมาตรของการรับประทานแต่ละครั้งที่ประมวลได้จากการสำรวจ พฤติกรรมการบริโภคและข้อมูลจากผู้ผลิตเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ปริมาณอาหารหนึ่งหน่วยบริโภคดังกล่าวอาจไม่ เท่ากับปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงก็ได้ แต่จะต้องเป็นค่าที่ใกล้เคียงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด อยู่ในหนึ่งหน่วยภาชนะบรรจุ กลุ่มของอาหาร ในการแสดง "หนึ่งหน่วยบริโภค" ในฉลากโภชนาการ จึงกำหนดปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงของ ผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ โดยจัดเป็น 7 กลุ่ม ตามลักษณะของผลิตภัณฑ์หรือลักษณะการบริโภคผลิตภัณฑ์ได้แก่ 1 กลุ่มนมและผลิตภัณฑ์ (Dairy product s) 2 กลุ่มเครื่องดื่ม (พร้อมดื่ม) (Beverages) 3 กลุ่มอาหารขบเคี้ยวและขนมหวาน (Snack food and desserts) 4 กลุ่มอาหารกึ่งสำเร็จรูป (Semi- processed foods) 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมอบ (Bakery products) 6 กลุ่มธัญพืชและผลิตภัณฑ์ (Cereal grain products) 7 กลุ่มอื่น ๆ (Miscellaneous 1 กลุ่มนม และผลิตภัณฑ์นม (milk and dairy product) 1. นมและผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่ม 200 มล. 2. นมข้นไม่หวาน (นมข้นจืด) (condensed, evaporated, undiluted) 15 มล. 3. นมข้นหวาน (sweetened condensed milk) 20 ก. 4. โยเกิร์ตชนิดครึ่งแข็งครึ่งเหลว 150 ก. 5. โยเกิร์ตชนิดพร้อมดื่ม 150 มล. 6. โยเกิร์ตแช่แข็ง 80 ก. 7. ครีมและครีมเทียม (เหลว) 15 มล. 8. ครีมและครีมเทียม (ผง) 3 ก. 9. ครีมเปรี้ยว 30 ก. 10. ครีมพร่องมันเนย (half & half) 30 มล. 11. ครีมชีสและชีสสเปรด 30 ก. 12. เนยแข็งชนิดคอตเตจ (cottage cheese) 110 ก 13. เนยแข็งชนิดริคอตตาและคอตเตจชนิดแห้ง 55 ก. 14. เนยแข็งชนิดพาร์มีซาน โรมาโน 5 ก. 15. เนยแข็งชนิดอื่น 30 ก. 2 กลุ่มเครื่องดื่ม (พร้อมดื่ม) (Beverage) 1 น้ำผลไม้ 200 มล. 2. เครื่องดื่มจากพืช ผัก และธัญพืช รวมทั้งนมถั่วเหลือง 200 มล. 3. เครื่องดื่มที่มีหรือไม่มีกาซผสมอยู่ (รวมทั้งน้ำบริโภคและน้ำแร่) 200 มล. 4. ชา กาแฟ และเครื่องดื่มอื่น ๆ 200 มล 3 กลุ่มอาหารขบเคี้ยวและขนมหวาน (Snack food and desserts) 1. ข้าวเกรียบ ข้าวโพดคั่ว มันฝรั่งทอด ขนมกรอบ กล้วยฉาบ และ extruded snack ต่าง ๆ 30 ก. 2. ถั่วและนัต (เช่น ถั่วอบเกลือ เมล็ดมะม่วงหิมพานต์อบเกลือ) 30 ก. 3. ช็อกโกแลตและขนมโกโก้ 40 ก. 4. คัสตาร์ด พุดดิ้ง 140 ก. 5. ขนมหวานไทย เช่น สังขยา วุ้น ฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด 80 ก. 6. วุ้นสำเร็จรูปและขนมเยลลี่ 20 ก. 7. ไอศกรีมนม ไอศกรีมดัดแปลง ไอศกรีมผสม รวมทั้งส่วนเคลือบและกรวย 80 ก. 8. ไอศกรีมหวานเย็น น้ำผลไม้แช่แข็ง 80 ก. 9. ไอศกรีมซันเดย์ 80 ก. 10. ลูกอม ลูกกวาด ทอฟฟี่ อมยิ้ม มาร์ชแมลโลว์ 6 ก. 11. หมากฝรั่ง 3 ก. 12. ขนมที่ทำจากธัญพืช ถั่ว นัต และน้ำตาลเป็นหลัก (Grain-based bars) ทั้งชนิดที่มีและไม่มีไส้หรือเคลือบ เช่น Granola bars, rice cereal bars กระยาสารท ถั่วตัด ข้าวพอง ข้าวแตน นางเล็ด 40 ก. 4 กลุ่มอาหารกึ่งสำเร็จรูป (Semi- processed foods) 1. อาหารเส้น กึ่งสำเร็จรูป 50 ก. ได้แก่ บะหมี่กึ่งสาเร็จรูป (instant noodle) เส้นหมี่ วุ้นเส้น ก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ 2. ข้าวต้ม โจ๊ก 50 ก. 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมอบ (Bakery products) 1. ขนมปัง (Bread) 50 ก. 2. บราวนี 30 ก. 3. คุกกี้ 30 ก. 4. เค้ก (cake) - ชนิดหนัก เช่น ชีสเค้ก (cheese cake) เค้กผลไม้ (fruit cake) ซึ่งมีส่วนผสมของผลไม้นัต ตั้งแต่ 35% ขึ้นไป 80 ก. - คัพเค้ก เอแคลร์ ครีมพัฟ ชิฟฟอน สปันจ์เค้กที่มีหรือไม่มีไอซิ่งหรือไส้ 55 ก. 5. เค้กกาแฟ โดนัต และมัฟฟิน 55 ก. 6. ขนมปังกรอบ แครกเกอร์ เวเฟอร์ บิสกิต 30 ก. 7. แครกเกอร์ที่เป็นกรวยไอศกรีม 15 ก. 8. แพนเค้ก 110 ก. 9. วอฟเฟิล 85 ก. 10. พาย เพสตรี้ ทั้งชนิดที่มีและไม่มีไส้ 55 ก. 6 กลุ่มธัญพืชและผลิตภัณฑ์ (Cereal grain products) 1. อาหารเช้าจากธัญพืช (Breakfast cereal) (พร้อมบริโภค) - ที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 20 กรัมต่อ 1 ถ้วย 15 ก. - ที่มีน้ำหนักระหว่าง 20 กรัมถึงน้อยกว่า 43 กรัมต่อ 1 ถ้วย 30 ก. - ที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 43 กรัมขึ้นไปต่อ 1 ถ้วย 55 ก. 2. รำข้าว (Bran) หรือจมูกข้าวสาลี (Wheat germ) 15 ก. 3. แป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว แป้งท้าวยายม่อม และ Cornmeal 30 ก. 4. แป้งข้าวโพด แป้งมันสำปะหลัง แป้งมันฝรั่ง 10 ก. 5. พาสต้า (มะกะโรนี สปาเกตตี และอื่น ๆ) 55 ก. (ดิบ) 140 ก. (ต้มสุก) 25 ก. (ทอดกรอบ) 6. ข้าวเจ้า ข้าวบาร์เล่ย์ 50 ก. (ดิบ) 130 ก. (สุก) 7 กลุ่มอื่น ๆ (Miscellaneous 1. อาหารที่บรรจุกระป๋อง ขวดแก้วที่ปิดสนิท ซองอลูมิเนียมฟอยล์ retort pouch - เนื้อสัตว์ ปลา หอย ในน้ำ น้ำมัน น้ำเกลือ (ไม่รวมของเหลว) 55 ก. - เนื้อสัตว์ ปลา หอย ในซอส เช่น ซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศ 85 ก. - เนื้อสัตว์ ปลา หอย ทอดแล้วบรรจุแบบแห้ง เช่น ปลาเกล็ดขาวทอดกรอบ 25 ก. - เนื้อสัตว์ ปลา หอย ทอดแล้วบรรจุกับของเหลว เช่น หอยลาย ผัดพริก ปลาดุกอุยสามรส 85 ก. - ปลาแอนโชวี 15 ก. - ผัก (ไม่รวมของเหลว) เช่น ถั่วฝักยาวในน้ำเกลือ ข้าวโพดอ่อนในน้ำเกลือ 130 ก. - ผักหรือถั่วในซอส 130 ก. - ผลไม้ (รวมของเหลว) 140 ก. - ซุปพร้อมบริโภคและแกงต่าง ๆ 200 ก. - ซุปสกัด 40 มล. - น้ำกะทิพร้อมบริโภค 80 มล. 2. เบคอน 15 ก. 3. ไส้กรอกที่มีอัตราส่วนความชื้น : โปรตีน น้อยกว่า 2 : 1 เช่น กุนเชียง เปปเปอโรนี รวมทั้งเนื้อสวรรค์ หมูสวรรค์ 40 ก. 4. ไส้กรอกชนิดอื่น ๆ และหมูยอ 55 ก. 5. เนื้อสัตว์แห้ง เช่น หมูหยอง เนื้อทุบ 20 ก. 6. เนื้อสัตว์ดอง รมควัน 55 ก. 7. ผักแช่อิ่มหรือดอง (ไม่รวมของเหลว) 20 ก. 8. ผลไม้แช่อิ่มหรือดอง (ไม่รวมของเหลว) 30 ก. 9. ผลไม้แห้งและผลไม้กวน 30 ก. 10. เนย มาการีน น้ำมัน และไขมันบริโภค 1 ชต. 11. มายองเนส แซนด์วิชสเปรด สังขยาทาขนมปัง เนยถั่ว น้ำพริกเผา 15 ก. 12. น้ำสลัดชนิดต่าง ๆ 30 ก. 13. ซอสสำหรับจิ้ม เช่น ซอสมัสตาร์ด 1 ชต. 14. ซอสที่ใช้กับอาหารเฉพาะอย่าง (entrée sauce) - ซอสสปาเกตตี 125 ก. - ซอสพิซซ่า 30 ก. - น้ำจิ้มสุกี้ 30 ก. - น้ำจิ้มไก่ น้ำจิ้มสะเต๊ะ หน้าตั้ง น้ำปลาหวาน 50 ก. 15. เครื่องปรุงรส - น้ำส้มสายชู น้ำปลา น้ำเกลือปรุงอาหาร 1 ชต. - ซอสมะเขือเทศ ซีอิ๊ว ซอสพริก ซอสมะละกอ ซอสแป้ง ซีอิ๊วหวาน เต้าเจี้ยว 1 ชต. - ซอสเปรี้ยว 1 ชช. - น้ำพริกคลุกข้าว เช่น น้ำพริกตาแดง น้ำพริกสวรรค์ 1 ชต. 16. น้ำผึ้ง แยม เยลลี่ 1 ชต. 17. น้ำเชื่อม เช่น เมเปิลไซรัปและผลิตภัณฑ์ราดหน้าขนมต่าง ๆ 30 มล. 18. น้ำตาล 4 ก. 19. เกลือ (รวมทั้งวัตถุทดแทนเกลือ เกลือปรุงรส) 1 ก. 4.1 วิธีการกำหนดปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภค (1) ใช้หน่วยวัดทั่วไป ได้แก่ ถ้วย แก้ว ชต. (ช้อนโต๊ะ) ชช. (ช้อนชา) ตามความเหมาะสม ของอาหาร แล้วกำกับด้วยน้ำหนักหรือปริมาตรในระบบเมตริกไว้ในวงเล็บด้วย เช่น "หนึ่งหน่วยบริโภค : 1 ขวด (250 มล.) " เว้นแต่ถ้าไม่สามารถใช้หน่วย ถ้วย แก้ว ชต. ชช. จึงจะใชห้ นว่ ย แผ่น ถาด ขวด ชิ้น ผล ลูก หัว หรืออื่น ๆ แล้วแต่กรณี หรือเศษส่วนแทนได้ เช่น ขนมปังชนิดแผ่นใช้ "หนึ่งหน่วยบริโภค : 2 แผ่น (46 กรัม) " อย่างไรก็ตามถ้าไม่สามารถระบุตามปริมาณดังกล่าวข้างต้นได้ หรือผลิตภัณฑ์ที่โดยธรรมชาติมี ขนาดแตกต่างกัน เช่น ปลาทั้งตัว ให้แจ้งน้ำหนักโดยการประมาณขนาดของผลิตภัณฑ์ให้ใกล้เคียงกับ ปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงที่สุด เช่น "หนึ่งหน่วยบริโภค : ประมาณ 1/2 ตัว (80 กรัมรวมซอส) " (2) ถ้าอาหารในภาชนะบรรจุนั้นสามารถบริโภคได้หมดใน 1 ครั้ง ให้ใช้ปริมาณทั้งหมด เช่น "หนึ่งหน่วยบริโภค : 1 กล่อง (200 กรัม) " (3) อาหารที่เป็นหน่วยใหญ่และจะต้องแบ่งรับประทานเป็นชิ้น ๆ (เช่น เค้กพิซซ่า นมเปรี้ยวขนาด 1,000 มล.) ปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคให้ระบุเป็นเศษส่วนของอาหาร โดยใช้ค่าเศษส่วนที่มี น้ำหนักหรือปริมาตรใกล้เคียงกับปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงที่สุด เศษส่วนที่อนุญาตให้ใช้ คือ 1/2 1/3 1/4 1/5 1/6 1/8 ตัวอย่างเช่น เค้ก "หนึ่งหน่วยบริโภค : 1/8 อัน (60 กรัม) " (4) อาหารที่แยกเป็นชิ้นแต่บรรจุรวมกันในภาชนะบรรจุใหญ่ เช่น ขนมปังแผ่นหรือลูกอม โดยแต่ละชิ้นจะมีภาชนะบรรจุแยกจากกันหรือไม่ก็ตาม ปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคที่แสดงบนฉลากของ ภาชนะบรรจุใหญ่ให้กำหนดดังนี้ - ถ้าผลิตภัณฑ์ 1 ชิ้น มีน้ำหนักน้อยกว่า 50% ของปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิง ให้ระบุจำนวนหน่วยที่รวมแล้วได้น้ำหนักใกล้เคียงกับปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงที่สุด - ถ้าผลิตภัณฑ์ 1 ชิ้น มีน้ำหนักมากกว่า 50% แต่น้อยกว่า 200% ของปริมาณ หนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงแต่สามารถรับประทานได้ใน 1 ครั้ง ให้ถือว่า 1 ชิ้นเป็น 1 หน่วยบริโภคได้ - ถ้าผลิตภัณฑ์ 1 ชิ้น มีน้ำหนักเท่ากับหรือมากกว่า 200% ของปริมาณหนึ่งหน่วย บริโภคอ้างอิง แต่สามารถรับประทานได้ใน 1 ครั้ง ให้ถือว่า 1 ชิ้นเป็น 1 หน่วยบริโภค หากไม่สามารถ รับประทานหมดใน 1 ครั้งให้ใช้เกณฑ์ตามข้อ 4.1 (3) แทน (5) อาหารที่มีลักษณะเป็นเนื้อเดียวกัน เช่น แป้ง น้ำตาล หน่วยวัดที่ใช้ต้องเหมาะสม เพื่อให้ปริมาณที่วัดได้ใกล้เคียงกับปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงมากที่สุด เช่น หนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิง ของน้ำตาลเปน็ 4 กรัม ควรวัดด้วยช้อนชาเพื่อให้ได้น้ำหนักใกล้เคียงกับ 4 กรัมมากที่สุด (6) อาหารที่บรรจุในน้ำ น้ำเกลือ น้ำมัน หรือของเหลวอื่นที่ปกติไม่ได้รับประทาน ปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคจะคิดจากส่วนที่เป็นเนื้ออาหาร (drained solid) เท่านั้น 4.2 การปัดเศษของหน่วยวัดทั่วไป เพื่อกำหนดปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภค ถ้วยตวง - ปรับส่วนที่เพิ่มเป็น 1/4 หรือ 1/3 ถ้วย ถ้าส่วนที่เพิ่มมากกว่าหรือเท่ากับ 2 ชต. แต่น้อยกว่า 1/4 ถ้วย ให้แจ้งส่วนที่เพิ่มเป็นจำนวน ชต. ตัวอย่างเช่น "หนึ่งหน่วยบริโภค : 1 ถ้วย 3 ชต. (255 กรัม) " ช้อนโต๊ะ - ถ้าส่วนที่เพิ่มมากกว่าหรือเท่ากับ 1 ชช. แต่น้อยกว่า 1 ชต. ให้แจ้งส่วนที่เพิ่ม เป็นจำนวน ชช. - ระหว่าง 1-2 ชต. สามารถแจ้งส่วนที่เพิ่มเป็น 1 1 1/3 1 1/2 2/3 2 ชต. ช้อนชา - ส่วนเพิ่มน้อยกว่า 1 ชช. ให้แจ้งเพิ่มครั้งละ 1/4 ชช. หมายเหตุ กรณีที่ตวงวัดได้ค่ากึ่งกลางพอดี เช่น 2.5 ชต. (อยู่กึ่งกลางระหว่าง 2 กับ 3 ชต.) สามารถ ปัดขึ้นเป็น 3 ชต. หรือปัดลงเป็น 2 ชต. ก็ได้ 1 ถ้วย = 14 ชต. (ของแข็ง) หรือ 16 ชต. (ของเหลว) 1 ชต. = 3 ชช. 4.3 วิธีกำหนดปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคในระบบเมตริก (1) อาหารเป็นของเหลวให้ใช้หน่วยเป็น มล. (มิลลิลิตร) หรือ ซม.3 (ลูกบาศก์เซนติเมตร) สำหรับอาหารที่มีลักษณะอื่นให้ใช้หน่วยน้ำหนักเป็นกรัม โดยการชั่ง ตวง วัด จริง (2) การปัดเศษปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคในระบบเมตริก - ค่ามากกว่า 5 - ให้ใช้เลขจำนวนเต็ม โดยการปัดเศษให้เป็นเลขจำนวนเต็มที่ใกล้เคียง เช่น น้อยกว่าหรือเท่ากับ 15.5 มล. ปัดเป็น 15 มล. มากกว่า 15.5 มล. ปัดเป็น 16 มล. - ค่าตั้งแต่ 2-5 - ให้ปัดเศษได้ครั้งละ 0.5 เช่น 2.3 กรัม ปัดเป็น 2.5 กรัม หรือ 2.1 กรัม ปัดเป็น 2 กรัม - ค่าน้อยกว่า 2 - ให้ปัดเศษได้ครั้งละ 0.1 (3) ถ้าผลิตภัณฑ์สามารถบริโภคได้หมดภายใน 1 ครั้ง ปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคใน ระบบเมตริก คือ น้ำหนักหรือปริมาตรสุทธิของผลิตภัณฑ์ที่ระบุในฉลากด้านหน้า 4.4 วิธีการกำหนดจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ โดยทั่วไปแล้วคำนวณจากการหาร ปริมาณส่วนที่รับประทานได้ทั้งหมดในภาชนะบรรจุนั้นด้วยปริมาณของหนึ่งหน่วยบริโภค ซึ่งกำหนดได้ตาม วิธีในข้อ 4.1 4.2 และ 4.3 ที่กล่าวแล้ว (1) วิธีการปัดเศษของจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ - กรณีค่าที่ได้อยู่ระหว่าง 2-5 ให้แจ้งจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ โดยปัด เศษทีละ 0.5 ที่ใกล้เคียง เช่น 2 2.5 3 ..... - กรณีค่าที่ได้มากกว่า 5 ให้ปัดเศษเป็นเลขจำนวนเต็ม เช่น 6 7 8 ..... หากค่าที่ได้ อยู่กึ่งกลางพอดี เช่น 7.5 ให้ปัดเป็น 7 เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภค ทั้งนี้หากมีการปัดเศษขึ้นหรือลงให้เพิ่มข้อความ "ประมาณ" กำกับ เช่น ปัดจาก 3.6 เป็น 3.5 ให้ใช้จำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุเป็น "ประมาณ 3.5" (2) ถ้าอาหารทั้งภาชนะบรรจุรวมแล้วมีน้ำหนักน้อยกว่า 50% ของปริมาณหนึ่งหน่วย บริโภคอ้างอิง ให้ระบุจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุเป็น 1 (3) ถ้าอาหารทั้งภาชนะบรรจุรวมแล้วมากกว่า 150% แต่น้อยกว่า 200% ของปริมาณ หนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิง โดยที่ปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงมีค่า 100 ก. (หรือ 100 มล.) หรือมากกว่า ผู้ผลิตสามารถระบุจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุเป็น 1 หรือ 2 ได้ เช่น โยเกิร์ตชนิดครึ่งแข็ง-ครึ่งเหลว กำหนดปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงเป็น 150 ก. ถ้าผลิตภัณฑ์บรรจุ 250 ก. ผลิตภัณฑ์นี้อาจระบุ จำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุเป็น 1 หรือ 2 ก็ได้ 4.5 รูปแบบการแสดงปริมาณอาหารหนึ่งหน่วยบริโภคและจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะ บรรจุ อาหารใดมีการกำหนดปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงไว้แล้วตามบัญชีข้างต้น หรือมิได้กำหนด ปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงไว้โดยตรง แต่มีลักษณะการบริโภคใกล้เคียงกับอาหารในบัญชีดังกล่าว ให้แสดงปริมาณอาหารหนึ่งหน่วยบริโภคโดยใช้หน่วยวัดทั่วไป แล้วกำกับด้วยปริมาณในระบบเมตริก ดังตัวอย่างต่อไปนี้ หนึ่งหน่วยบริโภค : 1 กล่อง (200 มล.) จำนวนหน่วยบริโภคต่อกล่อง : 1 สำหรับอาหารที่ไม่อยู่ในเกณฑ์ข้างตน้ ให้ยกเวน้ การแสดงปริมาณอาหารหนึ่งหนว่ ยบริโภค และจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ และให้แสดงข้อความ "คุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 ก." หรือ "คุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 มล." แทนข้อความ "คุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภค" 1. หนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงคือ 30 กรัม 2. ชั่งข้าวเกรียบให้ได้น้ำหนักใกล้เคียง 30 ก.แล้วนับจำนวนชิ้นได้ 64 ชิ้น 3. ดังนั้นหนึ่งหน่วยบริโภค : 64 ชิ้น (30 กรัม) 4. หาค่าจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ โดยหารน้ำหนักสุทธิ 75 กรัม ด้วยปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภค 30 กรัม ได้ดังนี้ 75 / 30 = 2.5 ดังนั้นจำนวนหน่วยบริโภคต่อถุงเป็น 2.5 5. แสดงข้อมูลบนฉลากดังนี้ หนึ่งหน่วยบริโภค : 64 ชิ้น (30 กรัม) จำนวนหน่วยบริโภคต่อถุง : 2.5 - อาหารนี้ไม่สามารถใช้หน่วยถ้วย แก้ว หรือ ชต. ชช. ได้ จึงใช้หน่วยชิ้นแทน 1. หนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงคือ 1 ชต. 2. ตวงซีอิ๊วขาว 1 ชต. ได้ปริมาตร 15 มล. 3. ดังนั้น หนึ่งหน่วยบริโภค : 1 ชต. (15 มล.) 4. หาค่าจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ โดยหาร ปริมาตรสุทธิ 700 มล. ด้วยปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภค 15 มล. ได้ดังนี้ 700 / 15 = 46.6 ดังนั้นจำนวนหน่วยบริโภคต่อขวดเป็น 47 5. แสดงข้อมูลบนฉลากดังนี้ หนึ่งหน่วยบริโภค : 1 ชต. (15 มล.) จำนวนหน่วยบริโภคต่อขวด : ประมาณ 47 - บัญชีหมายเลข 2 ข้อ 3.7 ลำดับที่ 15 - ค่าที่ได้มากกว่า 5 ให้ปัดเศษเป็นเลข จำนวนเต็ม โดยเพิ่มข้อความ "ประมาณ" กำกับด้วย (บัญชีหมายเลข 2 ข้อ 4.4 (1) ) ตัวอย่างที่ 2 ซีอิ๊วขาวบรรจุขวดแก้วปริมาตร 700 มิลลิลิตร 5. ตัวอย่างการกำหนดปริมาณอาหารหนึ่งหน่วยบริโภคและจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ ตัวอย่างที่ 1 ข้าวเกรียบกุ้งบรรจุถุงพลาสติก น้ำหนักสุทธิ 75 กรัม 4. วิธีการกำหนดปริมาณอาหารหนึ่งหน่วยบริโภคและจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ 3.1 กลุ่มนมและผลิตภัณฑ์ (Dairy products) ลำดับที่ ชนิดอาหาร หนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิง 3. ตารางปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภคอ้างอิงของผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ 2. จำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ หมายถึง จำนวนครั้งของการบริโภคอาหารนั้นที่มี วิธีการกำหนดปริมาณอาหารหนึ่งหน่วยบริโภคกับจำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ 1. หนึ่งหน่วยบริโภค หมายถึง ปริมาณอาหารที่คนไทยปกติทั่วไปรับประทานได้หมดใน
บทที่ 2 ตรวจเอกสารและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
โครงการพัฒนาการผลิตชาสมุนไพรคุณภาพสูงระดับ SME บทที่ 2 ตรวจเอกสารและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 2.1 ข้อมูลทั่วไปของสมุนไพร 2.1.1 ขมิ้นชันลักษณะทั่วไป ขมิ้น (Turmeric) หรือ ขมิ้นชัน ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Curcuma longa L. เป็นพืชวงศ์ขิง ที่ใช้เพื่อเป็นทั้งเครื่องเทศ และพืชสมุนไพร ที่คนไทยรู้จักกันมาแต่โบราณ จัดเป็นพืชล้มลุกที่อยู่ในวงศ์ขิงข่า มีอายุหลายปี ลำต้นเหนือดินเป็นลำต้นที่เกิดจากการอัดตัวกันของกาบใบ ลำต้นจริงอยู่ใต้ดินเรียกเหง้าขมิ้น ประกอบด้วย เหง้าหลักใต้ดินที่เราเรียกกว่าหัวแม่ ซึ่งมีรูปไข่และแตกแขนงทรงประกอบออกด้านข้างทั้ง 2 ด้าน เรียกว่า แง่ง เนื้อในเหง้ามีสีเหลือง มีกลิ่นเฉพาะ ส่วนที่ใช้บริโภคคือลำต้นใต้ดินที่ใช้สะสมอาหาร ขมิ้นมีสารที่เป็นองค์ประกอบหลักทางเคมีคือ Curcumin มีสีเหลือง ส้ม (orange-yellow) รูปที่ 2.1 ต้นขมิ้นชัน รูปที่ 2.2 เหง้าขมิ้นชัน ใช้รับประทานสด เป็นส่วนผสมของเครื่องแกง (curry) โดยนำมาใช้แต่งสี แต่งกลิ่น และรสของอาหาร เช่น แกงเหลือง แกงไตปลา อาจนำมาแปรรูปด้วยการทำแห้ง (dehydration) แล้วบดเป็นผง ใช้เป็นเครื่องเทศ (spice) และใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหาร (food additive) เพื่อเป็นสารให้สี (coloring agent) และวัตถุปรุงแต่งรสอาหาร (flavoring agent) ที่ได้จากธรรมชาติ ซึ่งให้ความปลอดภัยมากกว่าสีสังเคราะห์ เป็นวัตถุดิบเพื่อการสกัด (extraction) เป็น curcumin, oleoresin สารสำคัญและโภชนเภสัช รากและเหง้ามีน้ำมันหอมระเหย (essential oil) ได้แก่ ทูมีโรน (tumerone) , zingerene bissboline, zingiberence, (+) - sabinene, alpha-phellandrene, curcumone, สารประกอบ เคอร์คูมิน (curcumin) ที่มีคุณสมบัติเป็นสารแอนติออกซิแดนท์ (antioxidant) ใช้เป็นยาภายใน คือแก้ท้องอืด บรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืด แน่นจุดเสียดโดยกระตุ้นการหลั่ง mucin มาเคลือบกระเพาะ และยับยั้งการหลั่งน้ำย่อยชนิดต่างๆ มีฤทธิ์ในการลดการอักเสบโดยสาร curcumin ที่มีคุณสมบัติเป็นสารแอนติออกซิแดนท์ (Cousin et.al., 2007) ขมิ้นขันจะไปออกฤทธิ์ต้านการอักเสบ ฤทธิ์ในการลดการบีบตัวของลำไส้ ฤทธิ์ในการคลายกล้ามเนื้อเรียบ โดยออกฤทธิ์ต้าน acetylcholine, barium chloride และ serotonin ซึ่งช่วยบรรเทาอาการปวดเกร็งในผู้ป่วยโรคกระเพาะ ส่วนที่เป็นยาภายนอกได้แก่ ทาแก้ผื่นคัน โรคผิวหนังพุพอง ยารักษาชันนะตุและหนังศรีษะเป็นเม็ดผื่นคัน เหง้าของขมิ้นชันมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย สามารถยับยั้งสาเหตุการเกิดกรดเนื่องจาก Lactobacillus cidophilus และ L. planturum มีฤทธิ์ในการขับน้ำดี โดยสาร curcumin และ p-tolymethycarbinol สามารถขับน้ำดีและกระตุ้นการสร้างน้ำดี นอกจากนี้ยังสามารถ ออกฤทธิ์แก้ปวดกระดูก ป้องกันกระดูกผุ แก้ตาลาย อาการหน้ามืด ป้องกันโรค เบาหวาน ลดคอเลสเตอรอล และมีฤทธิ์เป็นยานอนหลับ (Gilani A.H. et.al., 2004) 2.1.2 ตะไคร้ลักษณะทั่วไป ตะไคร้ เป็นพืชสมุนไพร และเป็นเครื่องเทศ มีชื่อสามัญคือ Lemon Grass, Lapine, Sweet Rush, Ginger Grass, Takhrai มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Cymbopogon citrates (DC.) Stapf เป็นพืชล้มลุกจำพวกหญ้า อยู่ในวงศ์ GRAMINEAE อายุหลายปี สูงประมาณ 1 เมตร ลำต้นตั้งตรงมีข้อ และปล้องสั้นค่อนข้างแข็ง มีใบเรียงซ้อนสลับกันแน่นมาก กาบใบสีขาวนวลหรือม่วงอ่อนแผ่เป็นกาบ เป็นแผ่นยาวโอบซ้อนกันจนดูแข็ง ใบเป็นเดี่ยว รูปเรียวยาว ปลายใบเรียวแหลม กว้าง 1-2 เซนติเมตร ยาว 70-120 เซนติเมตร ผิวใบสากมือทั้งสองด้าน ขอบใบมีขนอยู่เล็กน้อย ขยายพันธุ์โดยการแตกหน่อ ชื่อเรียกในท้องถิ่น เช่น ตะไคร้แกง (กลาง) คาหอม (ฉาน-แม่ฮ่องสอน) ไคร (ใต้) จะไคร (เหนือ) เชิดเกรย เหลอะเกรย (สุรินทร์) ห่อวอตะโป่ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) หัวสิงไค (ปราจีนบุรี)
สมัครสมาชิก

สนับสนุนโดย / Supported By

  • บริษ้ท มาเรล ฟู้ดส์ ซิสเท็ม จำกัด จัดจำหน่ายเครื่องจักรและอุปกรณ์การแปรรูปอาหาร เช่น ระบบการชั่งน้ำหนัก, การคัดขนาด, การแบ่ง, การตรวจสอบกระดูก และการประยุกต์ใช้ร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ พร้อมกับบริการ ออกแบบ ติดตั้ง กรรมวิธีการแปรรูปทั้งกระบวนการ สำหรับ ผลิตภัณฑ์ ปลา เนื้อ และ สัตว์ปีก โดยมีวิศวกรบริการและ สำนักงานตั้งอยู่ที่กรุงเทพ มาเรล เป็นผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกของอุปกรณ์การแปรรูปอาหารที่ทันสมัย​​ครบวงจรทั้งระบบ สำหรับอุตสาหกรรม ปลา กุ้ง เนื้อ และสัตว์ปีก ต่างๆ เครื่องแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก Stork และ Townsend จาก Marel อยู่ในกลุ่มเครื่องที่เป็นที่ยอมรับมากที่สุดในอุตสาหกรรม พร้อมกันนี้ สามารถบริการครบวงจรตั้งแต่ต้นสายการผลิตจนเสร็จเป็นสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยสำนักงานและบริษัทสาขามากกว่า 30 ประเทศ และ 100 เครือข่ายตัวแทนและผู้จัดจำหน่ายทั่วโลก ที่พร้อมทำงานเคียงข้างลูกค้าเพื่อขยายขอบเขตผลการแปรรูปอาหาร Marel Food Systems Limited. We are supply weighing, grading, portioning, bone detection and software applications as well as complete turn-key processing solutions for fish, meat and poultry. We have service engineer and office in Bangkok. Marel is the leading global provider of advanced food processing equipment, systems and services to the fish, meat, and poultry industries. Our brands - Marel, Stork Poultry Processing and Townsend Further Processing - are among the most respected in the industry. Together, we offer the convenience of a single source to meet our customers' every need. With offices and subsidiaries in over 30 countries and a global network of 100 agents and distributors, we work side-by-side with our customers to extend the boundaries of food processing performance.
  • We are well known for reliable, easy-to-use coding and marking solutions which have a low total cost of ownership, as well as for our strong customer service ethos. Developing new products and a continuous programme of improving existing coding and marking solutions also remain central to Linx's strategy. Coding and marking machines from Linx Printing Technologies Ltd provide a comprehensive solution for date and batch coding of products and packaging across manufacturing industries via a global network of distributors. In the industrial inkjet printer arena, our reputation is second to none. Our continuous ink jet printers, laser coders, outer case coders and thermal transfer overprinters are used on production lines in many manufacturing sectors, including the food, beverage, pharmaceutical, cosmetics, automotive and electronic industries, where product identification codes, batch numbers, use by dates and barcodes are needed. PTasia, THAILAND With more than 3,700 coding, marking, barcode, label applicator, filling, packing and sealing systems installed in THAILAND market. Our range is includes systems across a wide range of technologies. To select the most appropriate technology to suit our customers. An excellent customer service reputation, together with a reputation for reliability that sets standards in the industry, rounds off the PTAsia offering and provides customers with efficient and economical solutions of the high quality. Satisfyingcustomers inTHAILAND for 10 years Our 1,313 customers benefit from our many years of experience in the field, with our successful business model of continuous improvement. Our technical and service associates specialise in providing individual advice and finding the most efficient and practical solution to every requirment. PTAsia extends its expertise to customers in the food, beverage, chemical, personal care, pharmaceutical, medical device, electronics, aerospace, military, automotive, and other industrial markets.
  • วิสัยทัศน์ของบริษัท คือ การอยู่ในระดับแนวหน้า "ฟอร์ฟร้อนท์" ของเทคโนโลยีประเภทต่างๆ และนำเทคโนโลยีนั้นๆ มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมและกระบวนการผลิตในประเทศไทย เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้า บริษัท ฟอร์ฟร้อนท์ ฟู้ดเทค จำกัด เชื่อมั่นและยึดมั่นในอุดมการณ์การดำเนินธุรกิจ กล่าวคือ จำหน่าย สินค้าและให้บริการที่มีคุณภาพสูง ซึ่งเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า ด้วยความซื่อสัตย์และความตรงต่อเวลา เพื่อการทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จร่วมกันระยะยาว Our vision is to be in the "forefront" of technology in its field and suitably apply the technology to industries and production in Thailand for customers' utmost benefits. Forefront Foodtech Co., Ltd. strongly believes in and is committed to our own business philosophy which is to supply high quality products and service appropriately to each customer's requirements with honesty and punctuality in order to maintain long term win-win business relationship. Forefront Foodtech Co., Ltd. is the agent company that supplies machinery and system, install and provide after sales service as well as spare parts. Our products are: Heinrich Frey Maschinenbau Gmbh, Germany: manufacturer of vacuum stuffers and machinery for convenient food Kronen GmbH, Germany: manufacturer of machinery for vegetable and fruits from washing to packing Nock Fleischerei Maschinenbau GmbH, Germany: manufacturer of skinning machines, membrane skinning machine, slicers and scale ice makers K + G Wetter GmbH, Germany: manufacturer of grinders and bowl cutters Ness & Co. GmbH, Germany: manufacturer of smoke chambers, both stand alone and continuous units Dorit DFT GmbH, Germany: manufacturer of tumblers and injectors Maschinenfabrik Leonhardt GmbH, Germany: manufacturer of dosing and filling equipment