News and Articles

รวมบทความบรรจุภัณฑ์อาหาร
แนะนำอาจาย์ปุ่น คงเจริญเกียรติ
แนะนำผู้เขียน บทความเรื่องบรรจุภัณฑ์น้ำผลไม้ นี้ คัดลอกจากหนังสือต้นฉบับ รวมบทความบรรจุภัณฑ์ ของท่านอาจารย์ ปุ่น คงเจริญเกียรติ ซึ่งไม่ได้จัดพิมพ์อีกแล้ว น่าเสียดายมาก ในหนังสือนี้มีบทความดีมาก ทั้ง หมด9 บทความ ที่ เกี่ยวข้อง บรรจุภัณฑ์อาหารนอกจากบทความนี้ เช่น บรรจุภัณฑ์สำหรับผักผลไม้สดเพื่อการส่งออก บรรจุภัณฑ์อาหารไมโครเวฟ บรรจุภัณฑ์สุราพื้นบ้าน การออกแบบฉลากเพื่อเพิ่มมูลค่า เป็นต้น ครูผู้น้อย ได้มีโอกาสได้พบท่านอาจารย์ปุ่น คงเจริญเกียรติ เป็นปรมาจารย์ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น จอมยุทธ์ด้านบรรจุภัณฑ์ ระดับเทพเรียกพี่ และ รับเกียรติ รับประทานข้าวร่วมกันกับท่าน เสียดาย ลืมขอลายเซ็นต์มาอวด นั่งทานอาหารอร่อย พูดคุย ฟังท่านเล่าประสพการณ์ อย่างคนอารมณ์ดี ใจดีมากกก หล่อด้วย ท่านยังแข็งแรงและมีสุขภาพดีมาก ลูกศิษย์ลูกหาจะได้ดีใจ ท่านได้มอบหนังสือเล่มนี้ให้ครูผู้น้อย และอนุญาติให้ www foodnetworksolution com นำมาเผยแพร่เป็นวิทยาทานได้ ท่านอาจารย์ปุ่น คงเจริญเกียรติ ท่านสำเร็จ การศึกษาวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทสาขา Packaging จากสหรัฐอเมริกา เป็นผู้บุกเบิการศึกษาสาขาบรรจุภัณฑ์อาหารในประเทศไทยได้เป็นอาจารย์พิเศษตามมหาวิทยาลัย เป็นวิทยากรบรรยาย ทั่วถิ่นแดนสยาม เป็นเจ้าของบริษัทแพคเมทส์ แต่ที่ครูผู้น้อยยกย่องท่านมากคือฐานะที่ ท่านเป็นนักเขียน ท่านได้เขียนหนังสือดีๆ มากมาย หลายต่อหลายเล่ม เพื่อถ่ายทอดความรู้และประสพการณ์ ท่านได้เมตตากล่าวระหว่างการสนทนาว่า ผมเดินทางเป็นวิทยากรบรรยายทั่วประเทศมีคนฟังมากมายก็จริง แต่ก็ไม่เท่าการเขียนหนังสือเผยแพร่ เพราะมีประโยชน์กับคนอ่านได้ไม่จำกัดจำนวน เพราะความคิดดีอย่างนี้นี่แหละ ท่านจึงเป็นผู้มีปัญญาบารมีมาก เป็นต้นแบบที่ดีของนักวิชาการไทย ครูผู้น้อยขอเทิดทูนด้วยความจริงใจมาณ โอกาสนี้ ถ้าใครอ่านแล้วเกิดประโยชน์เพิ่มพูนท่านก็จะดีใจ แต่ถ้าคัดลอกไปใช้ก็ขอความกรุณาอ้างอิงให้ถูกต้องด้วยตามมารยาทที่ดี ผลงานหนังสือของท่าน ที่ใช้กันอย่างกว้างขวางในวงการจอมยุทธไทย คือ หนังสือบรรจุภัณฑ์อาหารซึ่งปัจจุบันหมดแล้ว และยังไม่มีกำหนดพิมพ์ใหม่ผลงานเขียนของท่าน เป็นคุณูปการอย่างใหญ่หลวง กับแวดวง บรรจุภัณฑ์ และ อุตสาหกรรมอาหารไทย ผลงานหนังสือ เล่มล่าสุดของท่านคือหนังสือ บรรจุภัณฑ์โลหะ metal packaging ซึ่งท่านเขียนร่วมกับท่านอาจารย์สมพร เป็น หนังสือปกแข็งอาบมัน สวยงามมาก กระดาษอาร์ตมันทั้งเล่ม หนา 700 กว่า หน้า แค่เอามาวางไว้ ประดับโต๊ะหรือชั้นหนังสือยังไม่ต้องอ่านก็จะช่วยส่งเสริมให้ท่าน ดูเป็นผู้มีภูมิรู้ ภูมิธรรม อย่างคาดไม่ถึง เป็นการปรับฮวงจุ๊ยบนโต๊ะทำงาน ด้านปัญญา ได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ยิ่งเปิดเข้าไปอ่านยิ่งรู้ว่า ภายในอัดแน่นไปด้วยสาระ ความรู้ เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์โลหะ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร click ด่วนดูรายละเอียด เช่น อาหารกระป๋อง ถังโลหะ ปี๊บ ฝาปิด การปิดตะเข็บ แล้วยังสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับประสพการณ์ บรรยายไม่หมด เลยล่ะค่ะ ท่านก็อนุญาติให้เผยแพร่ได้ ใน Foodnetworksolution com เช่นกัน จะค่อยๆทะยอยจัดให้ แต่ถ้าจะให้ทันใจ ซื้อไปเป็นของตัวเองดีกว่า เล่มละ 500 บาท เท่านั้น ที่ถูกอย่างนี้ เพราะหนังสือนี้ ได้รับพิจารณาแล้วว่า ดีมากและจะเป็น ประโยชน์อย่างกว้างขวาง จึงได้รับ การสนับสนุนการพิมพ์จาก ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และสนับสนุนกระดาษพิมพ์จากบริษัทผลิตภัณฑ์กระดาษไทย ทำให้พวกเราได้ซื้อหนังสือดีมากในราคาอนุเคระห์ สบายกระเป๋า ถ้าเป็น text book เล่มขนาดนี้เนื้อหาขนาดนี้บอกได้เลยว่าไม่ต่ำกว่า หมื่น แต่มูลค่าขอเนื้อหาและความทุ่มเทที่ท่านทำให้กับพวกเราๆนั้นเกินค่าจะประเมินค่าเป็นราคา ถ้าหมดแล้วใครไม่มีเป็นเจ้าของคงต้องได้ประมูลกันล่ะ ครูผู้น้อย ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ท่านด้วยความเคารพอย่างสูง ขอขอบคุณ คุณอรุณี หรือน้องอ้อย ที่ได้ช่วยพิมพ์และตรวจทานต้นฉบับให้ และคงจะช่วยหารูปสวยๆมาใส่ให้สดใส ทันสมัยตอนนี้คุณอรุณีไปเที่ยวรับน้อง อาทิตย์หน้าคงจะกลับมา upload ให้ได้อ่านกันทั่วๆ และจะทะยอยมา up บทความของอาจารย์ปุ่นให้เรื่อยๆ ต่อเนื่อง คอยพบกันให้ได้นะคะ อ่านแล้วสนใจ หรือมีปัญหาอยากถามอาจารย์ปุ่น ก็ เข้ามาที่ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ครูผู้น้อยจะเป็นสื่อกลาง ถามท่านให้ค่ะ ท่านบอกมาแล้วว่าท่านยินดีตอบค่ะ
บรรจุภัณฑ์น้ำผลไม้ ( ตอนที่ 1)
บรรจุภัณฑ์น้ำผลไม้ตอนที่ 1โดย อาจารย์ปุ่น คงเจริญเกียรติ 1 บทนำ น้ำผลไม้คล้ายคลึงกับอาหารประเภทอื่นๆ ที่สามารถเสื่อมคุณภาพได้ มูลเหตุสำคัญของการเสื่อมคุณภาพได้แก่ จุลินทรีย์และการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ทำให้รสชาติและสีเปลี่ยนแปลงได้ นอกจากนี้วัสดุสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมในการบรรจุใส่น้ำผลไม้ยังอาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาอื่นๆ ทำการบั่นทอนคุณภาพของน้ำผลไม้ กล่าวโดยทั่วไปแล้ว บรรจุภัณฑ์สำหรับน้ำผลไม้จึงควรมีสมบัติหลักดังต่อไปนี้เพื่อยืดอายุขัย Shelf Life ของน้ำผลไม้ 1 มีคุณสมบัติที่เข้ากันได้ Compatibility กับน้ำผลไม้ที่บรรจุใส่ โดยมีการทำปฏิกิริยาน้อยที่สุด 2 ช่วยป้องกันการซึมผ่านของออกซิเจน กลิ่น แสง และรสชาติ 3 ช่วยรักษาอุณหภูมิของน้ำผลไม้ 4 สะดวกใช้และจัดส่ง 2 อายุการเก็บของน้ำผลไม้ ผู้ประกอบการที่มีความมุ่งมั่นผลิตอาหารที่ปลอดภัย คุณภาพสูงอย่างคงที่ มีคุณค่าทางโภชนาการ ต้องหาวิธีที่จะประเมินอายุของผลิตภัณฑ์อาหารให้ถูกต้อง และสามารถผลิตอาหารให้เก็บได้ตามเวลาที่ต้องการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตที่ดี Good Manufacturing Practice หรือ GMP คำนิยาม อายุของผลิตภัณฑ์อาหาร คือ ช่วงระยะเวลาที่สินค้าบรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์ และสามารถรักษาคุณภาพให้อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ภายใต้สภาวะการเก็บหนึ่งๆ จากคำนิยามจะพบว่าองค์ประกอบของอายุผลิตภัณฑ์อาหารแปรผันกับ 3 ปัจจัยหลัก คือ ตัวสินค้า บรรจุภัณฑ์ และสิ่งแวดล้อม หลังจากที่ได้รับการแปรรูปและผ่านกระบวนการผลิตแล้ว 2 1 สินค้า สินค้าจะเสื่อมคุณภาพด้วยปฏิกิริยาต่างๆกัน น้ำผลไม้โดยส่วนใหญ่จะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ความเป็นกรดมากน้อย ของน้ำผลไม้ยังเป็นตัวจำกัดโอกาสเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ในขณะที่สาเหตุการเสื่อมคุณภาพของน้ำผลไม้จำต้องกำหนดขึ้นว่า มาตรฐานหรือระดับคุณภาพขนาดไหนจะไม่เป็นที่ยอมรับ การกำหนดระดับคุณภาพที่ยอมรับไม่ได้นี้ จำเป็นต้องทำการชิม และสัมภาษณ์จากกลุ่มเป้าหมายที่เรียกว่า Sensory Panal กลุ่มเป้าหมายที่จะทดสอบความยอมรับของคุณภาพสินค้าจำต้องใกล้เคียงกลุ่มบริโภคที่จะซื้อจริงเมื่อวางจำหน่ายสินค้า 2 2 บรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ที่นิยมใช้บรรจุน้ำผลไม้มีตั้งแต่ กระป๋อง ซองหรือถุง ถังโลหะหรือถังพลาสติก ขวดแก้วและขวดพลาสติก นอกจากนี้ในกรณีส่งออกยังมีการใช้ถุงบรรจุในกล่องลูกฟูกที่รู้จักกันในนามของ Bag in Box ในภาคผนวกที่ 1 2 ได้แสดงรายละเอียดของบรรจุภัณฑ์ที่ใช้และปริมาณการบรรจุน้ำผลไม้ในประเทศสาธารณรัฐจีน ใต้หวัน ตัวบรรจุภัณฑ์ต้องทำหน้าที่ป้องกันให้สินค้าไม่เสื่อมคุณภาพเร็วจนเกินไป โดยปกติน้ำผลไม้จะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงรสชาติ จึงจำต้องเลือกวัสดุที่สามารถป้องกันการซึมผ่านของก๊าซออกซิเจนที่วัดด้วยค่า อัตราการซึมผ่านของออกซิเจน OTR Oxygen Transmission Rate ระดับการป้องกันของน้ำผลไม้ชนิดเดียวกันจะแปรตามการเลือกใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ที่มี OTR ต่างกัน นอกจากออกซิเจนซึ่งเป็นศัตรูตัวสำคัญของน้ำผลไม้แล้ว อัตราการซึมผ่าน ของกลิ่นหรือก๊าซอื่นๆ ก็จะมีผลต่อคุณภาพของน้ำผลไม้เช่นเดียวกัน วัสดุบรรจุภัณฑ์ที่จะใช้ทดสอบประเมินหาอายุของน้ำผลไม้ จำต้องกำหนดรายละเอียดให้ชัดเจน ตั้งแต่โครงสร้างของบรรจุภัณฑ์รวมกระทั่งถึงแหล่งผลิต รายละเอียดที่จำเป็นต้องทราบคือ อัตราการซึมผ่านของออกซิเจนที่มีโอกาสทำปฏิกิริยาแล้วส่งผลให้น้ำผลไม้เสื่อมคุณภาพ ชนิดของวัสดุบริเวณผิวบรรจุภัณฑ์ที่อยู่ชิดติดน้ำผลไม้ น้ำหนักสินค้าและวิธีการปิดผนึกของบรรจุภัณฑ์ 2 3สิ่งแวดล้อม การขนย้ายสินค้าอาหารจากแหล่งผลิตไปยังจุดขายย่อยมีโอกาสทำให้อาหารบอบช้ำและอาจเสียหายจนขายไม่ได้ ในทางปฏิบัติสินค้าจำพวกอาหารจะยินยอมให้เกิดความเสียหายได้ไม่เกิน 5 เนื่องจากสินค้าอาหารมีมูลค่าไม่มากนัก อายุของอาหารแปรผันกับประสิทธิภาพในการขนส่ง น้ำผลไม้ที่มีอายุสั้นยิ่งจำเป็นต้องใช้การขนส่งที่มีประสิทธิผลและใช้พาหนะที่มีความเร็วสูง ในทางตรงกันข้ามน้ำผลไม้ที่ได้รับการแปรรูปจนมีอายุยาวจะเหมาะกับการขนส่งที่ใช้เวลา เช่น รถไฟและรถยนต์ เป็นต้น ภายใต้กระแสความต้องการของสังคมที่จะลดพลังงาน การขนส่งที่ต้องใช้พลังงานมาก เช่น การแช่เย็น จะมีโอกาสใช้น้อยลง และหันมาพัฒนาบรรจุภัณฑ์น้ำผลไม้ที่ไม่ต้องแช่เย็นมากขึ้น หรือที่เรียกว่า Shelf Stable ซึ่งน้ำผลไม้จำพวกนี้ มีอายุการเก็บยาวนานขึ้น ความจำเป็นในการพัฒนาระบบบรรจุภัณฑ์และวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีสูงจึงจะมีความจำเป็นมากขึ้น 3 ระบบการบรรจุ องค์ประกอบหนึ่งที่ส่งผลให้น้ำผลไม้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางไปทั่วทั้งโลกได้แก่วิวัฒนาการของระบบบรรจุภัณฑ์ซึ่งได้พัฒนาบทบาทของบรรจุภัณฑ์ให้เอื้ออำนวยความสะดวกได้มากขึ้นกว่าเดิมไม่ว่าจะเป็นการยืดอายุอาหารหรือรูปทรงที่แปลกใหม่ เป็นต้น ปัจจัยสำคัญที่จะต้องพิจารณาในการเลือกระบบบรรจุภัณฑ์ ประกอบด้วย 1 กระบวนการผลิต 2 ระบบการจัดจำหน่ายและอายุขัยที่ต้องการของน้ำผลไม้ รวมทั้งกฎข้อบังคับ 3 ส่วนผสมของน้ำผลไม้และระดับคุณภาพที่ต้องการ 4 สถานะการป้องกันและรักษาคุณภาพของน้ำผลไม้ในระหว่างการขนส่ง การเก็บคงคลังและสภาวะ ณ จุดขาย 5 การวางตำแหน่งสินค้าในตลาดขายปลีก 6 ปริมาณบรรจุ ขนาดการบรรจุที่แตกต่างกัน พร้อมทั้งรายละเอียดการพิมพ์ 7 ระบบบรรจุที่ต้องการ เช่น เป็นแบบอัตโนมัติหมด หรือความจำเป็นในการขยายกำลังการผลิตในอนาคตหรือ การใช้งานร่วมกับเครื่องจักรที่มีอยู่ 8 ภาพพจน์ของสินค้า และความรู้สึกของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าและบรรจุภัณฑ์ ปัจจัยที่ใช้พิจารณาตามที่กล่าวนี้สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนจากการตัดสินใจเลือกวิธีการบรรจุแบบเย็น Cold Filling หรือแบบร้อน Hot Filling การบรรจุทั้งสองแบบนี้ไม่เพียงแต่จะมีความแตกต่างเฉพาะอุณหภูมิที่บรรจุ แต่ความแตกต่างนี้ครอบคลุมไปถึงกระบวนการผลิต ตัวสินค้าที่ใช้บรรจุ วัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ วิธีการปิดสนิทแน่น พร้อมทั้งความสะดวกในการนำออกมาบริโภคและย่อมมีผลโดยต่ออายุขัยสินค้าที่ได้จากการบรรจุแต่ละแบบ 3 1 ระบบการบรรจุเย็น cold filling บรรจุภัณฑ์น้ำผลไม้ที่ใช้วิธีบรรจุเย็นนี้มักจำต้องมีการกระจายสินค้าแบบแช่เย็นที่อุณหภูมิประมาณ 0 5 C โดยมีอายุขัยของสินค้าประมาณ 4 6 สัปดาห์ ระบบการบรรจุเย็นด้วยการแช่เย็นตลอดวงจรการกระจายสินค้าจะสามารถเก็บรักษารสชาติของน้ำผลไม้ไว้ได้ดีไม่ว่าน้ำผลไม้จะเตรียมจากการคั้นผลไม้สดๆ หรือเป็นการผสมจากน้ำผลไม้เข้มข้น พร้อมทั้งมีการเติมเยื่อ Pulp และการแต่งกลิ่น การกระจายสินค้าด้วยวิธีแช่เย็นจะช่วยเก็บกลิ่นและวิตามินต่างๆไว้เป็นอย่างดี เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการกระจายสินค้าด้วยวิธีแช่เย็นนี้มีงบประมาณค่อนข้างสูง ทำให้ระบบบรรจุนี้ เหมาะสำหรับน้ำผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารและคุณภาพที่สูงเพื่อที่จะขายได้ราคา ปริมาณการบรรจุที่นิยมใช้มีอยู่ 3 ขนาด คือ 250 มิลลิลิตร 1 ลิตร และ 2 ลิตร หรืออาจบรรจุเป็นขนาดเล็กประมาณ 180 มิลลิลิตร ข้อดีของน้ำผลไม้ที่บรรจุเย็น ดังนี้คือ 1 มีระบบการผลิตและการบรรจุที่ได้รับการพัฒนา ทำให้ต้นทุนในการลงทุนเครื่องจักรต่ำ 2 มีโอกาสคืนทุนในระยะสั้น 3 มีคุณภาพสินค้าที่ดีทำให้ได้ราคาที่สูงตาม 4 สร้างภาพพจน์ที่ดีต่อตัวสินค้าและตราสินค้า ส่วนข้อเสีย มีดังนี้คือ 1 ต้องใช้ระบบการแช่เย็นตลอดวงจรการกระจายสินค้า ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูง 2 ต้องมีระบบการจัดส่งที่รวดเร็ว มีความถี่ในการจัดส่งสูงและจำต้องมีประสิทธิภาพในการจัดส่งดี 3 2 ระบบการบรรจุร้อน Hot filing การบรรจุร้อนเป็นอีกกรรมวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมมานานแล้ว เนื่องจากสามารถยืดอายุขัยของน้ำผลไม้ได้ การบรรจุร้อนเป็นการบรรจุที่ได้ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อมาแล้ว และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับน้ำผลไม้ที่มีความเป็นกรด โดยปกติกระบวนการฆ่าเชื้อจะฆ่าเชื้อด้วยวิธีพาสเจอร์ไรซ์ Pasteurization ที่อุณหภูมิประมาณ 92 95 ̊̊̊ C และบรรจุที่อุณหภูมิ 82 ̊̊̊ C บรรจุภัณฑ์ที่ใช้จำต้องทนความร้อนขนาดนี้ได้โดยไม่เปลี่ยนรูปทรงของบรรจุภัณฑ์ Distort เนื่องจากน้ำผลไม้ที่บรรจุ ณ อุณหภูมินี้จะปล่อยให้เย็นตัวลงภายในบรรจุภัณฑ์พร้อมๆกัน ด้วยการเคลื่อนผ่านอุโมงค์ที่หล่อด้วยละอองของน้ำเย็น จากนั้นบรรจุภัณฑ์จะได้รับการเป่าด้วยลมเพื่อให้แห้งแล้วจึงทำการติดฉลากและบรรจุใส่เพื่อการขนส่งต่อไป ข้อดีของน้ำผลไม้บรรจุร้อน มีดังนี้คือ 1 ต้องผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อในการยืดอายุขัยของน้ำผลไม้สามารถเก็บได้นานในอุณหภูมิห้อง 2 ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีหรือวัสดุกันบูดเพื่อรักษาความเป็นธรรมชาติของน้ำผลไม้ 3 ตัวบรรจุภัณฑ์ไม่ต้องผ่านการฆ่าเชื้อด้วยสารเคมีใดๆ 4 ระหว่างการผลิตและการบรรจุสามารถใช้งานได้กับน้ำผลไม้หลากหลายประเภท ข้อเสียของระบบนี้ได้แก่ 1 ใช้พื้นที่มากในกระบวนการผลิตและบรรจุ 2 เหมาะกับน้ำผลไม้ที่ทนความร้อนได้โดยไม่แปลงสภาพ สิ่งที่ควรพิจารณา 1 ระบบการบรรจุร้อนทั้งระบบจะใช้พลังงานมากพอสมควร แต่ในระบบการผลิตสมัยใหม่จะสามารถนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้มากถึง 70 80 2 สามารถยืดอายุขัยได้พอสมควรพร้อมทั้งเก็บกลิ่นรสชาติได้ โดยไม่มีความแตกต่างของรสชาติอย่างเห็นได้ชัดระหว่างการบรรจุร้อนและการบรรจุแบบปลอดเชื้อ Aseptic ดังที่กล่าวถึงในหัวข้อต่อไป 3 3 ระบบการบรรจุแบบปลอดเชื้อ Aseptic คำว่าปลอดเชื้อหรือ Aseptic มีรากศัพท์จากภาษากรีกที่ว่า Septicos ซึ่งมีความหมายว่าปราศจากเชื้อที่ทำให้เน่าเสีย Putrefactive Microorganism ความแตกต่างของการบรรจุแบบปลอดเชื้อ คือ มีการฆ่าเชื้อในตัวสินค้าหรือน้ำผลไม้แยกออกจากตัวบรรจุภัณฑ์ที่ทำการฆ่าเชื้อในระหว่างการบรรจุและปิดผนึกตัวบรรจุภัณฑ์ ดังแสดงในรูปที่ 1 ทำการเปรียบเทียบความแตกต่างของการฆ่าเชื้อแบบทั่วๆไปกับระบบปลอดเชื้อ โดยสินค้าสำเร็จรูปที่ได้จากการบรรจุแบบปลอดเชื้อจะสามารถวางขายได้โดยไม่ต้องแช่เย็นหรือที่เรียกว่า Shelf stabl รูปที่1 เปรียบเทียบขั้นตอนการทำงานของระบบฆ่าเชื้อทั่วไปและระบบปลอดเชื้อ วิธีการฆ่าเชื้อตัวน้ำผลไม้ของระบบปลอดเชื้อในรูปที่ 1 ใช้อักษรย่อว่า HTST นั้นเป็นวิธีการฆ่าเชื้อที่นิยมมาก โดยมีชื่อเต็มว่า ฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิสูงแต่ใช้เวลาสั้น High Temperature Short Time วิธีการฆ่าเชื้อแบบนี้เป็นการฆ่าเชื้ออย่างต่อเนื่องในขณะที่สินค้าเคลื่อนที่อยู่ Continuous Flow Heating องค์ประกอบในการฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิสูงเวลาสั้นนี้ทำให้ลดความสูญเสียของคุณภาพสินค้าและช่วยรักษาคุณค่าทางโภชนาการของน้ำผลไม้ การฆ่าเชื้อของบรรจุภัณฑ์ในระบบปลอดเชื้อนี้ ตัวบรรจุภัณฑ์สามารถฆ่าเชื้อในระดับที่แตกต่างกันแปรตามประเภทของวัสดุบรรจุภัณฑ์ ทำให้เปิดโอกาสใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ได้หลากหลายมากขึ้น ในอดีตการฆ่าเชื้อบรรจุภัณฑ์มักใช้ไอน้ำร้อน เริ่มตั้งแต่ปี ค ศ 1981 ที่ทางองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาได้อนุมัติให้ใช้สารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เป็นสารเคมีที่ใช้ฆ่าเชื้อของวัสดุ Low density polyethylene LDPE ที่เคลือบบนบรรจุภัณฑ์ด้านที่อยู่ติดกับตัวสินค้า หลังจากนั้นก็ได้อนุมัติใช้กับพลาสติกประเภทอื่นๆ ทำให้ระบบปลอดเชื้อนี้ได้รับการผลักดันให้นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากสามารถใช้กับวัสดุบรรจุภัณฑ์หลากหลายประเภทมากขึ้น พร้อมทั้งมีคุณค่าทางอาหารสูงและไม่จำเป็นต้องแช่เย็น ในปัจจุบัน น้ำผลไม้หรืออาหารเหลวต่างๆ แม้กระทั่งกะทิมักใช้ระบบปลอดเชื้อ การใช้กระบวนการปลอดเชื้อสำหรับอาหารที่มีความเป็นกรดสูง acid food pH &le 4 6 จะทำการฆ่าเชื้อที่ 93 96 ̊ C และใช้เวลาเพียง 15 30 วินาที ส่วนอาหารที่มีความเป็นกรดต่ำ low acid foodpH &ge 4 6 จะฆ่าเชื้อ ที่อุณหภูมิ 138 150 ̊ C เป็นเวลา 1 30 วินาที Ultra High TemperatureUHT ข้อดีและข้อเสียของกระบวนการปลอดเชื้อนี้ สรุปไว้ในตารางต่อไปนี้ ตารางที่ 1 เปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของกระบวนการปลอดเชื้อ ข้อดีของกระบวนการปลอดเชื้อ ข้อเสียของกระบวนการปลอดเชื้อ 1 ได้คุณภาพของอาหารสูง 1 การลงทุนสูง 2 ประสิทธิผลการส่งผ่านความร้อนสูง 2 การปฏิบัติงานฆ่าเชื้อยุ่งยากสลับซับซ้อน 3 แปรเปลี่ยนองค์ประกอบการฆ่าเชื้อได้ง่าย 3 ถ้ามีส่วนผสมหลายประเภทของผลิตภัณฑ์อาหารในบรรจุภัณฑ์เดียวกันต้องแยกกันฆ่าเชื้อ 4 ใช้กับวัสดุบรรจุภัณฑ์ได้หลายประเภท 4 ส่วนผสมอาหารที่เป็นชิ้นนั้นฆ่าเชื้อลำบาก ปัจจุบันนี้จำกัดอยู่ที่ขนาด 25มม 5 วัสดุบรรจุภัณฑ์ไม่ต้องทนความร้อนสูง ในกรณีใช้กับ H2O2 คุณสมบัติบรรจุภัณฑ์ที่ใช้กับระบบปลอดเชื้อ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของระบบฆ่าเชื้อทำให้วัสดุบรรจุภัณฑ์หลากหลายชนิดสามารถใช้กับระบบนี้ได้ โดยเริ่มต้นจาก LDPE ดังกล่าวแล้ว วัสดุบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะแก่การบรรจุแบบปลอดเชื้อ ควรมีคุณสมบัติดังนี้ 1 วัสดุที่ใช้จะต้องไม่ทำปฏิกิริยากับสินค้าภายใต้สภาวะปลอดเชื้อ พร้อมทั้งไม่มีการแยกตัวออกมาของตัวบรรจุภัณฑ์ Migration 2 การคงสภาพทางกายภาพ Physical Integrity เป็นคุณสมบัติจำเป็นมากในการรักษาสภาวะปลอดเชื้อภายในบรรจุภัณฑ์ 3 วัสดุบรรจุภัณฑ์จะต้องป้องกันการซึมผ่าน Barrier ของออกซิเจน ความชื้น แสง และกลิ่น เพื่อช่วยรักษาคุณภาพของสินค้า โดยปกติวัสดุที่ใช้แปรรูปเป็นบรรจุภัณฑ์จะประกอบด้วยวัสดุไม่น้อยกว่า 2 ประเภท ดังแสดงไว้ในตารางที่ 2 วัสดุแต่ละอย่างจะมีคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างกัน เช่น บรรจุภัณฑ์ถุงในกล่อง Bag in Box ตัวบรรจุภัณฑ์มักจะเป็นการเคลือบชั้น Laminate ของ EVA Ethylene Vinyl Acetate ฟิล์มเม็ททาไลซ์ Metalized Film และ LDPE เพื่อประสานคุณสมบัติแต่ละชั้นให้ได้คุณสมบัติรวมตามต้องการของตัวบรรจุภัณฑ์และสินค้า ตัวถุงที่ใช้นั้นจำต้องเหนียว ทนการทิ่มทะลุได้ Puncture Resistant และต้านการซึมผ่าน Barrier ท้ายที่สุดโครงสร้างขอบรรจุภัณฑ์ยังต้องสามารถปิดผนึกได้อย่างสมบูรณ์ Hermetic Seal ตารางที่ 2 คุณสมบัติเด่นของวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในระบบปลอดเชื้อ วัสดุ การซึมผ่าน คุณสมบัติ ความทนทาน ออกซิเจน ความชื้น แสง การปิดผนึก เหนียว ฉีก ทิ่มทะลุ กระดาษแข็ง &radic &radic เปลวอะลูมิเนียม &radic &radic &radic เม็ททาไลซ์ฟิล์ม &radic &radic LDPE &radic &radic กลับสู่เมนูหลัก
บรรจุภัณฑ์น้ำผลไม้ (ตอนที่ 2 )
ความเดิมตอนที่แล้ว บรรจุภัณฑ์น้ำผลไม้ ตอนที่ 1 4 วิธีการบรรจุ หลักการบรรจุของเหลวลงไปในบรรจุภัณฑ์อาจแบ่งด้วยวิธีการทำงานเป็น 2 ประเภทใหญ่ ดังนี้คือ 1 หลักการบรรจุ พิจารณาจากสภาพของบรรจุภัณฑ์ในขณะที่ทำการบรรจุนั้น ท่อบรรจุมีการปิดฝาหรือ เปิดฝาของตัวบรรจุภัณฑ์ขณะที่บรรจุ โดยแบ่งเป็น 1 1 บรรจุขณะที่ท่อบรรจุปิดฝาขวด อันได้แก่ บรรจุแบบแรงโน้มถ่วง บรรจุแบบสุญญากาศ และบรรจุ แบบใช้ความดัน เป็นต้น 1 2 บรรจุภัณฑ์ที่ท่อบรรจุไม่จำเป็นต้องปิดฝาขวด แยกได้เป็น การบรรจุโดยใช้ระดับเป็นเกณฑ์ บรรจุด้วยลูกสูบันเข้าไป ใช้ถ้วยตวง ใช้น้ำหนักและใช้เวลาเป็นเกณฑ์ เป็นต้น 2 ลักษณะการเคลื่อนที่ของบรรจุภัณฑ์ พิจารณาแนวทางเคลื่อนที่ของบรรจุภัณฑ์เป็นเกณฑ์ สามารถแยกเป็น 3 ลักษณะ คือ 2 1 การบรรจุโดยใช้มือ ซึ่งตัวบรรจุภัณฑ์มีการเคลื่อนที่ในแนวดิ่ง 2 2 การบรรจุแบบอัตโนมัติ ตัวบรรจุภัณฑ์มีการเคลื่อนเป็นเส้นตรง 2 3 การบรรจุแบบอัตโนมัติ ตัวบรรจุภัณฑ์มีการเคลื่อนที่เป็นแบบโรตารี่ การบรรจุแบบอัตโนมัติ ตัวบรรจุภัณฑ์มีการเคลื่อนเป็นเส้นตรง การบรรจุแบบอัตโนมัติ ตัวบรรจุภัณฑ์มีการเคลื่อนที่เป็นแบบโรตารี่ 4 1 การบรรจุในขวดแก้วและกระป๋อง แก้วนับได้ว่าเป็นบรรจุภัณฑ์ที่เก่าแก่มากที่สุดประเภทหนึ่ง และยังเป็นที่นิยมใช้อยู่ในอุตสาหกรรมน้ำผลไม้ ความเฉื่อยในการทำปฏิกิริยาและภาพพจน์ที่ดีดูมีคุณค่าของขวดแก้ว ทำให้บรรจุภัณฑ์แก้วเหมาะสำหรับน้ำผลไม้ที่ต้องการอายุขัยยาวและมักจะเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้นำกลับมาบรรจุใหม่ Non Returnable กระป๋องที่ใช้บรรจุน้ำผลไม้ที่ใช้ในการบริโภคครั้งเดียว Single Serving มักจะเป็นกระป๋องที่มีฝาเปิดได้ง่าย Easy Opening ที่ปิดฝาด้านบนจะปิดเรียบร้อยมาจากโรงงานผลิตกระป๋อง เวลาบรรจุจะบรรจุจากทางก้นกระป๋อง หลังการบรรจุแล้วทำการปิดด้วยตะเข็บคู่ตรงบริเวณก้นกระป๋อง ปัจจุบันนี้เครื่องจักรที่ใช้ในการบรรจุขวดและกระป๋องสามารถบรรจุได้เร็วถึง 80000 100000 หน่วยต่อชั่วโมง แต่เครื่องจักรที่ใช้งานทั่วไปจะบรรจุประมาณ 15000 30000 หน่วยต่อชั่วโมง การบรรจุมักจะเริ่มต้นจากการดูดอากาศภายในขวดออกก่อนที่บรรจุน้ำผลไม้ลงในขวดเพื่อช่วยเร่งความเร็วในการบรรจุ ส่วนระบบการบรรจุอาจจะเป็นการบรรจุเย็นหรือร้อนหรือแบบปลอดเชื้อ แล้วทำการปิดฝาและปิดฉลาก ในกรณีของการบรรจุร้อนจำต้องมีขั้นตอนการปล่อยในเย็นตัวก่อนการปิดฉลาก ขนาดของขวดแก้วที่นิยมใช้จะมีปริมาตรบรรจุไม่เกินหนึ่งลิตร เนื่องจากน้ำหนักที่มากของขวดแก้วและความยากลำบากในการใช้งาน ส่วนขนาดของกระป๋องบรรจุน้ำผลไม้ที่นิยมผลิตกันมากในประเทศไทย คือ ขนาด 202 x 504 สำหรับปริมาตรบรรจุ 240 มิลลิลิตร ซึ่งเหมาะสำหรับพกพาเป็นเครื่องดื่มกระป๋อง ในประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างเช่น ในประเทศสหรัฐอเมริกาและยุโรป กระป๋องกระดาษจะเป็นที่นิยมมากในการบรรจุน้ำผลไม้ สำหรับประเทศสหรัฐอเมริกา กระป๋องกระดาษได้รับความนิยมอย่างสูงในการบรรจุน้ำผลไม้เข้มข้นสำหรับแช่แข็งตั้งแต่ปี ค ศ 1961 กระป๋องกระดาษ สำหรับบรรจุน้ำผลไม้เข้มข้น concentrate juice เฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกากระป๋องกระดาษที่ใช้บรรจุน้ำผลไม้แช่แข็งมีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 85 โดยมีปริมาณการใช้มากถึง 2 5 พันล้านกระป๋องต่อปี3 กระป๋องกระดาษสำหรับน้ำผลไม้ยังได้รับความนิยมตราบจนกระทั่งปัจจุบันนี้ เป็นสิ่งที่น่าแปลกใจที่พบว่าในประเทศที่กำลังพัฒนาทั้งหลายปริมาณกระป๋องกระดาษที่ใช้ยังมีอยู่น้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว 4 2 การบรรจุในถังและขวด บรรจุภัณฑ์น้ำผลไม้ที่ผลิตจากพลาสติกมักจะมีอายุขัยสั้นกว่าน้ำผลไม้ที่บรรจุในขวดแก้วหรือกระป๋อง ในแง่ของระบบบรรจุที่ใช้บรรจุภัณฑ์จากพลาสติกเหล่านี้มักใช้ระบบบรรจุเย็น ส่วนการบรรจุร้อนอาจใช้ได้กับบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบ PET ที่มีการพัฒนาขึ้นมาพิเศษเพื่อการบรรจุร้อนโดยเฉพาะกล่าวในลักษณะโครงสร้างทั่วไปของพลาสติก แม้ว่าจะมีอายุขัยที่สั้นแต่บรรจุภัณฑ์พลาสติกสามารถขึ้นรูปให้มีความหลากหลายของรูปทรงไม่มีข้อจำกัดของปริมาณการบรรจุ ความใสหรือความขุ่นสามารถเลือกได้ตามประเภทพลาสติกที่ใช้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ บรรจุภัณฑ์พลาสติกโดยเฉลี่ยมีราคาต่อหน่วยต่ำ การเลือกระบบบรรจุสำหรับบรรจุภัณฑ์พลาสติกเป็นสิ่งที่พึ่งระวัง เนื่องจากพลาสติกบางประเภทไม่สามารถคงรูปในการรับแรงกดหรือการดึงสุญญากาศ ทำให้มีผลต่อการเลือกประเภทของเครื่องจักรในการบรรจุ นอกจากนี้ถ้าเป็นการบรรจุร้อนแล้วมาปล่อยให้เย็นอาจทำให้รูปทรงของบรรจุภัณฑ์เปลี่ยนไปได้ Distort เนื่องจากผิวของบรรจุภัณฑ์ของขวดพลาสติกบางเกินไปหรือรูปทรงที่ออกแบบไม่เหมาะสม 4 3 การบรรจุในกล่องกระดาษแข็ง บรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษแข็งในรูปทรงของฝาแบบหน้าจั่วหรือแบบอิฐ เริ่มใช้ในการบรรจุภัณฑ์นมกล่อง โครงสร้างของบรรจุภัณฑ์กล่องที่ใช้ในการบรรจุน้ำผลไม้ได้ทำการปรับเปลี่ยนจากกล่องที่ใช้บรรจุนม เนื่องจากสภาพความเป็นกรดของน้ำผลไม้ เครื่องจักรที่ใช้บรรจุทั่วๆไปจะมีกำลังการผลิตประมาณ 1200 15000 กล่องต่อชั่วโมง สำหรับการบรรจุประมาณ 1 2 ลิตรสำหรับกล่องแบบฝาหน้าจั่ว และ 200 มิลลิลิตร 1 ลิตร สำหรับกล่องรูปทรงแบบอิฐ กล่องที่จะนำมาบรรจุจะพับเรียบ Carton Flat จากโรงงานแปรรูปกล่อง บนเครื่องบรรจุจะมีช่องแม็กกาซีน Magazine สำหรับเรียงกล่องเพื่อสามารถบรรจุได้อย่างน้อย 10 นาที ในการวิ่งเครื่องบรรจุด้วยความเร็วปกติ ดังแสดงในรูป 4 1 ทางขวามือเป็นรางของช่องแม็กกาซีน ตัวกล่องจะถูกเปิดแล้วป้อนใส่แกนหมุน Rotating Mandrel ที่อยู่ตอนส่วนกลางของเครื่อง ในเครื่องนี้ประกอบด้วย 6 แกน ขณะที่แกนหมุนไปหลังจากกล่องเสียบเข้าไปในแกนแล้วจะทำการปิดก้นกล่องก่อนพร้อมมีระบบหล่อเย็น เพื่อให้บริเวณก้นกล่องปิดผนึกก้นแล้วลงไปบนสายพานเพื่อทำการบรรจุและปิดผนึกฝา ในตอนซ้ายสุดของเครื่อง กล่องกระดาษแบบฝาหน้าจั่ว Gable Top carton ที่มา http www google co th imglanding q Gable Top& um 1& hl th& sa G& rls com microsoft en us IE ส่วนกล่องกระดาษแบบรูปทรงอิฐ Brick นั้น จะนำกระดาษแข็งเป็นม้วนมาขึ้นรูปกล่องภายในเครื่องบรรจุ โดยเริ่มจากการฆ่าเชื้อกระดาษแข็งแล้วขึ้นรูปกล่องคล้ายๆกับเครื่องบรรจุ Form Fill Seal แนวดิ่ง เมื่อพับรอยปิดผนึกทั้งบนและล่างก็จะกลายเป็นกล่องรูปทรงอิฐ กล่องกระดาษแบบอิฐ brick carton กระบวนการปลอดเชื้อแบบกล่องกระดาษแข็งนี้มีอยู่หลายระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบที่ใช้อยู่ในประเทศญี่ปุ่น โดยมีความแตกต่างในวิธีขึ้นรูป วิธีการบรรจุและวิธีการทำให้ปลอดเชื้อ ระบบที่ได้รับความนิยมในยุโรปและประเทศสหรัฐอเมริกามี 4 ระบบ คือ 1 ระบบของ Tetra Pak เครื่องจักรทำการขึ้นรูป บรรจุ และปิดผนึกตัวกล่องจากวัสดุที่ป้อนเป็นม้วน 2 ระบบของ Comblibloc ทำการขึ้นรูป บรรจุ และปิดผนึกตัวกล่องจากวัสดุที่ป้อนเป็นม้วน 3 ระบบของ Robert Bosch เครื่องจักรที่ขึ้นรูปด้วยความร้อน Thermoform บรรจุ และปิดด้วยบรรจุภัณฑ์พลาสติกหรือบรรจุจากกล่องที่ขึ้นรูปไว้แล้ว 4 ระบบบรรจุของเหลวของ Bowater เหมาะสำหรับการฆ่าเชื้อปริมาณมากๆ เพื่อใช้บรรจุในระบบถุงในกล่อง Bag in Box เครื่องจักรสมัยใหม่สำหรับการบรรจุปลอดเชื้อจะมีขั้นตอนอย่างครบสมบูรณ์ All in One Operation โดยเริ่มตั้งแต่การฆ่าเชื้อก่อนบรรจุ Pre Sterilisation การทำความสะอาดภายในเครื่องอย่างอัตโนมัติ Clean In Place หรือ CIP การกรองน้ำผลไม้ก่อนบรรจุ Valve Filters นอกจากการฆ่าเชื้อด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ความเข้มข้น 2 แล้วยังมีการฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวี UVultravioletTreatment การไล่อากาศภายในบรรจุภัณฑ์ด้วยลมร้อนก่อนการบรรจุ และในกรณีใช้บรรจุน้ำผลไม้ที่มีความไวในการทำปฏิกิริยากับออกซิเจน อาจมีการฉีดก๊าซไนโตรเจนเข้าไปเพื่อปรับสภาวะบรรยากาศภายในกล่อง Modified Atmosphere Packaging หรือ MAP 4 4 ถุงใส่ในกล่อง Bag in Box และการบรรจุซองหรือถุง ถุงใส่ในกล่องเป็นบรรจุภัณฑ์ที่มักใช้กับน้ำผลไม้ส่งออกที่มีปริมาณมาก แต่ในประเทศที่พัฒนาแล้วมีตั้งแต่ขนาดสำหรับบริโภคภายในครอบครัวขนาด 3 ลิตร ขนาดสำหรับสถานที่องค์กรที่มีการบริโภคมากขนาด 20 ลิตร และขนาดสำหรับขนส่ง 200 1000 ลิตร ตอนเริ่มแรกในการพัฒนาถุงใส่ในกล่องนั้นเป็นการพัฒนาเพื่อแทนที่ถังขนาด 5 แกลลอน 19 ลิตร สำหรับอาหารนมเพื่อจัดจำหน่ายแก่องค์กรที่มีการบริโภคนมปริมาณมาก เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล เป็นต้น Institutional Pack ต่อมาถุงใส่ในกล่องนี้เริ่มแพร่หลายสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ นอกจากอุตสาหกรรมอาหารที่เป็นของเหลวและของแห้ง ยังนิยมใช้ในอุตสาหกรรมจำพวกเคมี ส่วนประกอบหลักของถุงใส่ในกล่อง ดังแสดงในรูปซึ่งประกอบด้วย 1 ตัวถุง เป็นบรรจุภัณฑ์อ่อนนุ่มที่พับได้ มักจะมีโครงสร้างของพลาสติกหลายชั้น พลาสติกที่ใช้เริ่มจาก ประเภทพื้นฐานที่สุด คือ PE และพัฒนามาเป็น EVA โครงสร้างที่นิยม คือ 50 micron EVA 325 micron MPET 50 micron EVA ในปัจจุบันอาจใช้พลาสติกหลายชั้นที่มีโครงสร้างสลับซับซ้อน เช่น PE ทำการอัดเป่าร่วม Co Extrude กับ PVDC Polyvinylidene Chloride ที่มีความต้านทานต่อการซึมผ่านของออกซิเจนได้ดี 2 ตัวกล่องภายนอก ปริมาณบรรจุที่นิยมใช้อยู่ในช่วงขนาด 4 20 ลิตร และตัวกล่องมักจะเป็นกล่องลูกฟูก อาจจะมีตั้งแต่ 3 ชั้น ถึง 7 ชั้น แปรตามปริมาณของน้ำผลไม้ที่บรรจุภายใน กล่องลูกฟูกนี้มักจะมีภาคตัดขวางเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสและบริเวณด้านหน้าจะมีช่องเปิดเพื่อดึงฝาของถุงออกมาได้ สำหรับน้ำผลไม้ที่ใช้ส่งออกปริมาณมากๆขนาด 114 208 ลิตร 30 55 แกลลอน ตัวกล่องภายนอกอาจจะทำจากพลาสติกหรือเป็นถังโลหะ 3 ตัวฝา ส่วนมากเป็นฝาที่กดแล้วน้ำผลไม้จะไหลออกมาเป็นองค์ประกอบที่ก่อให้เกิดความสะดวกในการ บริโภค ถ้าเป็นถุงใส่ในกล่องที่เป็นบรรจุภัณฑ์บริโภค ในกรณีที่ใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ขนส่งหรือบรรจุภัณฑ์ที่นำน้ำผลไม้ไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ Intermediate Package อาจจะไม่มีฝานี้ติดอยู่ การบรรจุอาจใช้วิธีการบรรจุด้วยมือหรือใช้เครื่องอัตโนมัติ ส่วนระบบการบรรจุมีให้เลือกหลากหลายประเภท ทั้งบรรจุเย็น บรรจุร้อน และระบบปลอดเชื้อ วิธีการบรรจุจะคล้ายๆกับบรรจุกล่อง คือ ถุงเรียงในช่องแม็กกาซีนแล้วมีฝาดูดถุงแต่ละใบให้ตั้งขึ้นแล้วหนีบถุงไว้ในแนวดิ่ง ส่วนการเคลื่อนที่ในขณะบรรจุจะเคลื่อนที่ในแนวราบแบบโรตารี่ โดยแบ่งขั้นตอนเป็นสถานี Station เริ่มจากการเปิดปากถุง ด้วยการพ่นอากาศช่วยในการเปิด บรรจุ น้ำผลไม้แล้วปิดฝาของถุง อุปกรณ์เสริมอื่นๆ เช่น การฉีดก๊าซเข้าสู่ในถุง ท่อบรรจุสำหรับน้ำผลไม้ที่มีกากหรือสิ่งห้อยแขวน การฆ่าเชื้อด้วยไอน้ำร้อน การบรรจุภายใต้บรรยากาศปลอดเชื้อ อุโมงค์สำหรับการหล่อเย็น เป็นต้น สำหรับถุงขนาด 19 ลิตร สามารถบรรจุได้ด้วยความเร็วจาก 4 ถุงต่อนาที 76 ลิตร นาที จนถึง 20 ถุงต่อนาที 380 ลิตร นาที รูปแบบบรรจุภัณฑ์ถุงใส่ในกล่องนี้เอื้ออำนวยประโยชน์คณานับ เริ่มตั้งแต่น้ำหนักตัวบรรจุภัณฑ์ที่เบา ขนส่งสะดวก ประหยัดเนื้อที่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดส่งตัวบรรจุภัณฑ์เปล่าที่พับเรียบได้ระหว่างส่งไปยังโรงงานบรรจุ หรือเมื่อบรรจุน้ำผลไม้แล้ว ตัวบรรจุภัณฑ์มักจะมีรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสทรงลูกเต๋าซึ่งประหยัดเนื้อที่ในการขนส่ง สิ่งที่พึงระวัง คือ คุณภาพของกล่องภายนอกที่ใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นกล่องลูกฟูกต้องมีความแข็งแรงพอ นอกจากนี้คุณภาพของถุงและฝาที่ใช้จะต้องมีการตรวจคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่น การรั่วซึม เป็นต้น 5 บรรจุภัณฑ์น้ำผลไม้กับสิ่งแวดล้อม จากการศึกษาของบริษัทโคคา โคลา ในรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปีค ศ 1989 ด้วยการศึกษาเจาะลึกด้านการวิเคราะห์วงจรชีวิตบรรจุภัณฑ์ Life Cycle Analysis ที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวมของบรรจุภัณฑ์ 6 ประเภท สำหรับน้ำส้มพบว่า บรรจุภัณฑ์ปลอดเชื้อแบบกล่องรูปทรงอิฐที่เป็นบรรจุภัณฑ์แบบ Shelf Stable นั้นใช้พลังงานน้อยกว่าบรรจุภัณฑ์แบบอื่นๆ ที่ต้องแช่เย็น สืบเนื่องจาการแช่เย็นจำต้องใช้พลังงานสูงมากถึง 45 79 ของพลังงานทั้งหมดที่ใช้ในการขนส่งน้ำผลไม้ การศึกษานี้ยังได้เปรียบเทียบบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ครั้งเดียว One Way หรือ 0 Recycling กับบรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาผลิตใหม่ 100 Recycling เช่น บรรจุภัณฑ์แก้วหรือบรรจุภัณฑ์กระป๋อง ก็ยังพบว่าบรรจุภัณฑ์ปลอดเชื้อยังเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้พลังงานน้อยที่สุด ดังแสดงในตารางต่อไปนี้ ตารางที่ 3 5 1 พลังงาน หน่วย ล้านบีทียู ที่ใช้ในการจัดส่งน้ำส้มปริมาณ 1000 แกลลอน ประเภทบรรจุภัณฑ์ 0 Recycling 100 Recycling ขวดพลาสติก ขนาด 96 ออนซ์ ขวดพลาสติก ขนาด 128 ออนซ์ กล่องกระดาษแข็งฝารูปทรงหน้าจั่ว Gable ขนาด 64ออนซ์ กล่องกระดาษแข็งฝารูปทรงอิฐแบบปลอดเชื้อ ขนาด 8 45 ออนซ์ กระป๋องกระดาษ Composite Can ขนาด 12 ออนซ์ ขวดแก้ว ขนาด 10 ออนซ์ 103 102 75 30 116 62 96 95 73 27 116 59 แหล่ง Coca Cola Foods Houatom Tx Dec 1989 ในแง่ของผู้บริโภค บางชุมชนมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษแข็งน้ำผลไม้ โดยอ้างว่ากล่องประเภทนี้มีการเคลือบด้วยวัสดุหลายชนิดในโครงสร้างของบรรจุภัณฑ์ทำให้นำกลับมารีไซเคิลลำบาก ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม จึงมีการจำกัดการใช้กล่องประเภทนี้ในสินค้าอุปโภคบริโภคบางประเภทเท่านั้น ในความเป็นจริง กล่องที่ใช้แล้วเหล่านี้สามารถนำมาย่อยแล้วใช้แปรรูปเป็นวัสดุอย่างอื่น เช่นอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์อุตสาหกรรมสารป้องกันการสั่นกระแทก Cushioning เป็นต้น 6 สถานะของบรรจุภัณฑ์น้ำผลไม้ในตลาดขายปลีกไทย จากการเก็บข้อมูลของนิติชั้นปีที่ 4 ปีการศึกษา 2544 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในช่วงวันที่ 10 16 สิงหาคม 2544 จากร้านค้าปลีกจำนวน 30 แห่ง โดยไม่ซ้ำสถานที่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อันประกอบด้วยห้างสรรพสินค้าจำนวน 3 แห่ง ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่มีเครือข่ายทั่วประเทศจำนวน 18 แห่ง และซุปเปอร์มาร์เก็ตรายย่อยอีก 9 แห่ง โดยทำการบันทึกประเภทบรรจุภัณฑ์ที่พบในตลาดขายปลีก โดยแยกตามขนาดที่บรรจุและชนิดของน้ำผลไม้ ได้สรุปไว้ในภาคผนวกที่ 3 และมีที่น่าสังเกต ดังต่อไปนี้ 1 ประเภทของบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ที่ใช้มีอัตราส่วนเป็นเปอร์เซ็นต์ดังนี้ กระป๋อง 57 กระดาษแข็ง 35 ขวดพลาสติก 7 และขวดแก้ว 1 ตามลำดับ รูปแบบกล่องกระดาษที่ใช้มีทั้งกล่องรูปทรงอิฐและรูปทรงจั่วโดยรูปทรงจั่วมีใช้อยู่เพียงยี่ห้อเดียว คือ Nestle 2 ขนาดบรรจุ ขนาดบรรจุภัณฑ์ที่นิยมจะแปรตามบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ ตัวอย่าง เช่น บรรจุภัณฑ์แบบบริโภค ครั้งเดียว Single Serving กระป๋องที่บรรจุขนาด 240 cc จะเป็นขนาดที่นิยมบรรจุมากที่สุด รองลงมา คือ บรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษแบบอิฐขนาด 200 cc สำหรับบรรจุภัณฑ์แบบครอบครัวหรือแบบทานหลายครั้ง บรรจุภัณฑ์แบบกล่องอิฐขนาด 1000 cc จะเป็นที่นิยมมากที่สุด 3 ชนิดของน้ำผลไม้ ตามการสำรวจครั้งนี้พบว่าน้ำผลไม้ที่มีการวางจัดจำหน่ายมากที่สุด คือ น้ำส้ม และชนิดของน้ำผลไม้ที่มีการวางจำหน่ายมากรองลงมา คือ น้ำแครอท 7 บทสรุป น้ำผลไม้ไม่เพียงแต่เพิ่มบทบาทในชีวิตประจำวัน ยังเป็นสินค้าเศรษฐกิจที่สามารถนำรายได้เข้าสู่ประเทศชาติ เริ่มต้นจากน้ำสับปะรดที่มีการส่งออกมานานกว่า 20 ปี บรรจุภัณฑ์น้ำผลไม้มีหลายประเภท กระป๋องนับได้ว่าเป็นบรรจุภัณฑ์ที่นิยมมานาน บรรจุภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมมากเรื่อยๆ คือ กล่องกระดาษแข็ง ส่วนถุงใส่ในกล่องจะพบเฉพาะในตลาดส่งออก ระบบการบรรจุที่ใช้อาจแบ่งเป็น กรบรรจุเย็น การบรรจุร้อน และการบรรจุปลอดเชื้อ ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ในการวางตำแหน่งตลาด Market Positioning ของน้ำผลไม้เพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภค จากการสำรวจสถานะบรรจุภัณฑ์น้ำผลไม้ในตลาดขายปลีกจำนวน 30 แห่ง พบว่ากล่องกระดาษแข็งแบบทรงอิฐเป็นแบบที่พบมากที่สุดทั้งในรูปแบบการบรรจุสำหรับการบริโภคครั้งเดียว Single Serving ขนาด 200 cc หรือแบบครอบครัว ขนาดบรรจุ 1000 cc บรรจุภัณฑ์กระป๋องเป็นบรรจุภัณฑ์อีกประเภทหนึ่งที่ กลับสู่เมนูหลัก
บรรจุภัณฑ์ผักและผลไม้สดเพื่อการส่งออก(ตอนที่ 1)
บรรจุภัณฑ์ผักและผลไม้สดเพื่อการส่งออก ตอนที่ 1 1 บทนำ พืชผักและผลไม้เป็นอาหารที่มีความสำคัญต่อการบริโภคของมนุษย์ เนื่องจากพืชผักและผลไม้มีคุณค่าด้านโภชนาการ นอกจากเป็นแหล่งของวิตามินและแร่ธาตุที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์ด้วยตัวเองแล้ว ผักและผลไม้ยังเป็นอาหารที่มีเยื่อ Fiber ช่วยในการขับถ่าย ปริมาณน้ำที่แฝงอยู่ภายในผักและผลไม้หลายชนิดทำให้ผู้บริโภครู้สึกสดชื่นจากความกรอบ หอม หวาน เมื่อรับประทานสด ในโลกนี้มีผักผลไม้หลากหลายประเภท โดยอาจแบ่งตามพฤกษศาสตร์ ตามปริมาณน้ำที่อยู่ในผักผลไม้ ตามองค์ประกอบ ตามแหล่งที่ปลูก ตามประโยชน์ ตามลักษณะที่นำมาประกอบอาหารหรือแปรรูป เป็นต้น ในแง่ของการศึกษาบรรจุภัณฑ์เพื่อปกป้องและรักษาคุณภาพของผักและผลไม้ จะแบ่งประเภทของผักผลไม้ตามอัตราการหายใจ Respiration Intensity เพื่อพยายามรักษาคุณภาพของผักและผลไม้เพื่อยืดอายุให้สดพอดี ในขณะที่นำมารับประทาน ในประเทศไทยมูลค่าโดยรวมของพืชผักผลไม้ที่ปลูกเมื่อเทียบกับผลผลิตทางการเกษตรโดยรวม Agricultural Commodities คิดเป็นเปอร์เซ็นประมาณ 20 จัดอยู่ในอันดับ 2 ของผลผลิตทางการเกษตร โดยเป็นรองเพียงแต่ข้าวที่มีสัดส่วนมูลค่าคิดได้ประมาณ 30 ของผลผลิตทางการเกษตรโดยรวม2 แต่ถ้ามองจากการส่งออกสินค้าจำนวนพวกผลไม้มีปริมาณการส่งออกสูงในช่วงปี พ ศ 2541 2543 มีอัตราเฉลี่ต่อปีเพิ่มสูงถึง 30 และประเมินว่าในปีนี้จะมีมูลค่าการส่งออกของผลไม้สูงถึง 9 พันล้านบาท สำหรับผักผลไม้สดยังมีการส่งออกน้อยกว่า แม้ว่าจะมีผลผลิตโดยรวมในปี พ ศ 2538 2539 เกือบ 5 ล้านบาทต่อปี3 ในกรณีที่ต้องการส่งเสริมการส่งออกของผักสดจำต้องรณรงค์การปลูกผักที่ปลอดสารพิษ พร้อมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม รวมทั้งปรับปรุงระบบบรรจุภัณฑ์ให้ดีขึ้นเพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้า 2 คำจำกัดความและคุณลักษณะ ผักผลไม้สดที่ค้าขายกันในเวทีการค้าระหว่างประเทศสามารถแบ่งทั้งผักและผลไม้ออกเป็น 2 ประเภทเหมือนกัน คือ 1 ผักสามารถแบ่งประเภทเป็น ผักสดเมืองหนาว Temperate เช่น มะเขือเทศ และมันเทศ เป็นต้น ผักเมืองร้อน Tropical & Subtropical เช่น มันสำปะหลัง และผักบุ้ง เป็นต้น 2 ผลไม้ แบ่งได้เป็น ผลไม้เมืองหนาว Temperate fruit เช่น แอปเปิ้ล และองุ่น เป็นต้น ผลไม้เมืองร้อน Tropical fruit& Subtropical fruit ได้แก่ กล้วย สับปะรด และมะม่วง เป็นต้น ผักและผลไม้ที่จำแนกเป็นประเภทเมืองร้องนี้ไม่สามารถปลูกในประเทศที่หนาวเย็นในแถบยุโรปและอเมริกาเหนือ จึงจำเป็นต้องนำเข้าจากประเทศที่อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร สืบเนื่องจากระยะทางที่เดินทางไกล ความสำเร็จในการส่งออกนอกเหนือจากการใช้เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวแล้ว บรรจุภัณฑ์ยังมีบทบาทมากต่อการยืดความสดของผักผลไม้ด้วยการควบคุมบรรยากาศภายในบรรจุภัณฑ์ให้ปริมาณของออกซิเจนต่ำ นอกจากนี้ความจำเป็นที่ต้องขนส่งภายใต้สภาวะการเก็บที่เย็นจะช่วยลดอัตราการหายใจของสินค้าสดเหล่านี้ ดังแสดงในตาราง 2 1 ตารางที่ 2 1 อัตราการหายใจของผักผลไม้บางประเภทภายใต้สภาวะบรรยากาศและภายใต้สภาวะออกซิเจน 3 ประเภทของผักและผลไม้ เปรียบเทียบอัตราการหายใจ ที่ 10 ̊C ในบรรยากาศ อัตราการหายใจในบรรยากาศ เกิด CO2 ml kg hr ในสภาวะ O2 3 0 ̊C 10 ̊C 20 ̊C 0 ̊C 10 ̊C 20 ̊C หัวหอม Onion ต่ำ < 10 2 4 5 1 2 2 ผักกะหล่ำ Cabbage 2 4 11 1 3 6 หัวผักกาดหวาน Beet 2 6 11 3 4 6 ผักขึ้นฉ่ายฝรั่ง Celery 4 6 19 3 5 12 แตงกวา Cucumber 3 7 8 3 4 6 มะเขือเทศ Tomato 3 8 17 2 3 7 พริกตุ้ม ยักษ์ Pepper ปานกลาง 10 20 4 11 20 5 7 9 หัวผักกาดแดง Carrot 12 26 มันฝรั่ง Potato 14 33 มะม่วง Mango 15 61 ผักกาดหอม Lettuce 8 17 42 8 13 25 ดอกกะหล่ำ Cauliflower สูง 40 60 10 24 71 7 24 34 กะหล่ำปลีบรัสเซล Brussel Sprouts 9 27 51 7 19 40 สตรอเบอร์รี่ Strawberry 8 28 72 6 24 49 ผลเบอร์รี่ดำ Blackberry 11 33 88 8 27 71 หน่อไม้ฝรั่ง Asparagus 14 34 72 13 24 42 ผักขม Spinach สูงมาก 40 60 25 43 85 26 46 77 วอเตอร์เครส Watercress 9 43 117 5 38 95 ข้าวโพดหวาน Sweet Corn 16 48 119 14 32 68 ราสเบอร์รี่ Raspberry 12 49 113 11 30 73 เห็ด Mushrooms สูงพิเศษ > 60 67 191 ถั่วในฝัก Peas in Pod 20 69 144 15 45 90 บรอคโคลี่ Broccoli 39 91 240 33 61 121 3 การขนส่งผักผลไม้สด เมื่อผู้บริโภคในโลกนี้มีความต้องการเพิ่มมากขึ้นและพยายามแสวงหาอาหารใหม่ๆที่มีรสชาติและคุณประโยชน์มารับประทาน ตัวอย่างเช่น ผลไม้ที่ไม่เคยบริโภคในอดีตและเริ่มได้รับความนิยมในหมู่คนไทย เช่น แก้วมังกร ผลกีวี เป็นต้น ความต้องการของผักผลไม้สดเหล่านี้ส่งผลให้การขนส่งผักผลไม้สดไปยังประเทศที่ห่างไกลเพิ่มมากขึ้นเรื่อย และไม่แปลกเลยที่ค่าขนส่งมีมูลค่ามากกว่าตัวสินค้าผักผลไม้สด ด้วยเหตุนี้การกำหนดมาตรฐานต่างๆ Standardization มีความจำเป็นมากขึ้น เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายการขนส่งและลดโอกาสที่สินค้าจะเสียหายระหว่างการขนส่ง สำหรับผู้ส่งออกมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเข้าใจถึงลักษณะและวิธีการขนส่ง รวมทั้งบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ ขนาดบรรจุ รูปแบบบรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ครอบคลุมไปถึงกฎข้อบังคับที่เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ ขั้นตอนการเดินทางในการจัดส่งสินค้าผักผลไม้สดแบ่งเป็นขั้นตอนต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1 จัดเตรียมสินค้าบรรจุลงในบรรจุภัณฑ์ ณ ประเทศกำเนิด Country of Origin 2 จัดส่งสินค้าไปยังสถานที่ที่ใช้ส่งออก ซึ่งอาจเป็นสถานบินหรือท่าเรือ 3 ทำการขนส่งไปยังประเทศจุดหมายปลายทาง 4 ดำเนินการพิธีทางศุลกากรและขนถ่ายสินค้าออกจากท่า 5 เคลื่อนย้ายสินค้าไปเก็บในคลังสินค้าพร้อมที่จะส่งต่อไปให้ผู้ค้าส่ง 6 จัดส่งสินค้าไปยังผู้ค้าปลีกในประเทศที่พัฒนาแล้ว สินค้าปลีกส่วนใหญ่ 60 90 จะเป็นร้านค้าแบบช่วยตัวเอง Shelf Service กลับสู่เมนูหลัก
บรรจุภัณฑ์ผักและผลไม้สดเพื่อการส่งออก(ตอนที่ 2)
3 1 การขนส่งทางอากาศ การขนส่งทางอากาศเป็นระบบการขนส่งที่นิยมมากที่สุดในการจัดส่งผักผลไม้สด เนื่องจากความรวดเร็วในการขนส่ง รวมทั้งความสามารถในการกำหนดเวลาที่แน่นอนในการขนส่งให้ถึงมือผู้บริโภค ทำให้สามารถตระเตรียมผักผลไม้ให้สุกพอดีเมื่อถึงมือผู้บริโภคมีผลให้สินค้าขายได้ราคาดี การขนส่งทางอากาศจะมีจุดด้อยตรงที่มีค่าระหว่างการขนส่งสูงและจำกัดปริมาณในการขนส่งแต่ละเที่ยว ที่มา http www multifruitusa com html transportation html ตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้จัดส่งสินค้าทางอากาศที่นิยมใช้มีอยู่ 2 แบบ คือแบบ LD 3 และแบบ LD 7 ดังแสดงในรูป ตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง 2 แบบ ล้วนสามารถจัดเก็บไว้ในชั้นล่าง Lower Deck ของเครื่องบินพาณิชย์ทั่วไป 747 DC10 A300 A310 และ B737 3F ตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง 2 แบบดังกล่าวมักจะใช้กระบะ Pallet เพื่อรองสินค้าให้เคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็ว กระบะที่ใช้ล้วนมีความยาวที่เท่ากัน 3 4 ซม แต่ความกว้างมีให้เลือก 3 ขนาด คือ 139 210 และ 230 ซม ส่วนความสูงของสินค้าที่จัดเรียงไม่ควรสูงเกิน 160 ซม น้ำหนักที่เรียงบนกระบะแต่ละขนาดมีกำหนดไว้ดังแสดงในตาราง 3 1 ตารางที่ 3 1 ขนาดของกระบะและน้ำหนักที่รองรับสำหรับตู้คอนเทนเนอร์ LD7 และ LD3 ขนาดกระบะ ซม ความสูง ซม น้ำหนักที่รองรับ กก 139 x 304 210 x 304 230 x 304 160 160 160 3060 6700 6700 สำหรับเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ เช่น เครื่องจัมโบ้ Jumbo จะใช้ตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ขึ้นยาว 10 ฟุต หรือ 20 ฟุต พร้อมทั้งใช้กระบะขนาด 230 x 592 ซม และสามารถรองรับสินค้าได้มากถึง 10800 กิโลกรัม 3 2 การขนส่งทางเรือ ผู้ประกอบการที่เลือกใช้วิธีการขนส่งทางเรือจะเป็นแบบสุดขั้ว กล่าวคือ ถ้าไม่เป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่จริงๆ ก็จะเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็กไปเลย สำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็กสามารถกันจัดส่งเป็น คอนเทนเนอร์ที่รวมสินค้าผักผลไม้สดหลายประเภทภายในตู้แช่เย็นเดียวกัน สำหรับผู้ประกอบการขนาดใหญ่การเลือกใช้วิธีการขนส่งจะช่วยประหยัดค่าขนส่งได้มากเมื่อขนส่งสินค้าที่มีน้ำหนักมากกว่า 1000 ตันต่อครั้ง ผักและผลไม้ที่นิยมขนส่งทางเรือมักเป็นผลไม้ที่มีมูลค่าต่ำ เช่น ผลไม้จำพวกกล้วยและส้ม เป็นต้น ตู้คอนเทนเนอร์มาตรฐานที่นิยมใช้กับการขนส่งทางทะเลมี 2 ขนาด คือ ขนาด 20 ฟุต และ 40 ฟุต ดังแสดงในรูป พร้อมทั้งมีระบบให้ความเย็นตลอดระยะเวลาการเดินทางที่อุณหภูมิในช่วง 25 ̊C ถึง 25̊C ขนาดความจุของตู้คอนเทนเนอร์แปรผันตามขนาดของกระบะที่ใช้ สำหรับตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต ที่ใช้กระบะขนาดมาตรฐานของยุโรปนั้นจะสามารถเรียงกระบะได้ 23 กระบะ คำนวณเปอร์เซ็นต์การใช้พื้นที่ได้ 80 ตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้ขนส่งทางทะเลมีความสะดวกในแง่ที่สามารถขนถ่ายสินค้าต่อได้ทันที ไม่ว่าจะใช้หัวรถลากตู้คอนเทนเนอร์ไปตามเส้นทางทางบกหรือการขนส่งทางรถไฟ ทำให้ช่วยลดการสูญเสียระหว่างการขนส่ง ลดเวลาในการถ่ายสินค้า ส่งผลให้สินค้าผักผลไม้สดที่ได้รับ ณ ปลายทางอยู่ในสภาพที่ดี 4 บรรจุภัณฑ์ ผักผลไม้สดเป็นสินค้าที่ยังมีชีวิตอยู่และหายใจตลอดเวลาจนกว่าจะถูกบริโภค อายุขัยของผักผลไม้สามารถยืดขยายให้ยาวนานขึ้นด้วยการควบคุมกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ Physical ทางสรีระวิทยา Physiological และทางโรควิทยา Pathological บรรจุภัณฑ์ที่เลือกใช้เริ่มปฏิบัติหน้าที่ปกป้องผักผลไม้สดจากจุดต้นกำเนิดสินค้าตลอดระยะทางระหว่างการขนส่ง จนกระทั่งถึงจุดขายและได้รับการเปิดบรรจุภัณฑ์เพื่อบริโภค หลังการบริโภคแล้วบรรจุภัณฑ์ที่ยังไม่สามารถปลดเกษียณได้ เพราะบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ยังต้องมีคุณสมบัติที่ถูกทำลายได้ง่ายโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายสูงเกินเหตุ รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดมลภาวะตามที่ประเทศที่พัฒนาแล้วได้ให้ความสำคัญในเรื่องมลภาวะนี้มากขึ้นเรื่อยๆ 4 1 บรรจุภัณฑ์ชั้นใน บรรจุภัณฑ์ชั้นในเป็นบรรจุภัณฑ์ชั้นที่อยู่ติดกันหรือสัมผัสกับผักผลไม้แต่ละหน่วย แม้ว่าบรรจุภัณฑ์ชั้นนี้จะมีโอกาสปกป้องสินค้าได้จากอันตรายทางกายภาพแต่มีผลทำให้ต้นทุนสูงขึ้นโดยใช่เหตุเมื่อเปรียบเทียบกับระดับการป้องกันสินค้าที่เอื้ออำนวยให้ ดังนั้น หน้าที่ปกป้องอันตรายทางกายภาพของบรรจุภัณฑ์มักจะไปเน้นที่บรรจุภัณฑ์ขนส่ง นอกจากนี้วัสดุชั้นในบางประเภทยังทำหน้าที่เป็นฉนวนต่อระบบการให้ความเย็นอีกด้วย ทำให้ผักผลไม้ไม่ได้รับความเย็นเท่าที่ควร ด้วยเหตุนี้บรรจุภัณฑ์ชั้นในนี้จึงได้รับความนิยมน้อยส่วนมากจะใช้กับผลไม้ที่ราคาแพงและเสียหายได้ง่าย เช่น องุ่นไร้เม็ดขนาดยักษ์ เป็นต้น ความจำเป็นที่ต้องมีบรรจุภัณฑ์ชั้นใน จะแปรผันตามความแข็งแรงของเปลือกหรือผิวของผลไม้ ในตารางที่ 4 1 ได้แสดงถึงความคงทนต่ออันตรายทางกายภาพของผลไม้ ซึ่งประกอบด้วยความคงทนต่อแรงกด Compression ความคงทนต่อการกระแทก Impact และความคงทนต่อการสั่นสะเทือน Vibration ส่วนคุณสมบัติของผลไม้ที่มีความคงทนต่ออันตรายทางกายภาพสามารถแยกเป็น 3 ระดับ คือ 1 ระดับทนได้ดีหรือ ท Resistant 2 ระดับทนได้ปานกลางหรือ ก Intermediate 3 ระดับอ่อนแอหรือ อ Susceptible ตารางที่ 4 1 ความคงทนของผลไม้ที่มีต่ออันตรายทางกายภาพ ประเภทของผลไม้ ประเภทของอันตรายทางกายภาพ แรงกด กระแทก สั่นสะเทือน แอปเปิ้ล อ อ ก แอปปริคอต ก ก อ กล้วย ดิบ ก ก อ กล้วย สุก อ อ อ แตงหวาน Cantaloupe อ ก ก องุ่น ท ก อ ลูกท้อ ก ก อ ลูกพีช Peach อ อ อ ลูกแพร์ Pear ท ก อ ลูกพลัม Plum ท ท อ สตรอเบอร์รี่ อ ก ท มะเขือเทศ สีเขียว อ ก ก มะเขือเทศ สีส้ม อ อ ก แหล่งที่มา R Gillou Orderly Development of Produce Containers Proceedings Fruit and Vegetable Perishable Handling Conference UC Davis 23 5 March 1964 4 2 บรรจุภัณฑ์หน่วยขาย บรรจุภัณฑ์หน่วยขาย Unit Packaging เป็นศัพท์ที่ใช้ค่อนข้างเฉพาะกับวงการผักผลไม้ ในขณะที่สินค้าประเภทอื่นที่มีการรวมกลุ่มเพื่อเป็นหน่วยขายปลีก อาจเรียกเป็นชื่ออื่น เช่น บรรจุภัณฑ์หน่วยขายปลีก Retail Pack หรือ บรรจุภัณฑ์ห่อรวมกลุ่มไว้ล่วงหน้า Prepackaging เป็นต้น การขายผลไม้ในอดีตมักจะเรียงเป็นกองแล้วให้บริโภคมีโอกาสเลือกผลที่ถูกใจด้วยจำนวนตามต้องการ ในระบบช่องทางการจัดจำหน่ายในปัจจุบันจะนิยมใช้บรรจุภัณฑ์หน่วยขายเพื่อลดโอกาสที่ผักผลไม้จะกระทบกระแทกระหว่างการถูกคัดเลือกหรือลดโอกาสตกลงสู่พื้น ณ จุดขาย ด้วยเหตุนี้ในระบบการขายแบบช่วยตัวเอง Self Service จึงเริ่มทำการบรรจุผลไม้เป็นหน่วยขาย เพื่อลดโอกาสการเลือกให้น้อยลงและเพิ่มโอกาสที่จะขายผลไม้ได้หมดโดยไม่มีผลเน่าเสียเหลือทิ้งไว้จากการคัดเลือก พร้อมทั้งลดค่าใช้จ่ายของพนักงานในการชั่งและปิดราคาผลไม้ที่ผู้ซื้อคัดเลือกเอง รูปแบบของบรรจุภัณฑ์หน่วยขายที่นิยมใช้แบ่งได้เป็น 3 แบบ คือ 1 ถุงพลาสติก เป็นบรรจุภัณฑ์หน่วยขายที่นิยมที่สุดส่วนใหญ่จะเป็นถุงโพลิเอทิลีน Polyethylene เพราะมีราคาต่อหน่วยความแข็งแรง Cost to Strength Ratio ดีกว่าพลาสติกชนิดอื่นๆ แม้ว่าเนื้อถุงจะขุ่นเล็กน้อยก็ตาม การปิดถุงอาจจะเป็นการปิดผนึกด้วยความร้อน Heat Seal หรือใช้ลวดหมุนรัด Tying Wires เป็นต้น สาเหตุที่ถุงได้รับความนิยมเพราะมีราคาถูก ใช้งานได้ง่าย เวลาบรรจุผลไม้ที่มีอัตราการหายใจสูง อาจมีการเจาะรูบนผิวเพื่อเปิดช่องให้ถ่ายเทอากาศได้สะดวกขึ้น นอกจากพลาสติกที่ทำเป็นแผ่นยังมีการนำเอาเน็ตพลาสติกมาขึ้นรูปเป็นถุง Net Bag ซึ่งระบายอากาศได้อย่างดีและนิยมใช้บรรจุสินค้าจำพวกส้ม มันเทศ หอมหัวใหญ่ เป็นต้น net bag 2 ถาด บรรจุภัณฑ์หน่วยขายที่นิยมรองจากถุง วัสดุที่ผลิตเป็นถาดอาจเป็นโฟมหรือถาดพลาสติกใสที่ผลิตจากพลาสติกจำพวก PS Polystyrene ในบางประเทศที่มีกระแสรักษ์สิ่งแวดล้อม จะนิยมใช้ถาดที่ขึ้นรูปจากเยื่อกระดาษ Moulded Pulp โดยปกติถาดต่างๆที่ใช้จะทำหน้าที่รองรับสินค้าทำให้การรวมกลุ่มสินค้าได้อย่างแน่นหนา ส่วนบนของบรรจุภัณฑ์จะห่อหุ้มด้วยฟิล์มพลาสติกเพื่อป้องกันการปนเปื้อนและต้องมีคุณสมบัติที่ใสพร้อมทั้งรัดได้แน่นพอสมควรเพื่อป้องกันการกระแทกของผลไม้ซึ่งกันและกันภายในถาด ฟิล์มที่ใช้ห่อรัดนี้นิยมใช้อยู่ 2 แบบ คือ ฟิล์มหดและฟิล์มยืด ส่วนใหญ่จะผลิตจากฟิล์ม LDPE และ PVC โดยที่ LDPE มีการยืดตัวหรือหดรัดได้แน่นกว่า แต่ความใสจะสู้ฟิล์มที่ผลิตจาก PVC ไม่ได้ คุณสมบัติของฟิล์มพลาสติกที่นิยมใช้ในวงการผักผลไม้รวบรวมอยู่ในภาคผนวกที่ 2 สำหรับบรรจุภัณฑ์หน่วยขายที่ปิดบรรจุภัณฑ์สนิทแน่น Hermetic ได้นำเอาเทคโนโลยีการปรับสภาวะบรรยากาศ MAP Modified Atmosphere Packaging มาใช้ในการยืดอายุของผักผลไม้สด เมื่อเก็บผักผลไม้ในสภาวะที่มีปริมาณออกซิเจน 3 จะช่วยลดอัตราการหายใจลงได้ ดังนั้นบรรจุภัณฑ์หน่วยขายที่ปิดสนิทสามารถปรับแต่งบรรยากาศภายในที่เหมาะสมด้วยการปรับสัดส่วนของ CO2 และ O2 ภายในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิท 3 ปลอก Sleeve มีรูปลักษณะคล้ายปลอกหมอนข้างหรือรูปทรงเป็นท่อยาวรัดห่อหุ้มผลไม้ไว้ภายใน รูปแบบบรรจุภัณฑ์แบบนี้พบได้น้อยในเมืองไทย ที่พอมีใช้อยู่บ้าง คือ ถุงเน็ตที่ใช้บรรจุส้ม นอกเหนือจากการใช้เน็ตแล้วยังสามารถใช้ฟิล์มหดและตาข่ายที่ผลิตจากโฟม จำนวนผลไม้ที่บรรจุภายในปลอกอาจจะบรรจุผลเดี่ยว เช่น พวกแตงหวาน Cantaloupe หรือกล้วยเป็นหวี เป็นต้น ส่วนใหญ่แล้วจะบรรจุผลไม้มากกว่า 2 ผลขึ้นไป เพื่อลดต้นทุนและก่อให้เกิดความสะดวกในการบริโภค เนื่องจากเมื่อมีการเปิดบรรจุภัณฑ์เพื่อบริโภคแล้วผลที่เหลืออยู่ในบรรจุภัณฑ์จะยังคงรูปร่างในปลอกเหมือนเดิม ในกรณีที่มีผลไม้ผลใดผลหนึ่งเน่าเสียจะลามไปยังผลข้างเคียง 2 ผลเท่านั้นแทนที่จะลามไปยังผลอื่นๆ ทั้งหมดภายในบรรจุภัณฑ์ ดังเช่น บรรจุภัณฑ์ถุงและบรรจุภัณฑ์ถาดดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้การบรรจุภัณฑ์แบบปลอกเรียงเป็นแถวเดียวยังช่วยประหยัดพื้นที่ในการเรียงภายในบรรจุภัณฑ์ขนส่งเมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์หน่วยขายที่เป็นถุงและถาด 4 3 บรรจุภัณฑ์ขนส่ง บรรจุภัณฑ์ขนส่งใดๆ ที่ใช้เป็นพาหนะในการนำสินค้าต้องสามารถทนต่อสภาวะการขนส่งที่มีอันตราย ในแง่ของความสามารถรับแรงกดในแนวดิ่งจำต้องทนต่อการเรียงซ้อนของบรรจุภัณฑ์ขนส่งได้สูงถึง 2 5 เมตร นอกจากนี้การขนส่งผักผลไม้ที่มีการหายใจอยู่ตลอด บรรจุภัณฑ์ขนส่งจำต้องเจาะรูหรือช่องช่วยระบบอากาศและความเย็นได้เป็นอย่างดี ในช่องทางการจัดจำหน่ายผักผลไม้สดโดยส่วยใหญ่บรรจุภัณฑ์ขนส่งที่ใช้มักจะนำไปจัดเรียงวาง ณ จุดขายทำให้บรรจุภัณฑ์ขนส่งทำหน้าที่เป็นบรรจุภัณฑ์บริโภคอีกโสดหนึ่ง ด้วยเหตุนี้บรรจุภัณฑ์ขนส่งที่ทำหน้าที่เป็นบรรจุภัณฑ์ ณ จุดขายจึงถูกำหนดเป็นมิติที่เข้าชุดด้วยกัน Rationalise และบรรจุภัณฑ์ขนส่งขนาดเดียวกันมักใช้กับผักผลไม้มากประเภทที่สุดที่จะมากได้เพื่อความสะดวกในการจัดส่งและลดเปอร์เซ็นต์ของความเสียหายด้วยการเรียงซ้อนเป็นแนวตรง Column Stacking ทาง ISO 3394 แนะนำมิติของบรรจุภัณฑ์ที่มีมิติเป็นหน่วยประกอบกันเป็นสัดส่วนหรือโมดุล Module เริ่มต้นจากมิติที่ใหญ่ที่สุดขนาด 60 x 40 ซม บรรจุภัณฑ์ที่มีมิติเล็กลงเป็นหน่วยประกอบหรือโมดุลมีอีก 2 ขนาด คือ ขนาดสัดส่วนครึ่งหนึ่ง 40 x 30 ซม และขนาดสัดส่วนเศษหนึ่งส่วนสี่เหลี่ยม 30 x 20 ซม ดังแสดงไว้ในรูป จากการออกแบบบรรจุภัณฑ์ขนส่งเป็นโมดุลเมื่อจัดเรียงบรรจุภัณฑ์ 3 ขนาดดังกล่าว ลงบนกระบะที่นิยมใช้ในธุรกิจการขนส่งระหว่างประเทศ อันประกอบด้วยกระบะตามมาตรฐานของยุโรป Euro pallet ที่มีขนาด 120 x 100 ซม พบว่าสามารถใช้พื้นที่เต็มกระบะได้ 100 เปอร์เซ็นต์เต็มดังแสดงไว้ในรูป รูปการจัดเรียงบรรจุภัณฑ์ที่กำหนดโดย ISO บนกระบะที่นิยมใช้ โดยบรรจุภัณฑ์ที่ใช้มีขนาด 60 x 40 ซม และ 40 x 30 ซม
บรรจุภัณฑ์ผักและผลไม้สดเพื่อการส่งออก(ตอนที่ 3)
ก กล่องกระดาษลูกฟูกขนาด 60 x 40 ซม ในยุโรปมักนิยมใช้ขนส่งผลไม้จำพวกองุ่น กล้วย มะเขือเทศ และผักกาดหอม Lettuce เป็นต้น ส่วนรูปแบบของกล่องมักจะนิยมแบบกล่องสวม Telescopic ซึ่งอาจจะเป็นแบบสวมฝาหรือกล่องสวมทั้งใบ Full telescopic ข กล่องกระดาษลูกฟูกขนาด 60 x 40 ซม กล่องกระดาษลูกฟูกขนาดนี้นับเป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งของกล่องแบบแรก Halved ISO Module นับได้ว่าเป็นขนาดกล่องที่นิยมใช้มากสำหรับผลไม้ที่มีขนาดเล็กในตารางที่ 4 4 2 ได้รวบรวมกล่องขนาด 40 x 30 ซม ที่ใช้ขนส่งผลไม้ประเภทต่างๆในแถบประเทศยุโรป ค กล่องกระดาษลูกฟูก 30 x 20 ซม ขนาดของกล่องนับเป็นเศษหนึ่งส่วนสีของกล่องแบบใหญ่ที่สุดมีปริมาณการใช้ค่อนข้างน้อย เนื่องจากมีต้นทุนค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสินค้าปริมาณนิดเดียวที่ใช้ขนส่งต่อหน่วยบรรจุผลไม้ที่ยังคงใช้บรรจุในกล่องขนาดนี้มักจะเป็นผลไม้ที่มีมูลค่าสูง ตัวอย่างเช่น ลิ้นจี่ เป็นต้น นอกจากกล่องกระดาษลูกฟูกที่มักจะใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง กระแสรณรงค์ให้รักษาสิ่งแวดล้อมได้เริ่มหันมาใช้บรรจุภัณฑ์ขนส่งที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ RTC Round Trip Carrier ดังแสดงไว้ในรูปที่ 4 4 5 บรรจุภัณฑ์ขนส่งแบบ RTC ที่นิยมใช้จะเป็นถาดพลาสติกที่สามารถใช้ซ้ำได้ถึง 10 15 เที่ยว หลังจากการขนส่งจะสามารถพับด้านข้างทั้ง 4 ด้านลงทำให้สามารถลดปริมาตรในการส่งกลับได้มากถึง 80 2 ถาดหรือลังพลาสติก กระแสสังคมที่เรียกร้องให้ใช้บรรจุภัณฑ์ประเภทนำกลับมาใช้ใหม่ได้ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นมาเรื่อย ชื่อของบรรจุภัณฑ์ประเภทนี้นอกจาก RTC Round Trip Carrier ที่นิยมใช้ในประเทศแถบยุโรปแล้ว ทางประเทศสหรัฐอเมริกาก็มีการรณรงค์ให้ใช้บรรจุภัณฑ์ ที่นำกลับมาใช้ใหม่ด้วยเหมือนกัน ทางประเทศสหรัฐอเมริกาใช้ชื่อรวมว่า RPC Reusable Pallet Carrier สำหรับบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่นั้นต่างพัฒนาเป็นบรรจุภัณฑ์พลาสติกเหมือนกัน เนื่องจากใช้งานได้สะดวกและคงทน ลักษณะการใช้งานของถาดหรือลังพลาสติกในประเทศที่พัฒนาแล้วมักเป็นการใช้งานแบบร่วมกัน Pool System เริ่มต้นจากสวนผลไม้ เช่าถาดหรือลังจากศูนย์รวบรวมถาดในท้องถิ่นมาใช้งานเพื่อขนส่งผลไม้ไปยังผู้ค้าปลีก หลังจากจัดจำหน่ายแล้วผู้ค้าปลีกจะรวบรวมถาดส่งคืนให้แก่ศูนย์รวบรวมถาด ณ จุดหมายปลายทางเพื่อทำการล้าง ซ่อมแล้วเก็บคงคลังเพื่อให้ผู้ประกอบการรายอื่นเช่าต่อไป หรืออาจส่งไปยังศูนย์เก็บรวบรวมในสาขาอื่นๆ ที่มีผู้ต้องการเช่าใช้ สืบเนื่องจากความสามารถที่พับได้ของถาดหรือลังพลาสติกทำให้ได้ขยายขอบข่ายการใช้งานแบบร่วมกันนี้ไปยังการขนส่งระหว่างทวีป เช่น มีการจัดส่งผลไม้บรรจุใน RTC จากประเทศบราซิลไปยังผู้ค้าปลีกในกลุ่มประเทศอียู เป็นต้น 4 4 หน่วยขนส่ง Unit Load การขนส่งสินค้าผักผลไม้บนกระบะเพื่อใช้เป็นหน่วยขนส่งมีบทบาทสำคัญมากในการลดโอกาสที่ผักผลไม้บอบช้ำเสียหายในระหว่างการขนส่ง ขนาดของกระบะที่นิยมใช้มากที่สุดสำหรับการขนส่งผลไม้ระหว่างประเทศคือ กระบะขนาด 1200 x 1000 มม ซึ่งเป็นขนาดที่รับรองโดย ISO และอาจเรียกอีกชื่อหนึ่งว่ากระบะใช้ขนส่งทางทะเล Sea Pallet ข้อดีของกระบะขนาดดังกล่าวมีดังนี้ สามารถจัดเรียงบรรจุภัณฑ์บนกระบะได้ง่ายและประหยัด สามารถจัดเรียงแบบซ้อนในแนวเดียวกัน Column Stacking หรือจัดเรียงวางแบบไขว้กัน Interlock Stacking มีพื้นที่รองรับบนผิวได้มากพอ ส่วนความสูงของการเรียงซ้อนแนะนำให้อย่าเรียงซ้อนเกินกว่า 2 เมตร วิธีการเรียงซ้อนของบรรจุภัณฑ์แนะนำให้เรียงซ้อนเป็นแถวตรงในแนวดิ่ง Column Stacking แม้ว่าการเรียงซ้อนแบบนี้จะมีโอกาสที่กล่องจะตกหล่นลงมาหรือล้มได้ง่ายกว่าการเรียงซ้อนแบบไขว้ แต่จะสามารถรับแรงกดจากการเรียงซ้อนได้ดีกว่า การทำให้บรรจุภัณฑ์ขนส่งบนกระบะมีความมั่นคง ในกรณีที่ต้องการปกป้องเป็นพิเศษ แนะนำให้ใช้กระดาษแข็งเข้ามุม Corner Pad ยึดมุมทั้งสี่ของหน่วยขนส่งแล้วรัดในแนวราบด้วยสายคาดพลาสติกหรือโลหะ Straps ในอุตสาหกรรมอื่นๆ การจัดส่งสินค้าของหน่วยขนส่งมักจะนิยมใช้วิธีการรัดสินค้าโดยฟิล์มพลาสติกยืด Stretch Film หรือฟิล์มหด Shrink Film สำหรับสินค้าผักผลไม้ไม่แนะนำให้ใช้ฟิล์มดังกล่าว เนื่องจากฟิล์มที่รัดจะบดบังการถ่ายเทอากาศระหว่างการขนส่งทำให้มีโอกาสเน่าเสียได้ง่ายหรือเร็วขึ้น 5 การพิมพ์บนบรรจุภัณฑ์ รายละเอียดที่พิมพ์บนบรรจุภัณฑ์จะช่วยให้การไหลเวียนของสินค้าได้ถูกต้องและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้สิ่งที่ตีพิมพ์บนบรรจุภัณฑ์ยังช่วยทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ผลไม้ที่บรรจุอยู่ภายในอีกด้วย รายละเอียดที่พิมพ์บนบรรจุภัณฑ์ควรอ่านได้ชัดเจน Clear สื่อความหมายได้ตามต้องการ Informative และดูแล้วสบายตา Friendly Appearance ผักผลไม้ที่ส่งไปยังประเทศในแถบยุโรป ควรมีข้อมูลอย่างน้อยที่สุดประกอบด้วยรายละเอียดต่อไปนี้ ชื่อและที่อยู่ของผู้ปลูกหรือผู้บรรจุหรือผู้จัดส่ง คุณลักษณะของผักผลไม้ ประเภทหรือสายพันธุ์ของผักผลไม้ ตราสินค้า ถ้ามี ระดับคุณภาพหรือเกรด ขนาด น้ำหนักและจำนวนที่บรรจุ สัญลักษณ์ Marks ที่พิมพ์บนบรรจุภัณฑ์ขนส่งแบ่งได้ 3 แบบ คือ 1 สัญลักษณ์สำหรับการขนส่ง Shipping Marks เป็นรายละเอียดที่พิมพ์เพื่อให้มีการจัดส่งอย่างถูกต้อง สัญลักษณ์ประเภทนี้ประกอบด้วยตราและชื่อย่อของผู้ซื้อสินค้า หมายเลขที่ตกลงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย อาจเป็นหมายเลขของใบสั่งซื้อหรือสัญญาซื้อขาย เป็นต้น จุดหมายปลายทางที่ส่งสินค้า พร้อมทั้งหมายเลขประจำตัวบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดที่จัดส่ง สัญลักษณ์สำหรับการขนส่งมักพิมพ์บนบรรจุภัณฑ์อย่างน้อยที่สุด 2 ด้าน ดังแสดงไว้ในรูปที่ 4 4 7 โดยพิมพ์อยู่ตรงกลางของแต่ละด้าน 2 สัญลักษณ์ที่เกี่ยงข้องกับรายละเอียดสินค้า ได้แก่ สายพันธุ์ ระดับคุณภาพ ขนาด ปริมาณ และน้ำหนัก 3 สัญลักษณ์สำหรับการข้นย้าย Handling Marks เป็นสัญลักษณ์ที่เป็นภาพ Pictorial Form ได้รับการ ยอมรับกันทั่วโลก สัญลักษณ์ภาพนี้จะช่วยทำให้ขนย้ายบรรจุภัณฑ์ทำได้อย่างถูกต้อง บริษัทประกันหลายแห่งจะไม่ยอมชดใช้ความสูญเสียที่เกิดจากการขนย้าย ถ้าไม่ได้พิมพ์สัญลักษณ์ภาพเหล่านี้บนบรรจุภัณฑ์ขนส่ง สัญลักษณ์สำหรับการขนย้ายที่คุ้นเคยบางสัญลักษณ์แสดงอยู่ในรูปที่ 5 1 ตำแหน่งการพิมพ์ของสัญลักษณ์ทั้ง 3 แบบ แบ่งเป็น ส่วนที่ 1 เป็นรายละเอียดของผู้รับมีขนาดตัวอักษรประมาณ 2 นิ้ว บริเวณบรรทัดสุดท้ายของส่วนนี้ได้แจ้งหมายเลขบรรจุภัณฑ์ต่อด้วยจำนวนบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด ส่วนที่ 2 เป็นรายละเอียดของผู้จัดส่ง ใช้ตัวอักษรขนาดเล็กกว่าส่วนที่ 1 ส่วนที่ 3 เป็นบริเวณที่ใช้พิมพ์สัญลักษณ์สำหรับการขนย้าย 6 มาตรฐานของ สมอ ที่เกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์ รายละเอียดของมาตรฐานต่างๆที่พิมพ์เผยแพร่โดย สมอ เป็นแหล่งความรู้อย่างดีที่ใช้เป็นบรรทัดฐานในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์ของสมอ มีดังต่อไปนี้ ลำดับที่ เลขที่ มอก รายชื่อ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 286 2521 296 2522 321 2522 550 2528 587 2528 588 2528 589 2528 619 2529 685 เล่ม 2 2530 923 2533 924 2533 925 2533 1027 2534 1116 2535 1136 2536 1175 2536 1254 2537 ศ 5 2527 ศ 7 2532 การทำภาพเครื่องหมายเพื่อการยกขนพัสดุหรือสินค้า สัญลักษณ์ทั่วไป บรรยากาศสำหรับปรับสภาพและทดสอบและอุณหภูมิอ้างอิงที่เป็นมาตรฐาน กระดาษทำลูกฟูก กล่องกระดาษลูกฟูก ขนาดตู้ขนส่งสินค้า ไม้รองรับสินค้า ขนาดหีบห่อผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเพื่อการขนส่ง แถบกระดาษกาวย่น ภาชนะบรรจุและฉลาก แถบกระดาษกาวในตัว แถบพลาสติกกาวในตัว โอเรียนเทคโพลิโพรพิลีน แผ่นรองรับสินค้า ถุงพลาสติกสำหรับบรรจุอาหาร ถุงพลาสติกหิ้วรูปตัวยู ฟิล์มยืดหุ้มห่ออาหาร สัญลักษณ์รหัสแท่งสำหรับแสดงข้อมูลสินค้า ถุงพลาสติกแบบกดปิด ศัพท์บัญญัติผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมพลาสติก ศัพท์บัญญัติผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกาว 7 บทสรุป ผักและผลไม้กลายมาเป็นสินค้าส่งออกเป้าหมายของรัฐบาลนายกทักษิณ ทาง WTO ของสหประชาชาติได้ตีพิมพ์บทความ Export Product Profile Fresh Fruit and Vegetable ช่วยส่งเสริมให้ประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายใช้เป็นแนวทางในการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการส่งออก ซึ่งบทความนี้ได้เป็นเอกสารหลักในการเรียบเรียงเป็นบทความภาษาไทย ตอนท้ายของบทได้แนบรายละเอียดมาตรฐานของ สมอ ที่เกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์ เพื่อใช้เป็นแหล่งอ้างอิงในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ กลับสู่เมนูหลัก
รวมบทความบรรจุภัณฑ์ของท่านอาจารย์ ปุ่น คงเจริญเกียรติ
มาแล้วค่ะบทความดีๆ จากหนังสือ รวมบทความบรรจุภัณฑ์ ของท่านอาจารย์ ปุ่น คงเจริญเกียรติ ครบทั้งหมด ที่เกี่ยวกับอาหารแล้ว ค่ะ www Foodnetworksolution com ของกราบขอบพระคุณ ท่านอาจารย์ปุ่น คงเจริญเกียรติ อย่างสูง ที่กรุณามอบบทความดีๆ มาเผยแพร่ให้เกิดประโยชน์อย่างกว้างขวางกับอุตสาหกรรมอาหารไทย หนังสือเล่มนี้ไม่ได้พิมพ์แล้ว ครูผู้น้อยไม่อยากให้ความรู้มากมายที่อาจารย์สั่งสม และถ่ายทอดหายไป เพราะมีประโยชน์มากเหลือเกินสำหรับคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมอาหาร รวมทังผู้สนใจทั่วไป บทความของท่านอาจารย์ปุ่น คงเจริญเกียรติในหนังสือรวมบทความบรรจุภัณฑ์ที่เผยแพร่แล้วใน www Foodnetworksolution comมีดังต่อไปนี้ click บรรจุภัณฑ์น้ำผลไม้ ตอนที่ 1 click บรรจุภัณฑ์น้ำผลไม้ ตอนที่ 2 click บรรจุภัณฑ์อาหารไมโครเวฟ click บรรจุภัณฑ์ผักและผลไม้สดเพื่อการส่งออก ตอนที่ 1 click บรรจุภัณฑ์ผักและผลไม้สดเพื่อการส่งออก ตอนที่ 2 click บรรจุภัณฑ์ผักและผลไม้สดเพื่อการส่งออก ตอนที่ 3 click บรรจุภัณฑ์สุราพื้นบ้าน ตอนที่ 1 click บรรจุภัณฑ์สุราพื้นบ้าน ตอนที่ 2 ภายในบทความผู้อ่านสามารถ Click link เพื่อดูความหมายเพิ่มเติมของแต่ละคำได้ใน Foodwiki ค่ะ www Foodnetworksolution comขอให้ท่านได้รับประโยชน์สูงสุดจากการอ่านบทความนี้หากมี ข้อเสนอแนะหรือคำถามเชิงสร้างสรรค์ ขอเชิญ ได้ที่ด้านล่างของบทความค่ะ ด้วยความเคารพ ครูผู้น้อย
บรรจุภัณฑ์สุราพื้นบ้าน (ตอนที่1)
บรรจุภัณฑ์สุราพื้นบ้าน ตอนที่1 คำนิยามและประเภทของสุรา ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถานสถาน ปี พ ศ 2525 พอจำแนกสุราได้ดังต่อไปนี้ เหล้า สุรา น้ำเมาที่กลั่นแล้ว เมรัย น้ำเมาที่เกิดจากการหมักหรือแช่ น้ำเมาที่ไม่ได้กลั่น เบียร์ น้ำเมาอย่างหนึ่งเป็นชนิดเมรัย สาโท น้ำขาวน้ำเมาที่ยังไม่ได้กลั่น อุ น้ำเมาชนิดหนึ่งใช้ปลายข้าวและแกลบประสมกับแป้ง กะแช่ น้ำตาลเมา น้ำเมาหมักแช่เชื้อ แต่ยังมิได้กลั่นเป็นสุรา ส่วนไวน์นั้นตามพจนานุกรมอังกฤษ ถอดความได้ดังนี้ ไวน์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ Alcoholic Beverage ที่ผลิตจากการหมักองุ่น Grapes Fermentation รายละเอียดของสุราพื้นบ้านที่ได้รับจากกรมสรรพสามิต ซึ่งมีหน้าที่จัดเก็บภาษีสรรพสามิตของสุราพื้นบ้าน แยกประเภทของสุราเป็น 2 ประเภทไว้ดังนี้ 1 สุราแช่ หมายความว่า สุราที่ยังไม่ได้กลั่นและรวมถึงสุราแช่ที่ได้ผสมกับสุรากลั่นแล้ว แต่ยังมีแรงแอลกอฮอล์ไม่เกินกว่าสิบห้าดีกรีด้วย เช่น เบียร์และไวน์ เบียร์ คือ สุราแช่ที่ทำจากข้าวมอลท์ ดอกฮอพและข้าว ไวน์ คือ สุราที่ทำจากองุ่น แบ่งเป็นสองพวก คือ ทำจากองุ่นเขียวและองุ่นแดง แต่ละชนิดยังแบ่งตามสายพันธุ์ย่อยๆอีกจำนวนมากมาย 2 สุรากลั่น หมายความว่า สุราที่ได้กลั่นแล้ว และรวมถึงสุรากลั่นที่ได้ผสมกับสุราแช่แล้ว แต่มีแรงแอลกอฮอล์เกินกว่าสิบห้าดีกรีด้วย เช่น วิสกี้ บรั่นดี รัม วอดก้า ยิน ลิเคียว เป็นต้น สุราขาว คือ สุรากลั่นที่ปราศจากเครื่องย้อมหรือสิ่งผสมปรุงแต่งมีแรงแอลกอฮอล์ที่ต่ำกว่าแปดสิบดีกรี สุราผสม เชี่ยงชุน หงส์ทอง แสงทิพย์ คือ สุรากลั่นที่ใช้สุราขาวหรือสุราสามทับมาปรุงแต่งมีแรงแอลกอฮอล์ต่ำกว่าแปดสิบดีกรี สุราปรุงพิเศษ แม่โขง คือ สุรากลั่นที่ใช้สุราสามทับมาปรุงแต่งมีแรงแอลกอฮอล์ต่ำกว่าแปดสิบดีกรี สุราพิเศษ แบ่งเป็น ก สุราวิสกี้ คือ สุราที่กลั่นจากเมล็ดธัญพืช เช่น ข้าวมอลท์ ข้าว ข้าวโพด มาปรุงแต่งมีแรงแอลกอฮอล์ต่ำกว่าแปดสิบดีกรี ข สุราบรั่นดี คือ สุราที่กลั่นจากไวน์องุ่น สุรากลั่นอย่างอื่น เช่น รัม คือ สุราที่กลั่นจากน้ำตาล กากน้ำตาล สุราสามทับ คือ สุรากลั่นที่มีแรงแอลกอฮอล์ตั้งแต่แปดสิบดีกรีขึ้นไป แยกได้เป็น ก ที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมหรือที่นำไปทำการแปลงสภาพ ข ที่นำไปใช้ในการแพทย์ เภสัชกรรม วิทยาศาสตร์ หรือนำไปผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง จากการแยกประเภทของสุราไทยดังกล่าว ใคร่ขอเปรียบเทียบกับประเภทสุราของประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน โดยมีหลักฐานการผลิตสุราย้อนกลับไปถึงพันๆปี คือ สุราในประเทศจีน ถ้าแยกตามปริมาณแอลกอฮอล์สุราจีนจะสามารถแบ่งได้ 3 ระดับ คือ 1 สุราแช่ Fermented มีปริมาณแอลกอฮอล์ไม่เกิน 20 2 สุรากลั่น Distilled beverage มีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ในช่วง 32 66 3 สุราพิเศษหรือสุราสังเคราะห์ Synthesis มีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ระหว่าง 16 66 สำหรับประเภทของสุรา ทางประเทศจีนได้แบ่งเป็น 6 ประเภทเหมือนกับของไทยโดยแยกตาม ประเภทของวัตถุดิบ และวิธีการผลิตได้ดังนี้ 1 เหล้าขาว White Liquor ผลิตจากธัญพืชด้วยวิธีกลั่น เหล้าจีนที่มีชื่อมากที่สุดของเหล้าจำพวกนี้ คือ เหมาไถ 2 ไวน์เหลือง Yellow Wine ผลิตจากธัญพืชด้วยวิธีแช่ เหล้าจีนที่มีชื่อเสียงในบ้านเรา คือ เหล้าที่ผลิตจากไต้หวันในนามของ เส้าซิ่ง 3 เบียร์ ผลิตจากข้าวมอลท์ด้วยวิธีแช่ 4 ไวน์ ผลิตจากองุ่นและผลไม้ อาจจะผลิตด้วยวิธีแช่หรือวิธีกลั่น การผลิตไวน์ในจีนเริ่มต้นตั้งแต่การเปิดทางสายไหม Silk Road แล้วค่อยๆ วิวัฒนาการมาเป็นไวน์ผลไม้ต่างๆ 5 สุราพิเศษหรือสุราสังเคราะห์ส่วนใหญ่เป็นการผสมระหว่างเหล้าขาวและไวน์เหลืองและครอบคลุมไปถึงยาดองเหล้าสมุนไพรต่างๆ Medical Wines ในแง่ของบรรจุภัณฑ์สุรา นอกเหนือจากการใช้บรรจุภัณฑ์เป็นที่บรรจุเก็บรักษาสินค้าตามหน้าที่แล้วยังช่วยรักษาคุณภาพของสุรา และช่วยในการนำออกมาบริโภคได้อย่างสะดวกตามต้องการ ในปัจจุบันนี้ บรรจุภัณฑ์ที่ใช้กับสุรามีอย่างหลากหลาย เช่น เครื่องปั้นดินเผา ขวดแก้ว ขวดเจียระไนคริสตัล ซอง ถุง กล่อง และถุงในกล่อง บรรจุภัณฑ์สุราพื้นบ้าน บรรจุภัณฑ์สุราพื้นบ้านที่นิยมใช้แบ่งเป็นขวดแก้วและฉลาก 1 ขวดแก้ว ขวดแก้วเริ่มมีการผลิตโดยใช้ปากเป่าตั้งแต่สมัยโรมัน ส่วนการใช้เครื่องจักรในการผลิตขวดแก้วนั้น ได้มีการจดสิทธิบัตรเมื่อประมาณ 180 ปีที่ผ่านมาในประเทศอังกฤษ ปัจจุบันนี้ขวดแก้วได้รับการนำมาใช้บรรจุเครื่องดื่มมากกว่าบรรจุภัณฑ์ชนิดอื่น วัตถุดิบหลักที่ใช้ผลิตขวดแก้วคือทรายซึ่งเป็นวัสดุที่หาง่ายและมีอยู่มากมาย ขวดแก้วจึงเป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของวัตถุดิบจากธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ คุณสมบัติที่โดดเด่นของขวดแก้วคือมีความเฉื่อยต่อการทำปฏิกิริยาจากสินค้าที่บรรจุอยู่ภายใน ทำให้รสชาติของสินค้าไม่แปรปรวนตามบรรจุภัณฑ์ที่ใส่ การบรรจุสุราลงในขวดแก้วยังทำได้ง่ายและรวดเร็ว นอกจากนั้นขวดแก้วยังเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ทนต่อการอัดก๊าซเข้าไปภายในโดยไม่เสียรูปร่าง จุดเด่นของการใช้ขวดแก้วเป็นบรรจุภัณฑ์อีกประการหนึ่งคือมีรูปทรงและสีสันให้เลือกหลากหลายรูปแบบ นอกจากนั้นยังสามารถตกแต่งให้สวยงามดูมีค่า เช่น การพิมพ์การแกะสลัก รวมไปถึงการเจียระไน ในแง่ของผู้บริโภค นอกจากการเทสุราจากขวดแก้วจะทำได้สะดวกแล้วยังสามารถปิดฝาเพื่อรักษาคุณภาพของสินค้าได้อีก หากมองในแง่ของสังคมท่ามกลางกระแสที่เรียกร้องให้ช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ขวดแก้วเป็นบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 100 และแม้แต่ขวดที่ชำรุดหรือแตกก็ยังสามารถเก็บเศษแก้วกลับไปหลอมเพื่อผลิตขึ้นมาใหม่ได้ ขนาดของบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วที่ใช้บรรจุสุราหรือเบียร์มีอยู่ 2 ขนาด คือ ขวดใหญ่ ขนาด 750 ซีซีหรือมิลลิลิตร ขวดแม่โขง ขวดเบียร์ขนาดใหญ่ 630 ซีซี และขวดเล็ก 330 ซีซี สำหรับสุราขวดเล็กจะเป็นขวดแบนขนาด 375 ซีซี ส่วนสีที่ใช้มีทั้งสีใส สีอำพัน และสีเขียว นอกจากสีมาตรฐานเหล่านี้ เทคโนโลยีของการผลิตขวดสีได้ก้าวไกลไปถึงการใช้เม็ดสีผสมเข้าไปในเนื้อแก้วเพื่อผลิตขวดสีใดๆก็ได้ การเปลี่ยนสีของเนื้อแก้วอีกวิธีการหนึ่งที่นิยมใช้คือการเคลือบด้วยสเปรย์ลงไปบนขวดสีด้วยสีตามที่ต้องการดังแสดงในรูป การตกแต่งขวดแก้วสามารถทำได้หลายวิธีนอกเหนือจากการติดฉลากแล้ว การตกแต่งขวดแก้วแบบพื้นฐานที่สุด คือ การสลักลายหรือแกะลายลงไปในเนื้อแก้ว Embossing Engraving นอกจากนี้ลายนูนบนผิวขวดยังสามารถปั๊มสีโลหะได้อีก การตกแต่งที่ดูมีราคา อันดับถัดมา คือ การพ่นทรายทำให้ทึบแสง นอกจากสร้างความแปลกใหม่ยังช่วยถนอมอายุของสุราอีกด้วย การตกแต่งขวดแก้วที่มีราคาสูง คือ ขวดแก้วเจียระไน ด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อการเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้า 2 ฉลาก ฉลากที่ใช้ในการปิดบรรจุภัณฑ์สุราเริ่มใช้กันตั้งแต่ปี ค ศ 1800 โดยเป็นฉลากกระดาษธรรมดาใช้เขียนด้วยลายมือ ส่วนการใช้ฉลากที่พิมพ์สำเร็จรูปดังเช่นที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ต้องใช้เวลาอีก 60 ปีในการพัฒนา จนกระทั่งฉลากได้กลายมาเป็นองค์ประกอบสำคัญบนบรรจุภัณฑ์สุรา ฉลากบนบรรจุภัณฑ์สุราโดยเฉพาะอย่างยิ่งฉลากบนสินค้าอื่นๆ เพราะก่อนที่ผู้บริโภคไวน์จะตัดสินใจซื้อจะอ่านรายละเอียดบนฉลากเพื่อทราบถึงยี่ห้อ สายพันธุ์ขององุ่นที่ใช้ผลิตไวน์ แหล่งผลิตและปีที่ผลิตจากรายละเอียดเหล่านี้ผู้ซื้อจะคาดคะเนว่ากลิ่นหรือรสชาติจะเป็นแบบที่ต้องการหรือไม่เป็นสิ่งน่าแปลกที่บนฉลากของขวดไวน์ไม่ได้บอกถึงรสชาติที่จะได้จากการบริโภค เนื่องจากรสชาติของไวน์แปรผันตามปัจจัยต่างๆ สุดครานับ ตัวอย่างของฉลากไวน์จากสหรัฐอเมริกาพร้อมรายละเอียดที่ต้องแสดงอยู่ในรูป สำหรับฉลากบนขวดสุราพื้นบ้านยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากผู้ผลิตและบรรจุสุราพื้นบ้านส่วนใหญ่จะใช้ขวดที่ใช้แล้ว เช่น ขวดเบียร์หรือขวดไวน์ที่บริโภคแล้ว เมื่อรูปทรงของขวดเป็นแบบเดียวกันหมด ดังนั้น การออกแบบฉลากจึงมีความสำคัญมากในการสร้างความแตกต่างให้แก่บรรจุภัณฑ์ รายละเอียดอย่างน้อยที่สุดที่ปรากฏบนฉลากควรประกอบด้วยข้อมูลต่อไปนี้ 1 ตราสินค้า อาจเป็นชื่อของชุมชนหรือชื่อเจ้าของสินค้าก็ได้ 2 ประเภทของสุรา 3 แหล่งหรือสถานที่ผลิต 4 ปริมาณแอลกอฮอล์โดยปริมาตร 5 ปริมาตรสุทธิที่บรรจุ สุราพื้นบ้านที่ต้องการวางขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายสมัยใหม่ Modern Trade ยังจำเป็นต้องมีบาร์โค้ด หรือ สัญลักษณ์รหัสแท่งติดอยู่บนฉลากด้วย ฉลากกระดาษ ฉลากที่ใช่ส่วนใหญ่จะเป็นกระดาษการปิดฉลากที่ดีต้องคำนึงถึงองค์ประกอบดังต่อไปนี้ 1 คุณสมบัติกระดาษ 2 กาวหรือสารเชื่อมติด 3 หมึก 1 กระดาษ เยื่อที่ใช้ผลิตกระดาษเป็นปัจจัยแรกที่ต้องคำนึง เยื่อใยยาวจะแข็งแรงกว่าเยื่อใยสั้น ส่วนน้ำหนักของกระดาษที่ใช้พิมพ์ฉลากจะอยู่ในช่วง 70 80 กรัมต่อตารางเมตรด้านหน้าของกระดาษจะต้องทำให้ผิวเรียบเพื่อให้การพิมพ์มีคุณภาพดี ในกรณีที่มีการแช่เย็นฉลากที่ใช้ควรใช้กระดาษทนน้ำ Wet Strength Paper เพื่อป้องกันการหลุดลอกและการฉีกขาด 2 กาวที่ใช้ทา กาวทีมีคุณสมบัติยึดติดได้อย่างสมบูรณ์จะป้องกันการเกิดรอยย่นหลังการติดฉลาก กาวที่มีส่วนผสมไม่เหมาะสมหรือทากาวมากเกินไป สามารถก่อให้เกิดรอยด่างบนฉลาก ทำให้งานออกแบบฉลากเสียคุณค่าไป 3 หมึก การติดของหมึกบนฉลากเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่พบกันทั่วไป ภายในส่วนผสมของหมึกประกอบด้วยสารเชื่อม Binders เม็ดสี Pigment และสารเติมแต่งคุณภาพการพิมพ์ทำให้เพิ่มคุณค่าของสินค้า 3 การบรรจุ วิธีการบรรจุของเหลวลงในขวดมีอยู่ 2 ระบบ คือ ระบบปริมาตรคงที่และระบบระดับคงที่ สินค้าจำพวกสุรามักนิยมใช้ระบบระดับคงที่และสามารถสังเกตโดยใช้สายตาวัดระดับ ณ จุดขาย เวลาผลิตขวดแก้ว น้ำแก้วจะถูกเป่าให้กระจายเต็มผิวด้านในของแม่แบบ ทำให้ความหนาของผนังขวดแก้วของแต่ละขวดไม่สม่ำเสมอเท่ากันทุกๆขวด ถ้าทำการบรรจุแบบปริมาตรคงที่จะทำให้ระดับความสูงบริเวณคอขวดแตกต่างกันไป ในขณะที่ผู้บริโภคพอใจที่จะซื้อขวดบรรจุสุราที่เห็นอยู่ในระดับสูงกว่า ด้วยเหตุนี้จึงนิยมบรรจุแบบระดับคงที่มากกว่า แม้ว่าการบรรจุแบบระดับคงที่จะมีความแปรปรวนของปริมาตรที่บรรจุอยู่บ้าง การบรรจุแบบระดับคงที่ใช้วิธีบรรจุได้หลายวิธี เช่น บรรจุแรงโน้มถ่วง สุญญากาศความดัน หรือการใช้ทั้งความดันและสุญญากาศ ส่วนการควบคุมให้ระดับคงที่โดยการนำของเหลวส่วนเกินออกเมื่อถึงระดับที่ต้องการโดยการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือการควบคุมแบบนิวเมติกาล์วช่วยในการบรรจุทำให้ระดับสุราในแต่ละขวดคงที่เสมอ ระดับของสุราที่บรรจุในขวดจะสังเกตได้จากบริเวณคอขวดโดยปกติจะนิยมบรรจุให้ระดับของสุราภายในขวดอยู่ในระดับสูงหรือเรียกตามศัพท์วิชาการทางด้านบรรจุภัณฑ์ว่ามีช่องว่างเหนือระดับบรรจุอยู่น้อย Less Headspace ปริมาตรของอากาศเหนือระดับบรรจุที่น้อยนี้ทำให้ปริมาณออกซิเดชั่นภายในขวดน้อยตามไปด้วย นับเป็นการช่วยยืดอายุของสุรา เนื่องจากการเกิดออกซิเดชั่นระหว่างสุราและออกซิเจนมีโอกาสเกิดขึ้นน้อย ในทางกลับกันถ้าปริมาตรเหนือระดับบรรจุมีเหลือน้อยมาก จะเพิ่มโอกาสที่ขวดแก้วทนแรงอัดจาดก๊าซที่เกิดจากการหมักภายในขวดไม่ได้ มีโอกาสส่งผลให้ฝาหรือขวดระเบิดได้ง่าย อ่านต่อตอนที่ 2 กลับสู่หน้าหลัก
บรรจุภัณฑ์สุราพื้นบ้าน (ตอนที่ 2)
บรรจุภัณฑ์สุราพื้นบ้าน ตอนที่ 2 4 ระบบการปิดผนึกบรรจุภัณฑ์สุราพื้นบ้าน การปิดผนึกบรรจุภัณฑ์มิได้มีจุดประสงค์เพียงแค่การปิดให้แน่นสนิทเพื่อรักษาคุณภาพสินค้าและป้องกันการรั่วซึมเท่านั้น ยังต้องคำนึงถึงความสะดวกสบายในการเปิด เพื่อนำสุราออกมาบริโภคได้ง่ายแล้วปิดใหม่ได้ง่ายด้วย นอกจากนั้นวัสดุที่ใช้ผลิตเป็นฝาปิดจะต้องไม่ทำปฏิกิริยาใดๆ กับสุราที่อยู่ภายในขวด ฝาที่นิยมใช้ปิดบรรจุภัณฑ์สุราพื้นบ้านแบ่งได้ดังนี้ 4 1ฝาจีบ ประวัติศาสตร์ของฝาปิดขวดเริ่มจกการคิดค้นฝาจีบเมื่อปี ค ศ 1891 ในประเทศสหรัฐอเมริกา ฝาจีบนับได้ว่าเป็นฝาปิดขวดที่มีประวัติยาวนานที่สุดและยังมีราคาถูกที่สุดนอกจากนี้ยังมีความเร็วในการปิดฝาได้เร็วมากโดยมีเครื่องปิดฝาที่สามรถปิดได้เร็วถึง 1 แสนขวดต่อชั่วโมงต่อเครื่อง ส่วนประกอบของฝามีด้วยกัน 2 ส่วนคือ 1 โครงฝา Shell คือ วัสดุที่ใช้ผลิตเป็นตัวฝาส่วนใหญ่จะใช้โลหะสเตนเลส หรือสังกะสีเคลือบหรือสังกะสีปลอดดีบุก TFS Tin Free Steel โลหะสเตนเลสสามารถทนการกัดกร่อน และการขึ้นสนิมได้ดีที่สุด รองลงมาคือสังกะสีปลอดดีบุก ส่วนสังกะสีเคลือบมีโอกาสขึ้นสนิมง่ายที่สุด แต่มีผิวแวววับทำให้ดูมีราคา บริเวณโดยรอบของฝาจะมีจำนวนจีบมาตรฐานอยู่ 21 จีบ ก่อนปิดฝาจีบ ตัวจีบแต่ละจีบจะเอียงออกมาจากตัวฝาประมาณ 21 องศาจากแนวดิ่ง 2 สารเคลือบด้านในของฝาหรือไลนเนอร์ Liner สารเคลือบชั้นภายในฝาแบบดั้งเดิมจะใช้แผ่นคอร์ก Cork แล้วบุด้านที่สัมผัสกับสินค้าเป็นกระดาษหรือแผ่นอะลูมิเนียมบางๆ Facing ในปัจจุบันสารเคลือบด้านในของฝาส่วนใหญ่จะเป็นพลาสติกซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีกว่า เพราะมีความบางกว่าแผ่นคอร์กทำให้ความหนาของโครงฝาลง อีกทั้งยังช่วยลดเวลาการผลิตฝาเนื่องจากทำงานได้ง่ายกว่าด้วยการลดขั้นตอนปิดแผ่นบุหน้า Facing การปิดฝาจีบลงบนขวดประกอบด้วย 2 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนแรก เครื่องปิดฝาจะกดให้ชั้นของสารเคลือบด้านในของฝาให้แนบสนิทกับขอบปากของขวดแก้ว นี่คือขั้นตอนสำคัญที่จะทำให้การปิดผนึกเป็นไปอย่างสมบูรณ์ ขั้นตอนที่สอง เป็นการยึดฝาให้แน่นกับปากขวดด้วยการกดจีบ Crimp บริเวณรอบฝาให้ตัวจีบครอบลงไปตามขอบบนสุดของปากขวดแก้ว การปิดฝาจีบทั้ง 2 ขั้นตอนจะสมบูรณ์แบบขึ้นอยู่กับการกดในขั้นตอนแรกและการปรับแรงกดจีบให้เท่ากันทุกจีบ ในขั้นตอนที่สองถ้ากดเบาไปการยึดเกาะจะไม่แน่นทำให้มีโอกาสรั่ว ถ้ากดหนักไปอาจทำให้ตัวจีบเสียหายและเป็นสาเหตุให้เกิดสนิมบริเวณจีบได้ง่ายนอกจากนั้น ยังต้องหมั่นตรวจสอบเส้นผ่าศูนย์กลางของอุปกรณ์กดจีบ Crowning Head ถ้าอุปกรณ์ใช้มาเป็นเวลานานพอสมควร เส้นผ่าศูนย์กลางจะใหญ่เกินไปหรือหลวมเกินไปทำให้กดจีบได้ไม่แน่น เส้นผ่าศูนย์กลางที่เหมาะสมของอุปกรณ์กดจีบควรมีค่า 28 7 ± 0 3 มม 4 2ฝาตีเกลียว ฝาของขวดแก้วที่มีเกลียวอยู่ด้านในของฝานั้น อาจแบ่งเป็น 2 จำพวก คือ ฝาเกลียวสำเร็จรูปจะเป็นฝาที่ผู้ผลิตส่งฝาพร้อมเกลียวสำเร็จรูปในตัวฝา ส่วนฝาตีเกลียวเป็นฝาที่ยังไม่มีเกลียวในฝา แต่ผู้ปิดขวดหลังการบรรจุจุตีเกลียวในขั้นตอนที่ปิดฝา ในหัวข้อนี้จะขอกล่าวเฉพาะฝาชนิดที่เป็นฝาตีเกลียวเท่านั้น การปิดฝาแบบตีเกลียวจะสมบูรณ์แบบหรือไม่แปรผันตามตัวเกลียวที่อยู่บนขวดลักษณะของเกลียวปากขวดอย่างง่ายๆ สำหรับขวดแก้วทั่วไป ดังแสดงในรูป มิติของเกลียวดังกล่าวนี้ค่อนข้างจะเป็นมาตรฐาน แต่จะแตกต่างกันระหว่างขวดแก้วและขวดพลาสติก ในกรณีของฝาขวดแก้วมักจะเป็นฝาที่ทำจากสังกะสีชุบดีบุกหรือฝาอะลูมิเนียม ตัวฝาที่จะใช้ปิดจะไม่มีเกลียวเมื่อรับจากโรงงานผลิตฝา เครื่องปิดฝาจะกดให้ฝาแนบติดสนิทกับเกลียวของขวด ด้วยเหตุนี้ เกลียวของขวดแก้วจึงมีความสำคัญมากต่อการปิดฝาเกลียวแบบนี้ จากลักษณะการทำงานดังกล่าวจะพบว่าการปิดฝาแบบนี้ด้วยเครื่องจักรสามารถปิดได้ด้วยความเร็วสูงถึง 1200 ขวด นาที ความสมบูรณ์ในการปิดฝาเกลียว นอกจากแปรผันตามลักษณะของเกลียวบนขวดแล้วยังแปรผันตามความสามารถในการกดฝาให้แนบสนิทเข้าไปกับตัวเกลียว ด้วยเหตุนี้ฝาประเภทนี้จึงมีชื่อเรียกภาษอังกฤษแปลได้ว่า กลิ้งโดยรอบ Roll On Cap โดยมีลักษณะการทำงานแสดงไว้ในรูป 5 บรรจุภัณฑ์ไวน์ บรรจุภัณฑ์ที่ใช้กับไวน์มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี ในยุคแรกๆ อาจจะเป็นถุงทำด้วยหนังแกะ Goatskin หรือเครื่องปั้นดินเผา และพัฒนามาเป็นขวดแก้วและถุงในกล่อง BIB Bag In Box ดังที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ 5 1 ขวดแก้ว ขวดแก้วบรรจุไวน์ ที่มา http www stimulent com wine bottle photography html ขวดแก้วที่ใช้กับไวน์จะมีรูปลักษณ์โดยเฉพาะสำหรับไวน์ที่บรรจุจากแต่ละแห่ง ความแตกต่างของรูปทรงมักจะแตกต่างกันที่คอขวดซึ่งมีความสูงต่ำแตกต่างกัน รูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะมักจะเป็นที่ยอมรับสำหรับไวน์แต่ละแหล่งผลิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปทรงของขวดไวน์ที่ผลิตจากประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เช่น ฝรั่งเศสและเยอรมัน ส่วนประเทศผู้ผลิตไวน์หน้าใหม่ที่เริ่มผลิตไวน์มาไม่นานนักมักจะออกแบบรูปทรงขวดเน้นความสวยงามที่เตะตา ยกตัวอย่างเช่น ขวดไวน์Chianti ของอิตาลี ขวดไวน์Chianti ของอิตาลี นอกจากรูปทรงที่เห็นโดยทั่วไปแล้วบริเวณก้นขวดของสุราจะมีความแตกต่างกัน ถ้าพลิกเอาก้นของขวดไวน์ขึ้นมาดูจะพบว่า ก้นขวดไวน์มักจะมีหลุม บริเวณตรงกลางก้นของขวด การออกแบบก้นขวดในลักษณะแบบนี้ไม่ได้ทำเพื่อให้ดูมีปริมาณไวน์ภายในขวดมากขึ้น แต่อาจจะออกแบบเพื่อจุดมุ่งหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ 1 ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ตัวขวด 2 ใช้เป็นยึดของนิ้วเวลาที่บริการใช้มือข้างเดียวยกเทจาก้นขวดเมื่อปริมาณไวน์ในขวดเหลือน้อย 3 ใช้เป็นบริเวณดักเก็บสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ในไวน์ เช่น เศษของคอร์กที่หลุดออกมาจากจุกขวด เป็นต้น สีของขวดแก้วเป็นอีกปัจจัยที่ใช้ในการออกแบบให้มีความหลากหลาย เริ่มตั้งแต่ขวดแก้วสีใสธรรมดาและขวดหลากสีซึ่งสามารถแยกออกมาเป็นขวดอำพัน สีเหลืองอ่อน แก่ สีน้ำเงิน ขวดสีมีบทบาทในการถนอมไวน์ให้ยาวนานขึ้น ขวดสีเข้มจะป้องกันแสงได้ดีกว่าขวดสีใส อย่างไรก็ตามการตัดสินใจเลือกสีของขวดแก้ว ในทางปฏิบัติมักจะเลือกด้วยเหตุผลทางด้านการตลาด มากกว่าเหตุผลทางด้านถนอมอายุของไวน์ ขนาดของขวดไวน์ที่ใช้เป็นมาตรฐาน คือ ขวดขนาด 750 ซีซีหรือมิลลิลิตร ซึ่งถูกกำหนดโดยกลุ่มประเทศในยุโรป นอกจากขวดมาตรฐาน 750 มิลลิลิตรนี้แล้วยังมีการออกแบบผลิตขวดเพื่อการบรรจุขนาดต่างๆ เพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคอีกหลายขนาดดังต่อไปนี้ ตารางที่ 5 1 ขนาดมาตรฐานของขวดไวน์ ปริมาณบรรจุ ขนาดเทียบเท่า จำนวนคนที่ดื่ม หน่วย 187 มิลลิลิตร 1 4 ขวด 1 คน 375 มิลลิลิตร 1 2 ขวด 2 คน 500 มิลลิลิตร 2 3 ขวด 3 คนหรือน้อยกว่า 750 มิลลิลิตร ขวดมาตรฐาน 4 คนหรือน้อยกว่า 1 5 ลิตร 2 ขวด 8 คนหรือน้อยกว่า 3 ลิตร 4 ขวด 17 คนหรือน้อยกว่า 4 5 5 ลิตร 6 6 2 3 ขวด 25 28 คน 6 ลิตร 8 ขวด 34 คน 9 ลิตร 12 ขวด 1 ลัง 50 คนหรือมากกว่า 12 ลิตร 16 ขวด 67 คนหรือมากกว่า 16 ลิตร 24 ขวด 112 คนหรือมากกว่า 5 2 จุกคอร์ก เมื่อกล่าวถึงจุกปิดฝาขวดไวน์ ทุกคนมักคิดถึงจุกคอร์ก แม้ว่าความกว้างหน้าทางเทคโนโลยีพลาสติกจะสามารถผลิตคอร์กเทียม Artificial Cork ได้ก็ตาม แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงยอมรับจุกคอร์กมากกว่า ด้วยเหตุนี้จุกคอร์กซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แยกไม่ได้จากขวดไวน์ ภายในเนื้อคอร์กประกอบด้วยเซลล์ขนาดเล็กรูปทรงปริซึม Prism แยกเป็นห้ามุม Pentagonal หรือหกมุม Hexagonal มีขนาดของเซลล์อยู่ในช่วง 0 010 0 45 มิลลิเมตร จำนวนของเซลล์ในเนื้อคอร์กมีมากถึง 40 ล้านเซลล์ต่อหนึ่งลูกบาศก์เซนติเมตร ภายในเนื้อคอร์กมีอากาศแทรกอยู่ 50 โดยปริมาณ ส่วนประกอบหลักของเนื้อคอร์กจะช่วยป้องกันอากาศภายนอกซึมผ่าน Air Tight และสกัดกั้นการซึมผ่านของความชื้น Impermeable นอกจากนี้ยังป้องกันการกัดกร่อนของแมลง ข้อดีอีกประการหนึ่งของจุกคอร์กคือ น้ำไม่สามารถละลายคอร์ก สมบัติเด่นของจุกคอร์ก มีดังนี้คือ เป็นสารธรรมชาติ นำมาใช้ใหม่ได้ และเสื่อมสลายด้วยปฏิกิริยาชีวภาค น้ำหนักเบา ยืดหยุ่นได้ขณะเดียวกันป้องกันการซึมผ่าน เป็นฉนวนอย่างดีต่อความร้อน การสั่นสะเทือนหรือแม้กระทั่งเสียง ทนต่อการฉีดขาด จุกคอร์กสามารถแยกตามวัสดุที่ใช้ผลิตเป็น 2 ประเภท ประเภทแรก เป็นจุกที่ผลิตจากคอร์กธรรมชาติที่ตัดมาเป็นแผ่นๆ แล้วกด Punch ออกมาเป็นจุกตามขนาดที่ต้องการ จุกประเภทนี้มีราคาแพง จุกคอร์กประเภทนี้ยังสามารถแบ่งเกรดเป็นอีก 4 ระดับ A B C D โดยแบ่งตามขนาดของรูพรุนบนผิวคอร์ก รอยแตก รอยฉีกขาด และส่วนผสมของเปลือกที่ติดมากับคอร์ก เป็นต้น ประเภทที่สอง เป็นจุกที่ได้จากการขึ้นรูปของเศษคอร์ก Granulate ที่เหลือจากการอัดจุกคอร์กประเภทแรก ทำให้มีราคาถูกกว่าและใช้ปิดขวดไวน์ที่มีราคาถูก วิวัฒนาการทางเทคโนโลยีพลาสติกได้ผลิตคอร์กสังเคราะห์ Synthetic Cork ที่ทำจากพลาสติก นอกจากผลิตเป็นสีน้ำตาลคล้ายสีของคอร์กแล้ว ยังผลิตเป็นสีฉูดฉาดอื่นๆ เพื่อเจาะตลาดอื่นๆ เช่น ตลาดวัยรุ่นหรือตลาดกีฬา เป็นต้น พลาสติกที่ใช้ผลิตมีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับคอร์กธรรมชาติทุกประการแต่ที่ดีกว่าคือ ไม่ยุ่ยและขาดง่ายเหมือนคอร์กธรรมชาติพร้อมทั้งลดโอกาสที่จะเกิดจุกคอร์กเน่าเสียที่เกิดกับจุกคอร์กธรรมชาติ 5 3ถุงในกล่อง BIB Bag In box การบรรจุแบบ BIB ได้รับความนิยมจนกลายมาเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้กับไวน์มากที่สุดสาเหตุหนึ่งเกิดจากการลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง นอกจากนี้ถุงนกล่องยังเป็นบรรจุภัณฑ์ทางเดียว One Way ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการนำกลับ โครงสร้างของตัวถุงจะประกอบด้วยพลาสติกที่เคลือบชั้นไว้อย่างน้อย 3 ชั้น โดยมีพลาสติกชั้นหนึ่ง ทำหน้าที่ป้องกันการซึมผ่านของออกซิเจนเพื่อช่วยถนอมอายุของไวน์บริเวณมุมหรือขอบของถุงจะมีฝาเปิดปิดซึ่งกดแล้วไวน์จะไหลออกมาได้ ตัวอย่างของฝาที่เปิดปิดแบบนี้มักเห็นได้จากถังแช่น้ำแข็งโดยทั่วไป มีรายงานว่าระบบ BIB สามารถเก็บรักษาไวน์ได้นานถึง 6 เดือน ขนาดบรรจุของถุงในกล่องเริ่มจากขนาด 1 5 ลิตร ที่นิยมกันมากจะเป็นขนาด 5 ลิตร แต่ถ้าเป็นบรรจุภัณฑ์ขนส่งอาจจะมากถึง 200 ลิตร หรือ 1000 ลิตร ภาพลักษณ์ของไวน์ที่บรรจุในรูปแบบของถุงในกล่องไดรับการวางตำแหน่งสินค้าว่าเป็นไวน์ระดับล่างเพราะใช้ปริมาณเป็นจุดขาย อย่างไรก็ตามความนิยมของบรรจุภัณฑ์ประเภทนี้จะแปรเปลี่ยนตามรสนิยมของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ เช่น ในประเทศออสเตรเลียมียอดขายโดยปริมาตรสูงสุดถึง 52 ส่วนในสหรัฐยอดขายโดยปริมาตรมีเพียง 18 ตารางข้างล่างนี้ สรุปปริมาณการขายโดยปริมาตรของไวน์แบบถุงในกล่องในแต่ละประเทศ พร้อมทั้งอัตราการเจริญเติบโตของไวน์แบบถุงในกล่องของประเทศต่างๆ ตารางที่ 5 2 ยอดการจัดจำหน่ายไวน์บรรจุแบบ BIB และอัตราการเจริญเติบโตในแต่ละประเทศ ประเทศ การจำหน่ายโดยปริมาตร อัตราการเจริญเติบโต ออสเตรเลีย 52 5 สหรัฐอเมริกา 18 4 แคนาดา 15 7 สหราชอาณาจักร 10 6 ฝรั่งเศส 4 8 นอร์เวย์ 33 15 สวีเดน 17 22 6 บทสรุป ผลจากการเปิดเสรีในการผลิตสุราพื้นบ้านของรัฐบาลทำให้มีผู้ผลิตสุราพื้นบ้านทั่วประเทศในขณะนี้มีมากกว่าพันราย อุปสรรคร่วมอย่างหนึ่งของผู้ประกอบการในธุรกิจนี้ คือ ความรู้ทางด้านบรรจุภัณฑ์ บทความนี้นำเสนอความรู้พื้นฐานของบรรจุภัณฑ์สำหรับพื้นบ้าน โดยเริ่มจากการแบ่งประเภทของสุรา ทำการเปรียบเทียบสุราไทยกับสุราจีน ซึ่งสามารถจำแนกได้ด้วยปริมาณแอลกอฮอล์หรือกระบวนการผลิต สำหรับบรรจุภัณฑ์สุราพื้นบ้านที่ใช้ในเมืองไทยมักจะเป็นขวดใช้แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ ด้วยเหตุนี้การออกแบบฉลากของขวดที่เหมือนกันนี้มีความจำเป็นมากที่จะสร้างความแตกต่างและสร้างสิ่งจูงใจให้ซื้อ นอกเหนือจากขวดและฉลาก ฝาของขวด และวิธีการบรรจุมีบทบาทอย่างมากต่อการถนอมรักษาสุราพร้อมทั้งป้องกันสุราระเบิดระหว่างจัดส่ง ใน 2 หัวข้อสุดท้ายได้แนะนำให้รู้จักบรรจุภัณฑ์ไวน์และบรรจุภัณฑ์รูปแบบที่มีอัตราการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง คือ ถุงในกล่องหรือBIB ขวดไวน์ที่ใช้กันอยู่ทั่วโลกสามารถแยกเป็น 2 ประเภทคือ ไวน์ที่ผลิตจากประเทศประวัติศาสตร์ยาวนาน เช่น ฝรั่งเศส และเยอรมัน เป็นต้น ขวดไวน์จากประเทศเล่านี้จะมีรูปทรงมาตรฐานเป็นที่ยอมรับและจำได้จากนักดื่มไวน์ทั่วโลก ส่วนขวดไวน์ที่บรรจุไวน์จากประเทศที่มีประวัติศาสตร์สั้นกว่า เช่น อิตาลี สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และชิลี จะมีรูปทรงที่แปลกใหม่กว่าโดยไม่มีมาตรฐานใดๆ จุกคอร์กซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของไวน์ก็ได้วิวัฒนาการมาเป็นจุกคอร์กพลาสติกที่ค่อยๆคืบคลานมาแย่งตลาดของคอร์กจากธรรมชาติ ส่วนบรรจุภัณฑ์แบบถุงในกล่องยังคงมีอนาคตที่สดใส โดยมีอัตราการเจริญเติบโตโดยเฉลี่ยประมาณ 10 ต่อปี แปรตามความนิยมในประเทศต่างๆ กลับสู่เมนูหลัก


สมัครสมาชิก

สนับสนุนโดย / Supported By

  • บริษ้ท มาเรล ฟู้ดส์ ซิสเท็ม จำกัด จัดจำหน่ายเครื่องจักรและอุปกรณ์การแปรรูปอาหาร เช่น ระบบการชั่งน้ำหนัก, การคัดขนาด, การแบ่ง, การตรวจสอบกระดูก และการประยุกต์ใช้ร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ พร้อมกับบริการ ออกแบบ ติดตั้ง กรรมวิธีการแปรรูปทั้งกระบวนการ สำหรับ ผลิตภัณฑ์ ปลา เนื้อ และ สัตว์ปีก โดยมีวิศวกรบริการและ สำนักงานตั้งอยู่ที่กรุงเทพ มาเรล เป็นผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกของอุปกรณ์การแปรรูปอาหารที่ทันสมัย​​ครบวงจรทั้งระบบ สำหรับอุตสาหกรรม ปลา กุ้ง เนื้อ และสัตว์ปีก ต่างๆ เครื่องแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก Stork และ Townsend จาก Marel อยู่ในกลุ่มเครื่องที่เป็นที่ยอมรับมากที่สุดในอุตสาหกรรม พร้อมกันนี้ สามารถบริการครบวงจรตั้งแต่ต้นสายการผลิตจนเสร็จเป็นสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยสำนักงานและบริษัทสาขามากกว่า 30 ประเทศ และ 100 เครือข่ายตัวแทนและผู้จัดจำหน่ายทั่วโลก ที่พร้อมทำงานเคียงข้างลูกค้าเพื่อขยายขอบเขตผลการแปรรูปอาหาร Marel Food Systems Limited. We are supply weighing, grading, portioning, bone detection and software applications as well as complete turn-key processing solutions for fish, meat and poultry. We have service engineer and office in Bangkok. Marel is the leading global provider of advanced food processing equipment, systems and services to the fish, meat, and poultry industries. Our brands - Marel, Stork Poultry Processing and Townsend Further Processing - are among the most respected in the industry. Together, we offer the convenience of a single source to meet our customers' every need. With offices and subsidiaries in over 30 countries and a global network of 100 agents and distributors, we work side-by-side with our customers to extend the boundaries of food processing performance.
  • We are well known for reliable, easy-to-use coding and marking solutions which have a low total cost of ownership, as well as for our strong customer service ethos. Developing new products and a continuous programme of improving existing coding and marking solutions also remain central to Linx's strategy. Coding and marking machines from Linx Printing Technologies Ltd provide a comprehensive solution for date and batch coding of products and packaging across manufacturing industries via a global network of distributors. In the industrial inkjet printer arena, our reputation is second to none. Our continuous ink jet printers, laser coders, outer case coders and thermal transfer overprinters are used on production lines in many manufacturing sectors, including the food, beverage, pharmaceutical, cosmetics, automotive and electronic industries, where product identification codes, batch numbers, use by dates and barcodes are needed. PTasia, THAILAND With more than 3,700 coding, marking, barcode, label applicator, filling, packing and sealing systems installed in THAILAND market. Our range is includes systems across a wide range of technologies. To select the most appropriate technology to suit our customers. An excellent customer service reputation, together with a reputation for reliability that sets standards in the industry, rounds off the PTAsia offering and provides customers with efficient and economical solutions of the high quality. Satisfyingcustomers inTHAILAND for 10 years Our 1,313 customers benefit from our many years of experience in the field, with our successful business model of continuous improvement. Our technical and service associates specialise in providing individual advice and finding the most efficient and practical solution to every requirment. PTAsia extends its expertise to customers in the food, beverage, chemical, personal care, pharmaceutical, medical device, electronics, aerospace, military, automotive, and other industrial markets.
  • วิสัยทัศน์ของบริษัท คือ การอยู่ในระดับแนวหน้า "ฟอร์ฟร้อนท์" ของเทคโนโลยีประเภทต่างๆ และนำเทคโนโลยีนั้นๆ มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมและกระบวนการผลิตในประเทศไทย เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้า บริษัท ฟอร์ฟร้อนท์ ฟู้ดเทค จำกัด เชื่อมั่นและยึดมั่นในอุดมการณ์การดำเนินธุรกิจ กล่าวคือ จำหน่าย สินค้าและให้บริการที่มีคุณภาพสูง ซึ่งเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า ด้วยความซื่อสัตย์และความตรงต่อเวลา เพื่อการทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จร่วมกันระยะยาว Our vision is to be in the "forefront" of technology in its field and suitably apply the technology to industries and production in Thailand for customers' utmost benefits. Forefront Foodtech Co., Ltd. strongly believes in and is committed to our own business philosophy which is to supply high quality products and service appropriately to each customer's requirements with honesty and punctuality in order to maintain long term win-win business relationship. Forefront Foodtech Co., Ltd. is the agent company that supplies machinery and system, install and provide after sales service as well as spare parts. Our products are: Heinrich Frey Maschinenbau Gmbh, Germany: manufacturer of vacuum stuffers and machinery for convenient food Kronen GmbH, Germany: manufacturer of machinery for vegetable and fruits from washing to packing Nock Fleischerei Maschinenbau GmbH, Germany: manufacturer of skinning machines, membrane skinning machine, slicers and scale ice makers K + G Wetter GmbH, Germany: manufacturer of grinders and bowl cutters Ness & Co. GmbH, Germany: manufacturer of smoke chambers, both stand alone and continuous units Dorit DFT GmbH, Germany: manufacturer of tumblers and injectors Maschinenfabrik Leonhardt GmbH, Germany: manufacturer of dosing and filling equipment