ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่อง พันธุ์กาแฟ และกาแฟที่น่าสนใจ  (อ่าน 1078 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

fnsTeam

  • ผู้ดูแลระบบ
  • ผู้มีส่วนร่วม
  • *****
  • กระทู้: 255
  • Like: 1
    • ดูรายละเอียด
เรื่อง พันธุ์กาแฟ และกาแฟที่น่าสนใจ
« เมื่อ: ธันวาคม 06, 2016, 10:07:13 PM »
กาแฟ มีการนำผลสุกมาแปรรูปเป็นเครื่องดื่ม ที่แพร่หลายทั่วโลก ปัจจุบันมีปลูกหลายพื้นที่ ในเขตร้อนชื้นและกึ่งเย็น เช่น
บราซิล โคลัมเบีย เคนยา เอธิโอเปีย อินเดีย เวียตนาม อินโดนีเซีย ลาว และ ไทย

พันธุ์กาแฟ ที่นิยมปลูกเป็นการค้า
1. อราบิก้า (Coffea arabica) 
เป็นพันธุ์ที่ปลูกกันเป็นส่วนใหญ่ในโลก มักใช้ทำ กาแฟคั่วบด (Roasted and Ground Coffee) เพราะเชื่อกันว่า ให้ความหอม รสเข้ม กลมกล่อม รสเปรี้ยวที่สดชื่น
อราบิกา เหมาะในการปลูกบนพื้นที่ ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยค่อนข้างเย็นประมาณ 15 ถึง 24 °C จึงนิยมปลูกทางภาคเหนือของไทย เช่น จังหวัด เชียงราย เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ บริเวณบนเขาที่มีความสูง
พื้นที่ปลูกของไทยหลายแหล่ง มีการจัดการที่ดี ทั้งการปลูก เก็บเกี่ยว แปรรูป ทำให้ได้กาแฟคุณภาพดี และรสชาติที่มีเอกลักษณ์ บางพื้นที่ได้รับ การรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จากสหภาพยุโรป
2. โรบัสต้า (Coffea canephora หรือ Coffea robusta )
มีรสชาติเข้มข้น มีคาเฟอีนสูงกว่ากว่าอราบิก้า  แต่มีกลิ่นที่หอมน้อยกว่าสายพันธุ์อราบิก้า จึงเป็นที่นิยมในตลาดโลกน้อยกว่า  แต่เป็นที่นิยมสำหรับบางพื้นที่ หรือผสมกับอราบิก้า เพื่อรวมคุณสมบัติเด่นๆ ของทั้งสองสายพันธุ์
โรบัสต้า สามารถปลูกได้ในพื้นที่ตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนถึงระดับเหนือน้ำทะเล ประมาณ 2,000 ฟุต นิยมปลูกทางภาคใต้ของไทย เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี เป็นพันธุ์ที่นิยมใช้ทำกาแฟสำเร็จรูป

ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้กาแฟมีรสชาติดี
1. สายพันธุ์และพื้นที่ปลูก นอกจากสายพันธุ์หลัก มีการทดลองผสมสายพันธุ์ให้เหมาะกับแหล่งปลูก ภูมิอากาศ ความต้านทานต่อโรคและแมลง รวมทั้งให้ผลผลิตและกลิ่นรสที่ดี
2. กรรมวิธีการเก็บเกี่ยวแปรรูปวัตถุดิบ หลังการเก็บเกี่ยว ตั้งแต่ ลอกเปลือก กำจัดเมือก ตากหรือทำแห้ง รวมทั้งเก็บรักษา หากมีการจัดการที่ดีและเหมาะสม จะช่วยรักษาคุณภาพ และได้กาแฟที่มีมาตรฐานที่ดี
การทำเป็นเมล็ดกาแฟด้วยวิธีการเปียก จะได้กาแฟเมล็ดที่มีคุณภาพดีกว่าการทำวิธีแห้ง การซื้อขายกาแฟในตลาดโลก จึงมีการระบุวิธีการทำเป็นเมล็ดกาแฟด้วย เช่น อราบิก้าวิธีเปียก (Arabica Wet Process = AWP) หรือ อราบิก้าวิธีแห้ง (Arabica Dry Process = ADP)
3. การคั่วเมล็ดกาแฟ การคั่วที่นิยมมี 3 ระดับ แตกต่างกันที่ อุณหภูมิและเวลา
- คั่วอ่อน (Light Roasted, 196 - 205°C) กาแฟมีสีน้ำตาลอ่อน รสชาติไม่เข้มมาก ยังมีความเปรี้ยวเด่นมาก
- คั่วกลาง (Medium Roasted, 210 - 219°C) กาแฟมีสีน้ำตาลเข้มมากขึ้น รสชาติเข้มข้น มากกว่าคั่วอ่อนความเปรี้ยวลดลง
- คั่วเข้ม (Dark Roasted, 225 - 245°C) กาแฟมีสีน้ำตาลเข้มถึงดำ รสชาติจะเข้มมาก ความเปรี้ยวน้อยมาก มีกลิ่นจากการคั่ว
การคั่ว ยังมีการปรับอุณหภูมิ แบบต่างๆ ตามความนิยมของตลาดหรือเทคนิคของผู้ผลิต เช่น แบบอเมริกัน (American Roast, 210°C) แบบเวียนนา [Vienna roast, 230°C] แบบเฟรนโรส [French Roast, 240°C] แบบอิตาเลี่ยนโรส [Italian Roast, 245°C]
4. เครื่องชง เพื่อให้กาแฟคั่วที่เตรียมมาอย่างดี ชงแล้วได้กาแฟที่มี กลิ่น และ รสชาติ ที่ดี เป็นเทคนิคที่สำคัญโดยควรมีความสัมพันธ์ที่พอดี ของการบดกาแฟคั่ว ให้หยาบ-ละเอียดพอเหมาะ ความดันจากเครื่อง ความร้อนของน้ำ ที่พอเหมาะ ออกมาเป็นกาแฟ ในปริมาณที่กำหนด ตามข้อแนะนำการใช้เครื่อง
โดยทั่วไปเครื่องชงเอสเปรสโซ่ ใช้อุณหภูมิน้ำประมาณ 88 - 94 องศาเซลเซียส ความดัน  สีของกาแฟออกมาเป็นสีทองเข้ม มีฟองด้านหน้าเล็กน้อย เราก็จะได้ เอสเปรสโซ่ ที่เยี่ยมยอด พร้อมที่จะนำไปผสมสูตรกาแฟ ชนิดต่างๆ
เอสเปรสโซ่ จะใช้เป็นจุดเริ่มต้นของกาแฟสูตรอื่นๆ ตามด้วยส่วนผสมที่เป็นที่นิยมของผู้บริโภค
5. สูตรกาแฟ ส่วนประกอบของสูตรในการชง ทำให้มีกาแฟมีรสชาติหลากหลาย ตามความชอบของผู้ดื่ม
ตามข้อแนะนำการใช้เครื่องโดยทั่วไปเอสเปรสโซ่ ควรใช้อุณหภูมิน้ำประมาณ 88 - 94 องศาเซลเซียส ความดัน  สีของกาแฟออกมาเป็นสีทองเข้ม มีฟองด้านหน้าเล็กน้อย เราก็จะได้ เอสเปรสโซ่ ที่เยี่ยมยอด
และเอสเปรสโซ่นี่เอง ที่เป็นจุดเริ่มต้นของกาแฟสูตรอื่นๆ เช่น
- คาปูชิโน (เอสเปรสโซ่ + ฟองนม)
- ลาเต้ (เอสเปรสโซ่ + นมสด)
- มอคค่า (เอสเปรสโซ่ + ช๊อกโกแล็ต)
- อเมริกาโน่ (เอสเปรสโซ่ + น้ำร้อน)

กาแฟสำเร็จรูป (Instant coffee)
ผลิตโดยนำเมล็ดกาแฟที่แก่จัดมาคั่วจนได้ที่ แล้วนำมาสกัดสารต่างๆ ในเมล็ดกาแฟ ด้วยน้ำเท่านั้น แล้วผ่านกระบวนการระเหยน้ำออกจนแห้ง เป็นผง หรือเกล็ด แล้วแต่กรรมวิธีการผลิต

เทคนิคการผลิตมีหลายวิธีการ เพื่อพยายามรักษากลิ่นไว้ มีการใช้ไอน้ำร้อนผ่านกาแฟที่คั่วตามเวลาและอุณหภูมิที่กำหนด เพื่อแยกสารที่ให้กลิ่นก่อน แล้วนำกลับมารวมกับน้ำกาแฟที่สกัดได้ภายหลัง

ผู้ผลิตในไทยส่วนใหญ่จะใช้กาแฟพันธุ์โรบัสต้า  แต่บางผลิตภัณฑ์ใช้กาแฟผสมระหว่างพันธุ์โรบัสต้าและพันธ์อาราบิก้า เพื่อเพิ่มความหอม ซึ่งจะทำให้รสชาตินุ่มนวลกว่าใช้พันธุ์โรบัสต้าเพียงอย่างเดียว
ผู้บริโภคไทยจะคุ้นเคยกับกาแฟสำเร็จรูปเนื่องจาก สะดวก หาซื้อง่าย มีให้เลือกหลายรูปแบบ สามารถซื้อมาเก็บและชงดื่มเอง โดยไม่ต้องใช้เครื่องชงกาแฟ อย่างไรก็ตามความหอม ความนุ่มนวล ของรสชาติ จะสู้ กาแฟคั่วบดไม่ได้

กาแฟคั่วบด (Roasted and Ground Coffee)
เป็นที่นิยมดื่มกันทั่วโลก เนื่องจาก ชงจากเมล็ดกาแฟที่คั่ว ใช้เครื่องชงแบบต่างๆ บางรุ่นใช้แรงดัน จึงทำให้ได้กาแฟที่มีความหอมกรุ่น ความเข้มข้น และความนุ่มนวล กลิ่นของกาแฟจะหอมฟุ้งกระจายทั่วบริเวณที่ชง
 
ปัจจุบันเป็นที่นิยมมากขึ้นในประเทศไทย มีแบรนด์ดังๆ ต่างชาติ เข้ามาทำตลาด รวมทั้งแบรนด์ของไทย มีการเปิดเป็นร้านเพื่อความสะดวกของผู้บริโภค โดยเราจะคุ้นเคยและเรียกกันว่า กาแฟสด (Fresh Coffee) กลิ่นที่หอมอบอวน รวมทั้งการตบแต่งร้านที่สวยงาม จึงช่วยเสริมให้ผู้บริโภครู้สึกผ่อนคลาย 
หากสามารถหาร้านกาแฟในเวลาและสถานที่นั้นๆ ได้ ผู้ที่ชอบดื่มกาแฟ มักจะเลือกกาแฟคั่วบดมากกว่า จะเห็นได้จากปัจจุบัน มีร้านกาแฟบริการมากขึ้น       

กลิ่นของกาแฟ ช่วยให้รู้สึก สดชื่น  สำหรับผู้ที่ชอบดื่มกาแฟ การได้กาแฟคุณภาพ ในสถานที่ และเวลาที่ต้องการ เป็นสุดยอดปรารถนา ลองนึกถึงหลังตื่นนอนตอนเช้า สามารถชงกาแฟ หอมๆ กลิ่น รส ที่ชื่นชอบ ที่บ้าน ก่อนออกจากบ้านไปทำงาน
หรือ ช่วงสายๆ บ่ายๆ ขณะพักผ่อน หรือ ทำงานบางอย่าง ที่บ้านในวันหยุด โดยไม่ต้องออกเดินทางไปที่ร้านกาแฟ

เครื่องชงกาแฟ
ปัจจุบันการเตรียมและชงกาแฟ สะดวกสบาย ใช้เวลาไม่มาก โดยไม่ต้องไปหาร้านกาแฟ เพราะมี เครื่องชงกาแฟ ที่ขนาดกะทัดรัด ให้ความดันที่สูงและเหมาะสมขณะชง
พร้อมกาแฟคั่วบดที่ใช้บรรจุภัณฑ์เป็นแคปซูลที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี โดยมีแผ่นพลาสติกอลูมิเนียมฟอยล์ปิดผนึกตัวแคปซูล เพื่อเก็บรักษากลิ่นกาแฟ และรสชาติที่เข้มข้นให้ได้นาน เครื่องมีเข็มเจาะเพื่อนำน้ำร้อนเข้าสู่แคปซูลด้วยแรงดันสูงผ่านชั้นกรองไปที่กาแฟคั่วบดด้านล่าง จึงให้กาแฟที่มีกลิ่นและรส เหมือนร้านกาแฟมาตรฐานที่ชื่นชอบ


NESCAFÉ Dolce Gusto
เป็น เครื่องชงกาแฟแคปซูล ที่ตอบโจทย์โดยรวมสุดยอดเทคโนโลยี ด้วยความรู้และความเชี่ยวชาญของ KRUPS เพื่อให้ได้เครื่องชงกาแฟที่มีรูปลักษณ์ที่สวยงาม และสามารถชงกาแฟรสชาติดีเลิศ เครื่องชงมีแรงดัน 15 บาร์ ทำให้เกิดฟองครีม
มีให้เลือกหลายรสชาติ เช่น เอสเปรสโซ่ (กาแฟอราบิก้าคั่วบด 100% จากอเมริกาใต้), เอสเปรสโซ่ อินเทนโซ (รสเข้มจากกาแฟอราบิก้าคั่วบดแท้), คาปูชิโน (กาแฟคั่วบดพร้อมชั้นฟองนม), ลาเต้ มัคคิอาโต้(กาแฟคั่วบดผสมนมสดแท้ พร้อมชั้นฟองนม), ม๊อคคา (กาแฟปรุงสำเร็จผสมโกโก้และนมสด)

หน้าตาของเครื่องชงกาแฟแคปซูล NESCAFÉ Dolce Gusto

ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือการสมัครสมาชิกรายปี ได้เครื่องชงกาแฟฟรี
แนะนำให้สมัครสมาชิกกับ NESCAFÉ Dolce Gusto เพื่อรับสิทธิพิเศษต่างๆ เช่น
ซื้อแคปซูลแถมเครื่องชงกาแฟ มูลค่ากว่า 6,990 บาท ฟรี
พร้อมบริการหลังการขาย เครื่องเสียมีบริการไปรับเครื่องกลับมาซ่อม และส่งคืนถึงหน้าบ้าน รับประกัน 2 ปี


ผู้ที่ชื่นชอบกาแฟ จะดื่มวันละหลายแก้ว จากข้อมูลดังกล่าว นอกจากมีเครื่องที่บ้านแล้ว หากเอาเครื่องติดไปที่ทำงานด้วย คงจะดีไม่น้อย ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปร้าน แต่ได้กาแฟคุณภาพเดียวกัน

ขอเวลาไปหากาแฟดีๆ ที่ถูกใจ สักถ้วยก่อนนะ
By fns

แคปซูลกาแฟ และ ความดันที่พอเหมาะ ให้รสชาติที่สมบูรณ์แบบ

รายละเอียดเพิ่มเติม: 
Website: https://nescafedolcegusto.popsho.ps/th/
Facebook:  https://www.facebook.com/NescafeDolceGustoThailand
สมัครกาแฟรายเดือน: https://nescafeclub.popsho.ps/ndg/th/promotion_dolce_page

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 23, 2016, 11:04:09 AM โดย fnsTeam »