Food Wiki

สารานุกรมอาหารออนไลน์ (Online Food Encyclopedia) เฉพาะทางด้านอาหาร เพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง ตลอดชีวิต เปิดบริการให้ใช้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย สำหรับผู้สนใจด้านอาหาร ซึ่งจัดเรียงตามตัวอักษร ทั้งอังกฤษ-ไทย ศัพท์ทางที่เกี่ยวข้องด้านอาหาร ครบวงจร

ค้นหา 6,333 คำศัพท์

หมวดหมู่คำศัพท์


คำศัพท์ที่น่าสนใจ
Clostridium botulinum / คลอสติเดียม โบทูลินัม
Clostridium botulinum คือ แบคทีเรียในสกุล Clostridiumที่ทำให้เกิดโรค (pathogen) ชนิดหนึ่ง ที่มีอันตรายร้ายแรงมาก ทำให้เกิดโรค โบทูลิซึม (botulism) ลักษณะสำคัญของ Clostridium botulinum แหล่งที่พบ Clostridium botulinum สารพิษโบทูลินั่ม (botulinum toxin) การทนร้อนของ Clostridium botulinum ปัจจัยที่มีผลกับการเจริญของ Clostridium botulinum และสร้างสารพิษ อาหารที่เกี่ยวข้อง การป้องกันและควบคุม Clostridium botulinum ในกระบวนการแปรรูปอาหาร ลักษณะสำคัญของ Clostridium botulinum ย้อมติดสีแกรมบวก (Gram positive bacteria) รูปร่างเป็นท่อน (rod shape) สร้างสปอร์ (spore forming bacteria) ไม่ต้องการอากาศ (anaerobic bacteria) สามารถสร้างสารพิษ (toxin) ที่ทำให้เกิดโรค botulismที่เป็นอันตรายถึงชีวิต เจริญได้ในอาหารกระป๋อง (canned food) โดยเฉพาะอาหารประเภทกรดต่ำ (low-acid food ) ที่ฆ่าเชื้อแบบ commercial sterilization ไม่สมบูรณ์คือ ใช้อุณหภูมิหรือเวลาการฆ่าเชื้อไม่เพียงพอ (ดูรายละเอียดที่ Fo value) แหล่งที่พบ Clostridium botulinum พบทั่วไปในธรรมชาติ ในดิน ห้วย หนอง คลองบึง ทะเล โคลน เลน จึงมักพบใน ลำไส้ เหงือกของปลาทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ลำไส้ของสัตว์เลือดอุ่น นก ในพืชผักที่ปลูกในดิน โดยเฉพาะส่วนลำต้นใต้ดิน ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ และเนื่องจากเชื้อสร้างสปอร์ซึ่งทนความแห้งแล้งได้ดี สปอร์จึงพบได้ทั่วไปในฝุ่น ควัน และปะปนมากับอาหารแห้ง เช่น เครื่องเทศแป้ง สารพิษโบทูลินัม (botulinum toxin) สารพิษที่สร้างโดย C. botulinum เรียกว่า botulinum toxin เป็นสารที่เป็นพิษต่อระบบประสาท (neurotoxin หรือ nerve toxin) ทำให้มีอาการอัมพาต (paralytic illness) ที่รู้จักมีอยู่ 7ชนิด (A, B, C, D, E, F และ G) แบ่งตามที่มาของประเภทสารพิษที่ Clostridium botulinum สร้างขึ้นสารพิษที่ก่อให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษและ เป็นอันตรายต่อมนุษย์ มี 4 ชนิด คือ ชนิด A, B, E และ F เป็นสาเหตุของโรคโบทูลิซึม (botulism) ที่พบในคน ชนิด C และ D เป็นสาเหตุของโรคโบทูลิซึมที่พบในสัตว์ สัตว์ที่พบเป็นโรคนี้ มีทั้งสัตว์เลี้ยง เช่น หมา แมว ม้า วัว ควาย สัตว์ปีก รวมทั้งในปลาบางชนิด และสัตว์ป่าก็พบเช่นกัน สำหรับชนิด G เคยแยกได้จากดินของประเทศอาเยนตินา แต่ยังไม่พบเป็นสาเหตุการเกิดโรค การแบ่งชนิดสารพิษโบทูลินั่ม ตามความสามารถย่อยสลายโปรตีน 1. กลุ่มที่ย่อยโปรตีนได้ (proteolytic group) ได้แก่ type A และ type B และ F บางชนิดทำให้อาหารที่ปนเปื้อนเกิดกลิ่นเหม็น 2. กลุ่มที่ไม่ย่อยสลายโปรตีน (nonproteolytic group) ได้แก่ type E และ type B และ F บางชนิด กลุ่มที่ย่อยโปรตีนได้ (proteolytic group) กลุ่มที่ไม่ย่อยสลายโปรตีน (nonproteolytic group) อุณหภูมิต่ำสุดที่เจริญ และสร้างสารพิษได้ (C) 10 3 กลุ่ม Mesophilic bacteria Psychrotroph Min. pH 4.6 5.0 Min. aw 0.94 0.97 Max. Salt (% w/v) 10 5 Bot Group I II Toxin types A,B,F B,E,F อาหารที่เกี่ยวข้อง อาหารกระป๋อง (canned food) ประเภทกรดต่ำ (low-acid food) อาหารแช่เย็น (chilled food) ที่บรรจุแบบ vacuum packaging, modified atmosphere packaging (MAP) Type A เป็นสารพิษที่ออกฤทธิ์รุนแรง เมื่อได้รับสารพิษชนิดนี้ จะมีอาการกลืนน้ำลายลำบาก และมีอัตราการตายสูงถึงร้อยละ 60-70สายพันธุ์ที่สร้างสารพิษชนิดนี้เป็นสายพันธุ์ที่ย่อยโปรตีนได้ (proteolytic) ทำให้อาหารที่มีการปนเปื้อนเชื้อชนิดนี้จะมีกลิ่นเหม็น Type B อาการเมื่อได้รับสารพิษชนิดนี้ จะทำให้เป็นอัมพาตมีอัตราการตายร้อยละ 25 สายพันธุ์ที่สร้างสารพิษชนิดนี้สามารถสร้างได้ทั้งสายพันธุ์ที่ย่อยโปรตีนได้ (proteolytic) และสายพันธุ์ที่ย่อยโปรตีนไม่ได้ (nonproteolytic) ซึ่งทนความร้อนสูง และมีชีวิตอยู่ในอาหารได้นาน Type E พบการระบาดในอาหารทะเล เป็นสายพันธ์ที่ย่อยโปรตีนไม่ได้ (nonproteolytic) อาหารที่มีการปนเปื้อนเชื้อชนิดนี้จะมีกลิ่นผิดปกติเล็กน้อย ส่วนสปอร์ของ Clostridium botulinum Type E สามารถถูกทำลายได้ที่อุณหภูมิ 80 องศาซลเซียส เป็นเวลา 15 นาทีสามารถทำลายได้ง่ายโดยการต้ม Type F พบในอาหารทะเลมีการระบาดได้ประปราย มีอัตราการตายต่ำ การทนร้อนของ Clostridium botulinum สปอร์ของ C. botulinum กลุ่มที่ย่อยโปรตีนได้ (proteolytic group) ทนความร้อนได้มากกว่าสปอร์ ของกลุ่มที่ไม่ย่อยโปรตีน (nonproteolytic group) พบว่าสารที่มีอยู่ในธรรมชาติในอาหารบางชนิด เช่น ไลโซไซม์ (lysozyme) อาจช่วยให้ C. botulinum ในกลุ่ม nonproteolytic ฟื้นตัวได้หลังจากถูกทำลายด้วยความร้อน ทำให้ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการฆ่าเชื้อเพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัย ปัจจัยที่มีผลกับการเจริญของ Clostridium botulinum และสร้างสารพิษ 1. ออกซิเจน แบคทีเรียชนิดนี้ไม่ต้องการอากาศ (anarobic bacteria) สามารถเจริญและสร้างสารพิษได้ในภาวะที่ไม่มีออกซิเจน ซึ่งภาวะดังกล่าว ได้แก่ อาหารกระป๋อง (canned food) ซึ่งภายในกระป๋องเป็นภาวะไม่มีอากาศ อาหารที่บรรจุในถุงสุญญากาศ (vacuum packaging) เป็นต้น 2. มีค่า pH ต่ำกว่า 4.6 สามารถยับยั้งการงอกของสปอร์เชื้อนี้ได้ 3. วอเตอร์แอคทิวิตี้ (water activity, aw ) 4. อุณหภูมิ C. botulinum สร้างสารพิษในภาวะที่มีอุณหภูมิสูงได้รวดเร็วกว่าที่อุณหภูมิต่ำ การเก็บรักษาอาหารในห้องเย็นที่ยับยั้งการเจริญและสร้างสารพิษของ C. botulinum ในกลุ่ม nonproteolytic คือ ต่ำกว่า 3 องศาเซลเซียสและสำหรับกลุ่ม proteolytic คือต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส อาหารที่เกี่ยวข้อง อาหารกระป๋องประเภทกรดต่ำ (low acid canned food) คือ อาหารที่มีค่า pH มากกว่า 4.6 เช่น อาหารทะเล เนื้อสัตว์ (meat) สัตว์น้ำ ผัก ผลไม้ เช่น หน่อไม้ ถั่วเมล็ดแห้ง ผัก เห็ด ข้าวโพด แครอท ลำไย มะละกอ ขนุน ละมุด เป็นต้น การป้องกันและควบคุม Clostridium botulinum ในกระบวนการแปรรูปอาหาร 1. การทำให้ปลอดเชื้อเพื่อการค้า (commercial sterilization) ใช้สำหรับ อาหารกระป๋องที่เป็นกรดต่ำ (low acid canned food) ที่มีค่า pH มากกว่า 4.6 การฆ่าเชื้ออาหารกลุ่มนี้จะต้องฆ่าเชื้อด้วยหม้อฆ่าเชื้อ (retort) ที่อุณหภูมิสูงกว่า 100องศาเซลเซียส หรือ ระบบยูเอชที (Ultra High Temperature, UHT) ซึ่งต้องใช้อุณหภูมิและตามระยะเวลาที่กำหนด และเพียงพอที่จะทำลายสปอร์ของเชื้อนี้ให้อยู่ในระดับที่มั่นใจได้ว่าปลอดภัย 2. การปรับให้เป็นกรด คือการปรับค่า pH ของอาหารให้ลดลงต่ำกว่า 4.6 เรียกว่า อาหารปรับกรด (acidified food) โดยการเติมกรดอินทรีย์ (organic acid) เช่น น้ำส้มสายชู (acetic acid) กรดซิตริก (citric acid) เพื่อยับยั้งการงอกของสปอร์ C. botulinum แต่ต้องระมัดระวังมากเช่นกัน เพราะต้องทำให้ค่า pH ของอาหารหลังปรับกรดแล้วเข้าสู่ภาวะสมดุลให้เร็ว และต้องแน่ใจว่าอาหารทุกส่วนมีค่า pH ตามที่ต้องการอย่างสม่ำเสมอและทั่วถึง 3 การควบคุมวอเตอร์แอคทิวิตี้ (water activity) ด้วยการทำแห้ง (dehydration) หรือการใช้เกลือหรือน้ำตาลที่ความเข้มข้นสูง เช่น หมักเกลือ (salt curing) 4. การแช่แย็นและแช่เยือกแข็ง (chiling and freezing) การเก็บรักษาอาหาร ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 3.3องศาเซลเซียส (38 องศ่ฟาเรนไฮต์) สามารถยับยั้งการเจริญและการสร้างสารพิษของ C.botulinum ทั้งกลุ่ม proteolytic และกลุ่ม non proteolytic โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีค่า pH มากกว่า4.6 ที่บรรจุในถุงสุญญากาศ (vacuum packaging) ต้องควบคุมอุณหภูมิของอาหารให้ต่ำกว่า 3องศาเซลเซียส อยู่ตลอดเวลาหลังจากที่บรรจุอาหารในถุงสุญญากาศ เพราะเป็นแบคทีเรียที่เจริญได้ในที่ไม่มีอากาศ 5. สารไนไทรต์ (nitrite) และไนเทรต (nitrate) ที่ในผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ เช่น ไส้กรอก (sausage) แฮม (ham) สามารถยับยั้งการเจริญและการสร้างสารพิษได้ 6. การควบคุมความสะอาดของวัตถุดิบและกระบวนการผลิต มีสำคัญไม่น้อยกว่าการฆ่าเชื้อ วัตถุดิบที่สะอาด จากแหล่งผลิตที่ดี ผ่านกระบวนการคัดคุณภาพ ล้างทำความสะอาดอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะวัตถุดิบที่มีความเสี่ยงที่จะมีเชื้อมาก เช่น พืชหัวต้องล้างดินออกให้สะอาด จะช่วยควบคุมปริมาณจุลินทรีย์เริ่มต้นให้มีปริมาณน้อย ทำให้ลดความเสี่ยงที่เชื้อจะหลงเหลือภายหลังการฆ่าเชื้อ นอกจากนี้ต้องระมัดระวังการควบคุมอุณภูมิ และเวลา ระหว่างการเก็บรักษาวัตถุดิบ การแปรรูป และการกระจายสินค้า ในแง่ของผู้บริโภค แม้ว่าสารพิษของเชื้อนี้เป็นอันตรายร้ายแรงถึงตายได้ แต่สารพิษนี้ไม่ทนร้อน (heat labile) สามารถทำลายได้ด้วยความร้อนที่อุณหภูมิ 80องศาเซลเซียส นานเกิน 10 นาที จึงแนะนำว่าการรับประทานอาหารกระป๋องประเภทที่เป็นกรดต่ำต้องต้มให้เดือดก่อนนำไปบริโภค Reference ไพรินทร์ บุตรกระจ่าง ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เชียงใหม่. สาเหตุการป่วยและการตายหลังบริโภคหน่อไม้อัดปิ๊บในอำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง ปี พ.ศ 2546 Centers for disease control and prevention : Botulism general information
Baking / การอบ
การอบ (baking) คือ การทำอาหารให้สุก (cooking) โดยใช้ความร้อนแห้ง (dry heating) อุปกรณ์ ได้แก่ เตาอบ (oven) การเปลี่ยนแปลงของอาหารระหว่างการอบ ความร้อนระหว่างการอบทำให้เกิดการถ่ายเทความร้อนทั้งแบบการพาความร้อนร่วมกับการแผ่รังสี ไปที่ผิวหน้าของอาหาร และนำความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายในชิ้นอาหาร ระหว่างการอบยังมีการถ่ายเทมวลออกจากผิวของอาหาร ทำให้อาหารมีอุณหภูมิสูงขึ้น โดยเฉพาะบริเวณผิวหน้าขอ่งอาหาร น้ำในอาหารจะระเหยออกไป เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อคุณภาพด้านต่างๆ ของอาหาร ได้แก่ ทำให้อาหารสุก โดยทำให้แป้งเกิดการเจลาติไนซ์ (gelatinization) และโปรตีนเสียสภาพธรรมชาติ (protein denaturation) ทำให้เกิดการขยายตัวของผลิตภัณฑ์เบเกอรีจากปฏิกิริยาของสารที่ทำให้ขึ้นฟู (leavening agent) เกิดเป็นโครงสร้างที่มีรูอากาศ ภายใน เกิดเปลือกแข็ง (crust) ที่ผิวนอกของอาหาร การเปลี่ยนแปลงสี โดยเฉพาะที่ผิวนอกของอาหาร เกิดปฏิกิริยาสีน้ำตาล (browing reaction) เช่น Maillard reaction, caramelization ซึ่งเป็นปฏิกิริยาสีน้ำตาลที่ไม่เกี่ยวกับเอนไซม์ (non enzymatic browning reaction) ซึ่งเป็นปฏิกิริยาระหว่างโปรตีนหรือกรดแอมิโนกับน้ำตาลในภาวะที่มีอุณหภูมิสูง อาหารที่ทำให้สุกด้วยการอบ อาหารที่ทำให้สุกด้วยการอบ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เบเกอรี (bakery) รวมทั้งอาหารต่างๆ เช่น พิซซ่า (pizza) ทอร์ทิลลา (tortilla) ขนมปัง (bread) เครกเกอร์ (cracker) ขนมเค้ก (cake) บิสกิต (biscuit) มัฟฟิน (muffin) พาย (pie)
Colloid mill / เครื่องบดแบบคอลลอยด์
เป็นเครื่องบดชนิดหนึ่ง ประกอบด้วยจานบด 2 ชิ้น ที่มีระยะห่าง (clearance) น้อยมาก จานหนึ่งยึดอยู่กับที่ อีกจานหนึ่งหมุนทำให้เกิดแรงเฉือน (shearing force) อย่างรุนแรง เหมาะสำหรับบดของเหลวที่มีความหนืดสูง ซึ่งต้องการทำให้เป็นเนื้อเดียวกัน หรือทำให้เกิดอิมัลชัน (emulsion) เช่น เนยถั่ว (peanut butter)
 
Glutamine / กลูตามีน
กลูตามีน (glutamine) คือ กรดแอมิโน (amino acid) ชนิดหนึ่งซึ่งเป็น เอมีน (amine) ของกรดกลูตามิก (glutamic acid ) เป็นกรดแอมิโนที่มีขั้ว แต่ไม่มีประจุ (polar, uncharged) ชอบน้ำ (hydrophilic) เนื่องจากในโมเลกุลของกลูตามีน มีหมู่ R เป็นเอมีน (amiืำ group, -CO-NH2) สามารถสร้างพันธะไฮโดรเจนกับน้ำได้ดี หมู่เอมีนของกลูตามีนถูกไฮโดรไลซ์ (hydrolyse) ได้ง่าย ทำให้เปลี่ยนเป็นกรดกลูตามิก (glutamic acid) หรือ กลูตาเมต (glutamate) ซึ่งเป็นเกลือของกรดกลูตามิก ความสำคัญต่อสุขภาพและโภชนาการของกลูตามีน เป็นกรดอแมิโนที่ร่างกายสังเคราะห์ได้เอง จัจึงดเป็นกรดแอมิโนที่ไม่จำเป็น ต่อร่างกาย (non essential amino acid) มีบทบาทสำคัญในกำจัดแอมโมเนียส่วนเกิน ซึ่งเป็นของเสียของร่างกาย ช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน การทำงานของสมอง และระบบการย่อยให้เป็นปกติ และมีส่วนช่วยในการรักษาแผล แหล่งของกลูตามีนในอาหาร จะมาจากโปรตีนจากพืชและสัตว์ ได้แก่ เนื้อสัตว์ (meat) น้ำนม (milk) โยเกิร์ต (yogurt) เนยแข็ง (cheese) ผักโขม กะหล่ำปลี
Extractor / เครื่องสกัด; เครื่องคั้น
เครื่องสกัด เครื่องคั้น เครื่องบีบ เช่น juice extractor คือ เครื่องคั้นน้ำผลไม้
Aspartic acid / กรดแอสพาร์ติก
เป็นกรดแอมิโน (amino acid) ที่เป็นมีประจุลบ ชอบน้ำมาก ละลายได้ดีในน้ำ และจับกับน้ำได้ดีมาก มีสมบัติเป็นกรด ได้จากการไฮโดรไลซ์ (hydrolyse) กรดแอมิโนแอสพาราจีน (asparagine) ในแง่โภชนาการกรดแอสพาร์ติก เป็นกรดแอมิโนที่ร่างกายสังเคราะห์ได้ จัดเป็นกรดแอมิโนที่ไม่จำเป็น (non essential amino acid) กรดแอสพาร์ติกเป็นส่วนประกอบสำคัญของแอสพาร์เทม (aspartame) ซึ่งเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาล (sugar substitute) ให้แคลอรี่ต่ำ

Food wiki Thailand  จัดเต็ม โดย ครูผู้น้อย Kiss  ครูตัวใหญ่  เป็นลูกสาวครูเล็ก เป็นศิษย์ทางธรรมของคุณครูไม่ใหญ่ และครูไม่เล็ก บ้านของครูผู้น้อย อยู่หน้าวัดลุ่ม จังหวัดระยอง บ้านรอบล้อมด้วยตลาดขายอาหาร ตื่นเช้า ลืมตามาก็เจอแต่อาหาร รอบบ้าน

ครูผู้น้อย  เรียนจบทางพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารมาจากคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์    มาเป็นครูผู้สอนวิชาด้านอาหาร ที่ สาขาวิศวกรรมอาหาร ที่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้ทุนมูลนิธิ Fulbright ของอะเมริกา แถมได้ทุนจากมูลนิธิ เพื่อผู้หญิงที่มีอาชีพทางการศึกษา ชือ Delta Gamma Kappa (ขอบพระคุณคร๊าKiss และไม่เคยลืมพระคุณ ) ก็เลย แอบหนีเมืองไทยไปอยู่ ไปเรียนปริญญาเอก สาขา Food Science มาจาก University of Florida  หลายปี ไปล้างจาน ไปรับจ้างเป็นคนครัว เอาเงินไปเที่ยว ก็พอมีความรู้ด้านอาหาร ติดขาติดแข้ง ชอบทำอาหาร ชอบกินอาหาร วิจัยด้านอาหารบ้าง บรรยายด้านอาหารบ้าง ให้คำปรึกษาด้านอาหาร ขอคำปรึกษาด้านอาหาร ได้ครูดีๆ เพื่อนดีๆ ศิษย์ดีๆ มากมาย กรุณา เมตตาสั่งสอน ถ่ายทอดความรู้ ประสพการณ์สารพัดอย่างด้านอาหาร มามากกว่า 20 ปี (ก็ยังเป็นผู้น้อยอยู่ Innocent อุ อุ )   ไม่อยากใส่บ่าแบกหามไว้ กลัวความรู้จะท่วมหัวแล้วจะเอาตัวไม่รอด 5555555

Once upon a time วันดี อากาศร้อน กลางปี 2553 ครูผู้น้อย นึกสนุก ก็อยากเขียน เขียน เขียน เขียนเอง บ้าง ลอกมาบ้าง นัก

ศึกษาช่วยบ้าง ทำไปเรื่อยๆ วันละนิดละหน่อย ณ วันนี้  ปลายเดือนกุมภาพันธ์  2555  ได้มากกว่า 3300 คำแล้ว เย้ Laughing... เอามาให้อ่านกันเพลินๆ สบายๆ สิวๆ ไม่คิดมาก เอาไว้พอลูกโต สามีหนีบวช จะได้มีอะไรทำแก้รำคาญ ท่านครูผู้ใหญ่ ผู้รู้ทั้งหลาย โปรดเมตตา ให้คำแนะนำ  ผิดพลาดก็กราบขออภัย อย่าถือสา หาความกันนะคะ นะคร๊า Wink  ครูผู้น้อยเพียงตั้งใจสร้าง ให้ Food wiki  แหล่งรวมความรู้นี้เป็นวิทยาทาน on-line (ว๊าววว) อยากเห็นสังคมการเรียนรู้ (วู๊ววว....) ให้กับผู้สนใจเกี่ยวกับอาหารทั้งผู้บริโภค นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจทางด้าน  วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการอาหาร วิศวกรรมอาหาร คหกรรมศาสตร์ นักวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร  ผู้ประกอบการด้านอาหาร บุคลากรที่ทำงานในอุตสาหกรรมอาหาร ผู้ขาย ผู้ผลิต ได้มาอ่าน มาชม มาคุยกัน สบายๆ ไม่ได้อยากเด่นอยากดัง แค่อยากมีชื่อเสียง อุ๊ย Cool ไม่ใช่คร๊า แต่ อยากเห็นเมืองไทยเป็นครัวของโลก  จริงจริ๊งKiss อยากให้คนไทยได้กินอาหารดีๆ อร่อยๆ สุขภาพแข็งแรง มีความสุข อยากเห็นรอยยิ้มที่แจ่มใส  มีน้ำใจให้กันและกัน Smile 

 

                 โลโก้อันใหม่ลูกสาวครูผู้น้อยทำให้                                     อันนี้แม่ทำค่ะ

อื่นๆ อีกมากมายยย ลองหาเอาเองใน search แล้วกันนะ ใส่ได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษจ้า

 

 

สุดท้ายฝากกลอนนี้ไว้ให้เด็กรุ่นใหม่ ครูผู้น้อยเคยท่องตอนเด็กๆ

 

                วิชาเหมือนสินค้า                        อันมีค่าอยู่เมืองไกล

                ต้องยากลำบากไป                      จึงจะได้สินค้ามา

                จงตั้งเอากายเจ้า                         เป็นสำเภาอันโสภา

                ความเพียรเป็นโยธา                     แขนซ้ายขวาเป็นเสาใบ

                นิ้วเป็นสายระยาง                        สองเท้าต่างสมอใหญ่

                ปากเป็นนายงานไป                     อัชฌาสัยเป็นเสบียง

                สติเป็นหางเสือ                           ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง

                ถือไว้อย่าให้เอียง                        ตัดแล่นเลี่ยงข้ามคงคา

                ปัญญาเป็นกล้องแก้ว                  ตรวจดูแถวแนวหินผา

                เจ้าจงเอาหูตา                             เป็นล้าต้าฟังดูลม

                ขี้เกียจคือปลาร้าย                       จะทำลายให้เรือจม

                เอาใจเป็นปืนคม                         ยิงระดมให้จมไป

                จึงจะได้สินค้ามา                        คือวิชาอันพิศมัย

                จงหมั่นมั่นหมายใจ                     อย่าได้คร้านการวิชา

สมัครสมาชิก