Food Wiki

สารานุกรมอาหารออนไลน์ (Online Food Encyclopedia) เฉพาะทางด้านอาหาร เพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง ตลอดชีวิต เปิดบริการให้ใช้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย สำหรับผู้สนใจด้านอาหาร ซึ่งจัดเรียงตามตัวอักษร ทั้งอังกฤษ-ไทย ศัพท์ทางที่เกี่ยวข้องด้านอาหาร ครบวงจร

ค้นหา 6,333 คำศัพท์

หมวดหมู่คำศัพท์


คำศัพท์ที่น่าสนใจ
Ball bearing / ตลับลูกปืนเม็ดกลม
ตลับลูกปืนเม็ดกลม (ball bearing) คือ แบริ่ง (bearing) ชนิดหนึ่ง ชิ้นส่วนเครื่องจักร ที่เป็นวงแหวน ภายในมีลูกปืนโลหะเม็ดกลม ใช้รองรับชิ้นส่วนของเครื่องจักรที่มีการหมุน เช่น เพลา เพื่อช่วยให้การหมุนคล่องตัว เป็นส่วนประกอบของเครื่องจักรที่ใช้ในการแปรรูปอาหาร เช่น อุปกรณ์ลำเลียง (conveyor)
Gum acacia / กัมอะคาเซีย
Gum acacia อาจเรียกว่า กัมอะคาเซีย หรือ กัมอะราบิก (gum arabic) เป็นกัม (gum) เป็นคาร์โบไฮเดรต (carbohydrate) เป็นสารในกลุ่มไฮโดรคอลลอยด์ (hydrocolloid) ประเภท พอลิแซ็กคาไรด์ (polysaccharide) ประเภทเฮเทอโรพอลิแซ็กคาไรด์ (heteropolysaccharide) ที่ใช้เพื่อเป็นวัตถุเจือปนอาหาร (food additive) acacia หรือ gum arabic เป็นยาง (exudate) ที่ได้จากต้นไม้สกุล อะคาเซีย (acacia) เช่น Acacia senegalและ Acacia seyal น้ำยางจะไหลเกาะกันเป็นก้อน เมื่อกระทบกับความร้อนจากแสงแดดจะแห้งแข็งตัว มีลักษณะใสคล้ายแก้วเกาะอยู่ตามกิ่งก้านและลำต้นของพืช มีสีสันแตกต่างกันไปตั้งแต่สีขาวใสจนถึงสีเหลืองอำพัน รูปทรงมองดูคล้ายหยดน้ำบ้าง ทรงกลมรีบ้าง ผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้ได้จากการนำก้อนยางมาบดให้เป็นผงละเอียด โครงสร้างโมเลกุล ของ gum arabic เป็นเฮเทอโรพอลิแซ็กคาไรด์ที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ และซับซ้อน ประกอบด้วยน้ำตาลและอนุพันธ์ของน้ำตาล 4 ชนิดคือ น้ำตาลกาแล็กโทส (galactose, 44%) แอราบิโนส (arabinose, 27%) แรมโนส (L- rhamnose,13%) กรดกลูคูโรนิก (glucuronic acid, 14.5%) นอกจากนี้ในโมเลกุลยังประกอบด้วยกรดแอมิโน ได้แก่ ไฮดรอกซีโพรลีน (hydroxyproline) และซ๊รีน (serine) สมบัติของกัมอคาเซีย ละลายได้ดีในน้ำ ไม่เกิดการระคายเคืองหรือมีสิ่งตกค้างภายในปาก ความหนืด (viscosity) สารละลายอะคาเซียจะให้ความหนืดต่ำ เมื่อวัดความหนืดได้ที่ความเข้มข้นร้อยละ 10 เป็นการไหลแบบ Newtonian fluid แต่เมื่อเพิ่มความเข้มข้นขึ้นสูงกว่าร้อยละ 40 จะให้ความหนืดสูงมากจนมีลักษณะข้นหนืดคล้ายเจล และมีการไหลแบบ non Newtonian fluidประเภท Pseudoplastic fluid ความหนืดของของกัมอะคาเซียจะคงอยู่ได้ที่ระดับค่าพีเอชช่วงกว้าง คือ 4-10 วัตถุประสงค์การใช้กัมอะคาเซียในอาหาร กัมอะคาเซียเป็นวัตถุเจือปนอาหารที่ USFDA จัดเป็น Generally Recognized as Safeแต่ให้ใช้ในปริมาณที่จำกัดในอาหาร (GRAS/FS) ซึ่งกำหนดไว้ในมาตรฐาน กัมอtคาเซียเป็นกัม (gum) ที่ละลายในน้ำได้ดี ไม่ละลายในน้ำมันและสารประกอบอินทรีย์ ให้ความหนืดต่ำ โดยใช้กัมอะคาเซียเพื่อ ทำให้อิมัลชันคงตัว (emulsifier) Bulking agent Carrier ใช้เพื่อการทำ flavor encapsulation Glazing agent สารเพิ่มความข้นหนืด (thickening agent) สารเพิ่มความคงตัว (stabilizing agent) ป้องกันการตกผลึกของน้ำตาล ชะลอการเกิดกลิ่นหืน bulking agent อาหารที่ใช้กัมอะคาเซีย ลูกอม ลูกกวาด ช่วยป้องกันการตกผลึก (crystallization) ของน้ำตาล ทำให้เนื้อสัมผัสลูกอมนุ่มเนียนไม่ระคายลิ้น และทำหน้าที่เป็นอิมัลซิไฟเออร์ ทำให้ส่วนผสมที่เป็นไขมันและส่วนที่เป็นของเหลวกระจายตัวอยู่อย่างสม่ำเสมอ และป้องกันการเคลื่อนของไขมันที่ออกมาบริเวณผิวหน้าของลูกอมหรือลูกกว่าด เพื่อไม่ให้เหนียวเหนอะเมื่อสัมผัส และช่วยชะลอการเกิดกลิ่นหืน (rancidity) นอกจากนี้ยังใช้เป็นส่วนผสมในลูกอมแบบเคี้ยวที่มีเจลาติน โดยกัมอะราบิกจะช่วยปรับปรุงลักษณะการเกาะติดได้ดีขึ้น ลดความยืดหยุ่นเหนียวคล้ายยางของเจลาติน ลงได้ เบียร์ (beer) กัมอะราบิกจะให้ความคงตัวของฟองเบียร์ที่นุ่มและละเอียดได้ดีมากโดยไม่มีผลกระทบต่อความใส รสชาติ และอายุการเก็บรักษาโดยการผสมในขั้นตอนการบ่ม (aging) น้ำผลไม้ (fruit juice) หรือเครื่องดื่มแต่งกลิ่นผลไม้ (fruit drink) กัมอะราบิกจะใช้เป็น clouding agent ช่วยทำให้เกิดความขุ่นคล้ายกับว่ามีเนื้อผลไม้มากขึ้น ใช้ได้ดีทั้งในรูปแบบที่เป็นเครื่องดื่มแบบเหลวและแบบผง เบเกอรี (bakery) กัมอะราบิกใช้ในผลิตภัณฑ์เบเกอรี ทำหน้าที่หลักเพื่อเป็นอิมัลซิไฟเออร์ ทำให้ไขมันและส่วนผสมอื่นๆ ผสมกันได้ดียิ่งขึ้น จึงช่วยทำให้เนื้อเรียบเนียนและลดการเกิดฟองอากาศ และช่วยกักเก็บน้ำในผลิตภัณฑ์ได้ดี ทำให้เนื้อขนมนุ่ม ชุ่มชื้น ไม่แห้งแข็ง สามารถช่วยยืดอายุการเก็บ รักษา เนื่องมาจากช่วยลดการสูญเสียน้ำหรือการระเหยของน้ำจากผลิตภัณฑ์ได้อย่างดี และทำให้เนื้อครีมแต่งหน้าคงตัวอยู่รูปทรงได้นานขึ้น ทั้งยังรักษากลิ่นรสของผลิตภัณฑ์ไว้ได้นานยิ่งขึ้นอีกด้วย ผลิตภัณฑ์สารให้กลิ่น (flavoring agent) ในการผลิตสารให้กลิ่น (flavor encapsulation) เช่น ในผงวนิลลา (valnilla powder) พบว่ากัมอะราบิกทำหน้าที่ลดแรงตึงผิว ทำให้เกิดอิมัลชัน (emulsion) ได้ง่ายเกิดการกระจายตัวของสารให้กลิ่นรสได้ดีเมื่อหุ้มอยู่ที่ผิวหน้าของหยดไขมันซึ่งเป็นประจุชนิดเดียวกัน จึงทำให้เกิดการผลักกันอยู่ตลอดเวลา ป้องกันไม่ให้หยดไขมันเข้ามารวมตัวกันเกิดเป็นอิมัลชันที่คงตัว และเมื่อสารให้กลิ่นซึ่งผ่านการทำแห้งด้วยเครื่องทำแห้งแบบพ่นฝอย (spray drier) แล้ว กัมอาะราบิกจะเป็นฟิล์มหุ้มอยู่โดยรอบ (encapsulation) ช่วยกักเก็บสารให้กลิ่นรสไว้ภายในได้ดี และลดการระเหยและการสลายตัวของสารให้กลิ่น ไม่มีผลกระทบต่อความหนืดและกลิ่นรสรวมทั้งสีของผลิตภัณฑ์สารให้กลิ่นรส ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพใช้ในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพไขมันต่ำ พลังงานต่ำได้ดี และให้ใยอาหาร (dietary fiber) สูง จัดเป็นพรีไบโอติก (prebiotic) ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ใช้ทดแทนไขมันในสูตรอาหารที่มีไขมันต่ำ เช่น เนยหรือมาการีนน้ำสลัด (dressing) ไอศกรีม (ice cream) โยเกิร์ต (yogurt) เนื่องจากมีสมบัติการละลายที่ดี เป็นอิมัลซิไฟเออร์ (emulsifier) ที่ดีและการทำให้เกิดอิมัลชัน ช่วยให้เนื้อสัมผัสอาหารเนียนนุ่มคล้ายกับเนื้อสัมผัสครีมหรือไขมัน Reference http://161.246.34.11/foodeng/St-homepage/Code43/43010624/food_news6.htm http://eu.lib.kmutt.ac.th/elearning/Courseware/BCT611/Chap4/chapter4_5.html บริษัทผู้จำหน่าย gum arabic บริษัท จัมโบ้ อคาเซีย จำกัด
Parboiled rice / ข้าวนึ่ง
ข้าวนึ่ง (parboiled rice) คือผลิตภัณฑ์จากข้าว (rice) ที่ได้จากการนำข้าวเปลือกมาแช่ในน้ำจนมีความชื้นประมาณ 30-40% แล้วนึ่งหรือต้มจนสุก จากนั้นจึงนำมาทำให้แห้ง (dehydration) แล้วจึงสีเอาเปลือกออก การทำข้าวนึ่งเป็นการปรับปรุงคุณภาพการสี ทำให้ข้าวหักน้อยลงและปรับปรุงคุณค่าทางโภชนาการของข้าว เพราะสารอาหารจากชั้นเปลือกจะซึมเข้าไปในเนื้อระหว่างการแช่ และ การนึ่ง ขจะทำให้ข้าวที่ได้มีสีเหลืองอ่อน กรรมวิธีการผลิตข้าวนึ่ง การผลิตข้าวนึ่งทำได้ทั้งในระดับครัวเรือน จนถึงระดับอุตสาหกรรม โดยมีขั้นตอนที่สำคัญ ดังนี้ 1. การแช่ (soaking หรือ steeping) นำข้าวเปลือก มาแช่ในน้ำให้มีความชื้นประมาณ 30-40% เพื่อให้แป้งอ่อนตัวลง น้ำที่แช่อาจเป็นน้ำเย็นหรือน้ำร้อนก็ได้ ระยะเวลาของการแช่ขึ้นอยู่กับน้ำ น้ำเย็นใช้เวลาแช่ 2-3 วัน น้ำอุ่นหรือน้ำร้อน เวลาการแช่ลดลง 2. การต้มหรือนึ่ง (steaming) นำข้าวเปลือกขึ้นจากขั้นตอนแรกมาต้มหรือนึ่งให้สุก เพื่อให้สตาร์ซ (starch) ภายในเมล็ดเกิดการเจลาติไนซ์ (gelatinization) เม็ดสตาร์ชขยายตัวสังเกตจากข้างนอกจะเห็นเปลือกเมล็ดข้าวปริออกเล็กน้อย ระบบการผลิตข้าวนึ่งระดับอุตสาหกรรม ที่มา: http://en.bishan.com. 3. การทำให้แห้ง (dehydration) หลังจากต้มหรือนึ่งแล้วข้าวเปลือกจะถูกนำไปทำให้แห้ง ซึ่งอาจจะใช้ตากแดด (sun drying) หรือผ่านเครื่องอบแห้ง (dryer) การทำแห้งมีจุดประสงค์เพื่อลดความชิ้นให้เหลือ 12-14% ก่อนการนำไปสี การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากกรรมวิธีการทำข้าวนึ่ง 1. เปลือกเมล็ดจะปริเนื่องจากข้าวกล้องขยายตัว 2. การแช่ข้าวเปลือกในน้ำเย็นหลายๆ วัน ทำให้เกิดการหมัก (fermentation) ข้าวนึ่งมีกลิ่นเหม็นแก้ไขโดย แช่ในน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนแทนน้ำเย็น 3. ขณะแช่ข้าวเปลือก ความดัน (pressure) ในน้ำสูงกว่าในเมล็ด ทำให้แร่ธาตุและสารอาหารต่างๆ ซึ่งอยู่ในเนื้อเยื่อชั้นนอกๆ ของเมล็ดซึมเข้าไปในส่วนของข้าวสาร ทำให้ข้าวสารนึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการเพิ่มขึ้น 4. ในขั้นตอนนึ่งจะเกิดลักษณะที่แป้งสุกเป็นกาวประสานเชื่อมรอยแตกร้าวภายในเมล็ดให้หายไป และเม็ดสตาร์ชสุกขยายตัว จับเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้ช่องว่างภายในเม็ดข้าวสารที่เรามองเห็นเป็นลักษณะท้องไข่หายไปด้วย ดังนั้น ข้าวนึ่งเมื่อทำให้แห้ง แล้วนำไปสีจึงได้ปริมาณข้าวเต็มเมล็ดและต้นข้าวสูง ข้าวหักน้อย ข้าวสารใสไม่เป็นท้องไข่ 5. ข้าวเปลือกเมื่อแช่ในน้ำ พวกแร่ธาตุและสารอาหารต่างๆ เช่น free sugar และ amino acid จะซึมเข้าไปส่วนที่เป็นแป้ง เมื่อนำไปนึ่ง จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสารเหล่านี้เรียกว่า browning reaction ทำให้ข้าวสารมีสีน้ำตาลอ่อนหรือคล้ำ แล้วแต่วิธีการแช่และนึ่ง คุณภาพข้าวนึ่ง ข้าวนึ่งคุณภาพดี พิจารณาจากสิ่งต่างๆ ดังนี้ คือ สี ควรเป็นสีเหลืองอ่อน หรือน้ำตาลอ่อน กลิ่น เมื่อหุงสุกแล้วควรมีกลิ่นน้อยที่สุด คุณภาพการสี สีได้เนื้อ มีข้าวหักน้อย ลักษณะเมล็ด ใส แกร่ง ไม่มีท้องไข่ ขนาดรูปร่างเมล็ดเหมือนข้าวธรรมดา ลักษณะข้าวสุก เมื่อหุงสุกแล้วเมล็ดร่วนไม่ติดกัน ปัจจัยที่ต้องควบคุมในการทำข้าวนึ่ง 1. ข้าวเปลือกหรือวัตถุดิบสำหรับทำข้าวนึ่ง ควรมีสีของเปลือกและสีชั้นปลอกรำอ่อน เช่น ขาว (ฟาง) หรือน้ำตาล เมล็ดอยู่ในสภาพสะอาด ไม่มีรอยแมลงกัดกินหรือเชื้อราทำลาย 2. ต้องควบคุมอุณหภูมิของน้ำและระยะเวลาการแช่ให้พอเหมาะ เพื่อป้องกันการเกิดกลิ่นและสีที่ไม่ดีของข้าวนึ่ง ** ในการแช่ควรทำให้มีการหมุนเวียนของน้ำและข้าวด้วย เพื่อป้องกันความร้อนสะสมซึ่งจะทำให้เกิดเมล็ดผิดปรกติ (deform grain) 3. อุณหภูมิและเวลาขณะนึ่งต้องควบคุมให้พอเหมาะ ไม่ควรให้สูงเกินไปเพราะจะมีผลต่อสีข้าวนึ่ง ลักษณะเมล็ดผิดปรกติ (deform grain) และข้าวสารแข็งเกินไปเมื่อใช้เวลานาน 4. การทำให้แห้ง ต้องเป็นไปอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอ ถ้าใช้ความร้อนสูงเกินไปและทำให้แห้งรวดเร็ว ข้าวจะแตกร้าว สีแล้วหักมากขึ้น 5. ความชื้นของข้าวนึ่งไม่ควรเกิน 14% เมื่อเก็บรักษาไว้ในยุ้งฉางหรือโกดัง ทั้งนี้เพื่อป้องกันการทำลายของจุรินทรีย์ โดยเฉพาะเชื้อราต่างๆ เปรียบเทียบข้าวนึ่งกับข้าวธรรมดา 1. ข้าวนึ่งกะเทาะเปลือกง่ายกว่าข้าวธรรมดา 2. ข้าวนึ่งใช้เวลาและการขัดสีมากกว่าข้าวธรรมดา 3. ข้าวนึ่งคุณภาพการสีดีกว่า มีข้าวหักน้อยกว่าข้าวธรรมดา 4. ข้าวนึ่งเก็บรักษาได้นานกว่าข้าวธรรมดา เพราะ enzyme lipase ถูกทำลาย 5. หากข้าวธรรมดาเป็นท้องไข่เมื่อทำเป็นข้าวนึ่งแล้วเมล็ดจะใสไม่เป็นท้องไข่ 6. ข้าวสารนึ่ง มี vitamin B1และvitamin Eสูงกว่าข้าวสารธรรมดา (พันธุ์เดียวกัน) 7. ข้าวนึ่งใช้เวลาหุงต้มนานกว่าข้าวธรรมดา 8. ข้าวนึ่งหุงขึ้นหม้อกว่าข้าวธรรมดา เพราะการทำข้าวนึ่งเป็นการทำให้ข้าวเก่า 9. ข้าวนึ่งย่อยง่ายกว่าข้าวธรรมดาเพราะแป้งสุกไปครั้งหนึ่งแล้ว chain ของ glucose ในโมเลกุลของสตาร์ชถูกทำลายไปแล้ว 10. รำข้าวนึ่งมีน้ำมัน 25-30% ในขณะที่ข้าวธรรมดามีเพียง 15-20% 11. ข้าวนึ่งมีกลิ่นและรสไม่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับข้าวธรรมดา 12. ข้าวนึ่งเพาะไม่งอก แต่ข้าวธรรมดางอก (ถ้ายังมีชีวิต) 13. ข้าวนึ่งมีต้นทุนการผลิตสูงกว่าข้าวธรรมดา Reference http://www.ricethailand.go.th/brrd/tech/m6_3_2.htm
 
Best before date / วันที่ควรบริโภคก่อน
วันที่ควรบริโภคก่อน (best before date , best before อาจใช้ best by หรือคำย่อว่า BB) หมายถึง วันที่ผลิตภัณฑ์อาหารมีสภาพสดและคุณภาพดีเยี่ยมก่อนวันที่ตามที่ระบุไว้ การพิมพ์วันที่ควรบริโภคก่อน ทำได้ด้วยเครื่องพิมพ์รหัส (coder) โดยจะทำไปบนบรรจุภัณฑ์ หรือทำบนพื้นผิวของอาหารโดยตรง เช่น บนเปลือกไข่ ตัวอย่างเช่น น้ำมะม่วงบรรจุกล่องยูเอชที ในรูปพิมพ์รหัส ระบุ best before date คือ 12092013 หมายถึง น้ำมะม่วงกล่องนั้นจะสดใหม่และคุณภาพดีหากนำมารับประทานก่อนวันที่12 เดือนกันยายน ปี ค.ศ. 2013 เป็นต้น แต่วันที่ควรบริโภคก่อน ถึงแม้ว่าจะเกินวันที่ระบุไปแล้วก็ยังสามารถรับประทาน หรือนำมาปรุงอาหารได้ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพอาหาร เช่น สี กลิ่นรส เนื้อสัมผัส ความหนืด แต่ไม่มีปัญหาในเชิงความปลอดภัยอาหาร (food safety) ไม่มีการเจริญของจุลินทรีย์ก่อโรค (pathogen) จึงยังสามารถนำมารับประทานได้โดยไม่มีอันตราย ทีมา : http://www.ptasia.biz/index.php?tpid=0403 ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ระบุวันที่บริโภคก่อน อาหารแช่เยือกแข็ง (frozen food) ไข่ไก่สด อาหารแห้ง (dried food) ที่มา : http://www.ptasia.biz/index.php?tpid=0409
Lagoon / ลากูน
บ่อน้ำขนาดใหญ่ สำหรับการบำบัดน้ำเสียตามวิธีธรรมชาติ
Multiple effect evaporator / เครื่องระเหยแบบหลายขั้นตอน
เครื่องระเหย (evaporator) ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไปมาเรียงต่อกัน โดยใช้ไอน้ำร้อนที่ระเหยจากอาหารเหลวเครื่องแรก ไปให้ความร้อนกับเครื่องระเหยที่อยู่ถัดไป เพื่อประหยัดพลังงาน จำนวนเครื่องที่ใช้ในระบบนี้เรียกว่า effect เช่น double effect evaporator หมายถึง ระบบที่ใช้เครื่องระเหย 2 เครื่องเรียงกัน หรือ triple effect หรือ three effectevaporator หมายถึงระบบที่ใช้เครื่องระเหย 3 เครื่องเรียงกัน ที่มา: http://www.dairy-equipments.com การกำหนดจำนวนเครื่องระเหย พิจารณาที่ความต้องการประหยัดพลังงาน และเงินลงทุนเริ่มต้นที่สูงขึ้น เมื่อเพิ่มจำนวนเครื่อง ทั่วไปนิยมใช้ 3-6 เครื่อง triple effect evaparator ที่มา: http://www.fao.org/docrep/v5030e/V5030E0c.htm การใช้เครื่องระเหยในอุตสาหกรรมอาหาร กาแฟผงสำเร็จรูป (instant coffee) การผลิตน้ำตาล (ดู sucrose) การผลิตน้ำผลไม้เข้มข้น นมผง นมข้นไม่หวาน

Food wiki Thailand  จัดเต็ม โดย ครูผู้น้อย Kiss  ครูตัวใหญ่  เป็นลูกสาวครูเล็ก เป็นศิษย์ทางธรรมของคุณครูไม่ใหญ่ และครูไม่เล็ก บ้านของครูผู้น้อย อยู่หน้าวัดลุ่ม จังหวัดระยอง บ้านรอบล้อมด้วยตลาดขายอาหาร ตื่นเช้า ลืมตามาก็เจอแต่อาหาร รอบบ้าน

ครูผู้น้อย  เรียนจบทางพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารมาจากคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์    มาเป็นครูผู้สอนวิชาด้านอาหาร ที่ สาขาวิศวกรรมอาหาร ที่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้ทุนมูลนิธิ Fulbright ของอะเมริกา แถมได้ทุนจากมูลนิธิ เพื่อผู้หญิงที่มีอาชีพทางการศึกษา ชือ Delta Gamma Kappa (ขอบพระคุณคร๊าKiss และไม่เคยลืมพระคุณ ) ก็เลย แอบหนีเมืองไทยไปอยู่ ไปเรียนปริญญาเอก สาขา Food Science มาจาก University of Florida  หลายปี ไปล้างจาน ไปรับจ้างเป็นคนครัว เอาเงินไปเที่ยว ก็พอมีความรู้ด้านอาหาร ติดขาติดแข้ง ชอบทำอาหาร ชอบกินอาหาร วิจัยด้านอาหารบ้าง บรรยายด้านอาหารบ้าง ให้คำปรึกษาด้านอาหาร ขอคำปรึกษาด้านอาหาร ได้ครูดีๆ เพื่อนดีๆ ศิษย์ดีๆ มากมาย กรุณา เมตตาสั่งสอน ถ่ายทอดความรู้ ประสพการณ์สารพัดอย่างด้านอาหาร มามากกว่า 20 ปี (ก็ยังเป็นผู้น้อยอยู่ Innocent อุ อุ )   ไม่อยากใส่บ่าแบกหามไว้ กลัวความรู้จะท่วมหัวแล้วจะเอาตัวไม่รอด 5555555

Once upon a time วันดี อากาศร้อน กลางปี 2553 ครูผู้น้อย นึกสนุก ก็อยากเขียน เขียน เขียน เขียนเอง บ้าง ลอกมาบ้าง นัก

ศึกษาช่วยบ้าง ทำไปเรื่อยๆ วันละนิดละหน่อย ณ วันนี้  ปลายเดือนกุมภาพันธ์  2555  ได้มากกว่า 3300 คำแล้ว เย้ Laughing... เอามาให้อ่านกันเพลินๆ สบายๆ สิวๆ ไม่คิดมาก เอาไว้พอลูกโต สามีหนีบวช จะได้มีอะไรทำแก้รำคาญ ท่านครูผู้ใหญ่ ผู้รู้ทั้งหลาย โปรดเมตตา ให้คำแนะนำ  ผิดพลาดก็กราบขออภัย อย่าถือสา หาความกันนะคะ นะคร๊า Wink  ครูผู้น้อยเพียงตั้งใจสร้าง ให้ Food wiki  แหล่งรวมความรู้นี้เป็นวิทยาทาน on-line (ว๊าววว) อยากเห็นสังคมการเรียนรู้ (วู๊ววว....) ให้กับผู้สนใจเกี่ยวกับอาหารทั้งผู้บริโภค นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจทางด้าน  วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการอาหาร วิศวกรรมอาหาร คหกรรมศาสตร์ นักวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร  ผู้ประกอบการด้านอาหาร บุคลากรที่ทำงานในอุตสาหกรรมอาหาร ผู้ขาย ผู้ผลิต ได้มาอ่าน มาชม มาคุยกัน สบายๆ ไม่ได้อยากเด่นอยากดัง แค่อยากมีชื่อเสียง อุ๊ย Cool ไม่ใช่คร๊า แต่ อยากเห็นเมืองไทยเป็นครัวของโลก  จริงจริ๊งKiss อยากให้คนไทยได้กินอาหารดีๆ อร่อยๆ สุขภาพแข็งแรง มีความสุข อยากเห็นรอยยิ้มที่แจ่มใส  มีน้ำใจให้กันและกัน Smile 

 

                 โลโก้อันใหม่ลูกสาวครูผู้น้อยทำให้                                     อันนี้แม่ทำค่ะ

อื่นๆ อีกมากมายยย ลองหาเอาเองใน search แล้วกันนะ ใส่ได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษจ้า

 

 

สุดท้ายฝากกลอนนี้ไว้ให้เด็กรุ่นใหม่ ครูผู้น้อยเคยท่องตอนเด็กๆ

 

                วิชาเหมือนสินค้า                        อันมีค่าอยู่เมืองไกล

                ต้องยากลำบากไป                      จึงจะได้สินค้ามา

                จงตั้งเอากายเจ้า                         เป็นสำเภาอันโสภา

                ความเพียรเป็นโยธา                     แขนซ้ายขวาเป็นเสาใบ

                นิ้วเป็นสายระยาง                        สองเท้าต่างสมอใหญ่

                ปากเป็นนายงานไป                     อัชฌาสัยเป็นเสบียง

                สติเป็นหางเสือ                           ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง

                ถือไว้อย่าให้เอียง                        ตัดแล่นเลี่ยงข้ามคงคา

                ปัญญาเป็นกล้องแก้ว                  ตรวจดูแถวแนวหินผา

                เจ้าจงเอาหูตา                             เป็นล้าต้าฟังดูลม

                ขี้เกียจคือปลาร้าย                       จะทำลายให้เรือจม

                เอาใจเป็นปืนคม                         ยิงระดมให้จมไป

                จึงจะได้สินค้ามา                        คือวิชาอันพิศมัย

                จงหมั่นมั่นหมายใจ                     อย่าได้คร้านการวิชา

สมัครสมาชิก