Food Wiki

ค้นหา 6,333 คำศัพท์

GMP ในโรงฆ่าสัตว์ปีก

คำแนะนำการปฏิบัติที่ดีสำหรับโรงฆ่าสัตว์ปีก

การขนส่งสัตว์ปีกมีชีวิต (transportation for poultry)

พาหนะขนส่งสัตว์ปีก

  • ต้องแข็งแรงและเหมาะสมกับชนิดของสัตว์ปีก และจำนวนของกรงบรรจุสัตว์ปีก
  • มีช่องระบายอากาศอย่างพอเพียง ไม่ปิดทึบ พื้นไม่ลื่น ไม่มีการระบายของเสียและน้ำระหว่างการขนส่ง มีวัสดุหรือหลังคาสำหรับป้องกันแดดและฝน
  • ในการขนส่งสัตว์ปีกที่บรรจุในแต่ละกรงบรรจุ ควรมีจำนวนให้เหมาะสมกับขนาดของกรง
  • กรงบรรจุควรมีความสูงและพื้นที่เพียงพอที่สัตว์ปีกยืนและนั่งได้

วิธีการขนส่ง

  • การขนส่งต้องปฏิบัติตามระเบียบกรมปศุสัตว์
  • ขณะขนส่งต้องหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดการบาดเจ็บกับสัตว์ปีก เช่น ขับเคลื่อนรถบรรทุกสัตว์ปีกอย่างระมัดระวัง ไม่ออกรถโดยเร็วหรือหยุด
    โดยกระทันหัน
  • ไม่ขนส่งสัตว์ที่เจ็บป่วยร่วมไปกับสัตว์ปกติ
  • ระยะเวลาในการขนส่งควรสั้นที่สุด เพื่อให้สัตว์เกิดความเครียดน้อยที่สุด
  • งดให้อาหารกับสัตว์ปีก อย่างน้อย 1 ชั่วโมง ก่อนการขนส่ง
  • ตรวจดูสัตว์ปีกขณะขนส่งเป็นระยะๆ
  • ควรขนส่งสัตว์ปีกมาถึงโรงฆ่าก่อนเวลาฆ่าอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้สัตว์ปีกได้พักก่อนฆ่า

การรับสัตว์ปีกมีชีวิต (reception of poultry)

  • เมื่อสัตว์ปีกถึงโรงฆ่า ให้มีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย
  • บริเวณที่พักยานพาหนะที่มีสัตว์ปีกบรรทุกอยู่ ควรมีหลังคาที่สามารถป้องกันแสงแดดและฝนได้ มีระบบระบายอากาศที่ดี อุณหภูมิเหมาะสม และรอฆ่าตามลำดับที่กำหนด
  • การเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกต้องทำด้วยความระมัดระวัง
  • ชั่งน้ำหนักและตรวจนับจำนวนสัตว์ปีก
  • ตรวจสุขภาพสัตว์ปีกก่อนฆ่า โดยการตรวจสุขภาพและความผิดปกติ เช่น การหายใจ การเคลื่อนไหว และบันทึกผลในรายงานการตรวจสัตว์ปีกก่อนฆ่า ณ หน้าโรงฆ่า โดยพนักงานตรวจโรคสัตว์
  • ในกรณีที่พบสัตว์ปีกที่ป่วยหรือสงสัยว่าป่วยให้แยกกักไว้ในโรงพักสัตว์ปีกป่วย และฆ่าภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฆ่าสัตว์ปีกปกติแล้ว หากพบโรคติดต่อให้นำไปเผาในเตาเผา (incinerator) หรือต้มเพื่อทำลาย และแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ
  • กรณีพบสัตว์ปีกที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง เพื่อไม่ให้สัตว์ปีกได้รับความทรมานจะต้องฆ่าสัตว์ปีกนั้นอย่างไม่ทรมานทันที
  • ภายหลังนำสัตว์ปีกลงจากพาหนะหมดแล้ว ให้ทำความสะอาดและใช้ยาฆ่าเชื้อกรงบรรจุและพาหนะที่ใช้บรรทุกสัตว์ปีกทุกครั้งหลังการขนส่ง
  • หลังฆ่าสัตว์ปีกหมดแล้ว ให้ล้างทำความสะอาดบริเวณโรงพักสัตว์ปีก ได้แก่ ที่พักสัตว์ปีก ที่จับสัตว์ปีกขึ้นราว และรางระบายน้ำ

การฆ่าสัตว์ปีก (slaughter)

วิธีที่ใช้ในการฆ่าสัตว์ปีกต้องเป็นวิธีฆ่าแบบไม่ทรมาน มี 2 วิธี คือ การทำให้สัตว์ปีกสลบก่อนฆ่า และการฆ่าด้วยการเชือดคอแบบรวดเร็วโดยไม่ต้องให้สัตว์ปีกสลบก่อน

การทำให้สัตว์ปีกสลบก่อนฆ่า

สัตว์ปีกต้องสลบอย่างสมบูรณ์ โดยตรวจดูจากมีการผ่อนคลายของกล้ามเนื้ออย่างสมบูรณ์ กระจกตาไม่ตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น ไม่แสดงอาการชัก การทำสัตว์ปีกให้ สลบมี 3 วิธี

  • การใช้กระแสไฟฟ้า (electrical stunning)
  • การใช้ก๊าซ เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ หรืออาร์กอน
  • วิธีอื่นๆ ที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าเหมาะสมและเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป

ตรวจสอบเครื่องมือหรือห้องทำให้สลบ ว่าสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ก่อนปฏิบัติงานทุกครั้ง

การฆ่าด้วยการเชือดคอแบบรวดเร็ว

การฆ่าด้วยการเชือดคอแบบรวดเร็วโดยไม่ต้องให้สัตว์ปีกสลบก่อน มี 2 วิธี

  • เชือดด้านข้างคอสัตว์ปีก โดยลงมีดบริเวณหลังรูหูและใต้มุมขากรรไกรล่างที่คอ (angle of jaw) ตัดเส้นเลือดแดงใหญ่ (carotid artery) และเส้นเลือดดำใหญ่ (jugular vein) ที่คอ
  • เชือดด้านหน้าคอสัตว์ปีก โดยลงมีดด้านหน้าคอและใต้ขากรรไกรล่าง ตัดเส้นเลือดแดงใหญ่และเส้นเลือดดำใหญ่ที่คอทั้ง 2 ข้าง รวมทั้งหลอดลมและหลอดอาหาร ใช้มีดสำหรับเชือดคอโดยเฉพาะ มีดที่ใช้เชือดคอให้ทำความสะอาดทุกครั้งก่อนใช้
  • หลังการเชือดคอต้องปล่อยให้เลือดออกจากสัตว์ปีกที่ฆ่าแล้วไม่น้อยกว่า 2 นาที เพื่อให้เลือดออกอย่างสมบูรณ์ ในกรณีที่เป็นเลือดสำหรับการบริโภคต้องใช้ภาชนะสะอาดรองรับเลือด
  • ล้างทำความสะอาดอุปกรณ์และบริเวณที่นำเลือดออก ได้แก่ ถาดรองเลือด ผนังห้อง และพื้นห้องภายหลังเสร็จงานแล้วทุกครั้ง

 

ก.4. การลวกและถอนขน (scalding and defeathering)

ก.4.1 ลวกสัตว์ปีกที่ฆ่าแล้วในบ่อลวกที่มีน้ำร้อนเพียงเพื่อให้ง่ายต่อการเอาขนออก อุณหภูมิของน้ำ

ต้องไม่ต่ำกว่า 58 องศาเซลเซียส ทั้งนี้อุณหภูมิของน้ำและระยะเวลาที่ใช้ในการลวกต้องสัมพันธ์กับขนาดของสัตว์ปีก

ก.4.2 ลำเลียงสัตว์ปีกที่ฆ่าแล้วออกจากบ่อลวกสู่กระบวนการถอนขน โดยต้องไม่สัมผัสพื้น

ก.4.3 การถอนขนต้องสามารถเอาขนออกได้หมดหรือเกือบหมด โดยไม่ทำลายคุณภาพ

ก.4.4 หลังจากถอนขนเรียบร้อยแล้วให้ตรวจดูสัตว์ปีกที่ฆ่าแล้ว หากพบว่ามีขนอ่อนเหลืออยู่ ให้ใช้

แหนบถอนขนสัตว์ปีกเพื่อกำจัดขนให้หมด

ก.4.5 ในกรณีที่ใช้กาวในการถอนขน ต้องเป็นกาวที่มีคุณภาพใช้สำหรับอาหาร (food grade) และ

ต้องทำความสะอาดกาวที่ติดอยู่ตามเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ หลังการใช้งาน

ก.4.6 ล้างสัตว์ปีกที่ฆ่าแล้วให้สะอาดด้วยน้ำ

ก.4.7 ล้างทำความสะอาดบริเวณลวกและถอนขน รวมทั้งอุปกรณ์ภายหลังเสร็จงาน

 

ก.5. การแยกหัวและตัดแข้ง (head removal and shank cutting)

ก.5.1 สัตว์ปีกที่ผ่านขั้นตอนการลวกและถอนขนจนสะอาดแล้ว ต้องแยกหัวและตัดแข้งก่อนผ่านเข้าสู่

บริเวณแยกเครื่องใน ยกเว้น กรณีที่จำเป็นต้องมีหัวและแข้งติดอยู่ อนุโลมให้ไม่ต้องแยกหัวและแข้งออกได้

ก.5.2 การแยกหัวให้ใช้เครื่องดึงหัว ในกรณีที่ไม่ใช้เครื่องดึงหัวให้แยกส่วนหัวโดยใช้มีดตัดที่คอ

ก.5.3 การตัดแข้งให้ใช้เลื่อยไฟฟ้าหรือมีด

ก.5.4 เครื่องมือที่ใช้ในการดึงหัว ตัดหัว และตัดแข้งต้องดูแลให้อยู่ในสภาพดีและสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา

 

ก.6. การแยกเครื่องใน (eviscerating)

ก.6.1 ให้ใช้อุปกรณ์หรือมีดเปิดช่องท้องส่วนล่างของสัตว์ปีกที่ฆ่าแล้ว ให้มีขนาดกว้างพอที่จะนำ

เครื่องในออกได้สะดวก โดยระวังไม่ให้กระเพาะ ลำไส้ และถุงน้ำดีฉีกขาด

ก.6.2 เมื่อแยกเครื่องในออกแล้ว ให้เรียงลำดับเครื่องในพร้อมกับซากสัตว์ปีก เพื่อให้พนักงานตรวจโรค

สัตว์ตรวจซากสัตว์ปีกและเครื่องใน

มกอช. 9008-2548

9

ก.6.3 ต้องแยกเครื่องในส่วนที่บริโภคเป็นอาหารได้ออกจากส่วนที่บริโภคเป็นอาหารไม่ได้ เครื่องใน

ส่วนที่บริโภคเป็นอาหารได้ต้องนำไปล้างจนสะอาด และแช่เย็นให้มีอุณหภูมิที่จุดศูนย์กลางไม่เกิน 7 องศาเซลเซียส
หลังแช่เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง

 

ก.7. การทำความสะอาดซากสัตว์ปีก (inside-and-outside carcass washing)

ก.7.1 ให้ล้างซากสัตว์ปีกครั้งสุดท้าย ทั้งด้านนอกและด้านในด้วยน้ำจนสะอาด

การลดอุณหภูมิซากสัตว์ปีกและผลผลิตสัตว์ปีกทำได้ 2 วิธี คือใช้น้ำเย็นและน้ำแข็ง หรือใช้อากาศเย็น

โดยอุณหภูมิศูนย์กลางไม่เกิน 7 องศาเซลเซียส หลังแช่เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง

 

ก.8. การลดอุณหภูมิซากสัตว์ปีก (chilling)

ก.8.1 กรณีที่ใช้น้ำเย็นและน้ำแข็งในการลดอุณหภูมิซากสัตว์ปีกในถังแช่เย็น ควรเป็นระบบที่ซากสัตว์

ปีกและน้ำเคลื่อนที่สวนทางกัน (counter-flow water) ซึ่งที่ส่วนหัวถังมีท่อน้ำล้นและส่วนปลายถังมีที่

เติมน้ำเย็น ปริมาณน้ำล้นต้องมากพอที่จะทำความสะอาดซากสัตว์ปีกได้ และมีเทอร์โมมิเตอร์เพื่อวัด

อุณหภูมิน้ำในถังแช่เย็น

ก.8.2 กรณีลดอุณหภูมิซากสัตว์ปีกด้วยอากาศเย็น

ก.8.2.1 โครงสร้างของห้องเย็นควรทำจากวัสดุที่มีสมบัติเก็บรักษาความเย็นได้ พื้นห้องต้องแข็งแรง

ทนต่อการกระทบกระแทก ไม่ดูดซับน้ำ ผนังและเพดานมีพื้นผิวเรียบ ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อได้ง่าย

ก.8.2.2 ประตูห้องเย็นควรมีกลไกที่สามารถเปิดจากภายในออกสู่ภายนอกได้

ก.8.2.3 ติดตั้งเทอร์โมมิเตอร์ ณ บริเวณที่อ่านค่าอุณหภูมิได้ง่ายและสะดวก ตำแหน่งที่ติดตั้งสายวัด

อุณหภูมิ (sensor) ต้องเป็นตำแหน่งที่วัดอุณหภูมิที่แท้จริงของห้อง

ก.8.2.4 วางสัตว์ปีกให้สูงจากพื้นอย่างน้อย 30 เซนติเมตร และไม่สัมผัสกับผนัง

ก.8.2.5 นำซากสัตว์ปีกเข้าและออกห้องแช่เย็นตามลำดับก่อนหลัง

ก.8.2.6 บันทึกอุณหภูมิห้องและซากสัตว์ปีก

ก.8.2.7 ภายในห้องเก็บซากสัตว์ปีกต้องมีการควบคุมไม่ให้หยดน้ำจากการควบแน่น (water

condensate) สัมผัสกับซาก

ก.8.3 ภายหลังนำซากสัตว์ปีกออกจากถังเย็นหรือห้องแช่เย็นหมดแล้ว ต้องทำความสะอาดถังหรือ

ห้องเย็นทันที

มกอช. 9008-2548

10

 

ก.9. การตัดแต่ง (cutting)

ก.9.1 ในกรณีที่มีการตัดแต่งให้ทำในห้องที่มีขนาดเพียงพอต่อกำลังการผลิต และกั้นแยกจากพื้นที่ผลิตอื่นๆ

ก.9.2 ต้องจัดให้มีเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์การตัดแต่งอย่างพอเพียง

ก.9.3 สายพานลำเลียงซากสัตว์ปีก และเนื้อสัตว์ปีก ถาดเลื่อนต้องสะอาด ไม่มีน้ำเลือดเจิ่งนอง ถ้ามี

น้ำเลือดให้ล้างออกด้วยน้ำ และปาดน้ำให้แห้งทันทีโดยใช้ใบปาดน้ำ ห้ามใช้ฟองน้ำเช็ดเด็ดขาด

ก.9.4 ในระหว่างการตัดแต่ง ต้องไม่มีซากสัตว์ปีกหรือเนื้อสัตว์ปีกกองบนสายพานมากจนเกินไป

ก.9.5 พนักงานต้องล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างสม่ำเสมอทุกคน

ก.9.6 ควบคุมการเข้าออกของพนักงานในห้องตัดแต่งอย่างเข้มงวด ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในห้อง

ตัดแต่งนี้โดยเด็ดขาด

ก.9.7 การแบ่งชั้นคุณภาพของเนื้อไก่ ให้เป็นไปตาม มกอช. 6700 การแบ่งชั้นคุณภาพของเนื้อเป็ด

ให้เป็นไปตาม มกอช. 6701

 

ก.10. การบรรจุ (packaging)

ก.10.1 ภาชนะบรรจุต้องสะอาด ถ้าทำจากพลาสติกต้องมีคุณภาพมาตรฐานซึ่งออกตามความกฎหมายว่าด้วยอาหาร

ก.10.2 ภาชนะบรรจุต้องมีความทนทานต่อการขนส่ง

ก.10.3 ให้แสดงเครื่องหมายฉลากบนภาชนะบรรจุ ฉลากที่ใช้กำกับทุกหน่วยอย่างน้อยต้องมีข้อความที่

อ่านได้ชัดเจนไม่ลอกหลุด และแสดงรายละเอียดต่อไปนี้

1. ประเภทของซากสัตว์ปีก เนื้อสัตว์ปีก หรือผลผลิต

2. น้ำหนักสุทธิเป็นกรัม หรือกิโลกรัม

3. วัน เดือน ปี ที่ผลิต (วันที่ฆ่า) และวัน เดือน ปี ที่ควรบริโภคก่อน

4. ข้อแนะนำในการเก็บรักษา

5. ชื่อผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย หรือเครื่องหมายการค้า และสถานที่ตั้ง

ก.10.4 ในกรณีที่ใช้ภาชนะบรรจุทำจากวัสดุที่ล้างทำความสะอาดหรือกำจัดฝุ่นไม่ได้ ต้องกั้นแยกห้อง

บรรจุออกจากห้องอื่นๆ และออกแบบให้สามารถป้องกันฝุ่น แมลง และหนูได้

 

ก.11. การขนส่งซากสัตว์ เนื้อสัตว์และผลผลิต (transportation for poultry carcass, meat and products)

ก.11.1 พาหนะที่ใช้ขนส่งต้องสามารถควบคุมอุณหภูมิศูนย์กลางเนื้อ ให้ไม่เกิน 7 องศาเซลเซียส ตลอดเวลา

มกอช. 9008-2548

11

ก.11.2 การเคลื่อนย้ายซากสัตว์ปีก เนื้อสัตว์ปีกและผลผลิตเพื่อการขนส่ง ต้องทำด้วยความระมัดระวัง

เพื่อป้องกันภาชนะบรรจุแตกหักเสียหาย

ก.11.3 ประตูรถบรรทุกหรือตู้เก็บ (container) ต้องปิดสนิท ถ้าจำเป็นต้องใส่กุญแจ หรือมัดแน่นด้วย

ลวด หรือวัสดุอื่นที่มีเครื่องหมายแสดงว่าไม่มีการเปิดในขณะขนส่ง

ก.11.4 ห้ามขนส่งด้วยยานพาหนะคันเดียวกับที่ขนส่งสัตว์ปีกมีชีวิต

ก.11.5 พาหนะขนส่งหรือตู้เก็บจะต้องล้างหรือทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อนและหลังการขนส่ง

 

ก.12. การบำบัดน้ำเสีย (waste water treatment)

ต้องมีระบบบำบัดน้ำเสีย เพื่อการปรับปรุงคุณภาพของน้ำทิ้ง โดยให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



(เข้าชม 1,872 ครั้ง)

สมัครสมาชิก