Food Wiki

ค้นหา 6,333 คำศัพท์

Avocado / อะโวกาโด

อะโวกาโด (avocado) เป็นผลไม้ (fruit) ที่ปลูกในเขตกึ่งร้อน (subtropical fruit) มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Persea americana Mill.) อะโวกาโดมีถิ่นกำเนิดในอเมริกาแถบเม็กซิโก กัวเตมาลา และหมู่เกาะเวสอินดีส อะโวกาโดเป็นไม้ยืนต้นที่รับประทานผลกันมานานทั้งในอเมริกาและยุโรป

 

 

ส่วนประกอบและประโยชน์ต่อสุขภาพ

อะโวกาโดมีคุณค่าทางโภชนาการที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าผลไม้ชนิดอื่น จึงถือว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ (functional food) เพราะนอกจากมีคุณค่าทางโภชนาการที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์แล้ว ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหารที่จำเป็นสำหรับร่างกายอีกหลายชนิด

1.เนื้อผล เนื้อผลอะโวกาโดประกอบด้วย

  • ไขมันประมาณ 4-20% ผันแปรตามสายพันธุ์ โดยกรดไขมัน (fatty acid) ในอะโวกาโดร้อยละ70 เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว (unsatturated fatty acid) ชนิด monounsaturated fatty acid มีโปรตีนน้อย ประมาณ 0.8-1.7% เป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตต่ำ และมีน้ำตาลต่ำดังนั้นผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานจึงสามารถบริโภคผลไม้ชนิดนี้ได้ นอกจากนี้ยังมีเส้นใยอาหาร ทั้งชนิดที่ละลายในน้ำ ซึ่งจะช่วยลดการดูดซึม   คอเลสเตอรอลและขับออกจากร่างกาย และชนิดที่ไม่ละลายในน้ำซึ่งจะช่วยป้องกันอาการท้องผูกและเพิ่มเนื้ออุจจาระ เป็นประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย
  • อะโวกาโดอุดมไปด้วยสารบีตา-ซิสโตสเตอรอล ซึ่งช่วยในการดูดซึมคอเลสเตอรอล โดยช่วยลดปริมาณ LDL-cholesterol ซึ่งเป็นคอเลสเตอ รอลที่เป็นผลเสียต่อร่างกายและเพิ่มปริมาณ HDL-cholesterol ในเลือด ซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลที่เป็นผลดีต่อร่างกาย และมีประโยชน์ในการป้องกันโรคหัวใจ ซึ่งเป็นประโยชน์ในการลดไขมันในเส้นเลือดของคนที่เป็นโรคไขมันในเลือดสูง จึงควรบริโภคผลไม้ชนิดนี้ได้
  • วิตามินสูงประกอบด้วย บีตา-แคโรทีน (beta-carotene) ซึ่งเป็นโปรวิตามินเอ คือเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ในร่างกาย ช่วยบำรุงสายตา วิตามินบี ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา ปากนกกระจอก วิตามินซีช่วยป้องกันหวัด เลือดออกตามไรฟัน และมีวิตามินอีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antaoxidant) ที่มีประโยชน์ในการปกป้องเซลล์ของร่างกายจากมลพิษทางอากาศ น้ำ และอาหาร ป้องกันร่างกายจากโรคมะเร็งชนิดต่างๆ และโรคหัวใจ
  • อุดมไปด้วยแร่ธาตุ และสารอาหารที่จำเป็นสำหรับร่างกาย เช่น โซเดียม และโพแทสเซียม ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอล และยังมีโฟเลต (folate) ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญสำหรับหญิงมีครรภ์ เนื่องจากโฟเลตจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและสร้างเนื้อเยื่อของทารก เนื้ออะโวกาโดสามารถใช้เป็นอาหารเลี้ยงทารกได้เช่นเดียวกับเนื้อกล้วยบด โดยอาจใช้เนื้ออะโวกาโดสุกป้อนเด็กทารกโดยตรง หรือผสมกับกล้วยน้ำว้าสุก อัตราส่วน 1:1

 

2. น้ำมันอะโวกาโด (avocado oil) เป็นน้ำมันสกัดจากเนื้อของผลอะโวกาโด เป็นน้ำมันที่ดูดซึมสู่ผิวหนังได้ดีที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันแอลมอนด์ และน้ำมันมะกอก ประกอบด้วยวิตามินอี กรดไขมันลิโนเลอิก (linoleic acid) และกรดโอเลอิก (oleic acid) และไฟโตสเตอรอล (phytosterols) ใช้นวดศีรษะเร่งการงอกของผม น้ำมันนี้มีกลิ่นคล้ายเมล็ดถั่ว คงตัวดี น้ำมันที่ใช้ในการปรุงอาหารมีส่วนช่วยให้วิตามิน และสารอาหารที่ละลายได้ในไขมันสามารถถูกดูดซึมและนำไปใช้ประโยชน์ได้ สลัดผักจำพวกผักใบเขียว เช่น ผักโขม ผักสลัด มะเขือเทศ และแครอท ที่ใช้น้ำมันสลัดที่ปราศจากไขมัน จะทำให้แคโรทีนอยด์ที่ละลายในไขมันซึ่งอยู่ในพืชผักเหล่านี้ไม่สามารถูกดูดซึมนำไปใช้ประโยชน์ได้ ไขมันที่อยู่ในอะโวกาโดช่วยดูดซึมแคโรทีนอยด์บางชนิดที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ไลโคพีน (lycopene) ในมะเขือเทศสุก     บีตา-แคโรทีน (beta-carotene) ในผักสีส้ม เช่น แครอท และลูทีนในผักใบเขียว

References

http://www.rdi.ku.ac.th/kasetresearch52/04-plant/kwanhatai/plant_00.html

 



(เข้าชม 1,392 ครั้ง)

สมัครสมาชิก