Food Wiki

ค้นหา 6,333 คำศัพท์

มะม่วงหิมพานต์ / มะม่วงหิมพานต์

 

มะม่วงหิมพานต์ เป็นไม้ยืนต้นอยู่ในวงศ์ "ANACARDIACEAE" มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ "Anacardirm occidentale Linn." ชื่อพื้นเมืองมีหลายชื่อแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น เช่น "ยกร่อง (ใต้) กะแตแก (มาลายู,นราธิวาส) กายี (ตรัง) ตำหยาว ท้ายล่อ กาหยี ม่วงล่อ หัวครก กะแตแหล กาจู กาหยู ส้มม่วงชูหน่าย (ใต้) นายอ (มาลายู-ยะลา) มะม่วงกาสอ (อุตรดิตถ์) มะม่วงกุลา มะม่วงสังกา มะม่วงสิงหน มะม่วงหยอด (ภาคเหนือ) มะม่วงทูนหน่วย ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์มากที่สุดคือเมล็ด ซึ่งเป็นนัท ในกลุ่ม Tree nuts

ลักษณะทางพฤกษศาตร์ มะม่วงหิมพานต์เป็นต้นไม้ตระกูลเดียวกับมะม่วง เมื่อจำแนกตามสีของผลมี 2 พันธุ์คือ ผลสุกสีเหลืองจัด และผลสุกสีแดงคล้ำ

ลำต้น มะม่วงหิมพานต์ เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ มีความสูง 6-12 เมตร มีกิ่งก้านเป็นพุ่มแผ่กว้าง เป็นไม้เนื้ออ่อนที่มีเปลือกหุ้มภายในจะมียางสีเหลืองและเหนียวใบเป็นใบเดี่ยว สีเขียวเข้ม หนา ออกใบแบบสลับ ใบมีรูปร่างรูปไข่กลับ ปลายใบมนป้าน และฐานใบแหลม กว้าง 6-11  เซ็นติเมตร ยาว 7.5-19 เซ็นติเมตร

ดอก : ดอกออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง มีกลิ่นอ่อนๆ ประกอยด้วยดอกตัวผู้ ดอกตัวเมีย และดอกกระเทย ดอกตัว ผู้มี 5 กลีบ มีอับเกสร 7-10 อัน ภายในอับละอองเกสรมีลักษณะกลมสีชมพู เมื่อแก่เต็มที่จะเปลี่ยนเป็นสีเทา ดอกตัวเมียจะอยู่ตรงปลายช่อดอกมีรังไข่สีเหลืองอ่อน เมื่อได้รับการผสมจะเปลี่ยนเป็นสีชมพู จากนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองปนขาว

ผล : ส่วนของก้านดอกที่ได้รับการผสมแล้วขยายตัวพองขึ้น เรียกว่า ผลปลอม เมื่อสุกจัดจะเป็นสีเหลือง บางชนิดเป็นสีแดงคล้ำ ส่วนใหญ่จะกลมยาวรีป้อมๆ คล้ายชมพู่ ลักษณผลดังกล่าวเรียกว่า cashew apple ส่วนผลที่แท้จริงคือส่วนของเมล็ดที่มีลักษณะรูปร่างเหมือนไตติดอยู่ตรงปลายสุดของก้านผล

เมล็ด : ระยะแรกจะมีสีชมพูหรือสีม่วง มีขนาดใหญ่กว่าก้านดอก หรือที่มักเรียกว่าผล ซึ่งเป็นผลแบบ nut แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อน เมื่อโตเต็มที่จะลดขนาดลงเปลือกจะแข็ง และเปลี่ยนเป็นสีเทาอมเขียวหรือสีน้ำตาลปนเทา

การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว

การเก็บเกี่ยวที่ถูกต้องควรปล่อยให้ผลแก่เต็มที่แล้วร่วงหล่นจึงเก็บเกี่ยวเอาที่พื้น ไม่ควรเก็บบนต้น เพราะจะได้เมล็ดอ่อนไม่แก่เต็มที่ เมื่อเก็บมาแล้วให้บิดเมล็ดออกจากผลทันที เพื่อป้องกันเชื้อรา (mold) เข้าทำลายเมล็ด นำเมล็ดไปตากแดด (sun drying) ประมาณ 2-3 วัน ให้เมล็ดแห้งสนิท (ความชื้นไม่เกิน 12%) เพื่อเก็บรักษาไว้ได้นาน โดยไม่เน่าเสีย  นิยมเก็บใส่กระสอบรอการจำหน่ายต่อไป กระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ส่วนของเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ที่ใช้รับประทานได้ (kernel) เป็นกระบวนการหลายขั้นตอน ที่จะต้องระมัดระวังในการนำเปลือกด้านนอกและส่วนที่อยู่ด้านในออก เพราะเป็นอันตรายต่อผิวหนังและนัยน์ตา สิ่งสำคัญที่ต้องระมัดระวังในโรงงานผลิตมะม่วงหิมพานต์ คือ ในเรื่องของความสะอาดและการควบคุมแมลงและสัตว์ที่มาทำลาย เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ที่ได้ควรเก็บรักษาไว้ภายใต้บรรยากาศของไนโตรเจนหรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่อุณหภูมิ 8 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่า ในภาชนะที่ทำด้วยอะลูมิเนียมหรือแผ่นดีบุกหรือแผ่นเหล็ก มีอายุการเก็บรักษาได้เป็นปี มะม่วงหิมพานต์มีเอกลักาณ์เฉพาะตัวในเรื่องของกลิ่นและรสชาติ มีราคาสูง และเป็นที่สนใจของผู้บริโภค มีส่วนประกอบแตกต่างไปจากนัทชนิดอื่น คือ มีน้ำตาลร้อยละ 22 เมื่อเปิดภาชนะแล้ว ควรรีบนำไปรับประทานหรือใช้ประโยชน์โดยเร็วเพราะเกิดการหืนได้ง่าย

 

 



(เข้าชม 351 ครั้ง)

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
สมัครสมาชิก