Food Wiki

ค้นหา 6,333 คำศัพท์

Hepatitis A

Hepatitis A

ลักษณะโรค

ในผู้ใหญ่อาการเริ่มต้นส่วนมากจะมีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ แน่นท้อง ตามด้วยตัวเหลือง ตาเหลือง ภายใน 2-3 วัน
ซึ่งแตกต่างกัน ตั้งแต่มีอาการเพียงเล็กน้อยและหายไปใน 1-2 สัปดาห์ จนถึงในรายที่มีอาการรุนแรง และใช้เวลารักษานานหลายเดือน
ซึ่งจะพบได้เล็กน้อย ระยะพักฟื้นส่วนใหญ่มักใช้เวลาค่อนข้างนาน โดยทั่วๆ ไป ความรุนแรงมักจะเพิ่มขึ้นตามอายุ แต่มักจะหายอย่าง
สมบูรณ์โดยไม่มีโรคแทรกซ้อนเหลืออยู่ และจะไม่มีอาการกลับเป็นใหม่ ในเด็กการติดเชื้อนี้มักจะไม่ปรากฏอาการ มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก
มีอาการเล็กน้อย โดยไม่มีอาการเหลือง แต่สามารถวินิจฉัยได้โดยการทดสอบการทำงานของตับ อัตราป่วยตายร้อยละ 0.1-0.3 ในผู้ป่วย
ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี พบอัตราป่วยตายร้อยละ 1.8

 

การวินิจฉัยโรค

โดยตรวจพบภูมิคุ้มกันชนิด IgM ต่อไวรัสตับอักเสบ เอ (IgM anti HAV) ในน้ำเหลืองที่เก็บทันทีหรือขณะป่วย
สามารถตรวจพบได้ใน 5-10 วันหลังติดเชื้อ และพบจนถึง 6 เดือนหลังเริ่มป่วย ร่วมกับการตรวจพบภูมิคุ้มกันที่จำเพาะต่อ
เชื้อไวรัสเพิ่มขึ้น 4 เท่าหรือมากกว่าในน้ำเหลืองที่เจาะ 2 ครั้ง โดยวิธี RIA หรือ ELISA หรืออาจใช้หลักฐานทางระบาดวิทยา
ช่วยในการวินิจฉัยโรคสำหรับ IgG anti-HAV จะตรวจพบในช่วงต้นของการติดเชื้อและคงอยู่ตลอดไปซึ่งจะป้องกันโรคได้ตลอดชีวิต

 

สาเหตุ

ไวรัสตับอักเสบชนิด เอ (HAV) เป็น RNA virus เป็นสมาชิกตระกูล picornaviridae

 

วิธีติดต่อ

จากคนสู่คนโดยเชื้อเข้าสู่ปาก เชื้อจะอยู่ในอุจจาระของผู้ป่วย ซึ่งพบระดับสูงสุดในสัปดาห์แรกหรือสองสัปดาห์ก่อน
เริ่มแสดงอาการและลดลงอย่างรวดเร็วหลังจากตับเริ่มแสดงการทำงานลดลง หรือเริ่มแสดงอาการ พร้อมกับพบภูมิคุ้มกันในกระแส
โลหิต การระบาดของโรคนี้มักจะเกิดจากแหล่งโรคร่วมโดยสัมพันธ์กับการปนเปื้อนเชื้อในน้ำและอาหารที่ปนเปื้อนจากผู้เตรียมอาหาร
ที่เป็นพาหะของโรค รวมทั้งรับประทานอาหารที่ไม่ได้ทำให้สุกหรือมีการจับต้องอาหารภายหลังปรุงสุก รวมทั้งน้ำนม สลัด
หอยปรุงไม่สุก ที่เก็บจากน้ำบริเวณที่ปนเปื้อนเชื้อ เคยมีรายงานการติดต่อของโรคนี้โดยการได้รับเลือดจากผู้ให้เลือดที่กำลังอยู่ในระยะ
ฟักตัวของโรค แต่พบไม่บ่อย

ระยะฟักตัว 15-50 วัน โดยเฉลี่ยประมาณ 28-30 วัน

ระยะติดต่อ จากการศึกษาการติดต่อในคน และหลักฐานทางระบาดวิทยาชี้ชัดว่า ระยะเวลาที่จะเกิดการติดเชื้อได้สูงสุดอยู่ใน
ช่วงครึ่งหลังของระยะฟักตัว จนถึงประมาณ 2-3 วัน หลังจากเริ่มมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง (หรือในช่วงของจุดสูงสุดของ
aminotransferase enzyme ในผู้ป่วยที่ไม่มีตัวเหลือง ตาเหลือง) ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหมดระยะติดต่อของโรคหลังจากมีอาการตัวเหลือง
ตาเหลืองไปแล้ว 1 สัปดาห์

 

อาการและอาการแสดง

ผู้ป่วยมักมีอาการไม่สบายเล็กน้อยนำมาก่อน 1 อาทิตย์ เช่น เบื่ออาหาร ไข้ ปวดเมื่อย คลื่นไส้ อาเจียน ต่อมามีปัสสาวะสีเข้ม
ตัวเหลือง ตาเหลือง จุกแน่นบริเวณใต้ชายโครงขวา มีผื่นที่ผิวหนัง และไม่มีประวัติได้รับยา หรือสารพิษที่เป็นสาเหตุของตับอักเสบ
เฉียบพลัน อาการต่างๆจะทุเลาและหายไป 3-4 สัปดาห์ ในเด็กเล็กมีอาการเล็กน้อย บางรายมีอาการเพียงไม่กี่วัน แต่ถ้าเป็นในเด็กโต
หรือ ผู้ใหญ่จะมีอาการเป็นสัปดาห์ โดยเฉลี่ยประมาณ 3 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค เมื่อผู้ป่วยหายจากโรคจะมีภูมิคุ้มกันไป
ตลอดชีวิต อาการแทรกซ้อนของโรคที่พบได้แก่ ตับวายเฉียบพลัน ตัวเหลืองยาวนานจากการคั่งน้ำดีในตับ

 

การรักษา

ผู้ป่วยตับอักเสบเอ มีอาการเล็กน้อยและหายได้เอง การรักษาเป็นเพียงประคับประคองป้องกันการขาดน้ำ ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ
ภาวะเลือดออก และตับวาย

 

วิธีควบคุมและป้องกันโรค

มาตรการป้องกันโรคตับอักเสบ

1. ให้ความรู้แก่สาธารณชนเกี่ยวกับสุขาภิบาลและสุขนิสัยส่วนบุคคลที่ดี โดยเน้นการล้างมือ การกำจัดอุจจาระ
ตามหลักสุขาภิบาล

2. จัดให้มีระบบน้ำดื่ม น้ำใช้ที่สะอาดทั่วถึงและมีระบบการกำจัดสิ่งปฏิกูล

3. ในสถานรับเลี้ยงเด็ก ควรมีมาตรการเข้มงวดเพื่อลดโอกาสการติดต่อทางอุจจาระสู่ปาก โดยเน้นให้ล้างมือทุกครั้ง
หลังเปลี่ยนผ้าอ้อมและก่อนรับประทานอาหาร ถ้ามีผู้ป่วยในสถานรับเลี้ยงเด็ก หรือมีผู้ป่วยในครอบครัวของผู้ดูแลเด็ก
ควรฉีด Immunoglobulin ให้กับผู้ดูแลเด็กและพิจารณาฉีดให้คนในครอบครัวของผู้ดูแลเด็กด้วย

            4. จัดทำโครงการให้สุขศึกษา โดยเน้นหนักในเรื่องการกำจัดอุจจาระให้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล และการล้างมือ
หลังจากใช้ส้วมและก่อนกินอาหาร มาตรการพื้นฐานของการป้องกันการแพร่เชื้อจากอุจจาระ-สู่ปาก

5. หอยนางรม หอยกาบ และสัตว์น้ำจำพวกมีเปลือก ที่เก็บจากบริเวณที่มีเชื้อไวรัสนี้ ก่อนรับประทานควรทำให้สุก
ด้วยความร้อน ระดับ 85-90 องศาเซลเซียส (185-194 องศาฟาเรนไฮต์) เป็นเวลา 4 นาที หรือนึ่งภายใต้ความดัน 90 วินาที

6. การป้องกันโรคตับอักเสบเอ ใช้วัคซีนเชื้อที่ตายแล้ว โดยเตรียมมาจากการใช้เชื้อไวรัสจากการเพาะเชื้อในเนื้อเยื่อ
มาให้บริสุทธิ์ และทำลายฤทธ์ด้วยฟอร์มาลิน สามารถกระตุ้นให้ร่ายกายสร้างภูมิคุ้มกันในการป้องกันโรคได้อย่างดี โดยให้วัคซีน
2 ครั้งห่างกัน 6 เดือน ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้น สามารถป้องกันได้นานมากกว่า 10  ให้วัคซีนในเด็กอายุ 2 ปีขึ้นไป (preexpsure
immunization) ในกรณีเด็กต่ำกว่า 2 ปี ไม่ให้เพราะจะไปขัดขวางภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากแม่

7. ให้วัคซีน Hepatitis A เพื่อป้องกันในกลุ่มเสี่ยง รวมทั้งเด็กที่อยู่ในพื้นที่ที่ยังคงมีความชุกของโรค ให้
Immunoglobulin (IG) ในผู้สัมผัสใกล้ชิด (ผู้สัมผัสร่วมบ้าน คู่นอน) ภายใน 2 สัปดาห์ (postexposure prophylaxis)
ทั้งนี้อาจให้วัคซีน Hepatitis A พร้อมกันไป โดยแยกฉีดที่แขนคนละข้าง

8. ผู้ที่จะเดินทางไปในพื้นที่ที่มีความชุก ควรฉีด Immunoglobulin (IG) หรือวัคซีน Hepatitis A ก่อนเดินทาง
ซึ่งจะให้ผลในการป้องกันได้ 4 สัปดาห์หลังฉีด หากต้องอยู่นานต้องฉีดซ้ำทุก 4-6 เดือน

 

การควบคุมผู้ป่วย ผู้สัมผัส และสิ่งแวดล้อม

การรายงาน: ตามระบบเฝ้าระวังโรคสำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข

การแยกผู้ป่วย: ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ควรแยกผู้ป่วยเพื่อป้องกันการติดเชื้อ 2 สัปดาห์แรกของการป่วย
แต่ไม่เกิน 1 สัปดาห์ หลังจากปรากฏอาการตัวเหลือง ตาเหลือง

การทำลายเชื้อ: - มีการกำจัดอุจจาระ ปัสสาวะ และเลือดอย่างถูกหลักสุขาภิบาล ซึ่งเชื้อ HAV

• ถูกทำลายโดยความร้อนที่ 85 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 นาที

• ใช้ autoclave (121 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 20 นาที)

• มีแสง Ultraviolet (1.1W ที่ความลึก 0.9 เซนติเมตร เป็นเวลา 1 นาที)

• Formalin (ร้อยละ 8 เป็นเวลา 1 นาทีที่ 25 องศาเซลเซียส)

• Potassium permanganate (30 mg/ลิตร เป็นเวลา 5 นาที)

• Iodine (3 mg/ลิตร เป็นเวลา 5 นาที)

• chlorine (free residual chlorine 2-2.5 mg/ลิตร เป็นเวลา 15 นาที)

• สัตว์น้ำจำพวกมีเปลือก เช่น หอย กุ้ง ปู ที่มาจากทะเลที่มีการปนเปื้อนเชื้อนี้ควรทำให้สุกอย่างน้อยที่อุณหภูมิ 90 องศาเซลเซียส
 เป็นเวลา 4 นาที หรือใช้อบภายใต้ความดัน เป็นเวลา 90 นาที

• เชื้อนี้จะอยู่ได้หลายปีภายใต้อุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียล

แยกผู้ต้องสงสัย: ไม่จำเป็น

การให้ภูมิคุ้มกันแก่ผู้สัมผัส: การให้ภูมิคุ้มกันชนิด passive ด้วย Immunoglobulin (IG) ในขนาด 0.02 มิลลิลิตรต่อ
น้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ควรให้โดยฉีดเข้ากล้ามเนื้อเร็วที่สุดภายหลังสัมผัสโรค แต่ต้องไม่เกิน 2 สัปดาห์ โดยให้แก่ทุกคนใน
ครอบครัวที่มีประวัติสัมผัสผู้ป่วย ผู้ที่ได้รับวัคซีน 1 ครั้งก่อนสัมผัส 1 เดือนไม่ต้องให้ IG

การสอบสวนผู้สัมผัส: ค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ และดำเนินการเฝ้าระวังโรคของผู้สัมผัสโรคในบ้านผู้ป่วย หรือในการระบาด
ควรมีการสอบสวนโรคในกลุ่มที่เสี่ยงต่อการสัมผัสโรค ควรให้ IG ในผู้สัมผัสใกล้ชิดในครอบครัว ในสถานเลี้ยงเด็ก ผู้ที่มีเพศ
สัมพันธ์กับผู้ป่วย ผู้ที่ฉีดยาเสพติด

มาตรการในขณะระบาด:

ดำเนินการสอบสวนทางระบาดวิทยา เพื่อหาวิธีติดต่อไม่ว่าจากคนสู่คน หรือจากพาหะนำโรคที่พบบ่อย และเพื่อหากลุ่ม
เสี่ยงต่อการติดเชื้อ กำจัดแหล่งแพร่เชื้อที่พบบ่อยทุกแห่ง ถ้าเกิดการระบาดหรือพบเชื้อตับอักเสบจากไวรัส เอ ในผู้ประกอบอาหาร
ควรให้



(เข้าชม 304 ครั้ง)

comments powered by Disqus
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
สมัครสมาชิก