Food Network Solution
ถาม-ตอบ แลกเปลี่ยนความรู้ => แลกเปลี่ยน เรียนรู้ => ข้อความที่เริ่มโดย: Nozzle ที่ มกราคม 11, 2011, 02:05:30 AM
-
สำหรับคนที่มีความรู้ก็แลกเปลี่ยนกันได้ค่ะ
สำหรับน้องๆที่ยังไม่เคยทำระบบ ก็ขอคำแนะนำ พูดคุยกันได้นะคะ ยินดีค่ะ
-
เคยจะทำคะ แต่ทำคนเดียวไม่ไหว เลยต้องยกเลิกไปก่อน
-
ทำคนเดียวคงไม่ไหวแน่ ต้องเป็นทีม ที่โรงงานทำอะไรคะ
-
ทำสับปะรดกวนคะ ไปอบรมมาแล้วกับสถาบันอาหาร
ไม่ไหวคะ เหนื่อยมาก เลยต้องหยุดไปก่อน
ขอปรับปรุงโรงงานไปก่อน
-
พี่พี่ ป้าป้า ถ้าอยากแก้พฤติกรรมเก่าๆ ตามที่พนักงานเคยทำกันมาอย่างไม่สอดคล้องกับ GMP
เช่น ในเรื่องความสะอาดของพื้นที่ทำงาน ให้ได้ผลอย่างเร็วๆ พอจะแนะนำสูตรเด็ดได้ป่าว
-
ขอโทษอีกครั้งที่มาตอบช้านะคะ
การทำ GMP/HACCP เป็นเรื่องของทุกส่วนงานในองค์กร ทำคนเดียวไม่ไหวแน่นอนค่ะ
ทั้งนี้คงต้องขึ้นกับผู้บริหารสูงสุดจริงๆ หากผู้บริหารสูงสุดมีความมุ่งมั่นอย่างจริงจังและคอย support
ต้องสำเร็จอย่างแน่นอนค่ะ
สำหรับคำถามของคุณ ป.1 นะคะ ขอตอบว่า
มีวิธีแก้สองแบบค่ะ
แบบที่ 1 (แบบขอความร่วมมือและสร้าง culture ที่ดี) ทำกิจกรรม 5 ส. ประกวด และให้รางวัลค่ะ
แบบที่ 2 (แบบบังคับโดยใช้อำนาจผู้บริหาร) เข้า audit ตามพื้นที่ และออก car/par ส่ง car/par ขึ้นสู่ระดับบริหาร เพื่อให้รีบแก้ไข
ซึ่งจะเลือกแบบไหนนั้น ก็คงต้องขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมองค์กรนะคะ ว่าเหมาะกับแบบไหน
หรือจะทำแบบที่ 1 ก่อนก็ได้ค่ะ ถ้าไม่ได้ผลแล้วค่อยใช้แบบที่ 2
แต่ถ้าต้องการผลแบบสายฟ้าแลบ ก็เลือกแบบที่ 2 ได้เลยค่ะ แต่ก็จะเกิดแรงต้านเยอะนะคะ บริหารยากหน่อยค่ะ
Nozzle
-
ขอบคุณ พี่ Nozzle ที่ให้คำแนะนำ เคยขอความร่วมมือและพยายามสร้าง culture ที่ดีเหมือนกัน (หลายครั้งแล้ว) แต่กลับไปเหมือนเก่าเร็วมาก คงจะขอนำแบบที่ 2 ไปใช้ ไม่ทราบว่าแรงต้านต่างๆ ที่ พี่ Nozzle เคยเจอเป็นอะไรบ้าง แล้วพี่จัดการอย่างไร
-
คือปกติ resistance ที่พบ ก็เกิดจากระดับบังคับบัญชาของเจ้าพื้นที่ ที่ถูก audit นั่นแหละค่ะ
เพราะเค้าจะรู้สึกว่า เค้าถูกทำร้ายอยู่ จากการ audit ของเรา เพราะเราต้องรายงานสิ่งที่พบให้กับผู้บริหารทราบ ก็กลัวว่าจะเป็นความผิด
(แต่ในความเป็นจริงเราก็ต้องการฟ้องจริงๆแหละค่ะ แต่ว่าเราต้องบริหารให้เป็นเชิง positive นะคะ)
ดังนั้น ในการจัดการนั้น ต้องอาศัยผู้บริหาร แล้วก็อาศัยตัวเราซึ่งเป็น auditor ด้วยค่ะ
1.ผู้บริหารต้องเรียกประชุมเพื่อแจ้งสถานะว่า ขณะนี้ระบบ 5 ส ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
ดังนั้นจึงต้องมีการ audit ทุกพื้นที่เพื่อค้นหาสาเหตุของการไม่สามารถปฏิบัติระบบ 5 ส ได้
แต่ไม่ได้หาว่าเป็นความผิดของใคร เวลาทำ audit เรื่องพวกนี้ จะต้องเน้นย้ำว่า audit ระบบ ไม่ได้ audit คน
2.lead auditor ผู้เข้า audit ต้องทำการชี้แจงอย่างมีนัยสำคัญว่า มา audit ระบบ เพื่อค้นหาสาเหตุความผิดพลาดของระบบ
ไม่ได้มา audit คน หรือมาจับผิดคน และต้องเน้นย้ำว่า ผลการ audit ไม่ได้มีผลให้โทษแต่อย่างไร
ซึ่ง lead auditor ต้องมีศิลปะในการพูดพอสมควรค่ะ
อย่างน้อยการทำสองอย่างนี้จะช่วยลด resistance ได้ในระดับนึงค่ะ เพราะอย่างน้อยเป็นนโยบายลงมาจากผู้บริหารนะคะ
-
แหม ถ้ามีเพื่อนร่วมทีมเจ๋งๆ อยางพี่ Nozzle คงดี เคยเจอแรงต้านพร้อมมีแนวทางแก้ไข
น้องที่ทำด้านนี้อยู่ อายุงานปีกว่า จึงยังไม่เห็นผลทันใจ
หากพี่ เคยเจอแรงต้านอื่นๆ ขอช่วยแนะนำด้วย
ตอนนี้ยริษัทก็กำลังหาทีมเพิ่มทั้งระดับ ซุปเปอร์ไวเซอร์ และผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายผลิต อยากได้ที่มีประสบการณ์อย่างพี่
หากพี่สนใจมาร่วมทีม บอกได้เลย จะรีบไปแจ้ง MD
อิอิ ชวนซะเลย :D
-
555 ขอบคุณค่าสำหรับการเชื้อเชิญไปร่วมทีม ถึงไม่ได้ร่วมทีมกันก็ไม่เป็นไรนะคะ ยินดีตอบทุกคำถามค่ะ
ก็หวังว่าความเห็นของพี่จะมีประโยชน์ต่อผู้อื่นบ้างนะคะ
-
พี่ Nozzle ช่วยได้เย๊อะเลย อย่างน้อยก็อุ่นใจ
จะบอกน้องเค๊าด้วย
คงได้ เขียนมาถามและปรึกษาฟรี แหงๆ ถึงไม่เหมือนตัวเป็นๆ มาช่วย
แต่ว่าตัดสินใจใหม่ได้น๊ะ เค๊าซีเรียส อยากเห็นผลเร็วๆ :mrgreen:
-
ขอร่วมแจมด้วย เห็นบอกว่ากำลังหาทีมเพิ่มทั้งระดับ ซุปเปอร์ไวเซอร์ และผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายผลิต
เวลาเข้าไปที่ใหม่ ก็อย่าใจร้อน สั่งแก้ไขปุ๊บปั๊บ หากไม่เข้าใจ แก้อย่างหนึ่ง อาจสร้างปัญหาหลายอย่างตามมา
หลังเข้าไปร่วมทีม ให้ใช้เวลา สักระยะ (แต่อย่าให้นานมาก เพราะวัยรุ่น ใจร้อน รออยู่เย๊อะ)
ให้เก็บรายละเอียดการทำงาน ศึกษาสเปค แก๊ง/กลุ่ม/ก๊ก ต่างๆ จนเข้าใจ
แล้วถึงทดลองปรับเปลี่ยน… หากทำแบบเดิม จะไม่สามารถพัฒนาได้เลย
ในระหว่างทดลองปรับเปลี่ยน อาจมีเสียงหลายๆแบบ ทั้งจากทีมงานหรือแผนกอื่นๆ… เบาๆ พอได้ยิน
และหากผลการทดลองปรับเปลี่ยนครั้งแรก ยังไม่ได้ผลเป็นที่พอใจ ก็จะมีเสียง จ๊อกแจก จอแจ… ดังมากขึ้น
ให้อดทนและพิจารณาดู แล้วปรับเปลี่ยนอีก โดยนิ่งและไม่ตอบโต้ใดๆ จนท้ายที่สุดดีขึ้น
เช่น ลดเวลาที่ใช้ในการล้าง, คัด, ตัดแต่ง, ส่งของได้ตามสเปค, ลดการคืนสินค้า, สะอาดจนดมดูได้, ฯลฯ
ซึ่งหากมาถึงจุดนี้ ทีมงานทั้งหมดจะเริ่มยอมรับ…ไม่มีเสียงจุ๊บจิ๊บต่างๆ
ใช้เวลานิดหน่อย แต่ต้องใช้ความอดทนมาก
ก่อนรับงานที่ใด ต้องพิจารณาแล้วว่าเราเอาอยู่ในงานที่ได้รับมอบหมาย…ถึงรับงาน
ที่สำดัญเรามีประสบการณ์ผ่านมาแล้วหลายด่าน
ก็ขอเป็นกำลังใจสำหรับคนใหม่
-
ถึงคุณ ป.1
ขอบคุณสำหรับคำเชื้อเชิญให้ร่วมทีมกันครั้งที่ 2 ค่ะ 5555
พอดีตอนนี้พี่รับงานเปิดโรงงานใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมไปแล้วอ่ะค่ะ
คงยากที่จะมีโอกาสได้ร่วมทีมกัน แต่เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการตอบคำถาม
ส่งเมล์มาถามได้ที่ chocobe_leeloo@yahoo.com ค่ะ ถามใน webboard พี่อาจตอบช้าไม่ทันเหตุการณ์ค่ะ
เพราะสองสามวันพี่ถึงจะเข้ามาอ่านซักที
แต่ถ้าไม่รีบเอาคำตอบ ก็ถามใน webboard ก็ดีเหมือนกันนะคะ จะได้เป็นกรณีศึกษาสำหรับผู้อื่น
ที่เข้ามาอ่านด้วยอ่ะค่ะ
กรณีพิเศษ ถ้าผู้บริหารอนุญาตนะคะ ก็ยินดีไปช่วย review ให้ถึงหน้างาน ฟรีค่ะ ถือว่าแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะคะ
(ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลนะคะ ออกต่างจังหวัดพี่ไปไม่ไหวคะ 5555)
ถึงคุณ ป.2/1 ขอบคุณที่มาร่วม share กันค่ะ
วิธีที่คุณ ป.2/1 เป็นวิธีบริหาร change management ที่ดีมากๆค่ะ
เพราะว่าการรู้ politic ในองค์กร(ก๊ก/กลุ่ม/แก๊งค์)
ช่วยให้เราปรับเปลี่ยนและบริหารการเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้นค่ะ
-
อ่านข้อความที่พี่ Nozzle และ คุณ ป.2/1 เขียนมาแล้ว นอกจากอุ่นใจแล้ว ยังดีใจมากๆ
ถึงเราและน้องที่ทำอยู่ ยังประสบการณ์น้อย แต่มีพี่ๆ ที่พร้อมช่วยให้คำแนะนำ
เพราะบางที่ อยากจะปรึกษาหัวหน้าตรงๆก็ … พี่คงเข้าใจ
ชอบพี่มากๆ ที่อนุญาตให้ถามโดยตรง หรือฝากใน webboard เพื่อเป็นกรณีศึกษา
หากมีหัวหน้าที่ใจดี มีเมตตา เผื่อแผ่ อย่างพี่ คงดี
ส่วนกรณีพิเศษ ขอน้อมรับด้วยความขอบพระคุณอย่างสูง จะพยายามช่วยกันเองให้ถึงที่สุดก่อน ไว้จำเป็นจริงๆค่อยว่าอีกที
ดูจากการมอบหมายงาน ผู้บริหารระดับสูง เค๊าคงไม่ว่า เพราะเค๊าก็พยายามสร้างและคัดเลือกทีมเพื่อให้บรรลุเป้า
ตอนนี้ขออนุญาตถาม และทยอยปรับไปก่อน ว่าได้ผลอย่างไรก็ เพราะคงต้องดูเรื่อง แก๊ง/กลุ่ม/ก๊ก ต่างๆ อย่างที่คุณ ป.2/1 แนะนำด้วย
พี่เคย เจอพนักงานหยุดค่อนข้างบ่อยหรือไม่ บริษัทเคยให้ออก แต่แฟนเค๊ายังอยู่
เราจะทำอย่างไร ถึงจะรักษา แผลใจของแฟนเค๊า ให้ทุกอย่างกลับเป็นปรกติ การประสานงานไม่ติดขัด
-
ขอบคุณ คุณ Nozzle ที่ชม ไม่บ้ายอนะ แต่ชอบมาก ขอเขียนและเล่าต่อ เผื่อได้อีก
ในฐานะเป็นคนใหม่, คนเก่าที่ไปรับงานแผนกใหม่, มีโปรเจคใหม่ๆ, หรือมีการปรับเปลี่ยน (ให้ออก) คนที่เข้าไปรับงานตรงนั้นก็ต้องเจอแรงต้านบ้าง
โดยเฉพาะหากช้า หรือการปรับเปลี่ยนครั้งแรกๆ ผลไม่เป็นที่พอใจ เพราะในที่เก่า จะมีคนที่พยายามจะเป็น เจ้าพ่อ เจ้าแม่ ต่างๆ
ลองนึกถึงหมาต่างถิ่น ที่เดินเข้ามาในซอย บ้านเรา จะเห็นพฤติกรรมหมาในซอยหลายๆแบบ
ยินดี ต้อนรับเพราะมีเพื่อนใหม่ เห่าขมขู่ กัดเดี่ยวๆ หรือแม้กระทั่งรุมกัด
ไม่ได้ว่าใครเป็นหมา แมว นะ ให้เปรียบเทียบ…
เอ ไม่ใช่. ให้ลองนึกถึง พฤติกรรมตามธรรมชาติของหมา หรือสัตว์ชนิดต่างๆ เท่านั้น คนเราหากไม่ควบคุมก็จะแสดงอาการบางอย่างที่ไม่แตกต่าง พฤติกรรมเหล่านี้จะมีเพราะกลัวว่าเราจะได้รับการยอมรับจากทีมของเค๊ามากกว่า จึงต้องแสดงอาการข่มไว้ก่อน คนแบบนี้น่าสงสารเป็นคนรุ่นเก่า ที่ไม่ได้รับการ…..ให้เขียนต่อเอง
การที่บริษัทมอบหมายให้เราดู GMP. HACCP, Etc ก็จงภูมิใจ และเชื่อมั่นในตัวเอง และทำต่อไป
ตามที่ถาม การแก้เบื้องต้นก็ให้ใช้ความอ่อนน้อมถ่อนตน และความน่ารักเรา (น่าจะมีบ้าง) เข้าประสานงานทุกเรื่อง
โดยนำ น และ กาวใจ ไปเย๊อะๆ จะได้ไม่เป็นการ ประสานงา
ให้ทำงานเต็มที่ เพื่อให้ผลของงานออกมา เป็นที่ยอมรับ
แต่ไม่ใช่ว่า อะไรจะร้ายไปหมด คนดีๆ อย่างพี่ Nozzle ก็มีเย๊อะ และทีมงานบางคนก็กำลังรออยู่ว่า
เราจะช่วยเค๊าได้ในจุดไหน พร้อมให้ความร่วมมือที่ดีและให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ ก็ต้องหาให้เจอจ๊า สู้ สู้ ขอเป็นกำลังใจ
-
ขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อตอบคำถามหน่อยนะคะ
ขอใช้นามสมมุติ(55) คุณ A คือคนที่ถูกให้ออกเพราะหยุดงานบ่อย
คุณ B คือแฟนของคนที่ถูกให้ออกที่คุณ ป 1 อยากจะรักษาแผลใจเนี่ยนะคะ
1.คุณ B อยู่ตำแหน่งอะไร อายุงานเท่าไหร่ รับผิดชอบเยอะแค่ไหน มี scope อะไรที่เกี่ยวกับ GMP/HACCP
2.ทำไมคุณ ป 1 ถึงอยากจะรักษาแผลใจ คุณ B คะ
คงต้องขอข้อมูลเพิ่มเติม ข้อมูลน้อยไปการตัดสินใจอาจผิดพลาด ต้องมอง 360 องศาก่อนนะคะ
ถึงคุณ ป 2/1 หากคำชมนี้มีผลต่อความรู้ของสาธารณะชน ก็คงต้องขอชมด้วยความนับถืออีกครั้งค่ะ 555
คุณ ป 2/1 จะได้มาเขียนเยอะๆ
การบริหาร change managment ทำยากค่ะ โดยเฉพาะคนไม่เคยมีประสบการณ์ ชนไปก็ดับอนาถทุกราย
ผ่อนไปก็เข้าไม่ถึงตัวนะคะ ต้องหัดผ่อนหนักผ่อนเบาให้ถูกที่ถูกเวลา
อ่าน share ของคุณ ป 2/1 แล้ว ก็พาดิฉันได้ความรู้ไปด้วยนะคะ
-
พี่ครับ อาจารย์ให้เขียน HACCP plan ของผลิตภัณฑ์ในวิชา FOOD Processing
แต่ผมไม่มีฟอร์มขอที่ครับ
-
ส่ง email น้อง มาที่ chocobe_leeloo@yahoo.com ค่ะ
เดี๋ยวพี่ส่งแบบฟอร์มกลับไปให้ค่ะ
-
แหม เพราะคุณ Nozzle แจกลูกยอมาให้
ใจคน หากได้ มธุรสวาจา ยาหอม ยาดม ก็ต้องเอาไปปลื้มบ้าง
ในที่ทำงานก็เหมือนกัน ทุกคนอยากมีส่วนร่วมและเป็นที่ยอมรับอยู่แล้ว การพูดดีๆ ให้เข้าใจว่าต้องการอะไร เป้าหมายอย่างไร
หากเค๊าช่วยอะไรได้ มันก็ทำให้อยากทำอยากช่วยมากขึ้น ดีกว่าเป็นการสั่งตามหน้าที่ โดยใช้คำพูดที่ไม่น่าฟัง
สรุป ถึงไม่บ้ายอก็ต้องขอเขียนต่อ
อันนี้สำคัญ ก่อนรับงานใด ต้องพิจารณาแล้วว่าเราเอาอยู่ในงานที่ได้รับมอบหมาย…ถึงรับงาน
หากเรารับ แต่ไม่สามารถเอาอยู่ จะทำให้เสียกำลังใจ
หากเสียกำลังใจนานๆ ก็จะ…หมดกำลังใจ
หากหมดกำลังใจนานๆ ก็จะ…ให้ต่อเอาเอง
โดยทั่วไป เค๊าคิดว่า เราทำได้ถึงมอบงานนั้นๆ มาให้ [ยกเว้นการมอบงานมาให้ ด้วยเจตนาอย่างอื่นน๊ะ]
เพราะฉะนั้น อย่าเสียเวลาไปนั่งกลัว กังวล หรือ บ่น
ให้พิจารณาดูว่า งานนี้หากจะทำให้สำเร็จ
ปรกติต้องใช้เวลาเท่าไหร่ หากมีฝีมือจะใช้เวลาน้อยกว่าคนทั่วไป เราก็ถือโอกาสโชวฝีมือซะเลย
ต้องใช้ปัจจัย อะไรบ้าง เช่น อุปกรณ์ต่างๆ จำนวนคน ทีมงาน การสนับสนุนจากหน่วยงานใด
ความรู้ประสบการณ์พอหรือไม่ หากไม่ หาตัวช่วย เช่น ขอไปอบรม หาหนังสือ เขียนถาม อืนๆ
จัดลำดับก่อน-หลัง แล้วก็เริ่ม…
ไม่ต้องกลัว ระหว่างการทำให้บรรลุเป้าหมาย มีอุปสรรคมาให้เราแก้อยู่แล้ว ไม่งั้นเค๊าคงให้ รปภ มาทำ
รปภ ก็ชำนาญและเหมาะกับงานแบบ รปภ เราก็เหมาะกับงานที่ได้รับมา ไม่งั้นงานคงไม่เข้า…มาที่เรา
จริงๆ เป็นเรื่องธรรมดาที่คนทั่วไปรู้อยู่แล้ว แต่ก็มีเย๊อะที่เสียเวลาไปกับการ กังวล หรือ บ่น
สำหรับการชนแล้วดับอนาถ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ถึงแม้มีประสบการณ์ ไม่ได้พูดให้กลัว แล้วไม่ยอมชน
เพราะถ้าไม่ชนเลย หรือให้หัวหน้าชนให้ตลอด เราก็จะเป็นเด็กตลอด
การผ่อนหนักผ่อนเบาให้ถูกที่ถูกเวลา จึงเป็นเรื่องสำคัญ แบบที่ ตุณ Nozzle ว่า
เช่น ชนแล้วรู้จักไปบอกขอโทษและชี้แจงว่า จริงๆต้องการอะไร ขอให้ข้อมูลเค๊าเพิ่มเติม ไม่ได้มีเจตนาร้าย
การชี้แจ้งตามหลัง หลังจากอารมณ์เย็นขึ้นทุกฝ่ายแล้ว การอธิบายของเราและการรับรู้ของทีมงานจะดีขึ้น
และเป็นการบอกว่าเราไม่ได้เอามาถือโกรธ โดยอย่าลืมนำ น และ กาวใจ ไปเย๊อะๆ หากยังไม่คล่องก็ ต้องเอายา ทัมใจ ไปด้วย หรือกินไปล่วงหน้า
ห้ามคิดว่า เราเก่งกว่า ตำแหน่งสูงกว่า หรือเราเป็นฝ่ายถูก เลยไม่ไปขอโทษ ซึ่งจะทำให้การประสานงานต่อไปเป็นการประสานงา
ให้เอาความเก่งกว่า ตำแหน่งที่สูงกว่า ฝ่ายถูก-ผิด ทิ้งไป
แต่ให้เอาความอ่อนน้อมถ่อนตน+ความน่ารักของเรา (คงหาเจอบ้างแล้ว) ไปแทน
เมื่อเรารับมอบหมายงาน คือมองที่ความสำเร็จของงาน ไม่ว่าเค๊าคนนั้น จะประสานงานยากอย่างไร
หลังจากเราได้ทำ ไปสัก 2-3 เรื่อง ก็จะเริ่มดีขึ้นในการประสานงานต่อๆ ไป
ดูเหมือนง่าย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำได้ทุกคน นั่นนะซิ ตำแหน่งผู้บริหาร จึงมีน้อย ใช่ป่าว!
-
5555 ถูกใจ แล้วก็ เห็นด้วยกับบรรทัดสุดท้ายของคุณ ป 2/1 เป็นอย่างที่สุด ผู้บริหารนับว่าเป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับระดับพนักงาน
ดังนั้น ไม่ว่าเราจะเป็นผู้บริหารระดับสูง กลาง หรือระดับต้น ก็ควรจะต้องมีศิลปะในการปกครอง
ต้องขออนุญาติใช้คำว่าศิลปะเลยนะคะ เพราะเครื่องมือในการบริหารมีให้เลือกใช้เยอะแยะ
แต่ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้องซึ่งไม่มี format ที่ถาวร เนื่องจาก ไม่มีเหตุการณ์ใดที่เหมือนกัน 100%
ก็คงจะต้องเลือกใช้ให้ถูกที่ถูกเวลา และถูกกับคนที่เราจะใช้ด้วยนะคะ
-
ยังทำการบ้าน พี่ Nozzle ยังไม่เสร็จดีเลย แต่ขอให้ข้อมูลกว้างๆ ไปก่อน
1. ตำแหน่งสูง ความรับผิดชอบเย๊อะ อายุงานมากกว่า 5 ปี เป็นคนเก่ง ตอนนี้ไม่ได้ดู GMP/HACCP โดยตรง
2. ที่อยากจะรักษาแผลใจ คือคิดแบบ ใจเขา-ใจเรา หากเราเจอเองจะมีผลกระทบกับใจมากน้อยแค่ไหน
จะทำให้ความทุ่มเทในงาน ลดลงหรือไม่ และการประสานงานจะติดขัดอย่างไร
จึงอยากทราบจากประสบการณ์ที่พี่ๆ เคยเจอ เพื่อเป็นแนวให้การประสานงานในอนาคตให้ไม่ติดขัด
สำหรับความอ่อนน้อมถ่อมตนคิดว่าพอมี ตอนนี้ กำลังค้นหา ความน่ารักของตัวเอง แบบที่ พี่ ป.2 แนะนำไว้
แต่ที่พี่ ว่ามีศิลปะเนี่ย เหมือนกับคุณครูบอกให้เป็นเด็กดีเลย มันกว้างดี พอมีตัวอย่างให้ดู ก่อนสอบ เอ๊ย นำไปใช้บ่างป่าว
ยังไงก็ ต้องขอขอบพระคุณ พี่ทั้งสองเย๊อะๆ เลยละ ได้ทั้งกำลังใจและแนวทาง
-
แหม คุณ Nozzle บอกมาว่าถูกใจ ไม่บ้ายอจริงๆนะ แต่ชอบมากเฉยๆ
งานอื่นๆ ก็เหมือนกัน หากขอความรู้/ความร่วมมือ อย่างอ่อนน้อมถ่อมตน แจกลูกยอ ยาหอมให้เหมาะ ใครก็อยากช่วยอยากทำ
เห็นแมะ เลยต้องอดนอน มาเขียนต่อ
เคยเขียนไว้ในหัวข้อ เขียน เล่า ถาม แลกเปรี่ยนข้อมูล ตามที่เห็น และเข้าใจ
น่าจะ พอเป็นตัวอย่างของศิลปะ ที่ คุณ Nozzle พูดถึงได้บ้าง ขอตัดมาแปะ
ผู้บริหารควรพิจารณา ประสิทธิภาพของสมาชิกในทีม
หลายๆครั้งในที่ประชุม จะได้ยินคำว่า “ไม่มีปัญหา” ซึ่งฟังดูดี ฟังแล้วสบายใจ
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ไม่มีปัญหา” ที่ใช้กันนี้ โดยทั่วๆไป สามารถพิจารณาสมาชิกของทีมงานได้หลายแบบ
ขอยกตัวอย่างการแบ่ง แบบตามใจฉัน เช่น
1. บอกไม่มี ปัญหา จริงๆแล้ว ปัญหามี แต่ ใส่ใจ ดูแลส่วนที่รับผิดชอบได้ดี จึงแก้ไขปัญหาไปหมดแล้ว แบบนี้ดีที่สุด มีน้อย
2. บอกไม่มี ปัญหา จริงๆแล้ว ปัญหามี แต่ ไม่รู้ ต้องเพิ่มความรู้ ความสามารถ เช่น อบรม ให้คำแนะนำ
3. บอกไม่มี ปัญหา จริงๆแล้ว ปัญหามี แต่ ไม่ใส่ใจดูแลส่วนที่รับผิดชอบอยู่ ต้องเข้าไปตรวจสอบกระตุ้น
4. บอกไม่มี ปัญหา จริงๆแล้ว ปัญหามี แต่ บอกว่าไม่มี แบบนี้แย่หน่อย ต้องดูเจตนาและผล ว่ากระทบต่อส่วนอื่นๆอย่างไร
ลองพิจารณาดูว่า พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ใช้คำนี้ตามแบบที่ 1, 2, 3, หรือ 4
หัวหน้า ยังต้องหาทางปรับทัศนคติ และเพิ่มประสิทธิภาพของสมาชิกในทีม ซึ่งจะช่วยให้การมอบหมายงานครั้งต่อๆ เหมาะสมกับทีมงาน และได้ผลสำเร็จที่ดี
เห็นด้วย กับคุณ Nozzle ว่าศิลปะ ในการบริหารมีให้เลือกใช้เยอะแยะ ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้องซึ่งไม่มี format ที่ถาวร ไม่มีเหตุการณ์ใดที่เหมือนกัน 100% คุณ Nozzle ต้องเป็นผู้บริหารระดับสูงแหงๆ [ระดับยอดสน บนดอย]
ขอบคุณ คุณน้อง ป.1 ที่ให้กำลังใจมา เลยทำให้ไม่ง่วงและมีแรงเขียนต่อ
ที่บอกว่าคิดแบบ ใจเขา-ใจเรา เป็นสิ่งที่ดีมาก หากมีความคิดแบบนี้ และเข้าใจถึงสาเหตุ
จะทำให้เรารับเหตุการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีสติ ไม่ถือโกรธ
เพราะบางครั้งทีมงาน อาจเจอเหตุต่างๆ ที่กระทบจิตใจ หรือสภาพเศรฐกิจ (ในครัวเรือน)
จึงทำให้อารมณ์บ่จอย การประสานงานติดขัดบ้าง หากเราไม่ตอบโด้ อดทนและทำด้วยเจตนาที่ดี ผลของความดีคงมีให้เก็บเกี่ยวบ้าง
แล้ว หาความน่ารักของตัวเองเจอบ้างหรือยัง เป็นห่วงจริงๆ
-
ถึงคุณน้อง ป.1
ดูจากข้อมูลเพิ่มเติมที่น้องป.1 ให้มาเนี่ยนะคะ
ส่วนนึงพี่ก็เห็นด้วยนะคะ การทำงานนึกถึงใจเขาใจเรา เป็นการทำงานที่ใครก็ปรารถนา แล้วก็ถือว่าหายากในชั่วโมงนี้นะคะ 555
หากคุณน้องมีทัศนคติที่ดีขนาดนี้ ก็คงจะทำงานด้วยความสุขอ่ะนะคะ
อีกส่วนนึง พี่ก็ไม่เห็นด้วยในการที่คุณน้องจะไปปลอบใจ คุณ A (คนที่เสียใจ) นะคะ
เหตุผลมีอยู่หลายประการที่ไม่เห็นด้วยก็คือ
1.คุณ A มีอายุงานมาก มีตำแหน่งสูง ความรับผิดชอบเยอะ นั่นแปลว่า เค้าอาจมีตรรกะในการแยกแยะระหว่างเรื่องงานและความรู้สึก
นั่นแปลว่าน้อง ป.1 ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่ต้องเดินเข้าไปปลอบใจคุณ A หรอกค่ะ เพราะมันไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับงาน
2.หากน้อง ป.1 ไม่สนิทกับ คุณ A มากในระดับหนึ่ง แล้วน้อง ป.1 เป็นผู้เดินเข้าไปปลอบใจ มันก็จะมีความรู้สึกแปลกๆเกิดขึ้นได้เช่น
คุณ A อาจจะคิดว่า มาปลอบใจทำไม หรืออาจจะทำให้เราดูเสียมารยาททางสังคมไป เพราะเรื่องพวกนี้ sensitive มากๆค่ะ
3.หากไม่มีผลกระทบกับงานของเราโดยตรง พี่ก็คิดว่าไม่ควรกระทำการใดเพิ่มเติมอ่ะค่ะ ตามเหตุผลที่พี่ได้บอกไว้แล้ว
คุณน้อง ป.1 อาจจะรู้สึกว่าพี่ใจร้ายที่แนะนำแบบนี้อ่ะนะคะ แต่พี่อยากบอกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่อง sensitive หากไม่ได้มีผลกระทบโดยตรงกับเราจริงๆ
พี่คิดว่าไม่ควรกระทำการใดๆเพิ่มเติมค่ะ ยกเว้นว่ามีผลกระทบกับงานของเราเช่น เค้าไม่ให้ความร่วมมือ หรือทำให้งานล่าช้า
หากมีผลกระทบจริงพี่ก็แนะนำว่า ไม่ควรจัดการเองหรือแก้ปัญหาด้วยการปลอบใจ แต่ต้องแก้ปัญหาด้วยการแจ้งผู้บังคับบัญชา
และผู้บังคับบัญชาจะแก้ไขต่อเองค่ะ
อีกอย่างคือ ถ้าหากเกิดเรื่องแค่นี้ซึ่งเป็นความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวด้วย หากคุณ A แยกแยะไม่ออกระหว่างความรู้สึกกับงาน
พี่ก็ถือว่าบุคคลประเภทนี้ไม่มี skill ในการเป็นผู้บริหารหรือเป็น Leader นะคะ
แล้วก็ถือว่าเป็นการตอบคำถามน้อง ป.1 ด้วย ที่ถามว่าหากเจอเหตุการณ์แบบนี้ด้วยตนเองจะทำอย่างไร
พี่ก็แนะนำอย่างที่ตอบไปแล้วนะคะ เราต้องแยกแยะให้ออกหากแฟนเราผิดจริง ต้องออกก็คือต้องออก
และเราก็ต้องแยกแยะระหว่าง ความรู้สึกส่วนตัวกับงาน แบบนี้ถึงจะเรียกว่าทำงานแบบ professional นะค๊าาาา
ถึงคุณ ป.2/1
Nozzle ก็ไม่ได้อยู่สูงถึงยอดสน บนดอยอะไรอ่ะนะคะ อยู่กลางๆสน แล้วก็ขอบๆดอย
ก็จะเจอทั้งยอดสน และ ใบสน อ่ะนะคะ
แต่ยังไงก็ขอบคุณ คุณ ป.2/1 มากๆนะคะ สำหรับ share ดีๆแบบนี้
แล้วก็ขอโทษด้วยที่ตอบช้ามากๆ ช่วงนี้งานยุ่งมากๆค่ะ
Nozzle
-
ไม่ว่ากันอยู่แล้ว เรื่องตอบช้า แต่เร็วๆหน่อยก็ดี
ไม่ได้ว่าคุณ Nozzle นะ เพราะช้าเหมือนกัน
ชอบที่ คุณ Nozzle แนะนำ แต่ไม่ค่อยอยากเชื่อว่าอยู่กลางๆสน เพราะป็นคำแนะนำที่ดี แบบผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ ไม่เรียกว่าใจร้าย
หากอยู่กลางๆสน แล้วยังขอบๆดอยตอนนี้ ก็น่าจะมีโอกาสขึ้นสูง ไปบนดอย และไปถึงยอดสน ยิ่งมีน้ำใจช่วยแนะนำน้องๆ แบบนี้
-
ขอบคุณ คุณ ป. 2/1 มากเลยค่ะ ที่เข้าใจกันว่าไม่ได้ใจร้ายค่ะ ซึ้งใจมากๆค่ะ ^-^
ตอนที่คิดจะตอบคุณน้อง ป. 1 ด้วยคำตอบแบบนี้ คิดอยู่หลายตลบมากเลยค่ะ ว่าควรจะตอบแบบนี้ไม๊
เพราะกลัวเหลือเกินค่ะว่าคุณน้อง ป.1 จะเข้าใจเจตนาผิดไป
แต่ยังดีที่มีคุณ ป.2/1 เข้าใจเจตนาที่แท้จริง เพราะในชีวิตการทำงานจริงไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร
คนที่เป็นมิตรกัน หากวันใดเกิดขัดใจกันขึ้นมาก็พร้อมจะกลายเป็นศัตรูที่น่ากลัวขึ้นมาทันที
ส่วนคนที่ไม่เป็นทั้งมิตรและศัตรูกัน แต่หากไม่พอใจกันเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แทนที่จะได้เป็นมิตรกัน ก็ต้องกลายเป็นศัตรูกันไปซะงั้นแน่นอน
ส่วนคนที่เป็นศัตรูกัน เราก็อย่าไปคิดว่าเค้าจะเป็นศัตรูไปตลอดชาติ เพราะวันนึงเราอาจต้องการความช่วยเหลือจากเค้าก็เป็นได้
ทำอะไรก็ควรจะสายกลาง สนิทกันมากไป ก็ไม่กล้าว่ากล่าวตักเตือนกัน ไม่เกรงกัน ก็น่าจะต้องเว้นช่องว่างไว้บ้าง
ส่วนศัตรูก็อย่ามองโลกในแง่ร้ายว่าศัตรูผู้นั้นจะเป็นผู้ร้ายตลอด คนเราอย่างน้อยต้องมีส่วนดีกันบ้าง ก็พยายามมองหาให้เจอถึงจะเจอยากก็ตาม
ก็คิดว่าน่าจะทำงานแบบสบายๆ ไม่ทุกข์ไม่ร้อนได้แล้วหล่ะค่ะ
อุ๊ย บ่นไรไป บ่นซะยาวเลยค่ะ
ว่าแต่ คุณ ป.2/1 มีเรื่องเกี่ยวกับ conflict management มา share บ้างไม๊คะ อยากฟังบ้างอ่ะค่ะ
จะตั้ง post หัวข้อใหม่ก็ได้นะคะ เดี๋ยวตามไปอ่านค่ะ รู้สึกช่วงหลังๆมา กระทู้นี้ไม่ค่อยเกี่ยวกับ GMP/HACCP เท่าไหร่
ออกแนว management หมดแล้ว 55555 สงสัยจะไม่สมดุล
ขอบคุณค่ะ
Nozzle
-
ต้องขอขอบพระคุณ พี่ Nozzle อย่างสูง ที่แม้ยุ่ง ก็ยังสละเวลาช่วยให้คำแนะนำ และขอโทษด้วยที่เข้ามาตอบช้า คงยังไม่เก่งเหมือนพี่ ที่จัดการเรื่องงาน เวลา ได้ดี เข้าใจดีว่าถึงเรามีงานเย๊อะ แต่พี่คงมีเย๊อะกว่าหลายกระบุง
ก็ขออณุญาติ นำข้อแนะนำไปปฏิบัติ เพราะชอบและเห็นด้วยกับพี่ ขอขอบคุณอีกครั้ง
ถึงแม้เรารู้สึกว่า หากพี่เค๊าไม่เจออุบัติเหตุแบบนี้ น่าจะโชว์ฝีมือได้ มากกว่านี้ หวังว่าเวลาคงรักษาได้
ที่สำคัญ หากมีสมาชิกของทีมงานแบบพี่ Nozzle คงดีเน๊อะ ไม่ได้ชวนนะ
และไม่คิดว่าพี่บ่นหรอก อ่านไปหลายรอบแล้ว รู้สึกว่าพี่น่าจะเอาประสบการณ์มาบอกเล่าให้ฟัง
แหม ถูกพี่เค๊าแซวว่า หาความน่ารักของตัวเองเจอบ้างหรือยัง ที่แรกใจแป้วเลย แต่พอไปดิดดู ส่องดู (จากกระจก) ขอยืนยันว่ามีมาก
แต่ไม่แน่ใจ ว่าคนอื่นๆ เค๊าจะมองเห็นหรือไม่ ยังกลุ่มใจอยู่
พี่ๆ พอแนะนำได้มั๊ยล่ะ
-
คุณน้อง ป.1 หากในมุมมองของพี่เองนั้น พี่ก็มองว่าคุณน้อง ป.1 ก็มีความน่ารักอยู่ในตัวมากมาย
1.ตั้งใจทำงาน อยากให้งานสำเร็จ (ถึงได้เข้ามาพูดคุยเพื่อเอาวิธีการแก้ไขไปใช้ จากเว็บบอร์ดนี้)
ซึ่งความน่ารักแบบนี้ ผู้บังคับบัญชาจะมองเห็น
2.มีความเห็นอกเห็นใจ อยากจะเอาใจเขามาใส่ใจเรา อยากปลอบใจเพื่อนร่วมงาน
ความน่ารักแบบนี้ก็ เพื่อนร่วมงานจะมองเห็น
3.รู้จักนำคำติชมของผู้อื่น ไปคิด ตระหนัก และคิดจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเอง
ความน่ารักแบบนี้ก็เป็นแบบที่เรียกว่า คนที่มีความเป็น Learner อันนี้เชื่อว่าคนรอบข้างของคุณน้อง ป.1 จะเห็นค่ะ
เพราะว่าคนที่มีความเป็น learner จะรู้จักปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ยอมรับในข้อเสียของตัวเอง ซึ่งจัดว่าเป็นคนที่น่ารักมากเลยทีเดียว
ส่วนที่ถามว่าคนอื่นจะมองเห็นไม๊นั้น พี่ขอตอบเชิง marketing เล็กน้อย คือตอบว่าเราคงต้องจำกัดว่า target market ของเราคือใครอ่ะค่ะ
ยกตัวอย่าง target market ของการมองเห็นความน่ารักของคุณน้อง ป.1 คือ ผู้ที่มีวิจารณญานในการแยะแยกว่าสิ่งใดถูกผิด โดยไม่เอา
อารมณ์หรือความลำเอียงมาคิด(เช่น สนิทกะคนนี้เป็นพิเศษเลยเห็นว่าทำอะไรก็น่ารักไปหมด อันนี้ถือว่าไม่ใช่ target market ของเรา เพราะไม่รู้จักแยกแยะความลำเอียงนะคะ)
คำตอบคือ หากเป็น target market กลุ่มนี้จริง เชื่อว่าต้องเห็นความน่ารักของคุณน้อง ป.1 อย่างแน่นอนค่ะ
เหตุที่ต้องตอบแบบนี้เพราะว่า เราไม่มีทางทำให้ใครชอบสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือเห็นพ้องต้องกัน ไปเสียหมด
ต่อให้เราทำดีแค่ไหน ใน 100 คน ต้องมีซักคนที่ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เราทำ ถึงแม้เราจะทำดีมากแล้วก็ตาม
ดังนั้นถ้า target market ของเรามีซัก 80 % แล้วเค้ามองเห็นความน่ารักของเรา ก็แปลว่าประสบความสำเร็จแล้วค่ะะะะ ^-^
แต่พี่เชื่ออย่างนึงนะคะว่า คนน่ารัก ส่วนมาก คนอื่นจะมองเห็นค่ะ ยกเว้นเจอเจ้านายลำเอียงจริงๆอ่ะนะคะะะ
เป็นกำลังใจให้น้องน่ารักอย่างคุณ ป.1 เสมอนะคะ
Nozzle
-
หากเป็นวัยรุ่น ก็ต้องว่าคุณ Nozzle บ่นอยู่แล้ว
แต่ยอมรับเลยนะ ว่าคุณ Nozzle บ่นแบบผู้ใหญ่ ที่กำลังจะขึ้นเป็นกำนัน ชมจริงๆนะ
ท้ายที่สุด ก็ต้องปรับทัศนคติ ของการทำงานไปตามแบบที่ คุณ Nozzle ว่า
ดูเหมือนธรรมดา หากทำได้ก็ดี (ถูกต้อง)
แต่โดยทั่วไปมันยากมาก ในการนำไปปฏิบัติ เพราะบางทีคนจะเผลอทำแบบ ถูกใจ+สะใจ มากกว่าถูกต้อง
เชื่อว่าที่ถามตอบกันมา ดูเหมือนออกไปจากหัวข้อ แต่ทั้งหมดหากได้ปรับใช้ จะช่วยลดปัญหาหลายๆ
ไม่ว่าจะ GMP, HACCP, หรือ ABC, etc ปัญหาใหญ่อยู่ที่คน ไม่ใช่เอกสาร หรืองาน
สงสัยจะบ่นไปมากกว่า คุณ Nozzle แล้ว ???
เอาเป็นว่า หาก คุณ Nozzle จะ post เรื่อง conflict management ก็ยินดีไป share ตามกำลัง และ เวลา
แล้วก็ ที่ถามว่า หาความน่ารักของตัวเองเจอบ้างหรือยัง เป็นห่วงจริงๆ นั้น
ไม่ได้ว่าไม่มี ทุกคนมีแบบของตัวเองอยู่แล้ว มากหรือน้อย แล้วแต่ใครเป็นคนพิจารณา หรือการคิดเข้าข้างตัวเอง
ที่สำคัญ คือ คนอื่น เค๊ามองเห็นและเข้าใจแบบเราเข้าใจหรือตั้งใจสือสารไปหรือไม่
การสื่อสารเรื่องต่างๆ เพื่อให้คนรอบข้างเข้าใจตรงตามที่เราต้องการ
1. ต้องมีข้อมูลปริมาณมากพอ 2. เลือกวิธีการสื่อสารที่ดี เหมาะกับบุคคล สถานที่ 3. เลือกเวลาที่เหมาะสม
4. ความอดทนปรับปรุง สื่อสารใหม่ หากยังไม่เข้าใจตรงกัน
ที่สำคัญอย่าคาดหวัง 100% ในครั้งแรกช่วงแรก ได้ถึงครึ่งก็สอบผ่านแล้ว และค่อยทำให้เพิ่มได้
หากเก่งๆ แบบคุณ Nozzle ได้ 80% ก็เป็นเรื่องเล็ก :D
-
база отдыха озеро светлое тобольск адрес телефон как по номеру телефона определить адрес и имя (http://http://bordom.ru/images/index.html) база данных найти по фамилии адресс телефон киев, адресно-телефонная база абонентов г ростова-на-дону узнать адрес по номеру сотового телефона краснодар (http://http://bssport.jino.ru/includes/index.html) база данных сотовых телефонов оператора билайн в ростовской области, поиск района по номеру телефона в москве узнать местоположение абонентапо номеру (http://http://nyam-nyam.org.ua/includes/notes/index.html) справочник абонентов мегафон гчелябинска база данных, прога мобильный шпион адресов и телефонов справочник жителей великого новгорода (http://http://comp-for-life.com/includes/read/index.html) мегафон определить местонахождение абонента навигатор как подключить, как прочитать чужие смс связи мегафон-урал найти адрес по номеру телефона севастополь (http://http://diagnostic.clxite.ru/wp-includes/watchs/index.html) номер мобильного телефона по адресу в москве, позволяющая определить местоположение сигнала мобильного телефона по его мобильный телефон программа пеленгатор (http://http://friendsdatingfriends.com/phpbb3/viewtopic.php?f=46&t=150103&p=397966#p397966) база данных личные сведения мегафон гартём 2006г, лесотехнический техникум г щелково подробно адрес иномер телефона узнать номер телефона по адресу санкт-петербург (http://http://subwell.backseatracing.com/guest/index.php?showforum=1) найти местонахождение сотового абонента мтс без его разрешения, узнать номер квартиры по адресу и телефону в краснодаре номер телефона по адресу г москва (http://http://www.rader-markt.de/phpBB2/viewtopic.php?p=3481#3481) определить местонахождение человека при помощи биллинга мобильного телефона