(https://www.img.in.th/images/797dac7d9b8422f1650c608a2ed5575c.jpg)
สำหรับคนที่ทำธุรกิจเบเกอรี่ที่อยากลองทำทาร์ตไข่ขาย ขั้นตอนสุดท้ายก่อนการขาย ต้องหาบรรจุภัณฑ์มาใส่เพื่อเพิ่มภาพลักษณ์ และ เพิ่มมูลค่าของทาร์ตไข่ ให้มีความน่าเชื่อถือ น่าทาน คนที่ซื้อไปเห็นบรรจุภัณฑ์แล้ว ว้าวน่าทานจัง ขนาดกล่องยังดูดี แล้วขนมจะอร่อยขนาดไหน เรามาดูกันครับว่า 7 แบบกล่อง หรือ บรรจุภัณฑ์ แบบไหนน่าใช้ และเหมาะกับสไตล์ ของคุณ
1.กล่องพลาสติกใสทั้งกล่อง
ข้อดีของกล่องใส (https://www.mtsupplypackaging.com/) แบบนี้คือ ลูกค้าของเราจะเห็นรูปร่าง สีสัน ของความน่าทาน บนตัวทาร์ตไข่ ได้ 360 องศา นั้นเองครับ
2.กล่องพลาสติกใสเฉพาะฝาปิด
ข้อดีของกล่องใสเฉพาะฝาปิด ชนิดนี้คือ พื้นพลาสติก (https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81)จะมีสีเข้มทั้งหมด เมื่อวาง ทาร์ตไข่ ลงไปแล้ว ดวงตาที่มองเห็นทาร์ตไข่ในกล่องพลาสติกนี้ จะโฟกัสเฉพาะจุดด้านบนที่เป็นใส้ สีเหลืองบนน้ำตาล และ ขอบของขนมปังฟูๆ กรอบๆ น่าทาน นั้นเองครับ
3.กล่องกระดาษแบบปิดทึบ
ข้อดีของกล่องแบบนี้คือ เป็นกล่องแบบปิดสนิท ดูสะอาด แข็งแรง เหมาะกับการส่งระยะทางไกลๆ หรือข้ามจังหวัดนั้นเองครับ
4.กล่องกระดาษแบบมีช่องมองเป็นพลาสติก
ข้อดีของเจ้าตัวนี้จะคล้ายกับกล่องพลาสติกใสเฉพาะฝาปิด แต่อีกหนึ่งข้อดี เลย คือ มีแบบกล่องให้เลือกว่าเราจะโชว์ทาร์ตไข่ แบบทั้งหมดทุกอัน หรือ เลือกโชว์แค่บางอันนั้นเอง
5.ถาดฟอยล์แบบฝาเป็นพลาสติก
ข้อดีของถาดฟอยล์ คือ สามารถทนความร้อนและเก็บความร้อนได้ เหมาะสำหรับลูกค้าที่ชอบทานอุ่นๆ ครับผม
6.ซองพลาสติก
ข้อดีคือ ลดต้นทุนการผลิตเพราะมีราคาค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์ แบบอื่นๆ และยังเหมาะกับการที่ลูกค้าเดินมาซื้อหน้าร้านแล้วทานเลยครับ
7.ถุงกระดาษ
ข้อดีคือ ดูเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะวัสดุทำมาจากกระดาษ เหมาะกับลูกค้าที่เป็นกลุ่มที่ชอบความเป็นธรรมชาติ
อ่านบทความนี้แล้วหวังว่า จะตอบโจทย์คนที่ทำธุรกิจเบเกอรี่สายทาร์ตไข่ ในการเลือก บรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับสไตล์ร้านของคุณได้นะครับ