สด สะอาด ปลอดภัย นี่คงเป็นสามกฎเหล็กสำคัญที่เราคอยยึดถือไว้เสมอเวลาเลือกซื้อสินค้าจำพวกผักหรือผลไม้ ถ้าคุณเป็นแม่บ้านที่กำลังเลือกผักไปประกอบอาหารเป็นมื้อเย็น กฎสามข้อข้างต้นคงเป็นหลักเกณฑ์ประกอบการตัดสินใจง่ายๆที่เพียงพอแล้ว แต่หากคุณเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ที่กำลังมองหาวัตถุดิบปริมาณมากเพื่อป้อนเข้าสู่โรงงานผลิตในอุตสาหกรรมอาหาร คุณคงต้องใช้หลักเกณฑ์หรืออะไรที่มากกว่านั้นในการตัดสินใจ
“ผักแช่แข็ง” จึงกลายมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ผู้ประกอบการหลายเจ้าหันมาจับตามอง เพราะผักนั้นถือว่าเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเมนูอะไร อาหารประเภทไหน ก็ล้วนมีผักเป็นวัตถุดิบร่วมด้วยอยู่เสมอ ดังนั้นผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารจึงต้องให้ความสำคัญกับผักมากเป็นพิเศษ หลักเกณฑ์ในการคัดสรรวัตถุดิบจึงไม่เหมือนการเลือกซื้อผักสดตามตลาดทั่วไป แล้วทำไมถึงต้องเป็นผักแช่แข็งล่ะ? ทำไมใช้แค่ผักสดธรรมดาๆไม่ได้ เรามาดูกันดีกว่าว่าเพราะอะไรผักแช่แข็งถึงกลายเป็นตัวเลือกสำคัญของอุตสาหกรรมผลิตอาหารในปัจจุบัน
(https://www.img.in.th/images/3bfa2ecb390cdc60e0bfc255c9f51067.md.jpg)
1.ผักแช่แข็งมี “คุณภาพ” ในหลายแง่มุมมากกว่าผักสดทั่วไป
อย่างที่ทราบกันว่าผักแช่แข็งนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถือว่าเป็นผลผลิตจากภาคอุตสาหกรรม นั่นหมายความว่าเราสามารถตรวจสอบย้อนกลับเพื่อเช็คความปลอดภัย เช็คคุณภาพจากกระบวนการผลิตได้ทุกขั้นตอน เพิ่มความมั่นใจเรื่องความสดสะอาดได้ว่าทุกอย่างจะตรงตามมาตรฐาน สามารถวัดสิ่งเหล่านี้ให้ออกมาเป็นรูปธรรมได้อย่างชัดเจน จับต้องได้ สำหรับผู้ประกอบการแล้วนี่ถือเป็นหนึ่งข้อสำคัญที่ควรใส่ใจอย่างมาก
นอกจาก “คุณภาพของการผลิต” แล้ว “คุณภาพของตัวผัก” ที่ได้จากกระบวนการแช่แข็งก็มีคุณภาพทัดเทียมกับผักสดอีกด้วย เมื่อถึงเวลาหยิบวัตถุดิบมาปรุงอาหาร ผักก็จะดูสดสะอาดตลอดเวลา เสมือนพึ่งเก็บเกี่ยวหมาดๆมาจากไร่ การแช่แข็งไม่ได้ลดทอนคุณภาพของผักเลยแม้แต่น้อย สารอาหารทุกอย่างจะยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
(https://www.img.in.th/images/ae31ea3ab4ef900063d59e2723189c5f.md.jpg)
2.หมดปัญหาเรื่องผักขาดตลาดเพราะผิดฤดู
อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ การจะปลูกผักบางชนิดนั้นต้องคำนึงถึงฤดูกาลหรือสภาพภูมิประเทศที่เหมาะสมเป็นสำคัญ เป็นเรื่องปกติหากผลผลิตบางอย่างจะขาดตลาดเมื่ออยู่ต่างฤดู จะเกิดอะไรขึ้นล่ะหากคุณเป็นผู้ประกอบการที่ไม่สามารถจัดหาผักสดบางชนิดได้ ซึ่งมันจะต้องส่งผลเสียแก่ธุรกิจคุณอย่างแน่นอน คุณอาจจะสิ้นเปลืองแรงงานมากขึ้น ไม่สามารถควบคุมต้นทุนได้ ผักที่คุณกำลังต้องการอาจมีราคาที่แพงผันผวนขึ้น ซึ่งผักแช่แข็งจะมาช่วยแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้เป็นอย่างดี
หากคุณมีกระบวนการจัดหาผักแช่แข็ง (https://www.cogistics.co.th/th/services/veggie-industry/)ที่มีประสิทธิภาพ คุณก็จะหมดปัญหาเรื่องการขาดแคลนวัตถุดิบ คุณจะสามารถกักตุนผลผลิตที่คุณต้องการได้เสมอพร้อมกับนำมาใช้ในกระบวนการผลิตได้ตลอดทั้งปี แถมราคาก็จะคงที่ไม่ผันผวนมาก ไม่ต้องไปรับความเสี่ยงกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันของระบบการเพาะปลูกที่อาจเกิดขึ้นโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว
(https://www.img.in.th/images/3d2b1ef7e551475ffcbde0f27c2e74d8.md.jpg)
3.เอาชนะเรื่องระยะทางและเวลา สามารถนำเข้าผักจากต่างประเทศได้อย่างง่ายดาย
การเลือกใช้ผักแช่แข็งนั้นหมายถึงการเพิ่มทางเลือกให้แก่ธุรกิจอาหารของคุณให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น คุณสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ของคุณได้อย่างไร้ข้อจำกัด ก้าวข้ามอุปสรรคเรื่องระยะทางและเวลาที่เป็นหัวใจสำคัญของวัตถุดิบที่มีคุณภาพ
คุณจะสามารถใช้ผักที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศได้ตลอดเวลา จัดสรรวัตถุดิบที่ต้องการจากเหนือสุดมาใต้สุดได้อย่างง่ายดาย เพราะกระบวนการแช่แข็งจะถนอมผักของคุณให้สดใหม่พร้อมปรุงหรือพร้อมผลิตได้ทันทีที่มาถึง ไม่ว่าแหล่งผลิตวัตถุดิบจะอยู่ไกลสักแค่ไหน มันจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป นับเป็นอีกหนึ่งข้อได้เปรียบสำคัญในแง่ธุรกิจ หากคุณมีความพร้อมและความยืดหยุ่นมากกว่าที่อื่น
(https://www.img.in.th/images/83e9d4b2fd0f0ef911c3cace2ec2ffa6.md.jpg)
ไม่อยากจะเชื่อเลยใช่ไหมล่ะว่าแค่การเปลี่ยนมาใช้ “ผักแช่แข็ง” จะมีข้อดีมากขนาดนี้ แต่การจะดึงเอาศักยภาพของผักแช่แข็งมาใช้งานได้ดีที่สุดนั้นจำเป็นจะต้องพึ่งองค์ประกอบอื่นๆอีก นั่นก็คือกระบวนการจัดหาและการจัดการที่มีคุณภาพ รวดเร็ว และได้มาตรฐาน หากธุรกิจของคุณมีช่องทางหรือตัวช่วยจากที่อื่นที่คอยดูแลตรงจุดนี้ให้ การทำงานก็จะไหลลื่นไปตลอดกระบวนการผลิต ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นไปได้มาก หรือถ้าต้องเพิ่มก็คงทดแทนด้วยคุณภาพที่ไว้วางใจได้ ฉะนั้นอย่ารอช้า รีบเปิดโอกาสเลือกสิ่งดีๆให้กับธุรกิจของคุณซะตั้งแต่วันนี้ เพราะเรื่องของอนาคตไม่มีคำว่าสายเกินไป