ถ้าพูดถึงธุรกิจเล็ก ๆ ที่ใครก็เป็นเจ้าของกิจการได้ไม่ยาก คงหนีไม่พ้นธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร ตั้งแต่อาหารทานเล่นเพลิน ๆ ไปจนถึงมื้อหนัก ๆ อิ่มท้อง ประเภทร้านอาหารเหล่านี้มีอยู่แทบจะทุกพื้นพี่ แต่เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจจากเหตุการณ์โรคระบาดไวรัสโควิด 19 รัฐบาลจึงประกาศมาตรการป้องกัน Social Distancing เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ โดยให้เปิดร้านอาหารได้เหมือนเดิม แต่ห้ามนั่งในร้านเด็ดขาด ผลกระทบเหล่านี้ไม่ได้มีแค่ร้านอาหารเท่านั้นที่ แต่ร้านจำพวกสตรีทฟู้ดตามตลาดนัดกลางคืนก็เจอผลกระทบไม่ใช่น้อย เมื่อเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้น การพลิกเกมส์ได้ก่อนก็เหมือนพลิกวิกฤตเป็นโอกาส การมองเห็นช่องว่างหรือวิกฤตธุรกิจจะทำให้เรามีโอกาสมากกว่า ในเมื่อนั่งทานที่ร้านไม่ได้แต่สั่งหน้าร้านแล้วนั่งรอได้ ทว่าการนั่งรอในร้านอาหารก็ไม่ได้ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อลงไปเช่นกัน เพราะยังต้องหาที่จอดรถแล้วลงเดินผ่านพื้นที่หรือสวนทางกับผู้คนอยู่รอบกาย จะดีกว่าไหมถ้าเราสั่งอาหารแบบไม่ต้องลงจากรถ มากสุดก็แค่ลดกระจกลงเพื่อรับอาหารที่สั่งไว้แค่นั้น
วันนี้เราจึงจะพาคุณมารู้จักกับอีกหนึ่งช่องทางในการทำมาหากิน แค่ปรับเปลี่ยนอะไรนิดหน่อยก็เพียงพอแล้ว สำหรับธุรกิจกิจการร้านอาหารไดร์ฟทรู ( Drive thru ) นั้น อาจจะต้องมีพื้นที่นิดหน่อยเพื่อรองรับจำนวนรถของลูกค้า แต่เรื่องของการก่อสร้างตั้งร้านไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด ไม่จำเป็นต้องใช้วัตถุจำพวก อิฐ หิน ปูน ทราย ให้เปลืองงบประมาณรายจ่ายเยอะแยะ ใช้แค่เต็นท์ผ้าใบเพียงเท่านั้น ประหยัดทั้งงบและเวลา มาดูกันว่าเต็นท์แบบใดบ้างที่นำมาใช้ได้กับไดร์ฟทรู
3 จุดสำคัญตั้งเต็นท์อาหาร Drive thru
บริเวณทางเข้าสั่งอาหาร
ในช่องของขาเข้าจะเป็นเต็นท์สำหรับการรับบัตรคิวสั่งอาหารและชำระเงิน ซึ่งพื้นที่ตรงนี้แนะนำให้ใช้เป็นเต็นท์ผ้าใบแบบติดแอร์ เพราะบริเวณตรงนี้ค่อนข้างจะต้องใช้เวลาในการพบปะพูดคุยกับลูกค้านานที่สุด ดังนั้นจึงควรเป็นเต็นท์ผ้าใบชนิดแบบปิดมิดชิด และเหลือเพียงแค่ช่องว่างให้พอดีกับการยื่นมือเข้าออกเท่านั้น ซึ่งเต็นท์ตรงนี้จะต้องมีคนมากกว่า 1 คนในการดำเนินงาน เช่น คนรับออเดอร์หน้าร้าน / ออเดอร์ออนไลน์ ฯ ฉะนั้นควรใช้เป็นเต็นท์ผ้าใบแบบติดแอร์จะเหมาะสมกว่า
บริเวณพื้นที่สำหรับจอดรอรับอาหาร
แน่นอนว่าถ้าหากให้ลูกค้าจอดรถตากแดดรอนาน ๆ คงจะโดนคอมเพลนอย่างหนักแน่นอน ดังนั้นพื้นที่ตรงนี้ควรใช้เต็นท์ผ้าใบขนาดใหญ่แบบเปิดโล่ง ใช้ได้ทั้งเต็นท์น็อคดาวน์และเต็นท์พีระมิด ขึ้นอยู่กับความชอบของท่าน
บริเวณรับอาหารและทางออก
พื้นที่ตรงนี้บางร้านอาจจะใช้เป็นจุดปรุงอาหารด้วยเช่นกัน การเลือกใช้เต็นท์ผ้าใบให้เหมาะสมอาจจะใช้เป็นเต็นท์ผ้าใบขนาดใหญ่ (https://siamchaitent.com/projects/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88/)ที่เป็นทรงสูงเปิดโล่ง มีหน้าความกว้างตั้งแต่ 4-8 เมตร หรือ จะเป็นเต็นท์ผ้าใบจำพวกทรง เต็นท์ทรงจั่ว, เต็นท์ทรงโค้ง, เต็นท์ทรงปั้นหยา, เต็นท์ทรงเซนจูรี่, เต็นท์ทรงพีระมิด, เต็นท์ทรงพลับพลา, ซึ่งมีขนาดหน้าความกว้าง 3-6 เมตร เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกสบาย ปรุงอาหารได้อย่างไม่รู้สึกอึดอัด แถมยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการโปรโมทอาหารเมนูอื่น ๆ ของทางร้านไปในตัวอีกด้วย เพราะช่วงเวลาที่ลูกค้ากำลังรับอาหารอาจสอดส่องไปเห็นเมนูที่เสร็จแล้วหรือกำลังปรุงให้ลูกค้าท่านอื่นอยู่ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าจดจำและกลับมาใช้บริการซ้ำอีกนั่นเอง