แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - strategist_cotactic

หน้า: [1]
1


การใช้งานสายไฟฟ้าชนิดมีเปลือกนอก

สายไฟฟ้าทองแดงหุ้มฉนวนแบบมีเปลือกนอก  (60227 IEC 10, VAF, NYY, VCT, IEC 60502-1 และ CV เป็นต้น) เหมาะสมกับงานวางบนเคเบิล ร้อยท่อฝังดินหรือฝังดินโดยตรง เดินเกาะผนัง หรืองานเดินในช่องเดินสาย ทั้งนี้ สายไฟที่มีคุณสมบัติพิเศษต่าง ๆ เช่น สายทนไฟ, สายไร้ฮาโลเจน, สายควันน้อย  สำหรับการติดตั้งให้กับกลุ่มวงจรช่วยชีวิต ก็จัดอยู่ในกลุ่มสายไฟฟ้าชนิดมีเปลือกเช่นกัน แต่มีข้อควรระวังเป็นพิเศษ คือกรณีที่สายไฟฟ้ามีเปลือกนั้นมีพิกัดแรงดันไฟฟ้าที่กำหนด (U0/U) อยู่ที่ 300/500 โวลต์ (60227 IEC 10 และ VAF ) หากนำมาติดตั้งในช่องเดินสายจะต้องป้องกันน้ำเข้าช่องเดินสายด้วย รวมทั้งห้ามติดตั้งสายไฟนั้นด้วยการร้อยท่อฝังดินหรือฝังดินโดยตรง และมีข้อกำหนดเพิ่มเติมในการห้ามติดตั้งสาย VAF ด้วยวิธีการร้อยท่อ

ข้อจำกัดของการใช้งานสายไฟฟ้าประเภทนี้

สายไฟฟ้าชนิดมีเปลือกนอกสามารถนำมาใช้ในงานทั่วไป ได้แก่ ติดตั้งบนรางเคเบิล (กรณีสายแกนเดียวชนิดมีเปลือกนอกต้องมีขนาดไม่เล็กกว่า 25 ตร.มม.) สามารถเดินร้อยท่อฝังดิน หรือฝังดินได้โดยตรงได้ และยังไม่ต้องกังวลเรื่องการป้องกันน้ำเข้าช่องเดินสาย (หากพิกัดแรงดันไฟฟ้าที่กำหนด (U0/U) ของสายไฟฟ้ามีเปลือกนอกนั้นอยู่ที่ 450/750 โวลต์) อีกด้วย

หากวิศวกรไฟฟ้าหรือช่างไฟท่านใด ต้องการรางไฟคุณภาพดี ตรงตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า ขอแนะนำรางเคเบิลและรางเคเบิลแบบบันไดที่ผลิตและจำหน่ายโดย KJL

- ตัวรางผลิตจากเหล็กแผ่นดำคุณภาพสูง ความหนา 2.0 มิลลิเมตร
- ออกแบบและควบคุมการผลิตด้วยระบบ Computer Numerical control (CNC)
- โครงสร้างเป็นไปตามมาตรฐาน NEMA VE 1-2017
- การชุบสังกะสีแบบจุ่มร้อนเป็นไปตามมาตรฐาน ASTM A123 / A123M ที่ความหนาเฉลี่ยของการเคลือบผิว 45-60 ไมครอน
- มีรางเคเบิลที่ทำจากสเตนเลส เหมาะสำหรับงานติดตั้งที่ต้องการวัสดุที่ทนทานต่อการกัดกร่อนมากเป็นพิเศษ

สอบถามข้อมูลสินค้าได้ที่ KJL LINE Official Account: @KJL.connect

2
ไม่รู้คือพลาดมาก! 8 กลยุทธ์ Digital Marketing ที่ดีที่สุดตลอดกาล




“รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” คงเป็นสำนวนที่ใช้ได้ดีในทุกสาขาอาชีพไม่เว้นแม้แต่ Digital Marketing เช่นกัน นักการตลาดที่เชี่ยวชาญด้าน Digital Marketing จะต้องตอบคำถามตัวเองได้ว่า ลูกค้าหลักของคุณชื่นชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ข้อดี ข้อเสีย จุดแข็ง จุดอ่อนของสินค้าที่เรามีตอบโจทย์หรือช่วยเติมเต็มปัญหาของลูกค้ายังไงได้บ้าง รวมไปถึงการวางกลยุทธ์ด้าน Digital Marketing ที่คุณต้องรู้ เลือกใช้แคมเปญและสื่อโฆษณาที่เหมาะสมเพื่อสื่อสารกับลูกค้าได้ตรงจุด เพิ่มโอกาสการซื้อสินค้าและยังช่วยหาลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

และนี่ก็คือ 7 กลยุทธ์ Digital Marketing ที่คุณควรรู้ ดึงใจลูกค้าได้แน่นอน

วางปุ่ม Call-to-Action ที่ชัดเจน และมีแรงกระตุ้นที่ดี
Call-to-Action หรือ CTA คือพื้นที่ส่วนหนึ่งของหน้า Landing Page ที่กระตุ้นให้ลูกค้ารู้ว่าต้องทำอะไรต่อ เพิ่มอัตราการเข้าชมเว็บไซต์ หรือใช้กระตุ้นการตัดสินใจก่อนซื้อสินค้า/บริการ และแทบทุกแคมเปญการตลาดจะต้องมีปุ่มนี้ฝังอยู่ในส่วนหนึ่งในหน้า Landing Page ที่นำ CTA มาใช้งาน

CTA ที่ดีที่สุดจะต้องอยู่ด้านบนหรือข้างล่างหน้าเพจ บริเวณโดยรอบเป็นพื้นที่โล่งเห็นปุ่ม CTA ชัดเจนขึ้น และเลือกใช้โทนสีที่สะดุดตา แต่ก็ไม่ฉูดฉาดจนมองแล้วปวดตาแทน ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย อ่านแล้วรู้ว่าต้องกดตรงนี้ต่อแน่ ๆ เพราะลูกค้าที่เข้ามาอ่านเนื้อหาหรืออะไรก็ตามในหน้าเว็บไซต์จะใช้เวลาอยู่ในหน้านั้นนานเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่คุณใส่เข้าไปเพื่อดึงดูดความสนใจพวกเขา และเวลาของแต่ละคนก็มีจำกัด ฉะนั้นอย่าซ่อน CTA ไว้ในที่ลับตา ใช้สีเรียบ ๆ ไม่ดึงดูดจะทำให้หน้าเพจนั้นไม่สร้างคุณค่าใด ๆ ให้กับทั้งลูกค้าและแบรนด์เอง

ปุ่ม CTA คือส่วนที่ทำให้คุณหาลูกค้าได้ง่ายที่สุดและเร็วที่สุด ดังนั้นอย่าปล่อยให้หน้าเพจตันอยู่ตรงนั้น ทิ้งให้ลูกค้างุนงงว่าต้องทำอะไรต่อ เพราะนอกจากคุณจะไม่ได้ลูกค้าแล้วยังเกิด Bounce Rate ที่ส่งผลให้อันดับคุณในหน้าผลการค้นหาลดลงไปอีกด้วย

เปลี่ยนจากกำหนดเป้าหมายแบบวงกว้างให้เป็น Niche Market
การสร้างฐานลูกค้าที่ดีควรเป็นแบบไหน? เน้นปริมาณไว้ก่อน หรือคุณภาพไว้ก่อนดีล่ะ? คำตอบมันก็ตายตัวอยู่แล้วคือเน้น คุณภาพ เป็นหลัก ขนาดในภาษาอังกฤษยังใช้คำว่า Qualified Lead เลย ไม่ว่าคุณจะมีผู้ติดตามหรือลูกค้าเยอะแค่ไหนก็ตามในโซเชียลมีเดียก็คงไม่ได้ประโยชน์อะไรหากลูกค้าเหล่านั้นไม่ซื้อสินค้าเลยสักคน

ปกติแล้วมนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่ต้องเสพข่าวหรือข้อมูลตลอดเวลาเพื่อช่วยให้ตัวเองดำรงอยู่รอดได้ในธรรมชาติ และเป็นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ฉะนั้นการมอบข้อมูลข่าวสารหรือทำคอนเทนต์ที่เข้าถึงตัวลูกค้าแต่ละประเภทโดยตรงและตรงกับความสนใจของลูกค้าจะช่วยให้ทำ Digital Marketing เข้าถึงลูกค้าแบบ Niche Market ได้

แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook, LinkedIn, YouTube, TikTok, Twitter เป็นเครื่องมือขั้นสุดยอดที่ช่วยให้คุณทำแคมเปญออนไลน์ตอบสนองต่อลูกค้าเป้าหมายเฉพาะได้ดีขึ้น ซึ่งก็ต้องขอบคุณข้อมูลอันมีค่าที่เหล่าลูกค้าได้มอบให้ก่อนหน้าและก็ทำได้ไม่ยากอย่าง ยอดไลก์ ดิสไลก์ ยอดแชร์ คอมเมนต์ เป็นต้น ที่ช่วยให้แบรนด์จำแนกลูกค้าออกเป็นกลุ่มต่าง ๆ ได้ ทำให้คอนเทนต์แบบเฉพาะที่ครั้งหนึ่งอาจต้องใช้เวลาเป็นเดือนหรือปีกว่าจะได้ลูกค้ามา ลดเวลาเหลือเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง

ตอนนี้ Digital Marketing ได้มีตัวเลือกที่ขยายขอบเขตกว้างขึ้นแล้ว อาทิ บน Facebook ที่เพิ่มตัวเลือก “Lookalike” Audience เข้ามาเพื่อจัดรายชื่อลูกค้าที่มีความสนใจร่วมกันกับสินค้าของคุณหรือคอนเทนต์ที่คุณจะทำ

หมดไปแล้วกับยุคสมัยที่โฆษณาแบบหว่านแหแล้วหวังว่าจะมีลูกค้าสักคนเข้ามาซื้อสินค้า ตอนนี้คือยุคแห่งการทำ Niche Market และ Personalization เสิร์ฟคอนเทนต์ให้ตรงกับความสนใจของลูกค้าเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นอยากซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่มอบคอนเทนต์ที่ตรงใจให้กับพวกเขา

สร้างเรื่องราวเล่าขานบอกสู่กันฟังในทุกโซเชียลมีเดีย
หลายร้อยหลายพันปีก่อนเวลานักปรุงยาหรือคนทำเครื่องรางของขลังจะขายของแต่ละที พวกเขาจะมีเรื่องราวมาเล่าให้ผู้ชมฟังอยู่เสมอ ทั้งเรื่องราวนักผจญภัยที่รอดจากอันตรายโดยใช้เครื่องรางของพวกเขา หรืออัศวินปราบมังกรโดยดื่มน้ำอมฤต แล้วก็จบลงด้วยการเชิญชวนให้ผู้ชมมาซื้อของของพวกเขา ง่าย ๆ แบบนี้ล่ะ

ตัดมาที่ยุคปัจจุบันคงไม่มีใครมาเดินเล่าเรื่องขายของตามข้างถนนกันอีกแล้ว ในเมื่อเรายกระดับและย้ายทุกอย่างเข้าไปอยู่ในสื่อออนไลน์กันหมดแล้ว การเล่าเรื่องราวคือส่วนประกอบของการทำ Inbound Marketing ชั้นเลิศที่เป็นกลยุทธ์ Digital Marketing ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในการสร้าง Brand Story ผู้ชมสามารถเชื่อมต่อเข้ากับแบรนด์ เรียนรู้เกี่ยวกับแบรนด์ที่ช่วยให้พวกเขาเข้าใจแบรนด์ได้มากขึ้น

คุณเองก็สามารถทำให้ผู้ชมเห็นภาพตามเรื่องราวของคุณได้เช่นกัน ทุกวันนี้นักการตลาดถึง 80% ใช้สื่อรูปภาพ/วิดีโอในการทำ Social Media Marketing และก็คงไม่แปลกใจมากนักหากโพสต์ใน Facebook ที่มีรูปภาพจะมียอด Engagement เพิ่มขึ้นถึง 2.3 เท่ามากกว่าโพสต์ข้อความธรรมดา และยอดทวิตที่มีรูปภาพก็มีอัตราการมีส่วนร่วมสูงถึง 150% อีกเช่นกัน เห็นพลังของการเล่าเรื่องด้วยรูปภาพหรือยังล่ะ

และในอนาคต Storytelling ก็จะมียอดการรับชมผ่านวิดีโอกันมากขึ้น เพราะผู้คนยุ่งกันมากกว่าเดิม มีเวลาน้อยลง การสื่อสารด้วยรูปภาพอาจต้องใช้เวลาตีความกว่าจะเข้าใจ และผลสถิติก็รายงานซ้ำ ๆ แล้วว่าการตลาดโดยอาศัยสื่อมีประสิทธิภาพกว่าคอนเทนต์แบบเขียน แต่ก็อย่าลืมว่าที่เว็บไซต์ได้รับการจัดอันดับสูงในหน้าผลการค้นหาก็มาจากงานเขียนคอนเทนต์ธรรมดาเหมือนกัน ฉะนั้นเอาทั้งสองอย่างมารวมกันซะ ทั้งคำอธิบาย รูปภาพ และวิดีโอจะช่วยให้เว็บไซต์คุณมียอดการเข้าชมและซื้อสินค้ามากขึ้น

ทำให้มันแชร์ง่าย ๆ หน่อย
ถ้าเป็นสมัยก่อนจะมีโซเชียลมีเดียการตลาดที่ดีที่สุดคือการตลาดแบบบอกต่อหรือปากต่อปาก แต่ถ้าเป็นสมัยนี้การบอกต่อในโซเชียลก็คงหมายถึง การแชร์ ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลากหลายมากขึ้น จำไว้ว่าการทำโพสต์จะต้องมีข้อมูลที่มีคุณภาพและน่าสนใจรวมอยู่ด้วยเพื่อให้ง่ายต่อการแชร์ เพราะคุณค่าที่แท้จริงจากการทำ Digital Marketing คือการทำแคมเปญให้เข้าถึงกลุ่มคนได้หลากหลายไกลกว่ากลุ่มฐานลูกค้าหลัก

สร้างเนื้อหาให้สั้นเข้าไว้ เขียนหัวข้อให้จับความสนใจ ใส่ Meta Description ให้ดึงดูดและเพิ่มรูปภาพเข้าไปเรียกน้ำย่อยก่อนหรือจะเปลี่ยนเป็น GIF, Infographic ก็ได้ และก็อย่าลืมเปิดเป็นสาธารณะให้คนทั่วไปเข้ามาแชร์ด้วยนะ

สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อ่าน
หากคอนเทนต์คุณมีคุณภาพดีมากช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนที่เข้ามาอ่านหรือสร้างสีสันความบันเทิงได้ดี ผู้ชมเหล่านั้นก็จะมีโอกาสแชร์โพสต์ไปให้เพื่อน ๆ ได้มากขึ้น ขอยกตัวอย่างง่าย ๆ กับค่าแฟรนไชส์เจ้าดังอย่าง 7-Eleven ที่ตัว N ใช้เป็นตัวพิมพ์เล็กแทน สาเหตุที่ใช้ก็เพราะว่าเจ้าของมีความเชื่อว่า แม่เหล็กรูปทรงเกือกม้า สื่อถึงความโชคลาภ เป็นตัวดูดเงินดูดทอง ไหลมาเทมานั่นเอง แถมก็ยังเป็นการตลาดแบบ Storytelling ไปในตัวอีกด้วย รู้อย่างงี้แล้วคุณก็ถึงกับอยากออกไปค้นหาเรื่องราวเพิ่มเติมใช่ไหมล่ะ จริง ๆ แล้วมีหลายแบรนด์มากที่ซ่อนกิมมิกแบบนี้ทั้งในชื่อแบรนด์และโลโก้สินค้าเหมือนเป็น Easter Egg ในภาพยนตร์ให้คุณไปลองค้นหากันดู



ตัวอย่างแบรนด์ที่ซ่อนกิมมิกไว้ ช็อกโกแลต Toblerone กับน้องหมีในภูเขา, “ลูกศร” ที่ถูกซ่อนในโลโก้ FedEx, โลโก้ที่เล่นกับพื้นที่ซ้อนทับเชิงบวกและเชิงลบกันอย่างลงตัวกับ Elettro Domestici หรือ ED เป็นต้น

ใช้โฆษกที่น่าจดจำเห็นแล้วรูปปั๊ป อ๋อ..มาจากที่นี่นี่เอง
แคมเปญ Digital Marketing บางอย่างก็ใช้ประโยชน์จากบุคคลที่เป็นโฆษกหรือคนที่มีหน้ามีตาของแบรนด์มาเป็นจุดขายทำให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ได้ดีขึ้นและเชื่อมต่อกับแบรนด์ได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างบุคคลที่เป็นหน้าเป็นตาให้แบรนด์

คุณตัน ภาสกรนที เจ้าของบริษัท อิชิตัน
คุณท็อป จิรายุส CEO บริษัท Bitkub
คุณรวิศ หาญอุตสาหะ CEO ศรีจันทร์และเจ้าของเพจ Mission to the Moon

ต่างประเทศ

วอร์เรน บัฟเฟตต์ เจ้าพ่อเซียนหุ้น และเจ้าของบริษัทลงทุน Berkshire Hathaway
ทิม คุก CEO คนปัจจุบันของ Apple
มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง Facebook

ด้วยใบหน้าหรือบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นไปไม่ได้เลยที่ปรากฏตัวที่ไหนแล้วจะไม่มีคนร้อง “เห้ย!!” ด้วยภาพจำเช่นนี้แหละที่ทำให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ได้ดีไม่ต่างอะไรกับสโลแกนหรือโลโก้เลย เผลอ ๆ จะจำคนเหล่านี้ได้มากกว่าจำชื่อแบรนด์เสียอีก

ด้วยพลังของโฆษกที่มีอยู่ทำให้เกิดผู้ติดตามพวกเขามากขึ้นทั้งในแพลตฟอร์มส่วนตัวและแพลตฟอร์มของแบรนด์ โดยมีจุดประสงค์ผลักดันแบรนด์ให้มีหน้ามีตาอยู่ในสังคมมากขึ้นและบรรลุผลแคมเปญ Digital Marketing

หากคุณยังไม่มีใครที่จะเป็นโฆษกให้คุณได้ล่ะก็ แนะนำว่าให้เลือกเป็นข้อความหรือคำพูดที่มีคุณค่าจาก CEO หัวหน้าฝ่ายการตลาด หรือผู้จัดการฝ่ายขายของคุณมาใช้แทนก็ได้ และจำไว้ว่าวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการเชื่อมต่อกับผู้คนคือเริ่มจากคำถามว่า “ทำไม” มาเป็นใจกลางหลักของข้อความที่จะส่งออกไป “ทำไมถึงต้องเป็นแบรนด์เรา” “ทำไมถึงต้องเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ของเรา” “ทำไมแบรนด์เราถึงดีกว่าที่อื่น” เป็นต้น ช่วยให้คุณสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้ยืนยาวยิ่งขึ้น

ยกเลิกการโฆษณาแบบเดิม ๆ ไปเลยอย่างสิ้นเชิง
อาจจะดูสุดโต่งไปสักหน่อย แต่ก็ถือว่าได้ผลดีกว่าในสภาวะปัจจุบัน ทุกวันนี้ผู้ชมให้คุณค่ากับคอนเทนต์ที่มีความคิดสร้างสรรค์ แปลกแหวกแนวชนิดที่ว่าไม่เคยมีใครมาก่อนในชีวิตนี้ ประเด็นในหัวข้อนี้จึงนำมาสู่การทำแบรนด์ยังไงให้สร้างสรรค์และแปลกแหวกแนว ซึ่งแน่นอนว่าต้องโดดเด่นกว่าการทำการตลาดแบบเก่า ที่นอกจากคนที่จะมาเห็นมีน้อยแล้ว ยังจำกัดความคิดสร้างสรรค์อีก

อย่างเพจ นัดเป็ด ที่คนหนุ่มสาว GenZ, GenX รู้จักกันดีเพราะนอกจากจะเป็นเพจตลกร้ายหน้าตายแล้ว ยังรับลงโฆษณาจากสปอนเซอร์ให้แบบฮา ๆ อีกด้วย


จัดงานอีเวนต์ให้ลูกค้าเข้าถึงคุณได้ง่ายขึ้นทั้งแบบตัวต่อตัวและออนไลน์
การจัดงานอีเวนต์คือประตูบานใหญ่ที่เปิดโอกาสให้คุณได้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น รับฟังเสียงของพวกเขาแล้วนำมาปรับปรุงแบรนด์ของตัวเอง และยังแสดงให้เห็นว่าแบรนด์ของคุณเป็นแบรนด์ที่จับต้องได้ มีความเป็นมนุษย์

นักการตลาดทั่วโลกกว่า 90% เห็นพ้องว่าการจัดงานอีเวนต์เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ดีแม้แต่ในงานที่จัดออนไลน์ก็ด้วยเช่นกัน และยังมีประโยชน์ในการขยายขอบเขตการเข้าถึงกลุ่ม Audience ได้รอบโลกอีกด้วย ทั้งนี้ตอนที่จัดงานอีเวนต์ออนไลน์ก็ยังคงต้องเพิ่มคุณค่าให้กับลูกค้าด้วย เช่น การให้ข้อมูลข่าวสารเฉพาะผู้เข้าชมงานเท่านั้น Workshop ตัวอย่างให้ทดลองฟรีส่งถึงบ้านคุณ และส่วนลดพิเศษเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนในงานเท่านั้น เป็นต้น

กล่าวโดยสรุปแล้ว การวางแคมเปญ Digital Marketing ควรรวมการใช้งานเครื่องมือการตลาดเข้ากับประสบการณ์ของลูกค้าไว้ด้วยกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจะประกอบไปด้วยคอนเทนต์ที่โดดเด่น คอนเทนต์ที่แชร์ได้ และก่อให้เกิดการกระทำตามมากับคอนเทนต์นั้น ๆ สร้างเรื่องราวที่มีส่วนร่วมกับผู้ชมและยืนหนึ่งเรื่องของความแตกต่างจากแบรนด์อื่นทำให้แบรนด์คุณประสบความสำเร็จได้มากขึ้น และที่สำคัญอย่าลืมที่จะโฟกัสกับข้อความที่จะส่งถึงลูกค้าในแต่ละประเภท แต่ละบุคคลเพื่อทำให้พวกเขาประทับใจจนต้องอยากแชร์ต่อ ซึ่งจะสร้างคอนเน็คชั่นและเครือข่ายที่แข็งแกร่งระหว่างแบรนด์กับลูกค้าได้แน่นแฟ้นกว่าเดิม

หากคุณกำลังมองหา Digital Marketing Agency ที่ใช่ ถูกใจ พร้อมดูแลคุณเคียงข้างทุกโปรเจกต์เหมือนเป็นหนึ่งในเพื่อนคู่คิดหรือพาร์ทเนอร์ให้กับทีม In-house Marketing กับ Cotactic Media เอเจนซี่ด้านการตลาดออนไลน์ เรายินดีให้คำปรึกษาคุณและพร้อมวางแผนกลยุทธ์การตลาดให้เข้าใจโดยสรุปแบบฟรี ๆ ไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ

 

ติดต่อหาเราได้ที่เบอร์ 065 095 9544

Facebook : Cotactic Media - Digital Marketing Agency

ขอบคุณที่มาข้อมูล
https://www.adherecreative.com/blog/7-winning-marketing-campaign-strategies
https://www.campaigncreators.com/blog/10-tips-for-creating-a-powerful-marketing-campaign-strategy

3

ยุคการตลาดออนไลน์หรือยุคดิจิทัลทำให้การเข้าถึงตลาดในกลุ่ม B2B เปลี่ยนไปเนื่องจากเทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และช่องทางการเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็วและทันสมัยมากขึ้น ทำให้ธุรกิจในกลุ่ม B2B ต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตรงกับความคาดหวังของกลุ่มลูกค้า คุณต้องปรับกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลของคุณ ให้เหมาะสม เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล วันนี้เราดิจิทัลเอเจนซี่จะมาแนะนำกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ สำหรับธุรกิจ B2B มาดูกันว่าเราจะมีวิธีในการทำการตลาดออนไลน์อย่างไร

สร้างเว็บไซต์บริษัทของคุณ
หากคุณเป็นธุรกิจเกี่ยวกับ  B2B เว็บไซต์ของคุณถือเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ เพราะเว็บไซต์ถือเป็นหน้าตาบ้านอีกหนึ่งหลังของคุณ คุณควรที่จะปรับปรุงเว็บไซต์ของคุณให้ดี ควรมีข้อมูลที่ความรู้หรือคุณค่าเกี่ยวกับอุตสาหกรรมที่ช่วยให้ลูกค้ารู้ว่าคุณทำอะไรในและสามารถช่วยพวกเขาได้อย่างไรเพียงเท่านี้ก็จะทำให้คุณเป็นที่น่าสนใจมากขึ้น

Search Engine Optimization (SEO) และการทำ Content Marketing
การทำ SEO จะช่วยให้มีผู้เข้าชมรายใหม่ๆ มายังไซต์ของคุณ และสามารถทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้ โดยพื้นฐานแล้ว SEO ช่วยเสิร์ชเอ็นจิ้นอย่าง Google ค้นหาเว็บไซต์ของคุณและเพิ่มอันดับให้สูงขึ้น หากต้องการพบคุณบนหน้าแรกของการค้นหาใดๆ SEO สามารถช่วยคุณได้ การสร้างบล็อกเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากสิ่งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยปรับปรุง SEO แต่ยังช่วยให้คุณเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมของคุณและดึงดูดผู้ชมที่มีคุณภาพ Content ที่บ่งบอกถึงความเชี่ยวชาญของคุณจะช่วยให้ลูกค้าที่มีอยู่เชื่อมั่นในคุณมากขึ้นสร้างความน่าเชื่อถือและช่วยให้คุณดึงดูดลูกค้ารายใหม่ๆ มายังไซต์ของคุณได้

การทำการตลาด offline และการตลาด online marketing ควบคู่กัน
เพื่อให้ได้ผลตอบลัพธ์จากการตลาดที่ดี การรวมกันระหว่างการทำการตลาด offline และการตลาด online marketing จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำตลาด ช่วยคุณสามารถเชื่อมโยงทั้งสองเข้าด้วยกันให้บริการลูกค้าที่เหนือกว่าคู่แข่ง
ตัวอย่างของการรวมการตลาดแบบ B2B ทางออนไลน์และออฟไลน์
- รวบรวมที่อยู่อีเมลในกิจกรรมออฟไลน์ เช่น การประชุมหรือกิจกรรมเครือข่าย เพื่อทำ E-mail Marketing
- ใช้คูปองเฉพาะที่สามารถใช้ได้บนเว็บไซต์หรือหน้า Landing Page เมื่อใช้แล้ว คุณจะรู้ว่าลูกค้ามาจากแคมเปญออฟไลน์
- นำผู้คนไปยังช่องทางโซเชียลมีเดียของคุณ เช่น การแข่งขันหรือการดาวน์โหลด eBook
- เสนอสิ่งจูงใจที่สามารถรับได้ทางออนไลน์เท่านั้น เช่น การสมัครรับจดหมายข่าวเพื่อรับส่วนลด 20% สำหรับการสั่งซื้อครั้งแรกของบริษัท

4

หากคุณเป็นผู้ประกอบการมือใหม่ ที่ต้องการปิดดีลและสร้างยอดขายในแต่ละวันให้ได้ยอดขายที่ดีและมากที่สุด ห้ามพลาดวันนี้เรามีเทคนิคการโพสต์ขายของที่จะทำให้คุณได้ยอดขายที่ปังเป็นที่น่าประทับใจมาฝาก มาดูกันว่าเราจะมีเทคนิคและวิธีการอย่างไร หากคุณกำลังวางแผนการสร้างแผนการตลาดออนไลน์ แต่ยังไม่รู้จะสร้างแผนการตลาดออนไลน์อย่างไร และต้องการผู้ช่วยในการสร้างการตลาดบนโลกออนไลน์ ให้เราทีม Digital Marketing Agency ช่วยคุณสร้างแผนการตลาดและดูแลการตลาดบนโลกออนไลน์ให้คุณ

แคปชั่นต้องดึงดูด
ในการขายของออนไลน์ สิ่งหนึ่งที่เป็นสิ่งสำคัญนั่นก็คือการเขียนแคปชั่นเพราะการเขียนแคปชั่น เป็นการที่ช่วยสร้างแรงดึงดูด และเป็นการกระตุ้นให้ลูกค้านั้นสนใจในสินค้ามากขึ้น สามารถช่วยปิดการขายและสร้างรายได้ให้เกิดขึ้น สิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงถึงและให้ความสำคัญในการเขียนแคปชั่น คือ ต้องเข้าใจได้ง่าย อ่านแล้วตัดสินใจซื้อได้เลย เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยให้การโพสต์ขายสินค้าของคุณนั้นสามารถสร้างยอดขายได้ภายในหนึ่งวัน

รูปภาพสินค้าต้องสะดุดตา
แน่นอนว่าในการจะขายสินค้าให้ได้นั้น รูปภาพถือเป็นสิ่งสำคัญในการโพสต์ขายสินค้า การโพสต์รูปภาพสินค้าให้มีความดึงดูดหรือสะดุดตานั้นจะช่วยให้เราสามารถปิดการขายได้เร็วยิ่งขึ้น ในบางครั้งการเลื่อนฟีดอาจจะทำให้ไม่สามารถอ่านแคปชั่นได้ทัน แต่รูปภาพจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนหยุดอ่านและให้ความสนใจได้ง่ายมากกว่า เราควรที่จะสร้างภาพให้เป็นที่น่าสนใจโดยอาจใช้เป็นคำพูดหรือตัวหนังสือแปะไว้บนรูปภาพสินค้าเพื่อบ่งบอกถึงโปรโมชั่น รายละเอียดสินค้า หรือราคา เพื่อให้ลูกค้าสนใจหรือกดคำสั่งซื้อ เท่านี้ก็ถือเป็นการสร้างยอดขายได้ด้วยวิธีง่าย ๆ

เลือกเวลาโพสต์ให้เหมาะสม
ในทุกๆครั้งที่คุณจะทำการโพสต์ขายสินค้าสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้ามเลยก็คือเวลาที่จะใช้ในการโพสต์ขายสินค้า เพราะเวลาถือว่ามีผลต่อการสร้าง Engagement การกด Like การคอมเม้นท์ และการแชร์ ในทุกๆปีจะมีสถิติออกมาว่าการตั้งเวลาโพสต์ในช่วงไหนที่จะได้รับการตอบรับที่ดี ช่วงไหนไม่ได้รับผลการตอบรับที่ดี ดังนั้นถ้าคุณไม่อยากพลาดในการปิดการขายสินค้าของคุณ คุณควรที่จะศึกษาเวลาในการโพสต์ขายสินค้า และเลือกเวลาโพสต์ขายสินค้าที่ดีและเหมาะสมในการขายสินค้าของคุณ

ตอบคำถามอย่างรวดเร็วและให้ข้อมูลได้อย่างมืออาชีพ
ในการขายสินค้าแน่นอนอยู่แล้วว่าลูกค้าจะต้องมีการทักเข้ามาสอบถามข้อมูลรายละเอียดสินค้าหรือคำแนะนำต่าง ๆ การตอบการตอบคำถามได้อย่างรวดเร็วและให้ข้อมูลได้อย่างมืออาชีพจะช่วยปิดการขายให้คุณให้ได้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยสร้างความประทับใจในการซื้อขายสินค้า และเกิดเป็นการบอกต่อที่ทำให้คุณสามารถปิดการขายได้อีกมากมาย ฉะนั้นแล้วการตอบคำถามลูกค้าอย่างรวดเร็วและให้ข้อมูลได้อย่างครบถ้วนเป็นมืออาชีพจะช่วยให้คุณปิดการขายได้อย่างแน่นอน



 

5

แพลตฟอร์ม Facebook ถือเป็นพื้นที่โซเชียลที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยเองก็เช่นกัน ซึ่งมีข้อมูลระบุว่า คนไทยมีผู้ใช้งาน Facebbok มากถึง 51 ล้านบัญชี (84.9% ของจำนวนประชากรอายุ 13 ปีขึ้นไป) เพราะฉะนั้นพื้นที่ Facebook จึงกลายเป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าโดยปริยาย โดย Facebook เป็นพื้นที่ที่ร้านค้าสามารถเปิดเพจเพื่อลงสินค้า สื่อสารกับลูกค้า จนถึงขั้นสามารถทำการซื้อขายบนแพลตฟอร์มนี้ได้

แต่ถ้าคุณพยายามลงสินค้า สร้างคอนเทนต์ส่งหาลูกค้า หรือพยายามคิดเกมส์เพื่อหาลูกค้า เพื่อเพิ่มยอดขาย แต่ไม่ประสบความสำเร็จ วันนี้เราเลยมี 5 ขั้นตอนยิงโฆษณา Facebook หาลูกค้า เพิ่มยอดขายมาฝาก

เข้าไปที่ Account ที่ต้องการ
ขั้นตอนแรกคือเข้าไปที่บัญชีของเราที่ต้องการยิงโฆษณา ซึ่งสามารถใช้ Account ส่วนตัว หรือ Account ของเพจร้านค้าได้ลย

เลือก Campaigns ที่จะสร้างโฆษณา
การสร้าง Campaigns จะเป็นการเลือก Objective หรือวัตถุประสงค์ในการลงโฆษณา ซึ่งทาง Facebook จะช่วยค้นหาลูกค้า หรือกลุ่มเป้าหมายที่คาดว่าจะสนใจเพจร้านค้าของคุณ โดยในปัจจุบันทาง Facebook มี 3 Objective ที่เราสามารถเลือกได้ตามเป้าหมายที่เราต้อง
Build your band : เป็น Objective ที่ต้องการเน้นทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก เช่น เพิ่มจำนวนกดไลค์ คอมเม้นต์ให้กับโฆษณาของเรา ซึ่งเหมาะกับการหาลูกค้าที่เข้ามาร่วมกิจกรรมของเรา หรือต้องการลูกค้าให้เข้ามาติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Make Connection : คือ Objective ที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้า หรือกลุ่มเป้าหมาย โดยจะเน้นการทำการตลาดแบบเชื่อมต่อกับเพจและลูกค้าเป็นหลัก
Drive Sales : เป็น Objective ที่มุ่งเน้นไปที่การหาลูกค้าและการสร้างยอดขายให้กับธุรกิจ

การทำ Campaign Details
ถัดมาคือขั้นตอนการตั้งชื่อให้แคมเปญโฆษณาของเรา เป็นการตั้งค่างบประมาณหรือจำนวนเงินที่ต้องการใช้ทำโฆษณา โดยสามารถตั้งเป็น 2 แบบ คือ Daily Budget เป็นรูปแบบการใช้งบประมาณที่จะใช้จ่ายต่อวันในการลงโฆษณา และอีกแบบคือ Lifrtime Budget เป็นรูปแบบการลงโฆษณาแบบตลอดอายุ Facebook ซึ่งจะคำนวณตามวันที่เราตั้งค่าเปิดปิดโฆษณาให้อัตโนมัติ

ตั้งค่า Ad set
ถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างมาก เพราะจะเป็นส่วนเลือกกลุ่มเป้าหมายของโฆษณา ถ้าเลือกกลุ่มเป้าหมายดี ก็จะทำให้โฆษณาของเราดีไปด้วย โดยมีรายละเอียดดังนี้
Audience คือ การกำหนดลักษณะกลุ่มเป้าหมายที่คาดว่าจะเป็นลูกค้า ให้พวกเขาเห็นโฆษณาของคุณ
Location คือ กลุ่มคนที่อยู่ในที่ที่เราจะส่งโฆษณาให้พวกเขา เช่น Thailand, Bangkok, Chonburi
Age คือ การกำหนดอายุของกลุ่มเป้าหมาย
Gender คือ การกำหนดช่วงอายุของกลุ่มเป้าหมาย
Demographics คือ ลักษณะทางประชากรศาสตร์ เช่น การศึกษา การทำงาน และไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ
Interests คือ การตั้งค่ากลุ่มเป้าหมายด้วยความสนใจ ความชื่นชอบของพวกเขา

Placement
คือการเลือกพื้นที่ในการลงโฆษณาให้ไปแสดงผลที่ไหนบ้าง ซึ่งสามารถเลือกได้ทั้งใน Facebook, Instagram, Messenger ทั้งนี้เรายังสามารถเลือกเฉพาะผ่านการใช้งานคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ได้เช่นกัน


6
Facebook แพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยในประเทศไทยมีบัญชี facebook กว่า 51 ล้านบัญชี ซึ่งทำให้หลายธุรกิจหันมาสนใจการทำโฆษณาบนเ Facebook มากขึ้น เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง เพิ่มยอดขายให้กับสินค้าและบริการได้เป็นอย่างมาก และวันนี้เราชาว Digital Marketing มีวิธีที่จะช่วยให้คุณเพิ่มยอดขายละดึงดูลูกค้าใหม่ ๆ เข้ามาใน Facebook ของคุณ มาดูกันว่าจะมีวิธีการไหนบ้างที่จะช่วยสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับ Facebook ชองคุณ


สร้าง Facebook Page ให้น่าสนใจ
สิ่งแรกก่อนที่จะช่วยดึงดูดลูกค้าและสร้างยอดขายได้อย่างง่ายเลยก็คือการสร้าง Facebook Page ของคุณให้น่าสนใจ เพราะหน้าเพจ Facebook ของคุณคือหัวใจสำคัญเพราะหาก Facebook Page เป็นที่น่าสนใจก็ยิ่งทำให้ผู้คนอยากเข้ามาใช้บริการ ก็เหมือนกับร้านค้าทั่วไป ร้านไหนที่ตกแต่งร้านด้วยความสวยงาม และมีการจัดวางสินค้าที่ดึงดูดลูกค้าให้น่าสนใจ แน่นอนว่าการตัดสินใจของลูกค้าแทบจะไม่ต้องใช้เวลามากมายในการเยี่ยมชม เหมือนกับการตกแต่งเพจหน้าร้านของคุณเช่นกัน สินค้าที่มีความสวยงาม คอนเทนต์ข้อความที่น่าดึงดูด ย่อมเป็นผลดีกับเพจของคุณ


สร้างโพสต์ส่งเสริมการขายด้วยความคิดสร้างสรรค์
หลายธุรกิจมักจะทำการตลาดเพื่อส่งเสริมการขายบน Facebook เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานกว่า 1.84 พันล้านคน และมีความคิดที่ว่าทุกคนสามารถที่จะลูกค้าของตนเองได้แต่ความจริงแล้ว ผู้ที่ใช้ Facebook  กลับไม่ได้รู้สึกให้ความสนใจตัวโฆษณาชบน Facebook เท่าที่ควร เพราะส่วนใหญ่มองว่า สื่อโฆษณาที่เห็นนั้น ความรู้สึกเหมือนโดนยัดเยียดมากเกินไป ดังนั้นแล้วการสร้างคอนเทนต์สื่อโฆษณาให้สร้างสรรค์เป็นที่น่าสนใจ จะเพื่อเป็นการส่งเสริมการขายบน Social media ที่ได้ผลลัพธ์ที่มากกว่า โดยอาจมีการสร้างแคมเปญการตลาดที่เป็นการให้ความรู้ หรือการสร้างการมีส่วนร่วมกันระหว่าแบรนด์และลูกค้าเพื่อให้การขายนั้นจำเจหรือเป็นการยัดเยียดเกินไป


การเพิ่มมูลค่าทางตลาดผ่านคอนเทนต์วิดีโอบน Facebook
คอนเทนต์วิดีโอโฆษณาในปัจจุบันถือเป็นการทำการตลาดที่ได้รับความน่าสนใจและผลตอบลัพธ์ที่ดีเพราะคลิปโฆษณาวิดีโอคอนเทนต์ที่ใช้กลยุทธ์และเนื้อหาที่สร้างสรรค์ นอกจากจะกระตุ้นยอดขายแล้ว คุณยังจะได้ยอดผู้ติดตามเพิ่มเติมเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้ใช้ Facebook ที่พบเห็นอีกด้วย คอนเทนต์วิดีโอถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญ ในการเพิ่มมูลค่าทางการตลาด หลายธุรกิจใช้การทำคอนเทนต์วิดีโอในการสร้างผู้ติดตามและเพิ่มยอดขาย และได้ผลลัพธ์ที่ดี


กระตุ้นยอดขายด้วย Facebook Stories
ปัจจุบัน Facebook Stories ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในแวดวงกว้าง แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่คอลเลคชั่นรูปภาพและวิดีโอที่ทำให้ผู้ติดามของคุณมองเห็นเพียง 24 ชั่วโมง แต่วิธีการนี้สามารถสร้างความน่าสนใจได้เป็นอย่างมาก
 
โดย Facebook Stories จะแสดงที่ด้านบนของฟีดข่าวทั้งทางเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นบนมือถือ
 
ส่วนใหญ่แล้ว Facebook Storie ใช้เพื่อแบ่งปันช่วงเวลาที่สนุกสนานและโมเม้นท์สำคัญๆขณะนั้น แต่ก็สามารถใช้เป็นกลยุท์ทางการตลาดในธุรกิจของคุณได้เช่นกัน เพราะเรื่องราวต่างๆมักจะปรากฎที่ด้านบนสุดของไทม์ไลน์อย่างเด่นชัด ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเข้าถึงผู้ใช้ได้เป็นจำนวนมากและยิ่งช่วยในการกระตุ้นให้ผู้ติดตามมีส่วนร่วมกับธุรกิจของคุณมากยิ่งขึ้น
 
หากคุณสนใจที่จะใช้ Facebook Stories
คุณสามารถถ่ายภาพหรือวิดีโอได้ตามต้องการ หรือเลือกจากแกลเลอรีของคุณได้ ไม่ว่าคุณจะใช้อะไร และอย่าลืมที่จะใช้มัลติมีเดียคุณภาพสูง

เพิ่มปุ่ม CTA ที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างโอกาสในการขาย มีตัวเลือกต่างๆ ในหน้าธุรกิจมากมายอย่างเช่น "จองเลย" "โทรเลย" และ "ซื้อเลย" เป็นต้น

ดึงดูดผู้ใช้จากการทำกิจกรรม (แจกของรางวัล)
ในการจัดการ Facebook การมีส่วนร่วมถือเป็นสิ่งสำคัญ คุณต้องทำให้ผู้ติดตามของคุณมีส่วนร่วมและทำให้หน้าธุรกิจของคุณมีการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอยู่เสมอ มิฉะนั้นผู้ติดตามอาจหันไปหาคู่แข่งทางธุรกิจของคุณได้
 
คุณสามารถเลือกที่จะเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจของคุณได้โดยคิดกิจกรรมต่างๆ ขึ้นมาให้เกิดเป็นกระแสและเป็นกิจกรรมที่ผู้ติดตามสามารถทำได้อย่างง่ายดาย อย่างเช่น การแชร์แลกกับการแจกของรางวัล หรือการร่วมกิจกรรมลุ้นรับสิทธิ์ชิงโชค เพื่อทำให้ธุรกิจของคุณดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น และวิธีการนี้ยังเป็นวิธีการที่ช่วยให้คุณเพิ่มการถูกใจเพจของคุณ และสร้างการมีส่วนร่วมกับกลุ่มผู้ติดตามให้กลายเป็นกลุ่มลูกค้าตามเป้าหมายได้อีกด้วย
 
ตัวอย่างกิจกรรมที่สามารถสร้างความสนุกให้ทั้งคุณและผู้ติดตามของคุณได้
Like and Share วิธีการง่ายๆที่สามารถกระจายให้ผู้คนสามารถมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของคุณได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
Caption Contest แคปชั่นไหนที่ว่าปัง เมื่อมาจับคู่กับธุรกิจของคุณได้โดนใจ “ลุ้นรับของรางวัล” เป็นการทำให้ผู้ติดตามได้ร่วมสนุกไปกับกิจกรรมและได้ครีเอทไอเดียอย่างสร้างสรรค์ โดยผู้ที่ได้รับรางวัลอาจจะมาจากไอเดียที่น่าสนใจที่สุด การประกวดการถ่ายภาพและวิดีโอ ให้เข้ากับconcept ของธุรกิจของคุณกดติดตามเพื่อสมัครรับข่าวสารการแจกของรางวัล
 
 
ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณเองก็ควรศึกษาหลักเกณฑ์ของเพจ Facebook เพื่อให้แน่ใจว่าคุณสามารถจัดกิจกรรมของคุณได้อย่างถูกกฎหมาย
 


7

 ทำไมถึงกล่าวว่า ผักแช่แข็ง มีความสำคัญต่อธุรกิจอาหารและไม่ควรมองข้าม เพราะว่าจริง ๆ แล้ว อุตสาหกรรมอาหารในตอนนี้มีความต้องการใหม่ ๆ ในการรับประทานอาหารแทบจะตลอดเวลา ไม่ได้มีแค่การทานอาหารที่เป็นแค่เนื้อสัตว์หรือแต่วีแกนอีกต่อไป ทั้งนี้เทรนการรับประทานอาหารกลับพบว่า ผักแช่แข็ง มีความต้องการที่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนทานคีโตหรือกลุ่มคนงดทานคราฟท์ ล้วนแล้วแต่ต้องการบริโภคผักทั้งนั้น

     จริงอยู่ว่าการบริโภคผักสดน่าจะเป็นที่นิยมมากกว่าในกลุ่มทานผัก แต่ความเป็นจริงแล้ว ผักแช่แข็งบางชนิดกลับมีสารอาหารที่มากกว่าผักสดชนิดเดียวกันเสียด้วยซ้ำ ดังนั้น หลายที่ ๆ จึงเริ่มหันมาใช้วัตถุดิบที่เป็นผักแช่แข็งกันอย่างแพร่หลาย เพราะไม่เพียงแต่เรื่องของสารอาหารจากผักแช่แข็งที่มีมากกว่าผักสดเท่านั้น แต่เรื่องของระยะเวลาที่มีอายุนานกว่าผักสดในการจัดเก็บ ก็เป็นอีกปัจจัยหลักที่ทำให้ผักแช่แข็งมีความสำคัญต่อธุรกิจอุตสาหกรรมอาหาร

ทำไม food industry ถึงควรให้ความสำคัญ กับผักแช่แข็ง

สะอาด
เนื่องจากกระบวนการในการผลิตผักแช่แข็งนั้นสามารถที่จะเช็คย้อนหลังได้ตั้งแต่การเพาะปลูกเก็บเกี่ยวตลอดจนการขนส่ง ให้คุณสามารถมั่นใจได้ในทุกๆกระบวนการของการผลิตและขนส่งผักแช่แข็งนั้นสะอาดและปราศจากการปนเปื้อน ให้การผลิตและนำไปใช้ต่อนั้นมีคุณภาพถูกต้องตามมาฐานและการรับรองของอาหาร

ต้นทุนคงที่
ผักผลไม้แช่แข็งนั้น มีต้นทุนคงที่ตลอดทั้งปี (Right Cost) ซึ่งนับเป็น ปัจจัยที่สำคัญต่อการเติบโตและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารเป็นอย่าง ให้คุณสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการผลิตให้คงที่ได้ตลอดทั้งปี แถมทำให้กระบวนการการผลิตไม่สะดุดเพราะมีสินค้าคอยรองรับทุกการผลิตไม่ว่าจะมากหรือน้อยให้คุณหมดห่วงในเรื่องของวัตถุดิบการผลิต

พร้อมใช้
ผักแช่แข็งและผลไม้แช่แข็งนั้นคุณสามารถเลือกได้ว่าต้องการการตัดแต่งในรูปแบบใด ช่วยคุณลดแรงงานในการตัดแต่งลดค่าใช้จ่ายแรงงาน เพราะผักผลไม้แช่แข็งนั้นคุณสามรถแจ้งความต้องการของคุณได้โดยให้ผักและผลไม้แช่แข็งที่ได้รับมานั้นพร้อมใช้พร้อมผลิตให้คุณลดต้นทุนในเรื่องของเวลาและเพิ่มปริมาณการผลิตได้มากขึ้น

ผู้ผลิตไม่ต้องกังวลแบกนับความเสี่ยงของผักในแต่ละฤดูกาล
การใช้ผักผลไม้แช่แข็งในการผลิต ผู้ผลิตไม่ต้องกังวลแบกนับความเสี่ยงของผักในแต่ละฤดูกาล ไม่ต้องคอยลุ้นกับสถานการณ์ต่าง ๆ ของสภาพอากาศที่จะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่ต้องแบกรับพยุงต้นทุนของวัตถุดิบอย่างเช่นผักแช่แข็งว่าจะมีราคาขึ้นลงไม่แน่นอนหรือไม่ เพราะผักแช่แข็งจะอยู่ได้ตลอดปี โดยไม่ต้องรอผลเก็บเกี่ยวในแต่ละฤดูกาลให้เสียเวลา สามารถผลิตอาหารได้อย่างไม่ต้องกังวลเรื่องความเพียงพอต่อวัตถุดิบอีกด้วย




8
ถ้าได้ยินคำว่า รถห้องเย็น เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะนึกถึงรถที่ขนส่งอาหารแช่แข็งสำเร็จรูป , อาหารสดจำพวกเนื้อสัตว์หรืออาหารทะเลที่นำเข้าซะเป็นส่วนใหญ่ รวมไปถึงการขนส่งวัตถุดิบที่ไว้ใช้กับภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ และมองว่ารถห้องเย็นคงเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับธุรกิจเล็ก ๆ แต่ความจริงแล้ว รถห้องเย็น หรือขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก ๆ และเหมาะเป็นอย่างมากสำหรับเทรนด์ธุรกิจใหม่ในยุค New normal

มาดูกันว่ารถห้องเย็นเหมาะกับธุรกิจประเภทใดบ้าง

ธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร
 
     แน่นอนว่าส่วนหนึ่งทุกคนรู้อยู่แล้วว่า รถห้องเย็น น่าจะขนส่งอาหารประเภทแช่แข็งอยู่แล้ว แต่ความจริงแล้วรถห้องเย็นไม่ได้มีไว้สำหรับขนส่งอาหารแช่แข็งอย่างเดียว แต่ยังมีอาหารอีกมากมายหลายชนิดที่สามารถใช้รถห้องเย็นในการขนส่งได้ เพราะรถห้องเย็นมีหน้าที่ในการควบคุมอุณหภูมิเพื่อรักษาความสดของอาหาร ไม่ว่าจะเป็น ผักสด ผลไม้สด ผักแช่แข็ง ผลไม้แช่แข็ง เบเกอรี่ อาหารแปรรูป หรือ อาหารกึ่งสำเร็จรูปชนิดปรุงแบบแยกเครื่องและน้ำ อาหารเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นอาหารที่ไม่ได้เจาะจงแค่ธุรกิจภาคอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นร้านอาหารเล็ก ๆ หรือ อาหารโฮมเมดที่ไม่มีหน้าร้าน ล้วนแล้วแต่ควรมีขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิเพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้าได้ด้วยเช่นกัน



ธุรกิจร้านดอกไม้

   ใครจะคิดว่าอันที่จริงดอกไม้ก็สามารถคงความสดได้โดยการขนส่งด้วยรถห้องเย็นก็ได้ เพราะที่ผ่านมาเราเคยชินกับการจัดดอกไม้วันต่อวันเท่านั้น เพราะถ้าหากจัดค้างคืนไว้ละก็ แน่นอนว่าความสวยสดงดงามของดอกไม้จะแห้งเหี่ยวไปในทันที หรือ บางครั้งต้องส่งดอกไม้กันข้ามจังหวัดก็มีโอกาสที่บางดอกอาจจะเหี่ยวได้ จนทำให้ต้องลดราคาตามอาการดอกไม้ หรือในกรณีที่ร้านดอกไม้ของคุณเป็นที่สนอกสนใจของลูกค้าที่มีระยะทางห่างไกล แต่ลูกค้าก็อยากจะได้ดอกไม้จากร้านคุณจริง ๆ เชื่อว่าการขนส่งแบบรถห้องเย็นจะเป็นการตอบโจทย์และตีตลาดให้คุณได้มากเลยทีเดียว


ธุรกิจประเภทเภสัชภัณฑ์

      แน่นอนว่าไม่ใช่แค่กับทางโรงพยาบาลเท่านั้นที่ต้องใช้การขนส่งรถห้องเย็น แต่สถาบันความงามทั้งหลายก็จำเป็นต้องใช้บริการเช่นกัน เพราะไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก็ตามที่ได้รับการรักษาและขนส่งโดยควบคุมอุณหภูมิมาอย่างดีแล้วนั้น ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ย่อมยังคงอยู่และเข้มข้นแน่นอน


จะเห็นได้ว่ารถห้องเย็นนั้น มีความจำเป็นอย่างมากกับธุรกิจยุคนิวนอมอล ไม่เพียงแต่ภาคอุตสาหกรรมเท่านั้นที่ต้องใช้ขนส่งแบบรถห้องเย็น แต่ธุรกิจหลายประเภทรถห้องเย็นก็เป็นการตอบโจทย์และถือได้ว่าเป็นการขยายตลาดเพิ่มเติมเพื่อให้ลูกค้าได้เข้าถึงธุรกิจของคุณแน่นอน

9
ถ้าพูดถึงธุรกิจเล็ก ๆ ที่ใครก็เป็นเจ้าของกิจการได้ไม่ยาก คงหนีไม่พ้นธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร ตั้งแต่อาหารทานเล่นเพลิน ๆ ไปจนถึงมื้อหนัก ๆ อิ่มท้อง ประเภทร้านอาหารเหล่านี้มีอยู่แทบจะทุกพื้นพี่ แต่เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจจากเหตุการณ์โรคระบาดไวรัสโควิด 19 รัฐบาลจึงประกาศมาตรการป้องกัน Social Distancing เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ โดยให้เปิดร้านอาหารได้เหมือนเดิม แต่ห้ามนั่งในร้านเด็ดขาด ผลกระทบเหล่านี้ไม่ได้มีแค่ร้านอาหารเท่านั้นที่ แต่ร้านจำพวกสตรีทฟู้ดตามตลาดนัดกลางคืนก็เจอผลกระทบไม่ใช่น้อย เมื่อเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้น การพลิกเกมส์ได้ก่อนก็เหมือนพลิกวิกฤตเป็นโอกาส การมองเห็นช่องว่างหรือวิกฤตธุรกิจจะทำให้เรามีโอกาสมากกว่า ในเมื่อนั่งทานที่ร้านไม่ได้แต่สั่งหน้าร้านแล้วนั่งรอได้ ทว่าการนั่งรอในร้านอาหารก็ไม่ได้ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อลงไปเช่นกัน เพราะยังต้องหาที่จอดรถแล้วลงเดินผ่านพื้นที่หรือสวนทางกับผู้คนอยู่รอบกาย จะดีกว่าไหมถ้าเราสั่งอาหารแบบไม่ต้องลงจากรถ มากสุดก็แค่ลดกระจกลงเพื่อรับอาหารที่สั่งไว้แค่นั้น 

       วันนี้เราจึงจะพาคุณมารู้จักกับอีกหนึ่งช่องทางในการทำมาหากิน แค่ปรับเปลี่ยนอะไรนิดหน่อยก็เพียงพอแล้ว สำหรับธุรกิจกิจการร้านอาหารไดร์ฟทรู ( Drive thru ) นั้น อาจจะต้องมีพื้นที่นิดหน่อยเพื่อรองรับจำนวนรถของลูกค้า แต่เรื่องของการก่อสร้างตั้งร้านไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด ไม่จำเป็นต้องใช้วัตถุจำพวก อิฐ หิน ปูน ทราย ให้เปลืองงบประมาณรายจ่ายเยอะแยะ ใช้แค่เต็นท์ผ้าใบเพียงเท่านั้น ประหยัดทั้งงบและเวลา มาดูกันว่าเต็นท์แบบใดบ้างที่นำมาใช้ได้กับไดร์ฟทรู

3 จุดสำคัญตั้งเต็นท์อาหาร Drive thru

บริเวณทางเข้าสั่งอาหาร
ในช่องของขาเข้าจะเป็นเต็นท์สำหรับการรับบัตรคิวสั่งอาหารและชำระเงิน ซึ่งพื้นที่ตรงนี้แนะนำให้ใช้เป็นเต็นท์ผ้าใบแบบติดแอร์ เพราะบริเวณตรงนี้ค่อนข้างจะต้องใช้เวลาในการพบปะพูดคุยกับลูกค้านานที่สุด ดังนั้นจึงควรเป็นเต็นท์ผ้าใบชนิดแบบปิดมิดชิด และเหลือเพียงแค่ช่องว่างให้พอดีกับการยื่นมือเข้าออกเท่านั้น ซึ่งเต็นท์ตรงนี้จะต้องมีคนมากกว่า 1 คนในการดำเนินงาน เช่น คนรับออเดอร์หน้าร้าน / ออเดอร์ออนไลน์ ฯ ฉะนั้นควรใช้เป็นเต็นท์ผ้าใบแบบติดแอร์จะเหมาะสมกว่า

บริเวณพื้นที่สำหรับจอดรอรับอาหาร
แน่นอนว่าถ้าหากให้ลูกค้าจอดรถตากแดดรอนาน ๆ คงจะโดนคอมเพลนอย่างหนักแน่นอน ดังนั้นพื้นที่ตรงนี้ควรใช้เต็นท์ผ้าใบขนาดใหญ่แบบเปิดโล่ง ใช้ได้ทั้งเต็นท์น็อคดาวน์และเต็นท์พีระมิด ขึ้นอยู่กับความชอบของท่าน

บริเวณรับอาหารและทางออก
พื้นที่ตรงนี้บางร้านอาจจะใช้เป็นจุดปรุงอาหารด้วยเช่นกัน การเลือกใช้เต็นท์ผ้าใบให้เหมาะสมอาจจะใช้เป็นเต็นท์ผ้าใบขนาดใหญ่ที่เป็นทรงสูงเปิดโล่ง มีหน้าความกว้างตั้งแต่ 4-8 เมตร หรือ จะเป็นเต็นท์ผ้าใบจำพวกทรง เต็นท์ทรงจั่ว, เต็นท์ทรงโค้ง, เต็นท์ทรงปั้นหยา, เต็นท์ทรงเซนจูรี่, เต็นท์ทรงพีระมิด, เต็นท์ทรงพลับพลา, ซึ่งมีขนาดหน้าความกว้าง 3-6 เมตร เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกสบาย ปรุงอาหารได้อย่างไม่รู้สึกอึดอัด แถมยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการโปรโมทอาหารเมนูอื่น ๆ ของทางร้านไปในตัวอีกด้วย เพราะช่วงเวลาที่ลูกค้ากำลังรับอาหารอาจสอดส่องไปเห็นเมนูที่เสร็จแล้วหรือกำลังปรุงให้ลูกค้าท่านอื่นอยู่ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าจดจำและกลับมาใช้บริการซ้ำอีกนั่นเอง

10
สด สะอาด ปลอดภัย นี่คงเป็นสามกฎเหล็กสำคัญที่เราคอยยึดถือไว้เสมอเวลาเลือกซื้อสินค้าจำพวกผักหรือผลไม้ ถ้าคุณเป็นแม่บ้านที่กำลังเลือกผักไปประกอบอาหารเป็นมื้อเย็น กฎสามข้อข้างต้นคงเป็นหลักเกณฑ์ประกอบการตัดสินใจง่ายๆที่เพียงพอแล้ว  แต่หากคุณเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ที่กำลังมองหาวัตถุดิบปริมาณมากเพื่อป้อนเข้าสู่โรงงานผลิตในอุตสาหกรรมอาหาร คุณคงต้องใช้หลักเกณฑ์หรืออะไรที่มากกว่านั้นในการตัดสินใจ

“ผักแช่แข็ง” จึงกลายมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ผู้ประกอบการหลายเจ้าหันมาจับตามอง เพราะผักนั้นถือว่าเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเมนูอะไร อาหารประเภทไหน ก็ล้วนมีผักเป็นวัตถุดิบร่วมด้วยอยู่เสมอ ดังนั้นผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารจึงต้องให้ความสำคัญกับผักมากเป็นพิเศษ หลักเกณฑ์ในการคัดสรรวัตถุดิบจึงไม่เหมือนการเลือกซื้อผักสดตามตลาดทั่วไป แล้วทำไมถึงต้องเป็นผักแช่แข็งล่ะ? ทำไมใช้แค่ผักสดธรรมดาๆไม่ได้ เรามาดูกันดีกว่าว่าเพราะอะไรผักแช่แข็งถึงกลายเป็นตัวเลือกสำคัญของอุตสาหกรรมผลิตอาหารในปัจจุบัน


1.ผักแช่แข็งมี “คุณภาพ” ในหลายแง่มุมมากกว่าผักสดทั่วไป
อย่างที่ทราบกันว่าผักแช่แข็งนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถือว่าเป็นผลผลิตจากภาคอุตสาหกรรม นั่นหมายความว่าเราสามารถตรวจสอบย้อนกลับเพื่อเช็คความปลอดภัย เช็คคุณภาพจากกระบวนการผลิตได้ทุกขั้นตอน เพิ่มความมั่นใจเรื่องความสดสะอาดได้ว่าทุกอย่างจะตรงตามมาตรฐาน  สามารถวัดสิ่งเหล่านี้ให้ออกมาเป็นรูปธรรมได้อย่างชัดเจน จับต้องได้ สำหรับผู้ประกอบการแล้วนี่ถือเป็นหนึ่งข้อสำคัญที่ควรใส่ใจอย่างมาก

นอกจาก “คุณภาพของการผลิต” แล้ว “คุณภาพของตัวผัก” ที่ได้จากกระบวนการแช่แข็งก็มีคุณภาพทัดเทียมกับผักสดอีกด้วย เมื่อถึงเวลาหยิบวัตถุดิบมาปรุงอาหาร ผักก็จะดูสดสะอาดตลอดเวลา เสมือนพึ่งเก็บเกี่ยวหมาดๆมาจากไร่ การแช่แข็งไม่ได้ลดทอนคุณภาพของผักเลยแม้แต่น้อย สารอาหารทุกอย่างจะยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง


2.หมดปัญหาเรื่องผักขาดตลาดเพราะผิดฤดู
อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ การจะปลูกผักบางชนิดนั้นต้องคำนึงถึงฤดูกาลหรือสภาพภูมิประเทศที่เหมาะสมเป็นสำคัญ เป็นเรื่องปกติหากผลผลิตบางอย่างจะขาดตลาดเมื่ออยู่ต่างฤดู จะเกิดอะไรขึ้นล่ะหากคุณเป็นผู้ประกอบการที่ไม่สามารถจัดหาผักสดบางชนิดได้ ซึ่งมันจะต้องส่งผลเสียแก่ธุรกิจคุณอย่างแน่นอน คุณอาจจะสิ้นเปลืองแรงงานมากขึ้น ไม่สามารถควบคุมต้นทุนได้ ผักที่คุณกำลังต้องการอาจมีราคาที่แพงผันผวนขึ้น ซึ่งผักแช่แข็งจะมาช่วยแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้เป็นอย่างดี

หากคุณมีกระบวนการจัดหาผักแช่แข็งที่มีประสิทธิภาพ คุณก็จะหมดปัญหาเรื่องการขาดแคลนวัตถุดิบ คุณจะสามารถกักตุนผลผลิตที่คุณต้องการได้เสมอพร้อมกับนำมาใช้ในกระบวนการผลิตได้ตลอดทั้งปี แถมราคาก็จะคงที่ไม่ผันผวนมาก ไม่ต้องไปรับความเสี่ยงกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันของระบบการเพาะปลูกที่อาจเกิดขึ้นโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว


3.เอาชนะเรื่องระยะทางและเวลา สามารถนำเข้าผักจากต่างประเทศได้อย่างง่ายดาย
การเลือกใช้ผักแช่แข็งนั้นหมายถึงการเพิ่มทางเลือกให้แก่ธุรกิจอาหารของคุณให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น คุณสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ของคุณได้อย่างไร้ข้อจำกัด ก้าวข้ามอุปสรรคเรื่องระยะทางและเวลาที่เป็นหัวใจสำคัญของวัตถุดิบที่มีคุณภาพ

คุณจะสามารถใช้ผักที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศได้ตลอดเวลา จัดสรรวัตถุดิบที่ต้องการจากเหนือสุดมาใต้สุดได้อย่างง่ายดาย เพราะกระบวนการแช่แข็งจะถนอมผักของคุณให้สดใหม่พร้อมปรุงหรือพร้อมผลิตได้ทันทีที่มาถึง ไม่ว่าแหล่งผลิตวัตถุดิบจะอยู่ไกลสักแค่ไหน มันจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป นับเป็นอีกหนึ่งข้อได้เปรียบสำคัญในแง่ธุรกิจ หากคุณมีความพร้อมและความยืดหยุ่นมากกว่าที่อื่น


ไม่อยากจะเชื่อเลยใช่ไหมล่ะว่าแค่การเปลี่ยนมาใช้ “ผักแช่แข็ง” จะมีข้อดีมากขนาดนี้ แต่การจะดึงเอาศักยภาพของผักแช่แข็งมาใช้งานได้ดีที่สุดนั้นจำเป็นจะต้องพึ่งองค์ประกอบอื่นๆอีก นั่นก็คือกระบวนการจัดหาและการจัดการที่มีคุณภาพ รวดเร็ว และได้มาตรฐาน หากธุรกิจของคุณมีช่องทางหรือตัวช่วยจากที่อื่นที่คอยดูแลตรงจุดนี้ให้ การทำงานก็จะไหลลื่นไปตลอดกระบวนการผลิต ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นไปได้มาก หรือถ้าต้องเพิ่มก็คงทดแทนด้วยคุณภาพที่ไว้วางใจได้  ฉะนั้นอย่ารอช้า รีบเปิดโอกาสเลือกสิ่งดีๆให้กับธุรกิจของคุณซะตั้งแต่วันนี้ เพราะเรื่องของอนาคตไม่มีคำว่าสายเกินไป

หน้า: [1]