แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - nsf-cmi

หน้า: [1]
1
แลกเปลี่ยน เรียนรู้ / BRC Issue 6
« เมื่อ: กันยายน 16, 2011, 12:47:49 AM »
BRC Food กำลังจะเปลี่ยนจาก Issue 5 เข้าสู่ Issue 6 ในเดือนมกราคม 2012 เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของโรงงานและผุ้สนใจ เลยเอาข้อมูลมาฝากกันค่ะ


http://www.foodnetworksolution.com/uploads/content/c41af7377cbdac79914961cc4b1d8398.pdf



ตอนนี้ยังเป็นภาษาอังกฤษอยู่นะคะ จะเข้ามา post ฉบับแปลเป็นไทย เร็ว ๆ นี้ค่ะ

2
ในการซื้อสินค้า ทำไมผู้บริโภคถึงต้องรู้ถึงกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค รวมถึงผู้ผลิตเองก็ต้องเอาใจใส่ในเรื่องนี้ ดังนั้นหัวข้อนี้จึงกล่าวถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้ผลิตและผู้บริโภคที่สำคัญๆ ไว้หวังจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านนะคะ


                       กฎหมายที่เกี่ยวกับอาหารมีอยู่มากมายหลายฉบับ แยกกันไปตามหมวดหมู่ หรือประเภทของอาหาร ในที่นี้จะขอหยิบยกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้ผลิตและผู้บริโภค ซึ่งประกอบด้วย พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ,2541 และพระราชบัญญัติความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกี่ยวข้อง จากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551

               Consumer protection act

                       หลายท่านคงคุ้นเคยกับพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคกันมาบ้างแล้ว ซึ่งพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นว่าด้วยเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคทางด้านการโฆษณา ฉลาก และทางด้านสัญญาเป็นหลัก ทั้งนี้ขอกล่าวถึงเฉพาะเนื้อหาเพียงสองส่วน นั่นคือ

              ด้านการโฆษณา ต้องไม่ระบุข้อความที่เป็นเท็จ หรือเกินความจริง หรืออาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ข้อความที่สนับสนุนให้มีการกระทำผิดกฎหมาย หรือศีลธรรม หรือความเสื่อมเสียในวัฒนธรรมของชาติ ข้อความที่ทำให้เกิดความแตกแยกหรือเสื่อมเสียความสามัคคีในหมู่ประชาชน ในส่วนของการนำเสนอนั้นต้องไม่ใช้วิธีอันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ร่างกายจิตใจหรือก่อให้เกิดความรำคาญแก่ผู้บริโภค ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าเราจะโฆษณาสินค้าได้ทุกชนิดทางภาครัฐมีการกำหนดคณะกรรมการที่ควบคุมการโฆษณา มิให้โฆษณาสินค้าที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

               ด้านฉลาก ฉลากของสินค้าต้องมีข้อความที่เป็นจริง ไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสินค้า แล้วต้องระบุชื่อ หรือเครื่องหมายการค้า สถานที่ผลิตหรือนำเข้า ข้อความระบุประเภท หรือชนิดของสินค้า ประเทศผู้ผลิต(ในกรณีเป็นสินค้านำเข้า) และต้องระบุข้อความอย่างอื่นได้แก่ ราคา ปริมาณ วิธีใช้ ข้อแนะนำ คำเตือน วันเดือนปีที่หมดอายุ

                Product liability law

                         สำหรับพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น จากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย(Product liability law,PL Law)ถือเป็นสิ่งที่ค่อนข้างใหม่สำหรับคนไทย พระราชบัญญัติฉบับนี้ว่าด้วยเรื่องของความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น จากสินค้าที่เกิดการบกพร่อง ในการผลิตหรือออกแบบ ไม่ได้กำหนดวิธีใช้ วิธีเก็บรักษา คำเตือน หรือข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า หรือกำหนดไม่ถูกต้อง ไม่ชัดเจนโดยความเสียหายนั้น เกิดขึ้นจากการใช้งาน และการเก็บรักษาตามปกติ สำหรับการกำหนดขอบข่ายของการรับผิดชอบนั้น ครอบคลุมถึงการจำหน่ายจ่ายแจก หรือแลกเปลี่ยนเพื่อประโยชน์ทางการค้า ให้เช่าจัดการตลอดจนเสนอชักชวนอีกด้วย ในส่วนของผู้รับผิดนั้นประกอบด้วย ผู้ผลิตหรือผู้ว่าจ้างให้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ขายสินค้า โดยต้องรับผิดต่อเมื่อได้มีการขายสินค้าให้แก่ผู้บริโภคแล้ว โดยความเสียหายที่เกิดขึ้นจะครอบคลุมถึงความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพอนามัย จิตใจหรือทรัพย์สิน แต่ไม่รวมถึงความเสียหายต่อตัวสินค้าที่ไม่ปลอดภัยนั้น

                          หมายเหตุ  การรับผิดชอบของผู้รับจ้างผลิตนั้น หากพิสูจน์ได้ว่าความไม่ปลอดภัยของสินค้าเกิดจากการออกแบบของผู้ว่าจ้างให้ผลิต หรือจากการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ว่าจ้างโดยผู้ผลิตไม่ได้คาดเห็นถึงความไม่ปลอดภัยนั้นไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ ดังนั้นในส่วนของผู้รับจ้างผลิตควรจะมีการจัดทำเอกสาร หรือหลักฐานต่างๆ เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันได้ว่า ปฏิบัติตามคำสั่งผลิตของผู้ว่าจ้าง

                           การพิสูจน์หลักฐาน
                               ขั้นตอนการพิสูจน์หลักฐาน จะแยกออกเป็น 2 ส่วนคือ
                               
                                :D ผู้เสียหาย ต้องพิสูจน์ได้ว่าได้รับความเสียหายจากสินค้าของผู้ประกอบการ เมื่อมีการใช้หรือการเก็บรักษาสินค้าตามปกติ เช่น เมื่อไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แล้วเกิดอาการอาหารเป็นพิษทางผู้บริโภคก็ต้องมีการพิสูจน์หลักฐาน โดยอาจใช้ใบรับรองแพทย์เพื่อแสดงว่าเราได้รับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอาหาร และแสดงหลักฐานให้ดูว่าเราได้รับประทานอาหารที่ร้านอาหารซึ่งก็คือใบเสร็จรับเงิน

                                  :) ผู้ประกอบการ หากพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นมิได้เกิดจากสินค้า ที่เป็นสินค้าที่ไม่ปลอดภัย หรือว่าผู้เสียหายรู้อยู่แล้วว่าสินค้านี้เป็นสินค้าที่ไม่ปลอดภัย หรือเกิดจากการเก็บรักษาที่ไม่ถูกต้อง ตามที่ได้ระบุไว้ในฉลากก็ไม่ต้องรับผิด ขอยกตัวอย่างกรณีศึกษา 2 กรณี คือ

                                              กรณีแรก  ผู้บริโภคซื้อนมพลาสเจอไรซ์มาจากร้านค้าแห่งหนึ่ง จากนั้นพบว่านมนั้นหมดอายุและมีกลิ่นเปรี้ยว หลังจากที่รับประทานเข้าไปจึงเกิดอาการท้องเสีย ในกรณีนี้ทางผู้ผลิตไม่ต้องรับผิดชอบตามพระราชบัญญัตินี้ ด้วยเหตุที่ว่าผู้เสียหายรู้อยู่แล้วว่าสินค้านั้นเป็นสินค้าที่ไม่ปลอดภัย
                                               กรณีสอง  เป็นกรณีที่คล้ายคลึงกันคือผู้บริโภคซื้อนมพลาสเจอไรซ์มาจากร้านค้าแห่งหนึ่ง เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วเกิดอาการท้องเสีย ซึ่งพิสูจน์แล้วพบว่า ผู้บริโภคได้นำสินค้าเก็บไว้บนรถยนต์เป็นเวลานานทำให้นมเกิดการเน่าเสียทั้งที่ยังไม่ถึงวันหมดอายุ กรณีนี้ทางผู้ผลิตไม่ต้องรับผิด เนื่องด้วยทางผู้บริโภคมิได้เก็บรักษาผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้อง เป็นต้น

                                        พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้กำหนดอายุความไว้ 3 ปี เมื่อผู้เสียหายรู้ถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นและรู้ตัวผู้ประกอบการ หรือเมื่อพ้น 10 ปี นับแต่ที่มีการขายสินค้านั้น

                                         ข้อกำหนดในการสื่อสารถึงผู้บริโภค และการกำหนดหน้าที่ในการรับผิดชอบที่มีต่อผู้บริโภค อันเกิดจากสินค้าไม่ปลอดภัยที่กล่าวมานี้คงเป็นประโยชน์ทั้งในแง่ของผู้ผลิต และผู้บริโภคโดยทั่วกัน

                                                                                                                          บทความโดย คุณพีรพงษ์  ไพสิฐกุลวิวัฒนื
                                                                                                                                               ผู้จัดการฝ่ายตรวจประเมิน
                                                                                                                               บริษัท เอ็นเอสเอฟ เอเชีย-แปซิฟิค จำกัด

3
บทความที่จะกล่าวต่อไปนี้เกี่ยวกับ Product Recall หรือการเรียกคืนสินค้านั่นเอง เพราะอะไรเรื่องนี้ถึงต้องมากล่าวถึง และเพราะอะไรถึงสำคัญ ติดตามกันได้เลย :lol:
  Product Recall
 Are you Ready to React? 8-)

   หลังจากที่ได้สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก และวงการอุตสาหกรรมอาหาร กรณีที่ผลิตภัณฑ์นมผงจากประเทศจีนมีการปนเปื้อนสารเมลามีน และคร่าชีวิตเด็กทารก 6 ราย รวมทั้งมีการเจ็บป่วยอีกว่า 294,000 ราย รวมถึงที่มีกรณีการปนเปื้อนของเชื้อ Salmonella ในผลิตภัณฑ์ถั่วลิสง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย และป่วยอีกจำนวน 700 ราย ในประเทศสหรัฐอเมริกา
   นับเป็นการพิสูจน์ความสำคัญของความเอาใจใส่ในผู้บริโภค และภาพลักษณ์ของสินค้าที่สำคัญที่สุด และเป็นประเด็นสำคัญที่กระตุ้นให้สังคมโลกหันมาใส่ใจในเรื่องความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น จากทั้งสองอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้ผลิตไม่มีมาตรการจัดการแก้ปัญหา วิกฤติที่ฉับพลันและมีกระบวนการเรียกคืนสินค้าที่ล่าช้า บ่งบอกถึงความไม่ใส่ใจในความปลอดภัยของผู้บริโภค ทำให้สูญเสียภาพลักษณ์และไม่ได้รับความเชื่อถือจากผู้บริโภค ส่งผลให้สินค้าไม่สามารถจำหน่ายได้ ผู้ผลิตจึงตกอยู่ในสภาพขาดทุนและล้มละลายในที่สุด
   มาตรการจัดการอุบัติการณ์ และแก้ปัญหาวิกฤตที่ฉับพลันนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นจุดที่แสดงให้เห็นว่าผู้ผลิตให้ความใส่ใจต่อการปกป้องลูกค้าหรือผู้บริโภค ประเด็นหลักที่สำคัญเพื่อจัดการเรียกคืนสินค้า คือผู้ผลิตต้องกำหนดแผนการจัดการ พัฒนาและทดสอบระบบให้สามารถแก้ปัญหาวิกฤติได้อย่างชัดเจน ฉับไว และมีหลักการที่เป็นระบบ

   วิธีการจัดการเรียกคืนผลิตภัณฑ์

    1.    :o อย่าตระหนกเกินกว่าเหตุ ถึงแม้ผู้ผลิตต้องแก้ปัญหาวิกฤตอย่างฉับไวเพื่อแสดงความใส่ใจต่อผู้บริโภค แต่สิ่งแรกที่ควรทำคือ การวิเคราะห์หาสาเหตุที่เกิดขึ้นให้ชัดเจนเสียก่อน โดยการเรียกทีมงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง รับผิดชอบมาประชุมร่วมกันโดยเร็วที่สุด ช่วยกันหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ใช่ตำหนิติเตียน พร้อมเก็บรวมรวมข้อมูลการประชุม เพื่อแสดงถึงความพร้อมในการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นต้องปฏิบัติตามขั้นตอนและแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วที่สุด

    2.    ;) แผนปฏิบัติเพื่อการเรียกคืนสินค้า ที่มีความเสี่ยงใช้ระบบการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อประเมินรุ่นของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่อาจได้รับผลกระทบจากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นดังนั้นควรมีการระบุรุ่น และจัดทำระบบเรียกคืนที่ถูกต้องที่สามารถระบุสิ่งที่ใช้ในการผลิต แหล่งผลิต สถานที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์สุดท้าย เพื่อให้มีการสืบค้นผลิตภัณฑ์อย่างรวดเร็วและสมบูรณ์ สามารถเรียกผลิตภัณฑ์นั้นกลับมาในกรณีที่จำเป็นต้องแก้ไขผลิตภัณฑ์ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการประเมินความเสี่ยงต้องรวดเร็ว ไม่ใช้เวลาเป็นวัน แต่เป็นนาที

    3.    :shock: การควบคุมสินค้าที่มีความเสี่ยง ความล่าช้าในการจัดการ ควบคุมสินค้าที่มีความเสี่ยง แสดงให้เห็นถึงความไม่ใส่ใจในผู้บริโภค หากเป็นไปได้ควรหยุดการดำเนินการชั่วคราว และแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานทราบ เพื่อป้องกันการขยายวงกว้างของปัญหาอย่างรวดเร็ว เมื่อผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปลอดภัยถูกเก็บออกจากเส้นทางการกระจายสินค้า และนำกลับมาที่โรงงานหรือพื้นที่กักกัน ก็จะเข้าสู่กระบวนการจัดการกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปลอดภัย โดยการระบุรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่เรียกคืน (ชื่อวัตถุดิบ หรือผลิตภัณฑ์ รหัสผลิตภัณฑ์ วันที่ผลิต จำนวนที่ผลิต เป็นต้น

    4.    :roll: การแจ้งให้ทราบถึงการเรียกคืนสินค้าที่มีความเสี่ยงในกรณีสินค้าที่มีความเสี่ยงกระจายสู่มือผู้บริโภคแล้ว สิ่งที่ผู้ผลิตต้องจัดการโดยเร็ว คือการแจ้งให้ทราบถึงการเรียกคืนสินค้าที่มีความเสี่ยงผ่านสื่อสาธารณะ การแจ้งให้ทราบต้องมีรายละเอียดให้ผู้บริโภคอย่างเหมาะสม เช่น สาเหตุการเรียกคืน ผลิตภัณฑ์ที่เรียกคืน(ชื่อวัตถุดิบ หรือผลิตภัณฑ์ รหัสผลิตภัณฑ์ วันที่ผลิต จำนวนที่ผลิต เป็นต้น) รวมถึงต้องมีรายชื่อผู้รับผิดชอบ ซึ่งอยู่ในคณะทำงานเรียกคืนผลิตภัณฑ์พร้อมเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อสอบถามได้ นอกจากนี้ผู้ผลิตต้องติดต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ หน่วยงานด้านกฎหมาย ตำรวจ และห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์เพื่อแจ้งให้ทราบด้วยเช่นกัน
 
    5.     :D การทวนสอบผล ใช้การทวนสอบผลเพื่อหาความบกพร่อง และเพื่อการปรับปรุงพัฒนาระบบเรียกคืนสินค้า ว่ากระบวนการเรียกคืนสินค้าเป็นอย่างไร มีประสิทธิภาพดีเพียงพอหรือไม่ มีแผนการรองรับและป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ระบบทวนสอบกลับ และระบบการสื่อสาร ทั้งภายในและภายนอกองค์กรมีประสิทธิภาพอย่างไร รวมถึงการจัดการรับผิดชอบต่อลูกค้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ถึงแม้ว่าอุบัติการณ์เกี่ยวกับความไม่ปลอดภัยในอาหารและการเรียกคืนของสินค้า จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่ผู้ที่เตรียมพร้อมก็มีระบบอาหารที่ปลอดภัยเป็นมาตรฐานสากลยอมรับ ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐาน HACCP,BRC,SQF,IFS หรือ FSSC 22000 ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยของสินค้าที่ให้ความสำคัญแก่ทุกกระบวนการผลิตที่เกี่ยวข้อง เริ่มตั้งแต่แหล่งที่มาของวัตถุดิบ แหล่งที่มาของส่วนผสมต่างๆ การรับสินค้า การผลิตสินค้า การบริหารคุณภาพ การขนส่งและการเก็บสินค้า การบรรจุภัณฑ์ และทุกขั้นตอนต้องมีการบันทึกการรายงานผล เพื่อให้แน่ใจว่ากระบวนการทุกอย่างที่เกี่ยวกับอาหารจะมีความปลอดภัย


                            ผู้ผลิตทุกรายควรมีความตระหนักและใส่ใจในความปลอดภัยของผู้บริโภค แต่หากเมื่อมีปัญหาความไม่ปลอดภัยในอาหารเกิดขึ้น ผู้ผลิตอาหาร ก็ต้องมีระบบการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจนและฉับไว เพื่อลดความเสี่ยง และการเพิ่มขึ้นของปัญหารวมถึงแสดงให้เห็นว่าผู้ผลิตมีระบบที่มีประสิทธิภาพตรงตามข้อกำหนดกฎหมาย มาตรฐานต่างๆ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในคุณภาพ และรักษาภาพลักษณ์ของแต่ละสินค้า ให้เป็นที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจในระยะยาว :lol:                   บทความจาก Food Focus Thailand March 2010
                                                                                                            เขียนโดย Andrew Combellack
                                                    Regional Food Safety Auditor (Asia)
                                                                NSF-CMI Asia Pasific
                                                                                           แปลและเรียบเรียงโดย คุณพีรพงษ์  ไพสิฐกุลวิวัฒน์
                                                                   Auditor Manager
                                                                                                               NSF-CMI Asia Pasific Co., Ltd.

4
แลกเปลี่ยน เรียนรู้ / มาตรฐานใหม่ (Cook and Thurber)
« เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2011, 02:24:40 PM »
ทุกคนรู้ไหม ว่านอกจากเรื่องกระบวนการจะเป็นสิ่งสำคัญในโรงงานแล้ว มาตรฐานก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกันโดยมาตรฐานที่
คุ้นเคยกันเป็นอย่างดีก็จะเป็น GMP และ HACCP แต่การที่มีมาตรฐานใหม่ๆจะสามารถยกระดับองค์กรได้ซึ่งในบทความนี้จะแนะนำ
มาตรฐาน Cook and Thurber ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับความนิยมมากในประเทศสหรัฐอเมริกา

 What's Cook and Thurber?
-มาตรฐาน Cook and Thurber แบ่งย่อยได้ 3 มาตรฐาน คือ
   1.  Food Safety, Quality and Food Defense Expectations and Criteria for - Food Processing Facilities  ซึ่งเป็นมาตรฐานในการกำกับดูแลการแปรรูปอาหารหรือโรงงานผลิตอาหาร

   2.  Food Safety ,Quality and Food Defense Expectations and Criteria for - Manufacturing Facilities of Packaging Materials and Nonfood Items ซึ่งเป็นมาตรฐานในการกำกับดูแลบรรจุภัณฑ์ และองค์ประกอบอื่นๆที่ไม่ใช่อาหาร

   3.  Food Safety ,Quality and Food Defense Expectations and Criteria for - Warehouse and Distribution Facilities ซึ่งเป็นมาตรฐานในการกำกับดูแล การจัดเก็บและการจำหน่าย

        ในที่นี้จะขอกล่าวในเรื่องของ Food Processing Facilities คร่าวๆ เพราะคาดว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับโรงงานผลิตอาหารหลายๆโรงงาน
  What's about Food Processing? จะประกอบไปด้วย 6 ส่วนสำคัญ คือ

    :D Administration & Regulatory Compliance เป็นข้อกำหนดว่าด้วเรื่องของการกำหนดบทบภาพ และการป้องกันอาหารอขงาทหน้าที่ของผู้รับผิดชอบในการบริหารการจัดการคุณภาพหรือระเบียบปฏิบัติการที่จำเป็น โดยในมาตรฐานกำหนดไว้อย่างน้อย 24 รายการ ซึ่งหมายรวมถึง สารก่อภูมิแพ้ในอาหารและการคุ้มครองอาหาร (Food Defense) การกำหนดเป้าหมายและโปรแกรมการฝึกอบรม การเรียกคืนสินค้า การปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎหมาย การควบคุมเอกสาร และการบันทึก การจัดการกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง (Change Management) การติดตามและการวัดผลการดำเนินการ การตระหนักถึงความปลอดภัย คุณภาพ และการป้องกันอาหารของผู้บริหาร การจัดการต่ออุบัติการณ์และภัยธรรมชาติ และการจัดการต่อข้อร้องเรียนของลูกค้า

    :) HACCP Management เป็นข้อกำหนดที่ร่างขึ้นบนพื้นฐานของ Codex Alimentarius Commission (CODEX) และ The National Advisory Committee on Microbiological Criteria for Foods (NACMCF) ซึ่งเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าจะต้องดำเนินการบนพื้นฐานของ Perquisite Program และดำเนินการตามหลักการ 7 ประการของ HACCP

     ;) Facilities & Equipment ในมาตรฐานนี้ได้กำหนดหลักการพื้นฐานในการจัดการเกี่ยวกับการจัดการน้ำ น้ำแข็ง ไอน้ำ การป้องกันการไหลย้อนกลับ (Backflow Prevention) การจัดการน้ำเสีย การออกแบบและโครงสร้างของโรงงาน การดำเนินการในพื้นที่ผลิตอาหารพร้อมรับประทาน (Ready - To -Eat; RTE) การอำนวยความสะดวกให้พนักงาน อุปกรณ์ล้างมือ การออกแบบ จัดวาง สภาวะในการดำเนินงานเครื่องจักร ระบบแสงสว่าง และการบำรุงรักษา

     :( Sanitation,Housekeeping & Hygiene การทำความสะอาดและสุขลักษณะเป็นหัวใจสำคัญของทุกหน่วยงานในการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารปลอดภัย ซึ่งประกอบด้วย องค์ประกอบหลัก 9 ประการ คือ การกำหนดแผนการในการดำเนินงาน และการติดตามผล การเลือกใช้สารเคมีที่ใช้ในการทำความสะอาด และการฆ่าเชื้อ การตรวจสอก่อนการปฏิบัติการ (Pre-Operational) และแนวทางการแก้ไข การทวนสอบประสิทธิภาพการทำความสะอาด การดำเนินการและติดตามผล สุขลักษณะส่วนบุคคลและ GMP การจัดการในพื้นที่ผลิตอาหารพร้อมรับประทาน และการตรวจสอบ GMP ด้วยตัวเอง (Self-inspections) และแนวทางการแก้ไข

     :o Rodent & Pest Control Management  มาตรฐานนี้ให้ความสำคัญสำหรับผู้ที่ดำเนินกิจกรรมในการป้องกันและกำจัดสัตว์รบกวน โดยระบุให้เป็นผู้ที่ได้รับการฝึกอบรมมีใบอนุญาตและประกัน ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรขององค์กรเอง หรือจะเป็นผู้รับเหมาจากภายนอก และในการปฏิบัตินั้นจะอ้างอิงจาก Pest Management Standards for Food Plants (National Pest Management Association, NPMA) โดยมีองค์ประกอบหลักๆ ดังนี้      การจัดทำโปรแกรม การควบคุมสัตว์รบกวน การจัดการบริเวณรอบโรงงาน การจัดการภายใจตัวโรงงาน การควบคุมประตูและทางเข้าเพื่อการป้องกันสัตว์รบกวน บันทึกการจัดเก็บ และการใช้สารเคมี และรายงานการดำเนินการพร้อมทั้งแนวทางการแก้ไข

     :shock: Receiving & Inventory Control องค์กรต้องกำหนดขั้นตอนมาตรฐานในการตรวจรับวัตถุดิบ และกำหนดให้มีการจัดการในการรักษาเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งประกอบด้วย การตรวจสอบรถขนส่ง การกำหนดการตรวจสอบและเกณฑ์ในการยอมรับ หลักเกณฑ์ในการเบิกจ่าย การจัดเก็บวัตถุดิบ ระบบการตรวจรับกรณีที่มีการส่งมอบจำนวนมาก (Bulk) การควบคุมดูแลวัตถุดิบที่ไวต่อสิ่งกระตุ้น (Sensitive) หรือที่ถูกจำกัด(Restricted)

     8-) Process & Product Evaluation องค์กรต้องสร้างความมั่นใจในการควบคุมกระบวนการอย่างต่อเนื่อง โดยต้องมีการกำหนดระเบียบปฏิบัติ จัดทำและจัดเก็บบันทึกเพื่อให้สามารถทวนสอบได้ ซึ่งประกอบด้วย 9 ส่วนสำคัญ คือ ระเบียบปฏิบัติในการควบคุมกระบวนการ  การควบคุมสูตรรายละเอียดและความแม่นยำ  การสอบเทียบสำหรับอุปกรณ์และเครื่องมือวัด  การควบคุมสิ่งแปลกปลอม  การควบคุมโดยใช้หลักสถิติ  การควบคุมสารก่อภูมิแพ้  และวัตถุดิบที่ไวต่อสิ่งกระตุ้น  เอกสารที่แสดงถึงความสอดคล้องต่อมาตรฐานที่กำหนด การรีเวิร์ค  การจัดการ วิเคราะห์บันทึกคุณภาพ

     :lol: Packaging & Labeling  องค์กรต้องกำหนดให้มีระเบียบปฏิบัติเพื่อให้มั่นใจถึงความถูกต้องในการแสดงข้อมูลของผลิตภัณฑ์  และการกำหนดรหัสในการสอบกลับของผลิตภัณฑ์ โดยต้องครอบคลุมถึงความถูกต้องของฉลาก และสอดคล้องกับกฎหมาย ปริมาณบรรจุ  การกำหนดรหัสของผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม การควบคุมฉลาก การใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีลักษณะช่วยบ่งบอกหากมีการลักลอบเปิด (Temper Evidence Packaging)

     :P Storage & Shipping ผลิตภัณฑ์ต้องได้รับการจัดเก็บในสภาวะที่ควบคุมได้ และต้องมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่ปล่อยออกไปเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัย และต้องสามารถติดตามได้ในกรณีที่เกิดการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ การที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวต้องประกอบด้วย  การจัดการคลังสินค้าและผลิตภัณฑ์  การกักผลิตภัณฑ์  การบำรุงรักษาบริเวณจัดเก็บและขนถ่าย การควบคุมสภาวะขนส่ง  การกำหนดผู้มีอำนาจในการปล่อยผลิตภัณฑ์
       
         จะเห็นได้ว่ามาตรฐาน Cook & Thurber ว่าเป็นมาตรฐานที่เน้นถึงคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารไม่ใช่เน้นความปลอดภัยของอาหารเพียงอย่างเดียว  หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์เพื่อการประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมการผลิตอาหารนะคะ

                                                                                                                    บทความจาก Food Focus Thailand Nov 09
                                                                                                                     โดย  คุณพีรพงษ์  ไพสิฐกุลวิวัฒน์
                                                                                                                              Audit Manager
                                                                                                                              NSF Asia-Pasific Co., Ltd.

5
แลกเปลี่ยน เรียนรู้ / Re: มาตรฐานน้ำดื่ม
« เมื่อ: มกราคม 21, 2011, 11:50:58 AM »
ปัจจุบันมาตรฐานน้ำดื่มส่วนใหญ่จะอ้างอิงจาก หน่วยงานสากลเช่น WHO, USEPA แล้วจึงนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละประเทศ สำหรับหน่วยงานสากลที่มีบทบาทในการกำหนดมาตรฐานนั้นก็จะอาศัยการเก็บข้อมูลของแหล่งน้ำต่างๆมาประกอบกันเพื่อประเมินความเสี่ยงและปรับเกณฑ์มาตรฐานให้มีความเหมาะสม ในที่นี้ขอยกตัวอย่างประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีการเก็บข้อมูลที่เรียกว่า CCRs หรือที่เรียกว่า Consumer Confidential Reports เป็นประจำทุกปี ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก http://www.nsf.org/consumer/newsroom/pd ... er_ccr.pdf

6
หลายท่านในที่นี้คงมีไม่น้อยที่ติดตั้งเครื่องกรองน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคในบ้านเรือน แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราควรจะเปลี่ยนไส้กรองน้ำเมื่อใด ติดตามได้จาก http://www.nsf.org/consumer/newsroom/pd ... ilters.pdf

หน้า: [1]