หลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นพิษ… เพื่อชีวิตที่ปลอดภัยของลูกน้อย
อาหารมีความสำคัญกับการเจริญเติบโตของเด็กเป็นอย่างมาก การป้อนอาหารที่มีสารพิษปนเปื้อนให้แก่ลูก นอกจากจะทำให้เกิดโรคอันตรายร้ายแรงต่างๆ กับเด็กได้แล้ว ยังอาจทำลายการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดีของลูกน้อยได้ โดยเฉพาะการเจริญเติบโตของสมอง คุณสามารถอ่านบทความเกี่ยวกับการช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กเพิ่มเติมได้ที่
breeze.co.thอย่างไรก็ตาม เด็กมีความเสี่ยงต่อการได้รับสารพิษมากกว่าผู้ใหญ่เพราะร่างกายของพวกเขากำลังเจริญเติบโต เด็กจึงมีความต้องการที่จะบริโภคอาหารและต้องการอากาศหายใจมากกว่าผู้ใหญ่ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรใส่ใจในการเลือกซื้ออาหารให้แก่ลูกน้อยมากเป็นพิเศษ
อาหาร ผัก ผลไม้ และขนมขบเคี้ยวต่างๆ ที่ดูมีสีสันสดใสสะอาดสะอ้านน่ารับประทาน ไม่ได้หมายถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคร้อยเปอร์เซ็นต์ แถมยังอาจเป็นเทคนิคหลอกล่อทางการตลาดของซุปเปอร์มาร์เก็ตหลายๆ แห่ง เราจึงอยากเผยแพร่ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความเสี่ยงในการบริโภคอาหารที่เป็นพิษ ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อสุขภาพของเด็กและทุกคนในครอบครัว
ประเภทของสารเคมีในอาหารผศ.ดร.สถาพร ถาวรอธิวาสน์ ได้ทำการวิจัยไว้ว่า สารพิษที่ปนเปื้อนในอาหารนั้นแยกออกได้เป็น 3 ประเภท
1.
ทางด้านกายภาพ ได้แก่ สิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปปะปนอยู่กับอาหาร เช่น เศษโลหะ เศษกรวด ทราย เศษแก้ว หรือเศษไม้ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้เมื่อบริโภคเข้าไป
2.
ทางด้านเคมี เช่น
• สารเคมีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ได้แก่ พืช สัตว์ และจุลินทรีย์บางชนิดที่จัดเป็นอันตรายทางเคมีได้ สารเคมีเหล่านี้ ได้แก่
Histamine และ Biotoxin เป็นต้น
• สารเคมีที่เติมลงไปโดยเจตนา คือ สารเติมแต่งต่างๆ ในการปรุงอาหาร
• สารเคมีที่ปนเปื้อนโดยไม่เจตนา ส่วนใหญ่เป็นสารปฏิชีวนะซึ่งมักจะพบในอาหารทะเล และสารยาฆ่าแมลงที่หลงเหลืออยู่จากการปลูกผัก ผลไม้ หรือสารเคมีที่เกิดจากบรรจุภัณฑ์ต่างๆ เช่น หมึกพิมพ์ เป็นต้น
• สารเคมีที่ใช้ในโรงงาน เช่น สารหล่อลื่น
สารเคมีที่ใช้ทำความสะอาด สารฆ่าเชื้อ รวมถึงสีที่ใช้ทาเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตอาหาร
3.
ทางด้านชีวภาพ คือ สารพิษปนเปื้อนจาก
เชื้อโรคที่เป็นพาหะนำโรค ได้แก่
เชื้อจุลินทรีย์ เชื้อไวรัส และ
ปรสิต อันตรายเหล่านี้มาจากวัตถุดิบ หรือจากขั้นตอนต่างๆ ของกระบวนการผลิต
แหล่งที่มาของอาหารเป็นพิษเหล่านี้ คือ
• สารเคมีสังเคราะห์ สารกันบูด ไนเตรตและสีเทียม สารเคมีเหล่านี้ถูกนำมาใช้ในการแปรรูปอาหารจานด่วน (
Fastfood) และ อาหารขยะ (Junk food) ซึ่งเป็นโภชนาการที่ไม่ได้ให้สารอาหารเพียงพอ อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมของสารพิษต่างๆ
• น้ำมันไฮโดรเจนที่ใช้ในการยืดอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ เช่นบิสกิตและคุกกี้ หรือขนมขบเคี้ยวต่างๆ ซึ่งเป็นของโปรดของเด็กๆ หากเข้าไปสะสมในร่างกายมากเข้า อาจก่อให้เกิดโรคเบาหวานและโรคหัวใจได้
• สัตว์ เช่น วัว หมู และไก่ ที่เลี้ยงไว้เพื่อการบริโภค ส่วนใหญ่แล้วจะได้รับฮอร์โมนการเจริญเติบโต รวมทั้ง สเตียรอยด์ ยาปฏิชีวนะ และการฉีดวัคซีนต่างๆ สารพิษเหล่านี้เป็นตัวทำลายระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย และยังก่อให้เกิดโรคมะเร็งอีกด้วย เพราะฉะนั้นหากคุณต้องการที่จะบริโภคเนื้อสัตว์ ควรเลือกประเภทเนื้อออร์แกนิค ที่แม้จะมีราคาสูงกว่าเนื้อสัตว์ธรรมดาสักเล็กน้อย แต่ก็สามารถช่วยลดสารเคมีต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกายได้
• ผักสีสันสดใสที่มาพร้อมกับยาปราบศัตรูพืช หรือชื่อภาษาอังกฤษที่เรียกว่า
Organophosphates (OPS) ซึ่งเป็นสารเคมีที่มีวิธีการผลิตโดยการทำปฏิกิริยาของแอลกอฮอล์และกรดฟอสฟอริก ถือเป็นสารเคมีชนิดรุนแรงเพราะสารตัวนี้มีฤทธิ์ทำลายระบบประสาท โดยเฉพาะกับเด็กที่มีภูมิต้านทานต่ำกว่าผู้ใหญ่ จึงควรระวังไว้ให้มาก ทางที่ดีควรหันมาเลือกบริโภคผักปลอดสารพิษซึ่งอาจเป็นทางออกที่ดีที่สุด
เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว สารเคมีหรือสารพิษหลากชนิดไม่ใช่สิ่งที่ไกลตัวเราเลย ทางที่ดีคุณควรป้องกันไม่ให้เจ้าสารพิษต่างๆ เหล่านี้เข้าสู่ร่างกายของคุณและลูกน้อยสุดที่รัก เพื่อให้ลูกได้มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงและสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์!
บทความโดย: บรีส ประเทศไทย
breeze.co.th