กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 ... 8 9 [10]
91
อิมัลซิไฟเออร์: เลซิทิน, โมโนและไดกลีเซอไรด์ของกรดไขมัน, ซูโครสเอสเตอร์ของกรดไขมัน
(Emulsifier: Lecithin, Mono and Diglycerides of Fatty Acid, Sucrose Fatty Acid Ester)

เลซิทิน (Lecithin)

ดูรายละเอียด
เลซิทิน (Lecithin)
ลักษณะผลิตภัณฑ์
•   ของเหลวสีเหลืองอำพัน
หน้าที่การใช้งาน
•   ป้องกันการแยกตัวของน้ำและน้ำมัน
•   ใช้ทาสายพานการผลิตขนมปัง บิสกิต แคร็กเกอร์
•   ช่วยให้ผงโกโก้ละลายได้ในน้ำดีขี้น
ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้งาน
•   ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากน้ำมันและไขมัน เช่น มาร์การีน
•   ผลิตภัณฑ์นม
•   ผลิตภัณฑ์ขนมหวาน เช่น ช็อคโกแลต
•   ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ เช่น ขนมปัง
•   ผลิตภัณฑ์ผัก-ผลไม้
การเก็บรักษา
•   เก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง

Lecithin
Appearance
•   Amber colored liquid
Function
•   Prevent water and oil separation.
•   Used for the production of bread, biscuits, crackers.
•   Help cocoa powder dissolve in water better.
Applications
•   Products made from oils and fats, such as margarine.
•   Dairy products
•   Confectionary products such as chocolate
•   Bakery products such as bread
•   Fruit and vegetable products
Storage
•   Store at room temperature

โมโนและไดกลีเซอไรด์ของกรดไขมัน (Mono and Diglycerides of Fatty Acid)

ดูรายละเอียด
โมโนและไดกลีเซอไรด์ของกรดไขมัน
(Mono and Diglycerides of fatty acid หรือ Distilled Monoglycerides)
ลักษณะผลิตภัณฑ์
•   ผงผลึกสีขาว
หน้าที่การใช้งาน
•   เป็นอิมัลซิไฟเออร์ (Emulsifying Agent)
•   ให้ความความคงตัวต่อผลิตภัณฑ์ (Stabilizing Agent)
•   ช่วยประสานให้ส่วนผสมที่เป็นน้ำและไขมันรวมเป็นเนื้อเดียวกันไม่แยกชั้น
•   ป้องกันการแยกตัวของน้ำมัน
•   ช่วยยืดอายุการเก็บรักษา
•   ปรับปรุงคุณภาพเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์
    - ขนมปัง จะช่วยเพิ่มความเหนียวและความยืดหยุ่น
    -ไอศกรีม จะช่วยทำให้เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม
•   ทำให้เกิดการกระจายของไขมัน
ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้งาน
•   ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ เช่น ขนมปัง
•   ผลิตภัณฑ์จากน้ำมัน ไขมัน เช่น มาร์การีน มายองเนส น้ำสลัดไขมันต่ำ
•   ครีมเทียม
•   ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากแป้ง เช่น เส้นพาสต้า
•   ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มขนมหวาน เช่น ลูกอม หมากฝรั่ง
•   ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก
•   ผลิตภัณฑ์ซีเรียลอาหารเช้า
•   ผลิตภัณฑ์นม เช่น เนย ชีส
การเก็บรักษา
•   เก็บในที่แห้งและเย็น อุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส

Mono and Diglycerides of fatty acid / Distilled Monoglycerides
Appearance 
•   White crystalline powder
Function
•   It functions as an emulsifier (Emulsifying Agent).
•   Make the product more stable (Stabilizing Agent).
•   Aid in the homogenization of water and fat ingredients without separating layers.
•   Avoid oil separation.
•   Increase shelf life
•   Improve the product's texture quality.
o   Bread- It increases the breads’ stickiness and flexibility
o   Ice cream- It helps smooth and soften the texture.
•   It Influences fat distribution in products (Emulsifying Agent)
Applications
•   Bakery products such as bread
•   Products made from oils, fats such as margarine, mayonnaise, low-fat salad dressings.
•   Creamer
•   Starchy products such as pasta
•   Confectionary products such as candy, chewing gum
•   Processed meat products such as sausages
•   Breakfast cereal products
•   Dairy products such as butter and cheese.
Storage
•   Store in a cool dry place at temperature below 25 degrees Celsius

ซูโครสเอสเตอร์ของกรดไขมัน (Sucrose Fatty Acid Ester)

ดูรายละเอียด
ซูโครสเอสเตอร์ของกรดไขมัน (Sucrose Fatty Acid Ester)
ลักษณะผลิตภัณฑ์
•   ผงสีเหลือง ตั้งแต่ขาวไปจนถึงขาวอมเหลือง
คุณสมบัติ
•   เป็นสารที่ประกอบด้วยซูโครสและกรดไขมัน
•   สารที่ความบริสุทธิ์สูง ไม่มีรสชาติ, ไม่มีกลิ่น และเป็นวัตถุเจือปนอาหารที่ไม่เป็นพิษ
•   ละลายน้ำได้ที่อุณหภูมิต่างๆ
•   ปริมาณ % การใช้งานต่ำกว่าสารชนิดอื่นๆ (Low dosage)
•   ทำงานร่วมกับสารลดแรงตึงผิวตัวอื่น จะเกิดผลดีในการทำงานร่วมกัน
หน้าที่การใช้งาน
•   ให้ความข้นหนืดแก่ผลิตภัณฑ์ (Thickening Agent)
•   สร้างสภาพอีมัลชัน (Emulsifying Agent)
•   สร้างการดูดซับอากาศ (Foaming Agent)
•   ยับยั้งการเกิดผลึกน้ำแข็งขนาดใหญ่
•   ทำให้การดูดซึมน้ำและกักเก็บความชื้นได้สูงขึ้น
•   เพิ่มปริมาตรและช่วยเพิ่มการขึ้นฟูของผลิตภัณฑ์
•   ป้องกันการตกผลึกของไขมัน
•   ยืดอายุการเก็บรักษา
ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้งาน
•   ผลิตภัณฑ์จากน้ำ และ น้ำมัน อื่นๆ เช่น มายองเนส กะทิ มาการีน เนยขาว
•   ผลิตภัณฑ์จากนม ไอศกรีม
   - ให้เนื่อสัมผัสนุ่ม ไม่สากลิ้น
•   ผลิตภัณฑ์จากแป้ง หรือน้ำตาล เช่น ลูกกวาด คาราเมล
•   เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของไขมัน เช่น กาแฟพร้อมดื่ม
•   ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ เช่น ขนมปัง ขนมปังธัญพืช ครีมพัฟ บิสกิต
•   อื่นๆ
การเก็บรักษา
•   บรรจุในภาชนะปิดสนิทและเก็บในที่เย็น

Sucrose Fatty Acid Ester / Sucrose Ester of Fatty Acid
Appearance
•   Yellow powder that ranges from white to yellowish white.
Properties
•   It is a substance made up of sucrose and fatty acids.
•   Food additives that are high in purity, tasteless, odorless, and non-toxic.
•   Water soluble at various temperatures
•   The percentage of volume used is lower than for other substances (Low dosage).
•   Compatible with other surfactants. Working together will yield positive results.
Function
•   Make the product thicker (Thickening Agent).
•   Construct an emulsion state (Emulsifying Agent).
•   Improve air absorption (Foaming Agent).
•   Prevent large ice crystals from forming.
•   Improve product puffiness and volume by increasing water absorption and moisture retention.
•   Prevent fat crystallization.
•   Increase shelf life
Applications
•   Water and oil-based products such as mayonnaise, coconut milk, margarine, shortening.
•   Dairy products, ice cream
o   Make the texture soft, not universal.
•   Products made from flour or sugar such as candy, caramel.
•   Fat-containing beverages such as ready-to-drink coffee.
•   Bakery products such as bread, cereal bread, cream puffs, biscuits
•   Other
Storage
•   Pack in sealed containers and stored in a cool place
92
TOMCO ขอประชาสัมพันธ์โปรแกรมอบรมการใช้งานเครื่อง Offline Training

หัวข้อ: VJ1280 / VJ1580 / VJ Clarisoft & Connect Design / ANSER X1 **NEW PROGRAM** 
ประจำเดือน: ก.ค. - ธ.ค. 2568

ประโยชน์ที่จะได้รับ:
- สามารถใช้งานเครื่องพิมพ์ได้ถูกวิธี
- การแก้ไขเมื่อเครื่องพิมพ์เกิดปัญหา
- คำแนะนำการดูแลเพื่อยืดอายุการใช้งาน
- ข้อควรระวัง

การลงทะเบียน:
1. ติดต่อสมัครทาง Email: CS@TOMCO.CO.TH
2. จำกัด 15 ที่นั่ง ต่อ1หัวข้อการอบรม/วัน
3. ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร: 02-451-1330
email: CS@TOMCO.CO.TH


ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
บริษัท ทอมโก้ ออโตเมติก แมชชินเนอร์รี่ จำกัด
212, 212/1, 212/2 ซอยพระรามที่2 ซอย 69 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. 10150
T: +66 (02) 892 1600 , T: +66 (02) 451 1330 Fax: +66 (02)-451 2005
ฝ่ายขาย: ต่อ 228-232 E-mail: sales@tomco.co.th
ฝ่ายบริการ: ต่อ 317-320 E-mail: service@tomco.co.th
Line ID: @tomco  /  @tomcoservice
https://www.tomco.co.th
http://www.foodnetworksolution.com/company/tomco-automatic-machinery-co-ltd

93
บริษัทขนาดใหญ่ แจ้งสนใจซื้อ เครื่องฉายรังสีแกมมา
สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร

A large company want to buy a Gamma Radiation – Irradiation
using for food industry

Manufacturer, Importer, distributor, please contact:
fns Team,  E-Mail: contact@foodnetworksolution.com
94

ส่วนผสมเพื่อ ปรับปรุงคุณภาพ และ เพิ่มคุณสมบัติที่ดี ในผลิตภัณฑ์ขนมอบ

ผลิตภัณฑ์ขนมอบ เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีแคลอรี่ ปริมาณน้ำตาลและปริมาณไขมันสูง แต่มีปริมาณเส้นใยอาหารต่ำ ในกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ขนมอบต่างๆ ได้แก่ ขนมปัง เค้ก บิสกิต คุกกี้ มีองค์ประกอบหลัก คือ แป้งสาลี น้ำตาล และไขมัน นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์จากนม หรือสารทำให้ฟู ดังนั้น การปรับเปลี่ยนทั้งปริมาณและชนิดของส่วนผสมจึงมีผลต่อคุณภาพทางประสาทสัมผัสของผลิตภัณฑ์ขนมอบ ในปัจจุบันจึงมีการใช้ส่วนผสมที่ช่วยให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์ขนมอบดีขึ้น ดังต่อไปนี้:

1. ส่วนผสมที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพทางประสาทสัมผัสของขนมอบ (Quality improvers) สารที่ช่วยทำให้โครงร่างแหกลูเต็นในการทำขนมปังมีความแข็งแรง (Gluten network formation) เพิ่มความแข็งแรงของโด (Dough stability) ซึ่งจะส่งผลต่อปริมาตรขนมปังที่มากขึ้น และช่วยปรับปรุงเนื้อขนมปัง (Crumb structure) และความนุ่มของเนื้อขนมปัง (Crumb softness) สารที่ใช้อย่างต่อเนื่องคือสารกลุ่ม Oxidizing Agent เช่น กรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid) หรือสารกลุ่มเอนไซม์ต่างๆ สามารถช่วยปรับปรุงคุณภาพทางประสามสัมผัสของขนมปังได้ เช่น เอนไซม์กลุ่มอะไมเลส (Amylases) กลุ่มโปรติเอส (Proteases) ทรานส์กลูตามิเนส (Transglutaminases) กลุ่มเอนไซม์ไลเปส (Lipases) กลูโคส ออกซิเดส (Glucose oxidase) เป็นต้น
นอกจากการปรับปรุงคุณภาพของขนมปังโฮลวีทที่จะทำให้ขนมปังนุ่มมากขึ้น มีปริมาตรสูงขึ้น ทำให้มีเส้นใยอาหารกลุ่มละลายน้ำสูงขึ้น (Soluble dietary fiber) เช่น การใช้เอนไซม์กลุ่มเซลลูเลส (Cellulases) เฮมิเซลลูลูส (Hemicellulases) ไซลาเนส (Xylanases) อะราบิโนซิเดส (Arabinosidase) เป็นต้น หรือการใช้สารอินูลิน (Inulin) ทรีฮาโลส (Trehalose) ช่วยปรับปรุงลักษณะเนื้อสัมผัสของกลุ่มเค้ก บิสกิต คุ้ก แครกเกอร์ และซีเรียลบาร์ชนิดต่างๆ

2. ส่วนผสมที่ทดแทนน้ำตาล (Sugar replacers) คือสารที่ใช้ทดแทนน้ำตาล ซูโครส (Sucrose) หรือน้ำตาลทราย มักนิยมใช้เป็นสารที่ทดแทนความหวานกลุ่มแคลอรีต่ำ (Low-calorie sweetener) เช่น ซูคราโลส (Sucralose) สตีเวีย (Stevia) อะซิซัลเฟม-เค (Acesulfame-K) แอสพาร์แทม (Aspartame) มอลทิทอล (Maltitol) อิริทริทอล (Erythritol) ไซลิทอล (Xylitol) หรือไอโซมอลต์ (Isomalt) เป็นต้น ในการเลือกใช้สารที่ทดแทนความหวาน อาจจะใช้หลายชนิดร่วมกันและใช้ในการทดแทนบางส่วน ของน้ำตาลทราย รวมทั้งต้องคำนึงถึงการละลายน้ำ รสชาติที่ยังค้างอยู่ (Aftertaste) การให้คุณภาพที่ใกล้เคียงของขนมอบและการยอมรับของผู้บริโภค อีกทั้งยังต้องคำนึงการทนต่อความร้อนอีกด้วย

3. ส่วนผสมที่ทดแทนไขมัน (Fat replacers) คือสารที่นำมาใช้ในการทดแทนไขมัน เป็นสารที่สามารถจับกับน้ำและช่วยหล่อลื่นโดทำให้แบทเทอร์ (Batter) มีการไหลและเนียนเรียบคล้ายไขมัน เช่น สารในกลุ่มเดกซ์ทริน (Dextrins) ได้แก่ มอลโทเดกซ์ทริน (Maltodextrin) พอลิเดกซ์โทรส (Polydextrose) แป้งดัดแปร (Modified starch) อินูลิน (Inulin) หรือสารในกลุ่มไฮโดรคอลลอยด์ (Hydrocolloids)

4. สารเพิ่มเส้นใยอาหาร (Fiber supplements) หรือวัตถุดิบเหลือทิ้งจากการผลิตอาหาร เช่น กากถั่วเหลือง กากงา กากและรำจากธัญพืชและถั่วต่างๆ กากผักผลไม้ กากโกโก้ กากกาแฟ เป็นต้น หากนำแป้งจากรำของธัญพืชมาใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มเส้นใยอาหารในขนมอบ จะต้องคำนึงถึงปริมาณความชื้นของเส้นใยอาหารเหล่านี้ ปริมาณที่เหมาะสมในการทดแทนในสูตร รวมทั้งการดูดน้ำและขนาดอนุภาค นอกจากนี้ยังสามารถใช้สารอินูลิน (Inulin) เพื่อช่วยเพิ่มเส้นใยอาหารได้

5. สารทดแทนแป้งสาลีและกลูเตนในผลิตภัณฑ์ขนมอบปราศจากกลูเตน (Wheat substitutes in gluten-free baked goods) การพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมอบสำหรับผู้แพ้กลูเตน (Celiac disease) และกลุ่มที่ไวต่อกลูเตน (Non-Celiac gluten sensitivity) คือการหลีกเลี่ยงส่วนผสมแป้งสาลี และแป้งที่มีกลูเตนอื่นๆ เช่น แป้งสเปลท์ (Spelt flour) แป้งข้าวบาร์เลย์ (Barley flour) แป้งข้าวไรย์ (Rye flour) แป้งข้าวโอ๊ต (Oat flour) แป้งที่ใช้ทดแทนเช่น แป้งข้าว แป้งข้าวโพด แป้งมันฝรั่ง แป้งมันสำปะหลัง แป้งกล้วยดิบ แป้งบัควีท (buckwheat) แป้งข้างฟ่าง (Sorghum flour) แป้งควินัว (Quinoa flour) แป้งจากถั่วต่างๆ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วลูกไก่ เป็นต้น
ส่วนผสมที่ใช้ประกอบการทำขนมอบปราศจากกลูเตนไม่เพียงทดแทนด้วยแป้งต่างๆเหล่านี้ในแป้งสาลีเท่านั้น แต่ต้องประกอบด้วยส่วนผสมอื่นๆเช่นการเพิ่มโปรตีนในส่วนผสมของสูตรทำขนม ซึ่งสามารถเพิ่มได้จากไข่ทั้งฟอง ไข่ขาว โปรตีนถั่วเหลืองสกัดเข้มข้น เวย์ โปรตีน นอกจากนี้ยังต้องเพิ่มสารกลุ่มไฮโดรคอลลอยด์ในสูตร เพื่อช่วยเรื่องการดูดน้ำและเป็นโครงสร้างของขนมเช่น แซนแทนกัม (Xanthan gum) กัวกัม (Guar gum) โลคัสบีมกัม (Locus bean gum) หรือ อะกาโรส (Agarose) เป็นต้น หรือการเพิ่มเอนไซม์ต่างๆ เช่น อะไมเลส (Amylase) โปรติเอส (Protease) ทรานส์กลูตามิเนส (Transglutaminases) เป็นต้น รวมทั้งการเพิ่มเติมสารอิมัลซิไฟเออร์ และสารควบคุมความเป็นกรด

6. ส่วนผสมธรรมชาติที่ช่วยยืดอายุการเก็บโดยชะลอการเสื่อมเสียของขนมอบจากจุลินทรีย์ (Preservatives) การใช้สารปรับกรด (Acidulant) เช่น กรดอะซิติก (Acetic acid) กรดแลคติก (Lactic acid) หรือกรดฟูมาริก (Fumaric acid) เป็นต้น

7. ส่วนผสมที่ช่วยชะลอการแข็งตัวของขนมอบ (Anti-staling) ลักษณะของขนมอบที่เก็บรักษาไว้นานจะมีลักษณะเนื้อสัมผัสแห้งและแข็งมากขึ้น เนื้อขนมอบร่วน ผิวของขนมปังจะเหนียว มีกลิ่นรสที่ทำให้ความอร่อยลดลง ซึ่งเป็นกลไกของการสูญเสียความชื้น (Moisture loss) และเกิดการรีโทรเกรเดชั่นของสตาร์ช (Starch retrogradation) สารที่สามารถช่วยชะลอการเสื่อมเสียเหล่านี้ได้เช่น เช่น ทรีฮาโลส (Trehalose) กลุ่มของเอนไซม์อะไมเลส (Amylases) เอนไซม์ไลเปส (Lipase) หรือสารอิมัลซิไฟเออร์ชนิดอื่นๆ เป็นต้น

ดังนั้น การใช้สารต่างๆในส่วนผสมของการผลิตขนมอบ จุดประสงค์เพื่อช่วยให้ผลิตภัณฑ์ขนมอบมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับตามความต้องการของผู้บริโภค ส่วนผสมเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ที่ต้องเข้าใจในธรรมชาติของส่วนผสมที่จะใช้ รวมทั้งเข้าใจในคุณลักษณะที่เหมาะสมของขนมอบที่ผู้บริโภคต้องการ การปรับหรือการลดส่วนผสมหลักของขนมอบ อาจทำให้ต้องเพิ่มส่วนผสมบางชนิด ซึ่งขนมอบจะได้คุณภาพตามที่ต้องการหรือไม่นั้น เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องทดลองและศึกษา เพื่อให้ได้ขนมอบที่ดีต่อสุขภาพและดีต่อผู้บริโภค

ที่มา
รองศาสตราจารย์ ดร. นภัสรพี เหลืองสกุล
คณะอุตสาหกรรมอาหาร
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

รายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ
Sahasithi Import & Export (Thailand) Co., Ltd. (SIE)
16 Sukhumvit 56, Phra Khanong Tai,
Phra Khanong, Bangkok 10260
Tel: (+66) 02-331-5461-4 Fax: (+66) 02-331-4758
ฝ่ายขาย / ฝ่ายบริการ E-mail: sales@sahasith.co.th
https://www.sahasith.co.th/
https://www.foodnetworksolution.com/company/sahasithi-import-and-export-thailand-co-ltd

เกี่ยวกับเรา
บริษัทสหสิทธิ์ อิมปอร์ต แอนด์ เอ๊กปอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด (SIE) เป็นบริษัทนำเข้าและจัดจำหน่ายวัตถุเจือปนอาหาร
เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหารซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ เรามุ่งตอบสนองความต้องการของผู้ผลิตอาหารยุคปัจจุบันโดยให้ความสำคัญกับการให้คำปรึกษาด้านเทคนิค การเสาะแสวงหาวัตถุเจือปนอาหารใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคตลอดจนนำระบบเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้เพื่อควบคุมคุณภาพของสินค้า บริหารคลังสินค้า รวมถึงจัดส่งสินค้าอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
 
ในปัจจุบัน บริษัทได้นำเข้าวัตถุเจือปนอาหารจากผู้ผลิตที่ได้รับมาตรฐานการผลิตจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อให้บริการผู้ผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ กลุ่มเบเกอรี่และขนมขบเคี้ยว กลุ่มเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์นม กลุ่มอาหารแช่แข็งและอาหารกระป๋อง กลุ่มยาและผลิตภัณฑ์ส่วนตัว กลุ่มเนื้อสัตว์แปรรูป และกลุ่มเครื่องปรุงรส
95
แลกเปลี่ยน เรียนรู้ / การถนอมอาหาร ด้วย สารกันบูด (Preservative)
« กระทู้ล่าสุด โดย fnsTeam เมื่อ มิถุนายน 29, 2025, 07:27:57 PM »

การถนอมอาหาร ด้วย สารกันบูด

สารกันบูดเป็นสารเติมแต่งที่จำเป็นในอุตสาหกรรมอาหาร ช่วยควบคุมและป้องกันการเสื่อมเสียของอาหาร ป้องกันการเน่าเสียจากจุลินทรีย์ โรคโบทูลิซึมที่คุกคามชีวิต และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่อาจก่อให้เกิดอาหารเป็นพิษ นอกจากนั้น สารกันบูดยังใช้เพื่อป้องกันปัจจัยทางเคมีหรือกายภาพ เช่น ปฏิกิริยาออกซิเดชัน อุณหภูมิ และแสง ไม่ให้เกิดการเน่าเสีย ทั้งนี้ มักมีการเติมสารกันบูดเพื่อความปลอดภัยของอาหารในอาหารที่มีความเสี่ยงสูง เช่น เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผลิตภัณฑ์จากนม และชีส ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของจุลินทรีย์ที่อาจเป็นอันตราย
 
สารกันบูดมีหลายประเภท ได้แก่ สารกันบูดจากธรรมชาติและสารสังเคราะห์ สารกันบูดตามธรรมชาติสามารถหาได้จากพืช สัตว์ เห็ดรา และสาหร่าย และวัตถุดิบหลักในครัวทั่วไป เช่น เกลือและน้ำตาลก็สามารถนำมาใช้ถนอมอาหารตามธรรมชาติได้ในบางกรณี สารกันบูดสังเคราะห์ผลิตโดยใช้สารเคมีและใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหาร สารกันบูดสามารถแบ่งออกได้เป็นกว้างๆ เป็นสารกันบูดต้านจุลชีพและสารกันบูดต้านอนุมูลอิสระ และสารกันบูดหลายชนิด เช่น ซัลไฟต์ที่ใช้ในไวน์และไนเตรตที่ใช้ในเนื้อสัตว์สามารถทำหน้าที่ได้ทั้งสองอย่าง
 
สารกันบูดต้านจุลชีพ เช่น สารประกอบกำมะถันและกรดซอร์บิกถูกใช้เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ใช้กันอย่างแพร่หลายในการถนอมไวน์ ผลไม้แห้ง และผักในน้ำส้มสายชูหรือน้ำเกลือ ส่วนกรดเบนโซอิกและเกลือแคลเซียม โซเดียม หรือโพแทสเซียมถูกใช้เป็นสารต้านแบคทีเรียและเชื้อราในอาหาร เช่น แตงกวาดอง แยม และ เยลลี่น้ำตาลต่ำ และน้ำสลัด ส่วนสารกันบูดต้านอนุมูลอิสระมักใช้ในผลิตภัณฑ์ผักที่ผ่านกระบวนการน้อยที่สุด เช่น สลัดพร้อมใช้ ผลไม้สดหั่น และน้ำผลไม้สด ซึ่งมักเกิดปัญหาการเกิดปฏิกิริยาการเกิดสีน้ำตาล
 
ตัวอย่างของประเภทอาหารที่มักใช้สารกันบูด:

เนื้อสัตว์และสัตว์ปีก: สารกันบูดถูกใช้เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและป้องกันการเน่าเสีย โดยไนเตรตและไนไตรต์เป็นสารที่นิยมใช้ในเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น เบคอน ไส้กรอก และ ฮอทด็อก เพื่อ รักษาสี กลิ่น และเนื้อสัมผัส ขณะเดียวกันก็ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคได้

ผลิตภัณฑ์นม: สารกันบูดถูกใช้เพื่อป้องกันการเน่าเสียและยืดอายุการเก็บรักษา โดยนาตามัยซินเป็นสารกันบูดตามธรรมชาติที่ใช้กันทั่วไปในชีสเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา ส่วนในโยเกิร์ต ครีมเปรี้ยว และผลิตภัณฑ์จากนมอื่นๆ จะใช้โพแทสเซียมซอร์เบตเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย

ขนมอบ: สารกันบูดใช้ในขนมอบเพื่อป้องกันการเน่าเสียและยืดอายุการเก็บรักษา สารที่นิยมใช้ได้แก่ แคลเซียมโพรพิโอเนตในขนมปังและขนมอบอื่นๆ เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา และโซเดียมเบนโซเอตในเค้กและขนมอบเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย

เครื่องดื่ม: สารกันบูดมักใช้ในเครื่องดื่มเพื่อป้องกันการเน่าเสียและยืดอายุการเก็บรักษา เช่น ซัลไฟต์ใช้ในไวน์และเบียร์เพื่อป้องกันการเกิดออกซิเดชันและยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย โพแทสเซียมซอร์เบตใช้ในน้ำผลไม้เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย

อาหารแปรรูป: สารกันบูดใช้ในอาหารแปรรูปเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาและเพื่อความปลอดภัย เช่น โซเดียมไนเตรตและโซเดียมไนไตรต์มักใช้ในเนื้อสัตว์แปรรูป ในขณะที่ BHA และ BHT ใช้ในธัญพืช ขนมขบเคี้ยว และอาหารแปรรูปอื่นๆ เพื่อป้องกันการเกิดออกซิเดชันและยืดอายุการเก็บรักษา

การใช้สารถนอมอาหารมีข้อดีหลายประการ ทั้งการยืดอายุการเก็บรักษา ลดขยะอาหาร เพิ่มความสะดวกสบาย และลดต้นทุนอาหาร ด้วยความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับทางเลือกที่มากขึ้น ความง่าย และความสะดวกของอาหาร สารกันบูดจึงกลายเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ในระบบอาหารในปัจจุบัน

ที่มา
EFSA. Food additives. European Food Safety Authority.
https://www.efsa.europa.eu/en/topics/topic/food-additives

WHO. Food additives. World Health Organization.
https://www.who.int/health-topics/food-additives#tab=tab_1


รายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ
Sahasithi Import & Export (Thailand) Co., Ltd. (SIE)
16 Sukhumvit 56, Phra Khanong Tai,
Phra Khanong, Bangkok 10260
Tel: (+66) 02-331-5461-4 Fax: (+66) 02-331-4758
ฝ่ายขาย / ฝ่ายบริการ E-mail: sales@sahasith.co.th
https://www.sahasith.co.th/
https://www.foodnetworksolution.com/company/sahasithi-import-and-export-thailand-co-ltd

เกี่ยวกับเรา
บริษัทสหสิทธิ์ อิมปอร์ต แอนด์ เอ๊กปอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด (SIE) เป็นบริษัทนำเข้าและจัดจำหน่ายวัตถุเจือปนอาหาร
เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหารซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ เรามุ่งตอบสนองความต้องการของผู้ผลิตอาหารยุคปัจจุบันโดยให้ความสำคัญกับการให้คำปรึกษาด้านเทคนิค การเสาะแสวงหาวัตถุเจือปนอาหารใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคตลอดจนนำระบบเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้เพื่อควบคุมคุณภาพของสินค้า บริหารคลังสินค้า รวมถึงจัดส่งสินค้าอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
 
ในปัจจุบัน บริษัทได้นำเข้าวัตถุเจือปนอาหารจากผู้ผลิตที่ได้รับมาตรฐานการผลิตจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อให้บริการผู้ผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ กลุ่มเบเกอรี่และขนมขบเคี้ยว กลุ่มเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์นม กลุ่มอาหารแช่แข็งและอาหารกระป๋อง กลุ่มยาและผลิตภัณฑ์ส่วนตัว กลุ่มเนื้อสัตว์แปรรูป และกลุ่มเครื่องปรุงรส
96
แลกเปลี่ยน เรียนรู้ / สารก่อเจล สารเพิ่มความข้น และ สารทำให้คงตัว
« กระทู้ล่าสุด โดย fnsTeam เมื่อ มิถุนายน 27, 2025, 12:36:58 PM »

สารก่อเจล สารเพิ่มความข้น และ สารทำให้คงตัว

เนื้อสัมผัสของอาหารมีความสำคัญต่อรูปลักษณ์ ความรู้สึกต่ออาหาร และการย่อยอาหารด้วย สารเพิ่มความข้นและคงตัว คือ กัมที่ทำงานร่วมกับอิมัลซิไฟเออร์เพื่อรักษาเนื้อสัมผัสของอาหาร และสร้างเนื้อสัมผัสในผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบหลัก เพื่อไม่ให้เหลวไป

แป้ง แป้งข้าวโพด และ แป้งเท้ายายม่อม เป็นส่วนผสมที่ในการทำให้ซอสข้นมานานหลายศตวรรษ ส่วนในแยม เรานิยมใช้เพคติน เพื่อทำให้น้ำผลไม้ข้นขึ้น ถึงแม้ว่าเพคตินมีอยู่ในผลไม้ตามธรรมชาติ แต่ปริมาณเพคตินในผลไม้หลายชนิดมีปริมาณไม่มากพอที่จะทำให้แยมเซ็ตตัวได้ จำเป็นต้องใส่เพิ่มเข้าไป

สารเพิ่มความข้นจำนวนมากได้มาจากแหล่งธรรมชาติ เช่นพืชและสาหร่ายทะเล ในขณะที่บางชนิดทำขึ้นโดยการดัดแปลงทางเคมีของเซลลูโลสธรรมชาติ หรือจากการหมัก เช่นใน แซนแทนกัม

สารเพิ่มความข้น และ สารทำให้คงตัว
มักจะไม่มีกลิ่นและไม่มีรส ตัวกัมเป็นโพลีแซคคาไรด์ หรือโพลิเมอร์ ที่ประกอบด้วยโมเลกุลของน้ำตาล โพลีแซคคาไรด์เหล่านี้ส่วนใหญ่มีแคลอรีน้อยหรือไม่มีเลย แต่หลายชนิดทำหน้าที่เป็นไฟเบอร์ในระบบย่อยอาหาร ช่วยลดการทำงานของลำไส้และบางชนิดใช้เป็นยาระบายที่ออกฤทธิ์โดยการเพิ่มปริมาณอุจจาระ

กัม เหล่านี้ส่วนใหญ่สามารถก่อตัวเป็นเจลได้ที่อุณหภูมิห้อง และจะสูญเสียความข้นหนืดเมื่อถูกกวน ซึ่งทำให้การผสม ระหว่างกระบวนการผลิตง่ายขึ้นเมื่อมีความเหลว และจะกลับมาข้นหนืดอีกครั้งเมื่อการผสมหยุดลง

อะการ์ (E406) เป็นโพลีแซ็กคาไรด์ที่มีซัลเฟต สกัดจากสาหร่ายสีแดงสองสายพันธุ์ มีความคงตัวของเจลสูงมาก และเมื่อละลายในน้ำ กระบวนการเกิดเจลจะย้อนกลับได้ที่อุณหภูมิ 85°C ใช้ในเยลลี่ ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ ซอส ไส้ในขนม และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์

อัลจิเนต (E400-404) คือเกลือของกรดอัลจินิก ซึ่งกัมที่เกิดจากผนังเซลล์ของสาหร่ายสีน้ำตาล อัลจิเนต ใช้ในน้ำผลไม้ที่มีความข้น ซุป และซอส และใช้เป็นสารก่อเจลในไส้เยลลี่และเบเกอรี่ นอกจากนี้ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของการรักษาอาการอาหารไม่ย่อย

คาราจีแนน (E407) เป็นโพลีแซคคาไรด์ซัลเฟตที่สกัดจากสาหร่ายทะเลสีแดงหลายชนิด ใช้เพื่อให้ผลิตภัณฑ์นมต่างๆ เช่น ไอศกรีม มิลค์เชค และเยลลี่ที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบหลักข้นหนืดขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นองค์ประกอบในเนื้อแปรรูปด้วย

กัม อารบิก (E414) ทำมาจากน้ำเลี้ยงของต้นอะคาเซีย และเป็นส่วนผสมของแซคคาไรด์และไกลโคโปรตีน (โปรตีนที่มีโมเลกุลน้ำตาลติดอยู่) ในเชิงพาณิชย์ ส่วนใหญ่สกัดจากต้นไม้ในประเทศทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาราในแอฟริกา และผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดคือ ชาด ไนจีเรีย และซูดาน นิยมใช้ในอาหารประเภทเยลลี่แข็งและน้ำอัดลม

กัวร์กัม (E412) สกัดจากถั่วกัวร์ ซึ่งส่วนใหญ่ปลูกในอินเดีย เป็นโพลีแซคคาไรด์ที่ละลายน้ำได้ชนิดหนึ่งที่เรียกว่ากาแลคโตแมนแนน (galactomannan) ซึ่งสายโซ่โพลีเมอร์ประกอบด้วยหน่วยน้ำตาลกาแลคโตส โดยมีน้ำตาลแมนโนสติดอยู่ นิยมใช้ใน ขนมอบและไส้เบเกอรี่ ผลิตภัณฑ์นมข้น เช่น โยเกิร์ตและนม และเป็นสารให้ความคงตัวในซอสและน้ำสลัด นอกจากนี้ยังใช้ในผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ด้วย

Locust bean gum (E410) หรือที่เรียกว่า carob bean gum คือ (เช่น guar gum) เป็นสารโพลีแซคคาไรด์ galactomannan และสกัดได้จากเมล็ดของต้น carob ละลายน้ำได้และใช้เป็นสารเพิ่มความข้นและสารทำให้คงตัวในผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงซอส น้ำสลัด ไส้ผลไม้ และไอศกรีม

เพคติน (E440) เป็นสารก่อเจลที่มักจะสกัดจากเปลือกส้มแห้งหรือของแข็งที่หลงเหลืออยู่เมื่อคั้นน้ำจากแอปเปิ้ล เป็นโพลีแซ็กคาไรด์ที่สร้างจากผนังเซลล์ของพืช ใช้เพื่อช่วยให้แยมและเยลลี่เซ็ตตัว และใช้เป็นสารเพิ่มความคงตัวในเครื่องดื่มนมและน้ำผลไม้

โซเดียมคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส (E466) หรือโซเดียม CMC เป็นสารเพิ่มความข้นกึ่งสังเคราะห์ที่ละลายน้ำได้ โดยทำปฏิกิริยากับเซลลูโลสกับอนุพันธ์ของกรดอะซิติก ใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ขนมปังและเค้ก ไอศกรีม นมและเครื่องดื่มผลไม้

สตาร์ช (E1401–1451) เป็นสารเพิ่มความข้นชนิดหนึ่งที่พบมากที่สุดในผลิตภัณฑ์อาหาร โพลิแซ็กคาไรด์เหล่านี้แยกได้จากพืชหลายชนิด เช่น ข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าว มันฝรั่ง และมันสำปะหลัง นอกจากนี้ยังมีอนุพันธ์แป้งหลายชนิดที่คุณสมบัติได้รับการดัดแปลงทางเคมี สตาร์ชแตกต่างจากกัมอื่น ๆ โดยจะไม่ละลายน้ำ แต่โมเลกุลจะเข้าไปในโครงสร้างคล้ายตาข่าย ดังนั้นสตาร์ชจะข้นขึ้นเมื่อผสมกับน้ำ อาหารที่มีส่วนผสมของแป้ง เช่น ซอส ไส้พาย ขนมหวานและพุดดิ้ง

แซนแทนกัม (E415) เกิดจากการหมัก กลูโคสหรือซูโครสกับจุลินทรีย์ Xanthomonas campestris มักใช้ในซอสปรุงรสและน้ำสลัด ทำหน้าที่เป็นสารทำให้คงตัวและช่วยป้องกันไม่ให้อิมัลชันแยกตัว
 
ที่มา
Gelling agents, thickeners & stabilisers
https://www.faia.org.uk/gelling-agents-thickeners-stabilisers/


รายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ
Sahasithi Import & Export (Thailand) Co., Ltd. (SIE)
16 Sukhumvit 56, Phra Khanong Tai,
Phra Khanong, Bangkok 10260
Tel: (+66) 02-331-5461-4 Fax: (+66) 02-331-4758
ฝ่ายขาย / ฝ่ายบริการ E-mail: sales@sahasith.co.th
https://www.sahasith.co.th/
https://www.foodnetworksolution.com/company/sahasithi-import-and-export-thailand-co-ltd

เกี่ยวกับเรา
บริษัทสหสิทธิ์ อิมปอร์ต แอนด์ เอ๊กปอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด (SIE) เป็นบริษัทนำเข้าและจัดจำหน่ายวัตถุเจือปนอาหาร
เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหารซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ เรามุ่งตอบสนองความต้องการของผู้ผลิตอาหารยุคปัจจุบันโดยให้ความสำคัญกับการให้คำปรึกษาด้านเทคนิค การเสาะแสวงหาวัตถุเจือปนอาหารใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคตลอดจนนำระบบเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้เพื่อควบคุมคุณภาพของสินค้า บริหารคลังสินค้า รวมถึงจัดส่งสินค้าอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
 
ในปัจจุบัน บริษัทได้นำเข้าวัตถุเจือปนอาหารจากผู้ผลิตที่ได้รับมาตรฐานการผลิตจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อให้บริการผู้ผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ กลุ่มเบเกอรี่และขนมขบเคี้ยว กลุ่มเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์นม กลุ่มอาหารแช่แข็งและอาหารกระป๋อง กลุ่มยาและผลิตภัณฑ์ส่วนตัว กลุ่มเนื้อสัตว์แปรรูป และกลุ่มเครื่องปรุงรส
97

อิมัลซิไฟเออร์ และ ประโยชน์ ในผลิตภัณฑ์อาหาร

โดยทั่วไปน้ำมันและน้ำไม่ผสมรวมกัน แยกเป็นชั้น แต่อิมัลซิไฟเออร์จะช่วยผสมน้ำและน้ำมันเข้าด้วยกัน อิมัลซิไฟเออร์มีปลายด้านหนึ่งที่ชอบน้ำ และอีกด้านหนึ่งไม่ชอบน้ำหรือชอบน้ำมัน เมื่อเติมลงในของเหลวที่แยกชั้นกัน อิมัลซิไฟเออร์จะเรียงตัวกันตามชั้นผิวที่น้ำมันแยกตัวออกจากน้ำ โดยการเรียงตัวนี้จะช่วยให้น้ำมันและน้ำกระจายตัวกันอย่างละเอียด ทำให้เกิดอิมัลชันที่เสถียรและเป็นเนื้อเดียวกัน

อิมัลซิไฟเออร์มีบทบาทสำคัญในการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารหลายชนิด ช่วยปรับปรุงรูปลักษณ์ รสชาติ เนื้อสัมผัส และอายุการเก็บรักษา มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในการผลิตมาการีน มายองเนส ซอสครีม ลูกอม อาหารแปรรูปแบบบรรจุหีบห่อ ลูกกวาด และผลิตภัณฑ์เบเกอรี่

ประเภทของอิมัลซิไฟเออร์
อิมัลซิไฟเออร์ที่ใช้ในการผลิตอาหารมี 2 ประเภท ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่มาจากพืชหรือสัตว์ และสารเคมีสังเคราะห์ที่มีโครงสร้างคล้ายคลึงกับผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น เลซิติน (E322) อิมัลซิไฟเออร์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลต สามารถหาได้จากน้ำมันถั่วเหลือง ไข่ ตับ ถั่วลิสง และจมูกข้าวสาลี เพคติน (E440) อิมัลซิไฟเออร์ที่พบทั่วไปในผลไม้ เช่น แอปเปิ้ลและลูกแพร์

การใช้อิมัลซิไฟเออร์ในอาหาร
อิมัลซิไฟเออร์ใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารหลากหลายประเภท ได้แก่:
ขนมปัง: การเติมอิมัลซิไฟเออร์เพียง 0.5% ลงในแป้งจะช่วยเพิ่มปริมาตรของแป้ง สร้างโครงสร้างแป้งที่นุ่มขึ้น และยืดอายุการเก็บรักษา ประเภทของอีมัลซิไฟเออร์ที่ใช้ในขนมปังโดยทั่วไปได้แก่ อีมัลซิไฟเออร์ที่สร้างความแข็งแรงของชั้นแป้ง เช่น ไดอะซิทิลทาร์ทาริกแอซิดเอสเทอร์และโซเดียมหรือแคลเซียมสเตียโรอิล-2-แลคทิเลต และอีมัลซิไฟเออร์ที่เพิ่มความนุ่มของแป้ง เช่น โมโนและไดกลีเซอร์ไรด์ของกรดไขมัน

ช็อกโกแลต: ผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตประกอบด้วยเลซิติน (E322) 0.5% หรือแอมโมเนียมฟอสฟาไทด์ (E442) ซึ่งให้ความสม่ำเสมอของเนื้อผลิตภัณฑ์ และช่วยปั้นเป็นรูปร่างต่างๆ ได้ นอกจากนี้ซอร์บิตัน ไตรสเตียเรต นับเป็นอีกหนึ่งอีมัลซิไฟเออร์ที่ชะลอการ Bloom เมื่อผลิตภัณฑ์มีการเก็บรักษาในบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงจนเกินไป จนเกิดสีหมองคล้ำหรือสีขาวบนผิวของผลิตภัณฑ์

ไอศกรีม: การเติมอิมัลซิไฟเออร์ระหว่างกระบวนการแช่แข็งช่วยให้ไอศกรีมมีเนื้อสัมผัสนุ่มนวลขึ้น ไม่ละลายทันทีหลังเสิร์ฟ และปรับปรุงเสถียรภาพการละลายน้ำแข็ง อิมัลซิไฟเออร์ที่ใช้กันทั่วไปในการผลิตไอศกรีม ได้แก่ โมโนและไดกลีเซอไรด์ของกรดไขมัน (E471), เลซิติน (E322) และโพลีซอร์เบต (E432, E436)

มาการีน: โมโนและไดกลีเซอไรด์ของกรดไขมัน (E471) และเลซิติน (E322) เป็นอิมัลซิไฟเออร์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในมาการีนเพื่อให้แน่ใจว่าหยดน้ำจะกระจายตัวอย่างละเอียด ให้ความคงตัว เนื้อสัมผัส และรสชาติที่ต้องการ

เนื้อแปรรูป: ไส้กรอกเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ไขมัน และน้ำ ซึ่งจับตัวกันเป็นอิมัลชันที่เสถียรด้วยอิมัลซิไฟเออร์ อิมัลซิไฟเออร์ที่นิยมใช้ได้แก่ กรดไขมันโมโนและไดกลีเซอไรด์ (E471) และเอสเทอร์กรดซิตริก (E472c) ซึ่งจะช่วยกระจายไขมันอย่างละเอียดทั่วทั้งผลิตภัณฑ์
 
ที่มา
What are emulsifiers and what are common examples used in food?
https://www.eufic.org/en/whats-in-food/article/what-are-emulsifiers-and-what-are-common-examples-used-in-food

รายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ
Sahasithi Import & Export (Thailand) Co., Ltd. (SIE)
16 Sukhumvit 56, Phra Khanong Tai,
Phra Khanong, Bangkok 10260
Tel: (+66) 02-331-5461-4 Fax: (+66) 02-331-4758
ฝ่ายขาย / ฝ่ายบริการ E-mail: sales@sahasith.co.th
https://www.sahasith.co.th/
https://www.foodnetworksolution.com/company/sahasithi-import-and-export-thailand-co-ltd

เกี่ยวกับเรา
บริษัทสหสิทธิ์ อิมปอร์ต แอนด์ เอ๊กปอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด (SIE) เป็นบริษัทนำเข้าและจัดจำหน่ายวัตถุเจือปนอาหาร
เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหารซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ เรามุ่งตอบสนองความต้องการของผู้ผลิตอาหารยุคปัจจุบันโดยให้ความสำคัญกับการให้คำปรึกษาด้านเทคนิค การเสาะแสวงหาวัตถุเจือปนอาหารใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคตลอดจนนำระบบเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้เพื่อควบคุมคุณภาพของสินค้า บริหารคลังสินค้า รวมถึงจัดส่งสินค้าอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
 
ในปัจจุบัน บริษัทได้นำเข้าวัตถุเจือปนอาหารจากผู้ผลิตที่ได้รับมาตรฐานการผลิตจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อให้บริการผู้ผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ กลุ่มเบเกอรี่และขนมขบเคี้ยว กลุ่มเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์นม กลุ่มอาหารแช่แข็งและอาหารกระป๋อง กลุ่มยาและผลิตภัณฑ์ส่วนตัว กลุ่มเนื้อสัตว์แปรรูป และกลุ่มเครื่องปรุงรส

98
ในยุคที่การโฆษณากลางแจ้งยังคงมีอิทธิพลสูงต่อพฤติกรรมผู้บริโภค จอLEDเชียงใหม่ จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของนักการตลาดที่ต้องการสร้างการรับรู้แบรนด์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะทำเลทองในเชียงใหม่ที่มีการจราจรหนาแน่นและกลุ่มเป้าหมายหลากหลาย

หนึ่งในสถานที่ยอดนิยมที่ไม่อาจมองข้ามได้คือ "ห้างเมญ่า" ซึ่งตั้งอยู่บริเวณแยกรินคำ ถือเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ทั้งการช้อปปิ้ง รับประทานอาหาร หรือแม้แต่การพักผ่อน จุดนี้จึงกลายเป็นพื้นที่โฆษณาที่มีมูลค่าสูง เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มคนเมืองและนักท่องเที่ยวต่างชาติ



ห้างเมญ่า จุดศูนย์รวมไลฟ์สไตล์กับการสื่อสารที่ทรงพลัง

ห้างเมญ่า ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ยอดนิยมในหมู่คนเชียงใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมาเยือน จอ LED ขนาดใหญ่ที่ติดตั้งบริเวณหน้าอาคาร กลายเป็นสื่อที่ดึงดูดสายตาได้อย่างดี ทำให้โฆษณาบนหน้าจอตรงนี้สามารถเข้าถึงผู้ชมหลายหมื่นคนต่อวัน ทั้งจากคนขับรถผ่าน คนเดินถนน และผู้ที่มาใช้บริการภายในห้าง

ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจอาหาร เครื่องสำอาง อสังหาริมทรัพย์ หรือบริการอื่น ๆ การลงโฆษณา ณ จุดนี้คือการลงทุนที่คุ้มค่า หากต้องการแนะนำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักภายในเวลาอันรวดเร็ว

แยกรินคำ จุดตัดของโอกาสและการมองเห็น

บริเวณ ป้ายledแยกรินคำ คือหนึ่งในตำแหน่งยุทธศาสตร์ของจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยการเป็นจุดตัดของถนนสำคัญ และใกล้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการจราจรพลุกพล่านตลอดวัน การมีป้าย LED ในตำแหน่งนี้เปรียบเสมือนการมีเวทีโชว์แบรนด์ของคุณให้คนหลายหมื่นคนเห็นในแต่ละวัน

รูปแบบของป้ายมีความทันสมัย แสดงผลคมชัดทั้งกลางวันและกลางคืน รองรับภาพเคลื่อนไหวหรือวิดีโอที่สามารถสื่อสารแบรนด์ได้อย่างลึกซึ้ง โอกาสในการสร้างภาพจำของแบรนด์ในสายตาของลูกค้าจึงมีมากยิ่งขึ้น



เลือกสื่อให้ถูกจุด มั่นใจด้วยจอ LED จาก Aloha Media

สำหรับผู้ที่สนใจใช้สื่อโฆษณา LED ในเชียงใหม่ จอ LED เชียงใหม่ จาก Aloha Media คือหนึ่งในทางเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม ด้วยประสบการณ์ด้านสื่อโฆษณากลางแจ้งมากกว่า 10 ปี พร้อมด้วยทีมงานมืออาชีพที่เข้าใจความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม

Aloha Media มีการให้บริการอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนโฆษณา การออกแบบคอนเทนต์ ไปจนถึงการจัดการเวลาแสดงผลเพื่อให้เหมาะสมกับพฤติกรรมผู้ชมในช่วงเวลาต่าง ๆ ช่วยให้แบรนด์ของคุณมีโอกาสสร้างผลลัพธ์สูงสุดจากการลงทุน

สรุป

เชียงใหม่ไม่ได้เป็นเพียงเมืองท่องเที่ยว แต่ยังเป็นศูนย์กลางของการค้าขายและโอกาสทางธุรกิจ การเลือกใช้ป้าย LED ในทำเลที่มีคนพลุกพล่าน เช่น ห้างเมญ่า และ ป้าย LED แยกรินคำ จึงเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการทำให้แบรนด์ของคุณโดดเด่นเหนือคู่แข่ง

หากคุณกำลังมองหาวิธีเพิ่มยอดขายหรือสร้างภาพลักษณ์ที่แข็งแรงให้กับธุรกิจ การลงทุนใน จอ LED เชียงใหม่ จาก Aloha Media คือคำตอบที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพที่สุดในยุคนี้ สนใจลงโฆษณาจอledเพิ่มเติม สามารถดูได้ที่ https://www.alohamedia.co/

ติดต่อจองวันนี้ พร้อมรับราคาพิเศษ

โทร: 086-316-8244
LINE: @alohamedia
อีเมล: alohamedia.sale@gmail.com
99
แลกเปลี่ยน เรียนรู้ / Re: แคตตาล็อกพาวิลเลียนฝรั่งเศสในงาน Propak Asia 2025
« กระทู้ล่าสุด โดย fnsTeam เมื่อ มิถุนายน 05, 2025, 09:54:34 PM »















100
แลกเปลี่ยน เรียนรู้ / Re: Catalogue French Pavilion in Propak Asia 2025
« กระทู้ล่าสุด โดย fnsTeam เมื่อ มิถุนายน 05, 2025, 09:54:18 PM »















หน้า: 1 ... 8 9 [10]