ชมพู่ (Java apple หรือ wax apple, rose apple, malay apple) ) เป็นผลไม้ (fruit) เขตร้อน (tropical fruit) และจัดอยู่ในกลุ่ม nonclimacteric fruit ต้องเก็บเกี่ยวเมื่อผลแก่จัดพร้อมบริโภคจึงจะมีรสชาติดี พันธุ์ชมพู่ที่ผลิตเป็นการค้ามีหลายพันธุ์
ชมพู่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Syzygium samarangense (Blume) Merr. et L. M. Perry (ชื่อพ้อง: Eugenia javanica L.) อยู่ในวงศ์ Myrtaceae ผลชมพู่นิยมบริโภคผลสด
ชมพู่เป็นผลไม้ที่มีรสชาติดี คือหวานอมเปรี้ยว หรือมีรสหวานอ่อนๆ ไม่หวานจนเกินไป เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค
ในประเทศไทยมีหลายพันธุ์ พันธุ์ที่ที่คนนิยมบริโภค ได้แก่ พันธุ์ทับทิมจันทร์ ชมพู่เพชรบุรี ชมพู่มะเหมี่ยว ชมพู่แก้มแหม่ม
และชมพู่นาก เป็นต้น
พันธุ์ชมพู่

ที่มา http://www.acfs.go.th/standard/download/javaapple.pdf

นอกจากคุณค่าทางโภชนาการแล้ว ชมพู่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ หากรับประทาน
ชมพู่ 2 ผล ขนาดเล็ก สารที่พฤกษเคมีที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพจากชมพู่ ดังตาราง
|
สารเคมี |
ปริมาณ |
|
มิลลิกรัมต่อ 2 ผล ขนาดเล็ก |
|
|
Total carotene (1) S. jambos (ชมพู่น้ำดอกไม้) S. malaccense (ชมพู่มะเหมี่ยว) |
2.14 5.09 |
|
α-Carotene (2) S. malaccense (ชมพู่มะเหมี่ยว) |
0.21 |
|
β-Carotene (2) S. malaccense (ชมพู่มะเหมี่ยว) |
0.27 |
|
Total flavonoids (3) S. samarangense (ชมพู่ทับทิมจันทร์) |
446.88 |
|
Myricetin (2) S. malaccense (ชมพู่มะเหมี่ยว) |
< 1.52 |
|
Quercetin (2) S. malaccense (ชมพู่มะเหมี่ยว) |
< 1.52 |
|
Lycopene (4) S. samarangense (ชมพู่ทับทิมจันทร์) |
0.026 |
|
Total polyphenols S. malaccense (ชมพู่มะเหมี่ยว) (2) S. samarangense (ชมพู่ทับทิมจันทร์) (3) |
48.64 699.2 |
ประโยชน์ต่อสุขภาพ
สารเหล่านี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันหรือลดความเสี่ยง
ในการเกิดโรคมะเร็ง นักวิจัยได้ศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในหลอดทดลอง พบว่ามีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และสารสกัด
เอทานอลจากชมพู่ทับทิมจันทร์ (S. samarangense) มีฤทธิ์ในการขจัดอนุมูลอิสระอย่างอ่อน (5) ผลงานวิจัยอีกเรื่องรายงาน
ว่าสารสกัดเมทานอลจากชมพู่ทับทิมจันทร์มีฤทธิ์ในการขจัดอนุมูลอิสระ โดยพบสารออกฤทธิ์หลายชนิด เช่น qlycosides,
flavanone และ phenolic acid (3) นอกจากนี้ยังมีรายงานเปรียบเทียบความสามารถในการขจัดอนุมูลอิสระของชมพู่พันธุ์ต่างๆ
พบว่า S. samarangense มีฤทธิ์ดีกว่า S. javanicum, S. jambos, S. samarangense var. Taiwan pink และ
S. malaccense ตามลำดับ ทั้งนี้ชมพู่ทุกสายพันธุ์มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระน้อยกว่า gallic acid (6) ดังนั้นการรับประทานชมพู่
อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันและการเกิดโรคมะเร็งได้
ฤดูกาลของชมพู่อยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม และมิถุนายน-กันยายน
เอกสารอ้างอิง