วิตามินซีมีหน้าที่สำคัญต่อร่างกาย ดังนี้
1. ช่วยในการสร้างโปรตีนคอลลาเจนและมิวโคโปรตีน โดยช่วยส่งเสริมกิจกรรมของเอนไซม์โพรลิล (prolyl)
ไฮดรอกซีเลส และไลซิล (lysly) ไฮดรอกซีเลส ซึ่งเร่งปฏิกิริยาการเติมหมู่ไฮดรอกซิล(hydroxylation) ให้กับกรดแอมิโน
โพรลีนและไลซีน ได้เป็นไฮดรอกซีโพรลีนและไฮดรอกซีไลซีน ซึ่งเป็นองค์ประกอบในโมเลกุลของคอลลาเจน
โปรตีนนี้อยู่ระหว่างเซลล์ของกระดูกอ่อน (bone matrix) ฟัน ผิวหนัง และผนังหลอดเลือด (capillary wall) ซึ่งหน้าที่นี้
ของวิตามินซีช่วยอธิบายว่า ทำไมวิตามินซีจึงจำเป็นและช่วยในการรักษาและสมานแผล (wound healing) รวมทั้งช่วย
ต่อต้านการติดเชื้อต่างๆ ได้
2. จำเป็นในการสร้างกระดูกและฟัน โดยวิตามินซีจะช่วยควบคุมระดับของเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องในการสร้าง
กระดูกและฟัน
3. จำเป็นต่อเมแทบอลิซึมของกรดแอมิโน โดยเฉพาะปฏิกิริยาการออกซิเดชันขั้นสุดท้ายของฟีนิลแอลานีน
และไทโรซีน ซึ่งวิตามินซีอาจทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ของปฏิกิริยาออกซิเดชัน
4. ช่วยในปฏิกิริยาเปลี่ยนกรดโฟลิกให้เป็นกรดโฟลินิก
5. เป็นตัวพาไฮโดรเจนในการส่งถ่ายไฮโดรเจนภายในเซลล์ และควบคุมความต่างศักย์ของปฏิกิริยา
ออกซิเดชัน-รีดักชัน (oxidation-reduction potential) ที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ แต่กลไกการทำงานในหน้าที่นี้ยังไม่ทราบแน่นอน
6. ช่วยในการดูดซึมของเหล็กในลำไส้เล็ก โดยช่วยรีดิวซ์เหล็กที่อยู่ในรูปเฟอร์ริกเปลี่ยนให้เป็นรูปเฟอร์รัส ทำให้
การดูดซึมของเหล็กดีขึ้น และยังช่วยในการปล่อยเหล็กจากโปรตีนแทรนส์เฟอร์รินในเลือดให้ไปจับกับเฟอริตินในเนื้อเยื่อได้
7. เป็นสารต้านการออกซิเดชันที่สำคัญ จึงทำหน้าที่ป้องกันการเกิดออกซิเดชันของวิตามินเอ วิตามินอี กรดไขมัน
ชนิดไม่อิ่มตัว ดีเอ็นเอ และโปรตีน จากอนุมูลต่างๆ ได้แก่ อนุมูลซุปเพอร์ออกไซด์ (superoxide) ไฮโดรเพอร์ออกซิล
(hydroperoxyl) ออกซิล (oxyl) เพอร์ออกซิล (peroxyl) ออกซิเจนดี่ยว (single oxygen) โอโซน (ozone) ไดออกไซด์
(dioxide) และไนตรอกไซด์ (nitroxide)
8. วิตามินซีเป็นโคแฟกเตอร์ของเอนไซม์ 2 ชนิดในปฏิกิริยาการเติมหมู่ไฮดรอกซิลในกระบวนการสังเคราะห์คาร์นิทีน
(carnitine) คือเอนไซม์แกมมา-บิวทิโรบีเทนไฮดรอกซีเลส (gamma-butyrobetaine hydroxylase) เอพซีรอน-เอ็น-ไตรเมทิล
ไลซีนไฮดรอกซีเลส (e-N-trimethyllysine hydroxylase) หากขาดวิตามินซีจะทำให้ปริมาณคาร์นิทีนในหัวใจและกล้ามเนื้อ
ของสัตว์ทดลองลดลง
9. เกี่ยวข้องในปฏิกิริยาการสังเคราะห์โดพามีนเป็นนอร์อีพิเนฟริน ซึ่งเร่งโดยเอนไซม์ (dopamine-ß-hydroxylase)
ซึ่งอาจอธิบายว่าทำไมที่เนื้อเยื่อของต่อมแอดรีนาลจึงมีวิตามินซีสูง
10. ผลการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า วิตามินซีร่วมกับ ATP และแมกนีเซียมจะไปลดการทำงานของเอนไซม์
ลิเพสที่เนื้อเยื่อไขมัน ทำให้การเคลื่อนย้ายไขมันจากเนื้อเยื่อไขมันลดลง
11. วิตามินซีจะไปเพิ่มการตัดหมู่เอไมด์ (amide) ออกจากกรดแอมิโนบางชนิด