<p><p>&nbsp;</p> <p>เทโทรโดทอกซิน เป็นสารพิษประเภทแอลคาลอยด์ พบได้ในปลาปักเป้าซึ่งมีอยู่ทั่วๆ &nbsp;ไปในน้ำทั้งเขตร้อนและเขตอบอุ่น ปลาปักเป้าชนิดที่มีสารพิษส่วนใหญ่อยู่ในสกุล Tetrodontidae เช่น blowfish, globefish และ fugu เป็นปลาปักเป้าที่มีสารพิษอยู่ในรังไข่ ตับ ลำไส้เล็ก ผิวหนังและไข่ปลา ส่วนปลาปักเป้าที่เนื้อเป็นพิษมาก เช่น <em>Fugu poecilonotus</em>, <em>F. pardalis</em>, <em>F. vermicularis</em>, <em>F. chrusops</em> และ <em>F. rubripes</em> ใช้เป็นอาหารในประเทศญี่ปุ่นและจีน แต่การจับปลาและการเตรียมอาหารมีการควบคุมอย่างมาก ความเป็นพิษของเทโทรโดทอกซินจากการบริโภคปลาปักเป้าเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยในประเทศญี่ปุ่นและจีน และเกิดขึ้นในอเมริกาบ้างเป็นครั้งคราว</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ปริมาณเทโทรโดทอกซินในปลาปักเป้าผันแปรได้ตามฤดูกาล จะเริ่มมีสารนี้มากในเดือนกันยายน และสูงสุดในฤดูหนาวถึงฤดูใบไม้ผลิก่อนที่ปลาจะเริ่มมีไข่ ในช่วงเดือนพฤษภาคม&ndash;มิถุนายนปลาปักเป้าตัวเมียมีความเป็นพิษมากกว่าตัวผู้ เพราะรังไข่มีสารพิษมากกว่าอัณฑะ ผิวหนังของปลาปักเป้าบางชนิดก็มีพิษแต่เนื้อปลาส่วนใหญ่ไม่มีพิษ การทำให้ปลาสุกด้วยความร้อนไม่สามารถช่วยลดความเป็นพิษได้ วิธีที่ดีที่สุดคือ ไม่ควรบริโภคปลาปักเป้า</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ค่า LD ขั้นต่ำของเทโทรโดทอกซิน ต่อหนู (mice) คือ 0.4 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักหนู 20 กรัม เมื่อคำนวณเปรียบเทียบกับคน จะมีค่า LD ขั้นต่ำ 4 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัว (หรือ ประมาณ 280 ไมโครกรัมต่อคน) ปลาปักเป้ามีสารพิษเทโทรโดทอกซินประมาณ 2.8 ไมโครกรัมต่อ 100 กรัม อาการพิษที่เกิดจากเทโทรโดทอกซินมีความรุนแรงมาก เรียกว่า เทโทรโดทอกซิซึม (tetrodotoxism) จะมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง อาการที่เกิดขึ้นเริ่มด้วยการเป็นเหน็บชาที่นิ้วมือและนิ้วเท้า เวียนศีรษะ เกิดอาการมึนงง ตัวซีด ชาบริเวณริมฝีปาก ลิ้น แขนและขา และกล้ามเนื้อทำงานผิดปกติ ภายในเวลา 10-45 นาทีหลังจากที่บริโภคปลาชนิดนี้เข้าไป</p> <p>นอกจากนั้นยังอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง เจ็บยอดอก หากได้รับสารพิษมากจะทำให้การสท้อนภาพของม่านตาและกระจกตาเสียไป การหายใจสั้น ถี่และเร็วขึ้น กล้ามเนื้อบิดและกระตุก เสียการทรงตัว ในที่สุดจะเป็นอัมพาต ตัวเขียว และเกิดอาการชักในขั้นสุดท้าย</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กลไกการเกิดพิษของเทโทรโดทอกซินคล้ายกับแซกซิทอกซิน คือไปรบกวนการส่งสัญญาณของกระแสประสาท โดยยับยั้ง sodium channel อาการจะเริ่มเกิดขึ้นที่ระบบหายใจก่อนและจะออกฤทธิ์ภายหลังจากบริโภคไปแล้วนาน 10 นาที ถึง 3 ชั่วโมง ทำให้มีอาการชาตามนิ้วมือ นิ้วเท้า ริมฝีปาก ลิ้น และอาเจียน หากได้รับสารพิษมากจะมีผลทำให้ระบบประสาทส่วนกลางทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดความดันต่ำ ตัวเย็น น้ำลายไหลมาก เหงื่อออกมาก ชีพจรเต้นเร็ว และอาจทำให้เกิดอัมพาตได้ ปริมาณที่ทำให้ถึงตายในคนคือบริโภคไข่ปลาเข้าไป 10-20 กรัม เพราะไข่ปลาเป็นส่วนที่มีสารพิษเข้มข้นมาก จะตายภายใน 6-24 ชั่วโมง ความเป็นพิษของเทโทรโดทอกซินอาจลดลงบ้างระหว่างการทำให้ปราศจากเชื้อเมื่อบรรจุกระป๋องที่อุณหภูมิ 116 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 75 นาที แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ปลอดภัยต่อการบริโภค</p></p>