เกษตรพันธสัญญา หรือ คอนแทรคฟาร์มมิ่ง (contract farming) คือ ระบบการเกษตร การเลี้ยงสัตว์ หรือการเพาะปลูกพืช ที่มีการทำสัญญาซื้อขายผลผลิตล่วงหน้าระหว่างฝ่ายเกษตรกร หรือเจ้าของฟาร์ม กับคู่สัญญา คือ "ผู้รับประกัน" ซึ่งมักเป็นบริษัทเอกชนที่สัญญาว่าจะซื้อผลผลิตคืนจากอีกฝ่ายในราคาที่ตกลงกันตั้งแต่ต้น เรียกว่า "ราคาประกัน" ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงได้ก็ต่อเมื่อครบกำหนดสัญญา
ที่มาของเกษตรพันธสัญญา
วัตถุดิบทางการเกษตรและอุตสาหกรรม ประกอบกับสภาวะความมีจำกัดของทรัพยากรการผลิต ไม่ว่าจะเป็นแรงงาน ที่ดิน และทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ทำให้ผลิตภาพทางการผลิตลดลง ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิต โดยคาดการณ์ว่าผลผลิตทางการเกษตรจะตกต่ำ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและโรคพืช ราคาสินค้าเกษตรผันผวน จะส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรเพื่อเป็นอาหารในปีพ.ศ. 2554 เพิ่มสูงขึ้นกว่า 40% ขณะที่เงินเฟ้อจากราคาอาหารจะอยู่ที่ระดับ 15% นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นมิติทางกายภาพ มิติด้านเศรษฐกิจ ทั้งด้านการผลิต การค้า และบริการ รวมถึงมาตรการพันธกรณีทางการค้าและการออกมาตรการกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม
จากสภาพการณ์ดังกล่าว ทำให้หลายธุรกิจมีการนำระบบคอนแทรคฟาร์มมิ่ง (contract farming) มาใช้ในการจัดการบริษัท โดยมองว่าวัตถุดิบจัดเป็นแหล่งต้นน้ำของการนำปัจจัยวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิต หากเกิดการขาดแคลน ไม่มีคุณภาพ และจำนวนไม่แน่นอน จะส่งผลกระทบต่อการส่งมอบหรือส่งต่อไปยังผู้เกี่ยวข้องในกระบวนของบริษัท โดยเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ต่ำลง จะว่าไปแล้ว คอนแทรคฟาร์มมิ่ง ถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย เพราะมีหลายบริษัทที่ใช้ระบบนี้ในการทำธุรกิจแล้วประสบความสำเร็จ เช่น บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) หรือเครือเบทาโกร ที่ทำระบบคอนแทรคฟาร์มมิ่งโดยเฉพาะการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมีมานานกว่า 30 ปี ก็ประสบความสำเร็จดีทั้งบริษัทและเกษตรกร
ข้อดีของการทำคอนแทรคฟาร์มมิ่
1. เกษตรกรมีผลผลิตขายแน่นอน สามารถนำวัตถุดิบป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตได้อย่างสม่ำเสมอ และเป็นการประกันรายได้ ประกันราคาสินค้าล่วงหน้า ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีรายละเอียดไม่เหมือนกัน
2. เกษตรกรได้รับความรู้ ทั้งด้านวิชาการ การออกแบบแปลนฟาร์มมาตรฐาน และเทคนิคในการปรับลดต้นทุนในการผลิต พร้อมจัดหาวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตต่างๆ อาจรวมไปถึงการสนับสนุนสินเชื่อทางการเงิน
3. ผลผลิตได้มาตรฐานเดียวกับที่ทางบริษัทกำหนดและตรงตามความต้องการของตลาด
4. ในยุคโลกาภิวัตน์ การตกลงราคาและเวลารับมอบสินค้ากันชัดเจน เชื่อว่าเกษตรพันธสัญญา สามารถลดความผันผวนของรายได้และผลผลิตของเกษตรกร โดยสามารถทำให้ผลตอบแทน (รายได้) ค่อนข้างแน่นอนและสูงขึ้น และช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยีและเงินทุน
5. ช่วยให้เกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและจัดการ ช่วยลดภาระงบประมาณของรัฐในการพยุงราคา สินค้าเกษตรกรรม ตลอดจนช่วยเพิ่มโอกาสการจ้างงานในภาคเกษตรกรรม
6. เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการแบ่งปันจากบริษัท เพราะมีวัตถุดิบสม่ำเสมอ ควบคุมต้นทุนได้ สามารถคาดการณ์วางแผนการตลาด รวมถึงบริษัทยังประหยัดได้จากขนาดกิจกรรม (economy of scale) เนื่องจากเป็นการผลิตขนาดใหญ่ ส่วนผู้บริโภคได้ประโยชน์จากคุณภาพสินค้าที่สูงขึ้นและราคาถูกลง
ข้อเสียของการทำคอนแทรคฟาร์มมิ่ง
1. การทำ "คอนแทรค ฟาร์มมิ่ง" ภาคเอกชนมักจะทำสัญญาในรูปแบบสัญญาเชิงเอาเปรียบเกษตรกร ในเรื่องของผลตอบแทน ความเสี่ยง และความเป็นธรรม
2. เงินลงทุนต่อฟาร์มค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้ที่จะเกิดขึ้น ทำให้การคืนทุนต้องใช้เวลานานหลายปี ขณะที่แหล่งเงินทุนของเกษตรกรมาจากการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ดังนั้น หากบริษัทยกเลิกพันธสัญญากับเกษตรกรในระยะสั้นหรือไม่วางแผนการผลิตให้ เกษตรกรอาจล้มละลายได้ นอกจากนี้ ยังพบว่าสัดส่วนของรายจ่าย (ต้นทุน) ต่อรายได้ของฟาร์มค่อนข้างสูง ประมาณ 27-92% จึงถือว่ามีความเสี่ยงค่อนข้างมาก
3. เกษตรกรมีความเสี่ยงสูง และเสี่ยงสูงขึ้นเมื่อได้รับผลกระทบทางธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง หรือหวัดนก เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงในการสูญเสียผลผลิตมากขึ้น เมื่อรวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าปุ๋ย ค่ายา ฯลฯ
4. การที่สัญญาไม่ได้คำนวณรายได้ค่าตอบแทนจากการผลิตที่เป็นขั้นบันไดเป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน ทำให้เกษตรกรไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะถึงจุดคุ้มทุน และมีกำไรจากการลงทุนเมื่อไร จึงทำให้เกิดความเสียเปรียบ
กรณีศึกษา บริษัท กรีนสปอต จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์ นมถั่วเหลืองแบรนด์ "ไวตามิ้ลค์" ภายหลังจากที่บริษัทได้ส่ง "ไวตามิ้ลค์" ขยายตลาดในทวีปแอฟริกา เนื่องจากเห็นว่าพื้นที่นี้มีศักยภาพและมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมาก รวมถึงประชากรให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพ ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์นมถั่วเหลืองยังมีราคาต่ำกว่านมวัวประมาณ 5-10% ทำให้บริษัทต้องมีการสรรหาวัตถุดิบเพื่อทำการผลิตให้เพียงพอต่อการผลิตสินค้าได้อย่างสม่ำเสมอในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า ดังนั้น ทางบริษัทจึงได้ทำ contract farming กับเกษตรกรประมาณ 3,000 ราย แต่ปริมาณวัตถุดิบก็ยังไม่เพียงพอ จึงมีเป้าหมายที่จะเพิ่มการทำ contract farming ให้มากขึ้น โดยเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกและพัฒนาให้วัตถุดิบของเกษตรกรไทยมีคุณสมบัติตามที่บริษัทต้องการ ซึ่งผลพวงจากการที่ให้ความสำคัญกับการทำ contract farming นี้เอง ทำให้บริษัทได้รับรางวัล SR Mark (Social Responsibility Mark) จากกระทรวงพาณิชย์
อย่างไรก็ตาม หากการทำสัญญาระหว่างธุรกิจกับเกษตรกรที่มีความโปร่งใสเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายแล้ว จะเห็นได้ว่าการทำ contract farming สามารถช่วยเหลือสนับสนุนผลผลิตของเกษตรกร ทำให้คุณภาพชีวิตของเกษตรกรลูกหลานมีชีวิตที่ดีขึ้น ชุมชนก็จะเข้มแข็งและยั่งยืน บริษัทก็ได้ทราบถึงราคาต้นทุนที่แน่นอน ช่วยให้บริษัทมีวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิตได้อย่างสม่ำเสมอ และช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ รวมถึงบริษัทสามารถควบคุมคุณภาพและปริมาณได้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังถือว่าบริษัทได้แสดงความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคม (Corporate Social Responsibility : CSR) ให้กับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมทางอ้อม มิใช่หวังผลทางตลาด
ที่มา คอนแทรคฟาร์มมิ่ง (Contract Farming) : ยุควัตถุดิบขาดแคลน โดย : ดร.สิทธิชัย ฝรั่งทอง