สารเคมีก่อมะเร็งสามารถจำแนกออกได้เป็น 2 กลุ่มคือ
1. Genotoxic agent เป็นสารเคมีก่อมะเร็งที่มีผลกระทบทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สารพันธุกรรม
คือมีการเปลี่ยนแปลงเบสที่เป็นโครงสร้างโมเลกุลของดีเอนเอ
2. Epigenetic (nongeootoxic) agent เป็นสารเคมีก่อมะเร็งที่ไม่ทำให้เกิดเปลี่ยนแปลงเบสที่เป็น
โครงสร้างในโมเลกุลของดีเอนเอ
ตัวอย่างสารเคมีก่อมะเร็งและกลไกการออกฤทธิ์ของทั้ง 2 กลุ่ม แสดงดังในตาราง
ตารางแสดงสารเคมีก่อมะเร็งและกลไกการออกฤทธิ์
ชนิดของสารก่อมะเร็ง |
กลไกการออกฤทธิ์ |
ตัวอย่างสารเคมี |
Genotoxic1. สารก่อมะเร็งที่ออกฤทธิ์ โดยตรงเป็นปฐมภูมิ
2. สารที่เปลี่ยนเป็นสารก่อมะเร็ง (procarcinogen) หรือ สารก่อมะเร็งทุติยภูมิ
3. สารก่อมะเร็งอนินทรีย์เคมี
Epigenetic 4. สารก่อมะเร็งที่เป็นของแข็ง
5. ฮอร์โมน
6. ตัวกดภูมิต้านทานโรค (Immunosuppressor)
7. สารร่วมก่อมะเร็ง (Cocarcinogen)
8. สารเร่งการเกิดมะเร็ง (Promoter) |
เป็นสารประกอบอินทรีย์ กลุ่ม electrophile และมีพิษต่อสารพันธุกรรม (genotoxic) ซึ่งจะทำปฏิกิริยาโดยตรงกับดีเอนเอ ต้องมีการเปลี่ยนแปลงผ่าน เมแทบอลิซึมในร่างกายหรือในหลอดทดลองเพื่อให้เป็นสารก่อมะเร็ง ไม่ได้เป็น genotoxic โดยตรง แต่มีผลทำให้โมเลกุลของดีเอ็นเอเปลี่ยนแปลงระหว่างกระบวนการ DNA replication ยังไม่ทราบกลไกแน่นอน มีผลกระทบต่อเซลล์และเนื้อเยื่อ mesenchymal ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภาวะสมดุลของระบบต่อมไร้ท่อและ differentiation มักมีบทบาทเป็นสารเร่งการเกิดมะเร็ง
ไม่ใช่ genotoxic หรือสารก่อมะเร็งแต่เร่งให้เกิดสารก่อมะเร็งทั้ง 2 ประเภทได้ เมื่อให้พร้อมกับสารก่อมะเร็ง ไม่ใช่ genotoxic หรือสารก่อมะเร็งแต่เร่งให้เกิดสารก่อมะเร็งทั้ง 2 ประเภทได้ เมื่อให้ภายหลังจากได้รับสารก่อมะเร็งแล้ว |
เอทิลีนอิมีน บิส(คลอโรเมทิล) อีเทอร์
ไวนิลคลอไรด์ เบนโซ(เอ) ไพรีน 2-แนพทิลามีน และไดเมทิลไนโตรซามีน
นิเกิ้ลและโครเมียม
สารพอลีเมอร์และ แอสเบสตอส เอสตราไดออล ไดเอทิลสติลเบสตรอล อะซาธทิโอพรีน antilymophocytic serum
พอร์บอลเอสเตอร์ ไพรีนแคทีคอล
พอร์บอลเอสเตอร์ ฟีนอลแอนทราลิน |