วิสกี้ (whiskey) หมายถึง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (alcoholic beverage) ประเภท distilled beverage คือเป็นเครื่องดื่ม
แอลกอฮอล์ที่ผ่านการกลั่น (distillation) หลังการหมัก (fermentation)
วัตถุดิบที่ใช้ผลิตวิสกี้ คือ เมล็ดธัญชาติ (cereal grain) เช่น ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโพด ข้าว
|
วิดีโอแสดงกรรมวิธีการผลิต สกอตวิสกี้ (Scotch whiskey) จากมอลต์ (malt) ระดับ pilot scale |
วิดีโอแสดงกรรมวิธีการผลิตวิสกี้ระดับอุตสาหกรรม โดยใช้ข้าวโพดเป็นวัตถุดิบ |
วิสกี้ เป็นเหล้ากลั่นที่ได้จากการหมักเมล็ดข้าวต่างๆ เช่น ข้าวบาร์เลย์ ข้างโพด ข้าวสาลี ข้าวไรย์ แล้วนำมากลั่นให้ได้แอลกอฮอล์
สูงขึ้น บรรจุขวดให้มีแอลกอฮอล์ประมาณ 40-43 ดีกรี ขั้นตอนการผลิตวิสกี้ การเตรียมมอลต์ (malting) เป็นขั้นตอนการนำเมล็ดข้าว
เช่น ข้างบาร์เลย์มาทำให้งอกเป็นมอลต์ ซึ่งจะเกิดเอนไซม์ชนิดหนึ่งเรียกว่า ไดแอสเทส (diastase) ที่จะเปลี่ยนสตาร์ชให้เป็นน้ำตาล
การย่อยสลายเป็นขั้นตอนการนำมอลต์ที่ได้มาต้มกับน้ำให้เกิดการย่อยสลายได้น้ำตาลและสารละลายที่เรียกว่า น้ำเวิร์ต การหมักเป็น
ขั้นตอนการเติมยีสต์และปล่อยให้เกิดการหมักโดยปฏิกิริยาของยีสต์ได้แอลกอฮอล์แล้วจึงนำไปกลั่น
การกลั่น เป็นขั้นตอนที่จะกลั่นให้ได้วิสกี้โดยใช้ความร้อน ซึ่งจะได้วิสกี้ที่มีสีขาวใส แต่กลิ่นและรสชาติยังไม่ดีนัก จึงต้องนำไปบ่ม
ในถังไม้โอ๊กต่อไป
การบ่ม เป็นขั้นตอนที่จะนำวิสกี้ที่กลั่นได้ไปทำการบ่มในถังไม้โอ๊ก เพื่อให้ได้วิสกี้ที่มีรสชาติและกลิ่นที่ดีขึ้น ปกติการบ่มจะใช้เวลา
อย่างน้อย 2 ปี การที่จะต้องบ่มเป็นระยะเวลามากหรือน้อยขึ้นกับปริมาณของแอลกอฮอล์ที่กลั่นได้ บางชนิดต้องเก็บไว้นานกว่าปกติ
เพื่อให้รสชาตินุ่มนวลมากขึ้น ดังนั้นวิสกี้ที่เก็บไว้นานมากๆ ไม่จำเป็นต้องมีคุณภาพดีกว่าวิสกี้ที่เก็บบ่มน้อยปีกว่า วิสกี้ที่ได้จาก
ขั้นตอนนี้เรียกว่า สเตรตวิสกี้ (straight whisky) ซึ่งเป็นที่นิยมในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่วิสกี้ส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะมีเพิ่มขั้นตอน
การผสม โดยนำวิสกี้ที่ทำจากข้าวต่างชนิดกัน หรือกลั่นคนละครั้ง หรืออายุการเก็บรักษาแตกต่างกัน มาปรุงผสมเข้าด้วยกันเพื่อให้
ได้วิสกี้ชนิดใหม่ที่มีสี กลิ่น และรสชาติ เฉพาะตัวเป็นที่นิยมของผู้บริโภค วิสกี้ที่ได้จากการผสมนี้เรียกว่า เบลนด์วิสกี้ (blended whisky)
ประเภทของวิสกี้ นอกจากสเตรตวิสกี้และเบลนด์วิสกี้แล้ว วิสกี้ยังอาจแบ่งตามวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตและประเทศที่ผลิตวิสกี้
ที่มีชื่อเสียง ได้ดังนี้
1. คอร์นวิสกี้ (corn whisky) เป็นวิสกี้ที่ได้จากการกลั่น ภายหลังการหมักเมล็ดต่างๆ ซึ่งต้องเป็นเมล็ดข้าวโพดอย่างน้อยร้อยละ 80
และกลั่นให้มีแอลกอฮอล์ไม่เกิน 80 ดีกรี แล้วจึงนำมาเจือจางให้มีแอลกอฮอล์ไม่เกิน 62.5 ดีกรี เก็บไว้ในถังไม้โอ๊กเป็นเวลาไม่
ต่ำกว่า 2 ปี เนื่องจากวิสกี้ชนิดนี้มีเมล็ดข้าวโพดเป็นส่วนประกอบหลักจึงมีกลิ่นรสอ่อนมาก
2. ไรย์วิสกี้ (rye whisky) เป็นวิสกี้ที่ได้จากการกลั่นหลังการหมักเมล็ดข้าวหลายชนิดที่มีข้าวไรย์อยู่ในปริมาณไม่ต่ำกว่าร้อยละ 51
และกลั่นให้มีแอลกอฮอล์ไม่เกิน 80 ดีกรี เก็บไว้ในถังไม้อังไฟเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี วิสกี้ชนิดนี้จะมีกลิ่นรสมาก
3. ไลต์วิสกี้ (light whisky) เป็นวิสกี้ที่ได้จากการกลั่นภายหลังการหมักเมล็ดข้าวหลายชนิดให้มีแอลกอฮอล์ 80-95 ดีกรี
ก่อนที่จะเจือจางและเก็บไว้ในถังไม้โอ๊ก วิสกี้ชนิดนี้มีรสน้อยกว่าวิสกี้ชนิดอื่นๆ เพราะสารให้กลิ่นรสได้ระเหยไปในระหว่าง
การกลั่นให้ได้แอลกอฮอล์สูง
4. สก๊อตวิสกี้ (scotch whisky) เป็นวิสกี้ที่ผลิตจากประเทศสก๊อตแลนด์ตามกฎหมายของประเทศอังกฤษ ซึ่งจะมีลักษณะ
และกลิ่นรสเฉพาะตัวจากน้ำที่ใช้ในการผลิตประเภท และจำนวนของมอลต์ที่ใช้
นอกจากนี้มอลต์ที่ใช้ในการผลิตจะต้องนำมาอบให้แห้งด้วยถ่านพีต (peat) เพื่อทำให้มีกลิ่นและรสชาติของควันไฟ หลังจาก
การกลั่นด้วย สก๊อตวิสกี้จึงเป็นวิสกี้ที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับหนึ่ง สก๊อตวิสกี้มีการผลิตทั้งชนิดที่เป็นสก๊อตมอลต์วิสกี้
(scotch malt whisky) ที่ได้จากการกลั่นหลังการหมักมอลต์ที่อบแห้งด้วยถ่านพีต และกลั่นให้มีแอลกอฮอล์ประมาณ 60-70
ดีกรี ซึ่งเป็นวิสกี้ที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดและราคาแพงที่สุด
5. สก๊อตเกรนวิสกี้ (scotch grain whisky) ได้จากการกลั่นหลังการหมักเมล็ดข้าวชนิดต่างๆ ให้มีแอลกอฮอล์สูงถึง 90 ดีกรี
มีกลิ่นและรสชาติอ่อน
6. เบลนด์สก๊อตวิสกี้ (blended scotch whisky) เป็นวิสกี้ที่ได้จากการผสมมอลต์และเกรนวิสกี้ โดยอาจมีการเติมสี กลิ่น
และรสชาติลงไป มีรสเข้มปานกลาง มีแอลกอฮอล์ประมาณ 40-43 ดีกรี และเก็บไว้ในถังไม้โอ๊ก ไม่ต่ำกว่า 3 ปี เป็นวิสกี้
ชนิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
7. อเมริกันวิสกี้ (american whisky) เป็นวิสกี้ที่ผลิตจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เมล็ดข้าวโพด ข้าวสาลี
ข้าวไรย์ ข้าวโพด (maize) เป็นวัตถุดิบในการผลิต กลั่นให้ได้แอลกอฮอล์ประมาณ 80 ดีกรี และเก็บบ่มไว้ในถังไม้โอ๊กอังไฟ
เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี จึงมีกลิ่นหอมและความเข้มข้นมาก อเมริกันวิสกี้ที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมเป็นวิสกี้ที่ผลิตจาก
รัฐเคนตั๊กกี้ (Kentucky) ซึ่งเรียกว่าเบอร์เบิน (bourbon) ตามชื่อเมืองในรัฐที่มีการผลิตเป็นครั้งแรก เบอร์เบินที่ผลิตในรัฐนี้
จะใช้กระบวนการหมักที่เรียกว่า ซาวแมช (sourmash) โดยการเติมยีสต์ที่เก็บไว้จากการหมักครั้งก่อนๆในถังหมัก ยีสต์จะ
เจริญและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีกลิ่นและรสชาติที่ดี
8. แคนาเดียนวิสกี้ (Canadian whisky) เป็นวิสกี้ที่ผลิตจากประเทศแคนาดา โดยใช้ข้าวโพด ข้าวไรย์ และมอลต์ เป็นวัตถุดิบ
กลั่นให้ได้แอลกอฮอล์ประมาณ 80-90 ดีกรี และเก็บไว้ในถังไม้โอ๊กสีขาวเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 3 ปี
9. ไอริชวิสกี้ (Irish whisky) เป็นวิสกี้ที่ผลิตจากประเทศไอร์แลนด์ (Ireland) โดยใช้เมล็ดข้าวหลายชนิด เช่น มอลต์ ข้าวสาลี
ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต ข้าวไรย์เก็บบ่มไม่ต่ำกว่า 3 ปี เป็นวิสกีที่มีรสชาติอ่อน มีกลิ่นรสเข้มข้นมาก