connect networks, collect information, compare solutions, and compile knowledge for your best solution สร้างเครือข่าย รวบรวมข้อมูล เปรียบเทียบโซลูชั่น เพื่อพิจารณา เลือกโซลูชั่นที่ดีที่สุด

Food Wiki

ค้นหา 6,332 คำศัพท์

Mid term คาร์โบไฮเดรต

เนื้อหา จาก 2011 เคมีและจุลชีววิทยาอาหาร

เรื่องคาร์โบไฮเดรต (carbohydrate)

1. ข้อใดผิด

2. ข้อใดเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว (monosaccharide) ทั้งหมด

3. ข้อใดเป็นน้ำตาลโมเลกุลคู่ทั้งหมด

4. ข้อใดผิดเกี่ยวกับพันธะไกลโคไซด์ (glycosidic bond)

  • เป็นพันธะระหว่างน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว (monosaccharide) กับน้ำตาลด้วยกันหรือกับสารอื่นที่ไม่ใช่ที่ไม่ใช่น้ำตาล
  • ทำให้เกิดเป็นน้ำตาลโมเลกุลคู่ (disaccharide) โอลิโกแซ็กคาไรด์ (oligosaccharide) และพอลิแซ็กคาไรด์ (polysaccharide) ชนิดต่างๆ
  • สารประกอบที่มีพันธะไกลโคไซด์ (glycosidic bond) รวมเรียกว่า ไกลโคโปรตีน (glycoprotein)
  • เป็นพันธะโควาเลนท์ (covalent bond)
  • ถูกทุกข้อ

5. รูปด้านล่างเป็นน้ำตาลโมเลกุลคู่ (disaccharide) ชนิดใด และพันธะไกลโคไซด์ (glycosidic bond) ชนิดใด

 

 

6. ข้อใดผิด เกี่ยวกับน้ำตาล fructose

  • เป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว (monosaccharide)
  • พบมากในผลไม้ที่มีรสหวาน เช่น องุ่น เชอร์รี่
  • ละลายได้น้อยกว่า glucose และ sucrose
  • มีความหวานสัมพัทธ์ (relative sweetness) มากกว่า glucose และ lactose
  • เป็นน้ำตาล hexose ประเภท น้ำตาล ketose

 

7. ข้อใดถูกเกี่ยวกับความหวานสัมพัทธ์ (relative sweetness)

  • เป็นความหวานเมื่อเทียบกับน้ำตาล lactose
  • sucrose > glucose> fructose
  • fructose>glucose>sucrose
  • frucose>sucrose>lactose
  • sucrose>lactose>glucose

 

8. ข้อใดผิด เกี่ยวกับน้ำตาล glucose

  • เป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว (monosaccharide) ประเภทน้ำตาล ketose
  • โครงสร้างที่มักพบคือ D-glucose อาจเรียกว่า dextrose
  • ละลายในน้ำได้น้อยกว่า fructose และ sucrose
  • ความหวานสัมพัทธ์ (relative sweetness) มากกว่า lactose
  • เป็นน้ำตาลในเลือด (blood sugar)

 

9. น้ำตาลที่จัดว่าเป็น non-reducing sugar คือ

  • มอลโทส (maltose)
  • ซูโครส (sucrose)
  • กลูโคส (glucose)
  • ฟรักโทส (fructose)
  • กาแล็กโทส (galactose)

10.  ข้อใดผิดเกี่ยวกับน้ำตาลมอลโทส (maltose)

  • น้ำตาลโมเลกุลคู่ (disaccharide)
  • ประกอบด้วยน้ำตาลกลูโคส (glucose) 2 โมเลกุล
  • พันธะภายในเป็นไกลโคไซด์ (glycosidic bond) ชนิดบีตา-1, 4
  • น้ำตาลมอลโทส เป็นน้ำตาลรีดิวส์ (reducing sugar)
  • ได้จากการย่อยของสตาร์ช (starch) ด้วยกรด เอนไซม์ amylase และพบในข้าวมอลต์ (malt)

11. ข้อใดผิดเกี่ยวกับน้ำตาล sucrose

  • เป็นน้ำตาลที่ใช้อ้างอิงความหวานสัมพัทธ์ (relative sweeteness) เพื่อเปรียบเทียบกับน้ำตาลชนิดอื่น
  • น้ำตาลกลูโคส (glucose) และน้ำตาลฟรักโทส (fructose) เชื่อมต่อกันด้วยพันธะไกลโคไซด์ (glycosidic bond) ชนิดแอลฟา 1,2
  • เป็นน้ำตาลรีดิวส์ (reducing sugar)
  • เรียกทั่วไปว่าน้ำตาลทราย ผลิตจากอ้อย หรือ หัวบีท
  • น้ำเชื่อมจากน้ำตาลซูโครส ถูกย่อยด้วยกรด หรือเอนไซม์ ได้เป็น น้ำตาลอินเวิร์ต์ (invert sugar)

12. ข้อใดถูก เกี่ยวกับ sorbitol

  • เป็นสารให้ความหวาน (sweetener) จัดเป็นน้ำตาล (sugar) ชนิดหนึ่ง
  • ผลิตโดยปฏิกิริยาออกซิเดชัน ด้วยการเติมออกซิเจนให้กับโมเลกุลของน้ำตาลกลูโคส (glucose) มีนิเกิล เป็นแคตะลิสต์ (catalyste)
  • มีรสหวาน และเมื่อละลายจะให้ความรู้สึกร้อนวูบวาบ เนื่องจากการคายพลังงานความร้อนขณะละลาย
  • ร่างกายย่อยและได้รวดเร็วกว่าน้ำตาล ทำให้ระดับน้ำตาลในลือดสูง ไม่เหมาะกับเป็นอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน แต่ไม่ทำให้ฟันผุ
  • เป็นยาระบายอ่อนๆ (laxative effet) เนื่องจากดูดซึมได้ช้า และตกค้างมาเป็นอาหารของแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่

13. ข้อใด้เป็นคาร์โบไฮเดรต ประเภท heteropolysaccharide ทั้งหมด

14. ข้อใด้เป็นคาร์โบไฮเดรต ประเภท homopolysaccharide ทั้งหมด

15. ข้อใดผิดเกี่ยวกับไฮโดรคอลลอยด์ (hydrocolloid)

16. ข้อใดเป็นสารให้ความหวาน (sweetener) ทั้งหมด

 

17. โมเลกุลของสารในข้อใดไม่สัมพันธ์กัน

18.  ข้อใดผิด เกี่ยวกับ Dextrose equivalent (DE)

  • สัมพันธ์กับความยาวของพอลิเมอร์ของน้ำตาลกลูโคส (D-glucose)
  • glucose syrup ที่มีค่า DE ต่ำกว่าจะหวานกว่า
  • สตาร์ซมี DE สูงกว่า maltose
  • maltodextrin มี DE มากกว่าสตาร์ซ
  • ข้อ 2 และ 3 ผิด

19. ข้อใดถูกเกี่ยวกับ isomalt

  • เป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ (sugar alcohol) มีสารตั้งต้นคือ maltodextrin
  • ให้พลังงาน 4 แคลอรี่ต่อกรัม เท่ากับน้ำตาลทราย
  • มีดัชนีไกลซิมิก (glycemic index) สูง ร่างกายจะย่อยและดูดซึมรวดเร็วกว่าน้ำตาล
  • เกิดปฏิกิริยาการเกิดสีน้ำตาลที่ไม่เกี่ยวข้องกับเอนไซม์ (non-enzymatic browning reaction) ได้ยากกว่าน้ำตาลทราย
  • ทำให้ท้องผูก (laxative effect) และแบคทีเรีย ไม่สามารถย่อยสลายให้เกิดสภาวะกรดในช่องปากได้ จึงไม่ทำให้ฟันผุ

20. ข้อใดถูกเกี่ยวกับ retrogradation

  • amylose โมเลกุลเป็นเส้นตรง ประกอบด้วย น้ำตาล fructose อย่างเดียว
  • amylopectin โมเลกุลเป็นกิ่งก้านสาขา ประกอบด้วย fructose และ glucose
  • amylopectin เกิด retrogradation ได้ง่ายกว่า amylose
  • amylopectin พบมากในข้าวเหนียวมากกว่าข้าวเจ้า
  • amylose ไม่เกิลเจล (gel) แต่เมื่อสุกจะหนืด ใส เหนียว

 

21. ข้อใดถูก

  • การแข็งตัวของสตาร์ซ (starch) เนื่องจากแป้งไม่สุก
  • เกิดกับสตาร์ซ ที่ยังไม่ผ่านการเจลาติไนซ์ (gelatinization) มาก่อน
  • amylopectin เกิด retrogradation ได้ง่ายกว่า amylose
  • โมเลกุล glucose ระหว่างสาย amylose และ amylopectin มาเชื่อมต่อกันเองใหม่และขับน้ำออกจากโมเลกุล
  • ทำให้แป้งไม่สุก เละ แฉะน้ำ

 



(เข้าชม 1,926 ครั้ง)

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
สมัครสมาชิก