หมากฝรั่ง (chewing gum) ในยุคแรกเข้ามาในตลาดเมืองไทยเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นเป็นหลัก โดยเน้นจุดขายในการที่ให้ความเพลิดเพลินหรือเพิ่มความโก้เก๋ ในปัจจุบันมีการพัฒนาออกไปหลายประเภทและเจาะกลุ่มเด็ก และผู้ใหญ่เพิ่มขึ้นด้วย เช่น หมากฝรั่งไร้น้ำตาล หรือใช้น้ำตาลเทียม สำหรับผู้ควบคุมน้ำหนัก หมากฝรั่งสำหรับผู้ใหญ่ที่ทำงานกลางคืนเพื่อช่วยไม่ให้ง่วง
กรรมวิธีการผลิตหมากฝรั่ง
1.ผสมกัมซึ่งโดยมากนิยมใช้กัมชนิดที่ย่อยไม่ได้ (nondigestible vegetable gum) กับส่วนผสมที่ให้คุณสมบัติยืดหยุ่นเวลาเคี้ยว เช่น สารสังเคราะห์ประเภทไวนิลเอสเทอร์ (vinyl ester) และบิวทริลรับเบอร์ (butyl rubber)
2.เติมน้ำตาลไอซิง (ice sugar) น้ำเชื่อมกลูโคส น้ำเชื่อมซอร์บิทอล (sorbital syrup) และเดกซ์โทรส (dextrose) หรือกลูโคส ผสมให้เข้ากันด้วยเครื่องผสมที่มีประสิทธิภาพประมาณ 90 นาที ที่อุณหภูมิประมาณ 80 องศาเซลเซียส
3.เติมส่วนผสมที่ให้กลิ่นและรสชาติของหมากฝรั่ง ผสมต่ออีกประมาณ 30 นาที
4.นำส่วนผสมไปรีดให้เป็นแผ่นหนาประมาณ 2 นิ้ว เพื่อตัดเป็นแผ่นเล็กๆ หรือตามรูปร่างที่ต้องการ
5.คลุกเคล้าหมากฝรั่งที่ตัดเป็นแผ่นเล็กกับส่วนผสมของน้ำตาลและสตาร์ชย่างเร็ว หรือใช้แปรงจุ่มลงในส่วนผสมน้ำตาลสตาร์ช แล้วนำมาปัดหรือทาเร็วๆ ให้ทั่วชิ้นหมากฝรั่ง เพื่อช่วยไม่ให้หมากฝรั่งติดกับกระดาษที่หุ้มไว้ จะช่วยให้สามารถลอกกระดาษออกได้โดยง่าย การเก็บรักษาหมากฝรั่ง วัสดุที่ใช้ในการห่อหุ้มหมากฝรั่งควรเป็นชนิดที่ลอกออกได้โดยง่าย เมื่อห่อหุ้มหมากฝรั่งแล้วจึงห่อด้วยกระดาษอีกชั้นหนึ่ง