หน้าที่ของฟอสฟอรัส
ฟอสฟอรัสเป็นธาตุที่พบอยู่ภายในเซลล์ทั่วร่างกาย ฟอสฟอรัสมีหน้าที่กว้างขวางไม่มีธาตุใดจะมีหน้าที่มากมายเท่า
หน้าที่สำคัญของฟอสฟอรัส เช่น ฟอสเฟตที่เป็นโมเลกุลของฟอสโฟลิพิด จะเป็นโครงสร้างหลักของเซลล์เมมเบรน ส่วนฟอสเฟต
อนินทรีย์พบอยู่ในกระดูกและฟัน เป็นองค์ประกอบของไฮดรอกซีแอพิไทต์ และผลึกแคลเซียมฟอสเฟต ตัวอย่างหน้าที่สำคัญของ
ฟอสฟอรัส ได้แก่
1. เป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน โดยรวมกับแคลเซียมเป็นเกลือแคลเซียมฟอสเฟต อัตราส่วนของแคลเซียมต่อ
ฟอสฟอรัสในกระดูกเท่ากับ 2 : 1
2. เซลล์แต่ละเซลล์จำเป็นต้องใช้ฟอสฟอรัสสำหรับเป็นองค์ประกอบในโมเลกุลของน้ำตาล-ฟอสเฟต ได้แก่ น้ำตาลไรโบส
และดีออกซีไรโบส ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในโมเลกุลของกรดนิวคลีอิก คือ DNA และ RNA ที่เป็นสารประกอบสำคัญ
ในการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของเซลล์ ดังนั้นฟอสฟอรัสจึงจำเป็นต่อการเจริญเติบโต และการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
ของร่างกาย
3. จำเป็นสำหรับปฏิกิริยาฟอสฟอริเลชันของน้ำตาลกลูโคส ซึ่งเกิดขึ้นขณะที่น้ำตาลกลูโคสถูกดูดซึมผ่านผนังลำไส้เล็ก
การนำน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เซลล์ และการดูดซึมกลับของน้ำตาลกลูโคสที่ไต
4. เป็นส่วนประกอบในโมเลกุลของสารที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการให้พลังงาน การถ่ายเทพลังงานและการเก็บสะสม
พลังงานในร่างกาย ซึ่งรวมกันเรียกว่า สารประกอบฟอสเฟตที่ให้พลังงานสูง (high energy phosphate compound) เช่น
สารประกอบ เอทีพี (ATP = adenosine-triphosphate) เมื่อสารที่ให้พลังงานสูงถูกไฮโดรไลซ์ที่พันธะฟอสเฟต จะได้พลังงาน
ออกมาเพื่อใช้ในปฏิกิริยาการสังเคราะห์สารต่างๆ ของเซลล์ รวมทั้งการดูดซึมสารอาหาร และการทำงานของกล้ามเนื้อ
การรักษาระดับความเข้มข้นของไอออนที่ผ่านเข้า-ออกเซลล์เมมเบรนด้วย
5. จำเป็นต่อการสร้าง และการสลายสารที่ให้พลังงานในร่างกาย และเป็นองค์ประกอบของโคเอนไซม์เอนไซม์ที่จำเป็น
ต่อเมแทบอลิซึมของลิพิด โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต
6. เป็นส่วนประกอบในโมเลกุลของโคเอนไซม์หลายชนิด เช่น โคเอนไซม์ของสารประกอบนิโคตินาไมด์ ในปฏิกิริยา
ออกซิเดชัน-รีดักชัน ได้แก่ NADP และ NADPH และเป็นองค์ประกอบในรูปที่ทำงานของวิตามินบีหนึ่ง คือ ไทแอมีน
ไพโรฟอสเฟต (thiamine pyrophosphate, TPP) ซึ่งเป็นโคเอนไซม์ของปฏิกิริยาดีคาร์บอกซิเลชัน
7. สารประกอบฟอสเฟตอนินทรีย์อยู่ในของเหลวชนิดต่างๆ ทั่วร่างกาย จะทำหน้าที่เป็นบัฟเฟอร์ช่วยรักษาภาวะสมดุล
ของกรด-ด่างของของเหลวในเซลล์ และควบคุมไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงภาวะความเป็นกรด-ด่างของเลือด