ในร่างกายมีเหล็กทั้งหมดประมาณ 3-4 กรัม พบมากจะอยู่ในรูปฮีโมโกลบิน ประมาณ 2.5-3.0 กรัม หรือ
ประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด พบอยู่ในโมเลกุลของเฟอร์ริทินและฮีโมสิเดริน (haemosiderin) ซึ่งอยู่ในม้าม ตับ
ไต ไขกระดูก (bone morrow) และพลาสมามีเหล็กอยู่ ประมาณ 15-30 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์
เป็นองค์ประกอบในโมเลกุลของไมโอโกลบิน (myoglobin) และพบเพียงเล็กน้อยประมาณ 300 มิลลิกรัมอยู่ในเซลล์ของ
เนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของเอนไซม์บางชนิด และเป็นองค์ประกอบในโมเลกุลของ
ไซโทโครมชนิดต่างๆ ปริมาณเหล็กในส่วนต่างๆ ของร่างกาย ดังแสดงในตาราง
ตาราง ปริมาณเหล็กในส่วนต่างๆ ของร่างกาย
|
แหล่งที่พบในร่างกาย |
ปริมาณเหล็ก (มิลลิกรัม) |
เทียบเป็นเปอร์เซ็นต็ ในร่างกาย |
|
ฮีโมโกลบิน เฟอริทิน ไมโอโกลบิน แหล่งของเหล็กที่ร่างกายนำไปใช้ (labile pool) เนื้อเยื่ออื่นๆ เหล็กในรูปขนย้าย (transport iron) |
2,500 1,000 130 80 8 3 |
67 27 3.5 2.2 0.2 0.8 |
คนปกติจะเก็บรักษาเหล็กส่วนใหญ่ไว้ในร่างกาย และยอมสูญเสียออกทางเหงื่อ และทางลำไส้ โดยพบว่าผนังเซลล์
ของลำไส้จะมีการหมุนเวียนสร้างใหม่ทุก 3 วัน การดูดซึมเหล็กจากอาหารเข้าสู่ร่างกายนั้นน้อยมากเพียง 10 เปอร์เซ็นต์
ดังนั้นจึงต้องรักษาเหล็กไว้ในร่างกายให้มากพอและไม่มากเกินไป เพราะเหล็กจัดเป็นโลหะหนัก (heavy metal)
อาจเป็นพิษต่อเซลล์ได้ ร่างกายจึงต้องมีการควบคุมการดูดซึมเหล็กซึ่งเป็นกลไกที่สำคัญ ถ้ามีเหล็กมากเกินจะมีเหล็กไป
เกาะตามเนื้อเยื่อต่างๆ โดยเฉพาะที่ตับทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า bronze hepatitis คือมีอาการตับอักเสบ และผิวหนังมี
สีบรอนซ์ (bronze) และเป็น bronze diabetes
ผู้มีรายได้น้อยมักจะขาดเหล็ก ระดับฮีโมโกลบินในเลือดจะต่ำกว่าปกติ และจัดว่าเป็นภาวะโลหิตจาง (anemia)
สุภาพสตรีวัยเจริญพันธุ์มีโอกาสขาดเหล็กมากกว่าคนกลุ่มอื่น เพราะสูญเสียเหล็กออกไปกับประจำเดือนทุกเดือน (ประมาณ
18 มิลลิกรัม)