วิตามินเอมีหน้าที่สำคัญในร่างกาย ดังนี้
1. วิตามินเอมีหน้าที่ช่วยในการเจริญเติบโต การพัฒนา และการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตั้งแต่ระยะเป็นทารก
วิตามินเอช่วยใน cell differentiation การสร้างอวัยวะ (organogenesis) การเจริญเติบโตและการเติบโตเต็มที่ของอวัยวะต่างๆ
ถ้าเด็กขาดวิตามินเอจะทำให้ร่างกาย โครงกระดูกและฟันเจริญเติบโตไม่เต็มที่ มีผลทำให้ขนาดของร่างกายเล็กกว่าปกติ
2. ช่วยรักษาสภาพของเยื่อบุผิวที่อวัยวะต่างๆ เช่น ที่ผิวหนังบริเวณขุมขน เยื่อบุผิวของระบบย่อยอาหาร
ระบบหายใจ เยื่อบุนัยตา ระบบขับถ่าย และระบบสืบพันธุ์ วิตามินเอยังมีผลต่อการสร้างส่วนประกอบของเมือก (mucus)
เช่น พวกมิวโคโปรตีน และมิวโคพอลิแซ็กคาไรด์ ทำให้เยื่อบุผิวมีความแข็งแรง มีความต้านทานโรคและแบคทีเรีย
ทำให้วิตามินเอได้ชื่อว่าเป็นสารต้านการติดเชื้อ (antiinfection)
3. มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็นในที่มืด หรือที่มีแสงสลัวๆ ซึ่งการมองเห็นภาพต้องอาศัย เรตินา (retina)
เรตินาประกอบด้วยตัวรับแสง (light receptor หรือ photoreceptor) 2 ชนิด คือ
ก. เซลล์รูปแท่ง (rod) เป็นตัวรับแสงเพื่อให้มองเห็นในที่สลัวหรือมีแสงน้อย ในเซลล์รูปแท่งมีสารสีที่มีความไวต่อแสง
เรียกว่า โรดอพซิน (rhodopsin หรือ visual purple)
ข. เซลล์รูปกรวย (cone) เป็นตัวรับแสงเพื่อให้มองเห็นในที่สว่างและมองเห็นภาพสี และในเซลล์รูปกรวยมีสารสี เรียกว่า
ไอโอดอพซิน (iodopsin หรือ visual violet)
สารสีเหล่านี้มีวิตามินเอแอลดีไฮด์ หรือเรตินาลเป็นองค์ประกอบอยู่ในโมเลกุลรวมกับโปรตีน เมื่อแสงกระทบกับสารสี
โรดอพซิน จะสลายตัวแยกเป็นเรตินาลและโปรตีน
ในคนปกติอัตราการสลายและการสังเคราะห์โรดอพซินเกิดขึ้นเท่าๆ กัน เพราะเรตินาได้รับวิตามินเอจากกระแสเลือด
อยู่ตลอดเวลา ทำให้มองเห็นได้อย่างปกติ
4. วิตามินเอจำเป็นต่อการทำงานของระบบสืบพันธุ์ โดยเฉพาะการสร้างน้ำเชื้อตัวผู้ (spermatogenesis)
ในผู้ชาย และวงจรการตกไข่ (estrus cycle) ในผู้หญิง และเกี่ยวข้องกับการพัฒนาของตัวอ่อนด้วย