การวัดระดับแบบไฮโดรสแตกติก (hydrostatic level measurement) เป็นวิธีการวัดระดับ (level measurement) ของเหลวที่นิยมอีกวิธีหนึ่ง ทำงานโดยอาศัยการวัดความดัน (pressure) แล้วแปลงเป็นระดับของเหลว ด้วยการติดตั้งเซนเซอร์ (sensor) หรือเครื่องมือวัดความดันบริเวณด้านล่างของภาชนะที่บรรจุของเหลวอยู่ภายใน หรือเรียกว่า "pressure level sensor" เซนเซอร์วัดความดันนี้ใช้สำหรับวัดความดันแบบไฮโดรสแตติก (Hydrostatic pressure ) โดยถ้าบริเวณผิวหน้าของเหลวสัมผัสกับความดันบรรยากาศ ค่าความดันสูงสุดอยู่ที่บริเวณด้านล่างของภาชนะ และเพิ่มสูงขึ้นตามระดับความสูงของของเหลว จากการรับแรงกระทำเนื่องจากน้ำหนักของของเหลวตามแรงโน้มถ่วงโลก ความดัน (P) ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงระดับของของเหลว (h) นี้เรียกว่าความดันสถิต (static head) โดยค่าความดันที่วัดได้บริเวณด้านล่างของภาชนะแสดงความสัมพันธ์แบบแปรผันตรงกับระดับของของเหลว
รูปที่ 1 การวัดระดับของเหลวโดยอาศัยเครื่องมือวัดความดัน
(ที่มา: นวภัทรา และ ทวีพล, 2555)
อุปกรณ์วัดระดับชนิดนี้นิยมใช้ในอุตสาหกรรม เหมาะสำหรับการวัดระดับของเหลวในภาชนะเปิดที่สัมผัสกับบรรยากาศ (ความดันบรรยากาศ) มีราคาไม่แพง แต่มีความถูกต้อง (accuracy) ค่อนข้างจำกัดเหมาะสำหรับของเหลวที่มีความหนืด (viscosity) ต่ำ สะอาด ไม่มีสารแขวนลอยปะปน รวมถึงไม่มีคุณสมบัติเป็นสารกัดกร่อน ซึ่งหากของเหลวที่ต้องการวัดระดับมีลักษณะและคุณสมบัติดังกล่าว อาจก่อให้เกิดความเสียหายกับเครื่องมือวัดความดันได้ ซึ่งสามารถแก้ไขได้ โดยการเลือกใช้แผ่นไดอะแฟรม (diaphragm plate) มาทำหน้าที่เป็นไดอะแฟรมซีล (diaphragm seal) โดยมีท่อแคพพิลลารีภายในบรรจุก๊าซ หรืออากาศต่ออยู่ระหว่างไดอะแฟรมซีลกับสเกลอ่านค่าความดัน หรือต่อเข้ากับเครื่องมือวัดความดันอีกตัวหนึ่ง โดยก๊าซหรืออากาศทำหน้าที่ส่งผ่านความดันที่ได้รับจากไดอะแฟรมซีลให้กับเครื่องมือวัดความดันเพื่ออ่านค่าความดันออกมา
หลักการทำงานของเครื่องมือวัดระดับชนิดความดัน
(ที่มา: http://www.youtube.com/watch?v=Eym_D3tGw1E)
ที่มา: การวัดและเครื่องมือวัด ประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร (นวภัทรา และ ทวีพล, 2555)