connect networks, collect information, compare solutions, and compile knowledge for your best solution สร้างเครือข่าย รวบรวมข้อมูล เปรียบเทียบโซลูชั่น เพื่อพิจารณา เลือกโซลูชั่นที่ดีที่สุด

Food Wiki

ค้นหา 6,332 คำศัพท์

การตรวจสอบปริมาณจุลินทรีย์ด้วยวิธีที่รวดเร็ว

 

"Rapid Method in Aerobic plate count Food Testing"

พวกเรานักศึกษาในกลุ่มวิจัย การผลิตชาสมุนไพรคุณภาพสูง ได้ฟังการบรรยายจากทีมงาน Sr.Product Speciallist
บริษัท 3 เอ็ม ประเทศไทย จำกัด เรื่อง วิธีการตรวจหาปริมาณจุลินทรีย์ในอาหาร โดยวิธีการตรวจสอบที่รวดเร็วด้วยการใช้
3M PetrifilmTM Plates เพื่อตรวจปริมาณ เชื้อ Aerobic plate count และ Coliform และ E.coli เพื่อใช้ประโยชน์ใน
งานวิจัยของกลุ่ม ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบผลของการล้างสมุนไพร เช่น อัญชัน ขมิ้น ใบเตย ต่อปริมาณจุลินทรีย์
ดังกล่าว พวกเราจึงได้สรุปมาเพื่อจะได้เป็นประโยชน์กับผู้สนใจค่ะ

 

ความสำคัญของการตรวจวิเคราะห์จุลินทรีย์ในอาหาร

จุลินทรีย์มีบทบาทความสำคัญในอาหาร พวกเราชาววิศวกรรมอาหารคงจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ซึ่งจุลินทรีย์พบได้ทั่วไป
ในสิ่งแวดล้อม ในดิน อากาศ น้ำ ซึ่งมีการปนเปื้อนกับพืชสมุนไพรที่ใช้เป็นวัตถุดิบและก่อให้เกิดปัญหาทำให้ผลิตภัณฑ์
เสื่อมคุณภาพ

นอกจากนี้ ยังได้แบ่งเป็นจุลินทร์ทรีย์บ่งชี้ (indicator microorganisms) ซึ่ง ได้แก่ Coliform, E.coli, Enterobacteriaceae,
Streptococcus feacalis, Yeast และ mold ทั้งนี้เพื่อบ่งชี้ในเรื่องของความเสี่ยงต่อการพบเชื้อก่อโรค มีการปนเปื้อนจาก
เชื้อในทางเดินอาหารหรือจากอุจจาระ ซึ่งสามารถบ่งชี้ถึงสุขอนามัยในการผลิตที่ไม่ดี คุณภาพในการทำความสะอาด บริเวณ
สถานที่ประกอบการ รวมทั้งคุณภาพของวัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์อาหารที่อาจยังไม่ดีพอ จึงส่งผลต่อการปนเปื้อนได้ และใน
ส่วนของเชื้อก่อโรค (Pathogens) ได้แก่ Listeria, S.aureus, Salmonella, E.coli (0157), Vibrio, Shigella, Bacillus,
Clostridium, Yersinia เป็นต้น ซึ่งเชื้อก่อโรคเหล่านี้หากร่างกายได้รับเข้าไปจะเป็นอันตรายถึงขั้นร้ายแรงได้

ในเรื่องของการตรวจสอบคุณภาพทางจุลชีววิทยา โดยจะแบ่งเป็นการตรวจเชิงคุณภาพ (3M TecraTM VIA) ที่ใช้ในการ
ตรวจหาว่ามีหรือไม่มีเชื้อนั้นๆ ปนเปื้อนอยู่ในอาหาร ซึ่งมักใช้ตรวจหาเชื้อก่อโรค และในส่วนของการตรวจเชิงปริมาณ
(3M PetrifilmTM Plate) จะเป็นการตรวจหาจำนวนเชื้อที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหาร ที่มักใช้ตรวจหาเชื้อดัชนีคุณภาพอาหาร
โดยจะมีการรายงานผลของเชื้อเป็นจำนวนที่นับได้ทั้งหมด มีหน่วยเป็น CFU/ml หรือ CFU/g ......หรือกล่าวง่ายๆ ว่า
เชิงคุณภาพ จะบอกว่ามีหรือไม่มี เชื้อนั้นอยู่ แต่ถ้าเป็นเชิงปริมาณแล้วล่ะก็ต้องเน้นๆ แบบว่าให้เห็นตัวเลขกันชัดๆ ไปเลยว่า
ที่มีน่ะมีเท่าไร โดยชนิดของแผ่นเพาะเลี้ยงเชื้อ 3M PetrifilmTM นั้นก็มีหลายชนิด ได้แก่ Aerobic Count Plate /
Yeast & Mold Count Plate / Coliform Count Plate / Rapid Coliform Count Plate / High Sensitivity Coliform
Count Plate / E.coli/Coliform Count Plate / Enterobacteriaceae Count Plate / Staph Express Count Plate /
Environmental Listeria Count Plate

 

ทำไมต้องตรวจสอบคุณภาพทางจุลชีววิทยา

การตรวจสอบทุกสิ่งทุกอย่างก็เพื่อความปลอดภัยในทุกๆ ด้าน นั่นแหละค่ะ สิ่งสำคัญของการตรวจสอบคุณภาพทาง
จุลชีววิทยา พวกพี่ ๆ 3M เขาบอกว่าเพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัย และสามารถเก็บรักษาได้ในสภาวะและ
ช่วงเวลาที่กำหนด (shelf-life) รวมถึงเพื่อให้แน่ใจว่าวัตถุดิบ ส่วนประกอบในอาหาร และผลิตภัณฑ์สุดท้ายนั้น มีจำนวน
จุลินทรีย์อยู่ในช่วงที่กำหนด (microbiological criteria) และเพื่อทวนสอบ (verification) และรับรอง (validation) แนว
ปฏิบัติและวิธีการที่ใช้ในการควบคุมกระบวนการผลิตในขั้นตอนต่างๆ ว่ายังอยู่ภายใต้การควบคุมตามข้อกำหนดนั้นๆ
โดยเฉพาะในการทวนสอบ รับรอง เฝ้าระวังและการควบคุมจุดวิกฤติ รวมถึงวิธีการแก้ไขด้วยเช่นเดียวกัน

ประวัติความเป็นมา

เจ้าแผ่นนี่ก็ได้ถูกคิดค้นขึ้นโดยนักวิทยาศาสตร์ที่ได้บังเอิญเห็นตัวเทปกาวชนิดใสแล้วก็เกิดเป็นไอเดียในการต่อยอด
พัฒนาเป็นแผ่นตรวจเชื้อ 3M PetrifilmTM Plates นี่แหละค่ะ

ส่วนประกอบและคุณลักษณะ

เอาล่ะค่ะเรามาทราบกันดีกว่าว่า 3M PetrifilmTM Plates เนี่ยมันคืออะไรกันนะ พี่ 3M เขาบอกว่า Petrifilm เป็นอาหาร
เลี้ยงเชื้อสำเร็จรูป โดยมีลักษณะเป็นผงแห้งที่เคลือบอยู่บนแผ่นฟิล์มพลาสติก สำหรับใช้วิเคราะห์หาจำนวนของเชื้อ
แบคที่เรียและเชื้อยีสต์รา ในส่วนของส่วนประกอบหลักๆ ของ 3M PetrifilmTM จะประกอบด้วยแผ่นพลาสติกสองแผ่นที่
ประกบกันอยู่ โดยแผ่นบนเป็นแผ่นฟิล์มพลาสติกใสที่แบ่งย่อยออกเป็นอีกสามชั้นที่เคลือบอยู่ ดังนี้ ชั้นบนสุดเป็นแผ่นฟิล์ม
พลาสติก รองลงมา จะเป็นชั้นของ กาว+สารบ่งชี้ และชั้นล่างจะเป็นเจลละลายในน้ำเย็น ในส่วนของแผ่นล่างนั้นจะประกอบ
ด้วยชั้นย่อยๆ อีกสามชั้นเช่นกัน ชั้นบนสุดเป็นชั้นของอาหารเลี้ยงเชื้อ (Agar) รองลงมาเป็นชั้นของกาว และชั้นล่างสุดของ
แผ่นล่างจะเป็นแผ่นพลาสติกพิมพ์ลาย ....เห็นแผ่นบางแค่นี้เองแต่ส่วนประกอบนี่เยอะมากเลยที่เดียว (ดูภาพอธิบายด้านล่างนะคะ)

 

3M PetrifilmTM Aerobic Count Plate (PAC) โดยส่วนประกอบของแผ่นตรวจนั้นตัวสารบ่งชี้ที่ใช้ในแผ่นตรวจชนิดนี้จะ
เป็น สีไตรเฟนนิล เตทตระโซเลียม คลอไรด์ (Triphenyl Tetrazolium Chloride-TTC) และในส่วนของอาหารเลี้ยงเชื้อนั้น
จะเป็น Plate Count Agar ที่แบคทีเรียทั่วไปสามารถเจริญเติบโตได้ดี โดยมีสารที่ทำให้อาหารเลี้ยงเชื้อแข็งตัวคือ เจลที่
ละลายในน้ำเย็น มาดูกันต่อในส่วนของวิธีการใช้แผ่น PAC ซึ่งวิธีการวิเคราะห์นี้เป็นวิธีที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงาน
มาตรฐาน AOAC เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เริ่มจากทำการหยดตัวอย่างปริมาตร 1 ml ลงบนแผ่นตรวจเชื้อ จากนั้นนำไปบ่มเชื้อ
ที่อุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 48 ชั่วโมง โดยการวางแผ่นตรวจในเครื่องบ่มเชื้อนั้นสามารถวางซ้อนกันได้ไม่เกิน
20 แผ่น และนำมาอ่านผลเมื่อครบเวลา

ในการอ่านผล aerobic bacteria จะทำการนับโคโลนีที่มีสีแดงทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่วงกลม 20 ตารางเชนติเมตร ซึ่งช่วงที่
เหมาะสมในการนับโคโลนีจะอยู่ในช่วง 30-300 โคโลนีต่อแผ่น

ข้อแตกต่างจากวิธีการทดสอบแบบดั้งเดิม

เอ๊...แล้ว 3M PetrifilmTM เนี่ย แตกต่างกับวิธีทดสอบแบบดั้งเดิม และทำให้ทดสอบได้ง่ายขึ้นยังไงกันนะ เรามาดูกันในส่วน
ของวิธีการแบบดั้งเดิมกันก่อนเลยค่ะ โดยวิธีการแบบดั้งเดิมนั้นต้องมีการเตรียมอาหารเลี้ยงเชื้อกันอย่างมากมายหลายขั้นตอน
เริ่มจากการชั่ง จากนั้นนำไปผสมน้ำ วัดค่า pH ทำ autoclave ที่ความดัน 15 ปอนด์ จากนั้นก็ต้องมีการอบฆ่าเชื้อที่อุปกรณ์
ด้วย hot air อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 2-3 ชั่วโมง จานเพาะเลี้ยงเชื้อหรืออุปกรณ์ต่างๆ จะต้องมีการมาล้าง
ทำความสะอาด เมื่อทดลองมากๆ อุปกรณ์เหล่านี้จะต้องมากเช่นเดียวกัน ทั้งเสียเวลาและเปลืองพื้นที่ในการเก็บ เห็นมั๊ยล่ะคะ
ว่าขั้นตอนเยอะมากๆ

แล้วแผ่น 3M PetrifilmTM นี้ล่ะมันดียังไงกัน พวกพี่ ๆ 3M ได้บอกว่า 3M PetrifilmTM Plates เนี่ยจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ
ในการทำงาน ทำให้ได้ผลการตรวจสอบที่มีความแม่นยำ เป็นวิธีการที่รวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลต่อการลดค่าใช้จ่ายโดยรวมได้ด้วย
ประหยัดทั้งเงิน ประหยัดทั้งเวลา....แหม มันน่าใช้ซะจริงเชียว !!!

มาตรฐานของการตรวจสอบ

มาถึงในส่วนของวิธีมาตรฐาน (Standard Method) ได้มีการบอกถึงมาตรฐานต่างที่เราสามารถใช้อ้างอิงได้ในการตรวจสอบ
ได้แก่ International Standards : ISO National Standards : TIS, BS, DIN, EPA, BAM Internationally recognized
organizations : AOAC, ICUMSA, IOB, IP, ICMSF Nationally recognized organizations : EPA, USFDA, BAM,
APHA ว้าว...เยอะแยะมากมายหลายหน่วยงาน แต่ที่พวกพี่ๆ ได้นำมาเสนอก็จะเป็นหน่วยงานของ AOAC ซึ่ง AOAC
= Association of Official Agricultural Chemist เป็นหน่วยงานพิสูจน์ความถูกต้องของวิธีทดสอบ โดยก่อตั้งขึ้นที่ประเทศ
สหรัฐอเมริกา แต่ได้เป็นที่ยอมรับทั่วโลก ทั้งอเมริกา แถบยุโรป และเอเชีย เลยทีเดียว การพิสูจน์ความถูกต้องของวิธีทดสอบ
(Validation) โดยมีกระบวนการตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ว่าวิธีทดสอบมีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ และเหมาะสมกับวัตถุประสงค์
ได้แก่ ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศหรือระหว่างประเทศ (regulation) การควบคุณคุณภาพสินค้านำเข้าและส่งออก
(import/export control) การขอรับรองคุณภาพห้องปฏิบัติการ (in accredited laboratories) เป็นต้น

ขั้นตอนการทดสอบ

การทดสอบปริมาณจุลินทรีย์ในอาหาร

  • การเตรียมตัวอย่าง

ขั้นตอนของการทดสอบ พี่ๆ ก็ได้บอกให้พวกเราได้ตั้งใจฟังกันให้ดี เริ่มจากในส่วนของการเจือจางตัวอย่างอาหาร สามารถ
ทำได้โดย ขั้นแรกชั่งตัวอย่างอาหารหนัก 50 กรัม ใส่ถุงพลาสติก จากนั้นเติมบัพเฟอร์ ปราศจากเชื้อ (Buffered Peptone
Water, Butterfield's phosphate- Buffered) 450 ml ลงไป นำไปตีบดโดยใช้ Stomacher หรือ Blender เป็นเวลา 2 นาที
จะได้ตัวอย่างอาหารที่เจือจางในอัตราส่วน 1:10

เอ๊...แล้วเชื้อในผลิตภัณฑ์มีการกระจายตัวแบบไหน คำตอบคือการกระจายตัวของจุลินทรีย์ดังภาพ B โดยเชื้อมักจะกระจาย
เป็นกลุ่มก้อน ส่วนในภาพ A นั้นจะเป็นการกระจายตัวของสาร

  • การเจือจางตัวอย่าง

มาต่อกันในเรื่องของการเจือจางตัวอย่างอาหาร โดยวิธีการคือ จะดูดตัวอย่างที่ความเจือจาง 1:10 ปริมาตร 1 ml ผสมกับ
บัพเฟอร์ 9 ml จะได้ตัวอย่างที่มีความเจือจาง 1:100 เรียกว่า Ten-fold dilution แล้วเราจะทำการเจือจางต่อไปจนกว่าจะถึง
ความเข้มข้นที่ต้องการ การเจือจางตัวอย่างนั้นเราทำเพื่อลดความหนาแน่นของจุลินทรีย์ให้อยู่ในระดับที่ให้ผลการวิเคราะห์
ที่เชื่อถือได้ โดยทั่วไปมักทำให้ตัวอย่างเจือจางลงครั้งละ 10 เท่า

  • ดูด หยด บีบ บ่ม

ค่ะในส่วนของขั้นตอนต่อไปนี้เราจะมาดูวิธีการสาธิตการทดสอบการใช้แผ่นเพาะเลี้ยงเชื้อ 3M PetrifilmTM อย่างมีประสิทธิ
ภาพกันนะคะ โดยจะเริ่มจากวางแผ่น Petrifilm บนระนาบเรียบ หยดตัวอย่าง 1 ml ลงบนแผ่นอาหารเลี้ยงเชื้อด้านล่าง
จากนั้นค่อยๆ ปล่อยแผ่นฟิล์มด้านบนลงมา ขั้นตอนนี้ต้องระวังอย่าให้เกิดฟองอากาศ วางตัวกดพลาสติก (spreader) บน
แผ่นฟิล์มด้านบนแล้วออกแรงกด รอให้เจลแข็งตัวประมาณ 1 นาที ก่อนทำการเคลื่อนย้ายแผ่น จากนั้นนำแผ่นไปบ่มที่
อุณหภูมิ และระยะเวลาตามที่กำหนด

 

การทดสอบปริมาณจุลินทรีย์ในอากาศ

ในส่วนของการทดสอบสิ่งแวดล้อมมาดูการตรวจอากาศ (air test) กันก่อนเลยค่ะ ขั้นแรกหยดบัพเฟอร์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว
ปริมาตร 1 ml ลงบนแผ่น Petrifilm แล้ววางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง 1 ชั่วโมง เปิดแผ่นฟิล์มด้านบนทิ้งไว้บริเวณที่ต้องการทดสอบ
เป็นเวลา 15 นาที จากนั้นนำไปบ่มตามอุณหภูมิและระยะเวลาตามแต่ชนิดของ Petrifilm โดยสามารถเก็บแผ่นที่เตรียมแล้วได้
นานถึง 7 วัน

ส่วนการทดสอบพื้นผิวโดยตรง (direct contact) สามารถทำได้โดยหยดบัพเฟอร์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วปริมาตร 1 ml ลง
บนแผ่น Petrifilm ปล่อยวางไว้ที่อุณหภูมิห้อง 1 ชั่วโมง เปิดแผ่นฟิล์มด้านบน จากนั้นนำแผ่นฟิล์มด้านบนไปแปะลงบนพื้น
ผิวที่ต้องการทดสอบ แล้วใช้นิ้วลูบบนแผ่นฟิล์มด้านหลังเบาๆ เพื่อให้เนื้อเจลสัมผัสกับพื้นผิวอย่างทั่วถึง ทำการปิดแผ่น
ฟิล์มด้านบนลง ให้ประกบกันดังเดิม จากนั้นนำไปบ่มตามอุณหภูมิและระยะเวลา ตามแต่ชนิดของ Petrifilm ค่ะ

 

การตรวจนับและรายงานผล

3M PetrifilmTM Aerobic Count Plate (PAC) พื้นที่วงกลม 20 ตารางเชนติเมตร โดยสเกล 1 ช่องนั้นจะเท่ากับ 1 ตาราง
เซนติเมตร เราสามารถที่จะใช้การอ่านข้อมูลแบบประมาณได้หากว่าเชื่อที่เกิดขึ้นนั้นมีปริมาณมาก โดยการนับจำนวนจุลินทรีย์
ในช่องที่มีการกระจายตัวของเชื้อดีที่สุด จากนั้นก็นำค่าที่นับได้ใน 1 ช่องคูณกับ 20 ก็จะได้ค่าประมาณของเชื้อทั้งหมดค่ะ

 

 

สุดท้ายนี้พวกเราขอขอบคุณพี่ๆ 3M นะคะที่มาให้ความรู้ใหม่ๆ ในเรื่องของการตรวจเชื้อ ขอบคุณอาจารย์ที่คอยเสริมเพิ่ม
เติมความรู้ต่างๆ ที่นอกเหนือจากนี้ และขอบคุณเพื่อนๆ โปรเจคทุกๆ คนที่ต่างก็ตั้งใจฟังกันเป็นอย่างดี ขอบคุณมากค่ะ

 

 

 

 



(เข้าชม 3,222 ครั้ง)

สมัครสมาชิก