connect networks, collect information, compare solutions, and compile knowledge for your best solution สร้างเครือข่าย รวบรวมข้อมูล เปรียบเทียบโซลูชั่น เพื่อพิจารณา เลือกโซลูชั่นที่ดีที่สุด

Food Wiki

ค้นหา 6,332 คำศัพท์

โรคและอาการของโรคที่เกิดจาก Vibrio parahaemolyticus

 

Vibrio parahaemolyticus เป็นแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในน้ำบริเวณชายฝั่งทะเลปิด การตรวจพบเชื้อนี้ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของน้ำทะเล คือ ถ้าอุณหภูมิของน้ำทะเลต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส มักจะตรวจไม่พบเชื้อนี้ แม้ว่าแบคทีเรียจะยังมีชีวิตอยู่ในดินตะกอนก้นทะเลไม่ลึกมากนักก็ตาม เพราะแบคทีเรียไม่ทนต่อสภาวะที่มีความกดดันของอากาศต่ำ ซึ่งเป็นสภาวะของก้นทะเล ณ ระดับที่มีความลึกมากๆ ในน้ำทะเลจะพบว่าแบคทีเรียชอบที่จะอาศัยอยู่กับสัตว์น้ำจำพวกครัสตาเชียน เช่น กุ้ง กั้ง ปู มากกว่าสัตว์ทะเลชนิดอื่นๆ

 

การทำให้เกิดโรค

เกิดจากการกินอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อนเข้าไปโดยเฉพาะอาหารทะเลพวก กุ้ง ปู ปลา หอย จำนวนเชื้อต้องมีมากพอที่ตั้งแต่ 106-109 ตัวต่อกรัม จึงสามารถทำให้เกิดอาหารเป็นพิษได้ อาการมักปรากฏหลังจากกินเชื้อเข้าไป 10 ถึง 12 ชั่วโมง บางรายแสดงอาการภายใน 4 ถึง 96 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความเป็นกรดหรือด่างภายในระบบทางเดินอาหาร เชื้อนี้จะเพิ่มจำนวนเป็นเท่าตัวทุกๆ 10 ถึง 15 นาที ที่อุณหภูมิ 37°C  เมื่อเข้าสู่ร่างกายเชื้อจะทวีจำนวนขึ้นในลำไส้ เชื้อชนิดสร้างสารพิษมีทั้งสร้างในร่างกายหรือในอาหารก่อนรับประทาน ทำให้มีอาการท้องร่วงรุนแรง มีอุจจาระเหลวเป็นน้ำมีกลิ่นเหม็นเหมือนกุ้งเน่า มักมีอาการปวดเกร็งที่ท้อง ครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยมีอาการอาเจียนร่วมด้วย มีระยะฟักตัวค่อนข้างสั้น คืออาจเกิดอาการในประมาณ 15-24 ชั่วโมงหลังจากรับประทานอาหารทะเลซึ่งปนเปื้อนเชื้อนี้ อาการอาจคงอยู่นานถึง 10 วัน แต่ส่วนใหญ่จะทุเลาลงภายใน 3 วัน โดยไม่ต้องรักษา บางรายคล้ายเป็นบิด อุจจาระมีมูกเลือด มีไข้ต่ำ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อาการอาจเกิดเฉียบพลัน และอาจรุนแรงจน collapse ได้ อาการที่เป็นอาจหายเองภายใน 2 ถึง 5 วัน แต่อาจจะมีอาการอ่อนเพลียต่อไปอีกหลายวัน อัตราการตายต่ำ โรคนี้มักพบในฤดูร้อน ไม่ค่อยพบในฤดูหนาว ดังนั้นสิ่งที่ช่วยวินิจฉัยคือจะได้ประวัติในเกือบทุกรายว่าได้รับประทานอาหารทะเลมาก่อนที่จะเกิดอาการท้องร่วงไม่กี่ชั่วโมง หรือรับประทานอาหารที่มีอาหารทะเลเกี่ยงข้อง เช่น อาหารที่มีเนื้อปูโรยหน้า เป็นต้น

 

การป้องกัน

รับประทานอาหารทะเลที่ทำให้สุกและยังร้อนๆ อยู่ เพราะเชื้อมักพบได้ในอาหารทะเล ในบางรายแม้ว่าทำให้สุกแล้วอาจวางไว้ปะปนกับอาหารทะเลที่ยังไม่ได้ทำให้สุกทำให้เชื้อผ่านจากอาหารดิบไปยังอาหารสุก จึงควรแยกอาหารสุกและดิบออกจากกัน รวมทั้งแยกอุปกรณ์ในการประกอบอาหารหรือทำความสะอาดอุปกรณ์สำหรับอาหารทะเลก่อนนำไปใช้กับอาหารชนิดอื่น และหลีกเลี่ยงการสัมผัสของบาดแผลเปิดกับน้ำทะเลหรือน้ำกร่อย

 

การแพร่กระจายและการเจริญของเชื้อ

การแพร่กระจายของเชื้อมีความสัมพันธ์กับอุณหภูมิของน้ำทะเล ในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิของน้ำจะต่ำลงเชื้อสามารถอาศัยในตะกอนใต้พื้นน้ำ เมื่อถึงฤดูร้อนอุณหภูมิของน้ำสูงขึ้นเชื้อจากตะกอนใต้พื้นน้ำแพร่กระจายเข้าสู่แพลงตอนสัตว์ (zooplankton) เชื้อนี้สามารถย่อยไคทิน (เป็นส่วนประกอบในชั้นเปลือกของแพลงตอนสัตว์) เพื่อใช้ในการเจริญเพิ่มจำนวนในฤดูร้อน เชื้อนี้เจริญได้ในช่วงอุณหภูมิ 9.5-45°C, ช่วง pH 5-11 และสามารถเจริญในอาหารเลี้ยงเชื้อที่มีเกลือ (NaCl) 0.5-8%

 

ความทนทานของเชื้อ

1. ถูกทำลายที่อุณหภูมิ 60°C ในเวลา 15 นาที

2. ถูกทำลายโดยกรด มีผู้ศึกษาพบว่าเชื้อนี้ถูกทำลายได้ด้วยกรดมะนาว (citric acid) pH 4.4 ในเวลาเพียง 30 นาที

3. ในฤดูหนาวเชื้อสามารถอาศัยในตะกอนใต้พื้นน้ำ

4. สามารถมีชีวิตอยู่ในอาหารหรือน้ำที่มีเกลือโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) ตั้งแต่ 1-8% ถ้ามากกว่า 10% เชื้อจะตาย สามารถอยู่ได้ที่อุณหภูมิต่ำเช่น ในเนื้อปู (1-15°C) เป็นเวลา 30 วัน, กุ้งปอกเปลือก (3-18°C) เป็นเวลา 6 วัน, หอยนางรมแช่เยือกแข็ง เป็นเวลา 40-130 วัน

 

 

การเจริญของเชื้อ

V. parahaemolyticus สามารถเจริญได้ในสภาวะที่มีเกลือแกงร้อยละ 1-8 แต่เจริญได้ดีที่สุดในช่วงที่มีเกลือแกงร้อยละ 2-4 ซึ่งถ้าเชื้ออยู่ในน้ำกลั่น แบคทีเรียนี้จะตาย แบคทีเรียสามารถเจริญได้ดีในช่วงอุณหภูมิ 10-44 องศาเซลเซียส โดยช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง     10-44 องศาเซลเซียส โดยช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดคืออยู่ระหว่าง 30-35 องศาเซลเซียส

โดย V.parahaemolyticus สามารถเจริญได้ในที่มีค่า pH เป็นด่างเล็กน้อย คือระหว่าง 7.6-8.6 แต่ตามปกติแบคทีเรียนี้จะเจริญได้อยู่ระหว่าง pH 4.8-11 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยร่วมอื่นๆ ด้วย

 

อาการของโรคอาหารเป็นพิษและอาหารที่เป็นสื่อ

V. parahaemolyticus ถูกจัดไว้ในกลุ่มของเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษครั้งแรกในปี ค.ศ. 1951 โดยเชื้อชนิดนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการระบาดของโรคอาหารเป็นพิษขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1965-1974 ในประเทศญี่ปุ่น คิดเป็นร้อยละ 24 ของการระบาดทั้งหมดที่เกิดจากแบคทีเรีย การระบาดในปี ค.ศ. 1971 ในประเทศญี่ปุ่นนั้น มีสาเหตุมาจากปลาซาร์ดีนที่ต้มและตากแดดเพียงเล็กน้อย มีผู้ป่วย 272 คน ตาย 20 คน ส่วนการระบาดอีกสองครั้งที่เกิดในประเทศญี่ปุ่นก่อนหน้านี้เกิดขึ้นปี ค.ศ. 1956 และ ค.ศ. 1960 การระบาดในสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1971 มีสาเหตุมาจากปูนึ่งและสลัดปู มีผู้ป่วย 425 คน จากผู้เกี่ยวข้องประมาณ 745 คน ส่วนการระบาดในประเทศไทยที่สำคัญคือการระบาดของเชื้อในอาหารเรียกน้ำย่อยที่มีเนื้อปูเป็นส่วนประกอบ ซึ่งบริการบนเครื่องบินจากกรุงเทพฯไปลอนดอน เป็นเหตุให้ผู้โดยสารและลูกเรือ 9 คนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เป็นต้น

 

 



(เข้าชม 253 ครั้ง)

สมัครสมาชิก