เมื่อร่างกายขาดน้ำหรือได้รับน้ำมากเกินไป จะทำให้เกิดอาการผิดปกติได้ ดังนี้
ภาวะที่ร่างกายขาดน้ำ อาจเกิดเนื่องจากการได้รับน้ำไม่เพียงพอ หรือหากขาดน้ำอย่างรุนแรง อาจเกิดจากการอาเจียน
หรือท้องร่วง หรือขาดโซเดียมไอออนอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งหากสูญเสียน้ำน้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว
จะส่งผลให้เกิดอาการดังต่อไปนี้
ก. รู้สึกกระหายน้ำ
ข. น้ำหนักตัวลดลง
ค. ริมฝีปากและผิวหนังแห้ง ตาโหล ชีพจรเต้นเร็ว
ง. ถ้าร่างกายขาดน้ำมากๆ ปริมาณเลือดจะลดลง มีเลือดออกจากหัวใจน้อยลง ความดันโลหิตต่ำลง อ่อนเพลีย
ส่งผลทำให้อวัยวะต่างๆ และเซลล์สมองขาดออกซิเจนและสารอาหาร
จ. ร่างกายไม่สามารถขับความร้อนที่มากเกินพอออกทางเหงื่อ จะทำให้เกิดอุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น
(hyperthermia) และเกิดอาการเป็นลมแพ้ร้อนหรือลมแดด (heat stroke)
ฉ. การทำงานของไตผิดปกติ
ช. เกิดการเปลี่ยนแปลงภาวะสมดุลของกรด-ด่างในร่างกาย
ซ. มีปัสสาวะน้อยและมีความเข้มข้นมากกว่าปกติ อาจทำให้เกิดการตกตะกอนได้
หากขาดน้ำรุนแรงมาก เช่น สูญเสียน้ำมากกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว จะมีอาการริมฝีปาก ปลายนิ้ว
และเล็บเป็นสีคล้ำ หายใจเร็วและตื้น ชีพจรเต้นอ่อนและเร็วไม่เป็นจังหวะ เลือดข้น ช็อก โคมา และตายได้
สำหรับนักกีฬาหากขาดน้ำประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว อาจทำให้ความสามารถลดลง ถ้าขาดน้ำประมาณ
5 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว จะเกิดอาการเป็นตะคริว เหนื่อย อ่อนเพลีย หมดแรง และหากขาดน้ำ 7-10 เปอร์เซ็นต์
ของน้ำหนักตัว จะเกิดอาการประสาทหลอน (hallucination) และเกิดอาการเป็นลมแพ้ร้อน ตามด้วยอาการช็อกโคมา
และตายได้ในเวลาต่อมา