พิษอัมพาต (paralytic shellfish poison, PSP)
เกิดจากการบริโภคหอยสองฝา เช่น หอยแมลงภู่ หอยแครง และหอยนางรม ที่กรองแพลงก์ตอนพืชที่ผลิตสารพิษ
ที่เป็นอาหารแพลงก์ตอนพืชที่เป็นสาเหตุของพิษ อัมพาต ได้แก่ แพลงก์ตอนในสกุล Alexandrium ได้แก่ A. catenella
พบบ่อยตามชายฝั่งตะวันตกของอเมริกา (ฝั่งแปซิฟิก) และ A. tamarensis พบตามฝั่งตะวันออกของแคนาดา และอเมริกา
(ฝั่งแอตแลนติก) ทั้ง 2 ชนิด เป็นสาเหตุสำคัญของการ เกิดพิษในประเทศดังกล่าวและประเทศญี่ปุ่น
ส่วนแพลงก์ตอนในสกุล Pyrodinium ได้แก่ P. phoneus พบในเกาะบอร์เนียวและปาปัวนิวกินี และ
P. phoneus พบในฝั่งทะเลของประเทศเนเธอร์แลนด์ การเกิดพิษอัมพาตจะมีความสัมพันธ์กับการเกิดปรากฏ
การณ์น้ำเปลี่ยนสี
สารที่เป็นสาเหตุของการเกิดพิษต่อระบบประสาทนี้จะอยู่ในกลุ่ม Saxitoxin (STX) , Neoxaxitoxin (NeoXTX)
และ Gonyautoxin (GTX) สารพิษนี้ละลายได้ในน้ำ และมีสมบัติที่สำคัญ คือสามารถทนต่อความร้อนที่ใช้ในการ
ปรุงอาหารได้ จึงไม่สามารถทำลายสารพิษโดยการหุงต้มได้ สารพิษเหล่านี้จะเป็นตัวยับยั้งการส่งผ่านโซเดียมไอออน
ในระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ผู้ที่ได้รับสารพิษจะมีอาการชาบริเวณปาก ลิ้น และปลายนิ้ว ซึ่งอาจเกิดขึ้น
ภายใน 2-3 นาที ภายหลังการบริโภค ต่อจากนั้นอาการรุนแรงที่จะตามมาคือ หายใจลำบาก กล้ามเนื้อเป็นอัมพาต
โดยจะมีอาการรุนแรงขึ้น ตามลำดับ และอาจถึงแก่เสียชีวิต เนื่องจากการล้มเหลวของระบบหายใจ หรือเนื่องจาก
กล้ามเนื้อหัวใจไม่ทำงาน ซึ่งอาการเหล่านี้จะปรากฏภายใน 2-24 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณสารพิษที่ได้รับ
ผลการศึกษาพบว่าโดยทั่วไปแล้ว สารพิษประเภทนี้จะถูกทำลายหรือขับออกจากตัวหอยภายในเวลา
ประมาณ 2-3 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม สำหรับการกระจายของพิษชนิดนี้ในสัตว์น้ำนั้น จะพบในหอยสองฝาเป็น
ส่วนใหญ่โดยการกระจายของพิษภายใน เนื้อเยื่อต่างๆ ของหอยและช่วงเวลาในการคงตัวของพิษเอาไว้ในตัวหอย
จะต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของหอย เช่น หอยเชลล์ (Chlamys nipponensis akazara) จะสะสมพิษส่วนใหญ่
ไว้ในกระเพาะ (digestive gland) มากกว่าในไข่ และคงความเป็นพิษไว้ได้ประมาณ 6 สัปดาห์ หอยแมลงภู่สะสมไว้
ในกระเพาะอาหารเช่นกัน แต่คงความเป็นพิษไว้ได้ในตัวไม่เกิน 1 เดือน ดังนั้น จะเห็นว่าส่วนใหญ่พิษจะถูกสะสมไว้ใน
กระเพาะอาหารและลำไส้มากกว่าในเนื้อ
กรณีของหอยกาบอลาสกา (Alaska butter calm) ซึ่งเป็นที่นิยมบริโภคในอเมริกา พบว่ามีการสะสมของสารพิษ
ภายในอวัยวะ ซึ่งมีการทำงานต่ำ (low metabolic activity) ซึ่งต้องใช้เวลานานถึง 1 ปี หรือ มากกว่านั้นในการกำจัดสารพิษ
และหากเกิดการเจริญเติบโตของแพลงก์ตอน ที่เป็นสาเหตุทุกปีในบริเวณที่ทำการเพาะเลี้ยงหอย จะทำให้สารพิษตกค้าง
อยู่ในตัวหอยเป็นเวลานานหลายปี
สำหรับในเมืองไทยได้มีรายงานการเกิดน้ำแดงที่เป็นพิษ PSP ครั้งแรก เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2526
โดยเกิดที่ปากแม่น้ำปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีผู้ป่วย 63 ราย และเสียชีวิต 1 ราย เนื่องจากกินหอยแมลงภู่
ที่จับมาจากบริเวณที่เกิดน้ำสีแดง ในปัจจุบันถึงแม้จะมีรายงานการเกิดน้ำสีแดงบ้าง แต่ยังไม่มีรายงานความเป็น
พิษที่เกิดขึ้นอีก