https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/1258/arginine-อาร์จินีน
อาร์จินีน (arginine ) เป็นกรดแอมิโน (amino acid) ชนิดหนึ่งและในทางโภชนาการจัดเป็นกรดแอมิโนที่จำเป็น (essential amino acid) สำหรับทารกและเด็กที่กำลังเจริญเติบโตL -Arginine จะกระตุ้นให้ร่างกายผลิต ไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) เพื่อช่วยในเรื่องการขยายตัวของหลอดเลือด รวมทั้งกระตุ้นการหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญในการคงความเป็นหนุ่มเป็นสาว ช่วยชะลอความแก่ อาร์จินีนบริสุทธิ์ ละลายในน้ำได้ดีมาก และมีสมบัติเป็นเบสที่มีประจุบวก แหล่งที่พบในอาหาร แหล่งที่พบในอาหาร ได้แก่ เนื้อสัตว์ ส่วนที่เป็นเนื้อแดง เนื้อจากสัตว์ปีก รวมทั้งอาหารทะเล เช่น ปลาทูน่า (1.7 gต่อ 100 g)ปลาแซลมอน (1.2 gต่อ 100 g) รวมทั้งกุ้ง ปูเป็นแหล่งที่ดีของโปรตีน และกรดแอมิโนทุกชนิด รวมทั้งอาร์จินินด้วย ถั่วเมล็ดแห้งเป็นแหล่งของอาร์จินีนในพืช ถั่วลิสงเป็นแหล่งที่ดีของอาร์จินีน โดย ถั่วเหลือง 100 กรัม มีปริมาณอาร์จินีนถึง 3.1 กรัม al monds (2.5 gต่อ 100 g), wal nuts (2.3 g ต่อ100 g), hazel nuts (2.2 gต่อ 100 g)และเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ (2.1 gต่อ 100 g) นอกจากนั้นยังพบมากในBrazil nuts, pistachios,pecans และ งา ผักโขมแม้ว่าผักทั่วไปจะไม่ใช่แหล่งที่ดีของอาร์จินีน แต่ผักโขมเป็นแหล่งที่ดีของอาร์จินีน โดยผักโขมแช่แข็งมีอาร์จินีน 3.3 gต่อ 100 g เมล็ดพืชที่ไม่ขัดสี (Whol e Grains) รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากเมล็ดพืชที่ไม่ได้ขัดสี เช่น ขนมปัง พาสต้า ข้าวสาลีที่ไม่ได้ขัดสี ปริมาณอาร์จินีน 650 mgต่อ 100 g.ถ่ ถั่วเหลืองและโปรตีนจากถั่วเหลือง รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เป็นแหล่งอุดมของอาร์จินีนน ไข่ โดยเฉพาะไข่แดงเป็นแหล่งที่ดีของอาร์จินีน (1.10 g ต่อ100 g) ขณะที่ไข่ขาว มี 0.65 g ต่อ100 g ประโยชน์ต่อสุขภาพ ในทางโภชนาการจัดเป็นกรดแอมิโนที่จำเป็น (essential amino acid) สำหรับทารกและเด็กที่กำลังเจริญเติบโตL -Arginine จะกระตุ้นให้ร่างกายผลิต ไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) เพื่อช่วยในเรื่องการขยายตัวของหลอดเลือด รวมทั้งกระตุ้นการหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญในการคงความเป็นหนุ่มเป็นสาว ช่วยชะลอความแก่ - เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน- เสริมสร้างกล้ามเนื้อ- ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น - ชะลอความแก่ - ช่วยการขยายตัวของหลอดเลือด
https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/1204/lysine-ไลซีน
กรดแอมิโน (amino acid) ที่มีหมู่ NH2ในโมเลกุล 2 หมู่ จึงเป็นกรดแอมิโนที่เป็นด่างเช่นเดียวกับ อาร์จินีน (arginine ) และฮิสทิดีน (histidine) เป็นกรดแอมิโนที่จำเป็น (essential amino acid) ที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องได้รับจากการรับประทานอาหาร แหล่งของไลซีนในอาหาร ไลซีนพบมากใน เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว ไก่ ไข่น้ำนม ถั่วเมล็ดแห้ง เช่น ถั่วเหลือง
https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/1201/histidine-ฮิสทิดีน
ฮิสทิดีน (histidine) คือ กรดแอมิโน (amino acid) ที่จำเป็น (essential amino acid) สำหรับวัยเด็ก แต่ไม่จำเป็น สำหรับผู้ใหญ่ เด็กจึงต้องได้รับจากการรับประทานอาหาร พบมากในอาหารทะเล ในโมเลกุลของฮิสทิดีนมีหมู่ NH2 มากกว่า 1 หมู่ จึงเป็นกรดแอมิโนที่มีสมบัติเป็นด่างเช่นเดียวกับอาร์จินีน (arginine ) และไลซีน (l ysine) ฮิสทิดีน เป็นสารตั้งต้นในการสร้างฮิสทามีน (histamine) ซึ่งเป็นสารพิษ คือสคอมโบรทอกซิน (scombrotoxin) ที่เป็นอันตรายทางเคมี (chemical hazard) ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ จากการย่อยสลายของเอนไซม์ในเนื้อปลา เช่น ปลาทูน่า ปลาแมคเคอเรล (mackerel ) ระหว่างการเก็บรักษาที่อุณหภูมิสูง ซึ่งจะมีจุลินทรีย์เจริญและทำให้เกิดการเน่าเสียร่วมด้วย
https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/1356/non-essential-amino-acid-กรดแอมิโนที่ไม่จำเป็น
กรดแอมิโนที่ไม่จำเป็น (non essential amino acid) หมายถึง กรดแอมิโน (amino acid) ที่ร่างกายสังเคราะห์ได้เอง จากกระบวนการเมแทบอลิซึมต่าง ๆ ภายในร่างกาย เช่น การสังเคราะห์ซิสตีน (cystine) จากเมไทโอนีน (methionine) สังเคราะห์ไทโรซีน (tyrosine) จากฟีนิลแอลานีน (phenyl al anine) กรดแอมิโนที่ไม่จำเป็น แตกต่างจากกรดแอมิโนที่จำเป็น (essential amino acid) ซึ่งร่างการยสังเคราะห์เองไม่ได้ ต้องได้รับจากการบริโภคอาหารเท่านั้น ชนิดของกรดแอมิโนที่ไม่จำเป็น ได้แก่ Non essential amino acid Essential amion acid Al anine Arginine Asparagine Histidine Aspartate Isol eucine Cysteine L eucine Gl utamate L ysine Gl utamine Methionine Gl ycine Phenyl al anine Prol ine Threonine Serine Tyrptophan Tyrosine Val ine
https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/1627/isoelectric-point-of-amino-acid-จุดไอโซอิเล็กทริกของกรดแอมิโน
จุดไอโซอิเล็กทริกของกรดแอมิโน (Isoel ectric point of amino acid) จุดไอโซอิเล็กทริก (isoel ectric point, pI ) เป็นจุดค่า pH ที่ประจุรวมในโมเลกุลของกรดแอมิโนเป็นศูนย์ เนื่องจากโมเลกุลของกรดแอมิโนมีทั้งหมู่ที่เป็นกรดและเบส โดยหมู่คาร์บอกซิล (carboxyl group) เป็นกรดอ่อน สามารถให้โปรตรอนได้ ที่ค่า pH ประมาณ 2-3 และหมู่แอมิโน (amino group) เป็นเบสอ่อนซึ่งสามารถรับโปรตรอนได้ เมื่อกรดแอมิโนอยู่กับโมเลกุลของน้ำ ซึ่งเป็นโมเลกุลที่มีขั้ว (H+ และ OH-) ทำให้โครงสร้างกรดแอมิโนจะมีทั้งประจุบวกและประจุลบในโมเลกุลเดียวกัน (zwiterion) กรดแอมิโนที่พบในธรรมชาติ มีประจุรวมเป็นลบ (negative charge) ซึ่งประจุลบที่เหมือนกันจะเกิดแรงจะผลักกัน ทำให้กรดแอมิโนแขวนลอยหรือละลายในน้ำได้ หากมีการปรับค่า pH ของกรดแอมิโนให้ลดลง เท่ากับจุดไอโซอิเล็กทริก ซึ่งประจุรวมของกรดแอมิโนเป็นศูนย์ แรงผลักกันระหว่างประจุที่เหมือนกันจะลดลง ประจุบวกและลบที่มีอยู่เท่าๆ กัน ณ.จุดนี้จะดูดกัน มีผลให้กรดแอมิโนตกตะกอน (precipitation) ถึงแม้กรดแอมิโนบางชนิดจะยังละลายได้ แต่ค่า pH ที่จุดนี้กรดแอมิโนจะมีการละลายได้น้อยที่สุด ถ้าหากปรับค่า pH ของกรดแอมิโนให้ต่ำกว่าจุดไอโซอิเล็กทริก จะทำให้กรดแอมิโนมีประจุรวมเป็นบวก (positive charge) Amino Acid COOH pKa1 NH3 pKa2 R group pKR Al anine 2.4 9.7 Arginine 2.2 9.0 12.5 Asparagine 2.0 8.8 Aspartic acid 2.1 9.8 3.9 Cysteine 1.7 10.8 8.3 Gl utamic acid 2.2 9.7 4.3 Gl utamine 2.2 9.1 Gl ycine 2.3 9.6 Histidine 1.8 9.2 6.0 Isol eucine 2.4 9.7 L eucine 2.4 9.6 L ysine 2.2 9.0 10.5 Methionine 2.3 9.2 Phenyl al anine 1.8 9.1 Prol ine 2.1 10.6 Serine 2.2 9.2 ~ 13.00 Threonine 2.6 10.4 ~ 13.00 Tryptophan 2.4 9.4 Tyrosine 2.2 9.1 10.1 Val ine 2.3 9.6
https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/1287/isoelectric-point-จุดไอโซอิเล็กทริก
จุดไอโซอิเลHกทริก (isoel ectric point) คือค่า pHที่ประจุรวมของกรดแอมิโน (amino acid) หรือโปรตีน (protein) เป็นศูนย์ เนื่องจากโมเลกุลของกรดแอมิโน และโปรตีน มีทั้งหมู่แอมิโน (amino group) ที่เป็นเบสอ่อน และหมู่คาร์บอกซิล (carboxyl group) ที่เป็นกรดอ่อน รวมถึง หมู่ R ที่เป็นได้ทั้งที่มีขั้ว หรือมีประจุบวก หรือประจุลบ ทำให้กรดแอมิโนเป็นได้ทั้งกรดและเบส ขึ้นอยู่กับค่า pH กรดแอมิโนที่พบในธรรมชาติ มีประจุรวมเป็นลบ (negative charge) ซึ่งประจุลบที่เหมือนกันจะเกิดแรงจะผลักกัน ทำให้กรดแอมิโนแขวนลอยหรือละลายในน้ำได้ หากมีการปรับค่า pH ของกรดแอมิโนให้ลดลง เท่ากับจุดไอโซอิเล็กทริก ซึ่งประจุรวมของกรดแอมิโนเป็นศูนย์ แรงผลักกันระหว่างประจุที่เหมือนกันจะลดลง ประจุบวกและลบที่มีอยู่เท่าๆ กัน ณ.จุดนี้จะดูดกัน มีผลให้โปรตีนสูญเสียสภาพธรรมชาติ (protein denaturation) และตกตะกอน (precipitation) ถึงแม้กรดแอมิโนบางชนิดจะยังละลายได้ แต่ค่า pH ที่จุดนี้กรดแอมิโนจะมีการละลายได้น้อยที่สุด ถ้าหากปรับค่า pH ของโปรตีนต่ำกว่าจุดไอโซอิเล็กทริก จะทำให้กรดแอมิโนมีประจุรวมเป็นบวก (positive charge) Amino Acid COOH pKa1 NH3 pKa2 R group pKR Al anine 2.4 9.7 Arginine 2.2 9.0 12.5 Asparagine 2.0 8.8 Aspartic acid 2.1 9.8 3.9 Cysteine 1.7 10.8 8.3 Gl utamic acid 2.2 9.7 4.3 Gl utamine 2.2 9.1 Gl ycine 2.3 9.6 Histidine 1.8 9.2 6.0 Isol eucine 2.4 9.7 L eucine 2.4 9.6 L ysine 2.2 9.0 10.5 Methionine 2.3 9.2 Phenyl al anine 1.8 9.1 Prol ine 2.1 10.6 Serine 2.2 9.2 ~ 13.00 Threonine 2.6 10.4 ~ 13.00 Tryptophan 2.4 9.4 Tyrosine 2.2 9.1 10.1 Val ine 2.3 9.6 จุดไอโซอิเล็กทริกสัมพันธ์กับสมบัติเชิงหน้าที่ (functional properties of protein) เช่น การจับกับน้ำ ความหนืด และการเกิดฟองของโปรตีน
https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/1200/essential-amino-acid-กรดแอมิโนจำเป็น
กรดแอมิโนจำเป็น (essential amino acid) หมายถึง กรดแอมิโน (amino acid) ซึ่งเป็นองต์ประกอบในโมเลกุลของโปรตีน เป็นกรดแอมิโนที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ต้องได้รับจากการรับประทานอาหารการขาดกรดแอมิโนที่จำเป็นชนิดใดชนิดหนึ่งมีผลทำให้ร่างกายไม่สามารถซ่อมแซมโปรตีนส่วนที่สึกหรอได้ หรือการทำงานของเอนไซม์ในเมแทบอลิซึมไม่ปกติซึ่งกรด แอมิโนจะไม่สะสมในร่างกายเหมือนคาร์โบไฮเดรตและ ไขมัน ดังนั้นจึงต้องรับประทานโปรตีนที่มีคุณภาพดีทุกวันเพื่อให้ร่างกายได้รับกรดแอมิโนจำเป็นอย่างเพียงพอ แตกต่างจากกรดแอมิโนที่ไม่จำเป็น (non essential amino acid) ซึ่งเป็นกรดแอมิโนที่ร่างกายสังเคราะห์ได้จากสารอาหารอื่น กรดแอมิโนที่จำเป็น มี10 ชนิด สำหรับเด็ก (*) และมี 8 ชนิดสำหรับผู้ใหญ่ ได้แก่ Non essential amino acid Essential amion acid Al anine Arginine * Asparagine Histidine* Aspartate Isol eucine Cysteine L eucine Gl utamate L ysine Gl utamine Methionine Gl ycine Phenyl al anine Prol ine Threonine Serine Tyrptophan Tyrosine Val ine โปรตีนจากสัตว์ เช่น เนื้อสัตว์ (meat) ไข่ขาว (egg) และน้ำนม (mil k) มีกรดแอมิโนที่จำเป็นครบทุกชนิด ส่วนโปรตีนจากถั่วต่างๆ และพืชผัก อาจมีกรดแอมิโนจำเป็นบางชนิดปริมาณน้อย เช่น ถั่วเหลืองมีเมไทโอนีน (methionine) ต่ำ ข้าวโพดมีไลซีน (l ysine) และทริพโตเฟน (tryptophane) ต่ำ ข้าวสาร ที่ผ่านการสีแล้วมีไลซีน (l ysine) และทรีโอนีน (threonine) ต่ำ ข้าวสาลีมีไลซีน (l ysine) ต่ำ กรดแอมิโนที่จำเป็น (%) ในแหล่งโปรตีนจากอาหารต่างๆ Amino-acid (%) Fish Mil k Beef Egg L ysine 8.8 8.1 9.3 6.8 Tryptophan 1.0 1.6 1.1 1.9 Histidine 2.0 2.6 3.8 2.2 Phenyl al anine 3.9 5.3 4.5 5.4 L eucine 8.4 10.2 8.2 8.4 Isol eucine 6.0 7.2 5.2 7.1 Threonine 4.6 4.4 4.2 5.5 Methionine-cystine 4.0 4.3 2.9 3.3 Val ine 6.0 7.6 5.0 8.1 Reference http://themedical biochemistrypage.org/amino-acid-metabol ism.html
https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/2250/nutrient-สารอาหาร
สารอาหาร สารอาหาร หมายถึง สารท่ีเป็นส่วนประกอบอยู่ในอาหาร ที่รับประทานเข้าไปในร่างกายแล้วร่างกายนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการดำรงชีวิตของร่างกาย เช่น ให้พลังงานในการดำรงชีวิต เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อ ในส่วนต่างๆ ของร่างกาย การจำแนกสารอาหารตามหลักโภชนาการ สามารถแบ่งได้เป็น 5 หมู่ คือ 1. คาร์โบไฮเดรต 2. โปรตีน 3. ไขมัน 4. เกลือแร่ 5. วิตามิน การแบ่งสารอาหารโดยใช้เกณฑ์การให้พลังงานของสารอาหาร จะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มสารอาหารที่ให้พลังงาน ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน กลุ่มสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน ได้แก่ เกลือแร่ และวิตามินต่างๆ คาร์โบไฮเดรต (carbohydrate) คาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานและความร้อน เช่นเดียวกับโปรตีน และไขมัน โดย คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงาน 4 แคลอรี (cal orie) หน่วยย่อยที่เล็กที่สุดของคาร์โบไฮเดรต คือน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว (monosaccharide) ซึ่งเชื่อมต่อกัน ด้วยพันธะไกลโคไซด์ (gl ycosidic l inkage) ทำให้โมเลกุลใหญ่ขึ้น เกิดเป็นคาร์โบไฮเดรตที่หลากหลายชนิด ได้แก่ น้ำตาลโมเลกุลคู่ (disaccharide) ประกอบด้วยน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว 2 โมเกลุกล เช่น น้ำตาลซูโครส (sucrose) หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่าน้ำตาลทราย น้ำตาลมอลโทส (mal tose) ซึ่งพบในมอลต์ (mal t) และ น้ำตาลแล็กโทส (l actose) ซึ่งพบในน้ำนม เป็นต้น โอลิโกแซ็กคาไรด์ (ol igosaccharide) พอลิแซ็กคาไรด์ (pol ysaccharide) เช่น สตาร์ซ (starch) เซลลูโลส ไกลโคเจน คาร์โบไฮเดรตบางชนิดเชื่อมต่อกันด้วยพันธะไกลโคไซด์ ที่ร่างกายไม่สามารถย่อยได้ จะเป็นสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน เช่น เซลลูโลส (cel l ul ose) โปรตีน โปรตีน เป็นสารอาหารที่มีในร่างกายมากเป็นที่สองรองจากน้ำ เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานและความร้อน เช่นเดียวกับคาร์โบไฮเดรตและไขมัน โดย โปรตีน 1 กรัม ให้พลังงาน 4 แคลอรี (cal orie) หน่วยย่อยที่เล็กที่สุดของโปรตีน คือกรด อมิโน (amino acid) แบ่งเป็น กรดแอมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย (essential amino acid) และกรดแอมิโนที่ไม่จำเป็นต่อร่างกาย (non essential amino acid) โปรตีนมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างสารควบคุมการทำงานของร่างกาย เช่น ฮอร์โมน และเอนไซม์ สร้างภูมิคุ้มกันโรค รักษาดุลยภาพของสารต่างๆ ในร่างกาย อาหารที่เป็นแหล่งสำคัญของ โปรตีน คือ ไข่น้ำนม เนื้อสัตว์ถั่ว Non essential amino acid Essential amino acid Al anine Arginine Asparagine Histidine Aspartate Isol eucine Cysteine L eucine Gl utamate L ysine Gl utamine Methionine Gl ycine Phenyl al anine Prol ine Threonine Serine Tyrptophan Tyrosine Val ine ไขมัน ไขมันเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานและความร้อน ซึ่งให้พลังงานสูงกว่าคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน โดยไขมัน 1 กรัม ให้พลังงาน 9 แคลอรี (cal orie) ไขมันเกิดจากการรวมตัวของกลีเซอรอล และโมเลกุลของกรดไขมัน (fatty acid) 3 โมเลกุล เป็นไตรกลีเซอร์ไรด์ (trigl yceride)
https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/1190/amino-acid-กรดแอมิโน
โครงสร้างของกรดแอมิโน กรดแอมิโนเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของโปรตีน (protein) โครงสร้างโมเลกุลของกรดแอมิโนประกอบด้วยหมู่แอมิโน (amino group, NH2) หมู่คาร์บอกซิล (carboxyl group,COOH) และ หมู่ - R (side chain) กรดแอมิโนส่วนใหญ่ได้จากการไฮโดรไลซ์ (hydrol yze) โปรตีนอย่างสมบูรณ์ มีทั้งหมด 20 ชนิด หมู่ R (side chain) ของกรดแอมิโน กรดแอมิโนแต่ละชนิดจะแตกต่างกันที่ หมู่ R มีผลให้สมบัติของกรดแอมิโน เช่น การชอบน้ำหรือไม่ชอบน้ำแตกต่างกัน โดยหมู่ R ของกรดแอมิโนแบ่งออกได้เป็นกลุ่มต่างๆ ได้ดังนี้ 1. หมู่ R ที่โมเลกุล มีขั้วและไม่มีประจุ (pol ar, uncharged) จะเป็นกรดแอมิโนที่ชอบน้ำ (hydrophil ic) สามารถสร้างพันธะไฮโดรเจนกับน้ำได้ เช่น - Hydroxyl amino acid กรดแอมิโนที่มี หมู่ R มีหมู่ไฮดรอกซิล (hydroxyl group, OH) ได้แก่ Serine , Threonineและ Tyrosine - Amide amino acid หมู่ R มีหมู่เอไมด์ (amide group, -CO-NH2) ได้แก่ Asparagineและ Gl utamine ( Asparagine ถูกไฮโดรไลซ์ได้ง่ายในสภาวะที่เป็นกรดได้เป็นกรดแอสพาร์ติก (aspartic acid) ส่วน gl utamine ถูกไฮโดรไลซ์ได้ง่ายในสภาวะที่เป็นด่างได้เป็นกรดกลูตามิก (gl utamic acid) - Thiol amino acid หมู่ R มีหมู่ไทออล (thiol group, -SH) ได้แก่ ซิสเตอีน (cysteine) -กรดแอมิโน gl ycine มีหมู่ R เป็นไฮโดรเจน เป็นกรดแอมิโนที่มีขนาดเล็กและมีน้ำหนักโมเลกุลน้อยที่สุด (ไกลซีนไม่มีขั้วแต่ชอบน้ำ มักจัดรวมอยู่ในกลุ่มแอมิโนที่ชอบน้ำ) 2. หมู่ R มีประจุ มีทั้งที่เป็นประจุบวกและประจุลบ เป็นกรดแอมิโนที่ชอบน้ำมาก (highl y hydrophil ic) 2.1 หมู่ R ที่มีประจุบวก (positivel y charge) ซึ่งเป็นกรดแอมิโนที่มีสมบัติเป็นด่างหรือเบสในหมู่ R มีหมู่เอมีน (amine) ได้แก่ไลซีน (l ysine) อาร์จินีน (arginine ) และฮิสทิดีน (histidine) 2.2 หมู่ R ที่มีประจุลบ (negativel y charge) ซึ่งเป็นกรดแอมิโนที่มีสมบัติเป็นกรด ที่หมู่ R มีหมู่คาร์บอกซิล (carboxyl group,COOH) ได้แก่กรดแอสพาร์ติก (aspartic acid) และ กรดกลูตามิก (gl utamic acid) 3. หมู่ R เป็นโมเลกุลที่ไม่มีขั้ว (non pol ar) จะเป็นกรดแอมิโนที่ไม่ชอบน้ำ (hydrophobic) เช่น แอลานีน (al anine) วาลีน (val ine) ลูซีน (l eucine) ไอโซลูซีน (isol eucine) ฟีนิลแอลานีน (phenyl al anine) เมไทโอนีน (methionine) ทริพโตแฟน (tryptophan) และโพรลีน (prol ine)
https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/2073/sesame-งา
งา (sesame) เป็นพืชล้มลุกอยู่ในวงศ์ (Famil y) Pedal iaceae มีชือวิทยาศาสตร์ว่า Sesamum indicum L . เป็นพืชน้ำมัน (oil crop) ส่วนที่นำมาใช้เป็นอาหารคือ เมล็ดงานำไปใช้สกัดเป็นน้ำมันงา (sesame oil ) และนำไปใช้ปรุงอาหาร และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดต่างๆ เช่น ขนมงาพอง ขนมถั่วงา ลักษณะทั่วไป เมล็ดงา อยู่ในฝักซึ่งพัฒนามาจากดอกที่ได้รับการผสมเกสร และฝักแก่ภายใน25 -35 วัน ฝักงามีลักษณะ กลม ปลายแหลมยาว 5-7 เซนติเมตร กว้าง 1-2 เซนติเมตร ฝักแบ่งออกเป็น 2 หรือ4 พู แต่ละพูมี 1-2 กลีก เมื่อฝักแก่จัดและแห้ง ฝักจะแตกอ้าออกตรงรอยต่อของพู เมล็ดติดอยู่กับผนังด้านในของเปลือกฝัก เมล็ดงามีขนาดเล็ก ค่อนข้างกลม รูปไข่ น้ำหนักต่อ1,000 เมล็ดประมาณ 2-4 กรัม เปลือกหุ้มเมล็ดมีทั้งสีขาวสีเหลือง สีน้ำตาล สีเทา หรือสีดำ แหล่งปลูก งาเจริญเติบโตได้ดีในเขตที่มีอากาศร้อนและค่อนข้างแห้งแล้ง พันธุ์งาที่กรมวิชาการเกษตรแนะนำ คือ พันธุ์ร้อยเอ็ด 1 และพันธุ์มหาสารคาม 60 งาปลูกมากที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนการเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว ฝักงาแก่ไม่พร้อมกัน ฝักที่แก่ก่อนจะแตกอ้าออกทำให้เมล็ดร่วงหล่นเสียหาย ดังนั้น การเก็บเกี่ยวจึงต้องพิจารณาช่วงที่มีจำนวนฝักที่แก่มากที่สุด ถ้าเก็บเกี่ยวเร็วเกินไป ฝักที่ยังไม่แก่จะมีเมล็ดไม่สมบูรณ์ ทำให้ได้ผลผลิตน้อยและมีคุณภาพต่ำแต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานเกินไปฝักจะแตกออกทำให้เมล็ดร่วงเสียหาย โดยทั่วไปงามีอายุ85-120 วัน การเก็บเกี่ยวทำได้โดยตัดต้นงามากองสุมไว้ ตากแดด (sun drying) หรือทำแห้ง (dehydration) เพื่อลดความชื้นของเมล็ดให้แห้งสนิท แล้วจึงเก็บรักษาไว้เพื่อรอจำหน่าย การใช้ประโยชน์ เมล็ดงา นำไปสกัดเป็นน้ำมันงา (sesame oil ) และนำไปใช้ปรุงอาหาร และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดต่างๆ ส่วนประกอบของเมล็ดงา ส่วนประกอบหลักของเม็ลด งาคือ น้ำมันมีอยู่ประมาณร้อยละ 45-57 มีโปรตีนประมาณร้อยละ 16-33 และคาร์โบไฮเดรต ประมาณร้อยละ 18-20 น้ำมันจากเมล็ดงาเป็นน้ำมันที่มีคุณภาพดี คือ ประกอบด้วยกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว (unsaturated fatty acid) ได้แก่ กรดโอเลอิก (ol eic acid) และกรดลิโนเลอิก (l inol eic acid) ซึ่งกรดลิโนเลอิกเป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย (essential fatty acid) นอกจากนั้นยังมี แร่ธาตุ เช่น แมกนีเซียม ทองแดง สังกะสี ลิกแนน เหล็ก ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม และมีวิตามินต่างๆ โดยเฉพาะวิตามินที่ละลายได้ในไขมัน คือวิตามินอี (vitamin E) เมล็ดงา ยังมีสารสำคัญ 2 ชนิด คือ เซซามิน (Sesamin) อาจพบในพืชอื่นด้วย และ เซซาโมลิน (Sesamol in) ซึ่งมีในงาเท่านั้น มีคุณสมบัติเป็นสารต้านการเกิดออกซิเดชัน (antioxidant) ป้องกันการเกิดออกซิเดชันของลิพิด (l ipid oxidation) ได้ดี ทำให้น้ำมันงาสามารถเก็บรักษาไว้ได้นานและไม่มีกลิ่นหืน นอกจากนี้ในเมล็ดงายังมีออกซาเลตสูงด้วย คุณค่าทางโภชนาการของส่วนที่บริโภคได้ของเมล็ดงาแห้ง 100 กรัม (Seeds, sesame seeds, whol e, driedNDB No:12023) Nutrient Units Val ue per100 grams Numberof DataPoints Std.Error Proximates Water (moisture content) g 4.69 65 0.180 Energy kcal 573 0 0.000 Energy kJ 2397 0 0.000 Protein g 17.73 61 0.256 Total l ipid g 49.67 58 0.501 Ash g 4.45 59 0.152 Carbohydrate, by difference g 23.45 0 0.000 Fiber, total dietary g 11.8 0 0.000 Sugars, total g 0.30 3 0.006 Mineral s Cal cium, Ca mg 975 21 102.528 Iron, Fe mg 14.55 16 1.587 Magnesium, Mg mg 351 3 23.961 Phosphorus, P mg 629 20 23.830 Potassium, K mg 468 4 34.612 Sodium, Na mg 11 3 6.384 Zinc, Zn mg 7.75 4 0.536 Copper, Cu mg 4.082 4 1.277 Manganese, Mn mg 2.460 3 0.723 Sel enium, Se mcg 34.4 16 6.162 Vitamins Vitamin C, total ascorbic acid mg 0.0 4 0.000 Thiamin mg 0.791 8 0.084 Ribofl avin mg 0.247 10 0.034 Niacin mg 4.515 10 0.227 Pantothenic acid mg 0.050 1 0.000 Vitamin B-6 mg 0.790 1 0.000 Fol ate, total mcg 97 0 0.000 Fol ic acid mcg 0 0 0.000 Fol ate, food mcg 97 0 0.000 Fol ate, DFE mcg_DFE 97 0 0.000 Chol ine, total mg 25.6 0 0.000 Vitamin B-12 mcg 0.00 0 0.000 Vitamin B-12, added mcg 0.00 0 0.000 Carotene, beta mcg 5 0 0.000 Carotene, al pha mcg 0 0 0.000 Cryptoxanthin, beta mcg 0 0 0.000 Vitamin A, IU IU 9 8 6.094 L ycopene mcg 0 0 0.000 L utein + zeaxanthin mcg 0 0 0.000 Vitamin E (al pha-tocopherol ) mg 0.25 0 0.000 Vitamin E, added mg 0.00 0 0.000 Vitamin D (D2 + D3) mcg 0.0 0 0.000 Vitamin D IU 0 0 0.000 Vitamin K (phyl l oquinone) mcg 0.0 0 0.000 L ipids Fatty acids, total saturated g 6.957 0 0.000 14:0 g 0.124 1 0.000 16:0 g 4.441 761 0.000 18:0 g 2.090 761 0.000 Fatty acids, total monounsaturated fatty acid g 18.759 0 0.000 16:1 undifferentiated g 0.149 17 0.000 18:1 undifferentiated g 18.521 761 0.000 20:1 g 0.070 9 0.000 22:1 undifferentiated g 0.000 0 0.000 Fatty acids, total pol yunsaturated fatty acid g 21.773 0 0.000 18:2 (l inol eic acid) undifferentiated g 21.375 761 0.000 18:3 undifferentiated g 0.376 25 0.000 18:4 g 0.000 0 0.000 20:4 undifferentiated g 0.000 0 0.000 20:5 n-3 (EPA) g 0.000 0 0.000 22:5 n-3 (DPA) g 0.000 0 0.000 22:6 n-3 (DHA) g 0.000 0 0.000 Chol esterol mg 0 0 0.000 Phytosterol s mg 714 0 0.000 Amino acids Tryptophan g 0.388 13 0.000 Threonine g 0.736 19 0.000 Isol eucine g 0.763 19 0.000 L eucine g 1.358 19 0.000 L ysine g 0.569 19 0.000 Methionine g 0.586 19 0.000 Cystine g 0.358 10 0.000 Phenyl al anine g 0.940 19 0.000 Tyrosine g 0.743 14 0.000 Val ine g 0.990 19 0.000 Arginine g 2.630 18 0.000 Histidine g 0.522 18 0.000 Al anine g 0.927 13 0.000 Aspartic acid g 1.646 13 0.000 Gl utamic acid g 3.955 13 0.000 Gl ycine g 1.215 13 0.000 Prol ine g 0.810 13 0.000 Serine g 0.967 13 0.000 USDA National Nutrient Database for Standard Reference, Rel ease 23 (2010) Reference http://www.nal .usda.gov/fnic/foodcomp/search/ http://www.rspg.or.th/pl ants_data/use/oil -2.htm
https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/2220/kale-คะน้า
คะน้า (kal e) เป็นผัก (vegetabl e) ชนิดหนึ่ง จัดเป็นผักตระกูลกะหล่ำ Brassicaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Brassica ol eraceae L . การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวคะน้า ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดในคะน้า การแปรรูปคะน้า คุณค่าทางอาหารของคะน้า 1การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวคะน้า การแช่เย็นผักและผลไม้ การแบ่งกลุ่มผักผลไม้ตามอุณหภูมิแช่เย็นและความชื้นสัมพัทธ์ คะน้าหลังการเก็บเกี่ยว จะถูกบรรจุใส่ภาชนะ แล้วลำเลียงไปยังแหล่งคัดบรรจุ การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวทุกขั้นตอน ต้องกระทำด้วยความระมัดระวังไม่ให้เกิดบาดแผล หรือกระทบกระแทกชอกช้ำ การคัดเลือก (sorting) เพื่อคัดเอาใบเสียและผิดปกติ ไม่ได้ขนาด มีตำหนิ ออกให้หมด เป็นการป้องกันการแพร่กระจายของจุลินทรีย์ ทั้งแบคทีเรีย และ รา จากใบที่เสียไปยังผลปกติ ซึ่งจุลินทรีย์จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นหาก เกิดแผลเปิด หรือรอยช้ำบนผิวคะน้า การล้าง ทำความสะอาด การลดอุณหภูมิเบื้องต้น (pre-cool ing) ตรวจสอบคุณภาพ เก็บรักษาในห้องเย็น (col d storage) อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 95-100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อรอการขนส่ง คะน้ามีอายุการเก็บรักษา 2-3 สัปดาห์ top 2 ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดในคะน้า ที่มา http://www.acfs.go.th/standard/downl oad/residue_l imits.pdf มาตรฐานปริมาณสารพิษทางการเกษตรตกค้าง (pesticide residue) สูงสุดในคะน้า วัตถุอันตรายทางการเกษตร (pesticides) ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุด (Maximum Residue L imits: MRL s) (มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) มาลาไทออน (mal athion) 3 เมทาแลกซิล (metal axyl ) 2 อะบาเมคทิน (abamectin) 0.01 top 3 การแปรรูปคะน้า top 4 คุณค่าทางโภชนาการของคะน้า ที่มา http://www.nal .usda.gov/fnic/foodcomp/search/ Kal e, raw Refuse: 39% (Stem ends, tough stems and tough midrib parts) Scientific Name: Brassica ol eracea (Acephal a Group) NDB No: 11233 (Nutrient val ues and weights are for edibl e portion) NutrientUnitsVal ue per100 gramsNumberof DataPointsStd.Error Proximates Moisture content g 84.46 5 0.531 Cal orie kcal 50 0 0.000 Energy kJ 208 0 0.000 Protein g 3.30 1 0.000 Total l ipid (fat) g 0.70 1 0.000 Ash g 1.53 0 0.000 Carbohydrate, by difference g 10.01 0 0.000 dietary Fiber g 2.0 0 0.000 Mineral s Cal cium, Ca mg 135 1 0.000 Iron, Fe mg 1.70 1 0.000 Magnesium, Mg mg 34 1 0.000 Phosphorus, P mg 56 1 0.000 Potassium, K mg 447 5 19.697 Sodium, Na mg 43 5 13.695 Zinc, Zn mg 0.44 1 0.000 Copper, Cu mg 0.290 1 0.000 Manganese, Mn mg 0.774 0 0.000 Sel enium, Se mcg 0.9 0 0.000 Vitamins Vitamin C, total ascorbic acid mg 120.0 1 0.000 Thiamin mg 0.110 1 0.000 Ribofl avin mg 0.130 1 0.000 Niacin mg 1.000 1 0.000 Pantothenic acid mg 0.091 0 0.000 Vitamin B-6 mg 0.271 1 0.000 Fol ate, total mcg 29 0 0.000 Fol ate, food mcg 29 0 0.000 Fol ate, DFE mcg_DFE 29 0 0.000 Carotene, beta mcg 9226 4 2884.992 Vitamin A, IU IU 15376 0 0.000 L utein + zeaxanthin mcg 39550 1 0.000 Vitamin K (phyl l oquinone) mcg 817.0 0 0.000 L ipids Fatty acids, total saturated g 0.091 0 0.000 12:0 g 0.002 0 0.000 14:0 g 0.003 0 0.000 16:0 g 0.076 0 0.000 18:0 g 0.004 0 0.000 Fatty acids, total monounsaturated g 0.052 0 0.000 16:1 undifferentiated g 0.001 0 0.000 18:1 undifferentiated g 0.049 0 0.000 Fatty acids, total pol yunsaturated g 0.338 0 0.000 18:2 undifferentiated g 0.138 0 0.000 18:3 undifferentiated g 0.180 0 0.000 18:4 g 0.000 0 0.000 20:4 undifferentiated g 0.002 0 0.000 Amino acids Tryptophan g 0.040 57 0.000 Threonine g 0.147 57 0.000 Isol eucine g 0.197 57 0.000 L eucine g 0.231 57 0.000 L ysine g 0.197 57 0.000 Methionine g 0.032 57 0.000 Cystine g 0.044 3 0.000 Phenyl al anine g 0.169 57 0.000 Tyrosine g 0.117 3 0.000 Val ine g 0.181 57 0.000 Arginine g 0.184 57 0.000 Histidine g 0.069 57 0.000 Al anine g 0.166 3 0.000 Aspartic acid g 0.295 3 0.000 Gl utamic acid g 0.374 3 0.000 Gl ycine g 0.159 3 0.000 Prol ine g 0.196 2 0.000 Serine g 0.139 3 0.000 op 5 Reference
https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/2221/yard-long-bean-ถั่วฝักยาว
น.ส.สุนิตรา ภูครองหิน ถั่วฝักยาว (asparagus bean, yard l ong bean) เป็นผัก (vegetabl e) ตระกูลถั่ว Fabaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Vigna unguicul ata var. sesquipedal is การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวถั่วฝักยาว ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดในถั่วฝักยาว การแปรรูปถั่วฝักยาว คุณค่าทางโภชนาการของถั่วฝักยาว 1การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวถั่วฝักยาว การแช่เย็นผักและผลไม้ การแบ่งกลุ่มผักผลไม้ตามอุณหภูมิแช่เย็นและความชื้นสัมพัทธ์ ถั่วฝักยาวหลังการเก็บเกี่ยว จะถูกบรรจุใส่ภาชนะ แล้วลำเลียงไปยังแหล่งคัดบรรจุ การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวทุกขั้นตอน ต้องกระทำด้วยความระมัดระวังไม่ให้เกิดบาดแผล หรือกระทบกระแทกชอกช้ำ การคัดเลือก (sorting) เพื่อคัดเอาฝักเสียและผิดปกติ ไม่ได้ขนาด มีตำหนิ ออกให้หมด เป็นการป้องกันการแพร่กระจายของจุลินทรีย์ทั้งแบคทีเรียและรา จากฝักที่เสียไปยังผลปกติ ซึ่งจุลินทรีย์จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นหากเกิดแผลเปิด หรือรอยช้ำบนผิวถั่วฝักยาว การล้างทำความสะอาด การลดอุณหภูมิเบื้องต้น (pre-cool ing) ตรวจสอบคุณภาพ เก็บรักษาในห้องเย็น (col d storage) อุณหภูมิ 0-2 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์95-100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อรอการขนส่ง ถั่วฝักยาวมีอายุการเก็บรักษา 2-3 สัปดาห์ top 2 ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดในถั่วฝักยาว ที่มา http://www.acfs.go.th/standard/downl oad/residue_l imits.pdf มาตรฐานปริมาณสารพิษทางการเกษตรตกค้าง (pesticide residue) สูงสุดในถั่วฝักยาว วัตถุอันตรายทางการเกษตร (pesticides) ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุด (Maximum Residue L imits: MRL s) (มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) คาร์โบซัลแฟน (carbosul fan) */ 0.1 คาร์โบฟูราน (carbofuran) 0.1 ไซเพอร์เมทริน (cypermethrin) 0.05 เดลทาเมทริน (del tamethrin) 0.2 ไดเมโทเอต (dimethoate) 1 เฟนวาเลอเรต (fenval erate) 1 โฟซาโลน (phosal one) 1 เมโทมิล (methomyl ) 1 อะบาเมคทิน (abamectin) 0.01 */ สารพิษตกค้างจากการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรคาร์โบซัลแฟน มีชนิดของสารพิษตกค้างที่ตรวจวิเคราะห์ในรูปของคาร์โบซัลแฟน top 3 การใช้ประโยชน์และการแปรรูปถั่วฝักยาว ถั่วฝักยาวใช้บริโภคเป็นผักสด หรือแปรรูปเบื้องต้นเป็นผักพร้อมรับประทาน โดยใช้รับประทานสด หรือลวก (bl ancing) เป็นเครื่องเคียง น้ำพริก ลาบ น้ำตก แกง ถั่วฝักยาวยังนำไปแปรรูปเป็นผักแช่แข็ง (freezing) top 4 คุณค่าทางโภชนาการของถั่วฝักยาว คุณค่าทางโภชนาการของถั่วฝักยาวดิบ (yard l ong bean, raw) ถั่วฝักยาวสด ให้พลังาน 47 แคลอรี (cal orie) ต่อ 100 กรัม มีน้ำเป็นส่วนประกอบ 88 เปอร์เซ็นต์ คาร์โบไฮเดรต 8.35 เปอร์เซ็นต์ โปรตีน 2.8 เปอร์เซ็นต์ เป็นแหล่งที่ดีของแคลเซียมฟอสฟอรัส โพแทสเซียม มีวิตามินซี (vitamin C) สูง Refuse: 5% (Ends) Scientific Name: Vigna unguicul ata NDB No:11199 (Nutrient val ues and weights are for edibl e portion) ที่มา USDA National Nutrient Database for Standard Reference, Rel ease 23 (2010) NutrientUnitsVal ue per100 gramsNumberof DataPointsStd.Error Proximates Moisture content g 87.85 3 0.606 Energy kcal 47 0 0.000 Energy kJ 197 0 0.000 Protein g 2.80 1 0.000 Total l ipid (fat) g 0.40 1 0.000 Ash g 0.60 0 0.000 Carbohydrate, by difference g 8.35 0 0.000 Mineral s Cal cium, Ca mg 50 1 0.000 Iron, Fe mg 0.47 2 0.000 Magnesium, Mg mg 44 2 0.000 Phosphorus, P mg 59 1 0.000 Potassium, K mg 240 2 0.000 Sodium, Na mg 4 2 0.000 Zinc, Zn mg 0.37 0 0.000 Copper, Cu mg 0.048 0 0.000 Manganese, Mn mg 0.205 0 0.000 Sel enium, Se mcg 1.5 0 0.000 Vitamins Vitamin C, total ascorbic acid mg 18.8 2 0.000 Thiamin mg 0.107 2 0.000 Ribofl avin mg 0.110 2 0.000 Niacin mg 0.410 2 0.000 Pantothenic acid mg 0.055 0 0.000 Vitamin B-6 mg 0.024 0 0.000 Fol ate, total mcg 62 0 0.000 Fol ic acid mcg 0 0 0.000 Fol ate, food mcg 62 0 0.000 Fol ate, DFE mcg_DFE 62 0 0.000 Vitamin B-12 mcg 0.00 0 0.000 Vitamin A, RAE mcg_RAE 43 2 0.000 Retinol mcg 0 0 0.000 Vitamin A, IU IU 865 2 0.000 Vitamin D (D2 + D3) mcg 0.0 0 0.000 Vitamin D IU 0 0 0.000 L ipids Fatty acids, total saturated g 0.105 0 0.000 14:0 g 0.001 0 0.000 16:0 g 0.084 0 0.000 18:0 g 0.013 0 0.000 Fatty acids, total monounsaturated g 0.036 0 0.000 16:1 undifferentiated g 0.001 0 0.000 18:1 undifferentiated g 0.021 0 0.000 22:1 undifferentiated g 0.013 0 0.000 Fatty acids, total pol yunsaturated g 0.169 0 0.000 18:2 undifferentiated g 0.096 0 0.000 18:3 undifferentiated g 0.070 0 0.000 Chol esterol mg 0 0 0.000 Amino acids Tryptophan g 0.032 0 0.000 Threonine g 0.104 0 0.000 Isol eucine g 0.150 0 0.000 L eucine g 0.200 0 0.000 L ysine g 0.184 0 0.000 Methionine g 0.040 0 0.000 Cystine g 0.042 0 0.000 Phenyl al anine g 0.154 0 0.000 Tyrosine g 0.115 0 0.000 Val ine g 0.162 0 0.000 Arginine g 0.196 0 0.000 Histidine g 0.090 0 0.000 top 5 Reference
https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/2219/spinach-ปวยเหล็ง
น.ส.สุธาทิพย์ วนิชชากร ปวยเล้ง (spinach) เป็นผัก (vegetabl e) ในตระกูล Chenopodiaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Spinacia ol eracea L . การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวปวยเล้ง ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดในปวยเล้ง การแปรรูปปวยเล้ง คุณค่าทางโภชนาการของปวยเล้ง 1การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวปวยเล้ง การแช่เย็นผักและผลไม้ การแบ่งกลุ่มผักผลไม้ตามอุณหภูมิแช่เย็นและความชื้นสัมพัทธ์ ปวยเล้งหลังการเก็บเกี่ยว จะถูกบรรจุใส่ภาชนะ แล้วลำเลียงไปยังแหล่งคัดบรรจุ การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวทุกขั้นตอน ต้องกระทำด้วยความระมัดระวังไม่ให้เกิดบาดแผล หรือกระทบกระแทกชอกช้ำ การคัดเลือก (sorting) เพื่อคัดเอาฝักเสียและผิดปกติ ไม่ได้ขนาด มีตำหนิ ออกให้หมด เป็นการป้องกันการแพร่กระจายของจุลินทรีย์ทั้งแบคทีเรีย และ รา จากใบที่เสียไปยังใบปกติ ซึ่งจุลินทรีย์จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นหาก เกิดแผลเปิด หรือรอยช้ำบนใบปวยเล้ง การล้างทำความสะอาด การลดอุณหภูมิเบื้องต้น (pre-cool ing) ตรวจสอบคุณภาพ เก็บรักษาในห้องเย็น (col d storage) อุณหภูมิ----- องศาเซลเซียสความชื้นสัมพัทธ์-------- เปอร์เซ็นต์ เพื่อรอการขนส่ง ปวยเล้งมีอายุการเก็บรักษา------ สัปดาห์ top 2 ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดในปวยเล้ง มาตรฐานปริมาณสารพิษทางการเกษตรตกค้าง (pesticide residue) สูงสุดในปวยเล้ง (ผักใบ) วัตถุอันตรายทางการเกษตร (pesticides) ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุด (Maximum Residue L imits: MRL s) (มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) พาราควอต (paraquat) 0.07 top 3 การแปรรูปปวยเล้ง top 4 คุณค่าทางโภชนาการของปวยเล้ง Spinach, raw Refuse:28% (L arge stems and roots) Scientific Name:Spinacia ol eraceaNDB No:11457 (Nutrient val ues and weights are for edibl e portion) NutrientUnitsVal ue per100 gramsNumberof DataPointsStd.Error Proximates Moisture content g 91.40 1 0.000 Cal orie kcal 23 0 0.000 Energy kJ 97 0 0.000 Protein g 2.86 9 0.112 Total l ipid (fat) g 0.39 7 0.032 Ash g 1.72 8 0.035 Carbohydrate, by difference g 3.63 0 0.000 dietary Fiber g 2.2 1 0.000 Sugars, total g 0.42 0 0.000 Sucrose g 0.07 8 0.036 Gl ucose (dextrose) g 0.11 8 0.032 Fructose g 0.15 8 0.070 L actose g 0.00 1 0.000 Mal tose g 0.00 1 0.000 Gal actose g 0.10 1 0.000 Mineral s Cal cium, Ca mg 99 9 4.996 Iron, Fe mg 2.71 10 0.522 Magnesium, Mg mg 79 7 4.794 Phosphorus, P mg 49 7 3.479 Potassium, K mg 558 10 28.703 Sodium, Na mg 79 10 10.835 Zinc, Zn mg 0.53 7 0.039 Copper, Cu mg 0.130 7 0.007 Manganese, Mn mg 0.897 6 0.048 Sel enium, Se mcg 1.0 5 0.335 Vitamins Vitamin C, total ascorbic acid mg 28.1 7 4.129 Thiamin mg 0.078 9 0.008 Ribofl avin mg 0.189 9 0.008 Niacin mg 0.724 9 0.032 Pantothenic acid mg 0.065 6 0.008 Vitamin B-6 mg 0.195 6 0.008 Fol ate, total mcg 194 6 35.597 Fol ic acid mcg 0 0 0.000 Fol ate, food mcg 194 6 35.597 Fol ate, DFE mcg_DFE 194 0 0.000 Chol ine, total mg 19.3 0 0.000 Betaine mg 102.6 0 0.000 Vitamin B-12 mcg 0.00 0 0.000 Vitamin B-12, added mcg 0.00 0 0.000 Vitamin A, RAE mcg_RAE 469 0 0.000 Retinol mcg 0 0 0.000 Carotene, beta mcg 5626 5 766.716 Carotene, al pha mcg 0 4 0.000 Cryptoxanthin, beta mcg 0 4 0.000 Vitamin A, IU IU 9377 0 0.000 L ycopene mcg 0 7 0.000 L utein + zeaxanthin mcg 12198 7 1930.873 Vitamin E (al pha-tocopherol ) mg 2.03 7 0.152 Vitamin E, added mg 0.00 0 0.000 Tocopherol , beta mg 0.00 7 0.000 Tocopherol , gamma mg 0.18 7 0.036 Tocopherol , del ta mg 0.00 7 0.000 Vitamin D (D2 + D3) mcg 0.0 0 0.000 Vitamin D IU 0 0 0.000 Vitamin K (phyl l oquinone) mcg 482.9 1 0.000 L ipids Fatty acids, total saturated g 0.063 0 0.000 4:0 g 0.000 0 0.000 6:0 g 0.000 0 0.000 8:0 g 0.000 0 0.000 10:0 g 0.000 0 0.000 12:0 g 0.000 0 0.000 14:0 g 0.010 1 0.000 16:0 g 0.049 1 0.000 18:0 g 0.004 1 0.000 Fatty acids, total monounsaturated g 0.010 0 0.000 16:1 undifferentiated g 0.005 1 0.000 18:1 undifferentiated g 0.005 1 0.000 20:1 g 0.000 0 0.000 22:1 undifferentiated g 0.000 0 0.000 Fatty acids, total pol yunsaturated g 0.165 0 0.000 18:2 undifferentiated g 0.026 1 0.000 18:3 undifferentiated g 0.138 1 0.000 18:4 g 0.000 0 0.000 20:4 undifferentiated g 0.000 0 0.000 20:5 n-3 (EPA) g 0.000 0 0.000 22:5 n-3 (DPA) g 0.000 0 0.000 22:6 n-3 (DHA) g 0.000 0 0.000 Chol esterol mg 0 0 0.000 Phytosterol s mg 9 0 0.000 Amino acids Tryptophan g 0.039 19 0.000 Threonine g 0.122 19 0.000 Isol eucine g 0.147 19 0.000 L eucine g 0.223 19 0.000 L ysine g 0.174 23 0.000 Methionine g 0.053 23 0.000 Cystine g 0.035 8 0.000 Phenyl al anine g 0.129 19 0.000 Tyrosine g 0.108 8 0.000 Val ine g 0.161 19 0.000 Arginine g 0.162 18 0.000 Histidine g 0.064 18 0.000 Al anine g 0.142 7 0.000 Aspartic acid g 0.240 7 0.000 Gl utamic acid g 0.343 7 0.000 Gl ycine g 0.134 7 0.000 Prol ine g 0.112 6 0.000 Serine g 0.104 7 0.000 Other Al cohol , ethyl g 0.0 0 0.000 Caffeine mg 0 0 0.000 Theobromine mg 0 0 0.000 top 5 Reference
https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/2354/garlic-กระเทียม
กระเทียม (garl ic) มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Al l ium sativum L inn. เป็นพืชล้มลุกที่มีหัวอยู่ใต้ดิน อยู่ใน วงศ์ Al l iaceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับ หอมหัวใหญ่ หอมแดง ส่วนที่ใช้รับประทานคือ ลำต้น ดอก และหัว หัวของกระเทียมเป็นทั้งเครื่องเทศ (spice) และสมุนไพร (herb) ที่มีสารประกอบที่มีกำมะถันเป็นองค์ประกอบในปริมาณมาก ทำให้กระเทียมมีกลิ่นรสเฉพาะตัว ใช้ปรุงอาหาร (cooking) หลายชนิด ทั้ง ต้ม ผัด น้ำพริกแกง ทอด และยังใช้เป็นวัตถุดิบนำมาแปรรูป (food processing) เพื่อการถนอมอาหารและเพิ่มมูลค่า เป็นผลิตภัณฑ์หลายชนิด กระเทียมมีกรดแอมิโน อาร์จินีน (arginine ) ol igosaccharides, fl avonoid, and sel eniumซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ กระเทียมจำหน่ายในรูปหัวกระเทียมแห้ง ประกอบด้วยกลีบเรียงซ้อนกันประมาณ 4-15 กลีบ บางพันธุ์จะมีเพียงกลีบเดียว เรียกว่า "กระเทียมโทน" แต่ละกลีบมีกาบเป็นเยื่อบางๆสีขาวอมชมพูหุ้มอยู่โดยรอบ กลิ่นหอมฉุน รสชาติเผ็ดร้อน มาตรฐานขนาดของกระเทียม กระเทียมหัว กระเทียมกลีบ ที่มา: http://www.acfs.go.th/standard/downl oad/garl ic.pdf การใช้ประโยชน์ในอาหาร กระเทียม ใช้ในการปรุงอาหาร (cooking) หลายชนิด ทั้งการผัด การทอด การต้ม การตุ๋น เป็นส่วนประกอบของอาหาร เช่น น้ำพริกแกงชนิดต่างๆ เช่น น้ำพริกแกงแดง น้ำพริกแกงเขียวหวาน น้ำพริกแกงแพนง น้ำยาขนมจีน น้ำพริกกะปิ กระเทียมเจียว คือการนำกระเทียมมาเจียวในน้ำมันพืช หรือน้ำมันหมู ให้หอม มีสีเหลือง ก่อนใส่เนื้อสัตว์หรือผัก เป็นวิธีดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์และเพิ่มรสชาติให้กับอาหารประเภทผัดชนิดต่างๆ ใช้โรยหน้าอาหาร เช่น ก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ ข้าวต้ม กระเทียมดองเป็นการถนอมอาหาร ส่วนประกอบและสรรพคุณของกระเทียม กระเทียม ประกอบด้วย โปรตีน คาร์โบไฮเดรท แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ประกอบด้วยสารอินทรีย์ที่มีกำมะถันหลายชนิด เช่น แอลลิซิน 0.6-1.0% แอลลิอิน (al l iin) ไดแอลลิลไดซัลไฟด์ (dial l yl disul fide) เมทิลแอลลิลไตรซัลไฟด์ (methyl al l yl trisul fide) คูมาริน (coumarin) เอส-แอลลิลซีสเตอีน (S-al l yl cysteine) เป็นต้น กระเทียม มีน้ำมันหอมระเหย มีสารประกอบมากกว่า 200 ชนิด กระเทียมมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย โดยเฉพาะจุลินทรีย์ก่อโรค (pathogen) ได้แก่ Sal monel l a typhymurium, Bacil l us subtil is, Escherichia col i, Staphyl ococcus aureus, Bacil l us cereus, เชื้อรา ได้แก่ Aspergil l us ยีสต์ Candida al bicans และปรสิต (parasite) ใช้เป็นสารกันเสีย (preservative) ในอาหาร กระเทียม สามารถลดความดันโลหิตสูง ลดไขมันและคอเลสเตอรอล ป้องกันผนังหลอดเลือดหนาและแข็งตัว ลดน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ ยังเป็นยาขับเสมหะ รักษาไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ และยังมีฤทธิ์ขับเหงื่อ และขับปัสสาวะ กระเทียมมีธาตุเจอร์เมเนียมค่อนข้างสูง ซึ่งมีสมบัติป้องกันการเกิดมะเร็ง โรคหืด โรคไต โรคตับอ่อนและอาการท้องผูก กระเทียมมีสารชักนำวิตามินบี 1 (Vitamin B1) เข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้นเท่าตัว โดยรวมเป็นสารแอลลิลไทอะมิน ทำให้ vitamin B1ออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น Nutrient Units Val ue per 100 grams Water g 58.58 Energy kcal 149 Protein g 6.36 Total l ipid (fat) g 0.5 Ash g 1.5 Carbohydrate, by difference g 33.06 Dietaryfiber g 2.1 Sugars, total g 1 Mineral s Cal cium, Ca mg 181 Iron, Fe mg 1.7 Magnesium, Mg mg 25 Phosphorus, P mg 153 Potassium, K mg 401 Sodium, Na mg 17 Zinc, Zn mg 1.16 Copper, Cu mg 0.299 Manganese, Mn mg 1.672 Sel enium, Se mcg 14.2 Vitamins Vitamin C, total ascorbic acid mg 31.2 Thiamin mg 0.2 Ribofl avin mg 0.11 Niacin mg 0.7 Pantothenic acid mg 0.596 Vitamin B-6 mg 1.235 Fol ate, total mcg 3 Fol ate, food mcg 3 Fol ate, DFE mcg_DFE 3 Chol ine, total mg 23.2 Vitamin B-12 mcg 0 Carotene, beta mcg 5 Vitamin A, IU IU 9 L utein + zeaxanthin mcg 16 Vitamin E (al pha-tocopherol ) mg 0.08 Vitamin K (phyl l oquinone) mcg 1.7 Reference http://www.acfs.go.th/standard/downl oad/garl ic.pdf The National Cancer Institute (NCI) Garl ic and Cancer Prevention สุภาพร พงษ์มณี และ กัญณาญาภัค สนามพล การสกัดสารจากพืชสมุนไพรเพื่อยับยั้งแบคทีเรียก่อโรคในอาหาร The Extraction of Medicinal Herbs for Inhibit Food Pathogen
https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/1397/green-mussel-หอยแมลงภู่
หอยแมลงภู่ (green mussel หรือ sea mussel ) เป็นหอยสองฝา (bival ves) อยู่ในกลุ่มมอลคัส (mol l usk) ซึ่งอยู่ในไฟลัม Mol l usca ในวงศ์ Mytil idae สกุล Perna และ Mytil us หอยแมลงภู่ (green mussel ) หมายถึงหอยแมลงภู่มีชีวิต (l ive mussel ) และเนื้อหอยแมลงภู่สด (shel l -off mussel ) หอยแมลงภู่มีชีวิต หมายถึงหอยแมลงภู่ที่มีเปลือกหรือฝาปิดสนิทได้เมื่อมีแรงกระตุ้นภายนอก โดยปกติจะใช้เนื้อสำหรับการบริโภค เนื้อหอยแมลงภู่สด หมายถึงหอยแมลงภู่ที่เอาเปลือกและเส้นยึดเกาะ (byssus) ออกไป ภาพอวัยวะภายในของหอยแมลงภู่ (green mussel ) (ที่มา มกอช. 7018-25501) มาตรฐานด้านจุลินทรีย์ของหอยแมลงภู่ (มกอช. 7018-2550) 1 มาตรฐานสินค้าเกษตรแห่งชาติได้กำหนดมาตรฐานด้านจุลินทรีย์ของหต้องไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนดต่อไปนี้ รูปแบบผลิตภัณฑ์ จุลินทรีย์ n c m M หอยแมลงภู่มีชีวิต เอสเคอริเคีย โคไล (Escherichia col i) 5 2 10 MPN/g 100 MPN/g แซลโมเนลลา (Sal monel l a spp.) 5 0 ไม่พบใน 25g เนื้อหอยแมลงภู่สด จุลินทรีย์ที่มีชีวิตทั้งหมด (Total viabl e count) 5 2 5x104 cfu/g 5x104 cfu/g เอสเคอริเคีย โคไล (Escherichia col i) 5 1 3.6 MPN/g 10 MPN/g สตาฟิโลคอกคัส ออเรียส (Staphyl ococcus aureus) 5 1 100 MPN/g 1,000 MPN/g แซลโมเนลลา (Sal monel l a spp.) 5 0 ไม่พบใน 25g หมายเหตุ (1) n หมายถึงจำนวนตัวอย่างที่ต้องนำมาตรวจสอบในแต่ละรุ่น (l ot) (2) c หมายถึงจำนวนตัวอย่างสูงสุดที่พบจุลินทรีย์ที่ตรวจสอบได้ในระดับที่สูงกว่า m แต่ไม่เกิน M (3) m หมายถึงจำนวนจุลินทรีย์ที่ยอมรับได้ในตัวอย่างที่ตรวจสอบ (4) M หมายถึงจำนวนจุลินทรีย์สูงสุดที่พบในตัวอย่างที่ตรวจสอบ มีผลให้ไม่ยอมรับสินค้ารุ่นนั้น - กรณีที่ไม่ได้กำหนด M ไว้ ให้ใช้ m คู่กับ c เป็นเกณฑ์ตัดสิน - กรณีที่กำหนด M ไว้ หากตรวจพบจุลินทรีย์ในตัวอย่างสูงกว่า m จำนวนตัวอย่างที่เกิน m ต้อง ไม่เกิน c แต่ทั้งนี้จำนวนจุลินทรีย์ที่พบต้องไม่เกิน M - กรณีที่ผู้ประกอบการมีระบบการประกันคุณภาพในการผลิตและประวัติการผลิตที่ดี การนำ ข้อกำหนดเรื่องจุลินทรีย์ไปใช้ อาจลดจำนวนครั้งในการชักตัวอย่างหรือลดจำนวนตัวอย่างที่ ตรวจสอบได้ (5) cfu/g (col ony forming unit per gram) หมายถึง จำนวนโคโลนีต่อกรัม (6) MPN/g (most probabl e number per gram) หมายถึง จำนวนที่เป็นไปได้มากที่สุดต่อกร คุณค่าทางโภชนาการของเนื้อหอยแมลงภู่ 100 กรัม NutrientUnitsVal ue per100 gramsNumberof DataPointsStd.Error Proximates Water (ความชื้น %) g 80.58 16 0.618 Energy kcal 86 0 0.000 Energy kJ 360 0 0.000 Protein g 11.90 12 0.072 Total l ipid (fat) g 2.24 23 0.131 Ash g 1.59 19 0.061 Carbohydrate, by difference g 3.69 0 0.000 Mineral s Cal cium, Ca mg 26 6 2.303 Iron, Fe mg 3.95 6 0.153 Magnesium, Mg mg 34 6 0.768 Phosphorus, P mg 197 9 1.253 Potassium, K mg 320 6 6.908 Sodium, Na mg 286 6 2.303 Zinc, Zn mg 1.60 6 0.031 Copper, Cu mg 0.094 6 0.006 Manganese, Mn mg 3.400 0 0.000 Sel enium, Se mcg 44.8 0 0.000 Vitamins Vitamin C, total ascorbic acid mg 8.0 0 0.000 Thiamin mg 0.160 0 0.000 Ribofl avin mg 0.210 0 0.000 Niacin mg 1.600 0 0.000 Pantothenic acid mg 0.500 0 0.000 Vitamin B-6 mg 0.050 0 0.000 Fol ate, total mcg 42 0 0.000 Fol ic acid mcg 0 0 0.000 Fol ate, food mcg 42 0 0.000 Fol ate, DFE mcg_DFE 42 0 0.000 Chol ine, total mg 65.0 0 0.000 Vitamin B-12 mcg 12.00 0 0.000 Vitamin B-12, added mcg 0.00 0 0.000 Vitamin A, RAE mcg_RAE 48 0 0.000 Retinol mcg 48 0 0.000 Vitamin A, IU IU 160 0 0.000 Vitamin E (al pha-tocopherol ) mg 0.55 1 0.000 Tocopherol , gamma mg 0.02 1 0.000 Vitamin K (phyl l oquinone) mcg 0.1 0 0.000 L ipids Fatty acids, total saturated g 0.425 0 0.000 14:0 g 0.059 1 0.000 16:0 g 0.294 1 0.000 18:0 g 0.068 1 0.000 Fatty acids, total monounsaturated g 0.507 0 0.000 16:1 undifferentiated g 0.138 1 0.000 18:1 undifferentiated g 0.205 1 0.000 20:1 g 0.138 1 0.000 22:1 undifferentiated g 0.026 1 0.000 Fatty acids, total pol yunsaturated g 0.606 0 0.000 18:2 undifferentiated g 0.018 1 0.000 18:3 undifferentiated g 0.020 1 0.000 18:4 g 0.035 1 0.000 20:4 undifferentiated g 0.070 1 0.000 20:5 n-3 (EPA) g 0.188 1 0.000 22:5 n-3 (DPA) g 0.022 1 0.000 22:6 n-3 (DHA) g 0.253 1 0.000 Chol esterol mg 28 6 2.914 Amino acids Tryptophan g 0.133 0 0.000 Threonine g 0.512 0 0.000 Isol eucine g 0.518 0 0.000 L eucine g 0.838 0 0.000 L ysine g 0.889 0 0.000 Methionine g 0.268 0 0.000 Cystine g 0.156 0 0.000 Phenyl al anine g 0.426 0 0.000 Tyrosine g 0.381 0 0.000 Val ine g 0.520 0 0.000 Arginine g 0.868 0 0.000 Histidine g 0.228 0 0.000 Al anine g 0.720 0 0.000 Aspartic acid g 1.148 0 0.000 Gl utamic acid g 1.618 0 0.000 Gl ycine g 0.744 0 0.000 Prol ine g 0.486 0 0.000 Serine g 0.533 0 0.000 Reference 1 มาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ มกอช. 7018-2550 (THAI AGRICUL TURAL COMMODITY AND FOOD STANDARD, TACFS 7018-2007) หอยแมลงภู่ (GREEN MUSSEL ) USDA National Nutrient Database for Standard Reference, Rel ease 23 (2010) NDB No:15164 (Nutrient val ues and weights are for edibl e portion)
https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/2214/cucumber-แตงกวา
น.ส.สุธาทิพย์ วนิชชากร แตงกวา (cucumber) เป็นผัก (vegetabl e) ชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Cucumis sativus L . ในตระกูล Cucurbitaceae การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวแตงกวา ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดในแตงกวา การแปรรูปแตงกวา คุณค่าทางโภชนาการของแตงกวา 1การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวแตงกวา การแช่เย็นผักและผลไม้ การแบ่งกลุ่มผักผลไม้ตามอุณหภูมิแช่เย็นและความชื้นสัมพัทธ์ แตงกวาหลังการเก็บเกี่ยว จะถูกบรรจุใส่ภาชนะ แล้วลำเลียงไปยังแหล่งคัดบรรจุ การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวทุกขั้นตอน ต้องกระทำด้วยความระมัดระวังไม่ให้เกิดบาดแผล หรือกระทบกระแทกชอกช้ำ การคัดเลือก (sorting) เพื่อคัดเอาผลเสียและผิดปกติ ไม่ได้ขนาด มีตำหนิออกให้หมด เป็นการป้องกันการแพร่กระจายของจุลินทรีย์ทั้งแบคทีเรีย และราจากผลที่เสียไปยังผลปกติ ซึ่งจุลินทรีย์จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นหาก เกิดแผลเปิด หรือรอยช้ำบนผิวแตงกวา การล้างทำความสะอาด การลดอุณหภูมิเบื้องต้น (pre-cool ing) ตรวจสอบคุณภาพ เก็บรักษาในห้องเย็น (col d storage) อุณหภูมิ 10-13 องศาเซลเซียสความชื้นสัมพัทธ์9 5 เปอร์เซ็นต์ เพื่อรอการขนส่ง แตงกวามีอายุการเก็บรักษา 10-14 วัน top 2 ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดในแตงกวา มาตรฐานปริมาณสารพิษทางการเกษตรตกค้าง (pesticide residue) สูงสุดในแตงกวา วัตถุอันตรายทางการเกษตร (pesticides) ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุด (Maximum Residue L imits: MRL s) (มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) ไดโคโฟล (dicofol ) 0.5 ไดไทโอคาร์บาเมต (dithiocarbamates) */ 2 เมทาแล็กซิล (metal axyl ) 0.5 พาราควอต (paraquat) 0.02 คาร์บาริล (carbaryl ) 3 คาร์โบซัลแฟน (carbosul fan) **/ 0.5 คาร์โบฟูราน (carbofuran) 0.3 ไดเมโทเอต (dimethoate) 1 เมโทมิล (methomyl ) 0.2 อีไทออน (ethion) 0.3 */ วัตถุอันตรายทางการเกษตรกลุ่มไดไทโอคาร์บาเมต ได้แก่ ไซเนบ (zineb) , ไทแรม (thiram) , โพรพิเนบ (propineb) , มาเนบ (maneb) และแมนโคเซบ (mancozeb) **/ สารพิษตกค้างจากการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรคาร์โบซัลแฟน มีชนิดของสารพิษตกค้างที่ตรวจวิเคราะห์ในรูปของคาร์โบซัลแฟน top 3 การแปรรูปแตงกวา top 4 คุณค่าทางโภชนาการของแตงกวา ที่มา http://www.nal .usda.gov/fnic/foodcomp/search/ Cucumber, with peel , raw New Search Refuse: 3% (Ends) Scientific Name: Cucumis sativusNDB No:11205 (Nutrient val ues and weights are for edibl e portion) Nutrient Units Val ue per100 grams Numberof DataPoints Std.Error Proximates Moisture content g 95.23 2 0.000 Cal orie kcal 15 0 0.000 Energy kJ 65 0 0.000 Protein g 0.65 4 0.000 Total l ipid (fat) g 0.11 9 0.004 Ash g 0.38 4 0.000 Carbohydrate, by difference g 3.63 0 0.000 dietary Fiber g 0.5 1 0.000 Sugars, total g 1.67 0 0.000 Sucrose g 0.03 4 0.000 Gl ucose (dextrose) g 0.76 7 0.043 Fructose g 0.87 7 0.097 L actose g 0.00 4 0.000 Mal tose g 0.01 7 0.012 Gal actose g 0.00 0 0.000 Starch g 0.83 4 0.000 Mineral s Cal cium, Ca mg 16 4 0.000 Iron, Fe mg 0.28 4 0.000 Magnesium, Mg mg 13 4 0.000 Phosphorus, P mg 24 4 0.000 Potassium, K mg 147 4 0.000 Sodium, Na mg 2 54 0.261 Zinc, Zn mg 0.20 4 0.000 Copper, Cu mg 0.041 8 0.000 Manganese, Mn mg 0.079 4 0.000 Fl uoride, F mcg 1.3 11 0.650 Sel enium, Se mcg 0.3 2 0.000 Vitamins Vitamin C, total ascorbic acid mg 2.8 4 0.000 Thiamin mg 0.027 4 0.000 Ribofl avin mg 0.033 4 0.000 Niacin mg 0.098 8 0.000 Pantothenic acid mg 0.259 4 0.000 Vitamin B-6 mg 0.040 4 0.000 Fol ate, total mcg 7 8 0.000 Fol ic acid mcg 0 0 0.000 Fol ate, food mcg 7 8 0.000 Fol ate, DFE mcg_DFE 7 0 0.000 Chol ine, total mg 6.0 0 0.000 Betaine mg 0.1 1 0.000 Vitamin B-12 mcg 0.00 0 0.000 Vitamin B-12, added mcg 0.00 0 0.000 Vitamin A, RAE mcg_RAE 5 0 0.000 Retinol mcg 0 0 0.000 Carotene, beta mcg 45 0 0.000 Carotene, al pha mcg 11 0 0.000 Cryptoxanthin, beta mcg 26 0 0.000 Vitamin A, IU IU 105 0 0.000 L ycopene mcg 0 0 0.000 L utein + zeaxanthin mcg 23 0 0.000 Vitamin E (al pha-tocopherol ) mg 0.03 5 0.001 Vitamin E, added mg 0.00 0 0.000 Tocopherol , beta mg 0.01 3 0.005 Tocopherol , gamma mg 0.03 3 0.005 Tocopherol , del ta mg 0.00 3 0.004 Vitamin D (D2 + D3) mcg 0.0 0 0.000 Vitamin D IU 0 0 0.000 Vitamin K (phyl l oquinone) mcg 16.4 4 0.000 Dihydrophyl l oquinone mcg 0.0 4 0.000 L ipids Fatty acids, total saturated g 0.037 0 0.000 4:0 g 0.000 0 0.000 6:0 g 0.000 0 0.000 8:0 g 0.000 2 0.000 10:0 g 0.000 2 0.000 12:0 g 0.000 2 0.000 14:0 g 0.005 2 0.000 15:0 g 0.000 2 0.000 16:0 g 0.028 2 0.000 17:0 g 0.000 2 0.000 18:0 g 0.005 2 0.000 20:0 g 0.000 2 0.000 22:0 g 0.000 2 0.000 24:0 g 0.000 2 0.000 Fatty acids, total monounsaturated g 0.005 0 0.000 14:1 g 0.000 2 0.000 15:1 g 0.000 2 0.000 16:1 undifferentiated g 0.000 2 0.000 17:1 g 0.000 2 0.000 18:1 undifferentiated g 0.005 2 0.000 20:1 g 0.000 2 0.000 22:1 undifferentiated g 0.000 2 0.000 20:2 n-6 c,c g 0.000 2 0.000 Fatty acids, total pol yunsaturated g 0.032 0 0.000 18:2 undifferentiated g 0.028 2 0.000 18:3 undifferentiated g 0.005 2 0.000 18:4 g 0.000 2 0.000 20:3 undifferentiated g 0.000 2 0.000 20:4 undifferentiated g 0.000 2 0.000 20:5 n-3 (EPA) g 0.000 2 0.000 22:5 n-3 (DPA) g 0.000 2 0.000 22:6 n-3 (DHA) g 0.000 2 0.000 Chol esterol mg 0 0 0.000 Phytosterol s mg 14 0 0.000 Amino acids Tryptophan g 0.005 0 0.000 Threonine g 0.019 0 0.000 Isol eucine g 0.021 0 0.000 L eucine g 0.029 0 0.000 L ysine g 0.029 0 0.000 Methionine g 0.006 0 0.000 Cystine g 0.004 0 0.000 Phenyl al anine g 0.019 0 0.000 Tyrosine g 0.011 0 0.000 Val ine g 0.022 0 0.000 Arginine g 0.044 0 0.000 Histidine g 0.010 0 0.000 Al anine g 0.024 0 0.000 Aspartic acid g 0.041 0 0.000 Gl utamic acid g 0.196 0 0.000 Gl ycine g 0.024 0 0.000 Prol ine g 0.015 0 0.000 Serine g 0.020 0 0.000 Other Al cohol , ethyl g 0.0 0 0.000 Caffeine mg 0 0 0.000 Theobromine mg 0 0 0.000 top 5 Reference
https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/2222/cabbage-กะหล่ำปลี
น.ส.สุนิตรา ภูครองหิน กะหล่ำปลี (cabbage) เป็นผัก (vegetabl e) ซึ่งจัดเป็นผักตระกูลกะหล่ำ Brassicaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Brassica ol eracea L . var capitata การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวกะหล่ำปลี ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดในกะหล่ำปลี การแปรรูปกะหล่ำปลี คุณค่าทางโภชนาการของกะหล่ำปลี 1การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวกะหล่ำปลี การแช่เย็นผักและผลไม้ การแบ่งกลุ่มผักผลไม้ตามอุณหภูมิแช่เย็นและความชื้นสัมพัทธ์ อายุการเก็บเกี่ยวของกะหล่ำปลีตั้งแต่ปลูกจนถึงวันเก็บเกี่ยวขึ้นอยู่กับ ลักษณะของแต่ละพันธุ์ สำหรับพันธุ์เบาที่นิยมปลูกจะมีอายุประมาณ 50-60 วัน แต่พันธุ์หนักมีอายุถึง 120 วัน การเก็บเกี่ยว ควรเลือกหัวที่ห่อหัวแน่นและมีขนาดพอเหมาะ กะหล่ำปลีแต่ละหัวมีน้ำหนักประมาณ 2-3 กิโลกรัม หากปล่อยไว้นานหัวจะหลวมลง ทำให้คุณภาพของหัวกะหล่ำปลีลดลง การเก็บเกี่ยวควรใช้มีดตัดให้ใบนอกที่หุ้มหัวติดมาด้วย เพราะจะทำให้สามารถเก็บรักษาได้ตลอดวัน เมื่อตัดและขนออกนอกแปลงแล้วให้ตัดแต่งใบนอกออก เหลือเพียง 2-3 ใบ เพื่อป้องกันความเสียหายเนื่องจากการบรรจุและขนส่ง หลังจากนั้นคัดแยกขนาด แล้วบรรจุถุง การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวทุกขั้นตอน ต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดบาดแผล หรือกระทบกระแทกชอกช้ำ การคัดเลือก (sorting) เพื่อคัดเอากะหล่ำปลีเสียและผิดปกติ ไม่ได้ขนาด มีตำหนิ ออกให้หมด เป็นการป้องกันการแพร่กระจายของจุลินทรีย์ทั้งแบคทีเรีย และ รา จากผลที่เสียไปยังกะหล่ำปลีปกติ ซึ่งจุลินทรีย์จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นหากเกิดแผลเปิด หรือรอยช้ำบนผิวกะหล่ำปลี การลดอุณหภูมิเบื้องต้น (pre-cool ing) ตรวจสอบคุณภาพ เก็บรักษาในห้องเย็น (col d storage) ที่อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 98-100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อรอการขนส่ง กะหล่ำปลีมีอายุการเก็บรักษา 3-6 สัปดาห์ top 2 ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดในกะหล่ำปลี ที่มาhttp://www.acfs.go.th/standard/downl oad/residue_l imits.pdf มาตรฐานปริมาณสารพิษทางการเกษตรตกค้าง (pesticide residue) สูงสุดในกะหล่ำปลี วัตถุอันตรายทางการเกษตร (pesticides) ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุด (Maximum Residue L imits: MRL s) (มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) โพรฟีโนฟอส (profenofos) 1 เฟนวาเลอเรต (fenval erate) 3 มาลาไทออน (mal athion) 8 top 3 การแปรรูปกะหล่ำปลี top ซาวเคราท์ (Sauerkraut) 4 คุณค่าทางโภชนาการของกะหล่ำปลี ที่มาhttp://www.nal .usda.gov/fnic/foodcomp/search/ Cabbage, raw Refuse:20% (Outer l eaves and core) Scientific Name:Brassica ol eracea (Capitata Group) NDB No:11109 (Nutrient val ues and weights are for edibl e portion) NutrientUnitsVal ue per100 gramsNumberof DataPointsStd.Error Proximates Moisture content g 92.18 20 0.128 Cal orie kcal 25 0 0.000 Energy kJ 103 0 0.000 Protein g 1.28 4 0.097 Total l ipid (fat) g 0.10 13 0.015 Ash g 0.64 4 0.039 Carbohydrate, by difference g 5.80 0 0.000 dietary Fiber g 2.5 2 0.000 Sugars, total g 3.20 0 0.000 Sucrose g 0.08 11 0.005 Gl ucose (dextrose) g 1.67 11 0.042 Fructose g 1.45 11 0.029 L actose g 0.00 6 0.000 Mal tose g 0.01 9 0.009 Gal actose g 0.00 0 0.000 Starch g 0.00 1 0.000 Mineral s Cal cium, Ca mg 40 30 1.307 Iron, Fe mg 0.47 31 0.035 Magnesium, Mg mg 12 31 0.325 Phosphorus, P mg 26 30 0.657 Potassium, K mg 170 31 4.811 Sodium, Na mg 18 46 1.651 Zinc, Zn mg 0.18 31 0.009 Copper, Cu mg 0.019 31 0.002 Manganese, Mn mg 0.160 31 0.012 Fl uoride, F mcg 1.0 9 0.000 Sel enium, Se mcg 0.3 20 0.174 Vitamins Vitamin C, total ascorbic acid mg 36.6 4 3.388 Thiamin mg 0.061 4 0.007 Ribofl avin mg 0.040 4 0.002 Niacin mg 0.234 4 0.069 Pantothenic acid mg 0.212 4 0.008 Vitamin B-6 mg 0.124 4 0.020 Fol ate, total mcg 43 19 7.223 Fol ic acid mcg 0 0 0.000 Fol ate, food mcg 43 19 7.223 Fol ate, DFE mcg_DFE 43 0 0.000 Chol ine, total mg 10.7 0 0.000 Betaine mg 0.4 1 0.000 Vitamin B-12 mcg 0.00 0 0.000 Vitamin B-12, added mcg 0.00 0 0.000 Vitamin A, RAE mcg_RAE 5 0 0.000 Retinol mcg 0 0 0.000 Carotene, beta mcg 42 25 0.860 Carotene, al pha mcg 33 3 0.000 Cryptoxanthin, beta mcg 0 3 0.000 Vitamin A, IU IU 98 0 0.000 L ycopene mcg 0 1 0.000 L utein + zeaxanthin mcg 30 22 10.455 Vitamin E (al pha-tocopherol ) mg 0.15 9 0.019 Vitamin E, added mg 0.00 0 0.000 Tocopherol , beta mg 0.00 9 0.000 Tocopherol , gamma mg 0.00 9 0.000 Tocopherol , del ta mg 0.00 9 0.000 Vitamin D (D2 + D3) mcg 0.0 0 0.000 Vitamin D IU 0 0 0.000 Vitamin K (phyl l oquinone) mcg 76.0 11 6.028 Dihydrophyl l oquinone mcg 0.0 4 0.000 L ipids Fatty acids, total saturated g 0.034 0 0.000 4:0 g 0.000 0 0.000 6:0 g 0.000 0 0.000 8:0 g 0.000 1 0.000 10:0 g 0.000 1 0.000 12:0 g 0.000 1 0.000 14:0 g 0.000 1 0.000 15:0 g 0.000 1 0.000 16:0 g 0.034 1 0.000 17:0 g 0.000 1 0.000 18:0 g 0.000 1 0.000 20:0 g 0.000 1 0.000 22:0 g 0.000 1 0.000 24:0 g 0.000 1 0.000 Fatty acids, total monounsaturated g 0.017 0 0.000 14:1 g 0.000 1 0.000 15:1 g 0.000 1 0.000 16:1 undifferentiated g 0.000 1 0.000 17:1 g 0.000 1 0.000 18:1 undifferentiated g 0.017 1 0.000 20:1 g 0.000 1 0.000 22:1 undifferentiated g 0.000 1 0.000 20:2 n-6 c,c g 0.000 1 0.000 Fatty acids, total pol yunsaturated g 0.017 0 0.000 18:2 undifferentiated g 0.017 1 0.000 18:3 undifferentiated g 0.000 1 0.000 18:4 g 0.000 1 0.000 20:3 undifferentiated g 0.000 1 0.000 20:4 undifferentiated g 0.000 1 0.000 20:5 n-3 (EPA) g 0.000 1 0.000 22:5 n-3 (DPA) g 0.000 1 0.000 22:6 n-3 (DHA) g 0.000 1 0.000 Chol esterol mg 0 0 0.000 Phytosterol s mg 11 1 0.000 Amino acids Tryptophan g 0.011 0 0.000 Threonine g 0.035 0 0.000 Isol eucine g 0.030 0 0.000 L eucine g 0.041 0 0.000 L ysine g 0.044 0 0.000 Methionine g 0.012 0 0.000 Cystine g 0.011 0 0.000 Phenyl al anine g 0.032 0 0.000 Tyrosine g 0.019 0 0.000 Val ine g 0.042 0 0.000 Arginine g 0.075 0 0.000 Histidine g 0.022 0 0.000 Al anine g 0.042 0 0.000 Aspartic acid g 0.122 0 0.000 Gl utamic acid g 0.294 0 0.000 Gl ycine g 0.030 0 0.000 Prol ine g 0.048 0 0.000 Serine g 0.053 0 0.000 Other Al cohol , ethyl g 0.0 0 0.000 Caffeine mg 0 0 0.000 Theobromine mg 0 0 0.000 top 5 Reference http://web.ku.ac.th/agri/cabbage/cab7.htm
https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/2217/scallion-ต้นหอม
น.ส.สุธาทิพย์ วนิชชากร ต้นหอม (scal l ions อาจเรียกว่า green onions, spring onions, sal ad onions, green shal l ots, onion sticks หรือ siobhes) เป็นผัก (vegetabl e) ในตระกูล Al l iaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Al l ium fistul osum L . การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวต้นหอม ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดในต้นหอม การใช้ประโยชน์จากต้นหอม คุณค่าทางอาหารของต้นหอม 1การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวต้นหอม การแช่เย็นผักและผลไม้ การแบ่งกลุ่มผักผลไม้ตามอุณหภูมิแช่เย็นและความชื้นสัมพัทธ์ ต้นหอมหลังการเก็บเกี่ยวจะถูกบรรจุใส่ภาชนะ แล้วลำเลียงไปยังแหล่งคัดบรรจุ การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวทุกขั้นตอน ต้องกระทำด้วยความระมัดระวังไม่ให้เกิดบาดแผล หรือกระทบกระแทกชอกช้ำ การคัดเลือก (sorting) เพื่อคัดเอาต้นและใบเสีย ช้ำและผิดปกติ ไม่ได้ขนาด มีตำหนิ ออกให้หมด เป็นการป้องกันการแพร่กระจายของจุลินทรีย์ทั้งแบคทีเรียและรา จากต้นที่เน่าเสียไปยังต้นปกติ ซึ่งจุลินทรีย์จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นหากเกิดแผลเปิด หรือรอยช้ำบนผิวต้นหอม การล้างทำความสะอาด การลดอุณหภูมิเบื้องต้น (pre-cool ing) ตรวจสอบคุณภาพ เก็บรักษาในห้องเย็น (col d storage) ที่อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียสความชื้นสัมพัทธ์95-100 เปอร์เซ็นต์เพื่อรอการขนส่ง top 2 ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดในต้นหอม ที่มา http://www.acfs.go.th/standard/downl oad/residue_l imits.pdf มาตรฐานปริมาณสารพิษทางการเกษตรตกค้าง (pesticide residue) สูงสุดในต้นหอม วัตถุอันตรายทางการเกษตร (pesticides) ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุด (Maximum Residue L imits: MRL s) (มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) คาร์เบนดาซิม / เบโนมิล (carbendazim/benomyl ) 3 2,4 ดี (2,4-D) 0.05 เดลทาเมทริน (del tamethrin) 0.5 ไดไทโอคาร์บาเมต (dithiocarbamates) */ 10 โพรฟิโนฟอส (profenofos) 0.05 โฟซาโลน (phosal one) 1 มาลาไทออน (mal athion) 5 */ วัตถุอันตรายทางการเกษตรกลุ่มไดไทโอคาร์บาเมต ได้แก่ ไซเนบ (zineb, ไทแรม (thiram), โพรพิเนบ (propineb), มาเนบ (maneb) และแมนโคเซบ (mancozeb) top 3 การใช้ประโยชน์จากต้นหอม ต้นหอมใช้รับประทานสด หรือใช้ในการปรุงอาหาร โดยใช้เป็นผักโรย เช่น แกงจืด ผัด ซุป ก๋วยเตี๋ยว ทาโคะยากิดโดยหั่น เป็นฝอย หรือหั่นเป็นท่อนยาว ต้นหอมอบแห้งเป็นอาหารแห้ง (dried food) ใช้ผสมในเครื่องปรุงรส เช่น ผงปรุงรสในบะหมีสำเร็จรูป (instant noodl e) ได้จากการนำต้นหอม มาทำการแปรรูป โดย ล้างทำความสะอาด หั่นเป็นท่อนสั้น แล้วทำแห้ง (dehydration) มักใช้การทำแห้งด้วยตู้อบลมร้อน (tray drier) เพื่อลดความชื้น และลด water activity top 4 คุณค่าทางโภชนาการของต้นหอม ที่มา http://www.nal .usda.gov/fnic/foodcomp/search/ Onions, wel sh, raw Refuse:35% (L eaf tops and roots) Scientific Name:Al l ium fistul osumNDB No:11293 (Nutrient val ues and weights are for edibl e portion) NutrientUnitsVal ue per100 grams Proximates Moisture content g 90.50 0 Cal ories kcal 34 0 Energy kJ 142 0 Protein g 1.90 0 Total l ipid (fat) g 0.40 0 Ash g 0.70 0 Carbohydrate, by difference g 6.50 0 Mineral s Cal cium, Ca mg 18 0 Iron, Fe mg 1.22 0 Magnesium, Mg mg 23 0 Phosphorus, P mg 49 0 Potassium, K mg 212 0 Sodium, Na mg 17 0 Zinc, Zn mg 0.52 0 Copper, Cu mg 0.070 0 Manganese, Mn mg 0.137 0 Sel enium, Se mcg 0.6 0 Vitamins Vitamin C, total ascorbic acid mg 27.0 0 Thiamin mg 0.050 0 Ribofl avin mg 0.090 0 Niacin mg 0.400 0 Pantothenic acid mg 0.169 0 Vitamin B-6 mg 0.072 0 Fol ate, total mcg 16 0 Fol ic acid mcg 0 0 Fol ate, food mcg 16 0 Fol ate, DFE mcg_DFE 16 0 Vitamin B-12 mcg 0.00 0 Vitamin A, RAE mcg_RAE 58 0 Retinol mcg 0 0 Vitamin A, IU IU 1160 0 Vitamin D (D2 + D3) mcg 0.0 0 Vitamin D IU 0 0 L ipids Fatty acids, total saturated g 0.067 0 14:0 g 0.002 0 16:0 g 0.060 0 18:0 g 0.005 0 Fatty acids, total monounsaturated g 0.056 0 18:1 undifferentiated g 0.056 0 Fatty acids, total pol yunsaturated g 0.156 0 18:2 undifferentiated g 0.148 0 18:3 undifferentiated g 0.008 0 Chol esterol mg 0 0 Amino acids Tryptophan g 0.021 0 Threonine g 0.074 0 Isol eucine g 0.081 0 L eucine g 0.113 0 L ysine g 0.095 0 Methionine g 0.021 0 Phenyl al anine g 0.061 0 Tyrosine g 0.055 0 Val ine g 0.084 0 Arginine g 0.137 0 Histidine g 0.033 0 Al anine g 0.086 0 Aspartic acid g 0.176 0 Gl utamic acid g 0.393 0 Gl ycine g 0.094 0 Prol ine g 0.126 0 Serine g 0.086 0 top 5 Reference
https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/2960/positive-list-system
Positive L ist System คือ ระบบควบคุมปริมาณสารเคมีที่ใช้ในการเกษตร ซึ่งอาจตกค้างในสินค้าอาหารครอบคลุมถึงยาฆ่าแมลง สิ่งปรุงแต่งในอาหารสัตว์ และยารักษาโรคสำหรับสัตว์ กำหนดขึ้นโดยกระทรวงสาธารณสุขแรงงาน และสวัสดิการ (Ministry of Heal th, L abour and Wel fare : MHL W) ของญี่ปุ่น เพื่อความปลอดภัยทางอาหาร ภายใต้กฎหมายว่าด้วยสุขอนามัยอาหาร (Food Sanitation L aw) Positive L ist System มีความสำคัญยิ่งต่อการส่งออกสินค้าอาหารไปประเทศญี่ปุ่น เพราะหากไม่ปฏิบัติตาม ผู้ส่งออกอาจได้รับความเสียหายจากการที่สินค้าถูกปฏิเสธการนำเข้า ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2549 มีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้ ข้อกำหนดภายใต้ Positive L ist System ประกอบด้วยเงื่อนไขต่างๆ ที่สำคัญ ได้แก่ สารเคมีทางการเกษตรและสารปฏิชีวนะที่ไม่อนุญาติให้ใช้ มีสารเคมี 15 รายการ ที่ระบบ Positive L ist ไม่อนุญาตให้ใช้ ได้แก่ 2, 4, 5- T ,Azocycl otin and cyhexatin, Amitrol , Captafol , Carbadox, Coumaphos, Chl oramphenicol , Chl orpromazine, Diethyl stil bestrol , Dimetridazol e, Daminozide, Nitrofuran, Propham, Metronidazol e, Ronidazol e สารเคมีทางการเกษตร สารเพิ่มเติมในอาหารสัตว์และยาสัตว์ ที่อนุญาติให้ใช้ ที่มา : นฤมลคงทน Positive L ist System ระเบียบใหม่ของญี่ปุ่นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง สารที่มีการกำหนดค่า ML Rs (Uniform L imit) กฏระเบียบที่ใช้เดิม กำหนดระดับของสารตกค้างที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบหรือไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพกำหนดปริมาณสูงสุดที่สามารถมีได้ (Maximum Residue L imits : MRL s) สำหรับสารตกค้างจำนวน 283 รายการ กฏระเบียบใหม่ตามระบบ positive l ist มีความเข้มงวดมากขึ้น มีสารเคมีถึง 758 รายการจาก 799 รายการที่ญี่ปุ่นกำหนดค่ามาตรฐาน MRL s โดยอ้างอิงจากข้อมูลค่ามาตรฐาน Codex และค่ามาตรฐานของประเทศต่างๆ 5 ประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่กำหนดค่ามาตรฐานโดยการอ้างอิงผลการศึกษาด้านพิษวิทยาที่มีคุณภาพและมาตรฐานของขั้นตอนการศึกษาเทียบเท่ากับวิธีการของ Codex สารเคมีที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ (exempted substances) คือ สารเคมีที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องกำหนด MRL s เนื่องจากไม่ก่อให้เกิดผลกระทบหรือไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แม้ตกค้างในสินค้าอาหารเป็นปริมาณเท่าใดก็ตาม ทั้งนี้ สารเคมีที่เข้าข่ายยกเว้นดังกล่าวขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์สำคัญ คือ ต้องเป็นสารเคมีที่ไม่มีการกำหนดปริมาณที่บริโภคได้ในแต่ละวันไว้ (Acceptabl e Dail y Intakes : ADI) รวมทั้งไม่มีการประกาศห้ามใช้ในประเทศอื่นๆ มีจำนวนทั้งสิ้น 65 รายการ คือ ลำดับ สารที่อนุญาตให้ใช้และไม่กำหนดค่า MRL s ลำดับ สารที่อนุญาตให้ใช้และไม่กำหนดค่า MRL s 1 Zinc 33 Sorbic acid 2 Azadirachtin 34 Thiamine 3 Ascorbic acid 35 Tyrosine 4 Astaxanthin 36 Iron 5 Asparagine 37 Copper 6 beta-apo-8' - carotene acid ethyl ester 38 Paprika col oring 7 Al anine 39 Tocopherol 8 Al l icin 40 Niacin 9 Arginine 41 Neem oil 10 Ammonium 42 L actic acid 11 Sul fur 43 Urea 12 Inositol 44 Paraffin 13 Potassium 45 Barium 14 Cal cium 46 Val ine 15 Cal ciferol 47 Pantothenic acid 16 beta Carotene 48 Biotin 17 Citric acid 49 Histidine 18 Gl ycine 50 Hydroxypropyl starch 19 Gl utamine 51 Pyridoxine 20 Chl orel l a extracts 52 Propyl ene gl ycol 21 Chl orine 53 Magnesium 22 Ol eic acid 54 Machine oil 23 Sil icon 55 Marigol d col oring 24 Diatomaceous earth 56 Mineral oil 25 Cinnamic al dehyde 57 Methionine 26 Cobal amin 58 Menadione 27 Chol ine 59 Fol ic acid 28 Shiitake mycel ia extracts 60 Iodine 29 Sodium bicarbonate 61 Ribofl avin 30 Tartaric acid 62 L ecithin 31 Serine 63 Retinol 32 Sel enium 64 L eucine 65 Wax นอกจากนั้นสารที่ไม่อยู่ใน 799 รายการและไม่อยู่ในรายการสาร 65 ชนิดที่ปลอดภัย จะถูกกำหนดให้ใช้ค่า MRL s (Uniform L imited) ที่ระดับ 0.01 ppm (parts per mil l ion) ซึ่งเป็นระดับที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบ หรือไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ผลกระทบที่มีต่อการส่งออกสินค้าอาหารของไทย สินค้าอาหารของไทยที่ได้รับผลกระทบจากการนำ Positive L ist System มาใช้ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ผลิตจากวัตถุดิบทางการเกษตรที่ใช้สารเคมีดังกล่าวในปริมาณค่อนข้างมาก ระหว่างขั้นตอนการเพาะปลูกหรือเพาะเลี้ยง รวมถึงขั้นตอนการถนอมรักษา อาทิ ผักสดแช่เย็นและแช่เยือกแข็ง ผักกระป๋องและแปรรูป ผลไม้กระป๋องและแปรรูป และสินค้าประมง นอกจากนี้ ยังมีสินค้าอาหารบางประเภทโดยเฉพาะข้าวและผลิตภัณฑ์ ซึ่งผู้ส่งออกไทยต้องเพิ่มความระมัดระวังและเข้มงวดยิ่งขึ้นในประเด็นของสารตกค้าง เนื่องจากข้าวเป็นสินค้าอ่อนไหวของญี่ปุ่น จึงเป็นที่จับตามองเป็นพิเศษ ทั้งนี้ หลังจากที่ Positive L ist System มีผลบังคับใช้ หากสินค้าอาหารส่งออกจากประเทศใดถูกตรวจพบว่ามีสารเคมีตกค้างเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ สินค้าอาหารนั้นจะถูกห้ามนำเข้าไปจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น และอาจส่งผลให้สินค้าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องถูกระงับการนำเข้าเป็นการชั่วคราวด้วย โดยผู้ส่งออกต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดจากการปฏิเสธการนำเข้าของญี่ปุ่น ดังนั้น ผู้ส่งออกไทยจึงควรตื่นตัวและทำความเข้าใจกับมาตรการใหม่ที่ญี่ปุ่นนำมาใช้ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับการส่งออก แต่ยังเป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่สินค้าไทยอีกทางหนึ่งด้วย ที่มา นฤมลคงทน Positive L ist System ระเบียบใหม่ของญี่ปุ่นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย กรกฎาคม 2549
https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/6194/แนวข้อสอบเรื่องโปรตีน-ตอน-1
1 ข้อใดผิดเกี่ยวกับ โปรตีน ก. โปรตีนคือพอลิเพปไทด์ (pol ypeptide) ข. โปรตีนเป็นไบโอพอลิเมอร์ของกรดแอมิโนที่เชื่อมต่อกันด้วยพันธะไฮโดรเจน ค. ชนิด ลำดับ และจำนวนของ กรดแอมิโน ที่มาเชื่อมต่อกันทำให้เกิดโปรตีนชนิดต่างๆได้มากมายหลายชนิด ง. โปรตีนประกอบด้วยธาตุหลักคือ คาร์บอน ออกซิเจน ไฮโดรเจน ไนโตรเจน กำมะถัน จ. ก และ ง 2. ข้อใดผิดเกี่ยวกับโปรตีน ก. โปรตีนเป็นโครงสร้างหลักของร่างกายมนุษย์ มีมากเป็นอันดับสองรองจากน้ำ ข. โปรตีน 1 กรัมให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี ค. โปรตีนทุกชนิด คือ เอนไซม์ (enzyme) ง. โปรตีน คือโครงสร้างส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อ ผิวหนัง ผม ขน เส้นเอ็น พังผึด ของมนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จ. ข้อ ก และ ค 3. ข้อใดมีอาหารที่ไม่ใช่แหล่งของโปรตีน ก. เนื้อสัตว์ ไข่ขาว น้ำนม ข.เต้าหู้ มิโซะ (miso) โยเกิร์ต ค. เนยแข็ง วุ้นเส้น ปลาทูน่า ง. มาการีน ถั่วเหลือง มะพร้าว จ. ข้อ ค และ ง 4 กรดแอมิโนที่มีขนาดเล็กที่สุดคือ ก. ไกลซีน (gl ycine) ข. กลูตามีน (gl utamine) ค. แอสพาราจีน (asparagine) ง. ทรีโอนีน (threonine) จ. ลิวซีน (l eucine) 5. กรดแอมิโนที่ชอบน้ำมีลักษณะอย่างไร ก. เป็นกรดแอมิโนที่เป็นกรด ข. เป็นกรดแอมิโนที่เป็นด่าง ค. เป็นกรดแอมิโนที่มีขั้ว ง. เป็นกรดแอมิโนที่มีประจุ จ. ถูกทุกข้อ 6 ข้อใดเป็นลักษณะสำคัญของกรดแอสพาร์ติก (aspartic acid) คือ ก. ไม่ชอบน้ำ ไม่ละลายในน้ำ ข. เป็นกรดแอมิโนที่ไม่จำเป็นต่อร่างกาย (non essential amino acid) ค. เป็นส่วนประกอบสำคัญของแอสพาเทม (aspartame) ง. เป็นกรดแอมิโนที่เป็นกรด จ. ข้อ ค และ ง 7. ข้อใดผิดเกี่ยวกับ แอสพาเทม (aspartame) ก. สารให้ความหวาน (sweetener) ที่ใช้แทนน้ำตาล ข. ใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหาร (food additive) ค. เป็นส่วนผสมของอาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ง. มีความหวานสัมพัทธ์ (rel ative sweetness) 120-200 จ. เป็นคาร์โบไฮเดรต 8. ข้อใดที่กรดแอมิโนทุกชนิดที่มีกำมะถันเป็นองค์ประกอบ ก. ไลซีน (l ysine) ไกลซีน (gl ycine) ซีสเตอีน (cysteine) ข. ฮิสทิดีน (histidine) อาร์จินีน (arginine ) กรดแอสพาติก (aspartic acid) ค. โพรลีน (prol ine) อะลานีน (al anine) วาลีน (val ine) ง. ซิสเตอีน (cysteine) เมไทโอนีน (methionine) ซีสตีน (cystine) จ. ไม่มีข้อใดถูก 9. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ branched-chain amino acid ก. กรดแอมิโน (amino acid) ที่มีหมู่ R เป็น กลุ่มไฮโดรคาร์บอนที่เป็นสายยาว ข. เป็นกรดแอมิโนที่ชอบน้ำ ค. ได้แก่ l eucine, isol eucine และ val ine ง. เป็นกรดแอมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย (essential amino acid) จ. จำเป็นต่อการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ สำหรับนักเพาะกาย 10 ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. l imiting amino acid หมายถึง กรดแอมิโนซึ่งเป็นกรดแอมิโนที่จำเป็นที่ขาดในอาหารบางชนิด ข. ถั่วเหลืองขาดซิสเตอีน (cysteine) ส่วนข้าวโพด ข้าว และ ข้าวสาลี ขาดไลซีน (l ysine) ค. ไข่ เนื้อสัตว์ น้ำนม มีกรดแอมิโนที่จำเป็น (essential amino acid) ครบทุกชนิด ง. การทานเจโดยรับประทานถั่วเมล็ดแห้ง และเมล็ดธัญพืชที่หลากหลายชนิดช่วยทำให้ได้กรดแอมิโนที่จำเป็นเทียบเท่าโปรตีนจากสัตว์ จ. ถูกทุกข้อ 11. ข้อใดผิดเกี่ยวกับกรดแอมิโนที่เป็นกรด ก. เป็นกรดแอมิโนที่ชอบน้ำ ข. เป็นกรดแอมิโนมีหมู่คาร์บอกซิล (COOH) มากกว่า 1 หมู่ ค. ทุกชนิดเป็นกรดแอโนที่จำเป็นต่อร่างกาย ง. ได้แก่ กรดแอสพาร์ติก (aspartic acid) กรดกลูตามิก (gl utamic acid) จ. เป็นกรดแอมิโนที่มีประจุเป็นลบ 12. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของกรดกลูตามิก (gl utamic acid) ก. เป็นกรดแอมิโนที่เป็นกรด ข. ชอบน้ำมากละลายในน้ำได้ดี ค. มีความสัมพันธ์กับรสอูมามิ (umami) ง. พบมากในสาหร่าย มะเขือเทศ หอยเชลล์ จ. เป็นกรดแอมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย (essential amino acid) 13. ข้อใดผิดเกี่ยวกับกรดแอมิโนที่เป็นด่าง ก. เป็นกรดแอมิโนที่ชอบน้ำมาก ละลายในน้ำได้ดี ข. เป็นกรดแอมิโนที่มีประจุเป็นบวก ค. ทุกชนิดเป็นกรดแอมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย ง หมู่ R มีหมู่ amine (-NH2) ได้แก่ l ysine, arginine หรือ histidine จ. ถูกทุกข้อ (ไม่มีข้อผิด) 14. ข้อใดผิดเกี่ยวกับฮิสทิดีน (histidine) ก. เป็นกรดแอมิโนที่จำเป็น (essential amino acid) ข.เป็นกรดแอมิโนที่เป็นเบส หมู่ R มีหมู่ amine (-NH2) ค. เป็นกรดแอมิโนที่มีประจุลบ ละลายในน้ำได้ดีมาก ง. เป็นสารตั้งต้นของฮิสทามีน (histamine) จ. พบมากในอาหารทะเล 15 ข้อใดผิดเกี่ยวกับฮิสทามีน (histamine) ก. สารเอมีนที่จะสร้างและหลั่งออกมาเมื่อเกิดอาการแพ้ ข. เป็นอันตรายในอาหาร (food hazard) ประเภทอันตรายทางชีวภาพ ค. อาจเรียกว่า สคอมโบรทอกซิน (scombrotoxin) ง. อาการพิษที่เกิดขึ้น ได้แก่ ปวดศีรษะ หน้าแดง ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกมาก เป็นตะคริว และท้องร่วง จ. ไม่ถูกทำลายด้วยความร้อนระหว่างการหุงต้ม 16. ข้อใดเป็นแหล่งอาหารที่มีโอกาสพบฮิสทามีน (histamine) ก. พบในปลาทะเลและอาหารทะเลที่เน่าเสียเนื่องจากจุลินทรีย์ (microbial spoil age) ข. ไวน์แดง ค. น้ำปลา ง. เนยแข็ง จ. ถูกทุกข้อ 17 ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของโพรลีน (prol ine) ก. เป็นกรดแอมิโนที่ไม่มีขั้ว ข. เป็นกรดแอมิโนที่ไม่ชอบน้ำ ค. เป็นกรดแอมิโนที่เป็นส่วนประกอบหลักของคอลลาเจน (col l agen) ง. เป็นกรดแอมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย (essential amino acid) จ. ถูกทุกข้อ 18. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ acryl amide ก. เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างกรดแอมิโนแอสพาราจีน (asparagine) และน้ำตาลรีดิวซ์ (reducing sugar) ข. เป็นสารก่อมะเร็งในสัตว์ทดลองและมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดมะเร็งในมนุษย์ ค. จัดเป็นอันตรายทางเคมี (chemical hazard) ง. พบในอาหารที่มีความชื้นต่ำ ทำให้สุกด้วยความร้อนสูงกว่า 120 องศาเซลเซียสเช่น การทอด (frying) การอบ (baking) เช่น มันฝรั่งทอดกรอบ จ. ถูกทุกข้อ 19 ปลาในตระกูล Scombridae และ Scomberosocidae ก. มีกรดแอมิโนฮิสทิดีน (histidine) สูง ข. มีโอกาสเกิด scombrotoxin เนื่องจากฮิสทามีน (histamine) ค. ได้แก่ ปลาทูน่า (tuna) ปลาซาร์ดีน (sardine) ปลาแมกเคอเรล (mackerel ) ง. ข้อ ก และ ข จ. ถูกทุกข้อ 20. ข้อใดผิดเกี่ยวกับซีสเตอีน (cysteine) ก. เป็นกรดแอมิโนที่มีกัมมะถันเป็นองค์ประกอบ ข. เป็นกรดแอมิโนที่เป็นกลาง ที่มีหมู่ R มีขั้วชอบน้ำ ค. ซิสเตอีน 2 โมเลกุลรวมตัวกันด้วยพันธะไดซัลไฟด์ (S-S : disul fide bond) ได้เป็นโมเลกุลของซีสตีน (cystine) ง. เป็นกรดแอมิโนที่ไม่จำเป็น (non essential amino acid) ที่ร่างกายสร้างเองได้จาก methionine จ. ถูกทุกข้อ ต่อ แนวข้อสอบเรื่องโปรตีน ตอน 2
https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/1973/ปลาหมึก
ปลาหมึก หรือ หมึก คือ สัตว์น้ำเค็มที่ไม่มีกระดูกสันหลัง จัดอยู่พวกมอลลัส (mol l uscs) ซึ่งเป็นสัตว์ในไฟลัมมอลลัสกา (mol l usca) ซึ่งเป็นไฟลัมเดียวกับหอยปลาหมึกเป็นสัตว์ ที่มีวิวัฒนาการมากที่สุดในไฟลัมนี้ เป็นอาหารทะเล (seafood) ที่นิยมบริโภคทั่วไป ประเภทของหมึก 1. หมึกกระดอง (Cuttl efish, Rainbow Cuttl efish) ชื่อวิทยาศาสตร์ Sepia brevimana, Sepia pharaonis ลักษณะทั่วไปของหมึกกระดอง หมึกกระดองมีลำตัวเป็นถุงรูปไข่ มีแผ่นกล้ามเนื้อคลุมลำตัวคือ ครีบ เป็นอวัยวะที่ใช้ในการพยุงตัว ทำให้เคลื่อนไหวในน้ำได้อย่างรวดเร็ว ลำตัวเป็นกล้ามเนื้อมีลักษณะเป็นแผ่นเนื้อหนาหุ้มห่ออวัยวะภายใน กระดองรูปคล้ายใบหอกที่ เรียกว่า ลิ้นทะเล หัวมีนัยน์ตาขนาดใหญ่ มีหนวดสั้น 4 คู่ และหนวดยาว 1คู่ ปลายของหนวดแต่ละเส้นมีอวัยวะดูดใช้ในการจับอาหาร ถิ่นอาศัย หากินอยู่ในบริเวณผิวน้ำในเวลากลางคืน พบทั่วไปในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน 2. หมึกหอม / หมึกตะเภา (Soft Cuttl efish) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sepioteuthis l essoniana ลำตัวเป็นรูปทรงกระบอก ครีบหรือแผ่นข้างตัวทั้งสองด้าน มีลักษณะกว้างและแบน ยาวเกือบตลอดลำตัวคล้ายมึงกระดอง ต่างกันที่กระดองของหมึกหอมจะเป็นแผ่นใสดูบาง เห็นเส้นกระดองได้ชัดเจน หนวดรอบปากมี 10 เส้น เป็นแขน 8 เส้น มีหนวดคู่ยาว 2 เส้น ลำตัวใส มีสีน้ำตาลอมแดง ประเป็นจุด นัยน์ตาสีเขียว ตัวผู้จะมีขนาดยาวและเรียวกว่าตัวเมีย ถิ่นอาศัย รวมกลุ่มอยู่เป็นหมู่ ทั้งในบริเวณผิวน้ำยังถึงพื้นทะเล 3.หมึกยักษ์หรือหมึกสาย (Octopus) ชื่อวิทยาศาสตร์ Octopus membranaceous ลักษณะทั่วไปของหมึกสาย หมึกชนิดนี้มีรูปร่างผิดกับหมึกชนิดอื่น คือ ลำตัวกลมคล้ายลูกโป่ง ไม่มีครีบ ไม่มีกระดอง มีหนวด 8 เส้น แต่ละเส้นมีความยาวใกล้เคียงกันโคนหนวดแต่ละเส้นมีแผ่นหนังเชื่อมติดกัน ด้านในของหนวดทุกเส้นมีปุ่มดูดเรียงกันเป็นสองแถวสำหรับจับสัตว์กินเป็นอาหาร ลำตัวสีเทาอมดำหรือสีน้ำตาลอ่อน ด้านท้องสีขาว หมึกสายเป็นสัตว์ที่เคลื่อนไวค่อนข้างช้า ถิ่นอาศัย ซ่อนตัวอยู่ตามพื้นที่เป็นโคลนหรือโคลนปนทราย พบตามชายฝั่งทะเลทั่วไป 4.หมึกกล้วย (Squid / Spl endid Squid) ชื่อวิทยาศาสตร์ : L ol igo spp. L ol igo formosana ลักษณะทั่วไปของหมึกกล้วย รูปร่างยาวเรียว ลำตัวกลม ครีบเป็นรูปสามเหลี่ยมอยู่ทางด้านซ้าย มีหนวดสั้น 4 คู่ และหนวดยาว 1 คู่ ปุ่มดูดที่อยู่บนหนวดเปลี่ยนรูปเป็นขนสั้นๆ เพื่อใช้ในการสืบพันธุ์ ถิ่นอาศัย หากินอยู่ในบริเวณผิวน้ำในเวลากลางคืน พบทั่วไปในอ่าวไทยและเวลากลางวันจะรบอยู่ตามหน้าดิน ที่มา: http://www.acfs.go.th/datakm/standard/downl oad/pl ameuk.pdf การแปรรูปปลาหมึก ผลิตภัณฑ์อาหารจากปลาหมึก ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากหมึก 1. บรรจุกระป๋อง (canning) 2.แช่เยือกแข็ง (freezing) 3.ปลาหมึกแห้ง (dehydration) 4.ปลาหมึกทอด (frying) ปลาหมึกสดแต่ละชนิดมี 8 แบบ ได้แก่ ปลาหมึกทั้งตัว (whol e round) ได้แก่ ปลาหมึกที่มีอวัยวะครบตามธรรมชาติ ปลาหมึกลอกขาว (whol e cl eaned) ได้แก่ ปลาหมึกทั้งตัวที่ลอกหนังเอาส่วนตา ปาก และอวัยวะภายในออกทั้งหมด ปลาหมึกหลอด (tube) ได้แก่ ปลาหมึกที่ลอกหนัง ชักไส้ เอาหัวและกระดองหรือแผ่นไคทินออกเอาปีกออกหรือไม่ก็ได้ ปลาหมึกแผ่น (fil l et) ได้แก่ ปลาหมึกหลอด เอาปีกออกหรือไม่ก็ได้ ผ่าตามความยาวตลอดลำตัว หัวปลาหมึก (head) ได้แก่ ส่วนหัวที่มีหนวดของปลาหมึกที่เอาตา ปาก และถุงหมึกออก ทั้งนี้ปลาหมึกวงศ์ โลลิจินิดี และซิปิไอดิ (ปลาหมึกกล้วย ปลาหมึกกระดอง และปลาหมึกหอม) อาจเรียกว่า หนวดปลาหมึก ปีกปลาหมึก (wing) ได้แก่ อวัยวะส่วนนอก มีลักษณะเป็นแผ่น 2 ข้าง อยู่ติดกับด้านปลายแหลมของตัวปลาหมึก ปลาหมึกสายเอาถุงหมึกออก (octopus ink off) ได้แก่ ปลาหมึกสายที่เอาเฉพาะถุงหมึกออก ปลาหมึกสายชักไส้ (octopus gutted) ได้แก่ ปลาหมึกสายที่เอาอวัยวะภายในทั้งหมดออก จะเอาปากและตาออกหรือไม่ก็ได้ ข้อกำหนดทั่วไปของคุณภาพปลาหมึก (มกอช. 7005-2548 ) 1. เป็นปลาหมึกที่สด มีลักษณะสมบูรณ์ตามชนิดและแบบ 2. มีสีปกติตามธรรมชาติ 3. ไม่มีตำหนิที่เห็นได้ชัดเจน 4. มีกลิ่นคาวเล็กน้อย แต่ไม่มีกลิ่นจากการเน่าเสีย (microbial spoil age) หรือกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ (off fl avour) 5. ไม่มีสิ่งแปลกปลอมซึ่งไม่ใช่ส่วนของปลาหมึก เมื่อตรวจสอบด้วยสายตา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงข้อบกพร่องจากการปฏิบัติที่ไม่ถูกสุขลักษณะ สุขลักษณะ การจับปลาหมึก การดูแลรักษาปลาหมึกหลังการจับ และการขนส่งปลาหมึก ต้องปฏิบัติอย่างถูกสุขลักษณะ เพื่อป้องกันการเสื่อมคุณภาพของปลาหมึกและการปนเปื้อนที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค จุลินทรีย์ต้องไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนดดังต่อไปนี้ จุลินทรีย์ที่มีชีวิตทั้งหมด (total viabl e count) ต้องมีจำนวนไม่เกิน 106 โคโลนี (col ony) ต่อตัวอย่าง 1กรัม ของเนื้อปลาหมึก แต่ยอมให้มีจุลินทรีย์ที่มีชีวิตอยู่ในระหว่าง 106 ถึง 107 โคโลนี ได้ไม่เกิน 3 ตัวอย่าง ใน 5 ตัวอย่าง เอสเคอริเคีย โคไล (Escherichia col i) ค่า Most Probabl e Number (MPN) ต้องไม่เกิน 11 ต่อตัวอย่าง 1กรัม ของเนื้อปลาหมึก แต่ยอมให้มีค่า MPN อยู่ในระหว่าง 11-500 ต่อตัวอย่าง 1กรัม ของเนื้อปลาหมึก ได้ไม่เกิน 3 ตัวอย่าง ใน 5 ตัวอย่าง สตาฟิโลคอกคัส ออเรียส (Staphyl ococus aureus) ต้องมีจำนวนไม่เกิน 103 โคโลนีต่อตัวอย่าง 1กรัม ของเนื้อปลาหมึก แต่ยอมให้มีจำนวนจุลินทรีย์อยู่ในระหว่าง 103 โคโลนี ถึง 104 โคโลนีต่อตัวอย่าง 1กรัม ของเนื้อปลาหมึกได้ไม่เกิน 2 ตัวอย่างใน 5 ตัวอย่าง แชลโมเนลลา (Sal monel l a spp.) ต้องไม่พบในตัวอย่างเนื้อปลาหมึก 25 กรัม วิบริโอ คอเลรี (Vibrio chol erae) ต้องไม่พบในตัวอย่างเนื้อปลาหมึก 25 กรัม การบรรจุ การบรรจุปลาหมึกในภาชนะบรรจุที่สามารถเก็บรักษาปลาหมึกได้ ในภาชนะบรรจุเดียวกัน ต้องมีปลาหมึกชนิดและแบบเดียวกัน และให้ระบุแหล่งจับและ/หรือแหล่งที่มา ภาชนะบรรจุต้องทำจากวัสดุไม่ดูดซับน้ำ สะอาด และถูกสุขลักษณะ ปราศจากกลิ่นและวัตถุแปลกปลอม ทนทานต่อการปฏิบัติการขนส่งและรักษาสภาพของปลาหมึก ในกรณีที่มีการใช้น้ำแข็ง น้ำแข็งที่ใช้ต้องผลิตจากน้ำสะอาดที่มีคุณภาพตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง น้ำแข็ง การขนส่ง พาหนะและอุปกรณ์ที่ใช้ในการขนส่งปลาหมึกควรมีสมบัติดังนี้ ผนัง พื้น และเพดาน ควรทำจากวัสดุที่ทนต่อการกัดกร่อน มีพื้นผิวเรียนไม่ดูดซึมน้ำ และพื้นควรสามารถระบายน้ำได้ดี รักษาอุณหภูมิของปลาหมึกในระหว่างการขนส่งได้ประมาณ 0 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่า สามารถป้องกันการปนปื้อน การเสื่อมเสีย หรือการเสื่อมคุณภาพของปลาหมึกในระหว่างการขนส่ง ปัญหาการตกค้างของโลหะหนักในปลาหมึก ปัญหา ที่สำคัญของการส่งออกปลาหมึกแช่เยือกแข็ง คือ การปนเปื้อนของโลหะหนัก เช่น สารแคดเมียมในเนื้อเยื่อปลาหมึก ปลาหมึกแช่เยือกแข็งส่งออกได้ถูกประเทศผู้ซื้อสุ่มตัวอย่าง และตรวจสอบสารพิษและพบปริมาณแคดเมียมสูงเกินกว่าเกณฑ์กำหนดเพื่อการส่งออก ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกปลาหมึกแช่เยือกแข็งตื่นตัวและระมัดระวังในการตรวจสอบคุณภาพมากขึ้น เนื่องจากแคดเมียมมีความเป็นพิษทั้งเฉียบพลันและเรื้อรัง เมื่อร่างกายได้รับแคดเมียมโดยการกินส่วนใหญ่จะเป็นพิษเฉียบพลัน คือ อาเจียน ท้องร่วง เป็นตะคริว และน้ำลายฟูมปาก บางรายถ้าสูญเสียน้ำมากระบบการทำงานของไตล้มเหลวอาจถึงตายได้ ถ้าเป็นพิษเรื้อรัง มักจะเกิดจากร่างกายรับแคดเมียมเป็นเวลานานติดต่อกันทีละน้อยๆ จะเกิดการทำลายไตและปอด เกิดความเป็นพิษต่อกระดูก เรียกว่า โรคอิไต อิไต ซึ่งเป็นอาการของกระดุกพรุน โก่ง และโค้งงอ หน่วยเครื่องมือกลาง คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้บริการตรวจวิเคราะห์/ทดสอบปริมาณแคดเมี่ยมในปลาหมึกแช่เยือกแข็งด้วย เทคนิค ICP-OES พบว่า ในผลิตภัณฑ์ปลาหมึกแช่เยือกแข็งทั้ง 3 ชนิด ปลาหมึกกล้วยมีปริมาณแคดเมียมต่ำสุด คืออยู่ในช่วง 0.01-0.50 ppm (มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม)ซึ่ง มีค่าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานเพื่อการส่งออก ส่วนปลาหมึกกระดอง และปลาหมึกสายมีค่าปริมาณแคดเมียมสูงกว่าเกณฑ์เล็กน้อยประมาณ 5% และ 3% ตามลำดับ ผลการวิเคราะห์แคดเมียมในส่วนประกอบส่วนต่างๆ ของปลาหมึก คือหนวด เนื้อ และเครื่องใน เช่น มัน (brain) ถุงทราย (digestion gl and) ไข่ (overy) ดีหมึก (ink sac) พบว่าในเครื่องในโดยเฉพาะในมันและถุงทราย มีปริมาณแคดเมียมเฉลี่ยสูงที่สุด มีค่ามากกว่า 1 ppm โดยเฉพาะในปลาหมึกยักษ์ซึ่งเป็นปลาหมึกสายชนิดหนึ่ง ที่พบปริมาณแคดเมียมมากถึง 30 ppm แต่สำหรับส่วนอื่นๆ ของปลาหมึกทุกชนิด มีปริมาณแคดเมียมต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานกำหนดเพื่อการส่งออก คือ 1 ppm ดังนั้น เพื่อเฝ้าระวังแคดเมียมในปลาหมึกเพื่อการส่งออก ควรตัดแต่งเครื่องในออกให้มากที่สุด ให้เหลือแต่ส่วนเนื้อและหัว เพื่อจะได้ลดปริมาณแคดเมียมที่อาจปนเปื้อนสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน คุณค่าทางโภชนาการของปลาหมึก (Mol l usks, cuttl efish, mixed species, rawScientific Name: SepiidaeNDB No:15163 (Nutrient val ues and weights are for edibl e portion) Nutrient Units Val ue per100 grams Numberof DataPoints Std.Error Proximates Water g 80.56 16 0.545 Energy kcal 79 0 0.000 Energy kJ 331 0 0.000 Protein g 16.24 14 0.000 Total l ipid (fat) g 0.70 16 0.000 Ash g 1.68 14 0.000 Carbohydrate, by difference g 0.82 0 0.000 Dietary Fiber g 0.0 0 0.000 Mineral s Cal cium, Ca mg 90 13 0.000 Iron, Fe mg 6.02 5 0.000 Magnesium, Mg mg 30 0 0.000 Phosphorus, P mg 387 13 0.000 Potassium, K mg 354 2 0.000 Sodium, Na mg 372 1 0.000 Zinc, Zn mg 1.73 27 0.000 Copper, Cu mg 0.587 30 0.134 Manganese, Mn mg 0.110 0 0.000 Sel enium, Se mcg 44.8 0 0.000 Vitamins Vitamin C, total ascorbic acid mg 5.3 1 0.000 Thiamin mg 0.009 1 0.000 Ribofl avin mg 0.910 1 0.000 Niacin mg 1.216 1 0.000 Pantothenic acid mg 0.500 0 0.000 Vitamin B-6 mg 0.150 0 0.000 Fol ate, total mcg 16 0 0.000 Fol ic acid mcg 0 0 0.000 Fol ate, food mcg 16 0 0.000 Fol ate, DFE mcg_DFE 16 0 0.000 Vitamin B-12 mcg 3.00 1 0.000 Vitamin A, RAE mcg_RAE 113 0 0.000 Retinol mcg 113 0 0.000 Vitamin A, IU IU 375 0 0.000 L ipids Fatty acids, total saturated fatty acid g 0.118 0 0.000 14:0 g 0.012 1 0.000 16:0 g 0.061 1 0.000 18:0 g 0.044 1 0.000 Fatty acids, total monounsaturated fatty acid g 0.081 0 0.000 16:1 undifferentiated g 0.012 1 0.000 18:1 undifferentiated g 0.031 1 0.000 20:1 g 0.036 1 0.000 22:1 undifferentiated g 0.001 1 0.000 Fatty acids, total pol yunsaturated fatty acid g 0.134 0 0.000 18:2 undifferentiated g 0.002 1 0.000 18:3 undifferentiated g 0.001 1 0.000 18:4 g 0.002 1 0.000 20:4 undifferentiated g 0.013 1 0.000 20:5 n-3 (EPA) g 0.039 1 0.000 22:5 n-3 (DPA) g 0.006 1 0.000 22:6 n-3 (DHA) g 0.066 1 0.000 Chol esterol mg 112 1 0.000 Amino acids Tryptophan g 0.182 0 0.000 Threonine g 0.699 0 0.000 Isol eucine g 0.707 0 0.000 L eucine g 1.143 0 0.000 L ysine g 1.213 0 0.000 Methionine g 0.366 0 0.000 Cystine g 0.213 0 0.000 Phenyl al anine g 0.582 0 0.000 Tyrosine g 0.520 0 0.000 Val ine g 0.709 0 0.000 Arginine g 1.185 0 0.000 Histidine g 0.312 0 0.000 Al anine g 0.982 0 0.000 Aspartic acid g 1.567 0 0.000 Gl utamic acid g 2.208 0 0.000 Gl ycine g 1.016 0 0.000 Prol ine g 0.662 0 0.000 Serine g 0.727 0 0.000 จัดทำโดย น.ส. มณีนุช มาขุนทด รหัส 51011028น.ส. มนัญญา แสงคำ รหัส 51011032น.ส. เมธินี สุกแดง รหัส 51011049น.ส. รชยา ธารากุลทิพย์ รหัส 51011061 เอกสารอ้างอิง สมโภชน์ อัคคะทวีวัฒน์. ภาพปลาและสัตว์น้ำของไทย.พิมพ์ครั้งที่ 3.กรุงเทพฯ:องค์การค้าของคุรุสภา,2540 น.232-239 บพิธ จารุพันธุ์,นันทพร จารุพันธุ์.สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง 2.กรุงเทพฯ:สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,2546น.212-213 http://fwmail .teenee.com/etc/18636.html http://www.iteachbio.com/Marine-Biol ogy/MarineBioGraphics/cuttl efish-1.jpg http://www.googl e.co.th/imgl anding http://nutritiondata.sel f.com/facts/finfish-and-shel l fish-products/4198/2 http://ced.sci.psu.ac.th:8080/Pl one USDA National Nutrient Database for Standard Reference, Rel ease 23 (2010)
https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/2216/green-soybean-ถั่วเหลืองฝักสด
น.ส.สุนิตรา ภูครองหิน ถั่วเหลืองฝักสด หรือถั่วแระญี่ปุ่น (vegetabl e soybean, green soybean) เป็นผัก (vegetabl e) ใน ตระกูล Fabaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Gl ycine max (L .) การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวถั่วเหลืองฝักสด ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดในถั่วเหลืองฝักสด การแปรรูปถั่วเหลืองฝักสด คุณค่าทางอาหารของถั่วเหลืองฝักสด 1การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวถั่วเหลืองฝักสด การแช่เย็นผักและผลไม้ การแบ่งกลุ่มผักผลไม้ตามอุณหภูมิแช่เย็นและความชื้นสัมพัทธ์ ถั่วเหลืองฝักสดหลังการเก็บเกี่ยว จะถูกบรรจุใส่ภาชนะ แล้วลำเลียงไปยังแหล่งคัดบรรจุ การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวทุกขั้นตอน ต้องกระทำด้วยความระมัดระวังไม่ให้เกิดบาดแผล หรือกระทบกระแทกชอกช้ำ การคัดเลือก (sorting) เพื่อคัดเอาฝักเสียและผิดปกติ ไม่ได้ขนาด มีตำหนิ ออกให้หมด เป็นการป้องกันการแพร่กระจายของจุลินทรีย์ทั้งแบคทีเรีย และ รา จากฝักที่เสียไปยังผลปกติ ซึ่งจุลินทรีย์จะเพิ่มจำนวนมากขึ้น หากเกิดแผลเปิดหรือรอยช้ำบนผิวถั่วเหลืองฝักสด การล้างทำความสะอาด การลดอุณหภูมิเบื้องต้น (pre-cool ing) ตรวจสอบคุณภาพ เก็บรักษาในห้องเย็น (col d storage) อุณหภูมิ 0-3 องศาเซลเซียสความชื้นสัมพัทธ์90-95 เปอร์เซ็นต์ เพื่อรอการขนส่ง ถั่วเหลืองฝักสดมีอายุการเก็บรักษา 1-3 สัปดาห์ top 2 ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดในถั่วเหลืองฝักสด ที่มาhttp://www.acfs.go.th/standard/downl oad/residue_l imits.pdf มาตรฐานปริมาณสารพิษทางการเกษตรตกค้าง (pesticide residue) สูงสุดในถั่วเหลืองฝักสด วัตถุอันตรายทางการเกษตร (pesticides) ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุด (Maximum Residue L imits: MRL s) (มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) คลอร์ไพริฟอส (chl orpyrifos) 0.1 คลอโรทาโลนิล (chl orothal onil ) 2 คาร์เบนดาซิม / เบโนมิล (carbendazim/benomyl ) 3 คาร์โบซัลแฟน (carbosul fan) */ 0.5 คาร์โบฟูราน (carbofuran) 0.5 แคพแทน (captan) 5 ไซเพอร์เมทริน (cypermethrin) 5 ไดไทโอคาร์บาเมต (dithiocarbamates) **/ 0.2 ไตรอะโซฟอส (triazophos) 0.2 เฟนิโทรไทออน (fenitrothion) 0.5 โฟซาโลน (phosal one) 0.5 เมโทมิล (methomyl ) 0.1 แลมบ์ดาไซแฮโลทริน (l ambda-cyhal othrin) 0.2 */ สารพิษตกค้างจากการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรคาร์โบซัลแฟน มีชนิดของสารพิษตกค้างที่ ตรวจวิเคราะห์ในรูปของคาร์โบซัลแฟน **/ วัตถุอันตรายทางการเกษตรกลุ่มไดไทโอคาร์บาเมต ได้แก่ ไซเนบ (zineb) ไทแรม (thiram) โพรพิเนบ (propineb) มาเนบ (maneb) และแมนโคเซบ (mancozeb) top 3 การแปรรูปถั่วเหลืองฝักสด แช่เยือกแข็ง (freezing) top 4 คุณค่าทางอาหารของถั่วเหลืองฝักสด ที่มาhttp://www.nal .usda.gov/fnic/foodcomp/search/ Soybeans, green, raw New SearchRefuse: 47% (Pods) Scientific Name: Gl ycine max NDB No:11450 (Nutrient val ues and weights are for edibl e portion) NutrientUnitsVal ue per100 gramsNumberof DataPointsStd.Error Proximates Water g 67.50 2 0.000 Energy kcal 147 0 0.000 Energy kJ 614 0 0.000 Protein g 12.95 2 0.000 Total l ipid (fat) g 6.80 1 0.000 Ash g 1.70 2 0.000 Carbohydrate, by difference g 11.05 0 0.000 Fiber, total dietary g 4.2 0 0.000 Mineral s Cal cium, Ca mg 197 2 0.000 Iron, Fe mg 3.55 2 0.000 Magnesium, Mg mg 65 1 0.000 Phosphorus, P mg 194 2 0.000 Potassium, K mg 620 1 0.000 Sodium, Na mg 15 1 0.000 Zinc, Zn mg 0.99 1 0.000 Copper, Cu mg 0.128 1 0.000 Manganese, Mn mg 0.547 1 0.000 Sel enium, Se mcg 1.5 0 0.000 Vitamins Vitamin C, total ascorbic acid mg 29.0 1 0.000 Thiamin mg 0.435 2 0.000 Ribofl avin mg 0.175 2 0.000 Niacin mg 1.650 2 0.000 Pantothenic acid mg 0.147 1 0.000 Vitamin B-6 mg 0.065 1 0.000 Fol ate, total mcg 165 1 0.000 Fol ic acid mcg 0 0 0.000 Fol ate, food mcg 165 1 0.000 Fol ate, DFE mcg_DFE 165 0 0.000 Vitamin B-12 mcg 0.00 0 0.000 Vitamin A, RAE mcg_RAE 9 2 0.000 Retinol mcg 0 0 0.000 Vitamin A, IU IU 180 2 0.000 Vitamin D (D2 + D3) mcg 0.0 0 0.000 Vitamin D IU 0 0 0.000 L ipids Fatty acids, total saturated g 0.786 0 0.000 14:0 g 0.006 1 0.000 16:0 g 0.570 1 0.000 18:0 g 0.210 1 0.000 Fatty acids, total monounsaturated g 1.284 0 0.000 16:1 undifferentiated g 0.011 1 0.000 18:1 undifferentiated g 1.262 1 0.000 20:1 g 0.011 1 0.000 Fatty acids, total pol yunsaturated g 3.200 0 0.000 18:2 undifferentiated g 2.823 1 0.000 18:3 undifferentiated g 0.376 1 0.000 Chol esterol mg 0 0 0.000 Phytosterol s mg 50 1 0.000 Amino acids Tryptophan g 0.157 0 0.000 Threonine g 0.516 0 0.000 Isol eucine g 0.570 0 0.000 L eucine g 0.926 0 0.000 L ysine g 0.775 0 0.000 Methionine g 0.157 0 0.000 Cystine g 0.118 0 0.000 Phenyl al anine g 0.586 0 0.000 Tyrosine g 0.464 0 0.000 Val ine g 0.576 0 0.000 Arginine g 1.042 0 0.000 Histidine g 0.348 0 0.000 Al anine g 0.582 0 0.000 Aspartic acid g 1.508 0 0.000 Gl utamic acid g 2.433 0 0.000 Gl ycine g 0.539 0 0.000 Prol ine g 0.607 0 0.000 Serine g 0.721 0 0.000 Other Caffeine mg 0 0 0.000 Theobromine mg 0 0 0.000 top 5 Reference
https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/2231/carrot-แครอท
แครอท (Carrot) เป็นผัก (vegetabl e) ในตระกูล Apiaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือDaucus carota subsp. sativus การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวแครอท ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดในแครอท การแปรรูปแครอท คุณค่าทางโภชนาการของแครอท 1การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวแครอท การแช่เย็นผักและผลไม้ การแบ่งกลุ่มผักผลไม้ตามอุณหภูมิแช่เย็นและความชื้นสัมพัทธ์ แครอทหลังการเก็บเกี่ยวจะถูกบรรจุใส่ภาชนะ แล้วลำเลียงไปยังแหล่งคัดบรรจุ การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวทุกขั้นตอน ต้องกระทำด้วยความระมัดระวังไม่ให้เกิดบาดแผล หรือกระทบกระแทกชอกช้ำ การคัดเลือก (sorting) เพื่อคัดเอาผลเสียและผิดปกติ ไม่ได้ขนาด มีตำหนิออกให้หมด เป็นการป้องกันการแพร่กระจายของจุลินทรีย์ทั้งแบคทีเรียและรา จากหัวที่เสียไปยังหัวที่ปกติ ซึ่งจุลินทรีย์จะเพิ่มจำนวนมากขึ้น หากเกิดแผลเปิดหรือรอยช้ำบนผิวแครอท การล้างทำความสะอาด การลดอุณหภูมิเบื้องต้น (pre-cool ing) ตรวจสอบคุณภาพ เก็บรักษาในห้องเย็น (col d storage) อุณหภูมิ 0องศาเซลเซียสความชื้นสัมพัทธ์-98-100 เปอร์เซ็นต์เพื่อรอการขนส่ง แครอทมีอายุการเก็บรักษา4-6สัปดาห์ top 2 ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดในแครอท ที่มาhttp://www.acfs.go.th/standard/downl oad/residue_l imits.pdf มาตรฐานปริมาณสารพิษทางการเกษตรตกค้าง (pesticide residue) สูงสุดในแครอท */สารพิษตกค้างจากการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรคาร์โบซัลแฟน มีชนิดของสารพิษตกค้างที่ตรวจวิเคราะห์ในรูปของคาร์โบซัลแฟน **/สารพิษตกค้างจากการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรคาร์โบซัลแฟน มีชนิดของสารพิษตกค้างที่ ตรวจวิเคราะห์ในรูปของผลรวมของคาร์โบฟูราน, 3-ไฮดรอกซีคาร์โบฟูราน และคอนจูเกตเต็ด3-ไฮดรอกซีคาร์โบฟูราน รายงานผลเป็นคาร์โบฟูราน top 3 การแปรรูปแครอท แช่เยือกแข็ง (freezing) ทอดกรอบ (frying) ทำแห้ง (dehydration) top 4 คุณค่าทางโภชนาการของแครอท เอาข้อมูลที่มาhttp://www.nal .usda.gov/fnic/foodcomp/search/ Carrots, raw New SearchRefuse: 11% (Crown, tops and scrapings) Scientific Name: Daucus carotaCommon Name: Incl udes USDA commodity food A099NDB No:11124 (Nutrient val ues and weights are for edibl e portion) Nutrient Units Val ue per100 grams Number of Data Points Std.Error Proximates Water g 88.29 33 0.429 Energy kcal 41 0 0.000 Energy kJ 173 0 0.000 Protein g 0.93 19 0.008 Total l ipid (fat) g 0.24 26 0.018 Ash g 0.97 19 0.014 Carbohydrate, by difference g 9.58 0 0.000 Fiber, total dietary g 2.8 4 0.000 Sugars, total g 4.74 0 0.000 Sucrose g 3.59 11 0.280 Gl ucose (dextrose) g 0.59 11 0.141 Fructose g 0.55 11 0.097 L actose g 0.00 5 0.000 Mal tose g 0.00 5 0.000 Gal actose g 0.00 0 0.000 Starch g 1.43 2 0.000 Mineral s Cal cium, Ca mg 33 75 1.120 Iron, Fe mg 0.30 75 0.014 Magnesium, Mg mg 12 75 0.367 Phosphorus, P mg 35 75 0.755 Potassium, K mg 320 76 8.418 Sodium, Na mg 69 81 3.358 Zinc, Zn mg 0.24 76 0.011 Copper, Cu mg 0.045 70 0.007 Manganese, Mn mg 0.143 66 0.006 Fl uoride, F mcg 3.2 21 0.466 Sel enium, Se mcg 0.1 39 0.038 Vitamins Vitamin C, total ascorbic acid mg 5.9 21 1.130 Thiamin mg 0.066 21 0.011 Ribofl avin mg 0.058 19 0.013 Niacin mg 0.983 19 0.215 Pantothenic acid mg 0.273 9 0.145 Vitamin B-6 mg 0.138 19 0.030 Fol ate, total mcg 19 19 5.175 Fol ic acid mcg 0 0 0.000 Fol ate, food mcg 19 19 5.175 Fol ate, DFE mcg_DFE 19 0 0.000 Chol ine, total mg 8.8 0 0.000 Betaine mg 0.4 1 0.000 Vitamin B-12 mcg 0.00 0 0.000 Vitamin B-12, added mcg 0.00 0 0.000 Vitamin A, RAE mcg_RAE 835 0 0.000 Retinol mcg 0 0 0.000 Carotene, beta mcg 8285 197 1082.194 Carotene, al pha mcg 3477 190 531.987 Cryptoxanthin, beta mcg 0 45 0.000 Vitamin A, IU IU 16706 0 0.000 L ycopene mcg 1 8 0.800 L utein + zeaxanthin mcg 256 10 62.707 Vitamin E (al pha-tocopherol ) mg 0.66 11 0.269 Vitamin E, added mg 0.00 0 0.000 Tocopherol , beta mg 0.01 11 0.005 Tocopherol , gamma mg 0.00 11 0.000 Tocopherol , del ta mg 0.00 11 0.000 Vitamin D (D2 + D3) mcg 0.0 0 0.000 Vitamin D IU 0 0 0.000 Vitamin K (phyl l oquinone) mcg 13.2 4 0.000 Dihydrophyl l oquinone mcg 0.0 4 0.000 L ipids Fatty acids, total saturated g 0.037 0 0.000 4:0 g 0.000 0 0.000 6:0 g 0.000 0 0.000 8:0 g 0.000 2 0.000 10:0 g 0.000 2 0.000 12:0 g 0.000 2 0.000 14:0 g 0.000 2 0.000 15:0 g 0.000 2 0.000 16:0 g 0.035 2 0.000 17:0 g 0.000 2 0.000 18:0 g 0.002 2 0.000 20:0 g 0.000 2 0.000 22:0 g 0.000 2 0.000 24:0 g 0.000 2 0.000 Fatty acids, total monounsaturated g 0.014 0 0.000 14:1 g 0.000 2 0.000 15:1 g 0.000 2 0.000 16:1 undifferentiated g 0.002 2 0.000 17:1 g 0.000 2 0.000 18:1 undifferentiated g 0.012 2 0.000 20:1 g 0.000 2 0.000 22:1 undifferentiated g 0.000 2 0.000 20:2 n-6 c,c g 0.000 2 0.000 Fatty acids, total pol yunsaturated g 0.117 0 0.000 18:2 undifferentiated g 0.115 2 0.000 18:3 undifferentiated g 0.002 2 0.000 18:4 g 0.000 2 0.000 20:3 undifferentiated g 0.000 2 0.000 20:4 undifferentiated g 0.000 2 0.000 20:5 n-3 (EPA) g 0.000 2 0.000 22:5 n-3 (DPA) g 0.000 2 0.000 22:6 n-3 (DHA) g 0.000 2 0.000 Fatty acids, total trans g 0.000 0 0.000 Chol esterol mg 0 0 0.000 Amino acids Tryptophan g 0.012 0 0.000 Threonine g 0.191 0 0.000 Isol eucine g 0.077 0 0.000 L eucine g 0.102 0 0.000 L ysine g 0.101 0 0.000 Methionine g 0.020 0 0.000 Cystine g 0.083 0 0.000 Phenyl al anine g 0.061 0 0.000 Tyrosine g 0.043 0 0.000 Val ine g 0.069 0 0.000 Arginine g 0.091 0 0.000 Histidine g 0.040 0 0.000 Al anine g 0.113 0 0.000 Aspartic acid g 0.190 0 0.000 Gl utamic acid g 0.366 0 0.000 Gl ycine g 0.047 0 0.000 Prol ine g 0.054 0 0.000 Serine g 0.054 0 0.000 Other Al cohol , ethyl g 0.0 0 0.000 Caffeine mg 0 0 0.000 Theobromine mg 0 0 0.000 top 5 Reference
https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/1675/okra-กระเจี๊ยบเขียว
กระเจี๊ยบเขียว (okra, l ady's finger) เป็นผัก (vegetabl e) มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Abel moschus escul entus (Hisbicus escul entus L .) การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวกระเจี๊ยบเขียว ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดในกระเจี๊ยบเขียว การแปรรูปกระเจี๊ยบเขียว คุณค่าทางโภชนาการของกระเจี๊ยบเขียว 1การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวกระเจี๊ยบเขียว การแช่เย็นผักและผลไม้ การแบ่งกลุ่มผักผลไม้ตามอุณหภูมิแช่เย็นและความชื้นสัมพัทธ์ กระเจี๊ยบเขียวหลังการเก็บเกี่ยว จะถูกบรรจุใส่ภาชนะ แล้วลำเลียงไปยังแหล่งคัดบรรจุ การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวทุกขั้นตอน ต้องกระทำด้วยความระมัดระวังไม่ให้เกิดบาดแผล หรือกระทบกระแทกชอกช้ำ การคัดเลือก (sorting) เพื่อคัดเอาฝักเสียและผิดปกติ ไม่ได้ขนาด มีตำหนิ ออกให้หมด เป็นการป้องกันการแพร่กระจายของจุลินทรีย์ทั้งแบคทีเรีย และ รา จากฝักที่เสียไปยังผลปกติ ซึ่งจุลินทรีย์จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นหาก เกิดแผลเปิด หรือรอยช้ำบนผิวกระเจี๊ยบเขียว การล้างทำความสะอาด การลดอุณหภูมิเบื้องต้น (pre-cool ing) ตรวจสอบคุณภาพ เก็บรักษาในห้องเย็น (col d storage) อุณหภูมิ 7-10 องศาเซลเซียสความชื้นสัมพัทธ์90-95 เปอร์เซ็นต์ เพื่อรอการขนส่ง กระเจี๊ยบเขียวมีอายุการเก็บรักษา 7-10 สัปดาห์ top 2 ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดในกระเจี๊ยบเขียว ที่มาhttp://www.acfs.go.th/standard/downl oad/residue_l imits.pdf มาตรฐานปริมาณสารพิษทางการเกษตรตกค้าง (pesticide residue) สูงสุดในกระเจี๊ยบเขียว วัตถุอันตรายทางการเกษตร (pesticides) ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุด (Maximum Residue L imits: MRL s) (มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) คลอร์ไพริฟอส (chl orpyrifos) 0.5 คาร์โบซัลแฟน (carbosul fan) */ 0.5 คาร์โบซัลแฟน (carbosul fan) 0.5 ไซเพอร์เมทริน (cypermethrin) 0.5 ไดไทโอคาร์บาเมต (dithiocarbamates) **/ 0.2 เมโทมิล (methomyl ) 2 แลมบ์ดาไซแฮโลทริน (l ambda-cyhal othrin) 0.2 */สารพิษตกค้างจากการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรคาร์โบซัลแฟน มีชนิดของสารพิษตกค้างที่ตรวจวิเคราะห์ในรูปของคาร์โบซัลแฟน **/สารพิษตกค้างจากการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรคาร์โบซัลแฟน มีชนิดของสารพิษตกค้างที่ ตรวจวิเคราะห์ในรูปของผลรวมของคาร์โบฟูราน, 3-ไฮดรอกซีคาร์โบฟูราน และคอนจูเกตเต็ด 3-ไฮดรอกซีคาร์โบฟูราน รายงานผลเป็นคาร์โบฟูราน top 3 การแปรรูปกระเจี๊ยบเขียว แช่เยือกแข็ง (freezing) ทอดกรอบ (frying) ทำแห้ง (dehydration) top 4 คุณค่าทางอาหารของกระเจี๊ยบเขียว เอาข้อมูลที่มาhttp://www.nal .usda.gov/fnic/foodcomp/search/ Okra, raw New SearchRefuse:14% (Crown and tips) Scientific Name:Abel moschus escul entusNDB No:11278 (Nutrient val ues and weights are for edibl e portion) NutrientUnitsVal ue per100 gramsNumberof DataPointsStd.Error Proximates Water g 90.17 6 0.000 Energy kcal 31 0 0.000 Energy kJ 129 0 0.000 Protein g 2.00 1 0.000 Total l ipid (fat) g 0.10 1 0.000 Ash g 0.70 0 0.000 Carbohydrate, by difference g 7.03 0 0.000 Dietary fiber g 3.2 0 0.000 Sugars, total g 1.20 0 0.000 Sucrose g 0.40 1 0.000 Gl ucose (dextrose) g 0.13 3 0.000 Fructose g 0.21 1 0.000 Starch g 0.34 1 0.000 Mineral s Cal cium, Ca mg 81 1 0.000 Iron, Fe mg 0.80 1 0.000 Magnesium, Mg mg 57 2 0.000 Phosphorus, P mg 63 1 0.000 Potassium, K mg 303 2 0.000 Sodium, Na mg 8 2 0.000 Zinc, Zn mg 0.60 0 0.000 Copper, Cu mg 0.094 0 0.000 Manganese, Mn mg 0.990 0 0.000 Sel enium, Se mcg 0.7 0 0.000 Vitamins Vitamin C, total ascorbic acid mg 21.1 11 2.322 Thiamin mg 0.200 1 0.000 Ribofl avin mg 0.060 1 0.000 Niacin mg 1.000 1 0.000 Pantothenic acid mg 0.245 0 0.000 Vitamin B-6 mg 0.215 1 0.000 Fol ate, total mcg 88 6 0.000 Fol ate, food mcg 88 6 0.000 Fol ate, DFE mcg_DFE 88 0 0.000 Chol ine, total mg 12.3 0 0.000 Vitamin A, RAE mcg_RAE 19 0 0.000 Carotene, beta mcg 225 0 0.000 Vitamin A, IU IU 375 0 0.000 L ycopene mcg 0 0 0.000 L utein + zeaxanthin mcg 516 0 0.000 Vitamin E (al pha-tocopherol ) mg 0.36 0 0.000 Vitamin K (phyl l oquinone) mcg 53.0 0 0.000 L ipids Fatty acids, total saturated g 0.026 0 0.000 16:0 g 0.022 0 0.000 18:0 g 0.003 0 0.000 Fatty acids, total monounsaturated g 0.017 0 0.000 16:1 undifferentiated g 0.000 0 0.000 18:1 undifferentiated g 0.016 0 0.000 Fatty acids, total pol yunsaturated g 0.027 0 0.000 18:2 undifferentiated g 0.026 0 0.000 18:3 undifferentiated g 0.001 0 0.000 Phytosterol s mg 24 0 0.000 Amino acids Tryptophan g 0.017 8 0.000 Threonine g 0.065 3 0.000 Isol eucine g 0.069 3 0.000 L eucine g 0.105 3 0.000 L ysine g 0.081 7 0.000 Methionine g 0.021 7 0.000 Cystine g 0.019 3 0.000 Phenyl al anine g 0.065 3 0.000 Tyrosine g 0.087 2 0.000 Val ine g 0.091 3 0.000 Arginine g 0.084 3 0.000 Histidine g 0.031 3 0.000 Al anine g 0.073 4 0.000 Aspartic acid g 0.145 4 0.000 Gl utamic acid g 0.271 4 0.000 Gl ycine g 0.044 4 0.000 Prol ine g 0.045 2 0.000 Serine g 0.044 4 0.000 top 5 Reference
Show more results